Prin.mkt mid term exam review

3,834 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,834
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
29
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Prin.mkt mid term exam review

  1. 1. Review Mid-Term Exam Chp 1-7 Chp 1-7 <ul><li>[email_address] </li></ul>
  2. 2. Mid-Term Exam <ul><li>วิชาหลักการตลาด (03-211-101)= 30% </li></ul><ul><ul><ul><li>ข้อสอบมี 2 ส่วน 70 ข้อ (Multiple choice)= 14% </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เขียนบรรยายจำนวน 4 ข้อจาก 7 ข้อ = 16% </li></ul></ul></ul><ul><li>เวลาในการทำข้อสอบ 2 ช . ม . </li></ul><ul><li>8.30-10.30 น . </li></ul>
  3. 3. Multiple choice <ul><li>Marketing Mix(4P’s) </li></ul><ul><ul><li>Product </li></ul></ul><ul><ul><li>Price </li></ul></ul><ul><ul><li>Place </li></ul></ul><ul><ul><li>Promotion </li></ul></ul><ul><li>Customer need,Communication,&Convenience </li></ul>
  4. 4. Utility ( อรรถประโยชน์ ) ( อรรถประโยชน์ ) <ul><li>Form utility( อรรถประโยชน์ด้านรูปร่าง ) </li></ul><ul><li>Place utility ( อรรถประโยชน์ด้านสถานที่ ) </li></ul><ul><li>Time utility ( อรรถประโยชน์ด้านเวลา ) </li></ul><ul><li>Possession utility ( อรรถประโยชน์ด้านการเป็นเจ้าของ ) </li></ul><ul><li>Image utility ( อรรถประโยชน์ด้านภาพพจน์ ) </li></ul>
  5. 5. Utility ( อรรถประโยชน์ ) ( อรรถประโยชน์ ) <ul><li>Form utility( อรรถประโยชน์ด้านรูปร่าง ) </li></ul><ul><li>Place utility ( อรรถประโยชน์ด้านสถานที่ ) </li></ul><ul><li>Time utility ( อรรถประโยชน์ด้านเวลา ) </li></ul><ul><li>Possession utility ( อรรถประโยชน์ด้านการเป็นเจ้าของ ) </li></ul><ul><li>Image utility ( อรรถประโยชน์ด้านภาพพจน์ ) </li></ul>
  6. 6. Form utility ( อรรถประโยชน์ด้านูปร่าง ) ) <ul><li>When someone makes something, they assemble a product from parts and you can use it. </li></ul>
  7. 8. Place utility ( อรรถประโยชน์ด้านสถานที่ ) ) <ul><li>making sure the product is accessible, bring it to the customer, or have it in convenient place </li></ul>
  8. 11. Time utility ( อรรถประโยชน์ด้านเวลา ) ) <ul><li>making sure the product is available when people need it. </li></ul>
  9. 12. 24/7
  10. 13. <ul><li>Possession utility ( อรรถประโยชน์ด้านการเป็นเจ้าของ ) </li></ul><ul><li>) </li></ul><ul><li>letting the customer have the product, usually after they pay, they can &quot;possess&quot; it and hold it, transport it etc. </li></ul>
  11. 15. Image utility ( อรรถประโยชน์ด้านภาพพจน์ ) )
  12. 16. แนวความคิดทางการตลาด (Marketing Concepts) <ul><li>แนวความคิดมุ่งการผลิต (The Production Concept) </li></ul><ul><li>แนวความคิดมุ่งผลิตภัณฑ์ (The Product Concept) </li></ul><ul><li>แนวความคิดมุ่งการขาย (The Selling Concept or Sales Concept) </li></ul><ul><li>แนวความคิดมุ่งการตลาด (The Marketing Concept) </li></ul><ul><li>แนวความคิดการตลาดมุ่งสังคม (The Social Marketing Concept) </li></ul>
  13. 17. <ul><li>แนวความคิดมุ่งผลิตภัณฑ์ (The Product Concept) </li></ul>
  14. 18. แนวความคิดทางการตลาด (Marketing Concepts) <ul><li>แนวความคิดมุ่งการขาย (The Selling Concept or Sales Concept) </li></ul><ul><ul><li>สิ้นค้าที่ผู้ซื้อไม่เห็นความจำเป็นในการซื้อ (Unsought Goods) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>Insurance,Spa,Heath Care, Natural food and so on. </li></ul></ul></ul>
  15. 19. แนวความคิดทางการตลาด (Marketing Concepts) <ul><li>แนวความคิดมุ่งการตลาด (The Marketing Concept) </li></ul><ul><ul><li>Customer Satisfaction </li></ul></ul><ul><ul><li>Competitive advantage </li></ul></ul><ul><ul><li>Differentiate </li></ul></ul>
  16. 20. แนวความคิดทางการตลาด (Marketing Concepts) <ul><li>แนวความคิดการตลาดมุ่งสังคม (The Social Marketing Concept) </li></ul>
