Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” 18.1.56 ครบ

23,718 views

Published on

ระเบียบและข้อบังคบัว่าดว้ยการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมภิาค“ดิวชิั่น2”

Published in: Sports
  • Be the first to comment

ระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” 18.1.56 ครบ

  1. 1. สารบัญ ระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมภาค “ดิวชั่น 2” ิ ิ ผนวกที่ 1 ระเบี ย บและการลงโทษหรื อ ปรั บ เงิ น ผู้ ก ระท าผิ ด มารยาท และมี พ ฤติ ก รรม ไม่ เ หมาะสมในสนามแข่ ง ขั น ของการแข่ ง ขั น ฟุ ต บอลเอไอเอส ลี ก ภู มิ ภ าค “ดิวิชั่น 2” 2013 รอบแชมป์เปี้ยนลีก 12 ทีมสุดท้าย 2 ระเบียบสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วย “การพิจารณา มารยาท วินัย และข้อประท้วง พ.ศ. 2556” 3 ขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันฟุตบอลลีกของ OFFICIAL COUNTDOWN 4 ตัวอย่างสัญญาจ้าง 5 โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอส ลีกภูมิภาค “ดิวิชน 2” 2013 ั่
  2. 2. 1 ระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” เอกสาร “คู่มือการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ของสมาคมฟุตบอลแห่ ง ประเทศไทย” ได้จัด ทํา ขึ้น มาเพื่อ ใช้ เป็ นเอกสารอ้างอิง ในการอํา นวยการบริห ารและดํ า เนิ น การจั ด การแข่ ง ขั น ฟุ ต บอลอาชี พ ลี ก ภู มิ ภ าคของประเทศไทย ที่ ส มาคมฟุ ต บอลแห่ งประเทศไทยดู แลรับผิ ดชอบ และได้มอบหมายให้คณะกรรมการดูแลรั บผิ ดชอบการจั ดการแข่งขัน เพื่อให้การแข่งขันฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาค มีการพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้นทุกๆ ปีโดยกําหนดแนวทางการปฏิบัติ การแข่งขันไว้ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนธันวาคมในแต่ละปี ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวนั้นจะต้องสอดคล้องกับระยะเวลาของการอนุมัติวงเงินงบประมาณในแต่ละปีด้วยข้อ 1. ชื่อการแข่งขัน : การแข่งขันฟุตบอลเอไอเอส ลีกภูมิภาค“ดิวิชั่น 2” 2013 AIS REGIONALLEAGUE DIVISION 2 - 2013 โดยใช้ชื่อย่อว่า “AIS - RGL 2013”ข้อ 2. คานิยามที่จะใช้ในระเบียบ 2.1 “กกท” หมายถึง การกีฬาแห่งประเทศไทย 2.2 “สมาคม” หมายถึง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.3 “เอเอฟซี” หมายถึง สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯเป็นสมาชิกอยู่ในปัจจุบน ั 2.4 “ฟีฟุา” หมายถึง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯเป็นสมาชิกอยู่ในปัจจุบัน 2.5 “ลี ก ภู มิ ภ าค ดิ วิ ชั่ น 2” หมายถึ ง การแข่ ง ขั น ฟุ ต บอลอาชี พ ของประเทศไทยรายการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอส ลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” 2.6 “สโมสรสมาชิก” หมายถึง สโมสรสมาชิกที่ “ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจัดแข่งขันฯ ให้เข้าร่วมการแข่งขัน ประจําปี 2013” 2.7 “องค์กรสมาชิก” หมายถึง “สโมสรสมาชิก” ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกําหนดที่ประกาศไว้ใน “ประกาศเรื่องมาตรฐานคุณสมบัติของสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ และในประกาศเรื่องมาตรฐานการจัดการแข่งขัน” ได้ลงนามข้อตกลงตามระเบียบข้อบังคับตามรายละเอียด Club Licensing กับทางสมาคมอย่างถูกต้องและครบถ้วน 2.8 คณะกรรมการ “หมายถึง คณะกรรมการจัด การแข่ง ขันฟุต บอลอาชีพเอไอเอสลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” 2.9 “ผู้อํานวยการแข่งขัน” หมายถึง ผู้อํานวยการแข่งขันที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ 2.10 ผู้ประเมิน ศักยภาพผู้ตัดสิน หมายถึง เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้ทําหน้าที่อํานวยการกํากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินตลอดการแข่งขันให้เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับตามที่ได้รับมอบหมาย
  3. 3. 2 2.11 “ผู้ตัดสิน” หมายถึง ผูตดสินของ “สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” ้ั 2.12 “แฟนคลับ” หมายถึง กลุ่มกองเชียร์ หรือผู้สนับสนุนสโมสรสมาชิก ซึ่งอยู่ภายใต้การอํานวยการ และกํากับดูแลการดําเนินกิจกรรมของสโมสรนั้นๆข้อ 3. กฎ กติกา ระเบียบและข้อบังคับทางเทคนิค (TECHNICAL REGULATION) 3.1 กติกาการแข่งขัน ใช้กติกาการแข่งขันฟุตบอลของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA)และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ซึ่งสมาคมได้ประกาศใช้แล้ว 3.2 ให้ ค ณะกรรมการผู้ ตั ด สิ น สมาคมฟุ ต บอลแห่ ง ประเทศไทยฯ โดยประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินของสมาคม และคณะกรรมการจัดการแข่งขันของสมาคมแต่งตั้งผู้ตัดสินผู้ช่วยผู้ตัดสินและผู้ตัดสินที่ 4 ไปทําหน้าที่ไปทําหน้าที่ตัดสินตามวัน เวลา และสนามแข่งขันที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กําหนด โดยถึงสนามแข่งขันก่อนเวลาแข่งขันจะเริ่ มไม่น้อยกว่า24 ชั่วโมง 3.3 ผู้ ตั ด สิ น ต้ อ งทํ า บั น ทึ ก รายงานการแข่ ง ขั น ของแต่ ล ะคู่ ที่ ทํ า การตั ด สิ น แล้ ว ต่ อคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ทันทีที่การแข่งขันจบสิ้นลง หรือภายใน 12 ชั่วโมง หลักจากการแข่งขันสิ้นสุดลง หากบันทึกรายการของผู้ตัดสินมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ให้คณะกรรมการจั ดการแข่งขันฯ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ดําเนินการนําเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา มารยาทวินัย และข้อประท้วงของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยเร็ว ทั้งนี้ โดยให้คณะกรรมการผู้ตัด สินฯ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ที่ผิด ปกติใ ห้ ความร่ ว มมือผลการพิจ ารณาของคณะกรรมการฯ ที่เกี่ ยวข้องดังกล่าวถือว่ายุ ติจะอุทธรณ์มิได้ ทั้งนี้โดยให้ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม 3.4 สโมสรหรือทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องยอมรับผลการตัดสินของผู้ตัดสินในการแข่งขันครั้งนี้ การตัดสินของผู้ตัดสินในระหว่างการแข่งขันถือเป็นสิ้นสุด จะอุทธรณ์มิได้ 3.5 การเปลี่ยนตัวผู้เล่น อนุญาตให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นในระหว่างการแข่งขันในแต่ละแมตช์ได้ไม่เกินทีมละ 3 คน รวมทั้งผู้รักษาประตูโดยผู้เล่นที่จะเปลี่ยนนั้นจะต้องมีชื่ออยู่ในใบรายชื่อประจําการแข่งขันในแต่ละแมตช์ (STARTING LIST) โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ จะส่งให้แก่ผู้อํานวยการแข่งขันก่อนการแข่งขันจะเริ่มไม่น้อยกว่า 90 นาที และผู้เล่นที่เปลี่ยนตัวออกไปแล้ว จะกลับมาแข่งขันอีกไม่ได้ 3.6 ในการแข่งขันแต่ละแมตช์ ถ้าผู้เล่นทีมหนึ่งทีมใด มีจํานวนน้อยกว่า 7 คน แมตช์นนๆ ั้จะต้องถูกยกเลิก และคณะกรรมการจะพิจารณาดําเนินการในขันต่อไปดังระเบียบฯ ที่กําหนดไว้ ้ตามแต่กรณี 3.7 กําหนดการแข่งขัน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ จะเป็นผู้จัดทําโปรแกรมการแข่งขันตลอดฤดูกาล ของการแข่งขันทั้งสองเลก และรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก โดยจะแจ้งให้ทุกทีมได้ทราบล่วงหน้าก่อนในระยะเวลาอันควร หรือไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนการแข่งขันจะเริ่มแข่งขัน 3.7.1 หากมีความจําเป็น และมีเหตุผลอันสมควรอย่างยิ่ง คณะกรรมการ อาจปรับเปลี่ยนแปลง วัน เวลา และสนามแข่งขัน หรือเปลี่ยนแปลงคู่แข่งขัน ได้ตามความเหมาะสม แต่
  4. 4. 3จะต้องแจ้งให้ทีมขององค์กรสมาชิกที่เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนเริ่มการแข่งขัน ในกรณีที่สโมสรหนึ่งสโมสรใดที่เป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน ไม่สามารถดําเนินการจัดการแข่งขันตามวันและเวลาที่กําหนดไว้ได้ จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนเริ่มการแข่งขัน ถ้าสโมสรใดไม่ปฏิบัติตามอาจถูกลงโทษตามข้อกําหนดแนบท้าย 3.7.2 ในวันเวลาที่กําหนด ให้มีการแข่งขัน หากมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น ก่อนวันที่จะมีการแข่งขันและคณะกรรมการวินิจฉัยอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าไม่ควรให้มีการแข่งขัน เช่นสภาพสนามไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้ ดําเนินการแข่งขันได้ หรือสถานการณ์ ณ สนามแข่งขันไม่มีความปลอดภัย หรือเกิดภัยพิบัติจามธรรมชาติ ฯลฯ ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในวันนั้นต้องปฏิบัติตามคําแนะนํา และการตัดสินใจของผู้อํานวยการแข่งขันและหรือคณะกรรมการผู้ตัดสินซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการฯ โดยจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้ 3.8 ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม หรือในระหว่างการแข่งขันก็ตามคณะกรรมการ หรื อ ผู้ แ ทนคณะกรรมการซึ่ ง ทํ า หน้า ที่ เ ป็ น ผู้ ตั ด สิน โดยการร่ว มปรึ ก ษากั บผู้อํานวยการแข่งขัน และคณะผู้ตัด สินอีก 3 ท่าน เพื่อทําการพิจารณาวินิจฉัย สถานการณ์โดยรวมอย่างรอบคอบแล้ว แล้วเห็นว่าไม่ควรให้เริ่มการแข่งขัน หรือไม่ควรให้มีการแข่งขันต่อไปในกรณีที่สภาพสนามไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทําการแข่งขันได้ทั้งในด้านความปลอดภัยต่างๆ อาทิ เกิดเหตุสุดวิสัย เกิดขัดข้องจากระบบไฟฟูาส่องสนาม เกิด ภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่นพายุ ฝนตกหนัก น้ําท่วม ฟูาผ่า หรือเกิดการจลาจล การก่อวินาศกรรม อันเป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ และไม่สามารถดําเนินการแข่งขันต่อไปได้ ให้ยกเลิกการแข่งขัน และจัดการแข่งขันใหม่ภายใน 72 ชั่วโมง หรือโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ จะเป็นผู้กําหนดวัน เวลา และสถานที่ ซึ่งเจ้าภาพจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด อนึ่ง ถ้าเหตุไฟฟูาดับเกิดจากความประมาทเลินเลอของเจ้าภาพ อาทิ ไม่ตรวจสอบระบบไฟฟูา ให้อยู่ในระบบที่สมบูรณ์ตามหลักวิชาการ และหรือไม่ได้มีแผนสํารอง สําหรับการปูองกันในกรณีไฟฟูาดับฉุกเฉิน เช่น ไม่มีเครื่อ งกําเนิดไฟฟูาสํารอง เป็นต้น ให้ปรับทีมเจ้าภาพเป็นฝุายแพ้ด้วยผล 0:2 หรือตามผลที่เกิดขึ้นจริงที่มากกว่า 0:2 แต่ผลการนับประตูได้เสียอันเกิดจากความผิดพลาดของทีมเจ้าภาพ จะไม่นําไปนับคะแนนเกี่ยวกับประตูได้เสีย ในกรณีที่2 ทีมที่มีคะแนนเท่ากัน (Head To Head) 3.9 ระยะเวลาการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ช่วงๆ ละ 45 นาที โดยหยุดพักระหว่างช่วงไม่เกิน 15 นาที 3.10 ระบบการแข่งขัน 3.10.1 ลีก “ดิวิชั่น 2” ใช้วิธีการแข่งขันแบบแบ่งภาค (REGIONAL LEAGUE) โดยจะแบ่งทีม ที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันออกเป็น 6 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มภาคเหนือ กลุ่มที่ 2
  5. 5. 4กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มที่ 3 กลุ่มกรุงเทพฯและภาคกลาง กลุ่มที่ 4 กลุ่มภาคกลางตะวันออก กลุ่มที่ 5 กลุ่มภาคกลางตะวันตก และกลุ่มที่ 6 กลุ่มภาคใต้ 3.10.2 การคัด เลือกทีมลงแข่งขันในกลุ่มใด จะใช้หลักเกณฑ์ทางภูมิศาสตร์ จากภูมิลําเนาของทีม (ในกรณีที่เป็นทีมจังหวัด) เป็นสําคัญและได้รับความเห็นชอบจากสมาคมในการเลือกสังกัดจังหวัดและภูมิภาค ภายใต้ นโยบาย 1 จังหวัด 1 สโมสร ยกเว้นทีมสโมสรที่ได้รับสิทธิการขึ้นชั้นจากฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข ดังที่สมาคมฯ กําหนดไว้ในระเบียบฯ 3.10.3 ในกรณีที่จํานวนทีมในแต่ละกลุ่มภาคมีจํานวนลักลั่นกันมากและไม่สมดุลในจํานวนเกมการแข่งขันทางสมาคมอาจพิจารณาคัดเลือกทีมตามข้อ 3.10.1 และ 3.10.2 ลงไปเล่นในกลุ่มภาคใกล้เคียง หรือเพิ่มประเภทของกลุ่มภาคให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การแข่งขันมีความสมดุลมากขึ้น
