Summary Report on "Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey"

1,541 views

Published on

Summary Report on "Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey", September 2013 [in Thai]

Published in: Business
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,541
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
75
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Summary Report on "Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey"

  1. 1. สรุปผลการวิจัยเชิงสำรวจ Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey โดย สถาบันไอเอ็มซี กันยายน 2556 IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 1
  2. 2. ผลการสำรวจแบบย่อ สถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) ภายใต้การสนับสนุนจากสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ได้ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมบุคลากรไอทีไทยเพื่อรองรับเทคโนโลยีก่อกำเนิดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือที่รู้จักกันในนาม “Emerging Technology” จึงได้จัดทำโครงการวิจัยเชิงสำรวจในหัวข้อ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงสภาวการณ์โดยรวมของประเทศในปัจจุบัน และเพื่อ ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาบุคลากรและวงการไอทีของไทยต่อไปในอนาคตโดยเน้นในกลุ่มของบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ใน การพัฒนาซอฟต์แวร์ด้าน Emerging Technology โดยเฉพาะเมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กำลังจะเข้ามามี บทบาทอย่างเต็มที่ทั้งในเชิงความร่วมมือและการแข่งขันในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในปี พ.ศ.2558 วิธีการสำรวจ และภาพรวมของกลุ่มตัวอย่าง การสำรวจข้อมูลดังกล่าวได้ถูกดำเนินการขึ้น ในช่วงระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม พ.ศ.2556 โดยใช้วิธี การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ และวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทั้งนี้ ากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 165 ราย ทางทีมผู้วิจัยได้คัดเลือกตัวอย่างที่สมบูรณ์และมีความสามารถในการสะท้อนภาพรวมที่แท้จริงของวงการบุคลากรไอทีไทย ออกมาได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 89 ราย แบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มบริษัท/หน่วยงานที่ประกอบธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมไอทีเป็น หลัก จำนวน 51 ราย ซึ่งโดยมากจะเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน แต่ก็มีบางบริษัทที่มัพนักงานซอฟต์แวร์ อยู่ระหว่าง 101-500 คน ส่วนกลุ่มที่สองที่ทำการสำรวจคือบริษัท/หน่วยงานที่ประกอบธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มี แผนกไอทีภายในองค์กร อาทิ กลุ่มการเงินการธนาคาร, กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงาน เป็นต้น จำนวน 38 ราย ซึ่งในกลุ่มนี้ โดยมากจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทและโดยเฉลี่ยจะมีพนักงานไอทีอยู่ประมาณช่วง 11-100 คน โดยมีรายละเอียดข้อมูลของบริษัท/หน่วยงานที่ทำการสำรวจมาดังนี้ดังต่อไปนี้ จำแนกกลุ่มตัวอย่างตามประเภทอุตสาหกรรม IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 2
  3. 3. จำแนกกลุ่มตัวอย่างในอุตสาหกรรมไอที ตามมูลค่ารายได้รวมขององค์กร **หมายเหตุ: ผู้ตอบแบบสอบถามบางรายไม่ประสงค์จะเปิดเผยรายได้รวมขององค์กร จำแนกกลุ่มตัวอย่างในอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามมูลค่ารายได้รวมขององค์กร **หมายเหตุ: ผู้ตอบแบบสอบถามบางรายไม่ประสงค์จะเปิดเผยรายได้รวมขององค์กร จำแนกกลุ่มตัวอย่างตามจำนวนพนักงานทั้งหมดขององค์กร IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 3
  4. 4. จำแนกกลุ่มตัวอย่างในอุตสาหกรรมไอที ตามจำนวนของพนักงานไอทีและพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ ภายในองค์กร จำแนกกลุ่มตัวอย่างในอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามจำนวนของพนักงานไอทีและพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ ภายในองค์กร ผลการสำรวจความพร้อมด้านเทตโนโลยีก่อกำเนิด การสำรวจครั้งนี้ได้ศึกษาความพร้อมของบุคลากรทางด้านซอฟต์แวร์ของหน่วยงาน/องค์กร ในประเด็นต่างที่น่าสนใจ อันได้แก่ ทักษะของบุคลากรในด้านภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม, ด้านการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น, ด้าน การพัฒนาซอฟต์แวร์บนคลาวด์เทคโนโลยี และด้านการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิดอื่นๆ รวมถึง ศึกษาทัศนคติที่มีต่อระดับ IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 4
