Vb 6.0

12,744 views

Published on

เอกสารประกอบการสอน vb6.0

Published in: Education
0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
12,744
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
214
Actions
Shares
0
Downloads
256
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Vb 6.0

  1. 1. Visual Basic 6.0 ครูนพดล กันทอน
  2. 2. ความเป็นมาของ Visual Basic •พัฒนามาจากภาษา QBASIC •เป็นภาษาที่เหมาะกับ การเริ่มต้น •Visual Basic V. 1.0 เมื่อปี 1991
  3. 3. ทำาไมต้องเริ่มที่ Visual Basic 1. ง่ายต่อการเรียนรู้ 2. ความนิยมของตัว ภาษา 3. เป็นซอฟต์แวร์ของ Microsoft
  4. 4. ทำาไมต้องเริ่มที่ Visual Basic 5. Visual Basic for Application (VBA) ในชุด Microsoft Office 6. VB Script Edition ใช้ในการเขียนสร้าง
  5. 5. การเขียนโปรแกรม แบบ Event-driven •การทำางานของ โปรแกรมจะขึ้นอยู่กับ การกระทำากับส่วน ประกอบต่างๆ ของ หน้าต่าง (Window) ของโปรแกรม เช่น ปุ่ม ต่างๆ, เลื่อนเมาส์
  6. 6. การเขียนโปรแกรม แบบ Procedural •โปรแกรมเมอร์ต้อง เขียน Code ควบคุม การทำางานของ โปรแกรมเองทั้งหมด โดยต้องตรวจสอบ
  7. 7. ขั้นตอนการ ออกแบบ โปรแกรม1. ศึกษาความต้องการของ ผู้ใช้ 2. ออกแบบหน้าจอของ โปรแกรม และขั้นตอนการทำางาน ของโปรแกรม 3. เริ่มเขียนโปรแกรม
  8. 8. รุ่นต่างๆ ของ Visual Basic •Learning Edition •Professional Edition •Enterprise Edition
  9. 9. การติดตั้ง โปรแกรม•ระบบปฏิบัติการ Windows 98-XP •CPU Pentium ขึ้นไป •หน่วยความจำา (RAM) 32 MB ขึ้นไป •CD-ROM, Mouse, Keyboard
  10. 10. คุณสมบัติของ Visual Basic • คอมไพเลอร์และการ เขียนโปรแกรมบน Microsoft Windows • หลักการของ OOP (Object Oriented
  11. 11. ส่วนประกอบของ Visual Basic •Object •Properties •Method •Event
  12. 12. Butt on For m Opti on Chec kbox Text box
  13. 13. การเรียกใช้งาน ปุ่ม Start >> Programs >> Microsoft Visual Studio 6.0 >> Microsoft Visual Basic 6.0
  14. 14. ส่วนประกอบของ Visual Basic•แถบ Title Bar •แถบ Menu Bar • แถบ Tool Bar •หน้าต่าง Form Windows –View →Object
  15. 15. ส่วนประกอบของ Visual Basic •หน้าต่าง Project Explorer –View  Project Explorer <Ctrl+R> •หน้าต่าง Properties –View  Properties Window <F4>
  16. 16. ส่วนประกอบของ Visual Basic •หน้าต่าง Form Layout –View  Form Layout Window •แถบเครื่องมือ Toolbox –View  Toolbox
  17. 17. เริ่มต้นการสร้าง Application
  18. 18. การสร้าง Application ใหม่ •File  New Project •เลือก Standard EXE •คลิกปุ่ม OK
  19. 19. การบันทึก Application การบันทึกจะบันทึกแยก ระหว่าง Form กับ Project •File  Save Form หรือ Project •ตั้งชื่อฟอร์ม หรือ ชื่อ project •คลิกปุ่ม Save
  20. 20. การเพิ่ม Form ใหม่ •Project  Add Form หรือ •คลิก Toolbar ในการ เพิ่ม Form
  21. 21. การเพิ่ม Form ที่มี อยู่แล้ว •Project  Add File •เลือกฟอร์มที่ ต้องการ •คลิกปุ่ม Open
  22. 22. ยกเลิก Form ออก •เลือกฟอร์ม •Project  Remove ชื่อForm
  23. 23. การ Run Application •Run  Start หรือ •กดคีย์ F5 หรือใช้ Toolbar
  24. 24. การ Stop Application •Run  End หรือ •ใช้ Toolbar
  25. 25. การกำาหนดฟอร์มที่ รัน •เมนู Project  Project Properties… • แท็บ General •กำาหนดที่ Startup
  26. 26. พื้นฐานที่ในการสร้าง โปรแกรมใน VB6 การสร้างคอนโทรลบน ฟอร์ม การย้ายคอนโทรล การเปลี่ยนขนาด คอนโทรล การลบคอนโทรลออก จากฟอร์ม
  27. 27. พื้นฐานที่ในการสร้าง โปรแกรมใน VB6  การกำาหนดคุณสมบัติของคอนโทรล  กำาหนดที่หน้าต่าง Properties Windows  Object List Box: แสดงรายชื่อของ คอนโทรลทั้งหมดในฟอร์ม  Properties List: แสดงชื่อ คุณสมบัติและค่าที่กำาหนดสำาหรับ คอนโทรลที่เราเลือก  Description Pane: แสดงคำาอธิ บายสั้นๆเกี่ยวกับคุณสมบัติที่เราเลือก
  28. 28. พื้นฐานที่ในการสร้าง โปรแกรมใน VB6  การเขียน Code คำาสั่งเพื่อตอบสนอง ต่อ Event  เปิดหน้าต่าง Code Editor  ด้านซ้ายสำาหรับเลือกชื่อ Object  ด่านขวาสำาหรับกำาหนด Event  ใส่คำาสั่งลงไประหว่างข้อความ Private Sub<ชื่อ คอนโทรล>_<ชื่ออีเว็นต์>เป็นตัวบอกว่าคำาสั่งที่ตอบสนองนั้นเริ่ม
  29. 29. การกำาหนด Properties โดย การเขียนโค้ด Object_Name.Properties_Name = ค่าของ properties เช่น Form1.Caption = "Siam Computer" Form1.FontSize = 20
  30. 30. Properties พื้นฐาน ของ Control •Name •Caption •ForeColor •BackColor •Height, Width •Left ,Top •TabIndex •Enabled •Visible •FontBold,F ontItalic •FontName, FontSize •FontUnderl
  31. 31. การทำางานกับ Form
  32. 32. Properties ของ Form•Name •BackColor •ForeColor •Caption •Enabled •Font •Icon •MinButton •MaxButto n •Height •Width •AutoRedr
  33. 33. Properties ของ Form•MousePointer •MouseIcon ( MousePointer=Custo m ) •Picture •Visible •CurrentX
  34. 34. Method ของ Form Print "ข้อความ" & ตัวแปร Form_Name.Hide Form_Name.Show Form_Name.Cls
  35. 35. การใช้ Method โดยการ เขียนโค้ด Object_Name.Method_Name [พารามิเตอร์ของ Method] เช่น Form1.Print "Siam Computer" Me.Show
  36. 36. Event ของ Form •Activate เมื่อฟอร์ม Activate •Click เมื่อคลิกที่ฟอร์ม •DblClick เมื่อดับเบิ้ลคลิกที่ ฟอร์ม •Load เมื่อเปิดฟอร์มขึ้น
  37. 37. ตัวอย่างงาน Sub Form_Activate( ) Form1.FontSize=20 Print “Test Visual Basic” Print “Siam Computer” End Sub
  38. 38. ตัวอย่างงาน Sub Form_Activate( ) Form1.Font.Size=2 0 Print “Test Visual Basic” ; Print “Siam Computer” CurrentX = 1500 เพิ่ม เซมิโคลอน ( ; )
  39. 39. ตัวอย่างที่ 2 คอนโทรล คุณสมบัติ ค่าที่กำาหนด Form Name Form1 AutoRedraw True CommandButton Name Command1 Caption Clear
  40. 40. ตัวอย่างที่ 2 Sub Form_Activate() Form1.Print “ Form_Activate ” End Sub Sub Form_Click() Form1.Print “ Form_Click ” End Sub Sub Sub Form_DblClick() Form1.Print “Double_Click ” End Sub Sub Form_Resize() Form1.Print “ Form_Resize” End Sub
  41. 41. Object พื้นฐาน ตัวแปรและ Operator
  42. 42. Label (properties) •Name •Alignme nt •AutoSize •BorderSt •BackStyl e •Caption •Left •Top
  43. 43. Text Box (properties) •Name •Text •MaxLen ght •Passwor dChar •ScrollBar s •TabIndex เริ่มที่ 0 •TabStop •ToolTipT
  44. 44. Method Object_Name.SetFocu s กำาหนดให้ cursor ไป focus ที่ Object เช่น Text1.Setfocus Command1.