  6. 6. 5 กลุ่มภาคเหนือ กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มกรุงเทพฯและภาคกลาง 1 กําแพงเพชร เอฟซี 1 กาฬสินธุ์ เอฟซี 1 กรุงเทพคริสเตียน 2 เชียงราย ซิตี้ (นําร่อง) 2 ชัยภูมิ เอฟซี 2 จามจุรี ยูไนเต็ด 3 เชียงใหม่ เอฟซี 3 นครพนม เอฟซี 3 ไทยฮอนด้า 4 ตาก เอฟซี 4 มหาสารคาม ยูไนเต็ด 4 นนทบุรี เอฟซี 5 นครสวรรค์ เอฟซี 5 มุกดาหาร ซิตี้ 5 นอร์ทกรุงเทพ เอฟซี 6 น่าน เอฟซี 6 ยโสธร ยูไนเต็ด 6 ปากน้ําโพ NSRU FC. 7 พะเยา เอฟซี 7 ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด 7 ม.เกษตรศาสตร์ 8 พิจิตร เอฟซี 8 เลย ซิตี้ 8 ม.เกษมบัณฑิต 9 พิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี 9 ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด (นําร่อง) 9 ราชวิถี10 เพชรบูรณ์ เอฟซี 10 สกลนคร เอฟซี 10 ศุลกากร ยูไนเต็ด11 แพร่ ยูไนเต็ด 11 สุรินทร์ เอฟซี 11 สมุทรปราการ ยูไนเต็ด12 ลําปาง เอฟซี 12 หนองคาย เอฟที 12 แหลมฉบัง ซิตี้ (นําร่อง)13 ลําพูน วอริเออร์ 13 หนองบัวลําภู เอฟซี 13 อัสสัมชัญ ธนบุรี14 สุโขทัย เอฟซี 14 อํานาจเจริญ ทาวน์ 14 อาแบค บีอีซี เทโรศาสน15 อุตรดิตถ์ หมอเส็ง 15 อุดรธานี เอฟซี16 อุทัยธานี ฟอเรสท์ 16 อุบลราชธานี เอฟซี กลุ่มภาคกลางตะวันออก กลุ่มภาคกลางตะวันตก กลุ่มภาคใต้ 1 กบินทร์ ยูไนเต็ด 1 กรุงธนบุรี 1 ชุมพร เอฟซี 2 กองเรือยุทธการ 2 เกร็กคูลูกทัพฟูา ปทุมธานี เอฟซี 2 ตรัง เอฟซี 3 จันทบุรี เอฟซี 3 โกลเบล็ก เอฟซี 3 นครศรี เฮอริเทจ 4 ฉะเชิงเทรา เอฟซี 4 ธนบุรี BG ยูไนเต็ด 4 นรา ยูไนเต็ด 5 นครนายก เอฟซี 5 ประจวบ เอฟซี 5 ปัตตานี เอฟซี 6 ปทุมธานี กปน. ยูไนเต็ด 6 เพชรบุรี เอฟซี 6 พังงา เอฟซี 7 ปราจีนบุรี ยูไนเต็ด 7 ฟุตเทล่า ซิคเคอร์ เอฟซี (นําร่อง) 7 พัทลุง เอฟซี 8 พานทอง เอฟซี (นําร่อง) 8 เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด 8 ยะลา ยูไนเต็ด 9 ม.รังสิต 9 ราชประชา BTU 9 ระนอง เอฟซี10 มาบตาพุด นาวิกโยธิน 10 สมุทรสาคร เอฟซี 10 สตูล ยูไนเต็ด11 ลูกอีสาน การบินไทย 11 สิงห์บุรี เอฟซี 11 สุราษฏร์ เอฟซี12 สมุทรปราการ เอฟซี 12 หัวหิน ซิตี้13 สโมสรจังหวัดระยอง 13 อ่างทอง เอฟซี14 สระแก้ว ซิตี้
  7. 7. 6 3.10.4 สํ า หรั บ การแข่ ง ขั น ในรอบแรก (ทั้ ง สองเลก) ให้ ที ม ที่ ถู ก จั ด อยู่ ใ นแต่ ล ะกลุ่มภาคดําเนินการแข่งขันในระบบ LEAGUE แบบพบกันหมด ระบบเหย้าและเยือน (LeagueSystem) โดยไม่ใช้กฎการนับประตูแบบเหย้า - เยือน (Away Goal) ส่วนการคัดเลือกทีมเพื่อไปเล่นในรอบสอง (แชมป์เปี้ยนส์ลีก) ให้ดําเนินการจัดลําดับทีมที่มีผลคะแนนสูงสุด 2 ลําดับ ในแต่ละกลุ่มภาค โดยใช้หลักการ ดังนี้ คือ 3.10.4.1 สําหรับการให้คะแนนการแข่งขันแต่ละคู่ให้คิดคะแนน ดังนี้ - ทีมชนะได้ 3 คะแนน - ทีมเสมอได้ 1 คะแนน - ทีมแพ้ได้ 0 คะแนน หมายเหตุ ผลคะแนนทีได้จากการชนะผ่าน จะไม่นํามาพิจารณาประกอบการ ่จัดลําดับ นอกจากเว้นแต่คะแนนที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันจริงแล้วยกเลิก ตามเหตุข้อ 3.8 3.10.4.2 เมื่อจบการแข่งขันในรอบแรกทั้งเลกที่ 1 & 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้คัดเลือกทีมที่มีผลงานดีที่สุดของทุกกลุ่มภาค จํานวนทั้งหมด 12 ทีม โดยคัดเลือกจากทีมลําดับที่ 1 และลําดับที่ 2 ของทุกกลุ่มภาคทั้ง 5 กลุ่ม กลุ่มภาคเหนือ กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลุ่มกรุงเทพฯและภาคกลาง กลุ่มภาคกลางตะวันออก กลุ่มภาคกลางตะวันตก จํานวน 10 ทีมกลุ่มภาคใต้จํานวน 1 ทีม และทีมลําดับที่ 2 ของกลุ่มภาคใต้ มาทําการเตะเพลออฟกับทีมลําดับที่ 3 ที่ ดี ที่ สุ ด จาก 2 กลุ่ ม ภาคที่ มี จํ า นวนที ม 16 ที ม ซึ่ ง ได้ แ ก่ กลุ่ ม ภาคเหนื อ กลุ่ ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทําการแข่งขันสนามเป็นกลาง (ตามที่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯเป็นผู้กําหนด) ซึ่งจะเป็นทีมที่ผ่านเข้าทําการแข่งขันในรอบที่ 2 (แชมป์เปี้ยนลีก) จํานวนทั้งสิ้น12 ทีม 3.10.4.3 นัด ชิง ชนะเลิศ และชิง ลํา ดับ ที่ 3 ในรอบแชมป์เ ปี้ ย นส์ลีก นั้นคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ กําหนดให้เป็นการแข่งขันในระบบเหย้า - เยือน ในการหาทีมชนะเลิศในแต่ละฤดูกาลนั้นให้นําทีมลําดับที่ 1 ในแต่ละกลุ่มมาทําการแข่งขันในระบบเหย้า -เยือน (Home - Away) และให้นับคะแนนจากการทําประตูในระบบประตูทีมเยือนด้วย Away Goalถ้าจบการแข่งขันในระบบเหย้า – เยือน แล้วมีคะแนนเท่ากันให้ต่อเวลาไป 30 นาที แข่งขันครึ่งละ 15 นาที ถ้ายังเสมอกัน ให้ดําเนินการหา ผู้ชนะโดยทําการแข่งขันด้วยการยิงลูกโทษ ณ จุดโทษส่วนชิงลําดับที่ 3 ไม่มีการต่อเวลาให้หาผู้ชนะโดยการทําการแข่งขันด้วยการยิงลูกโทษ ณ จุดโทษตากกฎ FIFA (การจัดการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศและชิงลําดับที่ 3 คณะกรรมการจัดการแข่งขันลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” จะเป็นผู้ดําเนินการจัดการแข่งขัน) ทั้งนี้สโมสรที่จะเป็นทีมเหย้าหรือทีมเยือนนั้นได้มาจากการจับสลากกําหนดทีมเหย้าและทีมเยือน 3.10.4.4 สําหรับการคัดเลือกจํานวนทีมจากกลุ่มภาคที่จะเข้าไปแข่งขันในรอบสองในปีต่อๆ ไปนั้น สมาคมอาจจะพิจารณาปรับปรุงจํานวนโควตาของทีมตามที่กําหนดไว้ในข้อ 3.10.4.2 ข้างต้นก็ได้ หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณานั้น จะคํานึงถึงความพยายามในการพัฒนาขีดความสามารถของทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน และผลของการแข่งขันของทีมต่างๆ แต่ละ