  17. 21. การเปรียบเทียบแนวความคิด เก่า - ใหม่ <ul><li>แนวความคิดเก่า - ผลิตก่อนขาย </li></ul><ul><li>แนวความคิดใหม่ - ขายก่อนผลิต </li></ul>มุ่ง กิจกรรม เป้าหมาย สินค้า ลูกค้า การขายและการส่งเสริมการขาย กำไรจากการขาย กิจกรรมการตลาด กำไรจากความพอใจของลูกค้า
  18. 22. แนวความคิดใหม่เกี่ยวกับส่วนประสมการตลาด (Modern Marketing Mix Concept) <ul><li>แนวคิดใหม่ </li></ul><ul><li>ความต้องการของผู้บริโภค </li></ul><ul><li>(Consumers needs and wants) </li></ul><ul><li>ความสะดวกในการซื้อ </li></ul><ul><li>(Convenience to buy) </li></ul><ul><li>ต้นทุนในการซื้อ </li></ul><ul><li>(Costs to buy) </li></ul><ul><li>การติดต่อสื่อสาร </li></ul><ul><li>(Communication) </li></ul><ul><li>แนวคิดเดิม </li></ul><ul><li>ผลิตภัณฑ์ </li></ul><ul><li>(Product) </li></ul><ul><li>การจัดจำหน่าย </li></ul><ul><li>(Place) </li></ul><ul><li>การกำหนดราคา </li></ul><ul><li>(Price) </li></ul><ul><li>การส่งเสริมการตลาด </li></ul><ul><li>(Promotion) </li></ul>
  19. 23. ส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix) <ul><li>ผลิตภัณฑ์ (Product) </li></ul><ul><li>การจัดจำหน่าย (Place) </li></ul><ul><li>การกำหนดราคา (Price) </li></ul><ul><li>การส่งเสริมการตลาด (Promotion) </li></ul><ul><ul><li>การขายโดยใช้พนักงานขาย (Personal Selling) </li></ul></ul><ul><ul><li>การโฆษณา (Advertising) </li></ul></ul><ul><ul><li>การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) </li></ul></ul><ul><ul><li>การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ (Publicity and Public Relation) </li></ul></ul>
  20. 24. สภาพแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้ (Uncontrollable Environment) <ul><li>สภาวะแวดล้อมทางด้านวัฒนธรรมและสังคม (Cultural and Social Environment) </li></ul><ul><li>สภาวะแวดล้อมทางด้านการเมืองและกฎหมาย (Political and Legal Environment) </li></ul><ul><li>สภาวะแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ (Economic Environment) </li></ul><ul><li>สภาวะแวดล้อมด้านเทคโนโลยี (Technological Environment) </li></ul><ul><li>สภาวะแวดล้อมด้านการแข่งขัน (Competitive Environment) </li></ul><ul><li>ทรัพยากรและวัตถุประสงค์ขององค์การธุรกิจ (Resources and Objectives of the Firm) </li></ul>
  21. 26. <ul><li>การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) </li></ul><ul><li>การเลือกตลาดเป้าหมาย (Targeting) </li></ul><ul><li>การกำหนดภาพพจน์หรือจุดขาย (Positioning) </li></ul>
  22. 27. <ul><li>ตลาดผู้บริโภค (Consumer Market) </li></ul><ul><li>ตลาดธุรกิจ (Business Market) </li></ul>
  23. 28. การแบ่งส่วนตลาด <ul><li>ภูมิศาสตร์ </li></ul><ul><li>จิตวิทยา </li></ul><ul><li>ประชากรณ์ศาสตร์ </li></ul><ul><li>พฤติกรรมการซื้อ </li></ul>
  24. 30. Case <ul><li>Differentiated </li></ul><ul><li>Mass Market </li></ul><ul><li>For example </li></ul><ul><ul><ul><li>Lexus </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Honda </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>Toyota </li></ul></ul></ul>
  25. 31. Definition <ul><li>Need( ความต้องการ ) </li></ul><ul><li>Want( ความอยากได้ ) </li></ul><ul><li>Drive( พลังผลักดัน ) ของบุคคลแต่ละคน </li></ul><ul><li>Motive( แรงจูงใจ ) สามารถเกิดจากหลายสาเหตุ </li></ul><ul><li>Marketing </li></ul><ul><li>Product:Goods+Service+Idea </li></ul>
  26. 32. ความหมายของผลิตภัณฑ์ (Defining Product) <ul><li>ผลิตภัณฑ์ (Product) คือ องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่รวมกันแล้ว สามารถสนองความต้องการของผู้ซื้อ ให้เกิดความพอใจบางประการจากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นหรือผลตอบ แทนใด ๆ ที่ผู้ซื้อคาดว่าจะได้รับจากการซื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ </li></ul>
