Xm603 Macro Environment Group 1 V03

990 views

Published on

XM603_Group1

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
990
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Xm603 Macro Environment Group 1 V03

  1. 1. Industry Analysis and Competition <ul><li>กลุ่ม 1 </li></ul><ul><li>นางสาวทัดดาว มีเนตร 5002010030 </li></ul><ul><li>นายประสิทธิ์ ไวยาวัจมัย 5202010046 </li></ul><ul><li>นางสาวสาวิตรี บูรณะไพบูลย์ 5202010053 </li></ul><ul><li>นางสาวกมลทิพย์ รัตนธีรโรจน์ 5202010103 </li></ul><ul><li>นายศิริพงศ์ สิทธิ์บูรณะ 5202010160 </li></ul>
  2. 2. Agenda <ul><li>ประเทศในอาเซียนและอุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยควรไปลงทุน </li></ul><ul><li>ประเทศใดในโลกและอุตสาหกรรมใดที่ไทยควรจะชักชวนนักลงทุนมาลงทุนในไทย </li></ul>
  3. 3. ลงทุนอุตสาหกรรมอาหารทะเลใน Indonesia
  4. 4. วิเคราะห์อุตสาหกรรมอาหารทะเล <ul><li>ประเทศไทยมีความชำนาญธุรกิจประมงและแปรรูปอาหารทะเล รวมถึงอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง เช่น ห้องเย็น </li></ul><ul><li>เป็นผู้นำในตลาดโลกในการส่งออกอาหารทะเลแปรรูป ติดอันดับ 1 ใน 5 โดยเฉพาะปลาทูน่า เป็นอันดับ 1 </li></ul><ul><li>2552 มูลค่าส่งออกอาหารทะเลแปรรูปของไทย ~ 3,000 Million$ </li></ul><ul><li>กระแสความนิยมในการเรื่องสุขภาพ ทำให้คนนิยมทานอาหารทะเล โดยเฉพาะปลามากขึ้น </li></ul>ปัญหา และอุปสรรค <ul><li>ขาดแคลนวัตถุดิบ และแรงงาน </li></ul><ul><li>น้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลัก มีราคาสูงขึ้น </li></ul>
  5. 5. อุตสาหกรรมอาหารทะล
  6. 6. Why Indonesia? <ul><li>เป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ระหว่าง มหาสมุทร India & Pacific </li></ul><ul><li>มีพื้นที่ทางทะเลมากถึง 5.8 sqm. ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมาก และหลากหลาย แต่ขาดความสามารถในการทำประมง และแปรรูป </li></ul><ul><li>ชาวอินโดนีเซียไม่นิยมรับประทานอาหารทะเล เนื่องจากความเชื่อที่ว่าเป็นสัตว์ที่ไม่มีเลือด </li></ul><ul><li>มีประชากรมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน (2009 ~240 ล้านคน ) และส่วนมากอยู่ในวัยแรงงาน </li></ul>
  7. 7. Why Indonesia? <ul><li>ธุรกิจอาหารทะเลไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง แต่เน้นแรงงาน </li></ul><ul><li>ค่าแรงค่อนต่ำในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น เขต West Sumatra ~80 USD/mth. </li></ul><ul><li>ปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นแหล่งประมงนอกน่านน้ำที่ใหญ่ที่สุดของไทย ( แต่เป็นการจับสัตว์น้ำนำกลับมาแปรรูปในไทย ) </li></ul><ul><li>มีเขตเศรษฐกิจอินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศให้ใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เน้นความร่วมมือด้านการผลิต , การส่งเสริมการลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี อุตสาหกรรมประมงและแปรรูปเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของโครงการนี้ </li></ul>
  8. 8. Why Indonesia? <ul><li>ปี 2546 ภาคเอกชนมีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย - อินโดนีเซีย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล , เทคโนโลยี และร่วมมือกันทางธุรกิจ </li></ul><ul><li>ปี 2546 ไทย - อินโดนีเซีย มีข้อตกลงในการยกเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน </li></ul><ul><li>ปี 2550 รัฐบาลอินโดนีเซียได้ปรับปรุงกฏหมายการลงทุนให้เป็นสากล และผ่อนปรนกฏระเบียบให้เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เช่น สามารถลงทุนในสัดส่วนที่ยืดหยุ่น ( อัตราส่วนมากกว่าหรือน้อยกว่าผู้ประกอบการในประเทศได้ ) </li></ul>
  9. 9. ข้อเสนอแนะในการลงทุน <ul><li>ร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น เพื่อทำอุตสาหกรรมต่อเนื่องบนบก เช่น โรงงานแปรรูป , อุตสาหกรรมห้องเย็น , อาหารสัตว์ </li></ul><ul><li>ใช้อินโดนีเซียเป็นฐานการผลิต และส่งออกไปยังประเทศอื่นที่ได้สิทธิประโยชน์ เช่น ปี 2547 สหรัฐใช้มาตรการ Anti-dumping กับกุ้งของประเทศไทย แต่อินโดนีเซียไม่ได้รับผลกระทบ </li></ul><ul><li>ลงทุนในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เช่นบริเวณ West Kotawaringin, East Kotawaringin, Surabaya, Katingan และ Sukamara </li></ul><ul><li>การตั้งโรงงานแปรรูปควรอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ถนน , ไฟฟ้านอกพื้นที่อุตสาหกรรมยังไม่สะดวก </li></ul>
