เสนอ  อาจารย์ภัทรา  โต๊ะบุรินทร์  คณะอักษรศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร
ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องของคนมีริ้วรอยอีกต่อไป เพราะตอนนี้ศัลยกรรมตกแต่งเสริมความงามได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นไทย โดยเฉพาะระด...
 
<ul><li>แบ่งเป็น  2  ประเภทคือ </li></ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาสองชั้น </li></ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาชั้นเดียว </li></...
<ul><li>แบ่งเป็น  2  ประเภทคือ </li></ul><ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาบน  ( upper eyelid surgery) </li></ul></ul><ul><ul><li...
การทำศัลยกรรมตาบน  ( upper eyelid surgery) <ul><ul><ul><li>กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่ต้องการมีตา  2  ชั้น </li></ul></ul></ul><...
 
การทำศัลยกรรมตาล่าง  ( lower eyelid surgery ) แบ่งเป็น  2  ประเภทคือ   <ul><li>กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องถุงไขมันใต...
<ul><li>กลุ่มที่  2  คือ กลุ่มคนไข้ที่มีอายุมากขึ้น   </li></ul><ul><li>เปลือกตาล่างและกล้ามเนื้อใต้ตาจะเริ่มหย่อนยาน ทำให...
 
การผ่าตัดทำตาชั้นเดียว โดยทั่วไปศัลยแพทย์จะใช้ เทคนิคเดียวกับการผ่าตัดตกแต่งรูปตาบน แต่มีจุดมุ่งหมายต่างกัน  คือ ต้องการทำ...
หลังการทำศัลยกรรมตาและการดูแลตนเอง หลังทำศัลยกรรมตา ท่านอาจมีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย อาจมีอาการตึงและระคายตาใน   24-48  ชม ....
สิ่งที่ควรรู้ในการทำศัลยกรรม 1 . การทำตาบนตาล่าง ไม่สามารถขจัดรอยดำคล้ำของบริเวณรอบตาได้  2 . ไม่สามารถขจัดริ้วรอยเล็กๆที่...
 
ศัลยกรรมจมูก <ul><li>การ ตกแต่งจมูก   หมายถึง   การปรับเปลี่ยนรูปจมูกให้ดูสวยและรับกับใบหน้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความโด่ง ค...
เสริมจมูกมี   2  วิธี <ul><li>ผ่าตัดและไม่ผ่าตัด แต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและทำกันมานานได้แก่การผ่าตัดเสริมด้วยเนื้อเยื่อ ...
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก <ul><li>ซิลิโคนอ่อน  ( Silicone) ่ </li></ul><ul><li>เนื้อเยื่อของร่างกาย ได้แก่ กระดูกและกระดูก...
การตัดปีกจมูก <ul><li>เป็นการตกแต่งบริเวณจมูกส่วนล่างให้มีความเหมาะสมกับบริเวณสันจมูก และจมูกส่วนบน แก้ไขปีกจมูกที่ใหญ่ ลด...
ขั้นตอนการผ่าตัด <ul><li>แพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้คุณนอนหลับลดความวิตก ในส่วนของการเสริมจมูกแพทย์...
ขั้นตอนการผ่าตัด <ul><li>ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผล หรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์แต่ละท่านและในส่วนของการ ...
ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด   <ul><li>แพทย์ใช้เวลาเพียง  30 - 45  นาที หลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ  1  ชม .  เพื่อประคบผ้าเย็...
ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด   ( ต่อ ) <ul><li>   ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ  1 - 2  อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัดโดยทั่วไปจมูกจะ...
 
วิธีการดูแลหลังการเสริมจมูกและตัดปีกจมูก <ul><li>ประคบผ้าเย็นประมาณ  24-48  ชม .  หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นประ...
ข้อจำกัดของการผ่าตัด <ul><li>การผ่าตัดจะเพื่อความงามหรือแก้ไขความพิการไม่สามารถแก้ได้  100 %  ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ...
ศัลยกรรมปาก ริมฝีปากเป็นส่วนที่บอบบางมากหากได้รับการทำตกแต่งให้เรียวเล็กแล้วก็จำเป็นควบคุมตัวเองในด้านโภชนาการ  อาหารการกิ...
-   ควรเลือกใช้ลิปสติกที่ได้มาตรฐาน สีอ่อนๆ เป็นธรรมชาติ  ไม่ควรใช้ดินสอเขียนตัดขอบปากแรงๆ หรือสีเข้มจัดเกินไป -   ควรหมั่...
<ul><li>แพทย์จะทายาชาบนริมฝีปากทิ้งไว้ ประมาณ  45   นาที  </li></ul><ul><li>-  ใช้แสงเลเซอร์เข้าไปทำให้เม็ดสีกระจายให้มีขน...
ศัลยแพทย์จะกรีดผิวหนังบนริมฝีปากส่วนที่เป็นสีชมพู เพื่อสอดไขมันหรือคอลาเจนเข้าไปตลอดตามแนวยาวของริมฝีปาก  โดยบาดแผลที่เกิด...
 
 
เทคนิคการผ่าตัด  <ul><li>1.  การเสริมกระดูกคาง  -  ใช้การตัดเลื่อนกระดูก หรือเสริมด้วยคางเทียม  </li></ul><ul><li>2.  การล...
<ul><li>ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด </li></ul><ul><li>1-2  ชั่วโมง สำหรับการตัดเลื่อนกระดูก </li></ul><ul><li>ไม่เกิน  1  ชั...
การตัดเลื่อนกระดูก <ul><li>วิธีนี้เป็นเทคนิคของศัลยกรรมเสริมสร้าง โดยเปิดแผลในช่องปาก ตรงร่องหน้าฟันล่าง  แล้วใช้เลื่อยตัด...
<ul><li>แล้วเลื่อนกระดูกคางที่ถูกตัดออกมา ไปยึด ณ ตำแหน่งที่ต้องการ เช่น วาง </li></ul><ul><li>เลื่อนออกไปทางด้านหน้า  ( เ...
<ul><li>  ส่วนการยึดกระดูก  ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้แผ่นและสกรูที่ทำด้วย  ไททาเนียม  (titanium plate and screw)  ซึ่งให้ความแข็...
การเสริมด้วยคางเทียม  <ul><li>ข้อพิจารณาในการเลือกคางเทียม </li></ul><ul><li>1.  ปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย   -  ต้องน้อยท...
<ul><li>ข้อเสีย - ข้อดีของการใส่คางเทียม   </li></ul><ul><li>  เป็นเช่นเดียวกับการใส่วัสดุแปลกปลอมอื่นๆเข้าสู่ร่างกาย แต่ม...
ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้  <ul><li>  ถ้าเป็นการใส่คางเทียม  ปัญหาหลักคือ การใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปใน </li></ul><ul><li>ร่างก...
<ul><li>-  การติดเชื้อ :  อยู่ที่  5-7%   ด้วยฝีมือผู้ที่ชำนาญมาก </li></ul><ul><li>-  กระดูกบางลงจากการถูกคางเทียมกดทับ :...
<ul><li>การเลาะบริเวณคาง จะทำให้เกิดอาการ ชาชั่วคราว ที่คาง  ริมฝีปาก  </li></ul><ul><li>ฟันล่างด้านหน้า ความรู้สึกจะกลับค...
ดูแลหลังทำ <ul><li>หลังผ่าตัด  </li></ul><ul><li>สิ่งที่ตามมาแน่นอนหลังทำ คือ อาการบวม  ปวด  ชา  ที่คางและ </li></ul><ul><...
<ul><li>-  แพทย์มักจะใช้ผ้าพันแผลหรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปรัดบริเวณคางใน  2-3   วันแรก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ </li></ul>- ...
ศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>ปัจจุบันการศัลยกรรมหน้าอกเป็นที่นิยมกันมากสำหรับสาวๆที่รู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง โดยที่เชื่...
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพิ่มขนาดหน้าอก <ul><li>-  ถุงเต้านมเทียม  ประกอบด้วยเปลือกถุงที่ทำจากซิลิโคน และส่วนที่บรรจุในถุงก็คือน...
วิธีการศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>ตำแหน่งที่ศัลยแพทย์จะทำเส้นแนวผ่าตัดมีอยู่  3  ที่ด้วยกันคือ </li></ul><ul><ul><li>1. บริเวณ...