  45. 45. Properties.. •SelStart กำาหนด ตำาแหน่งเริ่มเลือก •SelLength กำาหนด ความยาวที่ ต้องการเลือกข้อความ
  46. 46. Event •Change เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงที่ Text •GotFocus เมื่อ Text ได้รับ Focus •LostFocus เมื่อ Text สูญเสีย Focus
  47. 47. Command Button (properties) •Name •Caption •Default •Picture •Style
  48. 48. ตัวอย่างงาน หาผลคูณระหว่าง 2 Text Box
  49. 49. Sub Command1_Click() a = Text1.Text b = Text2.Text Label3.Caption = a & " * " & b & " = " & a * b End Sub Source Code
  50. 50. Operator ในการเชื่อม ต่อข้อมูล & และ + ใช้ในการ เชื่อมข้อมูล ' ใช้ในการเปลี่ยนประโยคคำาสั่งเป็น Comment
  51. 51. การเปลี่ยน Font ใน View Code •เพื่อให้หน้าต่าง Code แสดงภาษาไทยได้ •เมนู Tools Option… Editor Format • ในช่อง Font ต้อง เลือก Font ที่ลงท้าย
  52. 52. ทำาไมต้องประกาศ ตัวแปร •เพื่อการทำางานที่ถูก ต้องของโปรแกรม •เมนู Tools Option… Editor  Require
  53. 53. การประกาศตัวแปรและ ค่าคงที่ Dim variable_name As Data_TypeConst const_name = Valueเช่น Dim data1 As Integer
  54. 54. กฎการตั้งชื่อ ตัวแปร•ชื่อตัวแปรต้องขึ้นด้วยตัว อักษร •ชื่อตัวแปรห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร •ใช้ตัวอักษร,ตัวเลขและ _ ผสมกันเป็นชื่อได้ •ห้ามซำ้ากับคำาสงวน เช่น Dim
  55. 55. ชนิดของข้อมูล •Byte 0 ถึง 255 (1 Byte) •Integer  -32,768 ถึง 32,767 (2 Byte) •Long  -2,147,483,648 ถึง 2,147,483,647 (4 Byte)
  56. 56. •Single จำานวนจริงมีทศนิยม (4 Byte) ค่าลบ -3.402823x1038 ถึง -1.401298x10-45 และ ค่าบวก 1.401298x10-45 ถึง 3.402823x1038 •Double  จำานวนจริงมี ทศนิยม (8 Byte) ค่าลบ – 1.79769313486232x10308 ถึง  ชนิดของข้อมูล (ต่อ)
  57. 57. •Date  ข้อมูลวันที่ และเวลา (8 Byte) •String  ตัวอักษร หรือข้อความ •Boolean  ค่าทาง ตรรกะ (2 Byte) ชนิดของข้อมูล (ต่อ)
  58. 58. Operator ทาง คณิตศาสตร์นิพจน์ ความ หมาย + บวก - ลบ * คูณ / หาร หาร จำานวนเต็ม Mod หาร เอาแต่เศษ
  59. 59. ตัวอย่างงาน างานกับ Operator ทางคณิตศาสตร์
  60. 60. Private Sub Command1_Click() Dim a As Integer Dim b As Integer a = Text1.Text b = Text2.Text Label3.Caption = a & " / " & b & " = " & a / b Label4.Caption = a & " " & b & " = " & a b Label5.Caption = a & " mod " & b & " = " & a Mod b
  61. 61. ขอบเขตของตัวแปร (Scope of variable) •ตัวแปรแบบโลคอล (Local) •ตัวแปรแบบโกลบอล (Global) •Private ใช้ได้ทุก โปรแกรมย่อยใน Form ที่ประกาศ •Public ใช้ได้ทุก
  62. 62. Operator ทางการ เปรียบเทียบนิพจน์ ความหมาย = เท่ากับ > มากกว่า > = มากกว่าหรือ เท่ากับ < น้อยกว่า < = น้อยกว่า หรือเท่ากับ < > ไม่เท่ากับ
  63. 63. ตัวอย่างงานางานกับ Operator ทางการเปรียบเทียบ
  64. 64. te Sub Command1_Click() a As String b As String ext1.Text ext2.Text 3.Caption = a & " > " & b & " = " & (a > b 4.Caption = a & " < " & b & " = " & (a < b 5.Caption = a & " = " & b & " = " & (a = b 6.Caption = a & " <> " & b & " = " & (a <> ub
  65. 65. Operator ทางตรรกะ
  66. 66. ลำาดับการคำานวณลำาดับการคำานวณ Arithmetic Comparison Logical Exponentiation (^) Equality (=) Not Negation (-) Inequality (<>) And Multiplication and division (*, /) Less than (<) Or Integer division () Greater than (>) Xor Modulus arithmetic (Mod) Less than or equal to (<=) Eqv Addition and subtraction (+, -) Greater than or equal to (>=) Imp String concatenation (&) Is &
  67. 67. ฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์ Round(number) ใช้ในการปัดจุดทศนิยมให้ เป็นเลขจำานวนเต็ม Int(number) ใช้ในการปัดจุดทศนิยมลงลงให้ เป็นเลขจำานวนเต็ม
  68. 68. ฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์ Rnd[(Number)] Rnd ใช้ในการสุ่มค่าของ ข้อมูล เช่น สุ่มค่าจำานวนเต็ม 0-9 Label1.Caption = Int(Rnd * 9) (Randomize ทำาให้การสุ่ม
  69. 69. ฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์ Sqr(number) ใช้หาค่ารากที่สองของข้อมูล Abs(number) ใช้กำาหนดให้ค่าของข้อมูล เป็นค่าบวก
  70. 70. การทำางานกับฟังก์ชัน ข้อความ InStr([Start],String1,Strin g2,[Compare]) ใช้ค้นหาตัวอักษรใน String Replace(String1,Fin d, Replace) ใช้ค้นหาตัวอักษรใน String แล้วแทนที่ด้วย
  71. 71. การทำางานกับฟังก์ชัน ข้อความ UCase(String) ใช้เปลี่ยน String เป็นพิมพ์ ใหญ่ทั้งหมด LCase(String) ใช้เปลี่ยน String เป็นพิมพ์ เล็กทั้งหมด
  72. 72. ตัวอย่างงาน
  73. 73. Private Sub Text1_Change() Text2.Text = UCase(Text1.Text) Text3.Text = LCase(Text1.Text) End Sub Private Sub Command1_Click() Text1.Text = "" Text1.SetFocus End Sub ตัวอย่างงาน
  74. 74. การทำางานกับฟังก์ชัน ข้อความ Str(Numeric) ใช้แปลง Numeric เป็น StringVal(String) ใช้แปลง String เป็น Numeric
  75. 75. การทำางานกับฟังก์ชัน ข้อความ IsNumeric(String) ตรวจสอบว่าเป็น Numeric หรือไม่ IsDate(String) ตรวจสอบว่าเป็น Date หรือไม่
  76. 76. การทำางานกับฟังก์ชัน ข้อความ LTrim(String) ใช้ตัดช่องว่างทางด้านซ้าย ของ String ออก RTrim(String) ใช้ตัดช่องว่างทางด้านขวา ของ String ออก
  77. 77. การทำางานกับฟังก์ชัน ข้อความ Trim(String) ใช้ตัดช่องว่างทั้งด้านซ้าย และขวาของ String Format(value , "รูป แบบ") ใช้กำาหนดรูปแบบของ ข้อมูล