  8. 8. 7กลุ่มภาคเมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถของทีมต่างๆ ในกลุ่มอื่น โดยที่สมาคมอาจจะจัดให้มีการแข่งขันในลักษณะ PLAY - OFF เพื่อลด เพิ่ม หรือคงไว้ของโควตาของแต่ละกลุ่มภาคทั้งนี้เพื่อทําให้การคัดเลือกทีมตัวแทนจากกลุ่มภาคเกิดความสมดุล และยุติธรรมตามศักยภาพ และสมรรถนะของทีมที่เข้าร่วมในการแข่งขัน 3.10.5 สําหรับในการแข่งขันในรอบที่ 2 (แชมป์เปี้ยนลีก) ให้นําทีมเข้ารอบทั้ง 12 ทีมที่ได้คัดเลือกไว้ตาม ข้อ 3.10.4.2 และแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 6 ทีม มาแข่งขันกัน โดยแต่ละกลุ่มจะทําการแข่งขันแบบระบบพบกันหมด แบบเหย้า - เยือน จํานวนสองเลก จากนั้นให้ใช้วิธีการนับคะแนนรวมทั้งสองเลก ที่แต่ละทีมได้เพื่อหาทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศ จํานวนกลุ่มละ 2 ทีมไปเล่นใน “ลีกดิวิชั่น 1” ในปีถัดไป ทั้งนี้หลักเกณฑ์การแบ่งกลุ่มนั้น โดยให้ดําเนินการจับฉลากภายใต้เงื่อนไขของคณะกรรมการจัดการแข่ง ขันฯ เป็นผู้กําหนด อาทิถ้าทีมภาคเดียวกันจับฉลากอยู่ในกลุ่มเดียวกันให้ดําเนินการจับฉลากใหม่ 3.10.6 การจัดอันดับสําหรับทีมทีมีคะแนนเท่ากันจะให้เกณฑ์การพิจารณา เรียงลําดับ ดังนี้ ่ 3.10.6.1 พิจารณาจากผลการแข่งขันที่เคยแข่งขันมา (HEAD TO HEAD) 3.10.6.2 พิจารณาจํานวนครั้งทีชนะการแข่งขัน ่ 3.10.6.3 พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ – ประตูเสีย 3.10.6.4 พิจารณาเฉพาะประตูได้ 3.10.6.5 พิจารณาจากจํานวนใบเหลือง แดง แต่ละทีมที่ได้รับตลอดการแข่งขัน ทีมใดมีใบเหลือง แดงน้อยกว่าจะเป็นผู้ได้รับการพิจารณา 3.10.6.6 แข่งขันกันใหม่ 1 นัด ณ สนามกลางตามที่คณะกรรมการฯกําหนดเพื่ อ หาที ม ชนะโดยไม่ มี ก ารต่ อ เวลาการแข่ ง ขั น หากผลการแข่ ง ขั น เสมอกั น ในเวลาปกติให้ตัดสินด้วยการเตะจากจุดเตะโทษ 3.11 สนามที่ใช้ในการแข่งขัน องค์กรสมาชิกจะต้องรับผิดชอบจัดหาสนามแข่งขันเป็นสนามเหย้า สนามสํารอง(ถ้ามี) และแจ้งให้คณะกรรมการ ทราบก่อนการแข่งขันเปิดฤดูกาล ที่จะเริ่มขึ้นไม่น้อยกว่า30 วันทําการ ซึ่งสนามแข่งขันนั้น เมื่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ให้ความเห็นชอบแล้วสโมสรจะย้ายโดยพลการไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการ และ/หรือ สมาคม แล้วแต่กรณี 3.11.1 สภาพสนามแข่งขันจะต้องได้มาตรฐานทางเทคนิคและเป็นไปตามข้อกําหนดในกติกาของเอเอฟซีหรือฟีฟุา ว่าด้วยเรื่องมาตรฐานการแข่งขันคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯจะจัดเจ้าหน้าที่ไปดําเนินการตรวจสภาพของสนามที่จะใช้เป็นสนามเหย้าดังกล่าวข้างต้น และจะพิจารณา อนุมัติให้ใช้ดําเนินการแข่งขันได้ต่อไป 3.11.2 สนามเหย้าของแต่ละทีมห้ามจัดกิจกรรม หรือการแข่งขันฟุตบอลรายการอื่นเป็นเวลาอย่างน้ อยไม่ต่ํากว่า 72 ชั่ วโมงก่อนการแข่งขัน นอกจากได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ตามแต่กรณี
  9. 9. 8 3.11.3 ในกรณีที่จะต้องทําการแข่งขัน ในช่วงเวลาที่จําเป็นจะต้องใช้ไฟฟูาแสงสว่าง(FLOOD LIGHT) ทางสนามจะต้องมีระบบไฟฟูาแสงสว่าง ซึ่งมีกําลังส่องสว่างไม่น้อยกว่า 600 ลักซ์ทั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ก่อนดําเนินการแข่งขัน 3.11.4 พื้ น ผิ ว สนามที่ จ ะใช้ ทํ า การแข่ งขั น นั้ น อาจจะเป็ น พื้ น ผิ วหญ้ าธรรมชาติ(NATURAL TURF) หรือพื้นผิวหญ้าเทียมที่ FIFA รับรอง (ARTIFICIAL TURF) โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ก่อนดําเนินการแข่งขัน 3.11.5 ขนาดสนามแข่งขัน (FIELD OF PLAY DIMENSION) - ขนาดความยาว 105 เมตร - ขนาดความกว้าง 68 เมตร สนามแข่ ง ขั น ที่ มี ข นาดแตกต่ า งไปจากที่ กํ า หนดนั้ น จะต้ อ งได้ รั บ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ 3.11.6 เสาประตูมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกไม่เกิน 5 นิ้ว (12 ซ.ม.) 3.11.7 ในกรณีที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ยังไม่ลงมติให้ใช้ดําเนินการแข่งขันได้คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ อาจสั่งให้องค์กรสมาชิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงสนามเหย้าใหม่ตามแต่กรณี 3.12 ลูกฟุตบอล ลูกฟุตบอลที่ใช้ทําการแข่งขันต้องเป็นลูกฟุตบอลที่มีมาตรฐาน และได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ดังต่อไปนี้ - เป็นลูกฟุตบอลทีได้รับการรับรองจาก FIFA (FIFA APRROVED) , หรือ ่ - เป็นลูกฟุตบอลทีได้รับการตรวจสอบจาก FIFA (FIFA INSPECTED) , หรือ ่ - เป็นลูกฟุตบอลที่เคยใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติ (INTERNATIONAL MATCHBALL STANDARD) 3.13 ทีมที่ไม่มาแข่งขันตามวัน เวลา และสนามที่กําหนด หรือทีมที่มาถึงสนามแล้ว แต่ไม่พร้อมที่จะลงสนามแข่งขันภายในเวลาที่กําหนด จะถูกปรับแพ้ โดยเสีย 2 ประตู และถูกหัก3 คะแนน ส่วนคู่แข่งขันเป็นผู้ชนะได้ 3 คะแนน จะได้จํานวนประตูตามจํานวนที่คู่แข่งขันต้องเสียประตู ในกรณีที่ไม่พร้อมที่จะลงแข่งขัน และเพิกเฉยต่อคําแนะนําของผู้อํานวยการแข่งขันทั้ง 2 ทีมให้ปรับเป็นแพ้ ทั้งคู่โดยเสีย 2 ประตูทั้ง 2 ทีม และถูกหักคะแนนทีมละ 3 คะแนนและถูกปรับเป็นเงิน 50,000.- บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะเวลาพักครึ่ง ถ้าทีมใดไม่เข้าสู่สนามตามเวลาที่กําหนด ผู้อํานวยการแข่งขันมีสิทธิที่จะดําเนินการลงโทษตามนัยยะดังกล่าวข้างต้นอีกโสตหนึ่งด้วย 3.14 ในวันที่กําหนดให้ แต่ละทีมทําการแข่งขัน ทีมที่เข้าแข่งขันจะต้องพร้อมที่จะลงแข่งขัน ตามวัน เวลา และสนามแข่งขันที่กําหนด ทีมใดที่ลงสนามแข่งขันแล้ว เหลือผู้เล่นในระหว่างการแข่งขันในสนามน้อยกว่า 7 คน ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ และถูกหัก 3 คะแนน โดยให้
