อินเตอร์เน็ต

295 views

Published on

Published in: Social Media
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
295
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
8
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

อินเตอร์เน็ต

  1. 1. รายงาน เรื อง อินเตอร์เน็ต จัดทําโดย นาย ขจรศักดิ บุญช่วย เลขที 2 ชันมัธยมศึกษาปี ที 4/1 เสนอ อาจารย์ จุฑารัตน์ ใจบุญ รายวิชา คอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง. 31102 ภาคเรี ยนที 2 ปี การศึกษา 2556 โรงเรี ยนรัษฎานุประดิษฐ์อนุสรณ์
  2. 2. คํานํา รายงานฉบับนีเป็ นส่ วนหนึงของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชันมัธยมศึกษาปี ที 4/1 โดยมีจุดประสงค์ เพือการศึกษาความรู ้ทีได้จากเรื อง อินเตอร์เน็ตทังนี ในรายงานนีมีเนือหาประกอบด้วยความรู ้เกียวกับอินเตอร์เน็ต ตลอดจนการประยุกต์ใช้ ผูจดทําได้เลือกหัวข้อนีในการทํารายงาน เนืองมาจากเป็ นเรื องทีน่ าสนใจ ้ั รวมทังแสดงให้เห็นถึงเนือหาของอินเตอร์เน็ตผูจดทําต้องขอขอบคุณอาจารย์ จุฑารัตน์ ้ั ใจบุญผูให้ความรู ้ และแนวทางการศึกษา หวังว่ารายงานฉบับนี จะให้ความรู ้ และเป็ น ้ ประโยชน์แก่ ผอ่านทุก ๆ ท่าน หากมีขอเสนอแนะประการใด ผูจดทําขอรับไว้ดวย ู้ ้ ้ั ้ ความขอบพระคุณยิง
  3. 3. สารบัญ เรื อง หน้า เนือหา จํานวนผู้ใช้ อินเทอร์ เน็ตในประเทศไทย .............................................................................................. 22 อินเทอร์ เน็ตแบนด์ วิท .................................................................................................................... 22
  4. 4. ประวัติอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต(Internet)คือ เครื อข่ายนานาชาติ ทีเกิดจากเครื อข่ายเล็ก ๆ มากมาย รวมเป็ นเครื อข่าย เดียวกันทังโลก หรื อทังจักรวาล อินเทอร์เน็ต(Internet)คือ เครื อข่ายสื อสาร ซึ งเชือมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ ทังหมด ทีต้องการเข้ามา ในเครื อข่าย อินเทอร์เน็ต(Internet)คือ การเชือมต่อกันระหว่างเครื อข่าย อินเทอร์เน็ต(Internet)คือ เครื อข่ายของเครื อข่าย (A network of network) สําหรับคําว่า internet หากแยกศัพท์จะได้ออกมา 2 คํา คือ คําว่า Inter และคําว่า net ซึ ง Inter หมายถึงระหว่าง หรื อท่ามกลาง และคําว่า Net มาจากคําว่า Network หรื อ เครื อข่าย เมือนําความหมาย ของทัง 2 คํามารวมกัน จึงแปลได้วา การเชือมต่อกัน ่ ระหว่างเครื อข่าย
  5. 5. ประวัติความเป็ นมา - อินเทอร์เน็ต ซึ งเป็ นโครงการของ ARPAnet(Advanced Research Projects Agency Network) ซึ งเป็ นหน่ วยงานทีสังกัด กระทรวงกลาโหม ของสหรัฐ (U.S.Department of Defense - DoD) ถูกก่อตัง เมือประมาณ ปี ค.ศ.1960(พ.ศ.2503) และได้ถูกพัฒนา เรื อยมา - ค.ศ.1969(พ.ศ.2512) ARPA ได้รับทุนสนันสนุน จากหลายฝ่ าย ซึ งหนึงใน ผูสนับสนุนก็คือ Edward Kenedy และเปลียนชื อจาก ARPA เป็ น DARPA(Defense ้ Advanced Research Projects Agency) พร้อมเปลียนแปลงนโยบายบางอย่าง และในปี ค.ศ.1969(พ.ศ.2512)นีเองทีได้ทดลองการเชือมต่อคอมพิวเตอร์คนละชนิ ด จาก 4 แห่ ง เข้าหากันเป็ นครังแรก คือ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนี ย สถาบันวิจย ั สแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนี ย และมหาวิทยาลัยยูทาห์ เครื อข่ายทดลอง ประสบความสําเร็ จอย่างมาก ดังนันในปี ค.ศ.1975(พ.