  78. 78. รูปแบบของวันที่ (Date) •"dd/mm/yy"  "Short Date" •"dd/mmm/yyyy"  "Medium Date" •"dd/mmmm/yyyy" 
  79. 79. การทำางานกับฟังก์ชัน ทางวันและเวลา Now จะให้ค่าวันที่และเวลา ณ ปัจจุบัน Time จะให้ค่าเวลา ณ ปัจจุบัน
  80. 80. รูปแบบของเวลา (Time) •"HH:MM"  "Short Time" •"HH:MM AMPM"  "Medium Time" •"HH:MM:SS"  "Long
  81. 81. ตัวอย่างงาน ตรวจสอบเวลาการทำางาน
  82. 82. Dim a As Date Dim b As Date Sub Command1_Click() a = Time Text1.Text = Format(a, "HH:MM:SS") Text2.Text ="" Label1.Caption ="" End Sub ตัวอย่างงาน
  83. 83. Sub Command2_Click() b = Time Text2.Text = Format(b, "HH:MM:SS") End Sub Sub Command3_Click() Label1.Caption = Format(b - a, "HH:MM:SS") End Sub ตัวอย่างงาน
  84. 84. If…Then…Else Statement If เงื่อนไข Then Statement… Else Statement… End If
  85. 85. Flow-Chart condition Statement ;Statement ; TrueFalse
  86. 86. If…Then… Statement If เงื่อนไข Then Statement…
  87. 87. If…Then…Else Statement If เงื่อนไข Then Statement … Else If เงื่อนไข Then Statement… Elseif เงื่อนไข Then Statement… Elseif เงื่อนไข Then Statement… Else
  88. 88. ตัวอย่างการใช้ ElseIfDim Number, Digits, MyString Number = Text1.Text If Number < 10 Then Digits = 1 ElseIf Number < 100 Then Digits = 2 Else Digits = 3 End If
  89. 89. Unload Statement Unload ObjectName เช่น Private Command1_Click() Unload Form1 'หรือ Unload Me End
  90. 90. End Command End หยุดการรันโปรแกรม เช่น Private Command1_Click() End ' จบการ ทำางาน
  91. 91. ตัวอย่างงาน ตรวจสอบรหัสผ่านte Sub Command1_Click() Text1.Text = "basic" Then Form1.Show Unload Me se Text1.Text = "" Text1.SetFocus nd If Sub Lcase(Tex t1.text)
  92. 92. ตัวอย่างงาน โปรแกรมตรวจสอบรหัสผ่าน
  93. 93. te Sub Command1_Click() Text1.Text = "basic" Then Form1.Show Unload Me se Text1.Text = "" Text1.SetFocus nd If Sub Private Sub Command2_C End End Sub Lcase(Tex t1.text) ตัวอย่างงาน
  94. 94. Select Case StatementSelect Case ตัวแปร Case เงื่อนไข1 หรือ ค่าคงที่1 statement: Case เงื่อนไข2 หรือ ค่าคงที่2 statement: Case Else
  95. 95. Flow-Chart condition value1 …value2 value n else S ; Statement ; S ;Statement ;
  96. 96. ตัวอย่างงาน การตรวจสอบเกรด
  97. 97. ตัวอย่างงาน Private Sub Command1_Clic k() Dim score As Integer Dim grade As
  98. 98. ตัวอย่างงาน Select Case score Case Is >= 80: grade = "A" Case Is >= 70: grade = "B" Case Is >= 60: grade = "C" Case Is >= 50: grade = "D" Case Else: grade = "F" End Select Label3.Caption = Text1.Text & " your grade is " & grade End Sub
  99. 99. Check Box (properties) •Name •Alignmen t •Caption •Value  0 (Unchec ked)  1 (Checke
  100. 100. ตัวอย่างงาน สดงวันที่และเวลา โดยใช้ Check Bo
  101. 101. Sub Check1_Click() eck1.Value = 1 Then bel1.Caption = Format(Now, "HH:M bel1.Caption = "" f b ตัวอย่างงาน
  102. 102. Private Sub Check2_Click() If Check2.Value = 1 Then Label2.Caption = Format(Now,"dd/mmmm/yyy y") Else Label2.Caption = "" End If
  103. 103. Option Button (properties) •Name •Alignm ent •Caption •Value • True (Select) •False (Not Select)
  104. 104. ตัวอย่างงาน อกเพศโดยใช้ Option Button
  105. 105. ตัวอย่างงาน Private Sub Option1_Click() Label1.Caption = "Male" End Sub Private Sub Option2_Click() Label1.Caption = "Female"
  106. 106. ตัวอย่างงาน การคำานวณพื้นที่
  107. 107. Private Sub Option1_Click() Text1.Text = "" Text2.Text = "" Label4.Caption = "" Text1.SetFocus Label1.Caption = "กว้าง" Label2.Caption = "ยาว" Label3.Caption = "พื้นที่
  108. 108. rivate Sub Option2_Click() ext1.Text = "" ext2.Text = "" abel4.Caption = "" ext1.SetFocus abel1.Caption = "ฐาน" abel2.Caption = "สูง" abel3.Caption = "พื้นที่สามเหลี่ยม" nd Sub
  109. 109. Private Sub Command1_Click() Text1.SetFocus If Option1.Value = True Then Label4.Caption = Val(Text1.Text) * Val(Text2.Text) Else Label4.Caption = 0.5 * Val(Text1.Text) * Val(Text2.Text) End If End Sub
  110. 110. Frame (properties) •Name •Caption
  111. 111. ตัวอย่างงาน ค้นหาตำาแหน่งจาก เพศและการศึกษา
  112. 112. การศึกษา ชาย หญิง ปริญญาตรี อาจารย์ เลขา ปวส. ช่าง ประชาสัมพันธ์ ปวช. คนขับรถ แม่ เงื่อนไข
  113. 113. Private Sub Command1_Click() If Option1.Value = True Then If Option3.Value = True Then Label1.Caption = "อาจารย์" ElseIf Option4.Value = True Then
  114. 114. If Option3.Value = True Then Label1.Caption = "เลขา" ElseIf Option4.Value = True Then Label1.Caption = "ประชาสัมพันธ์" ElseIf Option5.Value = True Then Label1.Caption = "แม่บ้าน" End If If Sub
  115. 115. Function MsgBox MsgBox Prompt [,Buttons] [,Title] •Prompt “ข้อความที่ ต้องการแสดง” •Buttons ปุ่มทำางาน และสัญลักษณ์
  116. 116. ตัวอย่าง Message BoxIc on Ti tle Butt ons
  117. 117. vbCritical vbInformation vbExclamation vbQuestion ตัวอย่างของ สัญลักษณ์ (Icon)
