การวิจัยเบื้องต้น

46,586 views

Published on

Published in: Education
2 Comments
5 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
46,586
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
118
Actions
Shares
0
Downloads
355
Comments
2
Likes
5
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การวิจัยเบื้องต้น

  1. 1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิจัย อรุณศรี เตชะเรืองรอง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
  2. 2. การวิจัยเบื้องต้น <ul><li>ความหมายของการวิจัย </li></ul><ul><li>เหตุผลในการทำวิจัย </li></ul><ul><li>ลักษณะที่สำคัญของการวิจัย </li></ul><ul><li>ประเภทของการวิจัย </li></ul><ul><li>ขั้นตอนในการวิจัย </li></ul><ul><li>เครื่องมือและเทคนิค การรวบรวมข้อมูล </li></ul><ul><li>ข้อจำกัดของการวิจัยทางสังคมศาสตร์ </li></ul><ul><li>นักวิจัยและจรรยาบรรณการวิจัย </li></ul>
  3. 3. ความหมายของการวิจัย
  4. 4. บุญเรียง ขจรศิลป์ (2533 : 5) ได้ให้ความหมายของคำว่า การวิจัยทางด้านวิชาการ หมายถึง กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ หรือกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้เพื่อตอบปัญหาที่มีอยู่อย่างมีระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า “ Research” ถ้าจะแปลตามตัวหมายถึง การค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งความหมายของคำว่าวิจัย ทางด้านวิชาการได้มีผู้ให้ความหมายไว้ต่าง ๆ กัน เช่น เบสท์ ( Best, 1981 อ้างถึงใน บุญเรียง ขจรศิลป์ , 2533 : 5) ได้ให้ความหมายของการวิจัยไว้ว่าเป็นวิธีการที่เป็นระบบระเบียบ และมีจุดมุ่งหมายในการวิเคราะห์ และคิดบันทึกการสังเกตที่มีการควบคุมเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปอ้างอิง หลักการหรือทฤษฎีซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการทำงานและการควบคุมเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้
  5. 5. รัตนะ บัวสนธ์ ( 2543, 3) ได้ให้ความหมายของการวิจัยไว้ว่า เป็นการหาความจริงเชิง สาธารณะด้วยวิธีการที่เรียกว่ากระบวนการวิจัยซึ่งมีลักษณะเป็นระบบมีขั้นตอน ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล ( 2543 : 21) สรุปความหมายของการวิจัยไว้ว่า การวิจัยคือการศึกษาค้นคว้าอย่างมีระบบระเบียบเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและแสวงหาคำตอบ เป็นกระบวนการที่อาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก
  6. 6. ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์ “การวิจัยเป็นวิธีการค้นคว้า และแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ในการตอบปัญหาต่าง ๆ โดยอาศัยวิธีการที่เชื่อถือได้” ดังนั้น การวิจัยจึงหมายถึง กระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็น ความจริงเชิงตรรกะ ( Logical) หรือความจริง เชิงประจักษ์ ( Empirical) เพื่อตอบปัญหาอย่างมีระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นหลัก   
  7. 7. กระบวนการศึกษาค้นคว้าหาคำตอบในการแก้ไขปัญหาโดยวิธีการที่เป็นระบบเชื่อถือได้ตามหลักวิชาการ เน้นการค้นคว้า วิเคราะห์ และสรุปผลข้อมูลเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องแม่นยำ เกิดองค์ความรู้ใหม่ หรือข้อค้นพบใหม่
  8. 8. เหตุผลหลักในการวิจัย 1. การวิจัยที่มุ่งแสวงหาความรู้ ( Pure Research) เป็นการวิจัยที่มุ่งแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปรากฎการณ์ที่ศึกษา เพื่อใช้ทดสอบ หรือสร้างทฤษฎีอธิบายปรากฎการณ์จริง 2. การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) เป็นการวิจัยที่มุ่งแสวงหาข้อเท็จจริงระหว่างข้อมูลหรือตัวแปร เพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง
  9. 9. จุดมุ่งหมายของการวิจัย <ul><li>เพื่อการทำนาย ( Prediction) </li></ul><ul><li>เพื่อการอธิบาย ( Explanation) </li></ul><ul><li>เพื่อการบรรยาย ( Describe) </li></ul><ul><li>เพื่อการควบคุม ( Control) </li></ul><ul><li>เพื่อการพัฒนา ( Development ) </li></ul>
  10. 10. ลักษณะสำคัญของการวิจัย 1. มุ่งหาคำตอบเพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหา 2. เน้นการพัฒนาข้อสรุป หรือทฤษฎีต่าง ๆ เพื่อใช้ทำนายเหตุการณ์ในอนาคต 3. อาศัยข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่สังเกตได้รวบรวมได้ 4. ต้องการเครื่องมือและรวบรวมข้อมูลที่แม่นยำเที่ยงตรง 5. เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลใหม่ๆ เพื่อหาคำตอบของวัตถุประสงค์ใหม่
