Binder1

2,094 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,094
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Binder1

  1. 1. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย Silpakorn Educational Research Journal เล่มที่ 6 ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2555) Vol.4 No. 1 (January – June 2012) ISSN 1906-8352ผู้จัดพิมพ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐมที่ปรึกษาบรรณาธิการ รองศาสตราจารย์ ดร.วิสาข์ จัติวัตร์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรบรรณาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาเรียม นิลพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการกองบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโส ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี ศาสตราจารย์พิเศษกาญจนา คุณารักษ์ ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.นงลักษณ์ วิรัชชัย ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย กาญจนาวาสี ศาสตราจารย์ ดร.สิริวรรณ ศรีพหล ศาสตราจารย์ ดร.สุวิมล ว่องวาณิช รองศาสตราจารย์ ดร.จิตรลดา แสงปัญญา รองศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ คุณารักษ์ รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.รัตนะ บัวสนธ์ รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย วงษ์ใหญ่ รองศาสตราจารย์ ดร.สมถวิล ธนโสภณ รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย แจ่มกระจ่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ส�ำลี ทองธิว รองศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ รองศาสตราจารย์ ประทิน คล้ายนาค ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทศพร ประเสริฐสุข อาจารย์ ดร.อธิปัตย์ คลี่สุนทรกองบรรณาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คีรีบูน จงวุฒิเวศย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรินทร์ สังข์รักษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมทรัพย์ สุขอนันต์ อาจารย์ ดร.บ�ำรุง ช�ำนาญเรือ อาจารย์ ดร.อนิรุทธ์ สติมั่น อาจารย์ ดร.ส�ำเริง อ่อนสัมพันธุ์ อาจารย์ ดร.ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูล อาจารย์ Dr.Donald Scoft Personsผู้ช่วยกองบรรณาธิการ อาจารย์ ดร.อธิกมาส มากจุ้ยฝ่ายประสานงานกองบรรณาธิการและการจัดการ นางสาววรรณภา แสงวัฒนะกุล นางสาววารุณีย์ ตั้งศุภธวัช นางสาวลักขณา จันทร์ โชติพัฒนะ
  2. 2. วัตถุประสงค์ เพือรองรับการตีพมพ์เผยแพร่ผลงานวิจยของคณาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์/ ่ ิ ั ผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิต/นักศึกษา ระดับปริญญามหาบัณฑิต และระดับดุษฎี บัณฑิต (ทั้งในและนอกสถาบัน) ให้เป็นไปตามมาตรฐานการประกันคุณภาพ และ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2548ก�ำหนดเผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ (มกราคม – มิถุนายน และกรกฎาคม – ธันวาคม)ข้อมูลการติดต่อ บรรณาธิการ วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 73000 โทร. 0-3425-8813 โทรสาร 0-3425-8813 E-mail: educ.su@hotmail.comพิมพ์ท ี่ โรงพิมพ์ ส เจริญ การพิมพ์การสมัครเป็นสมาชิก โปรดยื่นความจ�ำนงได้ตามแบบใบสมัครสมาชิกในหน้าสุดท้ายของวารสาร พร้อมส่ง เงินสดหรือธนาณัติ ปณ.สนามจันทร์ สั่งจ่ายในนาม นางสาววารุณีย์ ตั้งศุภธวัช ส� ำ นั ก งานเลขานุ ก าร คณะศึ ก ษาศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย ศิ ล ปากร อ� ำ เภอเมื อ ง จังหวัดนครปฐม ค่าบ�ำรุงสมาชิก ปีละ 200 บาท (รวมค่าส่ง) (2 เล่มต่อปี) จ�ำหน่ายเล่มละ 150 บาทการเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ โปรดดูรายละเอียดการเตรียมต้นฉบับในหน้าก่อนสุดท้ายของวารสารการลงโฆษณา ติดต่อโฆษณาได้ที่ นางสาววารุณีย์ ตั้งศุภธวัช ส�ำนักงานเลขานุการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โทร. 0-3425-8813 โทรสาร 0-3425-8813 E-mail: educ.su@hotmail.com* บทความทุกเรื่องได้รับการพิจารณา (Peer Review) จากผู้ทรงคุณวุฒิ* บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสาร ถือเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำ�เป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป* กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกบทความเพื่อการศึกษาแต่ให้อ้างอิงแหล่งที่มาให้ครบถ้วนสมบูรณ์
  3. 3. บทบรรณาธิการ วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัยฉบับนี้ มีบทความวิจัยพิเศษ เกี่ยวกับรูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารตาม มาตรฐานสากลโดยศาสตราจารย์ ดร.