นิเวศวิทยา

24,708 views

Published on

AP Biology ชีววิทยา1 นิเวศวิทยา อ.กวาง

Published in: Education, Technology
2 Comments
8 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
24,708
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
35
Actions
Shares
0
Downloads
299
Comments
2
Likes
8
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • ในกระบวนวิชา 202111 ในส่วนของนิเวศวิทยานี้ ประกอบด้วยหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้ นิเวศวิทยาและชีวาลัย : โดยเนื้อหาในหัวข้อนี้จะเริ่มจากการทำความรู้จักกับวิชานิเวศวิทยา แนวความคิดและสิ่งที่นักนิเวศวิทยาให้ความสนใจ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต เช่น ปัจจัยจำกัด ขอบเขตของพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ ( ชีวาลัย ) และ การกระจายตัวของระบบนิเวศชนิดต่าง ๆ ที่มีอยู่บนโลก หรือที่เรียกว่าชีวนิเวศ นิเวศวิทยาประชากร : การศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน การวัดขนาดและความหนาแน่นของประชากร รูปแบบการกระจายตัวและ ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของประชากร
  • นิเวศวิทยาชุมชีพ โครงสร้างของชุมชีพ ( community structure) ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต (biological interaction) การเปลี่ยนแปลงแทนที่ ( succession) ระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงานและวัฏจักรของสสาร ชีววิทยาการอนุรักษ์ การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต สาเหตุ และผลกระทบ การอนุรักษ์สิ่งมีชีวิต
  • วิชานิเวศวิทยา เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยอยู่โดยอาจเป็นทั้งสิ่งแวดล้อมที่มีชีวิต และ สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต คำว่า ecology เริ่มมีการใช้ครั้งแรกในปี 1869 โดยนักชีววิทยา ชาวเยอรมัน ชื่อ Ernest Haeckel โดยมาจากรากศัพท์ว่า oikos ( ที่อยู่ บ้าน ) และ logos ( วิชา ความรู้ ) รากศัพท์ของคำนี้มาจากคำเดียวกับ economy คือเศรษฐกิจ / เศรษฐศาสตร์ ดังนั้นจึงเหมือนเป็นการศึกษาเศรษฐศาสตร์ของธรรมชาติ โดยสิ่งที่ใช้ในกาแลกเปลี่ยนก็คือพลังงานและสสารที่หมุนเวียนอยู่ในระบบนิเวศนั่นเอง
  • a . gov . au / topics / rangelands / pubs / tracking - changes / images / photos / red_kangaroo . jpg
  •  
  •  
  • นิเวศวิทยา

    1. 1. AP Biology ชีววิทยา I
    2. 2. นิเวศวิทยา อ . ดร . สุทธาธร ไชยเรืองศรี
    3. 3. นิเวศวิทยา <ul><li>นิเวศวิทยาและชีวาลัย </li></ul><ul><li>ขอบเขตและความเป็นมาของนิเวศวิทยา </li></ul><ul><li>ปัจจัยจำกัดและการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต </li></ul><ul><li>ชีวาลัยและชีวนิเวศ (biosphere and biomes) </li></ul><ul><li>นิเวศวิทยาประชากร </li></ul><ul><li>ขนาดและความหนาแน่นของประชากร (population size & density) </li></ul><ul><li>การกระจายตัวของประชากร (population distribution) </li></ul><ul><li>การเปลี่ยนแปลงของประชากร (population dynamics) </li></ul>
    4. 4. นิเวศวิทยา <ul><li>นิเวศวิทยาชุมชีพ </li></ul><ul><li>โครงสร้างของชุมชีพ ( community structure) </li></ul><ul><li>ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต (biological interaction) </li></ul><ul><li>การเปลี่ยนแปลงแทนที่ ( succession) </li></ul><ul><li>ระบบนิเวศ </li></ul><ul><li>องค์ประกอบของระบบนิเวศ </li></ul><ul><li>การถ่ายทอดพลังงานและวัฏจักรของสสาร </li></ul><ul><li>ชีววิทยาการอนุรักษ์ </li></ul><ul><li>การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต สาเหตุ และผลกระทบ </li></ul><ul><li>การอนุรักษ์สิ่งมีชีวิต </li></ul>