คุณสมบัติของผู้ที่จะศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>มีการเจริญเติบโตของเต้านมที่สมบูรณ์แล้ว ( 18   ปีขึ้นไป ) </li></ul><ul><li>มีว...
ข้อดีของการศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>รูปร่างหน้าอกสวยงามขึ้น </li></ul><ul><li>ส่วนใหญ่จะมีสภาพจิตใจและความมั่นใจสูงขึ้น </li...
สะโพกและต้นขา กรรมวิธีที่ใช้ในการทำให้อวัยวะเหล่านี้ กระชับขึ้น คือ โพลิแซกชั่น  ( liposaction)  ซึ่งจากความเห็น ของ นายคา...
ยาที่ใช้   :  ยาชาเฉพาะที่ ถ้าทำตำแหน่งเดียว เช่น หน้าท้อง หรือกระเปาะ ด้านข้างต้นขา ถ้าหากทำพร้อมกันหลายตำแหน่งหรือปริมาณ...
วิธีการผ่าตัด  :  การดูดไขมัน แพทย์จะทำเครื่องหมายบนร่างกายในตำแหน่งที่ ต้องการ เพื่อกะจำนวนไขมันที่ต้องเอาออกรวมถึงตำแหน่...
แผลผ่าตัด   :  แผลเป็นเส้นตรงเล็กๆขนาดไม่เกิน  8  มิลลิเมตร ซ่อนอยู่ใน   รอยพับตามธรรมชาติ เช่น รอยพับขาหนีบ รอยขาพับบริเว...
การดูแลหลังทำ  :  เนื่องจากการ ดูดไขมัน นี้ มีบาดแผลเพียงเส้นเล็กๆ  ประมาณ ครึ่งเซนติเมตร จึงสามารถทำตัวตามปกติ สามารถอาบน...
 
<ul><li>การผ่าตัดแปลงเพศเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะทางจิตใจ ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างการรับรู้เพศและสภาพร...
คุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงเพศจากชายเป็นหญิง มีดังนี้ <ul><li>1.  ผู้ผ่าตัดต้องมีอายุครบ  20  ปีบริบูรณ์ หรื...
ศัลยแพทย์ตกแต่งที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง จะนำผิวหนัง เนื้อเยื่อ และเส้นประสาทที่รับความรู้สึกทางเพศของผู้เข้ารับ...
 
เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศ <ul><li>1.  มีการวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 2.  ทำการสร้างช่องคลอดใหม่อยู่ระหว่างทวารหนักกับท่อปัสสาวะ...
 
การผ่าตัดแปลงเพศสามารถแบ่งตามขั้นตอนการสร้างช่องคลอด  (Vagina)  ใหม่ และปุ่มความรู้สึกทางเพศ  (Clitoris)  ได้  3  วิธีดังน...
<ul><li>2. SRS 2  ( Non skin inversion with scrotal skin graft ) </li></ul><ul><li>เทคนิคนี้เกิดจากการนำเอาผิวหนังจากองคชา...
<ul><li>3.  SRS 3  ( The sigmoid colon vaginoplasty ) </li></ul><ul><li>ใช้ในกรณีที่ผู้ที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศที่มีองคชาตสั้...
<ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>1.  อาจเกิดแผลเป็นยาวประมาณ  7  ซม .  เหนือหัวเหน่าด้านซ้าย </li></ul><ul><li>2.  การผ่า...
การดูแลหลังการผ่าตัด <ul><li>คนไข้จะต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ ร . พ .  อย่างน้อย  4- 6  วัน เพื่อดูแลรักษาแผลในระหว่างที่พ...
<ul><li>4.  วันที่  4  หลังการผ่าตัดแพทย์ผู้ผ่าตัดจะทำการถอดสาย  drain  ออกและเปิดแผล   </li></ul><ul><li>ทำความสะอาดแผล แ...
<ul><li>6.  วันที่  6  คนที่ผ่าตัดแบบ  SRS 2  หรือ  SRS 3  จะถูกถอดสายสวนปัสสาวะ เปิด </li></ul><ul><li>แผลทำความสะอาดแผลแ...
ศัลยกรรม วิชามนุษย์กับการสร้างสรรค์  (Man  and  Creativity) จัดทำโดย <ul><li>1. นางสาวสินีนาฎ  เกิดทรัพย์  รหัสนักศึกษา  0...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Surgery

6,282 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
6,282
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Surgery

  1. 1.   เสนอ อาจารย์ภัทรา โต๊ะบุรินทร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  2. 2. ศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องของคนมีริ้วรอยอีกต่อไป เพราะตอนนี้ศัลยกรรมตกแต่งเสริมความงามได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นไทย โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา แรงจูงใจในการทำศัลยกรรมมาจากธรรมชาติของวัยรุ่นที่รักสวยรักงาม เกรงว่าตนจะมีปมด้อย จึงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ผ่า เสริม เติม ตัด เพื่อรูปลักษณ์ที่ดีขึ้น ประกอบกับกระแสความนิยมในหมู่ดาราเกาหลีที่กำลังมีอิทธิพลในสังคมไทยช่วยส่งเสริมให้การศัลยกรรมกลายเป็นเรื่องธรรมดา บทนำ
  3. 4. <ul><li>แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ </li></ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาสองชั้น </li></ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาชั้นเดียว </li></ul>การทำศัลยกรรมตา
  4. 5. <ul><li>แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ </li></ul><ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาบน ( upper eyelid surgery) </li></ul></ul><ul><ul><li>การทำศัลยกรรมตาล่าง ( lower eyelid surgery) </li></ul></ul>การทำศัลกรรมตาสองชั้น
  5. 6. การทำศัลยกรรมตาบน ( upper eyelid surgery) <ul><ul><ul><li>กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่ต้องการมีตา 2 ชั้น </li></ul></ul></ul><ul><li> เพื่อเน้นตาให้ดูกลมโต เพราะความนิยมมีตา 2 ชั้น ยังเป็นที่นิยมใน หมู่คนไทย </li></ul><ul><ul><ul><li>กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มคนไข้ที่มีอายุมากขึ้น </li></ul></ul></ul><ul><li>ในกลุ่มนี้ ปัญหาที่มาพบแพทย์ คือ หนังตาบนหย่อนยานลง โดยเฉพาะบริเวณหางตา จึงทำให้ชั้นตาแลดูเล็กลง ในบางคนที่สูงอายุมาก ชั้นตาอาจปิดลงมากจนขนตาอาจทิ่มแทงเข้า ไปในตา ทำให้เกิดระคายเคือง ก่อให้เกิดการอักเสบของตาได้บ่อยๆ การเก็บหนังตามนอกจากจะทำเพื่อ ความสวยงามแล้ว ในบางรายก็เป็นการรักษาไปด้วยพร้อมกัน </li></ul>แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
  6. 8. การทำศัลยกรรมตาล่าง ( lower eyelid surgery ) แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ <ul><li>กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องถุงไขมันใต้ตาโต </li></ul><ul><li>ทำให้ตาแลดูพองบวมเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนตลอดเวลา กรณีนี้อาจ พบได้ทั้งในคนอายุน้อย เช่นกัน กลุ่มนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการหย่อนยานของหนังตาล่างมากนัก </li></ul>