ศ.2518) จึงได้เปลียนจาก เครื อข่ายทดลอง เป็ นเครื อข่ายทีใช้งานจริ ง ซึ ง DARPA ได้โอนหน้าทีรับผิดชอบ โดยตรง ให้แก่ หน่ วยการสื อสารของกองทัพสหรัฐ (Defense Communications Agency - ปัจจุบนคือ Defense Informations Systems Agency) แต่ในปั จจุบน Internet ั ั มีคณะทํางานทีรับผิดชอบบริ หาร เครื อข่ายโดยรวม เช่น ISOC (Internet Society) ดูแล วัตถุประสงค์หลัก, IAB (Internet Architecture Board) พิจารณาอนุมติมาตรฐานใหม่ ั ในInternet, IETF (Internet Engineering Task Force) พัฒนามาตรฐานทีใช้กบ Internet ั ซึ งเป็ นการทํางานโดยอาสาสมัคร ทังสิ น
  6. 6. - ค.ศ.1983(พ.ศ.2526) DARPA ตัดสิ นใจนํา TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocal) มาใช้กบคอมพิวเตอร์ทุกเครื องในระบบ ทําให้เป็ น ั มาตรฐานของวิธีการติดต่อ ในระบบเครื อข่าย Internet จนกระทังปัจจุบน จึงสังเกตุได้ ั ว่า ในเครื องคอมพิวเตอร์ ทุกเครื องทีจะต่อ internet ได้จะต้องเพิ ม TCP/IP ลงไปเสมอ เพราะ TCP/IP คือข้อกําหนดทีทําให้คอมพิวเตอร์ทวโลก ทุก platform คุยกันรู ้เรื อง ั และสื อสารกันได้อย่างถูกต้อง - การกําหนดชือโดเมน (Domain Name System) มีขึนเมือ ค.ศ.1986(พ.ศ.2529) เพือ สร้างฐานข้อมูล แบบกระจาย (Distribution database) อยูในแต่ละเครื อข่าย และให้ ่ ISP(Internet Service Provider) ช่วยจัดทําฐานข้อมูลของตนเอง จึงไม่จาเป็ นต้องมี ํ ฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ เหมือนแต่ก่อน เช่น การเรี ยกเว็บ www.yonok.ac.th จะไปที ตรวจสอบว่ามีชือนี หรื อไม่ ที www.thnic.co.th ซึ งมีฐานข้อมูล ของเว็บทีลงท้ายด้วย th ทังหมด เป็ นต้น - DARPA ได้ทาหน้าทีรับผิดชอบดูแลระบบ internet เรื อยมาจนถึง ค.ศ.1980(พ.ศ. ํ 2533) และให้ มูลนิธิวทยาศาสตร์ แห่ งชาติ (National Science Foundation - NSF) เข้า ิ มาดูแลแทนร่ วม กับอีกหลายหน่ วยงาน
  7. 7. - ในความเป็ นจริ ง ไม่มีใครเป็ นเจ้าของ internet และไม่มีใครมีสิทธิขาดแต่เพียงผูเ้ ดียว ในการกําหนดมาตรฐานใหม่ต่าง ๆ ผูติดสิ นว่าสิ งไหนดี มาตรฐานไหนจะได้รับการ ้ ยอมรับ คือ ผูใช้ ทีกระจายอยูทวทุกมุมโลก ทีได้ทดลองใช้มาตรฐานเหล่านัน และจะ ้ ่ ั ใช้ต่อไปหรื อไม่เท่านัน ส่ วนมาตรฐานเดิมทีเป็ นพืนฐานของระบบ เช่น TCP/IP หรื อ Domain name ก็จะต้องยึดตามนันต่อไป เพราะ Internet เป็ นระบบกระจายฐานข้อมูล การจะเปลียนแปลงระบบพืนฐาน จึงไม่ใช่เรื องง่ายนัก - ในปั จจุบน เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรื อทีเรี ยกกันสันๆ ว่า ั ไอที (IT) กําลังได้รับ ความสนใจเป็ นอย่างมาก เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)จะเป็ นตัวทีทําให้ เกิดความรู ้ วิธีการประมวลผล การจัดเก็บ รวบรวมข้อมูล การเรี ยกใช้ขอมูล ตลอดจนการเรี ยกใช้ขอมูล ด้วยวิธีการทาง ้ ้ อิเล็คทรอนิคส์ เมือเราให้ความสําคัญกับเ ทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ความจําเป็ นทีจะต้องมีเครื องมือในการใช้งานไอที เครื องมือนันก็คือ เครื องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ สื อสารโทรคมนาคม อินเตอร์เน็ตนับว่าเป็ นเครื องมือ อย่างหนึงในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรื อไอ ที เพราะเราสามารถทีจะใช้งาน หาข้อมูลข่าวสาร และเข้าถึงข้อมูล ได้ดวยเวลา ้