  118. 118. Function MsgBox 16/ 32/ 48/ 64 = MsgBox(Prompt [,Buttons] [,
  119. 119. ตัวอย่างการใช้ Msgbox
  120. 120. HScrollBar และ VScrollBar (properties) •N am e Min Max LargeChange SmallChange Scroll Box • Value • SmallChange • LargeChange • Min • Max
  121. 121. Event •Change เมื่อทำาการเลื่อน ที่ LargeChange หรือ SmallChange •Scroll เมื่อทำาการเลื่อน ที่ Scroll Box
  122. 122. ตัวอย่างงานรวจสอบ Properties ของ Scrollbar กำาหนด Properties Min = 0 Max = 100 LargeChange = 1 SmallChange = 2
  123. 123. Sub HScroll1_Change() Label1.Caption = "Value = " & HScroll1.Value End Sub Sub HScroll1_Scroll() Label1.Caption = "Value = " & HScroll1.Value End Sub
  124. 124. การเรียกใช้ค่าสี •Object_Name.Properti es = Color_Name เช่น Label1.ForeColor = VbRed
  125. 125. ตัวอย่างงานปรับแต่งรูปแบบตัวอักษร
  126. 126. ตัวอย่างงาน ปรับแต่งรูปแบบตัวอักษร
  127. 127. Dim data As String Private Sub Form_Load() 'Width = 4125 Height = 1440 End Sub
  128. 128. Private Sub Command1_Click() data = Text1.Text Label2.Caption = data 'Width = 4125 Height = 4080 End Sub
  129. 129. Private Sub Check1_Click() If Check1.Value = 1 Then Check2.Value = 0 Label2.Caption = LCase(data) Else Label2.Caption =
  130. 130. rivate Sub Check2_Click() Check2.Value = 1 Then Check1.Value = 0 Label2.Caption = UCase(data) se Label2.Caption = data nd If nd Sub
  131. 131. Private Sub Check3_Click() If Check3.Value = 1 Then Label2.Font.Italic = True Else
  132. 132. Private Sub Check4_Click() If Check4.Value = 1 Then Label2.Font.Bold = True Else
  133. 133. rivate Sub HScroll1_Change() Label2.Font.Size = HScroll1.Value nd Sub rivate Sub Command3_Click() Width = 4125 Height = 1440 nd Sub
  134. 134. Private Sub Option1_Click() Label2.ForeColor = vbRed End Sub Private Sub Option2_Click() Label2.ForeColor = vbBlue End Sub
  135. 135. rivate Sub Command2_Click() 'Width = 4125 Height = 1440 Text1.Text = Label2.Caption Text1.Font.Bold = Label2.Font.Bold Text1.Font.Italic = Label2.Font.Italic Text1.Font.Size = Label2.Font.Size Text1.ForeColor = Label2.ForeColor nd Sub
  136. 136. การทำางานกับฟังก์ชัน สี QBColor(n) โดย n มีค่าตั้งแต่ 0 - 15 เช่น Label1.BackColor = QBColor(1)
  137. 137. การทำางานกับฟังก์ชัน สี RGB(Red,Green, Blue) โดยค่าสีอยู่ในช่วง 0 - 255 เช่น Label1.BackColor = RGB(0,0,255)
  138. 138. ตัวอย่างงานการผสมสีโดยใช้ Scroll Bars
  139. 139. Sub Form_Load() l1.Caption = "Red = " & HScroll1.V l2.Caption = "Green = " & HScroll l3.Caption = "Blue = " & HScroll3. l4.BackColor=RGB(0,0,0) l4.ForeColor=RGB(255,255,255) b
  140. 140. ub HScroll1_Change() BackColor = RGB(HScroll1.Value, HScroll2.Value, HScroll3.Value) ForeColor = RGB(255 - HScroll1.V 255 - HScroll2.Value, 255 - HScro Caption = "Red = " & HScroll1.Val และ เหตุการณ์ Scroll
  141. 141. ub HScroll2_Change() BackColor = RGB(HScroll1.Value, HScroll2.Value, HScroll3.Value) ForeColor = RGB(255 - HScroll1.V 255 - HScroll2.Value, 255 - HScro aption = "Green = " & HScroll2.Va
  142. 142. ub HScroll3_Change() BackColor = RGB(HScroll1.Value, HScroll2.Value, HScroll3.Value) ForeColor = RGB(255 - HScroll1.V 255 - HScroll2.Value, 255 - HScro aption = “Blue = " & HScroll3.Valu
  143. 143. For…Next Statement For ตัวแปร = ค่าเริ่มต้น To ค่าสุดท้าย [ Step เพิ่ม/ลดค่าตัว แปร ] statement… statement… Next ค่าตัวแปร
  144. 144. ตัวอย่าง For…Next Statement For I = 0 To 100 Step 2 statement… statement… Next I
  145. 145. Flow-Chart for loop Statement ; . . end
  146. 146. ตัวอย่างงาน Private Sub Form_Click() Dim i As Integer For i = 1 To 20 Print i ; Next i End Sub แสดงตัวเลข 1 ถึง 20
  147. 147. Do…Loop Statement Do while (เงื่อนไข) Statemen t : Do Until (เงื่อนไข) Statement : Loop
  148. 148. Do…Loop Statement (ต่อ) Do Statemen t : Loop while Do Statement : Loop Until (เงื่อนไข)
  149. 149. Flow-Chart (Do While) condition TrueFalse Statement ; Statement ; . . . . end
  150. 150. Flow-Chart (Do…Until) Statement ; . . condition FalseTrue
  151. 151. ตัวอย่างงาน แสดงตัวเลข 1 ถึง 20 Private Sub Form_Click() Dim i As Integer i = 1 Do While (i <= 20) Print i i = i + 1 Private Sub Form_Click() Dim i As Integer i = 1 Do Print i i = i + 1 Loop Until (i
  152. 152. ตัวอย่างงาน แสดงตัวเลข 10 ลงไปหา 1 Private Sub Form_Click() Dim i As Integer i = 10 Do While (i >= 1) Print i i = i - 1 Private Sub Form_Click() Dim i As Integer i = 10 Do Print i i = i - 1 Loop Until (i
  153. 153. While…Wend Statement While (เงื่อนไข) statements : Wend
  154. 154. ตัวอย่างงานแสดงตัวเลข 10 ลงไปหา 1 Private Sub Form_Click() Dim i As Integer i = 10 While i > 0 Print i i = i - 1 Wend End Sub
  155. 155. List Box (properties) •Name •Columns •List •ListIndex •Text •ListCount •Sorted •Style – Standard – Checkbox
  156. 156. ตัวอย่าง List Box