  7. 9. <ul><li>กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มคนไข้ที่มีอายุมากขึ้น </li></ul><ul><li>เปลือกตาล่างและกล้ามเนื้อใต้ตาจะเริ่มหย่อนยาน ทำให้ไขมันใต้ตาแทรกตัวออกมาโป่งพองอยู่บริเวณตาล่าง การตัดแต่งตาล่าง จึงเป็นการเอาส่วนของไขมันออกร่วมกับการเอาหนังตาล่างออกด้วย จึงทำให้ท่านดูอ่อนเยาว์ลง ดวงตาจะดูสดใสขึ้น ความเต่งตึงของของผิวหนังตาจะอยู่ได้นานอีกหลายปี ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนรวมทั้งการดูแลและการถนอมผิวรอบตา หลังการผ่าตัด ก็มีส่วนช่วยให้ภาวะการณ์กลับมาของการหย่อนยานช้าลง </li></ul>การทำศัลยกรรมตาล่าง ( lower eyelid surgery )
  8. 11. การผ่าตัดทำตาชั้นเดียว โดยทั่วไปศัลยแพทย์จะใช้ เทคนิคเดียวกับการผ่าตัดตกแต่งรูปตาบน แต่มีจุดมุ่งหมายต่างกัน คือ ต้องการทำให้ชั้นตาเล็กลงที่สุด ซึ่งศัลยแพทย์จะใช้วิธีการฉีดยา ชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด แล้วกรีดชั้นตาเอาไขมันออก จากนั้นจึง เย็บยึดชั้นตากับกล้ามเนื้อด้านล่าง แล้วเย็บปิดบาดแผลที่ชั้น ผิวหนัง
  9. 12. หลังการทำศัลยกรรมตาและการดูแลตนเอง หลังทำศัลยกรรมตา ท่านอาจมีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย อาจมีอาการตึงและระคายตาใน 24-48 ชม . แรก ควรประคบบริเวณแผลผ่าตัดด้วยน้ำแข็ง หลังจากนั้นจึงประคบต่อด้วยน้ำอุ่น อาการบวมต่างๆ จะเริ่มยุบลง อาการเขียวคล้ำรอบตาในบางคนจะเริ่มหายไป ถ้าเป็นการผ่าตัดที่ทำที่เปลือกตาด้านนอก แพทย์จะนัดตัดไหมประมาณ 5-7 วัน หลังจากการผ่าตัด ชั้นตาจะเริ่มเข้าที่ประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการผ่าตัดทำมากน้อยเพียงใด อาจมีตาพร่ามัวบ้าง หรือ ในบางรายเมื่อกระพริบตาจะรู้สึกตึง แต่อาการทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่หลัง 2-4 สัปดาห์ งดเว้นการออกกำลังกายสักระยะหนึ่ง อีกทั้งงดเว้นการดื่ม alcohol ซึ่งจะทำให้มีน้ำคั่งที่บริเวณแผล และทำให้ชั้นตายุบบวมช้าลง
  10. 13. สิ่งที่ควรรู้ในการทำศัลยกรรม 1 . การทำตาบนตาล่าง ไม่สามารถขจัดรอยดำคล้ำของบริเวณรอบตาได้ 2 . ไม่สามารถขจัดริ้วรอยเล็กๆที่อยู่บนผิวรอบตาได้ 3 . ในบางรายควรร่วมกับการดึงขมับ ( forehead lift ) หรือการดึงหน้า ( facelift ) 4 . ความเข้าใจที่ว่าการทำศัลยกรรมตาบนและตาล่างจะช่วยลดริ้วรอยตีนกา ( crow's feet ) ด้านข้างตาได้นั้นเป็นความเข้าใจที่ผิด ศัลยกรรมตาบน - ตาล่างอาจช่วยลดริ้วรอยตีนกาได้บ้าง แต่ริ้วรอยที่เกิดที่หางตานั้น เกิดจากการหดตัว ( action ) ของกล้ามเนื้อข้างตา
  11. 15. ศัลยกรรมจมูก <ul><li>การ ตกแต่งจมูก หมายถึง การปรับเปลี่ยนรูปจมูกให้ดูสวยและรับกับใบหน้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความโด่ง ความคมหรือแม้แต่ความกว้างของปีกจมูกก็ตาม </li></ul>
  12. 16. เสริมจมูกมี 2 วิธี <ul><li>ผ่าตัดและไม่ผ่าตัด แต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและทำกันมานานได้แก่การผ่าตัดเสริมด้วยเนื้อเยื่อ หรือวัสดุบางชนิดเข้าไป อาทิเช่น กระดูกอ่อน , แผ่นหนัง , ไขมัน หรือ แท่งซิลิโคน เป็นต้น </li></ul>
  13. 17. วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก <ul><li>ซิลิโคนอ่อน ( Silicone) ่ </li></ul><ul><li>เนื้อเยื่อของร่างกาย ได้แก่ กระดูกและกระดูกอ่อน ( แต่ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยม ) </li></ul>
  14. 18. การตัดปีกจมูก <ul><li>เป็นการตกแต่งบริเวณจมูกส่วนล่างให้มีความเหมาะสมกับบริเวณสันจมูก และจมูกส่วนบน แก้ไขปีกจมูกที่ใหญ่ ลดขนาดรูจมูกที่กว้างและตัดปีก จมูกที่กางออก </li></ul>
  15. 19. ขั้นตอนการผ่าตัด <ul><li>แพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้คุณนอนหลับลดความวิตก ในส่วนของการเสริมจมูกแพทย์จะนำแท่งซิลิโคนซึ่งได้ตกแต่งและทำ รูปร่างให้เรียบร้อยตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมี ความยาวประมาณ 1 ซม . บริเวณขอบรูจมูกอาจจะเป็นข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ตามแต่ความถนัดของแพทย์ </li></ul><ul><li>จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง ( Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้ เมื่อใส่เข้าไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อย เย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม ปิดพลาสเตอร์ หรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมเป็นอันเรียบร้อย </li></ul>
  16. 20. ขั้นตอนการผ่าตัด <ul><li>ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผล หรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์แต่ละท่านและในส่วนของการ ตัดปีกจมูก แพทย์จะทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและจัดฐานปีกจมูกใหม่ ขั้นตอนนี้แพทย์จะ </li></ul><ul><li>สามารถกำหนดความ </li></ul><ul><li>กว้างของรูจมูกได้ด้วย </li></ul>
  17. 21. ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด   <ul><li>แพทย์ใช้เวลาเพียง 30 - 45 นาที หลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ 1 ชม . เพื่อประคบผ้าเย็น และให้หมดฤทธิ์ยานอนหลับ     แล้วคุณก็สามารถกลับบ้านได้ ถ้ามีการตัดไหม แพทย์จะนัดหลังการผ่าตัด ประมาณ 5-7 วัน         </li></ul>
  18. 22. ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด   ( ต่อ ) <ul><li>  ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1 - 2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัดโดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่องการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆ ก่อน ( ประมาณ 1-3 เดือน ) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ พร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยและมีปีกจมูกที่เหมาะสมกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย </li></ul>