  8. 8. อันรวดเร็ ว อินเตอร์เน็ตเปรี ยบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ทีมีขอมูลเรื องราวต่างๆ ้ มากมาย ให้เราค้นหา ข่าวสารทีทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ทีเกิดขึนทัวทุกมุมโลกเรา สามารถทีจะทราบได้ทนที จึงนับได้วา อินเตอร์เน็ตนันเป็ นเครื องมือสําคัญอย่างหนึง ั ่ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ทังในระดับ องค์กรและในระดับบุคคล บริ การทีได้รับ (จากประสบการณ์ทีได้ใช้บริ การ ซึ งคาดว่าเป็ นบางส่ วนของทีมีบริ การอยูในปัจจุบน) ่ ั [ Telnet | Electronic mail | Usenet news | FTP | WWW | Net2Phone | NetMeeting | ICQ | IRC | Game online | Software updating | Palm หรื อ PocketPC | Wap ] telnet • เครื องมือพืนฐาน ทีใช้สาหรับติดต่อกับเครื อง Server ทีเป็ น UNIX หรื อ LINUX เพือ ํ ใช้เข้าไปควบคุม การทํางานของเครื อง หรื อใช้อ่าน mail หรื อใช้ปรับปรุ ง homepage หรื อใช้เรี ยกโปรแกรมประมวลผลใด ๆ หรื อใช้พฒนาโปรแกรมและใช้งานในเครื อง ั นัน เป็ นต้น เพราะระบบ UNIX หรื อ LINUX จะยอมให้ผใช้สร้าง application ด้วย ู้
  9. 9. Compiler ภาษาต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ และเชือมต่อกับ Internet ได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ เพราะ Internet เริ มต้นมาจากระบบ UNIX นีเอง • ประโยชน์อย่างหนึงทีผูใช้โปรแกรม Telnet มักคุนเคย คือการใช้โปรแกรม PINE ซึ ง ้ ้ มีอยูใน Telnet สําหรับรับ-ส่ ง mail และมีผใช้อีกมากทีไม่รู้ตว ว่าตนเองกําลังใช้งาน ่ ู้ ั UNIX อยู่ ทัง ๆ ทีใช้ PINE ติดต่องานอยูทุกวัน เดิมทีระบบ UNIX ไม่มีโปรแกรม ่ PINE แต่มีนกศึกษาทีมหาวิทยาลัย WASHINGTON University เพราะใช้ง่ายกว่าการ ั ใช้คาสั ง mail ในการรับ-ส่ งมาก ํ • แต่ผูใช้ทีใช้ E-Mail กับเครื อง UNIX หรื อ LINUX ซึ งใช้ตามมาตรฐาน IMAP มัก ้ เป็ นกลุ่มนักศึกษา ในมหาวิทยาลัย ทีมหาวิทยาลัยได้ให้บริ การ E-Mail ซึ งมีขอจํากัด ้ บางประการ และหลายมหาวิทยาลัย เช่นกันทีทําฐานข้อมูล Mail ใน UNIX และ ให้บริ การ Mail ผ่าน browser ได้ ซึ งเป็ นหลักการทีผูให้บริ การ mail ฟรี หลายแห่ งใช้ ้ กันอยู่ • สําหรับโปรแกรม Telnet ผูตองการใช้บริ การ ไม่จาเป็ นต้องไป download เพราะ ้้ ํ เครื องทีทําการติดตัง TCP/IP จะติดตังโปรแกรม telnet.exe ไว้ในห้อง c:windows เพือให้ผใช้สามารถเรี ยกใช้ได้อยูแล้ว แต่ ปัญหาหนักอยูทีวิธีการใช้ เพราะระบบ ู้ ่ ่ UNIX เป็ นการทํางานใน Text mode เป็ นหลัก การจะใช้คาสั งต่าง ๆ ผูใช้จะต้องเรี ยนรู ้ ํ ้ มาก่อน จึงจะใช้งานได้ในระดับทีพึงตนเองได้ มิเช่นนันก็จะเหมือน คนตาบอดเดินอยู่ กลางถนน หากใช้คาสั งไม่ถูกต้อง อาจทําให้เกิดปัญหาทังกับตนเอง และระบบได้ภาพ ํ mailtel.gif Electronic mail • บริ การ E-Mail ฟรี เป็ นบริ การทีมีผูใช้กนมาก เพราะใช้สาหรับส่ ง และอ่านข้อความ ้ ั ํ กับผูทีต้องการติดต่อด้วย และใช้แทนจดหมายได้อย่างดี เพราะไม่ตองเสี ยค่าใช้จ่าย ้ ้
  10. 10. และผูรับจะได้รับในเวลาเกือบทันทีทีส่ งไป ผูใหับริ การ E-Mail ฟรี ในปัจจุบน เช่น ้ ้ ั ของ hotmail หรื อ yahoo mail หรื อ ตามแต่ละประเทศ ทีคนในประเทศจะทํา Server ให้บริ การ สําหรับกลุ่มทีมีความสนใจคล้าย ๆ กัน เช่น thaimail.com หรื อ chaiyo.com ซึ งเป็ นของคนไทย และ mail ฟรี เหล่านีจะให้บริ การไปเรื อย ๆ ไม่มีการหมดอายุ แต่ จะหมดอายุถาผูใช้เกิดเลิกใช้เป็ นเวลานานเกินไป สําหรับ E-Mail ของสถาบัน จะ ้ ้ หมดอายุแน่นอน หลักจากทีสําเร็ จการศึกษา จึงเป็ นจุดบกพร่ องข้อใหญ่ ทีทําให้ นักศึกษา หันไปใช้ E-Mail ฟรี มากกว่าทีสถาบัน จัดไว้ให้ • การใช้ E-Mail กับผูให้บริ การฟรี เช่น thaimail.com, lampang.net, thaiall.com หรื อ ้ chaiyo.com นัน ผูใช้จะต้องไป download โปรแกรม browser เช่น netscape หรื อ ้ Internet Explorer หรื อ Opera หรื อ NeoPlanet มาไว้ในเครื