  157. 157. Method List1.AddItem “รายการ”, index List1.RemoveIte m indexList1.Clear
  158. 158. With …End With Statement With Object_Name .Properties = Value . Method End With
  159. 159. Goto Statement Goto label Statement … label : Sub Command1_Cl ick() GoTo aa Label1.Captio n = “VB" aa:
  160. 160. On Error Goto… On Error Goto label Statement… label : Statement…
  161. 161. On Error Resume Next On Error Resume Next Statement… Statement…
  162. 162. คำำสั่งกำรทำำงำน ต่อเนื่อง •Resume :ทำำงำนซำ้ำ บรรทัดที่เกิด Error ขึ้น •Resume Next : ทำำงำนบรรทัดถัด
  163. 163. Error Object •เป็น Object ที่จัด เก็บข้อผิดพลำดที่ เกิดขึ้นในโปรแกรม ขณะ Run Time •รูปแบบ
  164. 164. Properties •Number •Descript ion
  165. 165. On…Goto & On… GoSub On expression GoSub destinationlist On expression GoTo destinationlist
  166. 166. ตัวอย่ำงงำน te Sub Command1_Click() n As Integer 1 n GoTo a, b t Sub a: Print "1" Exit Sub b: Print
  167. 167. ตัวอย่ำงงำน กำรย้ำยรำยกำรใน List Sorted = True
  168. 168. ivate Sub Form_Load() List1.AddItem "Widows" List1.AddItem "Word" List1.AddItem "Excel" List1.AddItem "Access" List1.AddItem "Power Point" d Sub หรื อ
  169. 169. Private Sub Form_Load() With List1 .AddItem "Widows" .AddItem "Word" .AddItem "Excel" .AddItem "Access" .AddItem "Power Point" End With End Sub
  170. 170. ate Sub List1_DblClick() st2.AddItem List1.Text st1.RemoveItem List1.ListIndex Sub ate Sub List2_DblClick() st1.AddItem List2.Text st2.RemoveItem List2.ListIndex Sub
  171. 171. ตัวอย่ำงงำนกำรจัดกำรกับ List
  172. 172. Private Sub Command1_Click() If Trim(Text1.Text) <> "" Then List1.AddItem Text1.Text End If
  173. 173. ate Sub Command2_Click() List1.ListIndex >= 0 Then List1.RemoveItem List1.ListIndex List1.ListIndex =0 nd If Sub ate Sub Command3_Click() st1.Clear ' ลบข้อมูลทั้งหมด Sub
  174. 174. ตัวอย่ำงงำนกำรย้ำยข้อมูลใน List 2 List MultiSelect=E xtended
  175. 175. Private Sub Form_Load() List1.AddItem "Pascal" List1.AddItem "Basic" List1.AddItem "C++" List1.AddItem "Delphi" List1.AddItem "Visual
  176. 176. Command1_Click() As Integer n As Integer List1.ListCount 0 While (i < n) List1.Selected(i) Then List2.AddItem (List1.List List1.RemoveItem (i) n = List1.ListCount Else i = i + 1 End If Loop End Sub
  177. 177. Private Sub Command2_Click( ) Dim i As Integer For i = 0 To List1.ListCount - 1 List2.AddItem List1.List(i)
  178. 178. Combo Box (properties) •Name •Style –Dropdown Combo –Simple Combo –Dropdown List โดยทั่วไปใช้งำนเหมือน List B
  179. 179. ตัวอย่ำงงำน กำรเปลี่ยนสีฟอร์มโดยใช้ Combo
  180. 180. ตัวอย่ำงงำน สีเขียวอ่อน สีม่วง สี ทอง
  181. 181. Private Sub Form_Load() Combo1.AddItem "Blue" Combo1.AddItem "Green" Combo1.AddItem “Magenta"
  182. 182. Private Sub Combo1_Click() Select Case Combo1.ListIndex Case 0: Me.BackColor = vbBlue Case 1: Me.BackColor = vbGreen
  183. 183. Function InputBox ตัวแปร = InputBox(Prompt [,Title] [,Default]) Prompt : “ข้อควำมที่ ต้องกำรแสดง” Title : “ข้อควำมที่แสดงที่ หัวของ Box” Default : ค่ำปกติที่ตั้ง
  184. 184. ตัวอย่ำงของ InputBoxTi tle Pro mpt
  185. 185. ตัวอย่ำงงำน ำถำมจำก Question แล้วแสดงว่ำตอบถูก
  186. 186. Dim n As Integer Dim Ans As String Private Sub Form_Load() n = 0
  187. 187. e Sub Command1_Click() = InputBox("วิชำนี้คือวิชำ ?" & Chr "VB, Delphi", "Question") ase(Ans) = "vb" Then = n + 1 If mand2.Enabled = True mand1.Enabled = False ub
  188. 188. te Sub Command2_Click() = InputBox("ตัวอย่ำงนี้ใช้ฟังก์ชันใด r(13) & "MsgBox, InputBox", "Que Case(Ans) = "inputbox" Then = n + 1 d If mmand3.Enabled = True mmand2.Enabled = False Sub
  189. 189. Sub Command3_Click() putBox("ตัวแปรที่ใช้รับค่ำจำกฟังก์ชัน x เป็นตัวแปรชนิดใด ?" & Chr(13) & _ r, String", "Question") se(Ans) = "string" Then n + 1 mand3.Enabled = False 1.Caption = "ท่ำนตอบคำำถำมถูก " & n
  190. 190. DriveListBox (properties) •Name •Drive vent ส่วนใหญ่ใช้ Change เช่น EditPlus
  191. 191. DirListBox (properties) •Name •Path vent ส่วนใหญ่ใช้ Change
  192. 192. FileListBox (properties) •Name •Path •Filename •Pattern เช่น *.exe;*.xls Event ส่วนใหญ่ใช้ Click
  193. 193. ตัวอย่ำงงำนแสดงชื่อไฟล์ และ Path ของไฟล์
  194. 194. Sub File1_Click() Text1.Text = File1.Path Text2.Text = File1.FileName End Sub Drive1_Change() r1.Path = Drive1.Drive Sub Sub Dir1_Change() File1.Path = Dir1.P End Sub
  195. 195. Timer (properties) •Name •Enabled •Interval Event ใช้ Timer
  196. 196. กำรทำำงำนกับฟังก์ชัน ทำงวันและเวลำ Now จะให้ค่ำวันที่และเวลำ ณ ปัจจุบัน Time จะให้ค่ำเวลำ ณ ปัจจุบัน
  197. 197. ตัวอย่ำงงำน นำฬิกำดิจิตอล จำก Timer
  198. 198. Private Sub Timer1_Timer() Label1.Caption = Time End Sub
  199. 199. ตัวแปร Static •เป็นตัวแปรที่ไม่ถูก ทำำลำยหลังจำก จบโปรแกรมย่อย (แต่ละ Event) •รูปแบบ
  200. 200. ตัวอย่ำงงำน นับจำำนวน กำรกดปุ่ม