นงลักษณ์ วิรัชชัย ที่เป็นประโยชน์ต่อ ผู ้ เ ผยแพร่ บ ทความวิ จั ย เพื่ อ ใช้ เ ป็ น แนวทางในการเขี ย นบทความวิ จั ย ซึ่งมีความส�ำคัญและจ�ำเป็นต่อนักวิจัย และต่อแวดวงวิชาการ บทความวิจัย มีความส�ำคัญเช่นเดียวกับรายงานการวิจัย การเขียนบทความวิจัยเป็นการ น�ำเสนอความรูความคิดใหม่ๆ ซึงเป็นผลจากการวิจยผูอานสามารถน�ำไปขยาย ้ ่ ั ้่ แนวคิดเพื่อท�ำวิจัย นอกจากนี้บทความวิจัยนั้นยังมีส่วนช่วยจุดประกาย ความคิดให้นักวิจัยได้สร้างผลงานใหม่สืบเนื่องต่อกันไปด้วย ดังนั้นบทความวิจัยจึงเป็นเอกสารทางวิชาการที่มีคุณค่าส�ำหรับนักวิชาการทุกคน โดยเฉพาะนักวิจัย และมีบทบาทส�ำคัญยิ่งในฐานะที่เป็นตัวเชื่อมความรู้ในอดีตกับความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัยในการสร้างเสริมองค์ความรู้ทางวิชาการ บทความวิจยส่วนใหญ่เป็นการพัฒนานวัตกรรมเพือพัฒนาการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพ ั ่การจัดการศึกษาประกอบด้วยการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการด�ำเนินงานเพือพัฒนางานวิจย รูปแบบชุมชน ่ ัการเรียนรู้ออนไลน์ เครื่องมือประเมินกระบวนการน�ำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ รูปแบบการโค้ช พัฒนาแบบฝึกบทเรียนส�ำเร็จรูป เป็นต้น นวัตกรรมเหล่านี้เสริมสร้างการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ และบทความวิจัยที่พัฒนากิจกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ การพัฒนาครู การพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคนิควิธีการใหม่ๆ ที่เหมาะกับสภาพปัญหาของผู้เรียน นอกจากนี้ยังมีการเสนอบทปริทัศน์หนังสือการวิจัยทางการศึกษาที่เสนอหลักการ แนวคิดและแนวทางการวิจัยทางการศึกษา บทความวิจัยในวารสารฉบับนี้ตอบโจทย์วิจัยที่มุ่งแสวงหาค�ำตอบในการพัฒนาการศึกษา และคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผูอานและผูน�ำไปใช้ประโยชน์เพือร่วมกับเปิดโลกกว้างการวิจยทางการศึกษาให้ขามพรมแดนความเป็นสากล ้่ ้ ่ ั ้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาเรียม นิลพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ บรรณาธิการ
  4. 4. สารบัญบทความวิจัย หน้ารูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารตามมาตรฐานสากล 7 นงลักษณ์ วิรัชชัย (Nonglak Wiratchai)รูปแบบการส่งเสริมการด�ำเนินการเพื่อพัฒนางานวิจัยของส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 17 ประเสริฐ อินทร์รักษ์ - นพดล เจนอักษร - ส�ำเริง อ่อนสัมพันธุ์ - วรกาญจน์ สุขสดเขียว - มัทนา วังถนอมศักดิ์ - สายสุดา เตียเจริญ - นุชนรา รัตนศิระประภาThe Enhancing Performance Model for Research Development of Educational Service Area Office Prasert Intarak - Nopadol Chenaksara - Samrerng Onsampant - Vorakarn Suksodkiew - Mattana Wangthanomsak - Saisuda Tiacharoen - Nuchnara Rattanasirapraphaการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการศึกษาเชิงสร้างสรรค์: 36พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม ปราโมทย์ เหลาลาภะ - กาญจนา เส็งผลDevelopment of Local Museum to Enhance Creative Education: Wat Phra Pathom Chedi Museum Nakhon, Pathom Province Pramote Laolapha - Kanjana Sengpholการพัฒนาครูพันธุ์ใหม่ด้วยกิจรรมการเรียนรู้บูรณาการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเชิงสร้างสรรค์ 50 กรัณย์พล วิวรรธมงคลThe Development of New Genaration Teacher Using Integrated Learning Activities : Creativity Study to Local Museum Karanphon Winanthamongkonการใช้กลวิธีการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษามหาวิทยาลัยรัฐบาล ชั้นปีที่ 1 59 นิศากร ประคองชาติThe Use of English Language Learning Strategies by Thai Government University Freshmen Nisakorn Prakongchatiการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 77 วัฒนา ตรงเที่ยง - สุเทพ อ่วมเจริญThe Development of a Classroom Curriculum to Enhance Health Promotion for Students in the Elementary School Wattana Trongteang - Sutep Uamcharoenการพัฒนารูปแบบชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ เพื่อการสร้างนวัตกรรม 90การเรียนการสอนของครูผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ วรากร หงษ์โต - ฐาปนีย์ ธรรมเมธาThe Development of an Online Learning Community Model Using Knowledge Creation Process to CreateInstructional Innovation of Computer Teachers Waragorn Hongto - Thapanee Thammetarการพัฒนาเครื่องมือประเมินกระบวนการน�ำหลักสูตรสู่การปฏิบัติส�ำหรับหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง 102สาขาเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) พรภิรมย์ หลงทรัพย์ - มาเรียม นิลพันธุ์The Development of Curriculum Implementation Process Assessment Tools for Nurse Practitioners Curriculum Pornpirom Lhongsap - Maream Nillapun
  5. 5. สารบัญ (ต่อ) หน้าการพัฒนารูปแบบการโค้ช เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของอาจารย์พยาบาลที่ส่งเสริมทักษะ 112การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ธัญพร ชื่นกลิ่น - วัชรา เล่าเรียนดีThe Development of Coaching Model to Enhance Nursing Instructors’ Competency that Promotes CriticalThinking Skills of Nursing Students in Praboromarachanok Institute, Ministry of Public Health Thunyaporn Chuenklin - Watchara Laowreandeeการพัฒนาแบบฝึกเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในการเขียนสะกดค�ำส�ำหรับนักเรียนชาวต่างประเทศ 130ระดับกลางในเขตกรุงเทพมหานคร นิรานันท์ วิไลรัตนกุล - มีชัย เอี่ยมจินดาThe Development of Language Exercises for Improving the Spelling of Thai Words for Intermediate FreignStudents in Bangkok Niranan Wilairattanakul - Meechai Iemjimdaการพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องโจทย์ปัญหาการบวกและการลบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 143ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ศรัญญา มณีไตรรัตน์เลิศ - สุเทพ อ่วมเจริญThe Development of Learning Outcome on Adding and Subtracting Problems of First Grade Pupils Taughtby The Project Approach Saranya Maneetrairatlert - Sutep Uamcharoenการพัฒนาบทเรียนส�ำเร็จรูป โดยบูรณาการแหล่งเรียนรู้ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงเคียงคู่เพชรบุรี 156ส�ำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 วไลลักษณ์ พัสดร - อรพิณ ศิริสัมพันธ์The Development of Programmed Instruction Integrating Learning Resources on Sufficiency Economy asa Counterpart of Phetchaburi for Matthayomsuksa 2 Students Walailuk Pasadorn - Orapin Sirisamphanการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทย 167ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ บุญเมฆ จาดพันธ์อินทร์ - อรพิณ ศิริสัมพันธ์The Development of Learning Achievement on Thai Identity and Wisdom for the First Year High VocationalStudents by Inquiry-Based Learning Approach Boonmek Jadpanin - Orapin Sirisamphanภาวะผู้น�ำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารกับการจัดการความขัดแย้งในสถานศึกษา สังกัดเทศบาล 178กลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่ 1 สุภัทรา นุชสาย - วรกาญจน์ สุขสดเขียวTransformational Leadership of Administrators and Conflict Management of Municipal School in Region 1 Supattra Nuchsai - Vorakurn Suksodkiewคุณลักษณะของกลุ่มงานที่มีประสิทธิผลกับความต้องการของบุคลากร ในสถานศึกษาสังกัดเทศบาล 189กลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่ 1 ณัฐชยานันต์ ทองธรรมจินดา - ส�ำเริง อ่อนสัมพันธุ์
  6. 6. สารบัญ (ต่อ) หน้าCharacteristics of Effective Work Group and Personnel’s Needs of Municipal Schools in Education Group 1 Nutchayanun Thongthumjinda - Samrerng Onsampantการพัฒนาแบบฝึกการเขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์โดยใช้ข้อมูลท้องถิ่น 198ส�ำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วนิดา กุลภัทร์แสงทอง - มาเรียม นิลพันธุ์The Development of Imagine and Creative Story Writing Exercises with Local Information for the SixthGrade Students Wanida Kullapatsaengthong - Maream Nillapunการแก้ปัญหาความขัดแย้งของตัวละครในบทละครพูดร้อยแก้วพระราชนิพนธ์ 212พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว: การวิเคราะห์ด้วยอริยสัจสี่ ชลธิชา หอมฟุ้ง - กัญญรัตน์ เวชชศาสตร์The Problem Solving of Characters’ Conflict in Prose Plays of King Rama VI: the Analysis Based on the FourNoble Truths Cholticha Homfung - Kanyarat Vechasatความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น�ำของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิภาพการสอนของพระสอนศีลธรรม 226ในสถานศึกษา จังหวัดเพชรบุรี พระครูวาทีวรวัฒน์ - สุเทพ ลิ่มอรุณRelationship Between School Administrator Leaderships and Efficiency of Monks’ Moral Teaching in Schools,Phetchaburi Province Prakru Wateeworrawat - Sutep Limaroonปัจจัยองค์กรในการจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อการจัดการความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 237และการสื่อสารของสถานศึกษาสังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 จังหวัดเพชรบุรี วีระพร วงษ์พานิช - สุเทพ ลิ่มอรุณOrganizational Factors in Knowledge Management Affecting Using Information Technology and Communicationat Schools Under the Office of Phetchaburi Educational Service Area 10 Weeraporn Wongpanich - Sutep Limaroonผลการเรียน Verb to be โดยใช้กิจกรรมที่เน้นโครงสร้างภาษาของนักเรียนชาวจีนที่เรียนภาษาอังกฤษ 247เป็นภาษาต่างประเทศ เฟย หวาง - ปัณณธร แสงอรุณEffects of Form-focused Activities on Young Chinese EFL Learners’ Learning of the English Copula beFei Wang - Pannathon Sangarunอนาคตภาพของขีดความสามารถด้านนวัตกรรมในการจัดการธุรกิจขนาดกลางที่ส่งออกเครื่องนุ่งห่มในประเทศไทย 265 ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ - ชูวิทย์ มิตรชอบThe Scenarios of Innovative Competitiveness in Medium Sized Garment Export Business Management in Thailand Natnarin Niampradit - Chuwit Mitrchobบทวิจารณ์หนังสือ 278 ไชยยศ ไพวิทยศิริธรรม
  7. 7. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารตามมาตรฐานสากล นงลักษณ์ วิรัชชัย* Nonglak Wiratchai บทความวิจัย (Research Article) หรือ เอกสารวิจัย (Research Paper) หรือ บทความเชิงประจักษ์ในวารสาร (Empirical Journal Article) เป็นเอกสารทางวิชาการ (Academic Paper) ประเภทหนึ่งที่นักวิจัยเขียนรายงานผลการวิจัยของตนเพื่อน�ำเสนอในวารสารทางวิชาการ หรือเสนอในที่ประชุมทางวิชาการบทความวิจัยจัดว่าเป็นเอกสารทางวิชาการประเภทเดียวกับรายงานการวิจัย (Research Report) กล่าวคือมีสาระ และรูปแบบการน�ำเสนอคล้ายคลึงกัน แต่มีลักษณะต่างกันที่ส�ำคัญ 3 ประการ ประการแรก บทความวิจัยเป็นเอกสารทางวิชาการทีนกวิจยเขียนขึนในรูปบทความวิชาการ (Academic Article) เพือน�ำเสนอข้อค้นพบ ่ ั ั ้ ่เชิงประจักษ์ และ/หรือ นวัตกรรมที่เป็นผลงานการศึกษาค้นคว้าวิจัยของตน ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสิ่งพิมพ์ วารสาร รวมทั้งการเผยแพร่ในที่ประชุมวิชาการ เนื่องจากวารสารมีจ�ำนวนหน้าจ�ำกัด และการประชุมทางวิชาการมีเวลาจ�ำกัด บทความวิจัยจึงมีความยาวจ�ำกัด มีจ�ำนวนหน้าน้อยกว่ารายงานการวิจัยโดยทั่วไป ประการที่สอง บทความวิจัยเป็นเอกสารทางวิชาการที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ มากกว่ารายงานการวิจัยเพราะในระหว่างการด�ำเนินการวิจัย นักวิจัยอาจตัดตอนผลจากการวิจัยน�ำร่อง หรือผลงานวิจัยบางส่วนน�ำเสนอเป็นบทความวิจัยเพื่อเผยแพร่ หรือตรวจสอบความคิดได้ อันจะมีส่วนช่วยท�ำให้นักวิจัยได้แนวทางไปปรับปรุงโครงการวิจัยให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น บทความวิจัยจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการวิจัยที่นักวิจัยน�ำเสนอก่อนรายงานการวิจัย และเป็นสารสนเทศที่ทันเหตุการณ์มากกว่ารายงานการวิจัยที่มีการเผยแพร่เมื่อเสร็จสิ้นโครงการวิจัย และประการที่สาม บทความวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่ตามมาตรฐานสากลส่วนใหญ่มีคุณภาพสูงกว่ารายงานการวิจัยโดยทั่วไป เพราะการพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยในวารสารวิชาการ หรือการเสนอบทความวิจยในทีประชุมวิชาการนัน ต้องผ่านการตรวจสอบเนือหาสาระและรูปแบบให้ได้ตามเกณฑ์ ั ่ ้ ้มาตรฐานของวารสาร หรือคณะกรรมการจัดการประชุม บทความวิจัยมีความส�ำคัญต่อนักวิจัย และต่อแวดวงวิชาการ เช่นเดียวกับรายงานการวิจัย นักวิจัยที่เขียนบทความวิจัยได้อาศัยบทความวิจัยของนักวิจัยอื่นในการสร้างผลงานของตน และจากการเขียนบทความวิจัยก็ได้นำเสนอความรู้ความคิดใหม่ๆ รวมทั้งได้ตรวจสอบความคิดของตนไปด้วยในขณะเดียวกัน �นอกจากนี้บทความวิจัยนั้นยังมีส่วนช่วยจุดประกายความคิดให้นักวิจัยได้สร้างผลงานใหม่สืบเนื่องต่อกันไปด้วย ดังนั้นบทความวิจัยจึงเป็นเอกสารทางวิชาการที่มีคุณค่ามากส�ำหรับนักวิชาการทุกคน โดยเฉพาะนักวิจัยและมีบทบาทส�ำคัญยิ่งในฐานะที่เป็นตัวเชื่อมความรู้ในอดีตกับความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัยในการสร้างเสริมองค์ความรู้ทางวิชาการ* ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.นงลักษณ์ วิรัชชัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7
  8. 8. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัย นักวิจัยซึ่งส่วนใหญ่ตระหนักถึงคุณค่าความ ไม่ว่าจะเป็นบทนิพนธ์ ภาคนิพนธ์ บทความวิจัยส�ำคัญของบทความวิจัย ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ รายงานการวิจย และวิทยานิพนธ์ มีลกษณะส่วนใหญ่ ั ัของนั ก วิ จั ย ทุ ก คนที่ จะต้ องเขี ย นบทความวิ จัย ที่ มี คล้ า ยคลึ ง กั น ต่ า งกั น ในรายละเอี ย ดปลี ก ย่ อ ยคุณภาพตามมาตรฐานสากล และสามารถเผยแพร่ได้ ซึ่ ง เป็ น ส่ ว นที่ ต ่ า งกั น เนื่ อ งจากลั ก ษณะเอกสารในระดับนานาชาติ บทความวิจัยนั้นแม้ว่าจะมีสาระ ประเภทต่างกันและรูปแบบการน�ำเสนอคล้ายคลึงกับรายงานการวิจย ั สมาคมวิชาชีพได้ก�ำหนดรูปแบบการเขียนแต่การเขียนบทความวิจยมีขอจ�ำกัดในเรืองความยาว ั ้ ่ เอกสารวิชาการ สถาบันการศึกษาและกองบรรณาธิการและมี ห ลั ก เกณฑ์ เ กี่ ย วกั บ คุ ณ ภาพตามมาตรฐาน วารสารได้นามาเป็นต้นแบบ จัดท�ำข้อก�ำหนดรูปแบบที่กองบรรณาธิการวารสารก�ำหนด ท�ำให้การเขียน การเขียนเอกสารวิชาการ รวมทังบทนิพนธ์ ภาคนิพนธ์ ้บทความวิจัยมีลักษณะพิเศษต่างไปจากการเขียน หรือวิทยานิพนธ์ และจัดท�ำคู่มือการเขียนเอกสารรายงานการวิจัย การน�ำเสนอสาระที่ชัดเจน แต่สั้น วิชาการส�ำหรับผูเกียวข้องยึดถือปฏิบติ โดยทีรปแบบ ้ ่ ั ู่กะทัดรัด รัดกุม และถูกต้องตามมาตรฐานสากล ของเอกสารวิชาการประเภทบทความวิจัยมีลักษณะจึงเป็นหัวใจส�ำคัญของการเขียนบทความวิจัย ใน เฉพาะที่ แ ตกต่ า งจากเอกสารวิ ช าการประเภทอื่ นปั จ จุ บั น นี้ จึ ง มี บ ทความ ต� ำ รา คู ่ มื อ ไม่ น ้ อ ยที่ ใ ห้ ดังนั้นกองบรรณาธิการผู้จัดท�ำวารสารวิชาการเพื่อข้อแนะน�ำในการเขียนบทความวิจัย เอกสารฉบับนี้ พิมพ์เผยแพร่บทความวิจย จึงจัดท�ำข้อก�ำหนดรูปแบบ ัผู้เขียนมุ่งหมายน�ำเสนอรูปแบบและลักษณะของ การเขียนบทความวิจัยให้นักวิจัยยึดถือปฏิบัติเมื่อบทความวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่ในวารสารตามมาตรฐาน ต้องการส่งบทความวิจัยของตนลงพิมพ์ในวารสารสากล โดยแยกน�ำเสนอเนื้อหาเป็นสามตอน คือ วิชาการรูปแบบของบทความวิจัย ลักษณะของบทความวิจัย รูปแบบการเขียนบทความวิจัยตามมาตรฐานและแนวทางการเขียนบทความวิจัย ดังรายละเอียด สากล ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันนี้มีสองแบบ คือในแต่ละตอนต่อไปนี้ รูปแบบแนววิทยาศาสตร์ (Scientific Style) และ รูปแบบแนวมานุษยวิทยา (Humanities Style) ส�ำหรับ ตอนที่ 1 รู ป แบบของบทความวิ จั ย รูปแบบแนววิทยาศาสตร์ที่นิยมใช้กัน คือรูปแบบ(Format or Styles of Research Article) ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกน (American Psychological ั เมื่ อ กล่ า วถึ ง รู ป แบบของเอกสารวิ ช าการ Association = APA) ซึงเป็นทีรจกกันในชือว่า APA ่ ่ ู้ ั ่Rosenthal, R. และ Rosnow, R.L.