เซนในการทำ�งานอย่างเซียน
เซนในการทำ�งานอย่างเซียนดังตฤณ เขียนพญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช อำ�นวยการผลิตเกสรา เติมสินวาณิช, ชมพูนุช ลออวรรณากร บ.ก.ศรันย์ ไมตร...
ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์เซน คือ การตื่นรู้ นิ่งว่าง วางทุกข์เซียน คือ ผู้เก่งกาจในทางใดทางหนึ่งผู้ท�ำงานอย่างเซนจนเป็นเซียน จึงตื...
สารบัญชี้แจงแถลงไข 5ตั้งเป้าเอารางวัลเป็นจิต 29ระงับความกระสับกระส่าย 35เอาชนะตัวเอง เอาชนะความขี้เกียจ 43ท�ำงานด้วย ค้นหา...
howfarbooks.com7ชี้แจงแถลงไขก่อนถึงรายละเอียดว่า ‘ท�ำอย่างไร’ มาพูดคุยถึงเหตุผลว่า ‘ท�ำไมต้องเซน’ กันก่อนครับเซนกับนักท�ำง...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน8เกิดโฟกัสสายตาที่แน่นอน ไม่กลอกไปกลอกมาตามใจที่ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ก�ำแพงจึงเหมือนจอว่างที่ช่วยให...
howfarbooks.com9
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน10สตีฟ จ็อบส์ ให้สัมภาษณ์ วอลเตอร์ ไอแซคสัน (Walter Isaacson) เพื่อเขียนหนังสือชีวประวัติเกี่ยวก...
howfarbooks.com11สตีฟ จ็อบส์ แค่พูดค�ำเดียวว่า หนังสือแนวคิดเชิงธุรกิจเล่มใด ‘ต้องอ่านให้ได้’ หนังสือเล่มนั้นก็แทบจะกลายเป...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน12เซนคืออะไร?เซน (Zen) เป็นพุทธนิกายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก เช่นจีน ญี่...
howfarbooks.com13แต่เซนไม่ใช่ฌานธรรมดา สาเหตุจริงๆที่ได้ชื่อว่า ‘เซน’ ก็เพราะวิถีแห่งเซนจะเน้นเรื่องการเข้าถึงสมาธิอันตื่น...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน14นึกว่าเป็นอันเดียวกัน ความจริงแล้วผู้ก่อตั้งเต๋า คือเล่าจื๊อ เคยอธิบายไว้ว่า “ไม่ทราบจะเรียก ‘...
howfarbooks.com15การถกเถียงว่าบัญญัติแบบใดถูกบัญญัติแบบใดผิดตลอดจนไม่ชอบเรื่องแวดล้อมอื่นๆทางศาสนาเช่น นรก สวรรค์ กฎแห่งกร...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน16‘คริสเตียนเซน’ เป็นต้นปัจจุบันเซนในความรับรู้ของคนทั่วไป มักสื่อถึง ‘ความเป็นพุทธที่น�ำมาใช้ได...
howfarbooks.com17พอถึงยุคอินเตอร์เน็ตเรา เซนได้พัฒนาเป็น‘ส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณแบบมืออาชีพ’ ไปแล้วกล่าวคือ ดูเหมือนใครๆในสา...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน18อาชีพในศาสตร์ต่างๆที่หันมาเขียนหนังสือแนวเซน บางคนออกตัวเลยว่าไม่ใช่ชาวพุทธ แล้วก็ไม่ได้เข้าใจ...
howfarbooks.com19
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน20เซนในมุมมองของดังตฤณโดยมุมมองส่วนตัว ผมเริ่มเข้าใจและเชื่อว่าเซนไม่ใช่พุทธแตกแถว ครั้งแรกก็เมื...
howfarbooks.com21
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน22ศิลปะเอนโซ่อันประกอบถ้อยค�ำอันทรงพลังแห่งเซนนั้น ท�ำให้ผมสัมผัสรู้สึกถึงจิตของเหล่าอริยบุคคลผู...