  11. 11. ลักษณะสำคัญของการวิจัย ( ต่อ ) 6. ใช้กิจกรรมในการวิจัยที่กำหนดไว้อย่างมีระบบ 7. ต้องการผู้รู้จริงในเนื้อหาที่จะทำการวิจัย 8. สามารถตรวจสอบความเที่ยงของวิธีการใช้ ข้อมูลที่รวบรวมมาและข้อสรุปที่ได้ 9. สามารถทำซ้ำได้ โดยวิธีเดียวกัน หรือวิธีที่ คล้ายกัน
  12. 12. ลักษณะสำคัญของการวิจัย ( ต่อ ) 10. มีความอดทน เนื่องจากมีความยากลำบากใน การแสวงหาคำตอบ 11. ควรเขียนรายงานด้วยความละเอียด รอบคอบ และมีการบัญญัติความหมายของศัพท์เทคนิค ที่ใช้ 12. มีความซื่อสัตย์ และกล้าหาญในการรายงาน ผลการวิจัย
  13. 13. ข้อจำกัดของการวิจัย 1. ความซับซ้อนของเนื้อหาหรือปัญหาที่จะศึกษา 2. ความยากในการรวบรวมข้อมูล 3. ความยากในการทำซ้ำ 4. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักวิจัยและสมาชิกในกลุ่ม ตัวอย่าง หรือกลุ่มประชากรมีผลกระทบต่อ ผลการวิจัย 5. ความยากในการควบคุมตัวแปรเกิน
  14. 14.   1. ช่วยส่งเสริมความรู้ทางด้านวิชาการและศาสตร์สาขาต่าง ๆ ให้มีการค้นคว้าข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะว่าการวิจัยจะทำให้มีการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติมซึ่งทำให้วิทยาการ ต่าง ๆ   เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทั้งตัวผู้วิจัยและผู้นำเอาเอกสารการวิจัยไปศึกษา 2. นำความรู้ที่ได้จากการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติ หรือแก้ปัญหาโดยตรง ช่วยทำให้ผู้ปฏิบัติได้เลือกวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด ก่อให้เกิดการประหยัด 3. ช่วยในการกำหนดนโยบาย หรือหลักปฏิบัติงานต่าง ๆ เป็นไปด้วยความถูกต้อง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 4. ช่วยให้ค้นพบทฤษฎีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ เพื่อให้มนุษย์ได้ดำเนินชีวิตอยู่ในโลกอย่างมีความสุขสบาย 5. ช่วยพยากรณ์ผลภายหน้าของสถานการณ์ ปรากฏการณ์และพฤติกรรมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ประโยชน์ของการวิจัย   
  15. 15. ประเภทการวิจัย <ul><li>แบ่งตามลักษณะข้อมูล </li></ul><ul><li>การวิจัยเชิงปริมาณ ( Quantitative Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>มีลักษณะเป็นตัวเลขแสดงปริมาณและใช้วิธีการทางสถิติวิเคราะห์ </li></ul></ul></ul><ul><li>การวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>มีลักษณะเป็นข้อความแสดงคุณลักษณะเช่นความคิดเห็น เรื่องราวของปรากฏการณ์ วิธีการวิเคราะห์ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และสรุปประเด็นสำคัญ </li></ul></ul></ul>
  16. 16. <ul><li>แบ่งตามเป้าหมายของการวิจัย </li></ul><ul><li>1. การวิจัยพื้นฐาน ( Basic Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>เป้าหมายเพื่อพิสูจน์ ตรวจสอบ สร้างทฤษฎีใหม่หรือขยายกรอบแนวความคิดทฤษฎีเดิม </li></ul></ul></ul><ul><li>2. การวิจัยประยุกต์ ( Applied Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ศึกษาประเด็นปัญหาที่มีอยู่ หาแนวทางแก้ปัญหาโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว เน้นการนำไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้ </li></ul></ul></ul>ประเภทการวิจัย
  17. 17. <ul><li>แบ่งตามการทดลอง </li></ul><ul><li>การวิจัยเชิงทดลอง ( Experimental Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ยึดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาวิจัยตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ก่อน โดยการควบคุมตัวแปรหรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ตามสภาพจริง </li></ul></ul></ul><ul><li>การวิจัยกึ่งทดลอง ( Semi-experimental Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ยึดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาวิจัยตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ก่อน โดยการควบคุมตัวแปรหรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เพียงบางส่วน </li></ul></ul></ul>ประเภทการวิจัย
  18. 18. <ul><li>แบ่งตามความมุ่งหมายและวิธีวิจัย </li></ul><ul><li>การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ ( Historical Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ศึกษา ทำความเข้าใจ อธิบายเหตุการณ์ในอดีต เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับสาเหตุ หรือเพื่อพยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคต </li></ul></ul></ul><ul><li>การวิจัยตามสภาพข้อมูล ได้แก่ </li></ul><ul><li>2.1 การวิจัยเชิงสำรวจ ( Survey Research) </li></ul><ul><li>2.2 การวิเคราะห์เอกสาร ( Documentation Analysis ) </li></ul><ul><li>2.3 การศึกษารายกรณี ( Case Studying ) </li></ul>ประเภทการวิจัย