(1996) อธิบาย style หรือรูปแบบ APA ส่วนรูปแบบแนวมานุษยวิทยาว่า รูปแบบมีความหมายครอบคลุมถึงกระบวนการ ที่นิยมใช้กันมีสองแบบ รูปแบบแรกคือ รูปแบบตามรวบรวมสารสนเทศ การก�ำหนดโครงร่าง (Outline) คู ่ มื อ ของสานั ก พิ ม พ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ชิ ค าโก (Theของเอกสาร เทคนิ ค การเขี ย น และการจั ด พิ ม พ์ University of Chicago Press’s Manual of Style)เอกสาร ตลอดจนลี ล าการเขี ย น การสะกดค� ำ ซึงเขียนโดย K.L. Turabian ผูทำหน้าทีตรวจรูปแบบ ่ ้ � ่เครืองหมายวรรคตอน การเสนอตาราง การเสนอภาพ ่ วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด รูปแบบนี้ประกอบ อัญประภาษ (Quotation) ภาคผนวก การ เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Turabian or Chicago styleอ้างอิง (Reference) บรรณานุกรม (Bibliography) หรือรูปแบบชิคาโก รูปแบบที่สอง คือรูปแบบของและเชิงอรรถ (Footnote) รูปแบบของเอกสารวิชาการ สมาคมภาษาสมั ย ใหม่ (Modern Language 8
  9. 9. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัยAssociation = MLA) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า ยกเว้ น ในการพิ ม พ์ บ ทคั ด ย่ อ หั ว ข้ อ หั ว ตารางMLA style หรือรูปแบบ MLA บทความวิจัยไม่ว่า หมายเหตุท้ายตาราง ซึ่งไม่ต้องย่อหน้าจะใช้รูปแบบ APA, Chicago หรือ MLA มีลักษณะ 1.2 การพิมพ์หมายเลขหน้า เอกสารส่วนใหญ่คล้ายกันมีแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ทุกหน้าต้องมีการพิมพ์เลขหน้าเรียงล�ำดับตั้งแต่หน้าบางประการ ดังนั้นบทความวิจัยตามมาตรฐานสากล ชื่อเรื่องโดยพิมพ์ที่มุมบนขวาของหน้า หน้าที่พิมพ์ปัจจุบันนี้จึงใช้รูปแบบ APA, Chicago หรือ MLA รูปภาพหรือตารางทีจะแทรกในบทความให้เรียงไว้หลัง ่เช่ น เดี ย วกั บ คู ่ มื อ การพิ ม พ์ วิ ท ยานิ พ นธ์ ข องนิ สิ ต สุดโดยไม่ตองใส่เลขหน้า ทุกหน้าในรายงานต้องพิมพ์ ้บั ณ ฑิ ต ศึ ก ษา บั ณ ฑิ ต วิ ท ยาลั ย จุ ฬ าลงกรณ์ ชื่อเรื่องอย่างสั้น (Short Title) ของบทความไว้มหาวิทยาลัย (2536) ซึ่งก�ำหนดรูปแบบการพิมพ์ บรรทัดแรกชิดด้านขวาของหน้ากระดาษ ต่อด้วยวิ ท ยานิ พ นธ์ ไ ว้ ใ ห้ ใ ช้ ไ ด้ ทั้ ง สามรู ป แบบ เนื่ อ งจาก หมายเลขหน้า ชือเรืองย่อควรเป็นค�ำส�ำคัญในชือเรือง ่ ่ ่ ่รู ป แบบการพิ ม พ์ มี ก ารเปลี่ ย นแปลงข้ อ ก� ำ หนด 2-3 ค�ำ ชือเรืองอย่างสันนีตางกันกับชือเรืองอย่างย่อ ่ ่ ้ ้ ่ ่ ่ในการพิมพ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้นักวิจัยจัดพิมพ์ ที่จะต้องพิมพ์ในบทความหน้าชื่อเรื่องด้วยคอมพิวเตอร์ได้สะดวกมากขึ้น ประกอบกับ 1.3 การพิมพ์เครื่องหมายวรรคตอนรายละเอียดของรูปแบบบทความวิจยมีมาก ดังจะเห็น ั APA ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการพิมพ์เครื่องหมายได้ จ ากความหนาของคู ่ มื อ การพิ ม พ์ วิ ท ยานิ พ นธ์ วรรคตอนใหม่เพื่อความสะดวกในการพิมพ์บทความนอกจากนี้นักวิจัยและนิสิตบัณฑิตศึกษาส่วนใหญ่ วิจยด้วยคอมพิวเตอร์ ปัจจุบนนีการพิมพ์เครืองหมาย ั ั ้ ่คุนเคยกับข้อก�ำหนดในคูมอการพิมพ์วทยานิพนธ์แล้ว ้ ่ ื ิ วรรคตอนทุกชนิดจึงมีการเว้นระยะห่างหนึ่งตัวอักษรในทีนผเขียนจึงกล่าวเฉพาะรูปแบบการพิมพ์บทความ ่ ี้ ู้ (หนึ่ ง เคาะ) หลั ง เครื่ อ งหมายวรรคตอนทุ ก ชนิ ดวิจัยที่ส�ำคัญโดยสังเขปดังนี้ ยกเว้นกรณีต่อไปนี้ 1. รูปแบบการพิมพ์โดยทั่วไป - ไม่ต้องเว้นระยะห่างส�ำหรับการพิมพ์ การพิมพ์บทความวิจัยโดยทั่วไป นักวิจัย มหัพภาค (Full Stop or Period) ‘.’ ในอักษรย่อ เช่นต้องจัดรูปแบบการพิมพ์ตามข้อก�ำหนดของวารสาร a.m., พ.ศ. และจุดทศนิยม เช่น 0.543วิชาการ หรือการประชุมวิชาการ ในกรณีที่ไม่มีการ - ไม่ต้องเว้นระยะห่างส�ำหรับการพิมพ์ก�ำหนดควรใช้รูปแบบ APA (APA, 2000) ซึ่ง ทวิภาค (Colon) ‘:’ เช่น ในอัตราส่วน 6:7ก�ำหนดรูปแบบการพิมพ์ดังนี้ - การพิมพ์เครืองหมายยัตภงค์ (Hyphen) ่ ิั 1.1 การตังค่าหน้ากระดาษ ใช้กระดาษ ้ ‘-’ ไม่ตองเว้นระยะห่าง เช่น Trial-by-Trial Analysis, ้ขนาด A4 (8 นิ้วครึ่ง คูณ 11 นิ้ว) เว้นขอบหน้า เรณู-ปัญญากระดาษด้านบน ด้านล่าง ด้านขวา และด้านซ้าย - การพิ ม พ์ เ ครื่ อ งหมายจุ ด ไข่ ป ลา1 นิว (รูปแบบเดิมก�ำหนดให้เว้น 1 นิวครึง) การพิมพ์ ้ ้ ่ (Dotted Line) ‘…’ หรือ เส้นประ (Dash Line) ‘- -’ให้ใช้ Double Space ทั้งหมด รวมทั้งการเว้นระยะ ไม่ต้องเว้นระยะห่าง เช่น Studies-Published andบรรทัดหลังจากการพิมพ์หวเรือง หัวข้อ ฯลฯ การพิมพ์ ั ่ Unpublished-are…ให้ใช้การพิมพ์ชิดขอบกระดาษด้านซ้ายโดยไม่มีการ 1.4 การแก้ ไ ขข้ อ ความที่ พิ ม พ์ ผิ ดตัดค�ำ ดังนั้นข้อความด้านขวาจะไม่เป็นขอบเสมอกัน นั ก วิ จั ย ควรตรวจและพิ สู จ น์ อั ก ษรอย่ า งละเอี ย ดการพิมพ์ทุกย่อหน้า (Paragraph) ให้ย่อหน้าครึ่งนิ้ว รอบคอบ พยายามอย่าให้มีที่ผิด ในกรณีที่มีการ 9
  10. 10. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัยพิมพ์ผดควรแก้ไขด้วยคอมพิวเตอร์และพิมพ์หน้านัน ิ ้ 4. หน้าเนื้อเรื่อง (Text Pages)ใหม่ ในกรณีที่จ�ำเป็นเมื่อส่งบทความวิจัยไปแล้วและ เนื้ อ เรื่ อ งของบทความวิ จั ย เริ่ ม ต้ น ในต้องการแก้ไขที่ผิดให้พิมพ์เอกสารหน้านั้นพร้อมค�ำ หน้าที่สามของบทความวิจัย โดยมีชื่อเรื่องอย่างสั้นที่ถูกต้องเหนือค�ำที่ผิด อย่าลบ อย่าใช้ยาลบค�ำผิด และหมายเลขหน้าพิมพ์ไว้ที่บรรทัดแรกมุมขวาของหรือเขียนขีดฆ่าค�ำหรือข้อความ หน้า พิมพ์ชื่อเรื่องเต็ม (ไม่มีชื่อผู้เขียนบทความวิจัย) 2. รูปแบบการพิมพ์หน้าชื่อเรื่อง (Title ไว้กลางหน้ากระดาษ จากนั้นเป็นเนื้อหาสาระของPage) บทความวิจัย โดยปกติหัวข้อแรกของบทความวิจัย Rosenthal,R. และ Rosnow, R.L. เป็ น บทนาซึ่ ง นั ก วิ จั ย มื อ อาชี พ ไม่ นิ ย มพิ ม พ์ หั ว ข้ อ(1996); APA (2000) อธิบายว่าหน้าชื่อเรื่องของ ของบทน�ำ แต่เริ่มพิมพ์เนื้อหาสาระเลย รูปแบบของบทความวิจัยมีส่วนประกอบส�ำคัญ 3 ส่วน ส่วนแรก การพิมพ์เนื้อเรื่องของบทความวิจัยส่วนใหญ่เหมือนคือ ส่วนชือเรืองอย่างสันและหมายเลขหน้า พิมพ์ชด ่ ่ ้ ิ กับการพิมพ์วิทยานิพนธ์ ต่างกันที่การพิมพ์ตารางด้านขวา (เว้นขอบกระดาษหนึ่งนิ้ว) ส่วนที่สอง คือ และภาพประกอบ ในวิทยานิพนธ์นักวิจัยพิมพ์ตารางส่วนชื่อเรื่องย่อ (Abbreviated Title) ของบทความ และภาพประกอบแทรกไปในเนื้อหา แต่ในบทความหรือ ส่วนหัวกระดาษที่พิมพ์ติดต่อกัน (Running วิจัยนั้นเพื่อความสะดวกในการจัดท�ำวารสาร ควรHead) เป็นชื่อเรื่องบทความตัดตอนมา 15-20 ตัว พิมพ์ตารางและภาพประกอบแยกจากเนื้อหา และอักษร พิมพ์ไว้บรรทัดแรกชิดด้านซ้าย (เว้นขอบ ใช้ข้อความว่า ‚ใส่ตารางที่ - ตรงนี้ (Insert Table-กระดาษหนึ่งนิ้ว) ส่วนที่สาม คือ ส่วนชื่อเรื่อง ชื่อ About Here) แทรกตรงต�ำแหน่งที่ตารางควรจะอยู่ผู้เขียนบทความวิจัย ต�ำแหน่ง และสถานที่ท�ำงาน การพิมพ์ตารางหรือภาพประกอบที่จะแทรกให้แยกพิมพ์ไว้กลางหน้ากระดาษ หน้าชื่อเรื่องนี้จะเป็นหน้า พิมพ์เป็นตารางหรือภาพละหน้า เพื่อความสะดวกหนึงของบทความวิจยและเป็นหน้าเดียวทีมชอผูเขียน ่ ั ่ ี ื่ ้ ในการจัดท�ำวารสาร นอกจากนี้การพิมพ์สัญลักษณ์และชื่อเรื่องเต็มของบทความวิจัย หน้านี้จะถูกแยก ที่เป็นค่าสถิติให้พิมพ์ด้วยตัวอักษรและขีดเส้นใต้ออกจากตัวบทความเมื่อมีการส่งบทความวิจัยไปให้ เช่น F (1,89) = 135.688, p < .0001 เพื่อผู้จัดบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิอ่านเพื่อตรวจสอบคุณภาพ ท�ำวารสารจะได้ใช้สัญลักษณ์พิเศษในการพิมพ์ต่อไปและให้ความเห็นชอบในการพิมพ์เผยแพร่ 5. หน้ า รายการอ้ า งอิ ง (References) 3. หน้าบทคัดย่อ (Abstracts) บรรณานุกรม (Bibliography) ในหน้าบทคัดย่อบทความวิจัย อันเป็น ส่วนรายการอ้างอิงหรือบรรณานุกรมต้องหน้าที่สองของบทความวิจัย จะมีส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง พิมพ์หน้าใหม่แยกจากส่วนเนื้อเรื่อง โดยมีชื่อเรื่องอย่างสันและหมายเลขหน้าพิมพ์ไว้บรรทัดแรกมุมขวา ้ อย่างสั้นและหมายเลขหน้าพิมพ์อยู่บรรทัดแรกมุมของหน้า มีหวข้อ บทคัดย่อ พิมพ์ไว้กลางหน้ากระดาษ ั ขวาบนของหน้า พิมพ์หัวข้อ รายการอ้างอิง หรือบรรทัดแรก และต่อด้วยส่วนที่เป็นบทคัดย่อซึ่งมี บรรณานุกรม อยู่กลางหน้ากระดาษ ต่อด้วยรายการความยาวประมาณ 100-150 ค�ำ พิมพ์ลงในหนึ่ง เอกสารเรียงตามล�ำดับอักษรโดยพิมพ์รายการอ้างอิงย่อหน้าโดยไม่ต้องย่อหน้า แต่ละรายการโดยย่อหน้าในบรรทัดแรก และพิมพ์ ชิดขอบกั้นหน้าซ้ายในบรรทัดที่สอง เมื่อมีการพิมพ์ ลงวารสารทางกองบรรณาธิการ จะปรับรูปแบบรายการ 10
  11. 11. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัยเป็ น ชิ ด ขอบกั้ น หน้ า ซ้ า ยบรรทั ด แรกและย่ อ หน้ า 5.4 Document available onในบรรทัดต่อไปรวมทั้งจัดพิมพ์แบบ Single Space university program or Web siteในที่ นี้ ผู ้ เ ขี ย นน� ำ เสนอตั ว อย่ า งการเขี ย นรายการ Chou, L. (1993). Technology and Education:อ้างอิง และบรรณานุกรมเฉพาะสิ่งพิมพ์ที่ได้จากสื่อ New wine in new bottles: Choosingอิเล็กทรอนิกส์เท่านัน ผูอานทีสนใจการเขียนรายการ ้ ้ ่ ่ pasts and imagining educationalอ้างอิงและบรรณานุกรมทั่วไป ติดตามศึกษารูปแบบ features. Retrieved August 24, 2000,และตั ว อย่ า งการเขี ย นรายการเอกสารอ้ า งอิ ง from Columbia University, Instituteบรรณานุกรมได้จากคู่มือการเขียนวิทยานิพนธ์ หรือ for Learning Technologies Web Site:คูมอของ APA, Chicago, MLA ตามเอกสารอ้างอิง ่ ื http://www.ilt.colunbia.edu/ท้ายบทความนี้ publications/papers/newwine1.html 5.1 Internet articles based on a 5.5 Electronic copy of a journalprint source article retrieved from databaseVandenBos, G. (2001). Role of reference Borman, W.C. (1993). Role of early supervisory elements in the selection of resources experience in supervisor performance. [Electronic version]. Journal of Journal of Applied Psychology, 78, Bibliographic research, 5, 117-123. 443-449. Retrieved October 23, 5.2 Articles in an internet-only 2000, from PsycARTICLESdatabase.journal 6. หน้าบันทึกผู้เขียนบทความ หรือหน้าFredrickson, B.L. (2000, March 7). Cultivating กิตติกรรมประกาศ positive emotions to optimize health ในกรณี ที่ นั ก วิ จั ย ผู ้ เ ขี ย นบทความวิ จั ย And well-being. Prevention & ต้องการแสดงความขอบคุณที่ได้รับความช่วยเหลือ Treatment, 3, Article 0001a. ในการผลิตบทความวิจัยครั้งนี้ หรือต้องการให้ต�ำบล Retrieved November 20, 2000, ทีอยูเพือการติดต่อสอบถาม แลกเปลียนประสบการณ์ ่ ่ ่ ่ fromhttp://journals.apa.org/prevention/ จากเพือนนักวิจย ให้พมพ์แยกไว้ในหน้าบันทึกผูเขียน ่ ั ิ ้ volume3/ Pre003001a.html. โดยต้องมีชื่อเรื่องย่อพิมพ์ไว้บรรทัดแรกมุมขวาบน 5.3 Stand-alone document, no เช่นเดียวกับหน้าอื่น ๆauthor identified, no date รายละเอียดของการเขียนบทความวิจัยGVU’s 8th WWW user survey. (n.d.). Retrieved ให้ถูกต้องตามแบบมีอีกมาก นอกจากจะติดตามจาก August 8, 2000, from http://www. หนั ง สื อ คู ่ มื อ แล้ ว การศึ ก ษาจากบทความวิ จั ย ใน cc. gatech.edu/guv/usersurvey/survey วารสารวิชาการที่มีมาตรฐานย่อมจะช่วยให้นักวิจัย 1997-10/ สามารถเขียนบทความวิจัยให้มีแบบการเขียนและ การพิมพ์ที่ถูกต้องได้โดยไม่ยากนัก 11
