บึงฉวาก

533 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

บึงฉวาก

  1. 1. บึงฉวาก
  2. 2. สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มองข้ามไปไม่ได้เมื่อมีโอกาสมาถึงจังหวัดสุพรรณบุรีก็คือ บึงฉวาก เพราะบึงฉวากมีธรรมชาติที่สวยงามและมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ตรงที่มีสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งถือว่าเป็น Under Water World แห่งแรกของประเทศไทย ตามมานะครับ เรามาเที่ยวบึงฉวากกัน แผนผังของบึงฉวาก
  3. 3. บึงฉวาก บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ กินเนื้อที่ระหว่างอำเภอเดิมบาง - นางบวชจังหวัดสุพรรณบุรีไปอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1-3 เมตร กลางบึงเต็มไปด้วยดอกบัวหลวง ทั้งสีขาวและสีชมพู บึงฉวากนั้นเดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้ง ฯพณฯบรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50 ได้จัดสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำขึ้นและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2541 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษาพฤติกรรมสัตว์น้ำที่สำคัญให้กับ นักวิชาการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไป เพื่อปลูกสร้างจิตสำนึกให้รู้จัก และรักษาทรัพยากร อันมีค่ายิ่งของไทย
  4. 4. ภายในบึงฉวากไม่ได้มีแค่เพียงสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ที่นี่ยังมีสวนสัตว์ขนาดย่อม มีกรงนกใหญ่ที่เลี้ยงนกไว้ในสภาพธรรมชาติและให้เราเข้าไปเดินชมกันในกรงได้เลย มีอุทยานผักพื้นบ้าน มีรีสอร์ท ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวสำหรับใครที่ต้องการพักค้างคืน สถานที่ทั้งหลายนี้ตั้งอยู่ตามแนวริมบึง ส่วนสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่หมูหินจะพาไปชมนั้นอยู่ด้านในสุด
  5. 5. พอจอดรถได้ก็เดินมาถึงบริเวณหน้าทางเข้า ก็ต้องมาซื้อบัตรเข้าชมกันก่อน ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ก็คนละ 10 บาท ที่นี่เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน วันธรรมดาเปิดทำให้เข้าชมคั้งแต่เวลา 10 โมงถึง 5 โมงเย็น ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9 โมงถึง 6 โมงเย็น เด็กเล็กสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร ก็เข้าชมกันได้ฟรี ใครขี้เกียจเดินก็สามารถเช่ารถกอล์ฟขับไปได้ เค้ามีไว้บริการเหมือนกัน ราคาถ้าจำไม่ผิด ก็อยู่ที่ ครึ่งชั่วโมง 150 บาท 1 ชั่วโมงก็ 250 บาท หรือถ้าครอบครัวไหนมีผู้สูงอายุหรือผู้พิการมาด้วย เค้าก็มีบริการให้ยืม Wheel Chair กันแบบฟรีๆ
  6. 6. เดินเข้ามาภายในก็จะมีตุ๊กตาดีสนีย์ลูนนี่ตูนคอยยืนยิ้มตอนรับทุกคนที่เข้ามาเยือน เดินเข้ามาเรื่อยๆก็จะมีตากล้องคอยแอบถ่ายรูปเราเพื่อนำไปสกรีนใส่จานทำเป็นของที่ระลึกไว้ให้เราได้ซื้อกลับบ้าน พอมาถึงอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ตัวอาคารจะแบ่งออกเป็น 2 หลัง หลังที่ 1 ซึ่งประกอบด้วยตู้ปลาน้ำจืด ขนาด 30 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 ตู้ และตู้ปลาน้ำจืดขนาด 1 – 3 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 24 ตู้ แต่ด้วยว่าอาคารหลังที่หนึ่งจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำได้เพียง 50 ชนิดเท่านั้น จึงได้จัดสร้างอาคารหลังที่ 2 ขึ้นและทำทางเชื่อมอาคารเข้าหากัน ภายในตัวอาคาร ประกอบด้วย ตู้ปลาขนาดใหญ่ บรรจุน้ำได้ 400 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 ตู้ สามารถเดินดูปลาได้รอบตู้ และมีอุโมงค์ลอดใต้ตู้สามารถชมความเคลื่อนไหวของสัตว์น้ำในตู้จาก อุโมงค์ได้ อุโมงค์มีความยาว ประมาณ 8.5 เมตร อุโมงค์ปลาน้ำจืด ตู้ปลาใหญ่นี้ใช้อะครีลิคในการสร้างตู้ ซึ่งอะครีลิคมีความหนาถึง 88 ม . ม . ( 3.5 นิ้ว ) นอกจากตู้ปลาใหญ่แล้วยังมีตู้ปลาน้ำจืดขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร อีก 30 ตู้ พันธุ์ปลาที่จัดแสดงส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำจืดทั้งพันธุ์ปลาไทยและปลาต่างประเทศ นอกจากนั้นก็ยังมีปลาน้ำเค็มด้วย โดยแสดงไว้ในอาคารทั้งสองหลัง หลังที่ 1 จำนวน 3 ตู้ และในอาคารหลังที่ 2 จำนวน 7 ตู้
  7. 7. ส่วนพันธุ์ปลาน้ำจืดที่น่าสนใจก็มี ปลาบึก ปลากะโห้ ปลาม้า ปลาเสือตอ ปลาช่อนงูเห่า ปลาตาบอด ปลากลับหัว ปลาไหลไฟฟ้า เดินดูปลาไปแต่ละตู้ก็จะมีข้อมูลของปลาในตู้นั้นๆ ให้เราได้อ่านและทำความรู้จักกับมัน เพราะปลาบางชนิด เราก็ไม่ค่อยได้เคยเห็น หรือไม่คุ้นหน้ามันเลยก็มี มาถึงอาคารที่ 2 ที่มีอุโมงค์ขนาดใหญ่ ให้เราได้ดูการเคลื่อนไหวและชีวิตของปลาใต้ท้องน้ำ เหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่ใต้แม่น้ำจริงๆ ปลาแต่ละตัว ตัวใหญ่มาก นึกอยู่ในใจถ้าตกลงไป มันจะกินเราไม๊เนี่ย อ้อ ! ลืมบอกไปเขากำลังจัดสร้างอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำอาคารที่ 3 ทำเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ทั้งอาคารซึ่งจะเปิดให้เข้าชมได้ต้นปี 2552
  8. 8. ออกมานอกตัวอาคาร เดินไปอีกหน่อยก็จะเป็นบ่อจระเข้ เป็นจระเข้น้ำจืด แต่ละตัวตัวใหญ่มาก บ้างก็นอนอ้าปากเรียงรายอยู่ริมฝั่ง บ้างก็นอนแช่น้ำอยู่ในบ่อ เดินๆไป ขาก็สั่นไปด้วย กลัวว่าถ้าตกลงไปคงไม่เหลือแน่ๆ ทั้งๆที่เค้าก็ทำทางเดินไว้ให้มั่นคง แข็งแรงอยู่แล้ว แต่ขาก็ยังเกร็งๆ อยู่ดี ในบ่อจระเข้นี้ เค้ามีการแบ่งบ่อพักจระเข้ เป็นบ่อฟักไข่ บ่ออนุบาลด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีการแสดงโชว์จระเข้ในวันเสาร์ - อาทิตย์ น่าเสียดายที่หมูหินไปวันธรรมดาเลยไม่ได้ดูโชว์ คงจะหวาดเสียวน่าดู
  9. 10. การเดินทางโดยรถยนต์ เริ่มจากถนนสายตลิ่งชัน – สุพรรณบุรี ( ทางหลวงหมายเลข 340 ) ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 160 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอเดิมบางนางบวช สามารถเข้าได้ 2 ทาง คือ 1 . บนทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 147 ด้านซ้ายมือ จะมีป้ายทางเข้าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ และทางเข้าวัดเดิมบาง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนซอยข้างวัด ข้ามแม่น้ำแล้วตรงไปเรื่อยๆ เมื่อถึง สามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทานให้เลี้ยวขวาไปตามถนนจนพบ สะพานข้ามคลองชลประทานด้านซ้ายมือให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้ว ตรงไปเรื่อยๆ จะถึงบึงฉวาก 2 . บนทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 151 ด้านซ้ายมือ จะมีป้ายทางเข้าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนข้าม สะพานบึงฉวากแล้วตรงไปเรื่อยๆ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลอง ชลประทานให้เลี้ยวขวาไปตามถนน จนพบสะพานข้ามคลองชลประทาน ซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปเรื่อยๆ จะถึงบึงฉวาก

×