องคอมพิวเตอร์ ทีต่อ Internet แล้วเปิ ดหน้าเว็บของแหล่งบริ การ เพือใช้บริ การ E-Mail ดังกล่าว ซึ งผูใช้ ้ จะต้องขอใช้บริ การ และจะได้รับ userid และ password ประจําตัว เพือ login เข้าใช้ บริ การ E-Mail ทุกครัง • ปัจจุบนการขอใช้บริ การ E-Mail สามารถเลือกได้ทีจะใช้ web-based หรื อ POP ั เพราะแต่ละแบบมีจุดเด่น จุดด้อยทีแตกต่างกัน โดย web-based จะเหมาะกับผูที ้ เดินทางเป็ นประจํา ส่ วน pop จะเหมาะกับผูมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ้ • รายละเอียดเกียวกับ e-mail อ่านเพิมเติมได้ที http://www.thaiall.com/article/mail.htm
  11. 11. USENET news หรื อ News group • ในยุคแรกของ Internet บริ การ USENET ได้มีผใช้บริ การ อย่างแพร่ หลายอย่างมาก ู้ เพราะเป็ นแหล่ง ทีผูใช้ จะส่ งคําถามเข้าไป และผูใช้คนอืน ๆ ทีพอจะตอบคําถามได้ จะ ้ ้ ช่วยตอบ ทําให้เกิดสังคมของ การแลกเปลียนข่าวสาร นอกจากการส่ งข้อความเข้าไป ใน USENET แล้ว ผูใช้ยงส่ งแฟ้ มในรู ปแบบใด ๆ เข้าไปก็ได้ ซึ งเรี ยกว่า Attach file ้ ั หากแฟ้ มทีส่ งเข้าไปเป็ นภาพ gif หรื อ jpg หรื อแฟ้ มทีมีการรองรับ ในระบบ internet ก็ จะเปิ ดได้ทนทีดวย browser หรื อแล้วแต่โปรแกรมทีใช้เปิ ด USENET นัน ั ้ • แต่สาหรับประเทศไทย ผมสังเกตุวา มีการเข้าไปใช้บริ การในส่ วนนีไม่มาก เพราะ ํ ่ กลุ่มข่าว(News group) ทีชือ soc.culture.thai ซึ งเป็ น 1 ในหลายหมืนกลุ่มข่าว และมีชือ ทีเป็ นไทยอย่างชัดเจน กลับมีคนต่างชาติ เข้าไปฝากข้อความไว้กว่าครึ ง และมีคนไทย เพียงครึ งเดียว ซึ งเข้าใจว่าผูใช้ Internet ในประเทศไทยมักเน้นการใช้บริ การ Internet 3 ้ อย่างนี คือ Browser และ PIRC และ ICQ • อีกเหตุผลหนึง ทีคนไทยไม่ได้เข้าไปใช้บริ การ USENET เท่าทีควรก็เพราะ ในเว็บ ของคนไทยหลาย ๆ เว็บจะให้บริ การทีชือว่า wwwboard ผ่าน browser อยูแล้ว ซึ งมี ่ ลักษณะคล้ายคลึงกับ USENET อย่างมาก ทําให้คนไทยหันมาใช้ wwwboard แทน USENET ซึ งต้องติดตังข้อกําหนดเพิ มเติมให้กบ browser ซึ งอาจรู ้สึกยุงยาก ไม่รู้ ั ่ หรื อไม่คุนเคยก็เป็ นได้ และปั จจุบนบริ การต่าง ๆ มักจะรวมมาไว้ใน browser อย่าง ้ ั สมบูรณ์ ทําให้ผูใช้มากมาย ไม่เห็นความจําเป็ นทีต้องไปใช้โปรแกรมอืน เพราะทุก ้ วันนีก็ใช้บริ การ ทีอยูใน browser ไม่หมดแล้ว เช่น web, mail, chat, wwwboard, game, ่ quiz, pager, news, postcard, shopping, download เป็ นต้น • ถ้าเครื องท่านถูก setup ให้อ่าน news ได้ ท่านสามารถเข้าไปที soc.culture.thai เพือ อ่าน หรื อส่ งข่าวสาร ต่าง ๆ ได้
  12. 12. FTP (File Transfer Protocal - บริ การโอนย้ายข้อมูล) • บริ การนี สามารถใช้ download แฟ้ มผ่าน browser ได้เพราะการ download คือ การ คัดลอกโปรแกรมจาก server มาไว้ในเครื องของตน แต่ถาจะ upload แฟ้ ม ซึ งหมายถึง ้ การส่ งแฟ้ มจากเครื องของตน เข้าไปเก็บใน server เช่นการปรับปรุ ง homepage ให้ ทันสมัย ซึ ง homepage ของตนถูกจัดเก็บใน server ทีอยูอีกซี กโลกหนึ ง จะต้องใช้ ่ โปรแกรมอืน เพือส่ งแฟ้ มเข้าไปใน server เช่นโปรแกรม cuteftp หรื อ wsftp หรื อ ftp ของ windows • การ download นันไม่ยาก หากผูให้บริ การยอมให้ใครก็ได้เข้าไป download แฟ้ มใน ้ server ของตน และผูใช้บริ การรู ้วาแฟ้ มทีต้องการนันอยูทีใด แต่การ upload มักไม่ง่าย ้ ่ ่ เพราะต้องใช้โปรแกรมเป็ น และมีความเป็ นเจ้าของในเนือทีทีจะกระทํา รวมทังมี userid และ password เพือแสดงสิ ทธิในการเข้าใช้บริ การ การศึกษาการส่ งแฟ้ มเข้าไป ใน server อาจต้องหา บทเรี ยน ftp มาอ่านเพือศึกษาวิธีการส่ ง หรื อหาอ่านได้จาก เว็บที ให้บริ การ upload แฟ้ ม ซึ งมักเขียนไว้ละเอียดดีอยูแล้ว ่