    5. 5. <ul><li>Ernest Häckel (1869) </li></ul><ul><li>Ecology Oikos + Logos </li></ul><ul><ul><ul><li>Oikos = Household , Home = บ้าน </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Logos = Knowledge = วิชา , ความรู้ </li></ul></ul></ul>Ecology <ul><li>นิเวศวิทยา </li></ul><ul><ul><li>การศึกษาเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ ระหว่าง สิ่งมีชีวิต และ สิ่งแวดล้อม ที่สิ่งมีชีวิตนั้นอาศัยอยู่ </li></ul></ul>รากศัพท์เดียวกับ economy  economy of nature
    6. 6. Biosphere Landscape Ecosystem Community Population Organisms Organs Cell Genes ระดับองค์ประกอบทางชีวภาพ Ecology
    7. 7. การศึกษาทางนิเวศวิทยา จากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตจนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก <ul><li>Autecology </li></ul><ul><li>ศึกษานิเวศวิทยาของ สิ่งมีชีวิตเพียง species เดียว </li></ul><ul><li>เช่น การศึกษาพื้นที่อาศัย ปัจจัยที่ต้องการ อาหารที่กิน จำนวนประชากร </li></ul>
    8. 8. การศึกษาทางนิเวศวิทยา จากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตจนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก <ul><li>Autecology </li></ul><ul><li> </li></ul>Synecology ศึกษานิเวศวิทยาของสิ่งมีชีวิต มากกว่าหนึ่ง species เช่น การศึกษากลุ่มสิ่งมีชีวิต (community) หรือ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน รวมไปถึงปรากฏการณ์โลกร้อน
    9. 9. ระดับของการศึกษาทางนิเวศวิทยา Autecology Synecology Biosphere Landscape Ecosystem Community Population Organisms Organs Cell
    10. 10. เราอยู่ที่ไหน ?
    11. 11. เราอยู่ที่ไหน ?
    12. 12. ทำไมเราจึงพบสิ่งมีชีวิตบางชนิดในเพียงบางพื้นที่ ? รองเท้านารีช่องอ่างทอง http :// surat . stkc . go . th / node / 171
    13. 13. Red Kangaroo
    14. 14. ปัจจัยที่มีผลต่อการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต <ul><li>ความสามารถในการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต </li></ul><ul><li>อยู่ไม่ได้ หรือไปไม่ถึง </li></ul>
    15. 15. ปัจจัยที่มีผลต่อการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต <ul><li>ความสามารถในการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต </li></ul><ul><li>อยู่ไม่ได้ หรือไปไม่ถึง </li></ul><ul><li>พฤติกรรมและการเลือกถิ่นอาศัย ( habitat) </li></ul>http :// www . flickr . com / photos / somchai2008 / with / 2540836311 /
    16. 16. ปัจจัยที่มีผลต่อการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต <ul><li>ความสามารถในการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต </li></ul><ul><li>พฤติกรรมและการเลือกถิ่นอาศัย ( habitat) </li></ul><ul><li>ความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น </li></ul><ul><li> predator, parasite, competition, pollinator, symbiont </li></ul><ul><li>สภาพแวดล้อม และปัจจัยทางกายภาพ </li></ul>
    17. 17. Limiting Factor ( ปัจจัยจำกัด ) <ul><li>Justus Liebig (1840) </li></ul>การเจริญเติบโตของพืชเมื่อได้รับ Phosphorus (P) และ Potassium (K) ในระดับต่าง ๆ PIII > PII > PI P I K Plant growth ปัจจัยใดมีน้อยปัจจัยนั้นเป็นสิ่งควบคุมการเจริญ P III P II
    18. 18. Liebig’s Law of minimum <ul><li>การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ถูกกำหนด / จำกัด ด้วยปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่มี ปริมาณน้อยที่สุด </li></ul><ul><li>สภาพแวดล้อมใดที่เป็นปัจจัยจำเป็นต่อการเจริญของสิ่งมีชีวิต ถ้ามีอยู่น้อยกว่าจุดวิกฤตของความต้องการของสิ่งมีชีวิตนั้น ถือว่าปัจจัยนั้นเป็น ปัจจัยจำกัด </li></ul>ที่มา : The Fertilizer Handbook/The Fertilizer Institute