howfarbooks.com23กะเทาะเปลือกตัวตน เกิดความรู้สึกว่างจากตัวตนไปทีละเปลาะ กระทั่งกะเทาะออกได้หมดไม่มีเหลือ แปรความรู้สึกยึด...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน24สืบทอดความเป็น ‘ของสูง’ มาโดยตลอด กล่าวคือเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จากการเจริญสติปัฏฐานตา...
howfarbooks.com25รู้สึกว่าพุทธอยู่ใกล้ตัว ท�ำได้จริง ไม่สูงส่งเกินเอื้อมส่วนผู้ที่ฝักใฝ่การเจริญสติมานาน ก็จะได้เห็นช่องทา...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน26ว่าจะแตกแขนงมาจากพุทธที่ปลูกศรัทธากันด้วยหลักกรรมวิบาก แต่สนใจว่าเซนมีค�ำแนะน�ำอย่างไร ช่วยให้...
howfarbooks.com27ใจคนเราถูกปรุงแต่งไปเรื่อยตามสิ่งที่เข้ามากระทบ เหมือนอาบน�้ำเย็น ย่อมรู้สึกว่าตัวเย็นลง และมีความสดชื่นก...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน28ระหว่างอ่านหนังสือ คุณจะไม่พบข้อแตกต่างระหว่างวิถีพุทธแบบเถรวาทกับวิถีพุทธแบบเซน เนื่องจากผมคั...
howfarbooks.com29เมื่อใจนิ่งว่างเป็นฐานจะฟุ้งซ่านในงานเพียงใดก็ไม่กระเจิง
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน30
howfarbooks.com31ตั้งเป้าเอารางวัลเป็นจิต‘มีค่าที่สุด’ เป็นแค่ความรู้สึกหนึ่งแล้วความรู้สึกทั้งหมดตั้งอยู่ที่ไหน?สิ่งใดเสี...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน32อย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะเก่งงานอย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะประสบความส�ำเร็จในงานอย่าตั้งโจ...
howfarbooks.com33อย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะมีความสุขกับงานมากขึ้นอย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะมีสติอยู่กับงานดีขึ้นอย่าตั...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน34เห็นงานเป็นภาระกันมามากแล้วเหน็ดเหนื่อยกับภาระกันมามากแล้วลองเห็นงานเป็นเครื่องฝึกจิตกันดูบ้าง...
howfarbooks.com35งอกงามออกมาจากจิตที่สว่างแจ้ง
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน36
howfarbooks.com37ระงับความกระสับกระส่ายตัด ‘อยาก’ ออกไปหนึ่งเดียวก็เหลือแต่ ‘สงบจัง’ ได้เองแล้ว
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน38ความสนุกในงาน เป็นของเฉพาะตัว หากไม่เจองานอันเป็นที่รักจริงๆ ก็ยากที่จะท�ำใจให้สนุกได้นานๆแต่ ...
howfarbooks.com39เมฆหมอกบดบัง ปราศจากคลื่นลมซัดสาดความจริงตรงหน้าให้ดูบิดเบี้ยวไปจากเดิมโดยแก่นสาร เซนก็คือจิตที่ตั้งมั่นอ...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน40‘เซน’ ก็มิใช่ศัพท์แสงทางศาสนา แต่มุ่งสื่อถึงประสบการณ์ภายในอันผาสุก ที่อาจเกิดขึ้นได้แม้กับผู้...
howfarbooks.com41ความเยือกเย็นใจ สงบใสอยู่กับการยอมรับความจริงได้ งานเหล่านั้นมีความเป็นเซนได้หมด ส่วนจะต้องแบ่งชั้นวรรณะเ...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน42ฟุ้งซ่าน แต่อยากหายฟุ้งซ่านทันที ย่อมฟุ้งซ่านหนักขึ้น ถ้าไม่ยอมรับว่าก�ำเกร็ง แต่อยากหายก�ำเกร...