  13. 13. WWW • World Wide Web คือบริ การทีให้ผูใช้ ใช้โปรแกรม Browser เช่น Netscape, Internet ้ Explorer, Opera หรื อ Neoplanet เป็ นต้น ในการเปิ ดข้อมูลในลักษณะ Homepage ซึ ง สามารถนําเสนอได้ทงภาพ ภาพเคลือนไหว และเสี ยง ทําให้มีการแพร่ หลาย และเป็ น ั สื อทีได้รับความสนใจ และเติบโตอย่างรวดเร็ ว • บริ การผ่านเว็บนี ได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ ว ทําให้ผูใช้สามารถติดต่อใน ้ ลักษณะ Interactive ด้วยโปรแกรมสนับสนุนต่าง ๆ จนทําให้ผูใช้สามารถใช้งานได้ ้ หลากหลาย ตัวอย่างเช่น การดูภาพยนต์ ผ่านเว็บ, การเล่นเกมส์, การทําข้อสอบ, การ ส่ ง mail, การส่ ง pager, การติดต่อซือขาย, การส่ ง postcard เป็ นต้น Net2Phone • บริ การนีคือการโทรศัพท์จากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื องรับโทรศัพท์จริ ง ๆ และได้รับ ความนิยม เป็ นอย่างมาก เพราะมีอตราค่าโทรศัพท์ทีถูกกว่า และยังมีบริ การ Net2Fax ั ซึ งให้บริ การ Fax เอกสาร จากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื อง Fax จริ ง ๆ ซึ งมีอตราค่าบริ การทีถูกกว่าเช่นกัน ั • บริ การนีผูใช้ตองไป download โปรแกรมมาติดตัง และจะต้องจ่ายเงินก่อน ซึ งเป็ น ้ ้ การซือเวลาล่วงหน้า เมือมีการใช้บริ การ จึงจะหักค่าใช้บริ การจากทีซือไว้
  14. 14. Netmeeting • เป็ นโปรแกรมทีมีชือมาก เพราะทําให้คนจากซี กโลกหนึง สามารถติดต่อกับอีกซี ก โลก ด้วยเสี ยงจาก คอมพิวเตอร์ ซึ งคล้ายโทรศัพท์ แต่ไม่ตองเสี ยค่าใช้จ่ายเพิ มเติม แต่ ้ อย่างใด และโปรแกรมในลักษณะนี ยังเพิ มความสามารถในการทํางานร่ วมกับ เครื องรับภาพ digital ดังนันคนทีมีโปรแกรมนี จะคุยกันและ เห็นภาพของแต่ละฝ่ าย จึง ทําให้การติดต่อมีประสิ ทธิภาพ โดยไม่ตองเสี ยค่าใช้จ่าย เพิ มเติม ้ • บริ การนีผูใช้ตองไป download โปรแกรมาติดตัง แต่ปัญหาทีสําคัญในการติดต่อแบบ ้ ้ นีคือเรื อง ของความเร็ ว เพราะการติดต่อด้วยเสี ยง อาจได้เสี ยงทีไม่ชดเจน หรื ออาจขาด ั หายระหว่างการสนทนา หากความเร็ วในการเชือมต่อ internet ไม่เร็ วพอ และจะ เป็ นไปไม่ได้ ถ้าจะเพิ มการรับ-ส่ งภาพ แบบ VDO สําหรับเครื องทีเชือมต่อด้วย ความเร็ วตํา ICQ • บริ การนีเป็ น บริ การทีเยียมมาก และได้รับความนิยม เพิ มขึนทุกวัน เพราะผูทีมี ้ คอมพิวเตอร์ เป็ นของตนเอง และมีโปรแกรม ICQ อยูในเครื อง จะสามารถติดต่อกับ ่ เพือน ทีใช้โปรแกรม ICQ อยูได้อย่างสะดวก เพราะเมือเปิ ดเครื อง โปรแกรมนีจะ ่ แสดงสถานะของเครื องคอมพิวเตอร์ ทีทําการตรวจสอบไว้ ว่า Online อยูหรื อไม่ ่ เปรี ยบเสมือนการมี pager ติดคอมพิวเตอร์ไว้ทีเดียว • ได้มีผพฒนาโปรแกรมเสริ มอีกมากมาย ให้ ICQ สามารถทํางานได้หลายหลายมาก ู้ ั ขึน และยิง แพร่ กระจายได้เร็ ว ในกลุ่มหนุ่มสาว ทีต้องการเพิ ม เพราะจะแสดงสถานะ ของ เครื องเพือน เมือเปิ ด คอมพิวเตอร์ ทําให้สามารถติดต่อได้รวดเร็ ว โดยไม่ตองโทร ้
  15. 15. ไปถามบ่อย ๆ ว่าเปิ ดคอมพิวเตอร์หรื อยัง เป็ นต้น • บริ การนีผูใช้ตองไป download โปรแกรมาติดตัง และเป็ นโปรแกรมที download ได้ ้ ้ ฟรี IRC : Internet Relay Chat • บริ การนีคนไทยทุกวัย ชอบกันมาก โดยเฉพาะโปรแกรม PIRC เพราะทําให้สามารถ คุยกับใครก็ได้ทีใช้ โปรแกรม PIRC การคุยกันจะใช้ผานแป้ นพิมพ์เป็ นสําคัญ โดยไม่ ่ ต้องเห็นหน้า หรื อรับผิดชอบต่อสิ ง ทีพิมพ์ออกไป อย่างจริ งจัง เพราะไม่มีการควบคุม จากศูนย์ทีชัดเจน ทําให้ทุกคนมีอิสระทีจะคิดจะส่ ง ข้อมูลออกไป ได้ทุกชาติ ทุกภาษา • ใน IRC ใด ๆ มักจะมีการแบ่งเป็ นห้อง ๆ โดยมีชือห้องบอกว่า ในห้องนันจะคุยกัน เรื องอะไร เช่น "วิธีแก้เหงา" หากใครต้องการคุยถึงวิธีแก้เหงา เข้าไปในห้องนัน หรื อ หลาย ๆ ห้องได้ และแสดงความเห็น อะไรออกไปก็ได้ และยังสามารถเลือกคุยกับใคร เป็ นการส่ วนตัว หรื อจะคุยให้ทุกคน ทีเปิ ดหัวข้อนี รับทราบก็ได้ เมือคุยกันถูกคอก็ สามารถ ทีจะนัดพบกันตามสถานทีต่าง ๆ เพือนสร้างสัมพันธ์ทีดีต่อกัน หรื อจะนัดคุย กันในคอมพิวเตอร์ ในครังต่อไป ในห้องทีกําหนดขึนก็ได้ จึงทําให้ทุกเพศทุกวัยชื น ชอบ ทีจะใช้บริ การนีอย่างมาก • บริ การนีผูใช้ตองไป download โปรแกรมาติดตัง และเป็ น Shareware หากผูใช้พอใจ ้ ้ ้ สามารถทีจะ ลงทะเบียนเพือจ่ายเงิน $20 ได้
  16. 16. Game online • เกมกลยุทธหลาย ๆ เกมที โปรแกรมจะจําลองสถานการณ์การรบ ทําให้ผใช้สามารถ ู้ ต่อสูกบ คอมพิวเตอร์ เสมือนคอมพิวเตอร์ คิดเอง และสู ้กบเราได้ แต่ก็ยงมีจุดบกพร่ อง ้ ั ั ั ของเกมทีไม่สามารถสร้าง ความมันส์ เหมือนกับการสู ้กบคนทีคิด และพูดกับอีกฝ่ าย ั ได้ จึงได้มีการสร้างเกม และบริ การทีทํา ให้ผูใช ◌้ ◌้ ต่อสู ้กน โดยให้ผใช้ติดต่อเข้าไป ้ ั ู้ ในเครื องบริ การ แล้วเสี ยเงินลงทะเบียน จากนันจะสามารถขอเข้าไป เล่นเกมกับใครก็ ได้ในโลก ทีเสี ยเงินเช่นกัน และพูดคุยกันผ่านแป้ นพิมพ์ เป็ นการทํา ความรู ้จกกัน ั ในขณะเล่นเกมได้อีกด้วย ซึ งเป็ นบริ การทีกําลังเติมโต อย่างรวดเร็ วอีกบริ การหนึ ง ใน โลก Internet Software Updating • มีโปรแกรมมากมายทีใช้ประโยชน์จาก Internet และหนึงในนันก็คือ บริ การปรับปรุ ง โปรแกรม แบบ Online เช่น โปรแกรมฆ่าไวรัส ทีมีชือเสี ยง เกือบทุกโปรแกรม จะ ยอมให้ผูใช้สามารถปรับปรุ งข้อมูลใหม่ เพือใช้สาหรับเตรี ยมต่อสู ้กบไวรัส ทีมาใหม่ ้ ํ ั เสมอ ผูใช้เพียงแต่เลือก Click บนปุ่ ม Update จากนัน โปรแกรมจะทําทุกอย่างใหม่ ้ หมด จนกระทังการ update สมบูรณ์ หรื อแม้แต่ Microsoft Windows ทียอมให้ผูใช้ ้ สามารถ Update โปรแกรมทีตนขายไปแล้ว แต่มาพบข้อผิดพลาดทีหลัง หลังจากแก้ไข
  17. 17. จะยอมให้ผใช้ Update โปรแกรมได้ฟรี เพราะถือเป็ นความผิดพลาดทีต้องรับผิดชอบ ู้ เป็ นต้น Palm หรื อ PocketPC • Palm หรื อ PocketPC นันต่างก็เป็ น Organizer ยุคใหม่มีอีกชือหนึงว่า PDA (Personal Digital Assistant) ซึ งถูกตังชือโดย Apple ตังแต่ปี 1990 แต่สมัยนันยังไม่สาเร็ จ จึงมี ํ การพัฒนาการเรื อยมา จนถึงปัจจุบน ั • คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทีมีความสามารถสู งมาก เพราะสามารถพัฒนาโปรแกรม สั ง ให้ palm ทํางานได้หลาย ๆ อย่าง ทําให้ความสามารถหลักด้าน organizer กลายเป็ น ส่ วนประกอบไปเลย เพราะมีผพฒนาโปรแกรมให้กบ palm มากทีเดียว คนไทยก็ทา ู้ ั ั ํ ครับ เพือให้ palm เข้าใจภาษาไทย และใช้ปากกาเขียนภาษาไทยให้ palm อ่านรู ้เรื องได้ ทันที • Palm สามารถทํางานร่ วมกับคอมพิวเตอร์ โดยมีการแลกเปลียนข้อมูลกัน โดยผูใช้ ้ palm สามารถเขียน mail ใน palm เพือต้องการส่ งก็ upload เข้าคอมพิวเตอร์ที online กับ internet แล้ว คอมพิวเตอร์ก็จะทําหน้าทีส่ ง mail ให้อตโนมัติ รวมถึงการรับ mail ั ใหม่เข้าไปใน palm ทําให้สามารถอ่าน mail จากทีไหนก็ได้ แต่เป็ นการทํางานแบบ offline นะครับ ไม่เหมือนมือถือทีอ่าน mail ได้แบบ online แต่ palm ไม่ใช่มือถือครับ ภาพทังหมดเกียวกับ palm ได้มาจาก http://www.palm.com