  10. 10. 9นับประตูเสียตามที่เสียไปแล้ว แต่ทั้งนี้ถ้าประตูเสียต่ํากว่า 2 ประตู ให้นับเป็นเสีย 2 ประตู และให้นับประตูได้เป็น 0 ประตู 3.15 กรณีที่ทีมใดไม่ลงทําการแข่งขัน หรือไม่ร่วมการแข่งขันจนหมดเวลา หรือนักกีฬาผละจากการแข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาของที มนั้นเป็นต้นเหตุให้การแข่งขันยุติลงตามรายงานของผู้ตัดสินให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ และถูกหัก 3 คะแนน โดยให้นับประตูเช่นเดียวกันกับข้อ 5.2.6 และถูกปรับไม่น้อยกว่า 50,000.- บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ส่วนการลงโทษอื่นๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของอนุคณะกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง 3.16 การถอนทีมระหว่างฤดูกาลของการแข่งขัน จะต้องทําเป็นลายลักษณ์อักษร โดยประธานสโมสร หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจ เป็นลายลักษณ์อักษรจากประธานสโมสรเป็นผู้ลงนามซึ่งการถอนทีมนี้ จะต้องถูกลงโทษปรับเป็นเงินไม่เกิน 100,000.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และห้ามไม่ให้ เข้าร่ว มการแข่งขัน ฟุต บอลที่สมาคมฯ จัด ขึ้นทุก รายการเป็นเวลา 2 ปี หรืออยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และต้องส่งเงินบํารุงทีมที่ได้รับไปทั้งหมดคืน โดยไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้ผลของการแข่งขันของทีมทุกทีมที่เกี่ยวข้องกับทีมที่แจ้งถอนทีมไปนั้น ให้ถื อเป็นโมฆะ ยกเว้นใบเหลืองและใบแดงของนักฟุตบอลในทีมที่เกี่ยวข้องให้คงสถานะไว้ อนึ่ ง ถ้ า สโมสรหนึ่ ง สโมสรใดไม่ ป ฏิ บั ติ ต ามระเบี ย บข้ อ บั ง ดั ง กล่ า วข้ า งต้ น ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอสงวนสิทธิที่จะไม่อนุญาตให้สโมสรนั้น เข้าร่วมการแข่งขันในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอีกต่อไป และถ้าทีมสโมสรดังกล่าว จะกลับเข้าร่วมการแข่งขันภายหลังจากที่ครบกําหนดโทษแล้ว จะต้องจ่ายค่าเสียหายในแก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ จึงจะมีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในโอกาสต่อไป 3.17 ในวันแข่งขันให้ผู้จัดการทีมส่งบัญชีรายชื่อ พร้อมทั้งลําดับหมายเลข ให้ตรงตามหมายเลขที่สมัครไว้ในแบบของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ซึ่งมีผู้เล่นไม่เกิน 11 คน และผู้เล่นสํารองไม่เกิน 7 คน ก่อนเวลาการแข่งขัน 90 นาที ของวันที่ลงทําการแข่งขัน โดยให้ส่งรายชื่อนี้ต่อคณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันของคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ไปดําเนินการแข่งขัน 3.18 ถ้าปรากฏว่าทีมใดจัดส่งนักกีฬาทีขาดคุณสมบัติตามระเบียบการแข่งขันนี้ลงแข่งขัน ่ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ในการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการประท้วงหรือไม่ก็ตามโดยกําหนดโทษไว้ตามข้อ 5.2.6 และถูกลงโทษปรับเป็นเงิน 30,000.- บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) 3.19 การเปลี่ยนตัวผู้เล่นในการแข่งขันแต่ละนัดให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 3 คน ผู้เล่นที่จะเข้าเปลี่ยนตัวต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้เล่นสํารอง 7 คน ตามบัญชีรายชื่อที่ได้ยื่นไว้ก่อนการแข่งขันผูเล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้วจะกลับเข้ามาลงแข่งอีกไม่ได้ ้ 3.20 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สโมสร นักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง ที่ไม่ปฏิบัติตามตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจําปีการแข่งขัน 2556
  11. 11. 10ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จะถูกลงโทษตามบทลงโทษว่าด้วยการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ประจําปี 2556 ดังรายละเอียด ตามภาคผนวกที่ 2ข้อ 4. คุณสมบัติ ของทีมฟุตบอลที่จะเข้าร่วมแข่งขัน 4.1 คุณสมบัติของทีม ทีมฟุตบอลที่จะเข้าร่วมการแข่งขันรายการ ลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2”2013 จะต้องเป็น “สโมสรสมาชิก” ตามคํานิยามในข้อ 2.5 และให้คํารับรองว่าจะดําเนินการเพื่ อ ให้ มี คุ ณ สมบั ติ ค รบถ้ ว นเป็ น “องค์ ก รสมาชิ ก ” ตามคํา นิ ย ามในข้ อ 2.6 ต่ อ ไป ภายในระยะเวลาอันสมควรโดยจะต้องได้รับการรับรองและอนุมัติจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯซึ่งสโมสรสมาชิกจะโอนสิทธิ เข้าร่ว มการแข่งในข้ อ 2.5 และข้ อ 2.6 ให้แก่ บุคคล และหรื อนิติบุคคลใดไม่ได้ เว้นแต่ได้รบความยินยอมอย่างเป็นทางการจากประธานจัดการแข่งขันฟุตบอล ัลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” 2013 และ/หรือ สมาคม แล้วแต่กรณี 4.2 ทีม ที่มี สิ ทธิ จะเข้า ร่ ว มแข่ ง ขัน ในปี 2556 นั้น จะพิจ ารณาตามที่ ค ณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เป็นผู้กําหนด พร้อมกับเปิดโอกาสให้ ทีมสโมสรจากภูมิภาคต่างๆ ที่ยัง ไม่เคยเข้าร่ว มการแข่งขัน ได้แ สดงเจตจํานง เพื่อ ขอเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2556 นี้ ทั้งนี้การยื่นเอกสารแสดงเจตจํานงนั้นจะต้องประกอบด้วยรายละเอียดของสโมสร และแผนการบริหารจั ด การทั้ ง หมดตามที่ ค ณะกรรมการจั ด การแข่ ง ขั น ฯ ได้ ตั้ ง เกณฑ์ ก ารพิ จ ารณาไว้ เพื่ อประกอบการ พิจารณาและจะต้องเสนอผ่านนายกสมาคมกีฬาจังหวัด/ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือประธานสโมสรที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เท่านั้น 4.3 ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ข.จํานวน 2 ทีมหรือมากกว่าตามนโยบายของสมาคมที่กําหนดไว้ในแต่ละปี 4.4 ในกรณีที่ทีมสโมสรที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันลีกภูมิภาคให้ผู้ทรงสิทธิ์ของสโมสรนั้นเป็นผู้ดําเนินการปรับปรุงการบริหารจัดการทีมสโมสรได้ตามเหมาะสมแต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ 4.5 ในการแข่งขันปีต่อไป ทางคณะกรรมการสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันและแจ้งให้ทราบ ในระยะเวลาที่เหมาะสมต่อไป 4.6 การขึ้นชั้น และลดชั้น 4.6.1 ให้ ที มอั นดั บที่ 1 และอั นดั บที่ 2 จากการแข่ งขั นฟุ ตบอลอาชี พลี กภู มิ ภาค“ดิวิชั่น 2” 2013 ในรอบแชมป์เปียนส์ลีกทั้งสองกลุ่ม ในข้อ 3.10.5 ของสมาคม ได้รับสิทธิเลื่อน ้ชั้นเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ “ลีกดิวิชั่น 1” ในปีถัดไป โดยทีมที่ได้รับการเลื่อนชั้นให้เข้าร่วมการแข่งขันในฟุตบอลอาชีพ “ลีกดิวิชั่น 1” นั้น จะต้องดําเนินการให้มี คุณสมบัติครบถ้วน “เป็นองค์กรสมาชิก”ตามคํานิยามในข้อ 2.6 โดยสมบูรณ์อีกนัยหนึ่งด้วย” 4.6.2 ที ม ลํ า ดั บ สุ ด ท้ า ยของทุ ก ภาคทั้ ง 6 ภาค พั ก การแข่ ง ขั น 1 ปี ห รื อ ให้ ทํ าแผนพัฒนาทีมเพื่อให้ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ เป็นผู้พิจารณา ส่วนทีมรองสุดท้ายให้ทําแผนพัฒนาทีมเพื่อให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เป็นผู้พิจารณา