    19. 19. Limiting Factor <ul><li>Schelford’s Law of Tolerance </li></ul><ul><li>V.E. Schelford (1913) </li></ul><ul><li>สิ่งมีชีวิตจะมีความสามารถในการทนต่อปัจจัยต่าง ๆ ได้เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้นถ้าปัจจัยดังกล่าวมีระดับที่สูง หรือ ต่ำกว่าจุดวิกฤตของสิ่งมีชีวิตนั้นถือว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยจำกัด </li></ul>
    20. 20. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยจำกัด จุดวิกฤต และขอบเขตความทน ปัจจัยทางกายภาพที่มีผลต่อการเจริญ survival critical point critical point growth reproduction ขอบเขตความทน ปัจจัยจำกัด ปัจจัยจำกัด
    21. 21. ขอบเขตความทน
    22. 22. สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีขอบเขตความทนที่แตกต่างกัน www.asianaquariums.com / guppypic.htm Oxygen ในน้ำ http :// www . famu . org / mayfly / images / pluteus_nym . jpg Euryokous Stenokous
    23. 23. สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันในช่วงอายุที่แตกต่างอาจมีขอบเขตความทนที่ไม่เท่ากัน http :// www . nefsc . noaa . gov / sos / spsyn / af / salmon /
    24. 24. บนโลกของเราสิ่งมีชีวิตจะสามารถอาศัยอยู่ในบริเวณใดได้บ้าง
    25. 25. Biosphere Hydrosphere Lithosphere Atmosphere 9000 m 11000 m ~ 4000 m Mt. Everest Mariana Trench
    26. 26. ปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลง ตามระดับความสูง บนบก 10mm/300m ในน้ำ 760mm/10m <ul><li>ความดัน </li></ul><ul><li>อุณหภูมิ </li></ul>อุณหภูมิที่ลดลงยังมีผลต่อปริมาณน้ำฟ้า และความชื้นของพื้นที่ด้วย http :// acmg . seas . harvard . edu / people / faculty / djj / book / bookchap2 . html
    27. 27. ปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลง ตามระดับความสูง <ul><li>อุณหภูมิ </li></ul>< 4 o C ระดับน้ำทะเล 10mm/300m 760mm/10m <ul><li>ความดัน </li></ul>อุณหภูมิที่ลดลงยังมีผลต่อปริมาณน้ำฟ้า และความชื้นของพื้นที่ด้วย
    28. 28. Biosphere <ul><li>Biome : ชีวนิเวศ ระบบนิเวศชนิดหลัก </li></ul><ul><li>Terrestrial Biomes </li></ul><ul><li>Aquatic Biomes </li></ul>
    29. 29. “ Terrestrial Biomes” <ul><li>ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดชนิดของชีวนิเวศบก </li></ul><ul><li>ตำแหน่งที่ตั้งบนโลก </li></ul><ul><li>ความสูงจากระดับน้ำทะเล </li></ul><ul><li>ภูมิอากาศ  ความชื้น ปริมาณแสง </li></ul>
    30. 30. ปริมาณแสงที่แตกต่าง มีผลอย่างไร ? ตำแหน่งที่ตั้งบนโลก : Latitude
    31. 31. ปริมาณแสงที่แตกต่างมีผลต่อ ... พลังงานที่ได้รับ อุณหภูมิ ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต ตำแหน่งที่ตั้งบนโลก : Latitude
    32. 32. ตำแหน่งที่ตั้งบนโลก : continental / oceanic ความสูงจากระดับน้ำทะเล : Altitude
    33. 34. Biome แบ่งตามลักษณะของสังคมพืช และกลุ่มพืชเด่นของพื้นที่ พืชในแต่ละชีวนิเวศจะมีลักษณะการปรับตัวที่เกิดจากวิวัฒนาการเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
    34. 35. <ul><li>Tundra </li></ul><ul><li> ไม่มีไม้ใหญ่ </li></ul><ul><li> พืชเด่น คือ มอส ไลเคน และพืชขนาดเล็ก </li></ul><ul><li> ปริมาณน้ำฟ้า 100-400 mm/ ปี </li></ul><ul><li> หน้าร้อนสั้น อุณหภูมิต่ำในฤดูหนาวอาจต่ำกว่า - 3 0 o C ( เฉลี่ย < -10 o C) </li></ul><ul><li>Permafrost: ชั้นน้ำแข็งในดิน </li></ul>http :// www . duke . edu / web / nicholas / bio217 / rsf4%20awc7 / caribou_tundra . jpg http://www.astrosurf.org/lombry/bioastro-vie-permafrost.htm http :// www . celsias . com / article / methane - giving - muscle - climate - change /