  201. 201. Private Sub Command1_Click() Static n As Integer n = n + 1 Label1.Caption = "Count = " & n End Sub
  202. 202. ตัวอย่ำงงำนตรวจสอบ Password Dim n As Integer Dim x As
  203. 203. te Sub Command1_Click() n + 1 Case(Text1.Text) = "siam" The orm1.Show nload Me MsgBox("รหัสไม่ถูกต้อง" & Chr( กำรป้อนอีกครั้งหรือไม่", 5, "Answ
  204. 204. < 3 And (x = 4) Then Text1.Text = "" Text1.SetFocus ElseIf x = 2 Then End lse MsgBox "ป้อนรหัสผิด 3 ครั้ง", 0, "Ans End nd If f Sub
  205. 205. คุณสมบัติของ Tim Enabled = False Interval = 510 ใช้ Timer กำำหนดให้ Label เคลื่อนที่ ตัวอย่ำงงำน
  206. 206. ตัวอย่ำงงำน ate Sub Command1_Click() Command1.Caption = "เริ่ม" Then Timer1.Enabled = True Command1.Caption = "หยุด" lse Timer1.Enabled = False Command1.Caption = "เริ่ม" nd If Sub
  207. 207. vate Sub Timer1_Timer() abel1.Left = Label1.Left + 1 d Sub
  208. 208. vate Sub Timer1_Timer() abel1.Left = Label1.Left + 1 f Label1.Left >= Me.Width T Label1.Left = 0 nd If d Sub
  209. 209. Private Sub Command2_Click() Timer1.Interval = Timer1.Interval - 50 End Sub
  210. 210. Private Sub Command2_Click() Timer1.Interval = Timer1.Interval - 50 If Timer1.Interval <= 10 Then Command2.Enabled =
  211. 211. Private Sub Command3_Click() Command2.Enabled = True Timer1.Interval = Timer1.Interval + 50 End Sub
  212. 212. กำำหนดให้ Label วิ่งรอบฟ m fac As String vate Sub Timer1_Timer() fac = "r" Then Label1.Left = Label1.Left + 75 Label1.Top = Label1.Top - 50 If Label1.Top < 0 Then fac = "t" End If Sub Form_Load fac = "b" End Sub
  213. 213. ac = "t" Then el1.Left = Label1.Left + 75 el1.Top = Label1.Top + 50 abel1.Left >= Me.Width - 100 c = "l" If
  214. 214. ac = "l" Then l1.Left = Label1.Left - 50 l1.Top = Label1.Top + 50 bel1.Top >= Me.Height - 10 c = "b" f
  215. 215. seIf fac = "b" Then Label1.Left = Label1.Left - 50 Label1.Top = Label1.Top - 50 If Label1.Left < 0 Then fac = "r" End If d If d Sub
  216. 216. PictureBox (properties) •Name •AutoSize •BorderStyle •Picture ใช้ในด้ำนกรำฟิก
  217. 217. ImageBox (properties) •Name •BorderStyle •Picture •Stretch ใช้แสดงรูปภำพบน Form
  218. 218. Method ของ Picture และ Image LoadPicture(“Directory...ชื่ อไฟล์ภำพ”) เช่น Image1.Picture =LoadPicture("c:cat.jpg")
  219. 219. ตัวอย่ำงงำน เมื่อคลิกฟอร์ม ให้ทำำกำรสลับภำพ
  220. 220. orm_Click() age2.Picture = Picture1.P ture1.Picture = Image1.P age1.Picture = Image2.Pi ub
  221. 221. ตัวอย่ำงงำนแสดงภำพจำกไฟล์ที่เลือก
  222. 222. b Dir1_Change() ile1.Path = Dir1.Path d Sub b Drive1_Change() Dir1.Path = Drive1.Drive d Sub
  223. 223. 1_Click() .Text = File1.Path .Text = File1.FileName e1.Picture = LoadPicture(File1.P "" & File1.FileNa ' ตั้งค่ำที่ Pattern ด้วย b
  224. 224. แก้ปัญหำรูปที่ Root Drive A: แle1_Click() t1.Text = File1.Path t2.Text = File1.FileName le1.Path = "C:" Or File1.Path = "a:" Then ge1.Picture = LoadPicture(File1.Path _ & File1.FileName) age1.Picture = LoadPicture(File1.Path & _ "" & File1.FileName) d If ub
  225. 225. Line (properties) •Name •BorderCo lor •BorderSt yle •BorderWi •X1 •X2 •Y1 •Y2
  226. 226. คำำสั่งในกำรวำดเส้น ตรง line(x1,y1) – (x2,y2),Color ne (500, 200)-(2000, 1000), QBCol
  227. 227. ตัวอย่ำงงำน สร้ำงตำรำงดังรูป
  228. 228. Form_Click() m i As Integer or i = 1 To 4 Line (500, 500 * i)-(2000, 500 * Line (500 * i, 500)-(500 * i, 200 xt i Sub ตัวอย่ำงงำน
  229. 229. Shape (properties) •Name •BackStyl e •BackCol or •BorderC •BorderW idth •FillColor •FillStyle •Shape
  230. 230. ตัวอย่ำงงำน Random Shape
  231. 231. ommand1_Click() pe1.Shape = (Rnd * 5) pe1.FillColor = QBColor(Rnd * pe1.FillStyle = (Rnd * 7) pe1.BorderColor = QBColor(Rn ub
  232. 232. คำำสั่งในกำรวำดวงกลมคำำสั่งในกำรวำดวงกลม Circle(x,y),radius, color เช่น Circle (1000, 1000), 500
  233. 233. ตัวอย่ำงงำนวงกลม ซ้อน
  234. 234. mer1_Timer() As Integer = 1 To 2000 Step 10 le (Me.Width 2, Me.Height 2 (Rnd * 255, Rnd * 255, Rnd * 2 ub
  235. 235. กำรทำำงำนกับ Event ของ Mouse •MouseDown เมื่อกดปุ่ม ของเมำส์ •MouseUp เมื่อปล่อย ปุ่มของเมำส์ •MouseMove เมื่อ เลื่อนเมำส์
  236. 236. กำรใช้ปุ่มบน Mouse พร้อมกับ Shift ตัวแปร Button ตัวแปร Shift 1 ปุ่มซ้ำย 1 กด ปุ่ม Shift ร่วม 2 ปุ่มขวำ 2 กด ปุ่ม Ctrl ร่วม 4 ปุ่มกลำง 4 กด
  237. 237. พำรำมิเตอร์ของเหตุกำรณ์พำรำมิเตอร์ของเหตุกำรณ์ ที่เกี่ยวกับเมำส์ที่เกี่ยวกับเมำส์ Private Sub ชื่อออป เจ็คต์_MouseDown( Button As Integer, _ Shift As Integer, X As Single, Y As Integer) Private Sub ชื่อออป เจ็คต์_MouseMove( Button As Integer, _ Shift As Integer, X As Private Sub ชื่อออป เจ็คต์_MouseUp( Button As Integer, _ Shift As Integer, X As Single, Y As Integer)
  238. 238. ตัวอย่ำงงำน กำำหนดให้ Label เคลื่อนที่ตำม Mouse
  239. 239. Sub Form_MouseMove(Button As In s Integer, X As Single, Y As Single) tion = " Value X = " & X & " Value Y Move X, Y b