  19. 24. วิธีการดูแลหลังการเสริมจมูกและตัดปีกจมูก <ul><li>ประคบผ้าเย็นประมาณ 24-48 ชม . หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นประคบสลับกับน้ำเย็น </li></ul><ul><li>นอนศีรษะสูง หนุนหมอนประมาณ 2-3 ใบ </li></ul><ul><li>จมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบ </li></ul><ul><li>ทานอาหารตามปกติ ยกเว้นอาหารรสจัด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และบุหรี่ ในช่วง 2 อาทิตย์แรก </li></ul><ul><li>พลาสเตอร์ที่ปิดแผลไว้ สามารถแกะออกได้ในวันที่ 3 </li></ul><ul><li>รับประทานยาตามแพทย์สั่ง </li></ul>
  20. 25. ข้อจำกัดของการผ่าตัด <ul><li>การผ่าตัดจะเพื่อความงามหรือแก้ไขความพิการไม่สามารถแก้ได้ 100 % ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดดังกล่าว </li></ul><ul><li>คุณไม่สามารถเลือกรูปร่าง หรือขนาดของจมูกจากหนังสือ เนื่องจากลักษณะใบหน้าหรือส่วนประกอบของใบหน้าไม่เหมือนกัน จมูกแต่ละแบบก็เหมาะสำหรับใบหน้าแต่ละแบบ </li></ul><ul><li>การผ่าตัดจมูกเป็นการแก้ไขความไม่สมดุล มิใช่การแกะสลัก </li></ul><ul><li>การผ่าตัดจมูกไม่สามารถผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออกมากเกินไป เพราะจะทำให้จมูกไม่คงรูป </li></ul><ul><li>ผิวหนังบริเวณจมูกก็ไม่สามารถตัดทิ้งมากได้เหมาะจะทำให้เกิดการดึงรั้ง </li></ul><ul><li>ลักษณะผิวหนัง อายุ และความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจมูก จะเป็นข้อจำกัดของการผ่าตัด </li></ul>
  21. 26. ศัลยกรรมปาก ริมฝีปากเป็นส่วนที่บอบบางมากหากได้รับการทำตกแต่งให้เรียวเล็กแล้วก็จำเป็นควบคุมตัวเองในด้านโภชนาการ อาหารการกินต่างๆ ถ้าหากไม่มีการจำกัดแล้วก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคและผลข้างเคียง อีกทั้งยังเป็นส่วนที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร้างกายได้ง่ายอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน
  22. 27. - ควรเลือกใช้ลิปสติกที่ได้มาตรฐาน สีอ่อนๆ เป็นธรรมชาติ ไม่ควรใช้ดินสอเขียนตัดขอบปากแรงๆ หรือสีเข้มจัดเกินไป - ควรหมั่นทาลิปมันหรือลิปกลอส เพื่อบำรุงความชุ่มชื้น ให้กับริมฝีปากอย่างสม่ำเสมอ - ควรงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด ริมฝีปากดำคล้ำ ... ทำให้จางลง
  23. 28. <ul><li>แพทย์จะทายาชาบนริมฝีปากทิ้งไว้ ประมาณ 45 นาที </li></ul><ul><li>- ใช้แสงเลเซอร์เข้าไปทำให้เม็ดสีกระจายให้มีขนาดเล็กๆ ขณะทำเลเซอร์จะไม่รู้สึกเจ็บ </li></ul><ul><li>- หลังการรักษาประมาณ 4 - 6 วัน ริมฝีปากจะมีสีอ่อนลง </li></ul><ul><li>สำหรับผู้ที่มีริมฝีปากสีเข้มมาก ถ้าได้รับการรักษาซ้ำจะได้ผลการรักษาที่ดีมากขึ้น </li></ul>การรักษาริมฝีปากดำคล้ำด้วยเลเซอร์
  24. 29. ศัลยแพทย์จะกรีดผิวหนังบนริมฝีปากส่วนที่เป็นสีชมพู เพื่อสอดไขมันหรือคอลาเจนเข้าไปตลอดตามแนวยาวของริมฝีปาก โดยบาดแผลที่เกิดขึ้นจะอยู่บนริมฝีปากส่วนที่เป็นสีชมพู จึงทำให้มองไม่เห็นบาดแผลเมื่อหายแล้ว ผลข้างเคียงหลังผ่าตัด จะมีอาการบวม และจะค่อย ๆ บรรเทาลง ควรประคบถุงน้ำแข็ง เพื่อช่วยลดอาการบวมของริมฝีปาก ทำความสะอาดบาดแผลด้วย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เพื่อฆ่าเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการยิ้มหรือพูดคุย มาก ๆ และดื่มน้ำโดยใช้หลอดดูด งดรับประทานอาหารที่ร้อนหรือเย็นจัด จนกว่าบาดแผลจะหายดี อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเลือดออก หรือแผลติดเชื้อ ให้รีบไปพบศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทันที เสริมริมฝีปากอูม เสริมรอยยิ้มสวย
  25. 32. เทคนิคการผ่าตัด <ul><li>1. การเสริมกระดูกคาง - ใช้การตัดเลื่อนกระดูก หรือเสริมด้วยคางเทียม </li></ul><ul><li>2. การลดขนาดกระดูกคาง - ใช้การตัดเลื่อนกระดูกเท่านั้น ไม่แนะนำให้ </li></ul><ul><li>เหลากระดูกให้เล็กลง เพราะมีข้อเสียหลายอย่าง เช่น เป็นไปได้ยากที่จะเหลากระดูก </li></ul><ul><li>ได้รูปร่างปกติแต่ขนาดเล็กลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการลดขนาดอย่างมาก </li></ul><ul><li>เป็นต้น </li></ul><ul><li>3. การเปลี่ยนรูปร่างกระดูกคาง โดยไม่เปลี่ยนขนาด - ตัวอย่างเช่น กรณีที่คางไม่ </li></ul><ul><li>อยู่ในตำแหน่งกลางอย่างปกติ ทำให้เห็นได้ว่า คางเบี้ยว พบได้น้อยในคนปกติ </li></ul><ul><li>ส่วนใหญ่จะเกิดจากกระดูกกรามล่างหักมากกว่า การรักษาที่แนะนำให้ใช้การตัดเลื่อน </li></ul><ul><li>กระดูก </li></ul>
  26. 33. <ul><li>ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด </li></ul><ul><li>1-2 ชั่วโมง สำหรับการตัดเลื่อนกระดูก </li></ul><ul><li>ไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับการใส่คางเทียม </li></ul>กระดูกกรามล่าง คางคือกระดูกส่วนปลายสุดของกรามล่าง 4. การเปลี่ยนความหนาของผิวหนังที่คาง - ปัญหาในกลุ่มนี้พบน้อย ที่พบได้ คือเนื้อเยื่อที่คลุมกระดูกหนากว่าคนทั่วไป ซึ่งส่วนที่หนามักเป็นกล้ามเนื้อจึงตัดออกไม่ได้ อาจต้องไปตัดเลื่อนกระดูกแทน อีกกรณีหนึ่ง ผิวหนังบุ๋มไม่เรียบมีร่องตรงกลาง หรือที่เรียกคางแฉก สามารถใช้การฉีดไขมันแก้ไขได้
  27. 34. การตัดเลื่อนกระดูก <ul><li>วิธีนี้เป็นเทคนิคของศัลยกรรมเสริมสร้าง โดยเปิดแผลในช่องปาก ตรงร่องหน้าฟันล่าง แล้วใช้เลื่อยตัดกระดูกคางในแนวนอน </li></ul>ทิ้งชิ้นกลาง เลื่อนชิ้นล่างขึ้นไปยึดกับกระดูกกราม ตัดชิ้นกลางด้วย โดยอาจจะตัดกระดูกทิ้งไปส่วนหนึ่งก็ได้ ถ้าต้องการลดความยาวคาง
  28. 35. <ul><li>แล้วเลื่อนกระดูกคางที่ถูกตัดออกมา ไปยึด ณ ตำแหน่งที่ต้องการ เช่น วาง </li></ul><ul><li>เลื่อนออกไปทางด้านหน้า ( เพื่อให้คางยื่น ) </li></ul>เลื่อนไปทางด้านหลัง ( เพื่อให้คางหดเล็กลง ) หรือสอดชิ้นกระดูกที่ได้นำมาจากส่วนอื่นของร่างกาย ( bone graft) เข้าไปคั่น ( เพื่อให้คางยาวขึ้น )
  29. 36. <ul><li> ส่วนการยึดกระดูก ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้แผ่นและสกรูที่ทำด้วย ไททาเนียม (titanium plate and screw) ซึ่งให้ความแข็งแรงสูง ปฏิกิริยาจากร่างกายต่ำมาก ปลอดภัยสูง หรืออาจจะใช้แผ่นและสกรูที่ทำด้วยวัสดุละลายได้ (resorbalbe plate and screw) แต่ยังมีราคาสูงกว่าแบบโลหะมาก </li></ul><ul><li>หมายเหตุ - วิธีที่แสดงเป็นแบบพื้นฐานง่ายๆ ในทางปฏิบัติ มีการ </li></ul><ul><li>ปรับปรุงพัฒนาเทคนิคในรายละเอียดมาก และอาจไม่เป็นดังรูปที่เห็น </li></ul>