  18. 18. PocketPC คืออะไร คือ ผลจากทีปี 1998 Microsoft แนะนํา WindowCE ซึ งทํางานกับ Palm-sized PC ซึ ง พยายามตี palm ให้แตก ด้วยการสร้างระบบปฏิบติการ ทีเป็ นมาตรฐานใหม่ บริ ษทต่าง ั ั ๆ ทีสนใจจึงเริ มผลิตสิ นค้า ทีใช้ Windows CE โดยมีชือเรี ยกอุปกรณ์เหล่านี ว่า PocketPC คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กทีกําหนดมาตรฐานโดย Microsoft เจ้าเก่า(งานนี palm อาจต้องหนาว) ทําให้ PocketPC ทีผลิดโดยบริ ษทใดก็แล้วแต่ เช่น Compaq, Casio, HP ั เป็ นต้น สามารถเปิ ดเว็บ พิมพ์ Word หรื อ Excel ฟัง MP3 หรื อแม้แต่ดูหนัง ก็ยงได้ ั กองทัพอุปกรณ์เทคโนโลยี จาก casio.com นําทัพโดย PocketPC ทีจะมาโค่น palm WAP • Wireless Application Protocal เป็ นเทคโนโลยีทีทําให้โทรศัพท์ สามารถเปิ ดเว็บทีถูก เขียนมาเพือ โทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะได้ เว็บของไทยทีให้บริ การแล้ว เช่น http://wap.wopwap.com, http://wap.siam2you.com, http://wap.a-roi.com, http://wap.mweb.co.th เป็ นต้น • โทรศัพท์ทีออกมาให้บริ การแล้ว เช่น Nokia7110, Nokia9110i, EricssonR320, EricssonA2618, Alcatel OneTouch View WAP หรื อ 300 family หรื อ 500 family หรื อ 700 family, MotorolaV8088 เป็ นต้น • เว็บทีมีขอมูลเรื อง wap เช่น wapinsight.com, wap-uk.com, waphq.com, ้ wapjag.com, yourwap.com, waptastic.com เป็ นต้น
  19. 19. WAP ย่อมาจากคําว่า Wireless Application Protocal เป็ นเทคโนโลยีทีสามารถทําให้ โทรศัพท์มือถือ หน้าจอเล็กๆ ของคุณสามารถเชือมต่อเข้าสู่ เครื อข่ายอินเทอร์เน็ต ได้ โดยตรง ทําให้คุณสามารถ ทําอะไรได้หลากหลายเสมือนกับคุณใช้เครื องคอมพิวเตอร์ ทีบ้านเชือมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Browser เลยทีเดียว ไม่วาจะเป็ น การค้นหาสื บค้น ่ ข้อมูล หรื อการใช้บริ การต่างๆ ของ WAP Site และทีสําคัญทีสุ ดคือ คุณสามารถทํา กิจกรรมเหล่านีได้ทุกทีทุกเวลาตราบใดทียังมีสัญญาณมือถือ หรื อสัญญาณ GPRS อยู่ นันเอง
  20. 20. ทีมา อินเทอร์เน็ตเกิดขึนในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิด เครื อข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ งเป็ น เครื อข่ายสํานักงานโครงการวิจยชันสู งของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริ กา ั โดยมีวตถุประสงค์หลักของการสร้างเครื อข่ายคือ เพือให้คอมพิวเตอร์สามารถเชือมต่อ ั และมีปฏิสัมพันธ์กนได้ เครื อข่าย ARPANET ถือเป็ นเครื อข่ายเริ มแรก ซึ งต่อมาได้ถูก ั พัฒนาให้เป็ นเครื อข่าย อินเทอร์เน็ตในปั จจุบน ั การประยุกต์ใช้งานอินเตอร์เน็ต การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในปั จจุบนทําได้หลากหลาย อาทิเช่น ไปรษณีย ์ ั อิเล็กทรอนิกส์ หรื อ อีเมล (e-Mail) , สนทนา (Chat), อ่านหรื อแสดงความคิดเห็ นใน เว็บบอร์ด, การติดตามข่าวสาร, การสื บค้นข้อมูล / การค้นหาข้อมูล, การชม หรื อซือ สิ นค้าออนไลน์ , การดาวโหลด เกม เพลง ไฟล์ขอมูล ฯลฯ, การติดตามข้อมูล ้ ภาพยนตร์ รายการบันเทิงต่างๆ ออนไลน์, การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์, การ เรี ยนรู ้ออนไลน์ (e-Learning), การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (Video Conference), โทรศัพท์ผานอินเทอร์เน็ต (VoIP), การอับโหลดข้อมูล หรื อ อืนๆ ่ แนวโน้มล่าสุ ดของการใช้อินเทอร์เน็ตคือการใช้อินเทอร์เน็ตเป็ นแหล่งพบปะสังสรรค์ เพือสร้างเครื อข่ายสังคม ซึ งพบว่าปั จจุบนเว็บไซต์ทีเกียวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวกําลัง ั ได้รับความนิยมอย่างแพร่ หลายเช่น เฟซบุก ทวิตเตอร์ ไฮไฟฟ์ และการใช้เริ มมีการ ๊ แพร่ ขยายเข้าไปสู่ การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Internet) มากขึน