  240. 240. ตัวอย่างงาน วาดเส้นโดยใช้ Mouse
  241. 241. Dim d As Boolean Dim CurrentX as Single,CurrentY as Single Sub Form_MouseDown(Button As Integer, _ Shift As Integer, X As Single, Y As Single) d = True
  242. 242. orm_MouseUp(Button As Integ As Integer, X As Single, Y As Si False ub
  243. 243. Sub Form_MouseMove(Button As Integer, _ Shift As Integer, X As Single, Y As Single) If d = True Then Line -(X, Y)
  244. 244. orm_MouseMove(Button As Integer, As Integer, X As Single, Y As Single) = True Then Button = 1 Then Line -(X, Y) se Circle (X, Y), 100, QBColor(Rnd * 15) nd If If ub กดเมาส์ซ้ายค้างวาดเส้น กดเมาส์ ขวาค้างวาดวงกลม
  245. 245. Sub Form_MouseMove(Button As Integer, _ Shift As Integer, X As Single, Y As Single) If d = True Then If Button = 1 And Shift = 1 Then Circle (X, Y), 100, QBColor(Rnd * 15) กดเมาส์ซ้ายค้างวาดเส้น กดเมาส์ซ้าย ค้างพร้อมปุ่ม Shift วาดวงกลม
  246. 246. การใช้ Common Dialog •เมนู Project  Components… –Microsoft Common Dialog Control 6.0
  247. 247. Dialog Open
  248. 248. Dialog Font
  249. 249. Dialog Color
  250. 250. ตัวอย่างงาน การเรียกใช้ Dialog
  251. 251. Common Dialog (properties) •Name •Action •DialogTi tle •Filter •FilterInd ex •Flags •InitiDir •CancelEr ror
  252. 252. Common Dialog (properties) (ต่อ) •FileNam e •FontNam e •FontSize • •FontItalic •FontStrikethru •FontUnderline •Color
  253. 253. Common Dialog (Method) •ShowOp en •ShowSav e •ShowCol or •ShowFon t •ShowHel p
  254. 254. ตัวอย่างการใช้ Filter .Filter= "All Files (*.*)|*.*" .Filter= "All Files (*.*)|*.*|Text Files (*.txt)|*.txt" "All Pictures (*.bmp;*.gif;*.jpg)| *.bmp;*.gif;*.jpg"
  255. 255. Private Sub cmdShowOpen_Click() dlg1.Flags = cdlOFNHideReadOnly dlg1.Filter = "All Files (*.*)| *.*|Text Files" & _ "(*.txt)|*.txt" dlg1.FilterIndex = 2 dlg1.ShowOpen MsgBox dlg1.FileName การเรียกใช้ Dialog Open
  256. 256. Private Sub cmdShowColor_Clic k() dlg1.Flags = cdlCCRGBInit dlg1.ShowColor Label1.ForeColor = การเรียกใช้ Dialog Color
  257. 257. Private Sub cmdShowFont_Click() dlg1.Flags = cdlCFBoth dlg1.ShowFont Label1.FontName=dlg1.Font Name Label1.FontSize=dlg1.FontSi ze Label1.FontBold=dlg1.FontB การเรียกใช้ Dialog Font
  258. 258. Private Sub cmdExit_Click() End End Sub
  259. 259. Private Sub cmdShowSave_Click() dlg1.Flags = cdlOFNHideReadOnly dlg1.Filter = "All Files (*.*)| *.*|Text Files" & _ "(*.txt)|*.txt" dlg1.FilterIndex = 2 dlg1.ShowSave การเรียกใช้ Dialog Save
  260. 260. Private Sub cmdShowPrinter_Cli ck() dlg1.ShowPrinter End Sub การเรียกใช้ Dialog Print
  261. 261. Private Sub cmdShowHelp_Click () dlg1.HelpFile = _ "c:windowshelpw inhlp32.hlp" dlg1.HelpCommand การเรียกใช้ Dialog Help
  262. 262. MDI Form •สร้าง MDI Form •Project  Add MDI Form •เลือก MDI Form •Open Multiple Document Interface
  263. 263. ตัวอย่างงาน การใช้งาน MDI Form MDI Form MDI Child For
  264. 264. การกำาหนดฟอร์มลูกของ MDI Form •ให้กำาหนด Properties  MDIChild ของฟอร์มลูกเป็น True
  265. 265. การสร้างเมนู (Menu) •Tools Menu Editor... Caption : ข้อความที่ จะแสดงเป็นเมนู Name : กำาหนดชื่อ เมนู คลิกปุ่ม  : เพื่อกำาหนด
  266. 266. ตัวอย่างงานสร้างเมนูดังรูป
  267. 267. Caption Name &File mnufile Openform1 mnufor Openform2 mnufor - mnuline Exit mnuexit เมนูไฟล
  268. 268. เมนู Fon Caption Name &Font mnufont 10 mnu10 12 mnu12 15 mnu15 20 mnu20 Color mnucolor Red mnured Green mnugreen Blue mnublue
  269. 269. การเขียนคำาสั่งใน M b mnuform1_Click() orm1.Show d Sub b mnuform2_Click() orm2.Show d Sub Sub mnuexit_Cli End End Sub
  270. 270. สร้าง MDI Form และ เมนู ดังรูป
  271. 271. กำาหนดให้ คุณสมบัติของ Form1 และ Form2
  272. 272. b mnuform1_Click() orm1.Show d Sub b mnuform2_Click() orm2.Show d Sub Sub mnuform3_Clic Form3.Show End Sub Sub mnuexit_Click( End End Sub วามแตกต่างระหว่างฟอร์ม 2 และ 3
  273. 273. Popup Menu •Tools Menu Editor... •กำาหนดรายการเมนูเหมือน การสร้างเมนู โดยรายการ หลักให้ ยกเลิก Visible ออก
  274. 274. ตัวอย่างงาน สร้าง Popmenu Caption Name popup mnupopup Cut mnucut Copy mnucopy Paste mnupasteVisible=False
  275. 275. การเรียกใช้งาน Popup Menu Popupmenu PopupMenu_Name ช่น PopupMenu mnupopup
  276. 276. หนดให้ popup menu แสดงเมื่อคลิก ub Form_MouseDown(Button As Shift As Integer, X As Single, Y As ton = 2 Then opupMenu mnupopup If
  277. 277. โปรแกรมย่อย (Procedure) •Sub (Sub Program) •Function
  278. 278. Sub Program Sub ชื่อโปรแกรมย่อย (parameter) Statement : End Sub
  279. 279. ขอบเขตของ Sub Program •Private Sub ชื่อโปรแกรม ย่อย (parameter) เป็นโปรแกรมที่ใช้ได้ใน Form นั้นๆ •Public Sub ชื่อโปรแกรม ย่อย (parameter) เป็นโปรแกรมที่ใช้ได้ใน ทุกๆ Form
  280. 280. การเรียกใช้ Sub Program Call ชื่อโปรแกรม ย่อย(ค่าที่ส่ง) ชื่อโปรแกรมย่อย(ค่าที่ส่ง) หรื อ
  281. 281. ตัวอย่างงานSub Program แบบไม่มี Parameter
  282. 282. r() BackColor = RGB(HScroll1.Value, HScroll2.Value, HScroll3.Val ForeColor = RGB(255 - HScroll1.V 255 - HScroll2.Value, 255 - HScrol
  283. 283. Private Sub HScroll1_Change() Call Color Label1.Caption = "Red = " & HScroll1.Value End Sub Sub HScroll2_Change() olor l2.Caption = "Green = " & HScroll b
  284. 284. Private Sub HScroll3_Change() Call Color Label3.Caption = "Red = " & HScroll3.Value End Sub
  285. 285. ตัวอย่างงานSub Program แบบมี Parameter
  286. 286. able(r As Integer, c As Integer) As Integer i = 1 To r + 1 ine (500, 500 * i)-(500 * (c + 1), 50 xt i r i = 1 To c + 1 ine (500 * i, 500)-(500 * i, 500 * (r xt i ub
  287. 287. Sub Command1_Click() ls table(Val(Text1.Text), Val(Text 1.Text = "" 2.Text = "" 1.SetFocus b
  288. 288. Function Function ชื่อ function (parameter) As datatype Statement : End Function
  289. 289. การเรียกใช้ Function ตัวแปร หรือ Object = ชื่อ Function(ส่งค่า Parameter)
  290. 290. ตัวอย่างงาน การหาค่า Factorial
  291. 291. ction Fac(n As Integer) As Lon n = 1 Then Fac = 1 lse Fac = n * Fac(n - 1) nd If Function
  292. 292. Sub Command1_Click() ta As Long = Fac(Val(Text1.Text)) 2.Caption = Text1.Text & " != " 1.Text = "" 1.SetFocus b
  293. 293. การประกาศตัวแปร Array Dim ชื่อ ตัวแปร(UpperBound ) As TypeDim Cost(5) As Integer Cost(0) = 20 Cost(5) = val(Text1.Text)
  294. 294. การประกาศตัวแปร Array Dim ชื่อตัวแปร(LBound To UBound) As Type เช่น Dim Score(1 To 4) As Integer Dim Name(97 To
  295. 295. Object แบบ Array ถ้าต้องการใช้ Object แบบ Array ให้ทำาการ คัดลอก Object
  296. 296. ตัวอย่างงาน หาค่าเฉลี่ยโดยใช้ Array คัดลอก Text1 อีก 2 ต
  297. 297. Private Sub Command1_Click() Dim n(2) As Integer Dim i As Integer Dim sum As Integer sum = 0 For i = 0 To 2 n(i) = Val(Text1(i).Text) sum = sum + n(i) Next i Label4.Caption =
  298. 298. การทำางานกับ ฐานข้อมูล
  299. 299. Data Control (properties) •Name •Caption •Connect •DatabaseN ame •RecordSou
  300. 300. Method ของ Record Set •AddNe w •Update •CancelU pdate •Delete •Refresh
  301. 301. Method ของ Record Set•MoveFir st •MoveLa st •MoveNe xt •MovePr evious •FindFirst •FindLast •FindNext •FindPrev ious
  302. 302. การกำาหนดให้ Object อ้าง ข้อมูลในฐานข้อมูลได้ •กำาหนดคุณสมบัติ DataSource DataField
  303. 303. การเขียนคำาสั่งโปรแกรมกับ Data Control •MoveFirst ย้ายไปยัง เรคคอร์ดแรก •MoveLast ย้ายไปยัง เรคคอร์ดสุดท้าย •MoveNext ย้ายไปยัง เรคคอร์ดถัดไป •MovePrevious ย้ายไปยัง การย้ายไปยังเรคคอร์ด ต่างๆ ใน ReccordSet
  304. 304. การเขียนคำาสั่งโปรแกรมกับ Data Control •FindFirst ค้นหาเรคคอร์ด แรกที่ตรงกับเงื่อนไข •FindLast ค้นหาเรคคอร์ด สุดท้ายที่ตรงกับเงื่อนไข •FindNext ค้นหาเรคคอร์ดถัด ไปที่ตรงกับเงื่อนไข •FindPrevious ค้นหา การค้นหาข้อมูลใน ReccordSet
  305. 305. ตัวอย่างงานแสดงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่สร้างขึ้น 1 กำาหนด DatabaseName และ RecordS กำาหนด DataSource และ DataField
  306. 306. e Sub Command1_Click() ' ป 1.Recordset.AddNew 1.SetFocus mand2.Visible = True mand1.Visible = False ub
  307. 307. e Sub Command2_Click() 'ป a1.Recordset.Update mmand1.Visible = True mmand2.Visible = False ub ทำาการรันให้ ปุ่ม OK ซ้อนปุ่ม Add
  308. 308. te Sub Command3_Click() 'ปุ่ม MsgBox("Delete " & Text2.Tex s or No ?", 1, "Check Data") = 1 Then a1.Recordset.Delete a1.Recordset.MoveFirst d If Sub
  309. 309. Private Sub Command4_Click() 'ปุ่ม Find Dim str As String str = "id='" & Text6.Text & "'" Data1.Recordset.FindFir st str If
  310. 310. ให้ใส่ตำาแหน่งที่มีอยู่ใน Database ivate Sub Form_Load() Combo1.AddItem "Manage Combo1.AddItem "Saleman Combo1.AddItem "receptio nd Sub
  311. 311. m t As String vate Sub Command5_Click() 'ปุ่ม Find f Option1.Value = True Then t = "name='" & Text8.Text & "'" ElseIf Option2.Value = True Then If Option4.Value = True Then t = "sex='f'" Else t = "sex='m'" End If
  312. 312. f Option3.Value = True Then = "position='" & Combo1.Text If ta1.Recordset.FindFirst t f Data1.Recordset.NoMatch Th MsgBox "Data Not Found", 16 d If Sub ต่อปุ่ม Find
  313. 313. Sub Command6_Click() 'ปุ่ม Fin 1.Recordset.FindNext t Data1.Recordset.NoMatch Then gBox "End of Data", 32 f b
  314. 314. ตัวอย่างงาน ame และ password เพื่อเข้าไปใช้ Databas in และ password = siam สามารถใช้ Data และ password = masi สามารถใช้ Databa
  315. 315. Command1_Click() ext = "admin" And Text2.Text = "sia .Visible = True .Visible = False t1.Text = "user" And Text2.Text = "m .Visible = True .Command1.Visible = False .Command3.Visible = False .Visible = False
  316. 316. Else MsgBox "Password or User name not Correct", 16 Text1.SetFocus Text1.SelStart = 0 Text1.SelLength = Len(Text1.Text) Text2.Text = "" End If Sub Command2_Click() End End Sub
  317. 317. จบบทเรียน

×