howfarbooks.com43หัวคิ้วก�ำลังขมวด เพียงยอมรับด้วยความรู้สึกแสนธรรมดา ก็จะจุดชนวนสติ แล้วสติจะคลายมือเท้าและหัวคิ้วออกไปเอ...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน44
howfarbooks.com45เอาชนะตัวเองเอาชนะความขี้เกียจไม่มีใครรักคนที่ท�ำให้ตัวเองเสื่อมลงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นตนเองก็ตาม
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน46เซนหาใช่การยอมนิ่งแบบง่อยเปลี้ย มืออ่อนเท้าอ่อนเซนคือจิตที่นิ่งอย่างมีพลังรู้ และคือกายที่หยุด...
howfarbooks.com47ต้องอาศัยแรงกายและแรงใจที่ทุ่มเทลงมามากกว่าแค่การเดิน การยืน การนั่ง และการนอนหลายเท่าตัวนัก ยิ่งถ้าหากเป...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน48แท้จริงแล้ว ตัวตนอันเต็มไปด้วย ‘แรงต้านการท�ำงาน’ นี้ เป็นสิ่งที่เอาชนะได้ด้วยความคิดแบบเซนคนเ...
howfarbooks.com49จัดเป็น ‘ความสามารถ’ ชนิดหนึ่ง กล่าวคือยิ่งใจมีความสามารถในการนึกถึงสิ่งที่ควรท�ำหรือต้องท�ำมากขึ้นเท่าไร...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน50แค่นึกให้ออก!ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ง่ายเลยชั่วชีวิตของคุณอาจไม่เคยรู้สึกว่า แม้การนึก...
howfarbooks.com51เอาชนะใจตัวเองแล้วทันทีที่นึกถึงงานเรามักนึกถึงก้อนงานก้อนใหญ่ นึกถึงอุปสรรค นึกถึงความยากเย็นที่คั่งค้าง...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน52หรืออาจเป็นเพียงการฟังเสียงน่าประทับใจของใครสักคนในหมู่ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานเมื่อนึกถึงสิ่งใ...
howfarbooks.com53ภาวะพร้อมสนองตอบการท�ำงาน คือปรับเปลี่ยนจากเอื่อยเฉื่อยเป็นกระตือรือร้น แปรความนุ่มนิ่มปวกเปียกเป็นแข็งขั...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน54เรื่อยๆความเฉื่อยชา ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ที่พอกพูนขึ้นจนเหมือนกลายเป็นพังผืดยึดแขนยึดขา หรือเป็...
howfarbooks.com55ตอนเช็ดล้างคราบไคลได้สะอาดหมดจด หากการนึกนั้น ชวนให้คุณอยากล้างจานได้ ก็ใช่วิธีนึกคิดในวิถีทางของเซนแล้วค...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน56
howfarbooks.com57ท�ำงานด้วยค้นหาใจที่เย็นด้วยข้างนอกหลอกให้แสวงหามาเพียงใดก็อย่าลืมว่าข้างในอยากค้นหาความเย็นขนาดไหนด้วย
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน58สมดุลแห่งเซน อยู่ตรงกลางระหว่างพลังที่ไม่เย็นชืด กับพลังที่ไม่ร้อนรน จึงก้าวข้ามทั้งความเกียจค...
howfarbooks.com59ปลดปล่อยพลังความชุ่มชื่นแบบเซนให้พรั่งพรูไม่รู้จบรู้สิ้นบางครั้ง ขณะเคลื่อนคล่องด้วยใจเบา คุณอาจเห็นราวกั...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน60อาจรบกวนธรรมชาติมากกว่าที่คิด เมื่อธรรมชาติภายนอกและภายในถูกรบกวนมากเข้า ชีวิตจะปรากฏคล้ายคลื่...
howfarbooks.com61แต่หากเกิดอาการ ‘พบปัญหาแล้วเครียดทันที’ ทั้งที่ยังไม่ทันไร ไม่ทันได้คิดแก้ปัญหาแม้แต่นิดเดียว อันนั้นคือ...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน62ยิ่งถ้าส่วนเกินนั้นเป็นโทษ ก็ยิ่งจ�ำเป็นต้องหาทางก�ำจัดหากหาไม่เจอว่าส่วนเกินอยู่ตรงไหน ให้สืบ...