  27. 33. แนวความคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Concept) <ul><li>ผลิตภัณฑ์ที่มีตัวตน (The tangible product) คือส่วนประกอบต่าง ๆ ของสินค้าหรือบริการที่เสนอขาย ซึ่งจับต้องได้ มองเห็นได้ชัดเจนหรือเป็นที่ยอมรับทันทีว่าคือสิ่งที่เสนอขาย ซึ่งเกิดจากรูปลักษณ์ (Feature) มากกว่าคุณภาพ </li></ul>
  28. 34. องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ (Total Product) (Total Product) <ul><li>ตัวผลิตภัณฑ์หลัก (Core Product) </li></ul><ul><li>สิ่งบ่งชี้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product Identifications) </li></ul><ul><ul><li>บรรจุภัณฑ์ (Packages) </li></ul></ul><ul><ul><li>ตราสินค้า (Brand) </li></ul></ul><ul><li>บริการ (Services)Intangible </li></ul><ul><ul><li>บริการเกี่ยวกับความสะดวกในการซื้อ </li></ul></ul><ul><ul><li>บริการเกี่ยวกับความสะดวกในการใช้ผลิตภัณฑ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>บริการเกี่ยวกับความสะดวกในการชำระเงิน </li></ul></ul>
  29. 35. Definition <ul><li>Geographic </li></ul><ul><li>Demographic </li></ul><ul><li>Psychographic </li></ul><ul><li>Response Behavior </li></ul>
  30. 36. การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) <ul><li>กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการการตลาด ในการใช้วัสดุชนิดใดชนิดหนึ่งมาสรรสร้างภาชนะบรรจุหรือหีบห่อให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ปกป้องความเสียหายของผลิตภัณฑ์ รักษาคุณภาพ เกิดความสะดวกในการใช้สอย สะดวกในการขนส่งและเพื่อการสื่อสารต่าง ๆ </li></ul>
  31. 37. หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ (Functions of Packaging) <ul><ul><li>รองรับหรือบรรจุ (Contain) </li></ul></ul><ul><ul><li>ป้องกันรักษา (Protection) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ความเสียหายทางกายภาพ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ความเสียหายทางเคมี </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) </li></ul></ul><ul><ul><li>สร้างความสะดวก (Convenience) </li></ul></ul><ul><ul><li>ช่วยการติดต่อสื่อสาร (Communication) </li></ul></ul><ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมการตลาด (Promotion) </li></ul></ul>
  32. 38. ป้ายฉลาก (Label) <ul><li>ป้ายฉลาก คือส่วนที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อาจเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์หรือเป็นสิ่งพิมพ์ที่ติดอยู่บนตัวบรรจุภัณฑ์หรือตัวผลิตภัณฑ์ก็ได้ แบ่งเป็น </li></ul><ul><ul><li>ฉลากตราสินค้า (Brand Label) </li></ul></ul><ul><ul><li>ฉลากบอกคุณภาพของสินค้า (Grade Label) </li></ul></ul><ul><ul><li>ฉลากบอกรายละเอียดของสินค้า (Descriptive Label) </li></ul></ul>
  33. 42. บุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการซื้อ Participants In Buying Process <ul><li>ผู้ริเริ่ม (Initiator) คือผู้เสนอแนวความคิด ให้แนวทางหรืออธิบายบอกเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ </li></ul><ul><li>ผู้มีอิทธิพล (Influencer) เป็นผู้มีอำนาจในการชักจูงหรือชักชวนให้ผู้ซื้อโน้มเอียงตามความต้องการของตนได้ </li></ul><ul><li>ผู้ตัดสินใจ (Decider) เป็นผู้พิจารณาขั้นสุดท้ายว่า จะมีการซื้อสินค้านั้นหรือไม่ </li></ul><ul><li>ผู้ซื้อ (Buyer) หมายถึงบุคคลที่ทำหน้าที่ซื้อสินค้า </li></ul><ul><li>ผู้ใช้ (User) เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ใช้สินค้าหรือบริการนั้น </li></ul><ul><li>บุคคลที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการซื้อ อาจเป็นการกระทำของแต่ละบุคคล หรืออาจเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยบุคคลเพียงผู้เดียวก็ได้ </li></ul>
  34. 43. วงจรแฟชั่น (Fashion Cycle) (Fashion Cycle) <ul><ul><li>Definition </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>สไตล์ (Style) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>แฟชั่น (Fashion) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เฟด (Fad) </li></ul></ul></ul>