  5. 5. ความสำคัญของเทคโนโลยีต่างๆ, เหตุผลในการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) ในองค์กร, ปัญหาและ อุปสรรค, ทัศนคติที่มีต่อแหล่งการจัดหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิด และข้อเสนอแนะอื่นๆ Computer Programming Language จากผลการสำรวจในหัวข้อด้านทักษะของบุคลากรไอทีไทยที่เกี่ยวข้องกับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียน โปรแกรม (Computer Programming Language) เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมแล้วพบว่า ปัจจุบันองค์กรต่างๆมีบุคลากรในการ พัฒนาซอฟต์แวร์โดยมากใช้ภาษาคอมพิวเตอร์หลักๆสามภาษาคือ PHP, Java และ .NET โดยภาษาทั้งสามได้รับความนิยม เป็นจำนวนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างนั้น ได้แก่ PHP (65.17%), Java (62.92%) และ .NET (61.80%) อีกทั้ง และยังมี แนวโน้มความต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านภาษาเหล่านี้เพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย แต่เมื่อพิจารณาจำนวนนักพัฒนา ซอฟต์แวร์ในแต่ละองค์กรจะพบว่าองค์กรโดยมากจะมีบุคลากรที่สามารถพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ที่ระบุน้อยกว่า 10 คน และ มีเพียงไม่กี่องค์กรที่ระบุว่ามีนักพัฒนามากกว่า 20 คนกล่าวคือ มีเพียง 5 องค์กรที่ระบุว่ามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้าน PHP มากกว่า 20 คน และมีองค์การที่ระบุว่ามีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้าน Java และ .NET มากกว่า 20 คนอย่างละ 10 องค์กร ทั้งนี้ยังพบว่าเริ่มมีหลายหน่วยงานที่ให้ความสนใจกับภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ อย่าง Python และ Ruby มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่เป็นที่ต้องการของบริษัท / หน่วยงานไทย อาทิ C++, COBOL, Delphi เป็นต้น อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่มีการกำหนดแผนงานในการขยายบุคลากรในกลุ่มภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ๆอย่าง ชัดเจนนัก จำนวนกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามบุคลากรด้านภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆที่มีอยู่ในองค์กรในปัจจุบัน IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 5
  6. 6. แนวโน้มการวางแผนงานบุคลากรด้านภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆ ในอนาคต Mobile Application Development สำหรับทักษะของบุคลากรไอทีไทยในหัวข้อการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile Application Development) นั้นพบว่า ในปัจจุบันบริษัท / หน่วยงานไทย ให้ความสนใจกับการพัฒนาโดยใช้ Native Application บนระบบปฎิบัติการ iOS และ Android ในจำนวนที่เท่าเทียมกัน คือ 51.69% ตามมาด้วย Windows (24.72%) นอกจากนี้ยังพบว่าหลายๆ หน่วยงาน เริ่มให้ความสนใจกับการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นแบบ Cross Platform โดยใช้ HTML5 ในจำนวนถึง 50.56% อีกทั้ง ยังมี แนวโน้มการขยายตัวของการวางแผนงานด้านบุคลากรในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นอย่างชัดเจนมากกว่าการขยายตัวใน Emerging Technology อื่นๆ และในกลุ่มของการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นมีความสนใจที่ขยายตัวด้าน iOS มากที่สุด สำหรับในแง่ของจำนวนบุคลากรผลการสำรวจจะออกมาในทำนองเดียวกับจำนวนบุคลากรทางด้านภาษา คอมพิวเตอร์ กล่าวคือองค์กรส่วนใหญรที่มีบุคลากรในการพัฒนาด้านโมบายแอพพลิเคชั่นจะมีบุคลากรทางด้านนี้น้อยกว่า 10 คนในปัจจุบัน และมีเพียงอย่างละ 1 องค์กรที่มีบุคลากรมากกว่า 20 คนในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น ด้าน iOS, Android และ HTML5 IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 6
  7. 7. จำนวนกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามบุคลากรด้านการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มีอยู่ในองค์กรในปัจจุบัน แนวโน้มการวางแผนงานบุคลากรด้านการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในอนาคต Cloud Computing Technology ในปัจจุบัน คลาวด์คอมพิวติ้งเทคโนโลยี (Cloud Computing Technology) ถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่สนใจกัน อย่างกว้างขวางนักในกลุ่มบริษัท / หน่วยงานไทย แต่เมื่อมีการสำรวจแนวโน้มการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud Platform ก็ยัง จัดว่ามีสัดส่วนที่ค้อนข้างน้อย โดยแพลตฟอร์มที่หน่วยงาน/บริษัทมีบุคลากรที่มีทักษะในการพัฒนามากที่สุดคือ Google App IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 7