howfarbooks.com63กดดันให้คุณรู้สึกว่า ตัวปัญหามีน�้ำหนักมากเกินจริงส่วนความคลายออก แม้อาจไม่ช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ทันที แต่...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน64ทางออก หรืออย่างน้อย ก็เป็นม่านหมอกบดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าครั้งหน้า เมื่อเจอปัญหานิดเดียว แต่...
howfarbooks.com65เมื่อเกิดความขัดแย้งที่ภายนอก ภายในยังคงรักษาความราบรื่นกลมกลืนไว้ห้วงเวลาแห่งความสงบเย็นในท่ามกลางความวุ...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน66
howfarbooks.com67ท�ำงานเหมือนท�ำทานจิตที่เป็นทาน มีความพร้อมสละทุกข์ออกจากตัว มีความสว่างพร้อมขับไล่ความมืดออกจากตน มีความ...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน68เซนมีธรรมชาติเปิดแผ่ สว่างใส อ่อนละไมในสัมผัสของผู้ฝึกเพื่อเข้าถึง แม้เริ่มแตะต้องที่ต้นทาง ก็...
howfarbooks.com69อย่างนั้นจะเข้าถึงเซน ต้องไหลตัวผ่านสายธารแห่งน�้ำใจอันชุ่มชื่น มิใช่ด้นเดินผ่ากลางทะเลทรายแห่งความแล้งน�...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน70โลกของคุณ คือ บ่อพลังบ่อหนึ่ง ที่พร้อมจะแปรรูปความคิดไร้ตน ให้ปรากฏเป็นสิ่งจับต้องได้ในโลกภายน...
howfarbooks.com71ลองสังเกตดู ทุกครั้งที่ไม่เผื่อแผ่ คิดแต่จะเอาเข้าตัวท่าเดียว จิตจะเหมือนถูกของหนักที่คุณ‘เอาเข้าตัว’ มาก...
เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน72มากขึ้นแค่คิดอยากให้คนอื่นมีความสุข ไม่ต้องถูกคุณเบียดเบียน ก็เรียกว่าเป็นทานแล้วทานอันเกิดจาก...
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
เซนในการทำงานอย่างเซียน
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

เซนในการทำงานอย่างเซียน

962 views

Published on

0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
962
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
41
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เซนในการทำงานอย่างเซียน

  1. 1. เซนในการทำ�งานอย่างเซียน
  2. 2. เซนในการทำ�งานอย่างเซียนดังตฤณ เขียนพญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช อำ�นวยการผลิตเกสรา เติมสินวาณิช, ชมพูนุช ลออวรรณากร บ.ก.ศรันย์ ไมตรีเวช ปกและรูปเล่มสำ�นักพิมพ์ฮาวฟาร์ ผู้ผลิตและจำ�หน่าย เมษายน ๒๕๕๖http://howfarbooks.com