  35. 44. Style
  36. 45. Fashion
  37. 46. Fade
  38. 47. วงจรแฟชั่น (Fashion Cycle) <ul><li>ขั้นตอนของวงจรแฟชั่น (Stages of Fashion Cycle) </li></ul><ul><li>การมีความคิดริเริ่ม (Creation) </li></ul><ul><li>การแสดงออก (Showing) </li></ul><ul><li>การยอมรับ (Adoption) </li></ul><ul><li>การปรับปรุง ดัดแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Adaptation) </li></ul><ul><li>การเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ( Popularization ) </li></ul><ul><li>การผลิตออกขายเป็นจำนวนมาก (Mass Production) </li></ul><ul><li>ช่วงสินค้าเสื่อมความนิยม (Abandonment) </li></ul>
  39. 48. <ul><li>ผู้ริเริ่ม (Initiator) </li></ul><ul><li>ผู้มีอิทธิพล (Influencer) </li></ul><ul><li>ผู้ตัดสินใจ (Decider) </li></ul><ul><li>ผู้ซื้อ (Buyer) </li></ul><ul><li>ผู้ใช้ (User) </li></ul>
  40. 51. การแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์ (Product Classifications) <ul><li>ผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภค (Consumer Products) </li></ul><ul><ul><li>สินค้าสะดวกซื้อ (Convenience products) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>สินค้าซื้อประจำ (Staple goods) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>สินค้าที่ถูกกระตุ้นให้ซื้อ (Impulse goods) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>สินค้าซื้อเมื่อฉุกเฉิน ( Emergency goods ) Final Customer </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าเปรียบเทียบซื้อ (Shopping products) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>สินค้าแบบเดียวกัน (Homogeneous shopping goods) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>สินค้าต่างแบบ (Heterogeneous shopping goods) focus on Style and Brand Image </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าเจาะจงซื้อ (Specialty products) GPS and Restaurant or Long life(Music Instruments) </li></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าไม่แสวงซื้อ (Unsought products) </li></ul></ul>
  41. 52. การแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์ (Product Classifications) <ul><li>ผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภค (Consumer Products) </li></ul><ul><ul><li>สินค้าสะดวกซื้อ (Convenience products) </li></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าเปรียบเทียบซื้อ (Shopping products) </li></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าเจาะจงซื้อ (Specialty products) </li></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าไม่แสวงซื้อ (Unsought products) </li></ul></ul>
  42. 53. ข้อสังเกตเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค <ul><li>เป็นการแบ่งประเภทตามลักษณะการซื้อของผู้บริโภค </li></ul><ul><li>สินค้าแต่ละประเภทมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบต่างกัน </li></ul><ul><li>สามารถเปลี่ยนแปลงประเภทได้ โดยใช้รูปแบบความสะดวกในการซื้อ ดังนี้ </li></ul><ul><ul><li>Form convenience ความสะดวกจากรูปร่าง </li></ul></ul><ul><ul><li>Time convenience ความสะดวกจากการซื้อในเวลาต่าง ๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>Place convenience ความสะดวกจากแหล่งขายต่าง ๆ </li></ul></ul>Cont
  43. 54. ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ (Product Mix) (Product Mix) <ul><li>รายการผลิตภัณฑ์ (Product Item) หมายถึง แต่ละหน่วยของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขาย จำแนกได้โดยลักษณะบางประการ ,( Stationary) </li></ul><ul><li>สายผลิตภัณฑ์ (Product Line) หมายถึง กลุ่มของรายการผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะบางอย่างสัมพันธ์กัน (P owerbuy) </li></ul><ul><li>ความกว้างและความลึกของผลิตภัณฑ์ (Width and Depth of assortments) </li></ul><ul><li>ความกว้าง หมายถึง จำนวนสายผลิตภัณฑ์ที่กิจการผลิตหรือมีไว้จำหน่าย (Many Electric stores in one mall) </li></ul><ul><li>ความลึก หมายถึง จำนวนรายการผลิตภัณฑ์ในแต่ละสายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหรือจำหน่าย (Many Products in Stationary store) </li></ul>