  30. 37. การเสริมด้วยคางเทียม <ul><li>ข้อพิจารณาในการเลือกคางเทียม </li></ul><ul><li>1. ปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย - ต้องน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ </li></ul><ul><li>2. รูพรุนในเนื้อวัสดุ - สำหรับให้เนื้อเยื่อร่างกายงอกแทรกเข้าไป จะได้ยึดคาง </li></ul><ul><li>เทียมไว้ แต่อาจมีโอกาสติดเชื้อสูงขึ้น และยามที่ต้องผ่าตัดเพื่อเอาออกก็จะยากขึ้น </li></ul><ul><li>3. ความแข็ง - บางชนิดแข็งมาก บางชนิดนิ่มมาก ข้อนี้สำคัญ ทำแล้วคางจะ </li></ul><ul><li>แข็งหรือนิ่ม </li></ul><ul><li>4. รูปร่าง - แบบเดิมจะเป็นชนิดกลมนูน ( central chin implant) แต่พบปัญหาจึง </li></ul><ul><li>ออกแบบให้ยื่นยาวไปทางด้านข้าง ทำให้มีพื้นที่สัมผัสกับกระดูกกรามล่างมากขึ้น ขอบก็ </li></ul><ul><li>เรียบกลมกลืนไปกับกระดูกปกติ เรียกว่า anatomical extended chin implant ซึ่งเป็นที่ </li></ul><ul><li>นิยมสูงสุดในต่างประเทศ </li></ul><ul><li>5. ขนาด - มีหลักการว่า ยิ่งต้องการให้คางใหม่ยื่นไปมากเท่าใด คางเทียมที่ใช้ </li></ul><ul><li>ต้องมีความกว้างมากขึ้นเท่านั้น </li></ul>
  31. 38. <ul><li>ข้อเสีย - ข้อดีของการใส่คางเทียม </li></ul><ul><li> เป็นเช่นเดียวกับการใส่วัสดุแปลกปลอมอื่นๆเข้าสู่ร่างกาย แต่มีบางกรณีที่ </li></ul><ul><li>ไม่แนะนำให้ใช้คางเทียมเป็นอย่างยิ่ง คือ </li></ul><ul><li>1. ต้องการเพิ่มขนาดคางอย่างมาก เช่น มากกว่า 4-5 มม . เพราะจะต้องใส่คาง </li></ul><ul><li>เทียมขนาดใหญ่มาก ซึ่งจะมีภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้นมาก </li></ul><ul><li>2. ปัญหาอยู่ที่รูปร่างคาง ไม่ใช่ขนาด การใส่คางเทียมอาจจะทำให้รูปร่าง </li></ul><ul><li>กลับมาดี แต่จะสร้างปัญหาใหม่จากการที่คางยาวขึ้น ยื่นมากขึ้น </li></ul><ul><li>3. กระดูกคางยาว หรือใหญ่เกินไป คางเทียมย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาได้ </li></ul>คางเทียมจะถูกวางไว้ที่ด้านหน้า ณ ตำแหน่งล่างสุดของกรามล่าง ซึ่งกระดูกหนาแข็งแรง และเพื่อหลีกเลี่ยงรากฟัน
  32. 39. ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ <ul><li> ถ้าเป็นการใส่คางเทียม ปัญหาหลักคือ การใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปใน </li></ul><ul><li>ร่างกาย ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัย 2 ประการ </li></ul><ul><li>- ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ </li></ul><ul><li>- คุณสมบัติของคางเทียมที่ใช้ </li></ul><ul><li> แต่ถ้าเป็นการตัดเลื่อนกระดูก ปัญหาขึ้นกับศัลยแพทย์เป็นหลักว่า มี </li></ul><ul><li>ความรู้ ได้รับการฝึกฝน และมีประสบการณ์ในการทำมากน้อยเพียงใด </li></ul><ul><li>อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า การใส่คางเทียม นอกจากต้องอาศัยฝีมือแพทย์ </li></ul><ul><li>แล้วยังมีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้คือ ปฏิกิริยาของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอม เช่น </li></ul>
  33. 40. <ul><li>- การติดเชื้อ : อยู่ที่ 5-7% ด้วยฝีมือผู้ที่ชำนาญมาก </li></ul><ul><li>- กระดูกบางลงจากการถูกคางเทียมกดทับ : เกิดขึ้นทุกราย เพียงแต่จะ </li></ul><ul><li>มากหรือน้อย และขึ้นกับชนิดของคางเทียม ถ้าเป็นชนิดมีรูพรุนโอกาสกระดูก </li></ul><ul><li>บางลงน้อยกว่า ถ้าเป็นวัสดุแข็งการกดทับกระดูกมากกว่า </li></ul><ul><li>- การเลื่อนที่ : เมื่อเราใส่คางเทียมและคลุมเนื้อเยื่อกลับเข้าที่ เนื้อเยื่อที่ </li></ul><ul><li>คลุมบวกกับปฏิกิริยาหดรัดตามธรรมชาติเพื่อไล่สิ่งแปลกปลอมก็จะเป็นตัวทำให้ </li></ul><ul><li>คางเทียมเลื่อนที่ได้ </li></ul><ul><li>นอกเหนือจากนี้ ปัญหาจะคล้ายๆกัน คือ มีปัญหาทั่วไปที่เกิดขึ้นกับการ </li></ul><ul><li>ผ่าตัดทุกชนิด กับปัญหาเฉพาะ ได้แก่ </li></ul>
  34. 41. <ul><li>การเลาะบริเวณคาง จะทำให้เกิดอาการ ชาชั่วคราว ที่คาง ริมฝีปาก </li></ul><ul><li>ฟันล่างด้านหน้า ความรู้สึกจะกลับคืนมา โดยอาจใช้เวลานานถึง 6-12 เดือน </li></ul><ul><li>ชาถาวร บริเวณคาง ริมฝีปาก ฟันล่างด้านหน้า อาจจะมีอาการ </li></ul><ul><li>แปลกๆร่วมด้วย เช่น ปวดแปล๊บ ชายิบๆ ความรู้สึกอาจจะกลับคืนมาบ้าง แต่ </li></ul><ul><li>จะไม่ทั้งหมด โอกาสจะพบปัญหานี้ได้บ่อยกว่าถ้าใช้วิธีตัดเลื่อนกระดูก </li></ul><ul><li>คางแม่มด หรือคางห้อย (witches' chin) คือเป็นผลจากการเลาะ </li></ul><ul><li>เนื้อเยื่อออกจากกระดูกคาง แล้วไม่ซ่อมกลับให้เข้าที่ ทำให้เนื้อเยื่อส่วนนั้นไร้ </li></ul><ul><li>ที่ยึดเกาะ ห้อยย้อย เป็นเรื่องของเทคนิคการผ่าตัด </li></ul><ul><li>เห็นรอยต่อระหว่างคางใหม่กับกระดูกกรามล่าง ในกรณีที่เสริมคาง </li></ul><ul><li>โดยไม่ว่าจะใช้วิธีใด มีโอกาสที่จะเห็นคางใหม่นูนเด่นออกจากกรามล่าง </li></ul><ul><li>เทคนิคที่ดีไม่ควรปล่อยให้เห็นรอยต่อชัดเจนมากเกินไป </li></ul>
  35. 42. ดูแลหลังทำ <ul><li>หลังผ่าตัด </li></ul><ul><li>สิ่งที่ตามมาแน่นอนหลังทำ คือ อาการบวม ปวด ชา ที่คางและ </li></ul><ul><li>บริเวณรอบๆ แต่ทั้งหมดนี้เป็นอาการชั่วคราว แนะนำให้ </li></ul><ul><li>- นอนยกศีรษะสูงให้มากที่สุด </li></ul><ul><li>- ถ้าแผลอยู่ในช่องปาก ต้องรักษาความสะอาดในช่องปากอย่างดี </li></ul><ul><li>หมั่นบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ทุก 2-3 ชั่วโมงและทุกครั้งหลังอาหาร ไม่ </li></ul><ul><li>จำเป็นต้องใช้ยาบ้วนปากชนิดแรงจัด </li></ul><ul><li> - ใช้ความเย็นประคบ </li></ul><ul><li> - ทานแต่ยาที่แพทย์สั่งให้ </li></ul>