  19. 19. <ul><li>ประเภทการวิจัยแบ่งตามความมุ่งหมายและวิธีวิจัย </li></ul><ul><li>3. การวิจัยเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ </li></ul><ul><li>3.1 การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ ( Correlation Research) </li></ul><ul><li> ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป </li></ul><ul><li>3.2 การวิจัยเชิงเปรียบเทียบ ( Comparison Research) </li></ul><ul><li> ศึกษาความแตกต่างระหว่างกลุ่ม </li></ul>
  20. 20. <ul><li>ประเภทการวิจัย แบ่งตามวัตถุประสงค์ในการวิจัย </li></ul><ul><li>การวิจัยเชิงอธิบาย (Explanatory Research ) </li></ul><ul><li>เน้นการค้นหาสาเหตุ และหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น </li></ul><ul><li>2 . การวิจัยเชิงบุกเบิก (Exploratory Research ) เน้นศึกษา เชิงลึกเกี่ยวกับวิทยาการใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีการศึกษามาก่อน </li></ul>
  21. 21. <ul><li>แบ่งตามบทบาทของผู้วิจัย </li></ul><ul><li>การวิจัยแบบมีส่วนร่วม ( Participatory Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ผู้วิจัยเข้าไปมีส่วนร่วมกับการวิจัยอย่างสมบูรณ์ </li></ul></ul></ul><ul><li>การวิจัยแบบไม่มีส่วนร่วม ( Non-participatory Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ผู้วิจัยศึกษาและรวบรวมข้อมูลในฐานะผู้วิจัย ที่อยู่ภายนอกกลุ่ม </li></ul></ul></ul>ประเภทการวิจัย
  22. 22. <ul><li>แบ่งตามลักษณะวิชา </li></ul><ul><li>การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ( Scientific Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต </li></ul></ul></ul><ul><li>การวิจัยทางสังคมศาสตร์ ( Social Research) </li></ul><ul><ul><ul><li>ศึกษาสภาพแวดล้อม สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและพฤติกรรมของมนุษย์ </li></ul></ul></ul>ประเภทการวิจัย
  23. 23. ขั้นตอนในการวิจัย 1. การเลือกหัวข้อปัญหา 2. การกำหนดขอบเขตของปัญหา 3. การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4. การกำหนดสมมติฐาน 5. การเขียนเค้าโครงการวิจัย 6. การสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูล 7. การเก็บรวบรวมข้อมูล
  24. 24. ขั้นตอนในการวิจัย ( ต่อ ) 8. การจัดกระทำข้อมูล 8.1 การใส่ข้อมูล 8.2 การประมวลผล 8.3 ผลลัพธ์ 9. การสรุปผลการวิจัยและเขียนรายงาน 9.1 บทนำ 9.2 การตรวจสอบเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9.3 วิธีการดำเนินการวิจัย 9.4 ผลการวิจัย 9.5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
  25. 25. เครื่องมือและเทคนิคในการรวบรวมข้อมูล โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. เครื่องมือที่เป็นอุปกรณ์ (Materials) 2. เครื่องมือที่ใช้เป็นตัววัด (Measures)
  26. 26. จรรยาบรรณของนักวิจัย <ul><li>ต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและ </li></ul><ul><li>การจัดการ </li></ul><ul><li>2. ต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำงานวิจัย ตาม ข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัย และต่อหน่วยงานที่สังกัด </li></ul><ul><li>3. ต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย </li></ul><ul><li>4. ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัย ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต </li></ul>
  27. 27. จรรยาบรรณของนักวิจัย ( ต่อ ) 5. ต้องเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่าง ในการวิจัย 6. ต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอน ของการทำวิจัย 7. เผยแพร่ผลงานวิจัยใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ 8. เคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น 9. มีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
  28. 28. เอกสารอ้างอิง [1] http://wbc.msu.ac.th/wbc/edu/ 0504304/ lesson 2. htm [2] www.edu.tsu.ac.th [3] http://secondary.kku.ac.th/research/res02/miscon/miscon6.htm [4] http://www.bcnr.ac.th/e_le/f_res/les 1. htm [5] http://www.bestwitted.com/?p= 244 [6] http://www.spu.ac.th/~patrapan/Tip 11. htm

×