  44. 55. ตราสินค้าร่วม (Family brand) (Family brand) <ul><li>หมายถึง </li></ul><ul><li>ตราสินค้าที่ผู้ผลิตใช้กับสินค้าทุกชนิดที่ผลิตออกจำหน่าย เพื่อแสดงถึงคุณภาพในระดับเดียวกันหรือแสดงถึงความสัมพันธ์ของสินค้าในประเภทเดียวกัน </li></ul>
  45. 57. ตราสินค้าเอกเทศ (Individual brand) <ul><li>หมายถึง </li></ul><ul><li>ตราสินค้าที่ใช้กับสินค้าที่มีคุณภาพ ลักษณะการใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นประเภทเดียวกันก็ตาม </li></ul>
  46. 60. ตราสินค้านานานาม (Multi brand) <ul><li>หมายถึง </li></ul><ul><li>ตราสินค้าที่ผู้ผลิตใช้กับสินค้าประเภทเดียวกันแต่คุณภาพแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดนั่นเอง </li></ul>
  47. 63. การยอมรับในตรา (Brand Familiarity) <ul><li>Rejection ลูกค้าปฏิเสธตราสินค้านั้น </li></ul><ul><li>Non recognition ผู้บริโภคจำไม่ได้ อาจเพราะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างสินค้าตราต่าง ๆ </li></ul><ul><li>Brand recognition ผู้บริโภคยอมรับว่าเคยเห็น เคยได้ยินและจำตราสินค้าได้ </li></ul><ul><li>Brand preference ลูกค้าจะเลือกสินค้าตรานี้ก่อนสินค้าตราอื่น ๆ </li></ul><ul><li>Brand insistence ผู้บริโภคเจาะจงว่าต้องการสินค้าตรานี้เท่านั้น เรียกได้ว่ามี ความภักดีในตรา (Brand loyalty) </li></ul>
  48. 64. <ul><li>Blister Pack </li></ul><ul><li>Multi Pack </li></ul><ul><li>Flip top </li></ul><ul><li>Shrink Film </li></ul>Retailer
  49. 65. <ul><ul><li>ถาวรวัตถุที่มีการติดตั้ง (Installations) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>สิทธิในที่ดินและอาคาร </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการผลิต (Major equipments) </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>เครื่องมือประกอบ (Accessory Equipments) </li></ul></ul>ผลิตภัณฑ์เพื่อการอุตสาหกรรม (Industrial Products)
  50. 66. <ul><ul><li>วัตถุดิบ (Raw Materials) </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ผลผลิตจากการเกษตร (Agricultural products) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>พืชผล (Crops) </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>สัตว์เลี้ยง (Animal products) </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ผลผลิตจากธรรมชาติ (Natural products) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>สินแร่ (Mineral products) </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>ผลิตผลจากป่า (Forest products) </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>สัตว์มีชีวิต (Animal life) </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><li>วัสดุประกอบและชิ้นส่วน (Component Materials and Parts) </li></ul></ul><ul><ul><li>วัสดุใช้สอย (Supplies) </li></ul></ul><ul><ul><li>บริการ (Services) </li></ul></ul>
  51. 68. Silent Salesman and Use No hook <ul><li>Primary Package </li></ul><ul><li>Secondary Package </li></ul><ul><li>Shipping Package </li></ul><ul><li>Commerce Package </li></ul>
  52. 69. บาร์โค้ด (Bar Code) <ul><li>โครงสร้างรหัสบาร์โค้ด (EAN) แบบมาตรฐาน </li></ul><ul><ul><li>3 ตัวแรก เป็นหมายเลขประจำตัวของนายทะเบียนของแต่ละประเทศ </li></ul></ul><ul><ul><li>4 ตัวถัดไป คือ รหัสสมาชิก นายทะเบียนแต่ละประเทศจะเป็นผู้ออกให้ </li></ul></ul><ul><ul><li>5 ตัวถัดไป คือ รหัสประจำตัวสินค้า ซึ่งกิจการเป็นผู้กำหนดเอง </li></ul></ul><ul><ul><li>ตัวเลขสุดท้าย คือ เป็นตัวตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขข้างหน้าของระบบคอมพิวเตอร์ </li></ul></ul><ul><li>แบบย่อจะไม่มีรหัสประจำตัวสินค้า </li></ul>