  12. 12. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัย ตอนที่ 2 ลักษณะเนือหาสาระของบทความ ้ ต้องเป็นการเสนอวิธีการวิเคราะห์ทางสถิติที่เป็นวิธีวิจัย (Content of Research Article) การใหม่ หรือการประยุกต์วิธีการเดิมในแนวทางใหม่ บทความวิ จั ย มี เ นื้ อ หาสาระแบบเดี ย วกั บ วารสาร AERJ รับบทความที่เป็นการวิเคราะห์เชิงรายงานวิจยทัวไป แต่ลกษณะของเนือหาสาระมีความ ั ่ ั ้ ทฤษฎี แ ละการศึ ก ษาเชิ ง ประจั ก ษ์ ท างการศึ ก ษากระชับรัดกุม (Terse) มีแบบฉบับที่ให้สารสนเทศ อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจและ/หรือการพัฒนาใน(Informative Style) และมีมาตรฐานเฉพาะเจาะจง กระบวนการและผลผลิตทางการศึกษา บทความ(Particular Standard) สูงกว่าลักษณะของเนื้อหา ต้องอ�ำนวยประโยชน์ต่อผู้อ่านในวงกว้างทั้งนักวิจัยสาระในรายงานการวิจัยทั่วไป เนื่องจากการน�ำเสนอ นักปฏิบัติ ตลอดจนนักการศึกษา และผู้บริหารการบทความวิจัยมีความจ�ำกัดของจ�ำนวนหน้าในวารสาร ศึกษา การเสนอบทความในวารสารแยกเป็นสองส่วนและมีความจ�ำกัดตามเวลาในการน�ำเสนอบทความ ส่ ว นแรกเกี่ ย วกั บ การวิ เ คราะห์ ส ถาบั น และสั ง คมวิจยในการประชุมวิชาการ (Rosenthal และ Rosnow, ั ส่วนที่สองเกี่ยวกับการพัฒนามนุษย์ การสอนและ1991) นอกจากนี้ ลั ก ษณะของเนื้ อ หาสาระของ การเรียน สาหรับวารสาร EEPA รับบทความเน้นการบทความวิจยยังมีจดเน้นแตกต่างกันไปตามข้อก�ำหนด ั ุ ประเมินทางการศึกษา และการวิเคราะห์นโยบายของลักษณะและประเภทของวารสารด้วย ทางการศึกษา ตามความต้องการของผู้อ่านซึ่งเป็น วารสารวิชาการในปัจจุบันนี้ทั้งที่เป็นวารสาร ผู ้ เ ชี่ ย วชาญทางด้ า นการประเมิ น และการก� ำ หนดสิ่งพิมพ์และวารสารอิเล็กทรอนิกส์แยกได้เป็น 3 นโยบายทางการศึกษาทุกสาขาอาชีพประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือวารสารวิชาการเฉพาะ วารสารประเภททีสอง คือวารสารแนวปริทศน์ ่ ัทาง เช่น Educational Administration Quarterly, (Review) เช่น Review of Educational ResearchJournal of Educational Psychology, Journal of (RER), Psychological Review และ ComparativeEducational and Behavioral Statistics (JEBS), Education Review วารสารประเภทนี้ ล งพิ ม พ์American Educational Research Journal บทความที่เป็นบูรณาการ (Integration) หรือการ(AERJ), Educational Evaluation and Policy สังเคราะห์ (Synthesis) งานวิจัยหรือแนวคิดทฤษฎีAnalysis (EEPA) วารสารประเภทนีลงพิมพ์บทความ ้ ตลอดจนการพั ฒ นากรอบแนวคิ ด (Conceptua-วิจัยเป็นส่วนใหญ่โดยมีจุดเน้นของลักษณะบทความ lization)ในสาขาวิชาต่างๆ ตามจุดเน้นของวารสารต่างกัน ตัวอย่างเช่น สมาคมวิจัยการศึกษาอเมริกัน เช่ น AERA (1996) ก� ำ หนดว่ า วารสาร RER(American Educational Research Association = รับบทความที่เป็นปริทัศน์เชิงบูรณาการของรายงานAERA, 1996) ก�ำหนดลักษณะของเนื้อหาสาระใน การวิจัยทางการศึกษา หรือการสังเคราะห์งานวิจัยบทความวิจยทีจะลงพิมพ์ในวารสารของสมาคมไว้ตาง ั ่ ่ ในบทความครอบคลุมการปริทัศน์ทฤษฎีสร้างกรอบกัน กล่าวคือ JEBS รับบทความที่แสดงให้เห็นว่า ความคิด การปริทัศน์สังเคราะห์ผลงานวิจัยและการสถิติการศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ได้สร้างเสริม ตี ค วาม ทั้ ง นี้ บ ทความอาจเป็ น เรื่ อ งทางจิ ต วิ ท ยาองค์ความรู้อันน�ำไปสู่การตัดสินใจ และการปฏิบัติ สั ง คมวิ ท ยา ปรั ช ญา รั ฐ ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์อย่างมีวิจารณญาณ สมเหตุสมผล บทความต้องสื่อ มานุษยวิทยา สถิติ ชีววิทยา วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ให้ผู้อ่านทราบได้ว่าสถิติวิเคราะห์ที่เสนอนั้นมีที่ใช้ ก็ได้ แต่ต้องมีประเด็นที่เกี่ยวกับการศึกษาเมือไร เพราะอะไร และใช้อย่างไร สาระของบทความ ่ 12
  13. 13. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัย วารสารประเภทที่ ส ามเป็ น วารสารที่ พิ ม พ์ ในลักษณะอ้างอิงเชื่อมโยงผลงานวิจัยในอดีตโดยชี้เผยแพร่เป็นรายเดือน หรือพิมพ์มากกว่า 6 ฉบับ ให้เห็นว่ามีปัญหาอะไรที่จำเป็นต้องท�ำวิจัยต่อและน�ำ �ต่ อ ปี รั บ เฉพาะบทความวิ ช าการขนาดสั้ น ที่ เ ป็ น เข้าสู่ปัญหาวิจัย ส่วนที่สองกล่าวถึงปัญหาวิจัยและความคิ ด เห็ น แนวคิ ด วิ สั ย ทั ศ น์ การวิ เ คราะห์ วัตถุประสงค์การวิจัย ส่วนที่สาม คือ รายงานเอกสารการอภิป ราย อั นจะก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ทาง ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเฉพาะส่วนที่เป็นทฤษฎีและวิชาการ เช่น Educational Researcher (ER), Phi งานวิจัยที่ส�ำคัญ ซึ่งน�ำไปสู่การสร้างกรอบแนวคิดDelta Kappan เป็นต้น สาหรับเนื้อหาสาระใน ส�ำหรับการวิจยรวมทังสมมุตฐานการวิจย ส่วนทีสเป็น ั ้ ิ ั ่ ี่บทความนั้น AERA (1996) ก�ำหนดว่า ER ซึ่งพิมพ์ รายงานระบุเหตุผลพร้อมเอกสารอ้างอิงในการเลือกเผยแพร่ 9 ฉบับต่อปี รับบทความที่มีความยาว วิธีด�ำเนินการวิจัยที่ใช้ในบทความวิจัยนี้ เพื่อเตรียม5,000-7,000 ค�ำ มีบทคัดย่อขนาด 75-120 ค�ำ ผู้อ่านให้สามารถเชื่อมโยงความคิดกับเนื้อหาสาระซึงเป็นการสังเคราะห์ การปริทศน์ การวิเคราะห์ทเน้น ในส่วนต่อไป ่ ั ี่การตีความ การใช้ประโยชน์ หรือนัยส�ำคัญของการ 3. วิธีการ (Methods)วิจัยและพัฒนาทางการศึกษาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เนื้อหาสาระในส่วนวิธีการ เป็นการให้วารสารประเภทนีลงพิมพ์บทความวิจยบ้างเหมือนกัน รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีด�ำเนินการวิจัย ถ้าเป็นการ ้ ัแม้จะมีสัดส่วนน้อย วิจัยเชิงปริมาณประกอบด้วยการบรรยายลักษณะ เมื่อพิจารณาในภาพรวมโดยไม่ค�ำนึงถึงจุดเน้น ของประชากร กลุ่มตัวอย่างและวิธีการเลือกกลุ่มเฉพาะสาขาของเนื้ อ หาสาระในบทความวิ จั ย ตาม ตัวอย่าง ความสมบูรณ์ของกลุมตัวอย่าง นิยามตัวแปร ่ข้อก�ำหนดของวารสารแต่ละประเภท เนื้อหาสาระของ เครื่องมือวิจัยและคุณภาพเครื่องมือ วิธีการรวบรวมบทความวิ จั ย โดยทั่ ว ไปมี ลั ก ษณะเป็ น แบบเดี ย วกั น และวิเคราะห์ข้อมูล และข้อสังเกตที่ส�ำคัญเกี่ยวกับประกอบด้วยส่วนส�ำคัญ 6 ส่วน ไม่นบรวมส่วนทีเป็นชือ วิธีด�ำเนินการวิจัย ถ้าเป็นการวิจัยเชิงคุณลักษณะ ั ่ ่เรือง ชือและทีทำงานของผูเ้ ขียนบทความวิจย (Rosenthal ประกอบด้วยการบรรยายสนาม (Field) ที่ศึกษา ่ ่ ่� ัและ Rosnow (1996), Turabian, 1973) ดังนี้ การเลือกและลักษณะของกรณี (Case) ที่ศึกษา 1. บทคัดย่อ (Abstract) ขอบข่ายของข้อมูล วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการ บทคัดย่อเป็นเนือหาสาระส่วนทีนำเสนอ รวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ้ ่ �วัตถุประสงค์การวิจัย วิธีการวิจัย และผลการวิจัย 4. ผลการวิ เ คราะห์ ข ้ อ มู ล (Analysisโดยสรุ ป เพื่ อ ให้ ผู ้ อ ่ า นเห็ น ภาพรวมของงานวิ จั ย Results)ทั้ ง ฉบั บ เนื้ อ หาสาระในส่ ว นนี้ เ ป็ น ข้ อ ความที่ มี เนื้ อ หาสาระในส่ ว นผลการวิ เ คราะห์ค�ำส�ำคัญ (Keywords) ทั้งหมดในบทความวิจัย และ ข้อมูลเริ่มต้นด้วยการบรรยายว่า ผู้วิจัยจะเสนอผลเป็นข้อความสั้น กะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อ การวิเคราะห์ขอมูลอย่างไร จากนันจึงเป็นการน�ำเสนอ ้ ้ 2. ส่วนน�ำ (Introduction) ผลการวิเคราะห์พร้อมทั้งการตีความ ในส่วนนี้มีการ เนื้อหาสาระในส่วนน�ำของบทความวิจัย น�ำเสนอตารางและภาพประกอบเท่าที่จ�ำเป็น ทั้งนี้ประกอบด้วยส่วนส�ำคัญ 4 ส่วน ส่วนแรกเป็นการ ผลการวิเคราะห์ที่ส�ำคัญในตารางหรือภาพต้องมีการบรรยายให้ผู้อ่านได้ทราบว่า บทความวิจัยนี้พัฒนา บรรยายในส่วนที่เป็นข้อความด้วย มิใช่การเสนอมาจากผลงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง และ ตารางหรือรูปโดยไม่มีการบรรยายน�ำมาสูปญหาวิจยอย่างไร การเขียนส่วนน�ำนิยมเขียน ่ ั ั 13
  14. 14. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย รูปแบบ และลักษณะของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ ในวารสารตามมาตรฐานสากลปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2555) นงลักษณ์ วิรัชชัย 5. ก า รอ ภิ ป รา ยและ/หรื อ ก า รสรุ ป ตอนที่ 3 แนวทางการเขียนบทความวิจัย(Discussion and/or Conclusion) การเขียนบทความวิจัย มีแนวทางการเขียน บทความวิจัยในส่วนการอภิปราย และ/ ไม่แตกต่างจากการเขียนเอกสารวิชาการอืน ๆ นักวิจย ่ ัหรือ การสรุป เป็นการบรรยายสรุปข้อค้นพบทีได้จาก ่ จะเขี ย นบทความวิ จั ย ได้ ดี ก็ ต ่ อ เมื่ อ ได้ ท� ำ งานวิ จั ยการวิจัยประกอบกับการอธิบายว่าข้อค้นพบมีความ ที่มีคุณภาพดีประการหนึ่ง และเมื่อนักวิจัยตระหนักขัดแย้ง/สอดคล้องกับสมมุติฐานวิจัย และผลงาน ถึ ง วั ต ถุ ป ระสงค์ ข องการเขี ย นบทความวิ จั ย แล้ ววิจัยในอดีตอย่างไร พร้อมทั้งเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น มุ่งหมายเขียนบทความวิจัยให้สัมฤทธิ์วัตถุประสงค์ในตอนสุ ด ท้ า ยเป็ น การอภิ ป รายข้ อ จ� ำ กั ด หรื อ นั้นโดยมีรูปแบบการเขียนหรือการพิมพ์ถูกต้องตามข้อบกพร่อง ข้อดีเด่น ซึ่งน�ำไปสู่ข้อเสนอแนะในทาง ที่ก�ำหนดไว้ ในที่นี้ผู้เขียนจะไม่กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติ และข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป การด�ำเนินการวิจัย แต่จะกล่าวถึงเฉพาะแนวทางการ 6. ส่วนอ้างอิงและผนวก (References เรียบเรียงและน�ำเสนอรายงานวิจยในรูปบทความวิจย ั ัand Appendes) เท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปมีแนวทางปฏิบัติดังนี้ เนื้อหาสาระในบทความวิจัยส่วนสุดท้าย ขั้นตอนที่ 1 ก�ำหนดจุดมุ่งหมายในการได้แก่สวนอ้างอิงและผนวก ส่วนอ้างอิงประกอบด้วย ่ เขียนบทความ นักวิจัยต้องก�ำหนดจุดมุ่งหมายว่าบรรณานุกรม และเชิงอรรถ ตลอดจนบันทึกหรือ จะเขียนบทความวิจัยเพื่อพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหมายเหตุของผูวจย ส่วนทีเป็นผนวกคือส่วนทีผวจย ้ิั ่ ่ ู้ ิ ั หรือการประชุมระดับใด ระดับชาติ หรือระดับภูมภาค ิน�ำเสนอสาระที่ผู้อ่านควรได้รับรู้เพิ่มเติมนอกเหนือ หรื อระดับนานาชาติ ผู้อ่านบทความวิจัยเป็นใครจากทีนำเสนอในบทความ เช่น ตัวอย่างเครืองมือวิจย ่ � ่ ั ทั้งนี้เพื่อจะได้วางแนวทางการเขียนบทความวิจัยให้เป็นต้น เมื่อเปรียบเทียบเนื้อหาสาระในบทความวิจัย เหมาะสมกับรายงานการวิจัยโดยทั่วไป จะเห็นได้ว่าความจ�ำกัด ขั้นตอนที่สอง การวางโครงร่าง (Outline)ของเนือทีในวารสารท�ำให้เนือหาสาระในบทความวิจย ้ ่ ้ ั และการเขียนบทความวิจัยฉบับร่าง นักวิจัยผู้เขียนมีขนาดสั้น กะทัดรัดมากกว่ารายงานการวิจัย โดย บทความวิจัยต้องมีความเข้าใจกระจ่างแจ้งในรายงานเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาสาระในส่วนน�ำของบทความ วิจัยที่จะน�ำมาเขียนเป็นอย่างดี และรอบรู้รูปแบบวิจัยจะสั้นและรัดกุมมาก เพราะบทน�ำ และบทที่สอง การเขียนบทความวิจัยจึงจะสามารถเขียนบทคว฀¼

×