  8. 8. Engine เพียง 22.47% และ Microsoft Azure จำนวน 19.10% ตามมาด้วย Amazon Web Services (13.48%) และ Heroku (5.62%) โดยพบว่าองค์กรต่างๆจะมีบุคลากรที่พัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud Computing น้อยกว่า 10 คน นอกจากนี้กลุ่ม ตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่มีการกำหนดแผนงานในการขยายบุคลากรในการพัฒนาซอฟต์แวร์บคลาวด์คอมพิวติ้งเทคโนโลยีอย่าง ชัดเจนนัก และพบว่าความต้องการที่จะเพิ่มบุคลากรยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับความด้องการบุคลากรในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทางด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดอื่นๆ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามบุคลากรด้านการพัฒนาคลาวด์คอมพิวติ้งบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีอยู่ในองค์กรใน ปัจจุบัน แนวโน้มการวางแผนงานบุคลากรด้านการพัฒนาคลาวด์คอมพิวติ้งบนแพลตฟอร์มต่างๆในอนาคต IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 8
  9. 9. Other Emerging Technology นอกจากนี้นยังทำการสำรวจทักษะของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบนเทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) อื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของบริษัท / หน่วยงานไทย โดยผลการสำรวจพบว่าองค์กรจะมีบุคลากรที่พัฒนาทาง ด้าน Business Intelligence (BI) มากที่สุด โดยในปัจจุบันมีองค์กรที่มีบุคลากรทางด้านนี้อยู่ถึง 58.42% ตามมาด้วย Facebook Application Development (33.71%), noSQL (21.35%) และ Big Data (17.98%) ทั้งนี้ ความต้องการบุคลากร ที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดเหล่านี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่มี การกำหนดแผนงานในหัวข้อนี้อย่างชัดเจนนัก จำนวนกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในองค์กรในปัจจุบัน แนวโน้มการวางแผนงานบุคลากรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดอื่นๆ ในอนาคต IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 9
  10. 10. ทัศนคติที่มีต่อความสำคัญของเทคโนโลยีก่อกำเนิดต่างๆ ทีมงานยังได้สำรวจทางด้านการให้ความสำคัญของเทคโนโลยีก่อกำเนิดของหน่วยงาน/บริษัทต่างๆ จากผลการ สำรวจพบว่า ค่าเฉลี่ยของทัศนคติที่กลุ่มตัวอย่างโดยรวมที่มีต่อความสำคัญของเทคโนโลยีก่อกำเนิดต่างๆ ด้วยการวัดค่าจาก มาตรวัดคะแนน 5 ระดับ (5-Point Rating Scale) นั้น กลุ่มตัวอย่างเห็นความสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์เทคโนโลยีด้าน Mobile Application (3.80 คะแนน) สูงที่สุด ตามมาด้วย Business Intelligence / Big Data (3.58 คะแนน), Cloud Computing (3.57 คะแนน) และ Social Media (2.97 คะแนน) ตามลำดับ ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ไอที และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ พบว่าแผนกไอทีในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆจะให้ความสำคัญในเทคโนโลยีด้าน Business Intelligence / Big Data และ Social Media มากกว่าในกลุ่มอุตสาหกรรมไอที ทัศนคติที่มีต่อความสำคัญของเทคโนโลยีก่อกำเนิดด้านต่างๆ ของกลุ่มตัวอย่างโดยรวม ทัศนคติที่มีต่อความสำคัญของเทคโนโลยีก่อกำเนิดด้านต่างๆ เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตัวอย่างในกลุ่มอุตสาหกรรม ไอที และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 10
  11. 11. เหตุผลที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิด ทั้งนี้เหตุผลหลักที่กลุ่มตัวอย่างต้องการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) ต่างๆ ภายในองค์กร นั้น พบว่ามีสาเหตุเนื่องจากต้องการสร้างโอกาสทางธุรกิจ และต้องการก้าวให้ทันเทคโนโลยีอยู่เสมอ โดยมีผู้ตอบเป็นจำนวน เท่ากันคือ 78.65% ตามมาด้วยความต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ (60.67%) และมีความพร้อมของบุคลากรอยู่แล้ว (28.09%) นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้เหตุผลอื่นๆ อีกด้วย อาทิ ต้องการลดต้นทุนการบริหารงาน, ดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ, ดำเนินการตามข้อกำหนดของลูกค้า เป็นต้น เหตุผลที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิดในองค์กร ปัญหาในการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิด ปัญหาสำคัญที่กลุ่มตัวอย่างแสดงความคิดเห็นเอาไว้เป็นจำนวนมากที่สุดอย่างโดดเด่นคือ การขาดแคลนบุคลากรที่ มีทักษะความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยีก่อกำเนิด ซึ่งมีจำนวนผู้ตอบถึง 76.40% ตามมาด้วยปัญหาการขาดแคลนแหล่ง ความรู้ / การฝึกอบรม (49.44%), ขาดงบประมาณ (42.70%), เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถก้าวตามได้ ทัน (31.46%), ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ (25.84%), ยังมองไม่เห็นโอกาสทางการตลาด (16.85%) ตามลำดับ ทั้งนี้ กลุ่ม ตัวอย่างยังได้มีการระบุถึงปัญหาอื่นๆ อีกบ้าง อาทิ ผู้บริหารไม่เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีจึงไม่ได้รับการสนับสนุน หรือลูกค้าไม่ ได้ให้ความสนใจกับเทคโลยี เป็นต้น IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 11
  12. 12. ปัญหาที่พบในการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิด ทัศนคติที่มีต่อแหล่งการจัดหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิด ในการจัดหาหรือพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดนั้น จากผลการสำรวจด้วยวิธีการวัดค่าจากมาตรวัด คะแนน 5 ระดับ (5-Point Rating Scale) พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าการพัฒนาบุคลากรไอทีที่มีอยู่เดิมในองค์กรให้มี ทักษะความสามารถเพิ่มขึ้นนั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุด (3.31 คะแนน) ตามมาด้วยการจัดหาบุคลากรใหม่ด้วยตนเอง (3.22 คะแนน), การรับสมัครบุคลากรผ่านทางมหาวิทยาลัย (2.72 คะแนน) และการใช้บริการตัวแทนจัดหาบุคลากร (2.07 คะแนน) ตามลำดับ ทัศนคติที่มีต่อแหล่งการจัดหาและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิด IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 12
  13. 13. ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิด ในการสำรวจครั้งนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้กลุ่มตัวอย่างสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาบุคลกรด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเสนอแนะไปในทิศทางเดียวกัน นั่น คือ ต้องการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเหมาะสม เนื่องจากในปัจจุบันนี้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีก่อกำเนิดของบุคลากรไทยยังมีความคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่เป็นจริงอยู่มาก ดังนั้น จึงควรจะมี การปูพื้นฐานอย่างจริงจังตั้งแต่การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และภาครัฐควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความสนับสนุน ผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดมาตรฐาน หรือการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อการค้นคว้าวิจัย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังควร จะมีการจัดตั้งกลุ่มหรือชุมชนเพื่อเป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยน แบ่งปัน และพัฒนาองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรไอทีของไทยใน ด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดโดยตรงอีกด้วย บทสรุป จากการสำรวจบริษัท/หน่วยงานต่างๆต่อความพร้อมของบุคลากรทางด้านซอฟต์แวร์ในการพัฒนาเทคโนโลยีก่อ กำเนิดพบว่า องค์กรส่วนใหญ่จะมีบุคลากรทางด้านซอฟต์แวร์ไม่มากนัก และให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรแกรม คอมพิวเตอร์ภาษา PHP, Java และ .NET อยู่ โดยองค์กรต่างๆเริ่มมีแผนงานที่ชัดเจนขึ้นในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชั่น โดยให้ความสำคัญการพัฒนาบนแพลตฟอร์มที่หลากหลายทั้ง iOS, Android และ Windows และมีแนวโน้มที่จะให้ความ สำคัญกับ HTML5 มากขึ้น แต่เมื่อพืจารณาความพร้อมขององค์กรในการพัฒนาเทคโนโลยีก่อกำเนิดด้านอื่นๆจะเห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจน ถ้าจะความสนใจบ้างก็จะเป็นทางด้าน Business Intelligence แต่สำหรับความ พร้อมของบุคลากรในการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud Computing ยังมีค่อนข้างน้อย ซึ่งเหตุผลหลักที่องค์กรต่างๆมาให้ความ สนใจทางด้านเทคโนโลยีก่อกำเนิดก็เป็นเพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจและต้องการก้าวให้ทันกับเทคโนโลยี แต่ก็มีอุปสรรคในการ ที่จะหาบุคลากรทางด้านนี้ IMC Institute ผลการวิจัยเชิงสำรวจ “Emerging Technology: Thai IT Professional Readiness Survey” 13

×