ตัวแปร

14,314 views

Published on

Published in: Technology, Business
1 Comment
1 Like
Statistics
Notes
  • สาระดีมากค่ะ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
14,314
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
9
Actions
Shares
0
Downloads
48
Comments
1
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ตัวแปร

  1. 1. ตัวแปร และสมมติฐาน
  2. 2. ความหมายของตัวแปร <ul><li>ตัวแปร ( Variables ) หมายถึงคุณสมบัติหรือคุณลักษณะของสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ </li></ul>
  3. 3. ลักษณะและชนิดของตัวแปร <ul><li>ตัวแปร Concept </li></ul><ul><li>หมายถึงตัวแปรที่แสดงความหมายในลักษณะของคนทั่วไปรับรู้ได้ตรงกันหรือสอดคล้องกัน เป็นตัวแปรที่เป็นรูปธรรม เช่น เพศ อายุ ความสูง เชื้อชาติ อาชีพ ระดับการศึกษาเป็นต้น </li></ul>
  4. 4. <ul><li>ตัวแปร Construct </li></ul><ul><li>หมายถึง ตัวแปรที่แสดงความหมายในลักษณะเฉพาะตัวบุคคล คนทั่วไปอาจรับรู้ได้ตรงกันหรือไม่ก็ได้ มักเป็นนามธรรม เช่น ความวิตกกังวล ทัศนคติ ความเป็นผู้นำ แรงจูงใจ เป็นต้น </li></ul>
  5. 5. ชนิดของตัวแปร <ul><li>1. ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น ( Independent variable ) หมายถึงตัวแปรที่เกิดขึ้นก่อนและเป็นสาเหตุทำให้เกิดผลตามมา </li></ul><ul><li>2. ตัวแปรตาม ( Dependent variable ) </li></ul><ul><li>หมายถึง ตัวแปรที่เกิดขึ้นเนื่องจากตัวแปรอิสระ หรือ กล่าวได้ว่า เป็นตัวแปรที่เป็นผลเมื่อตัวแปรอิสระเป็นเหตุ </li></ul>
  6. 6. <ul><li>3. ตัวแปรแทรกซ้อนหรือตัวแปรเกิน ( Extraneous variable ) เป็นตัวแปรที่ไม่ต้องการศึกษาของงานวิจัยเรื่องหนึ่งๆ ในขณะนั้น มีลักษณะเหมือนตัวแปรอิสระ ตัวแปรแทรกซ้อนจะส่งผลรบกวนตัวแปรอิสระที่ศึกษา ทำให้การวัดค่าตัวแปรคลาดเคลื่อน </li></ul>
  7. 7. <ul><li>4. ตัวแปรสอดแทรก ( Intervening variable ) เป็นตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อตัวแปรตามคล้ายกับตัวแปรแทรกซ้อน แต่เป็นตัวแปรที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีอะไรบ้างและจะเกิดขึ้นเมื่อใด จึงไม่สามารถควบคุมได้ </li></ul>
  8. 8. การนิยามตัวแปร <ul><li>นิยามในลักษณะของการบอกองค์ประกอบ ( constitutive definition ) </li></ul><ul><li>เป็นการอธิบายว่าตัวแปรนั้นหมายถึงอะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง มักเป็นตัวแปร concept เช่น เพศ หมายถึงลักษณะทางกายภาพของบุคคล แบ่งเป็น 2 อย่าง คือ ชาย กับ หญิง </li></ul>
  9. 9. <ul><li>2. นิยามในลักษณะ นิยามปฏิบัติการ ( operational definition ) </li></ul><ul><li>เป็นการอธิบายว่าตัวแปรนั้น หมายถึงอะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง และวัดได้อย่างไร </li></ul><ul><li>2.1 คุณลักษณะหรือองค์ประกอบของตัวแปร </li></ul><ul><li>2.2 พฤติกรรม ทีแสดงออก </li></ul>
  10. 10. <ul><li>2.3 สถานการณ์หรือสิ่งเร้าที่เหมาะสมที่นำมาเร้าให้บุคคลแสดงพฤติกรรมออกมา </li></ul><ul><li>2.4 เกณฑ์ที่เป็นเครื่องชี้บ่งว่าแสดงพฤติกรรมนั้นออกมา </li></ul>
  11. 11. ตัวอย่าง <ul><li>ทัศคติต่อวิชาภาษาไทย หมายถึง ท่าทีความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อวิชาภาษาไทย ซึ่งแสดงออกมาใน 2 ลักษณะ คือ ความรู้สึกในทางที่ดี หรือความรู้สึกในทางที่ไม่ดีต่อวิชาภาษาไทย วัดได้โดยดูจาการเข้าร่วมกิจกรรมของวิชาภาษาไทย ถ้าบุคคลใดเข้าร่วมบ่อยๆแสดงว่ามีทัศนคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทย ถ้าไม่เข้าร่วมหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมวิชาภาษาไทยบ่อยๆแสดงว่ามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาภาษาไทย </li></ul>