  53. 70. Product Life Cycle <ul><li>The product life cycle is defined as the period that starts with the initial product design (research and development) and ends with the withdrawal of the product from the marketplace. </li></ul><ul><li>It is characterized by specific stages, including research, development, introduction, maturity, decline, and obsolescence. </li></ul><ul><li>Each stage is often linked with changes in the flows of raw materials, parts and distribution to markets. </li></ul>
  54. 71. Product Life Cycle <ul><li>Conventionally, four main stages compose a product's life cycle: </li></ul><ul><li>1.Introduction </li></ul><ul><li>2.Growth </li></ul><ul><li>3.Maturity </li></ul><ul><li>4.Decline </li></ul>
  55. 72. Product Life Cycle
  56. 73. <ul><li>Introduction. </li></ul><ul><ul><li>This stage mainly concerns the development of a new product, from the time is was initially conceptualized to the point it is introduced on the market. </li></ul></ul><ul><ul><li>The corporation having an innovative idea first will often have a period of monopoly until competitors start to copy and/or improve the product (unless a patent is involved as it is the case in industries such as pharmaceuticals). </li></ul></ul><ul><ul><li>Generally, associated freight flows take place within developed countries and/or close to markets where to product is likely to be adopted. </li></ul></ul>
  57. 75. <ul><li>Growth . </li></ul><ul><li>If the new product is successful (many are not), sales will start to grow and new competitors will enter the market, slowly eroding the market share of the innovative firm. </li></ul><ul><li>The product starts to be exported to other markets and substantial efforts are made to improve its distribution since competition mainly takes place more on the innovative capabilities of the product than on its price. </li></ul>
  58. 77. <ul><li>Maturity . </li></ul><ul><li>At this stage, the product has been standardized, is widely available on the market and its distribution is well established. </li></ul><ul><li>Competition increasingly takes place over cost and a growing share of the production takes place in low cost locations. </li></ul><ul><li>Associated freight flows are consequently modified to include a greater transnational component. </li></ul>
  59. 79. <ul><li>Decline . </li></ul><ul><li>As the product is becoming obsolete, production essentially takes place in low costs locations while developing countries become net importers. </li></ul><ul><li>Production and distribution economies are actively sought as profit margins decline. </li></ul><ul><li>Eventually, the product will be retired, an event that marks the end of its life cycle. </li></ul>
  60. 82. <ul><li>ขั้นตอนของวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Stages of Product Life Cycle) </li></ul><ul><ul><li>ขั้นแนะนำผลิตภัณฑ์ (Product Introduction) </li></ul></ul><ul><ul><li>ขั้นตลาดเจริญเติบโต (Market Growth) </li></ul></ul><ul><ul><li>ขั้นตลาดอิ่มตัว (Market Maturity) </li></ul></ul><ul><ul><li>ขั้นตลาดตกต่ำ (Sales Decline) </li></ul></ul>วัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle)
  61. 83. Product Life Cycle
  62. 84. <ul><li>ลักษณะสำคัญบางประการเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ </li></ul><ul><ul><li>ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไม่จำเป็นจะต้องมีวงจรครบทั้ง 4 ขั้น </li></ul></ul><ul><ul><li>ระยะเวลาทั้งวัฏจักรของแต่ละผลิตภัณฑ์จะไม่เท่ากัน </li></ul></ul><ul><ul><li>ระยะเวลาแต่ละขั้นตอนในวัฏจักรสำหรับผลิตภัณฑ์เดียวกันจะสั้นหรือยาวไม่เท่ากัน </li></ul></ul><ul><ul><li>กำไรสำหรับผลิตภัณฑ์หนึ่ง ๆ ไม่จำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวในอัตราส่วนเดียวกับยอดขาย </li></ul></ul>วัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle)