  36. 43. <ul><li>- แพทย์มักจะใช้ผ้าพันแผลหรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปรัดบริเวณคางใน 2-3 วันแรก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ </li></ul>- ทานอาหารอ่อน และหลีกเลี่ยงการพูดหรือการเคี้ยวมากๆ และ การออกแรงหนักในช่วงแรก อาการบวมและชาควรลดลงเรื่อยๆภายหลัง 2-3 วันหลังผ่าตัด หากมีปวดหรือบวมมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
  37. 44. ศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>ปัจจุบันการศัลยกรรมหน้าอกเป็นที่นิยมกันมากสำหรับสาวๆที่รู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง โดยที่เชื่อกันว่าการเพิ่มขนาดหน้าอกช่วยให้รูปร่างส่วนบนของร่างกายดูดีขึ้นได้ </li></ul>
  38. 45. อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพิ่มขนาดหน้าอก <ul><li>- ถุงเต้านมเทียม ประกอบด้วยเปลือกถุงที่ทำจากซิลิโคน และส่วนที่บรรจุในถุงก็คือน้ำเกลือหรือเจล </li></ul><ul><li>- ถ้าเป็น ถุงน้ำเกลือ จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเพราะประกอบด้วยน้ำและเกลือ แต่อาจรั่วได้ทำให้หน้าอกแฟบลง ต้องเสียเวลาในการผ่าตัดเปลี่ยนถุงน้ำเกลือใหม่ </li></ul><ul><li>- ถ้าเป็น ซิลิโคนเจล จะนิยมใช้ภายหลัง </li></ul><ul><li>จะไม่ค่อยพบการรั่ว และไม่เกี่ยวข้อง </li></ul><ul><li>กับการเกิดมะเร็งเต้านม </li></ul>
  39. 46. วิธีการศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>ตำแหน่งที่ศัลยแพทย์จะทำเส้นแนวผ่าตัดมีอยู่ 3 ที่ด้วยกันคือ </li></ul><ul><ul><li>1. บริเวณรักแร้ </li></ul></ul><ul><ul><li>2. บริเวณปานนม </li></ul></ul><ul><ul><li>3. บริเวณใต้ราวนม </li></ul></ul>ใต้ราวนม ปานนม
  40. 47. คุณสมบัติของผู้ที่จะศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>มีการเจริญเติบโตของเต้านมที่สมบูรณ์แล้ว ( 18 ปีขึ้นไป ) </li></ul><ul><li>มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สมบูรณ์ ( EQ) </li></ul><ul><li>มีสุขภาพทางกายแข็งแรงพอที่จะผ่าตัดใหญ่ได้ </li></ul><ul><li>มีเวลาที่จะดูแลหลังการผ่าตัดเพียงพอ </li></ul>
  41. 48. ข้อดีของการศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>รูปร่างหน้าอกสวยงามขึ้น </li></ul><ul><li>ส่วนใหญ่จะมีสภาพจิตใจและความมั่นใจสูงขึ้น </li></ul><ul><li>เนื่องจากมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากขึ้น </li></ul><ul><li>การเสริมหน้าอกไม่มีผลเสียของการตั้งครรภ์และการให้นมบุตร </li></ul><ul><li>การเสริมหน้าอกไม่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งหรือโรคเรื้อรัง อื่นๆ </li></ul>ข้อเสียของการศัลยกรรมหน้าอก <ul><li>เจ็บหลังจากผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ </li></ul><ul><li>รู้สึกถึงหน้าอกมีความนิ่มแบบไม่เป็นธรรมชาติ </li></ul><ul><li>อาจเกิดปัญหาเต้านมรั่วจากถุงเต้านมเทียมที่บรรจุน้ำเกลือ </li></ul><ul><li>ทำให้เต้านมแฟบลง เสียเวลาในการผ่าตัดใหม่ </li></ul><ul><li>เกิดพังผืดขึ้นหุ้มรอบถุงซิลิโคนมากเกินไปทำให้รู้สึกตึงหน้าอก </li></ul><ul><li>อาจเกิดอาการเจ็บบริเวณหน้าอกได้ ต้องเสียเวลาในการผ่าตัดซ้ำ </li></ul>
  42. 49. สะโพกและต้นขา กรรมวิธีที่ใช้ในการทำให้อวัยวะเหล่านี้ กระชับขึ้น คือ โพลิแซกชั่น ( liposaction) ซึ่งจากความเห็น ของ นายคาร์ลิดิช ศัลยแพทย์ ได้ให้ความเห็นว่า ส่วนมากคนไข้ ที่มาทำการรักษาด้วยวิธีการโพลิแซกชั่นนั้น มักไม่เห็นอายุต่ำกว่า 30 ปี เท่าใดนั้น แต่หากจะว่าไปแล้ว การออกกำลังกายควบคุม อาหารเป็นสิ่งที่ดีในการทำให้สะโพกและต้นขามีความกระชับได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องทำโพลิแซกชั่น ให้ยุ่งยากเลย ใช้เวลาทำ : ประมาณ 1-4 ชม ขึ้นกับปริมาณไขมันที่ต้องการดูดออก สถานบริการ : ทำที่คลินิก ถ้าต้องดมยาทำที่โรงพยาบาล ก่อนทำ หลังทำ
  43. 50. ยาที่ใช้ : ยาชาเฉพาะที่ ถ้าทำตำแหน่งเดียว เช่น หน้าท้อง หรือกระเปาะ ด้านข้างต้นขา ถ้าหากทำพร้อมกันหลายตำแหน่งหรือปริมาณไขมัน ที่เอาออกมาก ก็ใช้การดมยา การเตรียมตัวก่อนทำ : การดูดไขมัน เป็นการเกลารูปร่าง ถ้ามีรูปร่างอ้วนมากและมีความต้องการจะลดน้ำหนักอยู่แล้ว ควรรอจนน้ำหนักใกล้เคียงหรือเข้าที่ และพิจารณาดูดไขมันในส่วนที่ไม่สมดุลกับรูปร่างส่วนอื่น การลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายก่อนดูดไขมันมีผลดีต่อผลหลังการดูดไขมัน หากใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่มีการเตรียมตัวอื่นเป็นพิเศษ ไม่ต้องอดอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ไม่อิ่มเกินไป หากต้องดมยา จะได้ตรวจเช็คร่างกายทั้งระบบเลือด ปอด และ หัวใจ ว่ามีความแข็งแรง พร้อมที่จะดมยา เพื่อความความปลอดภัยในการดมยา และต้อง งดอาหารและน้ำ 6 ชั่วโมงก่อนดมยา ... การดูดไขมัน ( Liposuction Surgery)
  44. 51. วิธีการผ่าตัด : การดูดไขมัน แพทย์จะทำเครื่องหมายบนร่างกายในตำแหน่งที่ ต้องการ เพื่อกะจำนวนไขมันที่ต้องเอาออกรวมถึงตำแหน่งที่ต้องแก้ไข เพื่อให้ได้ทรวดทรงที่ต้องการและฉีดยาชาที่ได้เตรียมขึ้น ( เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น นานขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดไขมัน และช่วยลดปริมาณเลือดที่ออก ) ในบริเวณที่จะดูดไขมัน แพทย์จะทำการดูดไขมันผ่านแผลเล็กๆ ขนาดครึ่งเซนติเมตร และแผลจะซ่อนตามซอกรอยพับของร่างการ เช่นในซอกขาหนีบหรือหลุมสะดือ การดูดไขมันจะใช้เครื่องมือขนาดแตกต่างกัน ดูดไขมันในแต่ละระดับ และสิ้นสุดที่เป็นการดูดปรับละเอียดในระดับตื้นใกล้ผิว เพื่อลดปัญหาผิวเป็นคลื่นไม่สม่ำเสมอ เมื่อได้ทรวดทรงที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็ถึงขั้นตอนการเย็บปิดแผลให้เรียบร้อยที่สุดโดยเย็บเพียง 1-2 เข็มต่อจุด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย การดูดไขมัน ( Liposuction Surgery)
  45. 52. แผลผ่าตัด : แผลเป็นเส้นตรงเล็กๆขนาดไม่เกิน 8 มิลลิเมตร ซ่อนอยู่ใน รอยพับตามธรรมชาติ เช่น รอยพับขาหนีบ รอยขาพับบริเวณเข่าใน หลุมของสะดือ โดยมีประมาณ 1-2 แผล ต่อหนึ่งตำแหน่งที่ดูดไขมัน ตัดไหมเมื่อครบ 7 วัน ช่วงพักฟื้น : หากใช้ยาชาเฉพาะที่ หลังทำสามารถทำงานได้ทันที หากใช้การดมยา จะต้องพัก โรงพยาบาล 1 วัน เพื่อการดูแลหลัง ดมยาอย่างเต็มที่ หลังจากฟื้นจากการดมยาดีแล้ว ก็สามารถกลับบ้านได้ การดูดไขมัน ( Liposuction Surgery)