  12. 12. 11 4.6.3 สําหรับทีมในแต่ละกลุ่มนั้น กําหนดให้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันได้ไม่เกิน 18 ทีมหากมีจํานวนมากกว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ อาจกําหนดให้ดําเนินการแข่งขันแบบPlay - Off เพื่อหาทีมเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป หรือตามหลักเกณฑ์อื่นใดที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เห็นสมควร 4.6.4 สนามเหย้าที่สโมสรได้รับการอนุมัติให้ใช้ ทําการแข่งขัน จากคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ แล้วจะสามารถใช้เป็นสนามเหย้าสําหรับสโมสรที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น สโมสรอื่นในลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” จะมาใช้เป็นสนามเหย้าร่วม นั้นไม่สามารถจะกระทําได้ 4.6.5 ส่วนทีมนําร่องทั้ง 6 ภาค ถ้ามีผลงานไม่เป็นไปตามแผนที่เสนอต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ จะพิจารณาให้พักการแข่งขันในฤดูกาลต่อไป 4.6.6 การขอพักการแข่งขันไม่สามารถจะทําได้ หากมีการขอพัก คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ถือว่าสโมสรนั้นสละสิทธิการเข้าร่วมการแข่งขัน คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯเป็นผู้ทรงสิทธิที่จะพิจารณาสโมสรอื่นที่มีความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขันแทนข้อ 5. คุณสมบัติ ผู้ฝกสอน และนักกีฬาฟุตบอล ทีเข้าแข่งขัน ึ ่ 5.1 หัวหน้าผู้ฝึกสอน ต้องมีประกาศนียบัตรระดับ “C License” ขึ้นไปที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ หรือ AFC หรือ FIFA ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าทีมทีมจะต้องผ่านการอบรมระดับ “T License” หรือประกาศนียบัตรจากสมาคมฟุตบอลฯ ตามลําดับ โดยสโมสรดังกล่าวจะต้องส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าวทั้งหมด ให้กับคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ 5.2 นักกีฬาฟุตบอล 5.2.1 ในกรณีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทีมสโมสร เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาฟุตบอลที่สังกัดองค์กรสมาชิก จะต้องมี หลักฐานใบสมัคร และสโมสรจะต้องจัดทําทะเบียนนักกีฬาฟุตบอลอาชีพตัวจริงจํานวน 4 ชุด ประกอบด้วย ใบสมัครต้องติดรูปพร้อมสําเนาบัตรประชาชนและสําเนาทะเบียนบ้านนักกีฬาต่างชาติถ่าย (PASS PORT) 4 ชุด มีสัญญาการว่าจ้างนักกีฬาอาชีพระหว่างนักฟุตบอลกับองค์สมาชิกพร้อมแนบใบโอนย้ายจํานวน 4 ชุด พร้อมรูป นักกีฬา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ รูปถ่าย 1 นิ้วจํานวน 2 รูปทําไอดีการ์ด ส่งที่ศูนย์พัฒนาฟุตบอลภูมิภาคของแต่ละภาค ขึ้นทะเบียนเป็นนักกีฬาของสมาคมอีก 2 ชุด ชุดที่ 1 เก็บไว้ที่สโมสรต้นสังกัดชุดที่ 2เก็บไว้ที่ตัวนักกีฬา 5.2.2 นักกีฬาฟุตบอลที่สังกัดสโมสรสมาชิกอื่นใด และสโมสรสมาชิกนั้น มิได้ส่งทีมเข้าแข่งขันหรือส่งทีม แต่มิได้ส่งชื่อตัวเองเข้าแข่งขันด้วย นักกีฬาฟุตบอลผู้นั้นมีสิทธิเข้าแข่งขันได้ในกรณีดังต่อไปนี้ 5.2.2.1 มี ส โมสรสมาชิ ก อื่ น ยื ม ตั ว ไปแข่ ง ขั น ได้ เ ป็ น การชั่ ว คราว โดยมีสถานภาพ เป็นนักกีฬาฟุตบอลสังกัดสโมสรสมาชิกที่ยืมตัวไป (ต้องมีใบยืมตัว) ทั้งนี้ต้องผ่านการรับรองจากสมาคมฟุตบอลฯ หรือคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ
  13. 13. 12 5.2.2.2 ย้ายสโมสรไปสังกัดสโมสรสมาชิกอื่น (ต้องมีใบโอนย้ายและหรือใบยืมตัว) ตามแต่กรณี โดยทั้งนี้ต้องผ่านการรับรองจากสมาคมฟุตบอลฯ หรือคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ 5.2.2.3 การใช้สิทธิของนักกีฬาฟุตบอลตามข้อ 5.2.2.1 และ 5.2.2.2 ต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานสโมสรสมาชิก หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย และดําเนิ นการเพื่อการยืมตัวหรือการย้ายสโมสรตามระเบียบว่าด้วย “ทะเบียนนั ก กี ฬ า” ฉบั บ ปั จ จุ บั น ของสมาคมฯ โดยต้ อ งการผ่ า นการรั บ รองจากสมาคมฯ และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และแจ้งให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ทราบ พร้อมกับส่งหลักฐานการยืมตัวหรือการย้ายสโมสรตามแต่กรณีไปด้วย ทั้งนี้ ต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนส่งรายชื่อขึ้น ทะเบียนเป็นผู้เล่นเข้าแข่งขันรายการฟุตบอล ลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” 5.2.3 นักกีฬาฟุต บอล ที่มีสัญญาการว่าจ้าง ระหว่างนักกีฬาฟุตบอล กับสโมสรสมาชิกเป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว เมื่อสัญญานั้น สิ้นสุด ลงนักกีฬาฟุตบอลผู้นั้นมีสิทธิที่จะย้ายสังกัดได้โดยภายใต้ระบบการโอนย้ายตามระเบียบของฟีฟุาอย่างถูกต้อง พร้อมแนบใบโอนย้ายเพื่อประกอบการพิจารณา 5.2.4 นั กกีฬาฟุตบอลที่ย้ายเข้าอยู่ในสังกัดสโมสรสมาชิก อื่นซึ่งมิใช่ต้นสังกัดเดิมไม่ว่ากรณีใดๆ ตามข้อ 5.2.2 และข้ อ 5.2.3 จะต้องทําสัญญาการว่าจ้างใหม่ ระหว่าง นักกีฬาฟุตบอลกับสโมสรสมาชิกที่สังกัดใหม่ ให้เป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยโดยเอกสารดังกล่าว จํานวน 4 ชุดโดยให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับ ข้อ 5.2 และนักฟุตบอลจะต้องสังกัดอยู่ในสโมสรสมาชิกนั้นตลอดระยะเวลาของสัญญา ยกเว้นถูกสโมสรต้นสังกัดยกเลิกสัญญาการว่าจ้าง เป็นลายลักษณ์อักษรนักกีฬาผู้นั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงสโมสรได้ (ต้องมีใบโอนย้าย) 5.2.5 นั ก กี ฬ าและเจ้ า หน้ า ที่ ป ระจํ า ที ม ที่ เ ข้ า แข่ ง ขั น ฟุ ต บอลอาชี พ ลี ก ภู มิ ภ าค“ดิวิชั่น 2” จะต้องไม่อยู่ ในระหว่างที่ฟีฟุา หรือเอเอฟซี หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือสมาคมฯ ลงโทษห้ามเข้าแข่งขัน หรือพักการแข่งขัน ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกลงโทษ ไม่มีสิทธิเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมที่เข้าแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ลีกภูมิภาค“ดิวิชั่น 2” ทุกกรณี การโอนย้ายนักกีฬาที่สังกัดสโมสรใดๆ ก็ตาม ไม่สามารถโอนย้ายนักกีฬาที่รับโอนย้ายมาจากสโมสรอื่นไปยังสโมสรที่ 3 ในฤดูกาลเดียวกันได้ 5.2.6 ไม่อนุญาตให้นักกีฬาฟุต บอล ที่ส่งชื่อเข้าแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ลีกภูมิภาค“ดิวิชั่น 2” ไปทําการแข่งขันในรายการอื่นๆ ที่สมาคมจัดและร่วมจัดการแข่งขัน ในปีการแข่งขันเดียวกัน และมีช่วงระยะเวลาการแข่งขันที่คาบเกี่ยวกับลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” ทุกรายการ หากฝุาฝืนนักกีฬาฟุตบอลผู้นั้น จะถูกตัดสิทธิมิให้เข้าร่วมการแข่งขัน ยกเว้นการโอนย้ายหรือยืมตัวนักกีฬาตามระเบียบของ FIFA อย่างถูกต้องในระหว่างพักครึ่งฤดูกาล หรือตามที่คณะกรรมการจัด การแข่งขั น ฯ จะกําหนดขึ้น กรณีที่ สโมสรสมาชิกใดจัด ส่งนั กกีฬาฟุต บอลที่มีคุณสมบั ติไม่ถูกต้องตามระเบียบการแข่งขันฯ นี้ ลงทําการแข่งขันจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตามจะถูกปรับให้ทีมนั้นเป็นแพ้ ในการแข่งขันนัดนั้น โดยให้นับประตูเสียตามจํานวนประตูที่เสียไปแล้ว แต่ทั้งนี้
  14. 14. 13ถ้าประตูเสียต่ํากว่า 2 ประตู ให้นับเป็นเสีย 2 ประตู และให้นับประตูได้ เป็น 0 ประตู (ไม่ว่าประตูที่เกิดขึ้นก่อนการถูกปรับแพ้นั้นจะเป็นเช่นไร) ส่วนทีมคู่แข่งขันเป็นทีมชนะ ได้ 3 คะแนนและได้ประตูตามจํานวนที่ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 ประตูเช่นกัน อนึ่งนักกีฬาฟุตบอลทุกคนจะต้องทําสัญญา ลงทะเบียนและ/หรือเล่นให้กับสโมสรหนึ่งสโมสรใดในช่วงที่กําหนดไว้ ตามช่วงเวลาของการแข่งขันเท่านั้น นักกีฬาไม่สามารถเซ็นสัญญาหรือเล่นให้กับสโมสรอื่นๆ ไม่ว่าสโมสรนั้นจะประจําอยู่ที่ใดก็ตาม ถือเป็นความรับผิดชอบของสโมสรนั้นๆ เอง ที่จะรับประกันว่า นักกีฬาของทางสโมสรไม่ได้ทําสัญญา หรือลงทะเบียนเป็นผู้เล่นให้กับสโมสรอื่นใดเป็นการซ้ําซ้อน หากพบว่านักกีฬาคนใดได้ลงทะเบียนกับ 2 สโมสร หรือเล่นให้กับ 2 สโมสร ในเวลาเดียวกัน ผลการแข่งขันของสโมสรที่นักกีฬาได้ทําการแข่งขันไปแล้ว อีกทั้งนักกีฬานั้นก็จะถูกระงับ การเข้าร่ ว มการแข่ง ขัน ในฤดูก าลนั้น ทั้ง นี้จะเป็นไปตามข้อพิจ ารณาดําเนินการของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ตามแต่จะเห็นสมควรต่อไป และถูกลงโทษปรับเป็นเงิน 30,000.- บาท(สามหมื่นบาทถ้วน) อนึ่งสโมสรที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายดังกล่าว และมีเอกสารการโอนย้ายไม่สมบูรณ์ จะต้องถูกลงโทษ โดยถูกปรับเป็นแพ้ของทุกเกมการแข่งขันที่ผู้เล่นคนนั้นลงทําการแข่งขัน โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น 5.2.7 นักกีฬาฟุตบอลที่สังกัดสโมสรสมาชิกใด และย้ายไปแข่งขันในต่างประเทศ ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยสถานภาพนักกีฬา และการโอนย้ายของฟีฟุาอย่า งถูกต้องนักกีฬาฟุตบอลผู้นั้นจะขาดสมาชิกภาพการเป็นนักกีฬาฟุตบอลของสโมสรสมาชิกเดิมที่สังกัดอยู่ชั่วคราวและสโมสรสมาชิกนั้น จะส่งรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลผู้นั้นขึ้นทะเบียนเป็นผู้เล่นเข้าแข่งขันมิได้จนกว่าจะได้โอนย้ายนักกีฬาฟุตบอลผู้นั้นกลับมาขึ้นทะเบียนเป็นนักกี ฬาฟุตบอลของสโมสรสมาชิกดังเดิมเสียก่อน และทําสัญญาการว่าจ้างใหม่จํานวน 4 ชุด เช่นเดียวกันกับข้อ 5.2 จึงจะสามารถส่งชื่อนักกีฬาฟุตบอล ผู้นั้นขึ้นทะเบียนเป็นผู้เล่นเข้าแข่งขันได้ * หมายเหตุ การโอนย้ายตามระเบียบของฟีฟุาอย่างถูกต้อง หมายถึง ก. สโมสรสมาชิกทําเรื่องขอให้สมาคมฯ ตรวจสอบสถานะภาพของผู้เล่นต่างประเทศหรือเข้าตรวจสอบด้วย ตนเองในระบบ FIFA Transfer Matching System (TMS) ข. ในกรณีที่ผู้เล่นต่างชาติที่ได้รับใบไอทีซี (International Transfer Certificate)จากสมาคมฯแล้ว และไม่ได้มีชื่อลงทะเบียนอยู่ในการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของประเทศไทยจะถือว่าขาดสถานะภาพ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น 5.2.8 อนุญาตให้นํานักกีฬาฟุตบอลต่างประเทศ เข้าร่วมทีมได้ไม่เกินทีมละ 5 คนโดยให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยสถานภาพของนักกีฬา และการโอนย้ายของฟีฟุาอย่างถูกต้องและจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักกีฬาฟุตบอลสังกัดสโมสรสมาชิก และทําสัญญาการว่าจ้างร่วมกันให้เป็นที่เรียบร้อยถูกต้องตามระเบียบว่าด้วย “ทะเบียนนักกีฬา” ฉบับปัจจุบันของสมาคมฯก่อนที่สโมสรสมาชิกจะส่งรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลต่างประเทศ ขึ้นทะเบียนเป็นนักกีฬาฟุตบอลเข้าแข่งขัน และนัก กีฬาฟุตบอลต่างประเทศจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบการแข่งขัน และ