  3. 3. ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์เซน คือ การตื่นรู้ นิ่งว่าง วางทุกข์เซียน คือ ผู้เก่งกาจในทางใดทางหนึ่งผู้ท�ำงานอย่างเซนจนเป็นเซียน จึงตื่นรู้และพร้อมจะเก่งกาจในงานของตน โดยไม่ร่วมว้าวุ่นอย่างสูญเปล่าไปกับผู้คนรอบข้าง ได้ชื่อว่าเป็นผู้บรรลุแล้วถึงยอดเขาแห่งความไร้กังวลคุณดังตฤณออกแบบให้หนังสือพาคุณเข้าถึงเซนด้วยการท�ำงานที่คุณก�ำลังท�ำอยู่ ด้วยขั้นตอนวิธีตลอดจนภาษาที่ชัดเจน เมื่อฝึกตามจนถึงที่สุด ก็จะพบว่าไม่ต้องรอถึงเวลาพักร้อน ความร้อนในที่ท�ำงานก็หายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ส�ำนักพิมพ์ฮาวฟาร์
  4. 4. สารบัญชี้แจงแถลงไข 5ตั้งเป้าเอารางวัลเป็นจิต 29ระงับความกระสับกระส่าย 35เอาชนะตัวเอง เอาชนะความขี้เกียจ 43ท�ำงานด้วย ค้นหาใจที่เย็นด้วย 55ท�ำงานเหมือนท�ำทาน 65คิดจากความว่าง 79เก่งงานอย่างเป็นไปเอง 91ไร้ทุกข์อย่างเป็นไปเอง 121Dhammaintrend
  5. 5. howfarbooks.com7ชี้แจงแถลงไขก่อนถึงรายละเอียดว่า ‘ท�ำอย่างไร’ มาพูดคุยถึงเหตุผลว่า ‘ท�ำไมต้องเซน’ กันก่อนครับเซนกับนักท�ำงานระดับโลกสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ผู้เป็นต้นก�ำเนิดไอโฟนนั้น เคยฝึกนั่งจ้องก�ำแพงว่างในวัดเซนแห่งแรกของอเมริกาอยู่หลายสัปดาห์การนั่งจ้องก�ำแพงว่างอาจดูเหมือนบ้าส�ำหรับคนทั่วไป แต่นั่นเป็นหนึ่งในกรรมฐานของเซน ซึ่งได้แม่แบบมาจากหนึ่งในแม่ทัพเซนยุคบุกเบิก คือ ท่านโพธิธรรม ซึ่งว่ากันว่าท่านนั่งจ้องผนังถ�้ำอยู่ถึง ๙ ปีการจ้องก�ำแพงอย่างพอดีระยะ จะช่วยให้
  6. 6. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน8เกิดโฟกัสสายตาที่แน่นอน ไม่กลอกไปกลอกมาตามใจที่ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ก�ำแพงจึงเหมือนจอว่างที่ช่วยให้ย้อนเข้ามาดูการท�ำงานของจิตได้ง่ายขึ้นกล่าวคือ เห็นว่าคิดอะไร เกิดภาพนิมิตเลือนรางหรือชัดเจนอย่างไร เกิดความสุขความติดใจ หรืออึดอัดอยากไปให้พ้น ‘จอว่าง’ ขึ้นมาเมื่อไหร่ผลที่ต้องการ คือ ยกระดับจิตให้อยู่เหนือความคิด สามารถเท่าทันการก่อตัวของความคิด รู้เห็นกระบวนการมาและการไปของกลุ่มความคิดได้ ทางจิตวิทยายุคใหม่เรียกความสามารถในการรู้ความคิดตนเองว่า Metacognition ซึ่งมีนิยาม คือthinking about thinking หรือ ‘คิดถึงความคิด’มีนักคอมพิวเตอร์บางคนเปรียบเทียบไว้ว่าถ้าท�ำเช่นนั้นได้ต่อเนื่องพอ ก็เหมือนแฮกระบบของสมองเข้าไปเห็นความลับก่อนเกิดความคิด ผู้ที่เข้าถึงจึงอาจ ‘อัพเกรดระบบ’ คือ แก้ไขหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดอ่านเสียใหม่ หรือไม่ก็ใช้ประโยชน์ขั้นก้าวหน้า ในระดับสูงขึ้นทางจิตวิญญาณ เห็นความคิดไม่ใช่ตัวตน
  7. 7. howfarbooks.com9