  63. 85. <ul><li>การขยายวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Expanding Product Life Cycle) </li></ul><ul><ul><li>การเพิ่มปริมาณการใช้ (More Usages) </li></ul></ul><ul><ul><li>การแสวงหาลูกค้าใหม่ (New Users) </li></ul></ul><ul><ul><li>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (Product Development for Old Market) </li></ul></ul><ul><ul><li>การหาตลาดใหม่ (New Market) </li></ul></ul>
  64. 86. <ul><li>ขั้นตอนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ </li></ul><ul><ul><li>การแสวงหาแนวความคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ (Exploration) สามารถหาได้จากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ลูกค้า </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>สมาชิกในช่องทางการจำหน่าย </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>คู่แข่งขัน </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>แหล่งความคิดภายในกิจการ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>แหล่งความคิดอื่น ๆ </li></ul></ul></ul>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development) (New Product Development)
  65. 88. <ul><ul><li>การกลั่นกรองความคิด (Idea Screening) ปัจจัยที่นำมา </li></ul></ul><ul><ul><li>ประกอบการกลั่นกรองความคิดเบื้องต้น ได้แก่ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ภาพพจน์ของกิจการ (Image) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>วัตถุประสงค์และนโยบายของกิจการ (Objective and Policy) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ความพร้อมของทรัพยากร (Resources) </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ระดับความใหม่ของความคิด (Degree of Newness) </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>การวิเคราะห์เชิงธุรกิจ (Business Analysis) </li></ul></ul><ul><ul><li>การพัฒนาด้านเทคนิค (Technical Development) </li></ul></ul><ul><ul><li>การทดสอบตลาด (Market Testing) </li></ul></ul>
  66. 89. <ul><ul><li>การวางตลาดสินค้า (Commercialization) ปัจจัยเกี่ยวข้องที่ </li></ul></ul><ul><ul><li>ต้องพิจารณา มีดังนี้ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ความต้องการเงินทุนเพื่อจัดให้มีอุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เพื่อใช้ในการผลิต </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>วิธีการจัดหาอุปกรณ์การผลิต ตัวอาคารโรงงานต่าง ๆ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>กำลังการผลิต ขนาดของโรงงานที่ต้องการ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ช่วงเวลาที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในการวางตลาดครั้งแรก </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ขอบเขตของตลาดที่จะวางตลาดครั้งแรก </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>วิธีการที่จะใช้ในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ </li></ul></ul></ul>
  67. 90. <ul><li>การวิเคราะห์สถานภาพของผลิตภัณฑ์ </li></ul><ul><li>(Market Share/Market Growth </li></ul><ul><li>Analysis) </li></ul>การเพิ่มการลดผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย (Product Adding and Deleting) สูง สูง ต่ำ ต่ำ ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) การเติบโตของตลาด (Market Growth) ดาวรุ่ง เจ้าปัญหา วัวทอง หมาแก่
  68. 91. <ul><li>Need,Want and Demand </li></ul><ul><li>Controllable V.S. Uncontrollable Environment </li></ul><ul><li>Consumer V.S. Industrial Market </li></ul><ul><li>Explain Family and Private Brand </li></ul><ul><li>Type of Bar Code and example </li></ul><ul><li>PLC and example </li></ul>เขียนบรรยายจำนวน 4 ข้อจาก 7 ข้อ = 16%

×