  15. 15. 14ระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นใดของสมาคมฯ และฟุตบอลลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” เช่นเดียวกับนักกีฬาฟุตบอลไทยทุกประการ 5.2.9 หากทีมสโมสรสมาชิกใดเป็นทีมที่มีคุณสมบัติเป็น “องค์กรสมาชิก ” ให้น าข้อความตามข้อ 5.2.1 ถึง 5.2.8 ที่บังคับใช้กับ “สโมสรสมาชิก ” มาบังคับใช้กับ “องค์กรสมาชิก” ได้โดยอนุโลมด้วย 5.2.10 กรณีที่สโมสรต้นสังกัดเดิมมีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับปัญหาพันธะผูกพันใดๆกับผู้เล่นที่มีความประสงค์ในการโอนย้ายจะต้องแจ้งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ โดยด่วนทั้งนี้ ถ้าไม่มีปั ญหาใดๆ ทางสโมสรต้นสั งกัด เดิมจะต้ องเซ็นใบโอนย้ายให้แก่ ผู้ เล่นที่มีความประสงค์ที่จะโอนย้ายภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนวันสิ้นสุดการโอนย้ายของฟุบอลลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2”ตามระเบียบถ้าสโมสรใดหรือผู้เล่นรายใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวจะถูกพิจารณาโทษตามที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เห็นสมควรต่อไป 5.2.11 กรณีที่ผู้เล่นใน “ดิวิชั่น 2” ในปีเดียวกัน ผู้เล่น คนหนึ่งคนใดได้เซ็นสัญญาข้อตกลงเข้าร่วมทีมกับสโมสรหนึ่งสโมสรใดประจาปีการแข่งขัน 2013 อย่างถูกต้องตามระเบียบฯแล้วนั กกีฬาผู้นั้น จะต้องเล่นให้ กับสโมสรดังกล่าวไม่น้อยกว่า 1 เลก จึงจะสามารถโอนย้ายเปลี่ยนสโมสรต้นสังกัดได้ ตามระเบียบฯ ต่อไปข้อ 6. การขึ้นทะเบียน ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทีม และนักกีฬาฟุตบอล 6.1 ให้องค์กรสมาชิก ส่งรายชื่อผู้บริหารทีมตามแบบที่ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯกาหนด ทั้งนี้ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาฟุตบอล สามารถจะขึ้นทะเบียนได้กับทีม 1 ทีมเท่านั้น 6.2 องค์ ก รสมาชิ ก หนึ่ ง ให้ ส่ ง รายชื่ อ นั ก กี ฬ าฟุ ต บอลในที ม ได้ ไ ม่ เ กิ น 40 คน ตามแบบฟอร์มที่คณะกรรมการ กาหนดในจานวนดังกล่าวนี้ จะเป็นผู้เล่นชาวไทยทั้งหมด หรือจะรวมผู้เล่นชาวต่างประเทศด้วยก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 5 คน 6.3 ในการแข่งขันแต่ละแมตช์ ให้ส่งรายชื่อผู้เล่นเข้าแข่งขันได้ครั้งละไม่เกิน 18 คน โดยใน 18 คนนี้ สามารถมีรายชื่อผู้เล่นชาวต่างประเทศได้ 5 คน แต่อนุญาตให้ส่งผู้เล่นชาวต่างประเทศที่ไม่ใช่ชาวเอเชียลงเล่นได้ 3 คน บวกผู้เล่นชาวต่างประเทศชาวเอเชียลงเล่นได้ 1 คน รวมเป็น 4 คน 6.4 หลักฐานประกอบการส่งเจ้าหน้าที่ทมตามข้อ 6.1 และรายชื่อผูเ้ ล่นตามข้อ 6.2 มีดังนี้ คือ ี 6.4.1 รูปถ่ายสีธรรมชาติ ไม่เกิน 1 ปี ถ่ายแบบหน้าตรง ไม่สวมหมวก และแว่นตาดาขนาด 1 นิ้ว คนละ 2 รูป 6.4.2 หลักฐานแสดงสถานะภาพของเจ้าหน้าที่ตาม ข้อ 6.1 และของนักกีฬาชาวไทยตามข้อ 5.2 หรือข้อ 5.2.2 หรือข้อ 5.2.4 และในกรณีที่เป็นผู้เล่นชาวต่างประเทศ ให้แสดงหลักฐานการโอนย้าย ต้นฉบับและหนังสือเดินทาง (PASS PORT) ตัวจริง ตามที่ได้กาหนดไว้ในข้อ 5.2.8 จานวน 4 ชุด เพื่อการตรวจสอบด้วย (นักกีฬาชาวไทยต้องมีใบโอนย้ายหรื อใบยืมตัวแนบมาด้วย)
  16. 16. 15 6.5 การส่งรายชื่อขึ้นทะเบียนเมื่ อเริ่มต้นการแข่งขันตามข้อ 6.2 องค์กรสมาชิกจะส่งชื่อผู้เล่นไม่ครบ 40 คน ก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 20 คน และจะต้องนําส่ง คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ตามเวลาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เป็นผู้กําหนด 6.6 สโมสรสมาชิก สามารถเพิ่มเติมรายชื่อนักกีฬาฟุตบอลที่ยังส่งไม่ ครบจํานวนตามข้อ6.5 จํานวน 40 คน ทั้งผู้เล่นชาวไทยและชาวต่างประเทศ จะส่งได้อีกหลังเริ่มการแข่งขันในเลกที่ 1 ภายในระยะเวลา 30 วัน หลังจากกําหนดการเปิดฤดูกาลแข่งขัน อนึ่งสโมสรสมาชิกสามารถที่จะส่งผู้เพิ่มเติมให้ครบตามจํานวน 40 คน ในช่วงระยะเวลาระหว่างเลกที่ 1 และเลกที่ 2 จะส่งเพิ่มเติมได้ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯกําหนดให้เท่านั้น ในกรณีที่สโมสรสมาชิกส่งรายชื่อนักกีฬาต่างประเทศ ครบจํานวน 5 คนแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อระหว่างเลกที่ 1 และเลกที่ 2 ภายใต้ระยะเวลาที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กําหนด แต่ท้ังนี้ต้องไม่เกิน 3 คน (โดยให้ใช้หมายเลขเดิม)ข้อ 7. ชุดแข่งขัน 7.1 ทีมสโมสรสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกทีม จะต้องแจ้งสีชุดกีฬา ไม่น้อยกว่า 2 สีซึ่งเป็นโทนสีที่แตกต่างกันชัดเจน สําหรับนักกีฬาที่จะใช้ในการแข่งขันทีมเหย้าและทีมเยือน โดยนั กกี ฬา แต่ ล ะที ม สโมสรสมาชิ ก ต้ อ งแต่ ง กายให้ เ รี ย บร้ อ ย เหมื อ นกั น ตามสี ที่ ไ ด้ แ จ้ ง ไว้ ใ นแบบฟอร์มแสดงสีชุดการแข่งขัน ก่อนการแข่งขันไม่น้อยกว่า 30 วันทําการ โดยต้องมีเครื่องหมายของผู้สนับสนุนการแข่งขันที่แขนเสื้อด้านขวา กับให้มีชื่อผู้เล่นย่อ และนามสกุลเต็ม หรือชื่อเต็มนามสกุลย่อ หรือชื่อเต็ม ไม่ใส่นามสกุล อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ อยู่เหนือหมายเลขด้านหลังตัวเสื้อ ตัวอักษรนี้ จะต้องสูงไม่น้อยกว่า 5 ซ.ม. และติดหมายเลขประจําตัวทางด้านหลังเสื้อด้วยสีที่มองเห็นได้ชัดเจน มีความสูงไม่น้อยกว่า 25 ซ.ม. และที่ขากางเกงด้านหน้าข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ ด้วยสีที่มองเห็นได้ชัดเจน มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 ซ.ม. และผู้เล่นมีสิทธิใส่ชุดแข่งขันตามที่องค์กรสมาชิก มีข้อผูกพันกับบริษัท ผู้อุปถัมภ์ แต่จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการล่วงหน้า และห้ามนําตราหรือเครืองหมายการค้าที่เป็นการประชาสัมพันธ์การขายผลิตภัณฑ์ ที่มี ่ขนาดใหญ่กว่า 200 ตารางเซนติเมตร บนหน้าอกด้านหน้า รวมทั้งการนําตราเครื่องหมายการค้า ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือการโฆษณาเกี่ยวกับการศาสนา หรือการเหยียดผิว ติดบนชุดที่ใช้ในการแข่งขัน โดยเด็ดขาด และผู้ที่เป็นหัวหน้าทีมต้องติดเครื่องหมายที่แขนเสื้อด้านซ้ายให้ชัดเจน โดยเครื่องหมายนี้จะต้องหามาเอง 7.2 ให้ ทุ กที มที่ เข้ าแข่ งขั นในวั นแข่ งขั นปฏิ บั ติ ตามระเบี ยบเรื่ องชุ ดการแข่ งขั น, เสื้ อ,กางเกง,กางเกงรัดกล้ามเนื้อ, ถุงมือ, ถุงเท้า หรือหมวก อย่างเคร่งครัด ห้ามอุทธรณ์ 7.3 กรณีชุดแข่งขันมีสีคล้ายคลึงกัน ให้ทีมที่มีชื่ออยู่หลังคู่แข่งขัน เปลี่ยนชุดแข่งขัน ทั้งนี้โดยการพิจารณาของผู้ตัดสินที่ทําหน้าที่ในคู่นั้นๆ รวมทั้งผู้รักษาประตูที่ใส่เสื้อสีเหมือนกันด้วย 7.4 กรณีผู้เล่นที่ไม่ติดหมายเลข หรือ ติดหมายเลขไม่ตรงกับในทะเบียนแข่งขัน จะไม่มีสิทธิลงทําการแข่งขันโดยเด็ดขาด

×