  12. 12. สมมติฐาน ( Hypothesis )
  13. 13. ความหมายของสมมติฐาน <ul><li>คือ คำตอบที่คาดการณ์ล่วงหน้าอย่างสมเหตุสมผลต่อปัญหาที่ศึกษาและเขียนอยู่ในลักษณะของข้อความที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป คำตอบนี้จะถูกต้องหรือไม่ต้องทดสอบโดยข้อมูลและวิธีการทางสถิติ </li></ul>
  14. 14. ประเภทของสมมติฐาน <ul><li>1. สมมติฐานทางการวิจัย ( Research hypothesis ) เป็นสมมติฐานที่เขียนอยู่ในรูปของข้อความที่ใช้ภาษาเป็นสื่อในการอธิบายความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ศึกษา </li></ul><ul><li>1.1 สมมติฐานแบบมีทิศทาง ( Directional hypothesis ) </li></ul><ul><li>1.2 สมมติฐานแบบไม่มีทิศทาง ( Nondirectional hypothesis ) </li></ul>
  15. 15. <ul><li>2. สมมติฐานทางสถิติ ( Statistical hypothesis ) เป็นสมติฐานที่เขียนเปลี่ยนรูปมาจากสมมติฐานทางวิจัยในรูปของโครงสร้างทางคณิตศาสตร์โดยใช้สัญลักษณ์ที่แทนคุณลักษณะของประชากรที่เรียกค่า พารามิเตอร์ ( Parameter ) มาเขียนอธิบายความสัมพันธ์ของตัวแปรหรืออธิบายความแตกต่างระหว่างกลุ่ม </li></ul>
  16. 16. <ul><li>2.1 สมมติฐานกลาง / สมติฐานไร้นัยสำคัญ ( Null hypothesis : H 0 ) </li></ul><ul><li>2.2 สมมติฐานไม่เป็นกลาง / สมติฐานทางเลือก ( Alternative hypothesis : H 1 ) </li></ul>
  17. 17. ลักษณะสมมติฐานที่ดี <ul><li>สมมติฐานที่ดีต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย </li></ul><ul><li>สมมติฐานที่ดีต้องอธิบายหรือตอบคำถามได้หมด </li></ul><ul><li>สมมติฐานที่ดี แต่ละข้อควรใช้ตอบคำถามเพียงข้อเดียวหรือประเด็นเดียว นั่นคือ ถ้ามีหลายตัวแปร หรือหลายประเด็นควรแยกเขียนเป็นสมมติฐานย่อยๆ </li></ul>
  18. 18. <ul><li>4. สมมติฐานที่ดีต้องสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป </li></ul><ul><li>5. สมมติฐานที่ดีต้องสมเหตุสมผลตามทฤษฎีและความรู้พื้นฐาน </li></ul><ul><li>6. สมมติฐานที่ดีต้องเขียนด้วยถ้อยคำที่อ่านเข้าใจง่ายและมีความชัดเจนภายในตัวของมันเอง </li></ul>
  19. 19. <ul><li>7. สมมติฐานที่ดีต้องสามารถตรวจสอบได้ สมมติฐานที่ดีไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป </li></ul><ul><li>8. สมมติฐานที่ดีควรมีอำนาจพยากรณ์สูง </li></ul>
  20. 20. <ul><li>เรื่อง การเปรียบเทียบการมีวินัยแห่งตนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ระหว่างวิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ และการสอนแบบบรรยาย </li></ul><ul><li>สมมติฐานการวิจัย </li></ul><ul><li>1 . นักเรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบบรรยาย </li></ul><ul><li>2. นักเรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ มีวินัยแห่งตนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนแบบบรรยาย </li></ul>
  21. 21. <ul><li>เรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของผลการสอนด้วยตำราเรียนวิชาจิตวิทยาการศึกษาในรูปแบบเชิงปัญหากับรูปแบบที่ใช้กันทั่วไป </li></ul><ul><li>สมมติฐานการวิจัย </li></ul><ul><li>นักเรียนที่ได้รับการสอนแบบเชิงปัญหา มีผลการเรียนวิชาจิตวิทยาการศึกษาสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยตำราในรูปแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป </li></ul>

×