  10. 10. <ul><li>เพิ่มช่องทางในการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมห้องเย็น , Refrigerator container, การก่อสร้างท่าเรือ , การทำหีบห่อและ packaging, </li></ul><ul><li>ส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจ SMEs ไทย </li></ul><ul><li>เพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับประเทศ </li></ul><ul><li>เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุน ( ในกรณีที่เกิดการขาดแคลนสินค้าภายในประเทศ ) </li></ul><ul><li>เกิดการพัฒนาทักษะ และถ่ายทอดเทคโนโลยี ( technology transfer ) </li></ul><ul><li>ลดการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพิ่มเวลาเจริญพันธุ์ของสัตว์น้ำ พัฒนาระบบนิเวศน์ เพื่อความยั่งยืนของแหล่งพันธุ์ปลาในประเทศไทย </li></ul><ul><li>เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีทางเศรษฐกิจ และการทูตกับประเทศที่ลงทุน </li></ul>ประโยชน์ต่อไทย
  11. 11. อุตสาหกรรมเจียระไนเพชรและพลอยและอุตสาหกรรมเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่น่าส่งเสริมและชักชวนนักลงทุน
  12. 12. Industry Competitive advantages <ul><li>เป็นงานที่ใช้ฝีมือ และคนไทยมีความถนัดและความชำนาญ </li></ul><ul><li>ลอกเลียนแบบได้ยาก เป็นความชำนาญแบบเฉพาะเจาะจง </li></ul><ul><li>อาศัยความได้เปรียบจากฝีมือการเจียระไนที่ประณีต และไทยยังมีการหุงหรือเผาพลอยซึ่งทำให้พลอยมีคุณค่ามากขึ้น   ซึ่งการหุงหรือเผาพลอยนี้มีในไทยเพียงประเทศเดียวในโลก </li></ul><ul><li>ได้รับการยอมรับและเป็นผู้นำในตลาดโลกในด้านการเจียระไนและส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ </li></ul><ul><li>มีคู่แข่งน้อย โดยคู่แข่งที่สำคัญคืออินเดีย และจีน </li></ul><ul><li>ประเทศไทยมีความพร้อมในด้านสาธารณูปโภค ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม Gemopolis มีการส่งเสริมพัฒนาความรู้และฝีมือแรงงาน เช่น คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาอัญมณี ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ </li></ul>
  13. 13. โมซัมบิกประเทศคู่ค้าที่น่าชวนมาลงทุน
  14. 14. ทำไมถึงเป็นโมซัมบิค <ul><li>เป็นแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับทั่วโลก </li></ul><ul><li>เป็นแหล่งวัตถุดิบอัญมณีที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก </li></ul><ul><li>เป็นประเทศที่มีทางออกติดมหาสมุทรอินเดีย สะดวกและช่วยลดต้นทุนในการขนส่งวัตถุดิบ </li></ul><ul><li>เป็นประตูทางการค้าสู่ทวีปอัฟริกา และต่อยอดไปยังการลงทุนในอุตสาหกรรมอื่น </li></ul>
  15. 15. ประโยชน์ต่อไทย <ul><li>ช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าอัญมณี </li></ul><ul><li>สร้างและยกระดับความเชื่อมั่นของสินค้า “ Made in Thailand” สู่ตลาดโลก </li></ul><ul><li>ช่วยลดต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทย สร้างข้อได้เปรียบในตลาดโลกของไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญรายใหญ่ของโลก </li></ul><ul><li>เป็นการสร้างเสริมจุดแข็งและแก้จุดอ่อนของทั้งไทยและโมซัมบิค เนื่องจากโมซัมบิค มีทรัพยากรที่เป็นแร่อัญมณีจำนวนมาก แต่ไม่มีความชำนาญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการนำมาเจียระไนหรือการทำเป็นเครื่องประดับ ในขณะที่ไทยได้รับการยอมรับในด้านฝีมือการเจียระไนเพชรและพลอย แต่ขาดแคลนอัญมณี </li></ul><ul><li>อุตสาหกรรมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับเป็น 1 ใน 4 อุตสาหกรรมที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ </li></ul><ul><li>เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ช่วยสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่องสู่ไทยทั้งในด้านการจ้างงาน , การออกแบบเครื่องประดับ , บรรจุภัณฑ์ และการท่องเที่ยว </li></ul><ul><li>ช่วยส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม </li></ul><ul><li>ต่อยอดทางการลงทุนของไทยที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้ากับเขตอาเซียน </li></ul>

×