    35. 36. climatogram http://www.geocities.com/Athens/Parthenon/1020/biome.html http :// www . alaska - in - pictures . com
    36. 37. <ul><li>Taiga / Boreal Forest ป่าสน </li></ul><ul><li>ครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ป่าบนโลก </li></ul><ul><li>อุณหภูมิต่ำ ฤดูร้อนยาวกว่าใน tundra </li></ul><ul><li>อุณหภูมิเฉลี่ย – 5 – 5 o C </li></ul><ul><li>ดินเป็นกรด </li></ul>http://www.geocities.com/Athens/Parthenon/1020/biome.html http :// www . worldexposure . com / taiga / advocacy / index . html http :// ollysuziexpeditions . com / expeditions / seasonal
    37. 38. <ul><li>Taiga / Boreal Forest ป่าสน </li></ul><ul><li>สน (conifer) เป็นพืชเด่น </li></ul><ul><li>ไม่ผลัดใบ ใบรูปเข็ม พุ่มรูปกรวยคว่ำ </li></ul><ul><li>ทนอุณหภูมิต่ำ </li></ul>http :// www . centraliahs . org / personnel / teachers_faculty / science / becker / biome web page / taiga . htm
    38. 39. Deciduous Forest ป่าผลัดใบ <ul><li>ฤดูกาลชัดเจน </li></ul><ul><li>มีฤดูกาลที่ไม่เหมาะสมกับการเจริญของพืช </li></ul><ul><li>พืชมีการปรับตัวโดยการทิ้งใบในฤดูนั้น </li></ul><ul><li>แบ่งเป็น 2 แบบ </li></ul><ul><li>ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น Temperate deciduous forest </li></ul><ul><li>ป่าผลัดใบเขตร้อน Tropical deciduous forest </li></ul>
    39. 40. Temperate deciduous forest ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น ผลัดใบเนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปในฤดูหนาว
    40. 41. Tropical Deciduous Forest ป่าผลัดใบเขตร้อน ผลัดใบจากความแห้งแล้งในฤดูแล้ง ( 4-6 เดือน )
    41. 42. Grassland ทุ่งหญ้า <ul><li>กลุ่มพืชเด่นได้แก่ หญ้า (Gramineae) </li></ul><ul><li>มีปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงหยุดชะงัก ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นป่าได้ </li></ul><ul><li> - ปริมาณน้ำที่พื้นที่ได้รับ ( Precipitation) </li></ul><ul><li> - ไฟ </li></ul>
    42. 43. ทุ่งหญ้า Prairie
    43. 44. ทุ่งหญ้า Savanna
    44. 45. Desert: ทะเลทราย <ul><li>พืชทนแล้ง , CAM </li></ul><ul><li>ปริมาณน้ำฝน < 500mm/ ปี </li></ul><ul><li>อุณหภูมิกลางวัน > 50 o C </li></ul><ul><li>อัตราการระเหยสูง อาจสูงกว่าปริมาณน้ำที่ได้รับ </li></ul>http://www.geocities.com/Athens/Parthenon/1020/biome.html
    45. 46. 2%
    46. 47. http :// www . cs - kaktusy . cz / fotogalerie_2 . htm http :// www . alanbauer . com / desert . htm พืชทะเลทราย ทนแล้ง อวบน้ำ บางชนิดใบลดรูป
    47. 48. Tropical Rainforest ป่าฝนเขตร้อน <ul><li>ไม่มีฤดูกาลที่ชัดเจน อุณหภูมิเฉลี่ย 25 – 30 0 C </li></ul><ul><li>ปริมาณน้ำฝน > 2500mm </li></ul><ul><li>ต้นไม้มีเรือนยอดหลายชั้น </li></ul><ul><li>ความสูงของต้นไม้อาจ >50 m </li></ul><ul><li>ความหลากหลายทางชีวภาพสูง </li></ul>http://www.geocities.com/Athens/Parthenon/1020/biome.html
    48. 49. ไม้ไม่ผลัดใบ ต้นไม้ด้านล่างต้องการแสงน้อย ใบปลายแหลมเรียวเพื่อระบายน้ำ
    49. 50. Ecotone http://www.griffith.edu.au/ins/collections/webb/html/13-54.html พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศ มักมีสิ่งมีชีวิตจากทั้งสองระบบนิเวศเข้ามาอาศัย
    50. 51. การกระจายตัวของชีวนิเวศ <ul><li>ลักษณะสิ่งแวดล้อมทางกายภาพนอกจากจะเปลี่ยนตามตำแหน่งตามเส้น latitude แล้ว ยังเปลี่ยนตามระดับความสูงของพื้นที่ หรือ altitude ด้วย </li></ul><ul><li>ชีวนิเวศที่พบจึงเปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูงด้วย </li></ul>