  46. 53. การดูแลหลังทำ : เนื่องจากการ ดูดไขมัน นี้ มีบาดแผลเพียงเส้นเล็กๆ ประมาณ ครึ่งเซนติเมตร จึงสามารถทำตัวตามปกติ สามารถอาบน้ำโดนแผล ได้เลย แล้วซับให้แห้ง ควรใช้ผ้ายืดหรือชุดยืดเพื่อรัดบริเวณที่ดูดไขมันไว้ ตลอดเวลาโดยเฉพาะ 48 ชั่วโมงแรก ( ยกเว้นตอนอาบน้ำ ) เพื่อกดให้โพรงที่ เกิดจากการดูดไขมันออกไปยุบติดกัน จะได้หายได้เร็ว ลดอาการบวม เขียว และไม่มีน้ำเหลืองคั่งในโพรง และสามารถใส่ต่ออีก 2 สัปดาห์เพื่อให้ได้ผลดี ขึ้น สามารถทำงานปกติได้ แต่ควรงดการทำงานหรือออกกำลังกายที่รุนแรง ที่มีการขยับของบริเวณที่ทำมาก เพราะจะทำให้โพรงที่เกิดจากการดูดไขมัน ติดกันยาก การดูดไขมัน ( Liposuction Surgery)
  47. 55. <ul><li>การผ่าตัดแปลงเพศเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะทางจิตใจ ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างการรับรู้เพศและสภาพร่างกายที่ไม่สอดคล้องกัน ตั้งแต่กำเนิดซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า  Gender Dysphoria   โดยการผ่าตัดเพื่อให้มีอวัยวะเพศตรงตามสภาพจิตใจที่ต้องการของตนเอง และทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขกับเพศที่ตนเองได้เลือกใหม่ ดังนั้นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลงเพศจึงเป็นการผ่าตัดครั้งสำคัญที่สุด ซึ่งจะมีผลต่อวิถีชีวิตใหม่ จึงควรมีการเตรียมตัวหาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจเลือกแพทย์ผู้ผ่าตัด ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญในการผ่าตัดแปลงเพศเป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้ได้รับรูปร่างของอวัยวะเพศภายนอกสวยงามเหมือนธรรมชาติ มีความลึกของช่องคลอดตามความเหมาะสมกับสภาพของร่างกายและสามารถรับความรู้สึกทางเพศได้ดี จะช่วยให้ผู้ที่รับการผ่าตัดมีสภาพร่างกายสอดคล้องกับสภาพจิตใจ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข </li></ul>
  48. 56. คุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงเพศจากชายเป็นหญิง มีดังนี้ <ul><li>1. ผู้ผ่าตัดต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถ้าอายุไม่ถึง 20 ปี ต้องให้ บิดา </li></ul><ul><li>มารดา หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฏหมายอนุญาตให้ผ่าตัดได้ </li></ul><ul><li>2. ต้องได้รับฮอร์โมนเพศหญิงติดต่อกันมาไม่น้อยกว่า 1 ปี </li></ul><ul><li>3. มีความรู้สึกเป็นผู้หญิงมานานแล้ว หรือตั้งแต่เริ่มจำความได้ </li></ul><ul><li>4. เคยใช้ชีวิตแบบผู้หญิงมาไม่น้อยกว่า 1 ปี </li></ul><ul><li>5. รู้สึกรังเกียจอวัยวะเพศของตนเอง คิดว่าเป็นส่วนเกิน </li></ul><ul><li>6. ได้ผ่านการประเมินสภาพจิตใจและได้รับใบรับรองจากจิตแพทย์ ว่าอยู่ </li></ul><ul><li>ภาวะที่ปกติและเหมาะสมที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศได้ </li></ul><ul><li>7. ต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ </li></ul>
  49. 57. ศัลยแพทย์ตกแต่งที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง จะนำผิวหนัง เนื้อเยื่อ และเส้นประสาทที่รับความรู้สึกทางเพศของผู้เข้ารับการผ่าตัด มาตกแต่งให้เป็นอวัยวะเพศหญิงที่สมบูรณ์แบบ โดย <ul><li>1. ทำให้มีอวัยวะเพศให้เหมือนผู้หญิงให้มากที่สุด 2. ทำให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้รับช่องคลอดที่ลึกที่สุด เท่าที่ผิวหนังของ </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยจะทำได้ 3. เก็บรักษาเส้นประสาทความรู้สึกทางเพศมาเก็บไว้ที่ปุ่มรับความรู้สึก </li></ul><ul><li>ทางเพศของผู้หญิง (clitoris) ให้ความรู่สึกทางเพศเหมือนปกติ 4. ต้องทำการผ่าตัดและตกแต่ง ซ่อนแผลเป็นให้เห็นแผลเป็นให้มีโอกาส </li></ul><ul><li>เห็นน้อยที่สุด </li></ul>
  50. 59. เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศ <ul><li>1. มีการวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 2. ทำการสร้างช่องคลอดใหม่อยู่ระหว่างทวารหนักกับท่อปัสสาวะ ลึกประมาณ 6-7 นิ้ว 3. นำผิวหนังจากบริเวณองคชาตเดิมไปติดเป็นผนังช่องคลอดก็จะได้ช่องคลอดใหม่ </li></ul><ul><li>เกิดขึ้น เหมือนผู้หญิง 4. ตัดแกนองคชาตออกและเก็บเส้นประสาทรับความรู้สึกทางเพศเพื่อเตรียมทำปุ่มรับ </li></ul><ul><li>ความรู้สึกทางเพศ (Clitoris) 5. ตัดท่อปัสสาวะเพศชายให้สั้นลงแล้วตกแต่งให้สามารถปัสสาวะพุ่งลงเหมือนผู้หญิง </li></ul><ul><li>ถ้าทำการผ่าตัดไม่ดี เวลานั่งปัสสาวะอาจจะพุ่งขึ้นมาได้ 6. ตกแต่งบริเวณภายนอกได้แก่ แคมนอก (Major Labia) แคมใน (Minor Labia) </li></ul><ul><li>ท่อปัสสาวะและ ปุ่มรับความรู้สึกทางเพศ (Clitoris) ให้สวยงามเหมือนอวัยวะเพศ </li></ul><ul><li>หญิงที่สมบรูณ์ และยังคงมีความรู้สึกทางเพศอยู่เหมือนเดิม </li></ul>
  51. 61. การผ่าตัดแปลงเพศสามารถแบ่งตามขั้นตอนการสร้างช่องคลอด (Vagina) ใหม่ และปุ่มความรู้สึกทางเพศ (Clitoris) ได้ 3 วิธีดังนี้ <ul><li>1. SRS 1 (Penile skin inversion) เป็นการนำเอาผิวหนังขององคชาตสอดกลับเข้าไปตกแต่งทำเป็นช่องคลอด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ข้อดี คือ เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน สำหรับแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญและมี ประสบการณ์ จะใช้เวลาในการผ่าตัดแปลงเพศ โดยใช้เทคนิคนี้ ประมาณ 4 ชั่วโมง  ข้อเสีย คือไม่เหมาะกับผู้ที่มีความยาวขององคชาตสั้นกว่า 4 นิ้ว เพราะจะทำให้ได้ช่องคลอดที่ไม่ลึก ( โดยปกติแล้วความลึกของช่องคลอดเท่ากับความยาวของหนังที่หุ้มองคชาต ลบ 1 นิ้ว ( เผื่อผิวหนังที่จะใช้ทำแคมใน ) ** เทคนิคนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 4 คืน  </li></ul>