  21. 21. เนืองจากเทคโนโลยีปัจจุบนสนับสนุนให้การเข้าถึงเครื อข่ายผ่านโทรศัพท์มือถือทําได้ ั ง่ายขึนมาก จํานวนผูใช้อินเตอร์เน็ตทัวโลก ้ ไฟล์:Worldint2008pie.png สัดส่ วนการผูใช้อินเทอร์เน็ตแยกตามทวีป, ทีมา: ้ http://www.internetworldstats.com/stats.htm ปัจจุบน จํานวนผูใช้อินเทอร์เน็ตทัวโลกโดยประมาณ 2.095 พันล้านคน หรื อ 30.2 % ั ้ ของประชากรทัวโลก (ข้อมูล ณ เดือน มีนาคม 2554) โดยเมือเปรี ยบเทียบในทวีป ต่างๆ พบว่าทวีปทีมีผูใช้อินเทอร์เน็ตมากทีสุ ดคือ เอเชีย โดยคิดเป็ น 44.0 % ของผูใช้ ้ ้ อินเทอร์เน็ตทังหมด และประเทศทีมีประชากรผูใช้อินเทอร์เน็ตมากทีสุ ดคือประเทศ ้ จีน คิดเป็ นจํานวน 384 ล้านคน หากเปรี ยบเทียบจํานวนผูใช้อินเทอร์เน็ตกับจํานวนประชากรรวม พบว่าทวีปอเมริ กา ้ เหนือมีสัดส่ วนผูใช้ต่อประชากรสู งทีสุ ดคือ 78.3 % รองลงมาได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย ้ 60.1 % และ ทวีปยุโรป คิดเป็ น 58.3 % ตามลําดับ อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ มขึนเมือปี พ.ศ. 2530 โดยการเชือมต่อมินิคอมพิวเตอร์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่ งเอเชีย (AIT) ไปยัง มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครังนันยังเป็ นการ เชือมต่อโดยผ่าน สายโทรศัพท์ ซึ งสามารถส่ งข้อมูลได้ชาและไม่เป็ นการถาวร จนกระทังในปี พ.ศ. ้ 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่ งชาติ (NECTEC) ได้ทาการ ํ
  22. 22. เชือมต่อคอมพิวเตอร์กบมหาวิทยาลัย 6 แห่ ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบัน ั เทคโนโลยีแห่ งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ , ศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่ งชาติ(NECTEC), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าด้วยกันเรี ยกว่า "เครื อข่ายไทยสาร" การให้บริ การอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เริ มต้นขึนเป็ นครังแรกเมือ เดือน มีนาคม พ.ศ. 2538 โดยความร่ วมมือของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ ง คือ การสื อสารแห่ งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์แห่ งประเทศไทย และสํานักงานส่ งเสริ มวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แห่ งชาติ (สวทช.) โดยให้บริ การในนาม บริ ษท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย (Internet ั Thailand) เป็ นผูให้บริ การอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิ ชย์รายแรกของประเทศไทย ้ จํานวนผูใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ้ จํานวนผูใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีการเปลียนแปลงดังนี ปี 2534 (30คน) ปี ้ 2535 (200 คน) ปี 2536 (8,000 คน) ปี 2537 (23,000 คน) ... ข้อมูลล่าสุ ดของสํานักงาน สถิติแห่ งชาติ ปี 2551 จากจํานวนประชากรอายุ 6 ปี ขึนไปประมาณ 59.97 ล้านคน พบว่า มีผใช้คอมพิวเตอร์ 16.99 ล้านคน คิดเป็ น ร้อยละ 28.2 และมีผูใช้อินเทอร์เน็ต ู้ ้ 10.96 ล้านคน คิดเป็ นร้อยละ 18.2 อินเทอร์เน็ตแบนด์วท ิ ปัจจุบน (มกราคม 2553) ประเทศไทยมีความกว้างช่องสัญญาณ (Internet Bandwidth) ั ภายในประเทศ 110 Gbps และระหว่างประเทศ 110 Gbps
  23. 23. อ้างอิง http://www.krujongrak.com/internet/internet.html http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9% 80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B 8%99%E0%B9%87%E0%B8%95

×