    51. 52. การกระจายตัวของชีวนิเวศตามระดับความสูง http :// users . rcn . com / jkimball . ma . ultranet / BiologyPages / B / Biomes . html
    52. 53. การกระจายตัวของ Terrestrial Biomes ในพื้นที่ ที่มีปัจจัยทางกายภาพต่างกัน
    53. 54. Aquatic Biomes: ระบบนิเวศในน้ำ <ul><li>ปัจจัยที่มีผลต่อการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน้ำ </li></ul>¾ ของพื้นผิวโลกปกคลุมด้วยน้ำ <ul><li>แสง </li></ul><ul><li>อุณหภูมิ </li></ul><ul><li>ปริมาณออกซิเจน </li></ul><ul><li>ความดัน </li></ul><ul><li>น้ำขึ้น น้ำลง </li></ul><ul><li>ความเค็ม </li></ul><ul><li>ฯลฯ </li></ul>
    54. 55. ชีวนิเวศน้ำ แบ่งตามลักษณะทางกายภาพและเคมีเป็นหลัก
    55. 56. Aquatic Biomes: ระบบนิเวศน้ำ <ul><li>ระบบนิเวศน้ำเค็ม (salinity ~3%) </li></ul><ul><li>ระบบนิเวศน้ำจืด (salinity <1%) </li></ul><ul><ul><li>standing water: ระบบนิเวศน้ำนิ่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>running water: ระบบนิเวศน้ำไหล </li></ul></ul>
    56. 57. Saltwater Biomes
    57. 58. <ul><li>ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง </li></ul><ul><li>อุณหภูมิ ความเค็ม คลื่น </li></ul><ul><li>ปริมาณออกซิเจน และ ธาตุอาหารสูง </li></ul><ul><li>หาดทราย ( ในพื้นที่ที่คลื่นน้อย ) </li></ul><ul><li> สาหร่าย และหญ้าทะเล </li></ul><ul><li>หาดหิน  สาหร่าย </li></ul>Intertidal zone : เขตน้ำขึ้นน้ำลง
    58. 59. Coral Reefs แนวปะการัง <ul><li>Photic zone ทะเลเขตร้อน น้ำใส </li></ul><ul><li>อุณหภูมิ 20-30 o C </li></ul><ul><li>ผู้ผลิต : สาหร่ายในปะการัง </li></ul><ul><li>ความหลากหลายทางชีวภาพสูง </li></ul>http :// www . solcomhouse . com / coralreef . htm
    59. 60. http :// www . coralations . org http :// www . global - warming - awareness2007 . org ปะการัง
    60. 61. Oceanic Pelagic Biome : ทะเลเปิด <ul><li>Photic: Epipelagic </li></ul><ul><li> Mesopelagic </li></ul><ul><li>Aphotic: Bathypelagic </li></ul><ul><li>อิทธิพลจากกระแสน้ำ </li></ul><ul><li>Photic zone ลึกกว่าพื้นที่ใกล้ฝั่ง </li></ul><ul><li>ปริมาณออกซิเจนสูง แต่ธาตุอาหารน้อย </li></ul><ul><li>ผู้ผลิต : Phytoplankton </li></ul>http :// www . i - esprit . com / place - middle . htm http :// upload . wikimedia . org
    61. 62. Marine Benthic Zone <ul><li>Neritic  Abyssal </li></ul><ul><li>light  no light </li></ul><ul><li>ท้องทะเลลึก อุณหภูมิต่ำ ความดันสูง </li></ul><ul><li>ผู้ผลิต : สาหร่าย หญ้าทะเล chemoautotroph prokaryote </li></ul><ul><li>+ อินทรีย์สารจาก pelagic zone </li></ul>
    62. 63. Hydrothermal vent <ul><li>chemoautotroph prokaryote </li></ul><ul><li>H 2 S oxidation </li></ul><ul><li>350°C  3 - 50°C </li></ul>http :// staffwww . fullcoll . edu / tmorris / elements_of_ecology / chapter_4 . htm
    63. 64. Freshwater Biome ระบบนิเวศน้ำจืด
    64. 65. Littoral Zone Limnetic Zone Profundal Zone ระบบนิเวศน้ำนิ่ง Lake Biome
    65. 66. <ul><li>ทะเลสาบและสระน้ำ </li></ul><ul><li>ออกซิเจนกระจายไม่ทั่วแหล่งน้ำ </li></ul><ul><li>ผู้ผลิต พืชน้ำ  phytoplankton </li></ul>ระบบนิเวศน้ำนิ่ง Lake Biome
    66. 67. พืชที่พบในแหล่งน้ำ
    67. 68. Emergent Floating leaved
    68. 69. Submergent Floating plant
    69. 70. <ul><li>ลำธาร และ แม่น้ำ </li></ul><ul><li>ออกซิเจนสูง ( ยกเว้นถ้าสารอาหารมากเกินไป ) </li></ul><ul><li>ได้รับสารอาอินทีย์จากระบบนิเวศบก </li></ul>ระบบนิเวศน้ำไหล Stream Biome http :// www . tiskita - lodge . co . cr / activities /
    70. 71. Estuary Biome

    ×