  52. 62. <ul><li>2. SRS 2 ( Non skin inversion with scrotal skin graft ) </li></ul><ul><li>เทคนิคนี้เกิดจากการนำเอาผิวหนังจากองคชาต ไปทำเป็นช่องคลอดแล้วต่อด้วยผิวหนังจากถุงอัณฑะ เพื่อให้ได้ความลึกของช่องคลอดตามที่ต้องการและเพียงพอต่อการใช้งาน ถ้าต่อผิวหนังจากถุงอัณฑะแล้วยังได้ความลึกไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ผ่าตัด ศัลยแพทย์ตกแต่งอาจจะพิจารณานำผิวหนังจากที่อื่นๆ เช่น ต้นขา หน้าท้อง มาเพิ่มความลึกของช่องคลอดอีกก็ได้ ข้อดี คือ สามารถช่วยให้คนที่มีองคชาตสั้น มีโอกาสได้ช่องคลอดที่ลึกตามความต้องการ ข้อเสีย คือ การผ่าตัดจะยุ่งยากซับซ้อน และใช้เวลาผ่าตัดเพิ่มขึ้น เทคนิคนี้แพทย์ผู้มีประสบการณ์และความชำนาญในการผ่าตัดแปลงเพศ ใช้เวลาประมาณ </li></ul><ul><li>6 ชั่วโมง </li></ul><ul><li>** พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 6 คืน </li></ul>
  53. 63. <ul><li>3. SRS 3 ( The sigmoid colon vaginoplasty ) </li></ul><ul><li>ใช้ในกรณีที่ผู้ที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศที่มีองคชาตสั้นมาก ๆ หรือผ่าตัดช่วยเหลือผู้ที่ช่องคลอดตีบตัน ซึ่งสามารถใช้กับผู้ที่ยังไม่เคยผ่าตัดแปลงเพศ ช่องคลอดที่มาจากส่วนหนึ่งของสำไส้ใหญ่นี้จะมีน้ำหล่อลื่นดี ข้อดี 1. สามารถช่วยเหลือคนที่เคยผ่าตัดแปลงเพศมาแล้วช่องคลอดตีบตันไม่สามารถร่วมเพศได้ให้กลับมาเป็นปกติได้  2. สามารถช่วยเหลือคนที่มีองคชาตสั้น มาก ๆ โดยแพทย์พิจารณาแล้วไม่สามารถผ่าตัดแบบ SRS 1,SRS 2 ได้  3. ช่องคลอดมีสารหล่อลื่นตามธรรมชาติ  4. สามารถกำหนดความลึกของช่องคลอดได้ </li></ul>
  54. 64. <ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>1. อาจเกิดแผลเป็นยาวประมาณ 7 ซม . เหนือหัวเหน่าด้านซ้าย </li></ul><ul><li>2. การผ่าตัดมีความยุ่งยากซับซ้อนต้องมีการเตรียมการผ่าตัดเอา </li></ul><ul><li>ส่วนของสำไส้ ใหญ่ ออกมาโดยต้องมีการสวนล้างลำไส้ใหญ่ </li></ul><ul><li>ให้สะอาดก่อนผ่าตัด 1 วัน </li></ul><ul><li>3. ผู้ทำการผ่าตัดอาจจะมีอาการท้องอืด 2 – 3 วัน หลังการผ่าตัด </li></ul>
  55. 65. การดูแลหลังการผ่าตัด <ul><li>คนไข้จะต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ ร . พ . อย่างน้อย 4- 6 วัน เพื่อดูแลรักษาแผลในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่ ร . พ . นั้นคนไข้จะต้องปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>1. ให้คนไข้งดรับประทานอาหารที่มีกากและเครื่องดื่มจำพวกน้ำผลไม้ นม </li></ul><ul><li>นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เพราะจะเกิดการกระตุ้นทำให้เกิดการขับถ่ายในช่วง </li></ul><ul><li>2 วันแรกหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจจะทำให้แผลมีการปนเปื้อนอุจจาระได้ </li></ul><ul><li>2. 1-2 วันแรกหลังผ่าตัด คนไข้ควรนอนอยู่ในท่านอนหงาย ยกสะโพกให้ </li></ul><ul><li>สูง และแยกขาทั้ง 2 ออกจากกันเล็กน้อย เพื่อช่วยลดอาการบวมได้ดีขึ้น </li></ul><ul><li>3. วันที่ 3 หลังการผ่าตัดสามารถนอนตะแคงได้ </li></ul>
  56. 66. <ul><li>4. วันที่ 4 หลังการผ่าตัดแพทย์ผู้ผ่าตัดจะทำการถอดสาย drain ออกและเปิดแผล </li></ul><ul><li>ทำความสะอาดแผล และถอดสายสวนปัสสาวะออก ผู้ป่วยผ่าตัดแบบ SRS 1 สามารถ </li></ul><ul><li>กลับบ้านได้ และกลับมาตัดไหมในวันที่ 7 อีกครั้งสำหรับผู้ที่ทำการผ่าตัดแบบ SRS 2 </li></ul><ul><li>( ใช้ผิวหนังส่วนอื่นมาเพิ่มความลึกของช่องคลอด ) หรือผู้ที่ผ่าตัดแบบ SRS 3 </li></ul><ul><li>( ใช้ลำไส้มาตกแต่งเป็นช่องคลอด ) แพทย์จะยังไม่ถอดสายสวนปัสสาวะออก และ </li></ul><ul><li>คนไข้ต้องนอนอยู่บนเตียงต่อไปจนถึงวันที่ 6 </li></ul><ul><li>5. คนที่ผ่าตัดแบบ SRS 3 จะงดน้ำและอาหารหลังการผ่าตัดจนกระทั่งมีอาการ </li></ul><ul><li>ผายลมก่อน จึงจะเริ่มจิบน้ำและรับประทานอาหารเหลวได้ ถ้ารับประทานอาหารเร็ว </li></ul><ul><li>เกินไป อาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อยได้ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ </li></ul><ul><li>ผ่าตัดแบบ SRS 3 ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลอย่างเคร่งครัด </li></ul>
  57. 67. <ul><li>6. วันที่ 6 คนที่ผ่าตัดแบบ SRS 2 หรือ SRS 3 จะถูกถอดสายสวนปัสสาวะ เปิด </li></ul><ul><li>แผลทำความสะอาดแผลและกลับบ้านได้ </li></ul><ul><li>7. ผู้ผ่าตัด SRS 1, SRS2 , SRS3 กลับมาพบแพทย์เพื่อตัดไหมและขยายช่อง </li></ul><ul><li>คลอดโดยใ Dilator ที่ทาง คลินิกจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อรักษาความกว้างและเพิ่มความ </li></ul><ul><li>ลึกให้คงที่ควรหมั่นขยายช่องคลอดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ </li></ul><ul><li>ครึ่งชั่วโมง </li></ul><ul><li>8. ผู้ผ่าตัดต้องทำความสะอาดแผลพร้อมกับขยายช่องคลอด ทุกวันอย่างน้อย </li></ul><ul><li>วันละ 2 ครั้ง จนกว่าแผลภายนอกและในช่องคลอดจะหายสนิทดี </li></ul><ul><li>9. งดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน </li></ul><ul><li>10. มาพบแพทย์ตามนัดทุก ๆ 1 สัปดาห์ หลังผ่าตัดจนครบ 1 เดือน เพื่อให้ผลการ </li></ul><ul><li>ผ่าตัดที่ได้สมบูรณ์และสวยงามใกล้เคียงธรรมชาติ </li></ul>
  58. 68. ศัลยกรรม วิชามนุษย์กับการสร้างสรรค์ (Man and Creativity) จัดทำโดย <ul><li>1. นางสาวสินีนาฎ เกิดทรัพย์ รหัสนักศึกษา 07520622 </li></ul><ul><li>2. นางสาวกนกวรรณ ตุ้มสังข์ทอง รหัสนักศึกษา 08520002 </li></ul><ul><li>3. นางสาวกนิษฐา โพธิ์วัน รหัสนักศึกษา 08520004 </li></ul><ul><li>4. นางสาวจิตรดา จิตรีเชื้อ รหัสนักศึกษา 08520024 </li></ul><ul><li>5. นางสาวดาริน ศรีภาชา รหัสนักศึกษา 08520056 </li></ul><ul><li>6. นางสาวธันย์ชนก สินไชย รหัสนักศึกษา 08520073 </li></ul><ul><li>7. นางสาววริษา ยางงาม รหัสนักศึกษา 08520150 </li></ul><ul><li>8. นางสาวหทัยชนก คงอินทร์ รหัสนักศึกษา 08520195 </li></ul><ul><li>9. นางสาวอัมพร ทิพยพรวรรักษ์ รหัสนักศึกษา 09521684 </li></ul><ul><li>  </li></ul><ul><li>เสนอ </li></ul><ul><li>อาจารย์ภัทรา โต๊ะบุรินทร์ </li></ul><ul><li>คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร </li></ul>

×