  8. 8. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน10สตีฟ จ็อบส์ ให้สัมภาษณ์ วอลเตอร์ ไอแซคสัน (Walter Isaacson) เพื่อเขียนหนังสือชีวประวัติเกี่ยวกับตนเองอย่างเป็นทางการ มีใจความส�ำคัญคือ ความเป็นนักคิดค้น หรือนักสร้างวิสัยทัศน์ในตัวเขา ได้รับอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงจากวินัยและการฝึกฝนแบบเซนไม่มีใครรู้ดีเท่า สตีฟ จ็อบส์ ว่าเขาได้อะไรดีๆมาจากเซนบ้างแต่มีคนอยากรู้อะไรดีๆเกี่ยวกับเซนมากขึ้นเยอะ ในเมื่อหนึ่งในศิษย์เซนตลอดชีพอย่าง สตีฟ จ็อบส์ ทรงพลังขนาดพลิกโฉมหน้าวงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งโลก แถมยังท�ำให้บริษัทแอปเปิ้ลที่เขาสร้างมากับมือ มีมูลค่าตลาดเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ก่อนตายในการท�ำงานระดับโลกนั้น ปัจจุบันอยู่ในยุค ‘คิดก่อน ได้ก่อน’ ปัญหาคือ คิดได้นั้นไม่ยากแต่คิดในสิ่งที่เป็นของแปลกใหม่ โดนใจใช่เลย เข้าขั้นเรียกว่า ‘นวัตกรรม’ ได้เต็มปากเต็มค�ำนั้น ยากเย็น และไม่ทราบจะเอาหลักสูตรไหนมาเป็นหลักตั้ง
  9. 9. howfarbooks.com11สตีฟ จ็อบส์ แค่พูดค�ำเดียวว่า หนังสือแนวคิดเชิงธุรกิจเล่มใด ‘ต้องอ่านให้ได้’ หนังสือเล่มนั้นก็แทบจะกลายเป็นหนังสือขายดีระดับข้ามชาติขึ้นมาทันทีแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจหากนิกายเซนซึ่ง สตีฟ จ็อบส์ ยกย่องให้เป็นหลักใจของเขาอยู่เสมอ จะกลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่คนยุคไอที โดยเฉพาะคนวัยท�ำงานที่ยึดถือ สตีฟ จ็อบส์เป็นแบบอย่างหรือกรณีศึกษาหนังสือ หลักสูตร หรือสัมมนาอบรมพัฒนาทักษะการท�ำงานใด โยงเอาเซนมาเป็นแม่บท จึงไม่ถูกมองว่าเชย คร�่ำครึ หรือเป็นปัญญาโบราณล้าสมัยอีกต่อไป เนื่องจากสินค้าไอทีที่มีดีไซน์ล�้ำยุคพลิกโลกเช่นไอโฟน ก็ดูเหมือนจะมีรากมาจากปรัชญาแบบเซนนั่นเองแล้วจริงๆมีอะไรน่ารู้เกี่ยวกับเซนบ้าง?
  10. 10. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน12เซนคืออะไร?เซน (Zen) เป็นพุทธนิกายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก เช่นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี แม้กระทั่งในไทยก็มีผู้สนใจอยู่เป็นจ�ำนวนไม่น้อย ชัดหน่อยก็เช่นหมู่บ้านพลัมซึ่งมีการปฏิบัติแบบเซนอยู่ค�ำว่า ‘เซน’ เป็นศัพท์ญี่ปุ่นที่ตรงกับค�ำว่า‘ฉาน’ ในภาษาจีน (หากเป็นจีนแต้จิ๋วจะออกเสียงว่า ‘เซี้ยง’) ฉานจะมาจากค�ำว่า ‘ธฺยาน’ ในภาษาสันสกฤตอีกทอดหนึ่ง เมื่อเทียบถึงที่สุดแบบที่ชาวพุทธเรารู้จักกัน ธฺยานก็คือ ‘ฌาน’ ในภาษาบาลีนั่นเองฌานคือจิตที่เข้าถึงความเป็น ‘อัปปนาสมาธิ’ คือ มีความแนบแน่นอยู่ในอารมณ์เดียวจิตใหญ่เป็นมหัคคตะ ไร้ความคิดอันเป็นเหตุให้ซัดส่ายจากความเป็นหนึ่ง จึงสว่างจ้าอยู่อย่างมั่นคงในช่วงเวลานานเต็มอิ่ม
  11. 11. howfarbooks.com13แต่เซนไม่ใช่ฌานธรรมดา สาเหตุจริงๆที่ได้ชื่อว่า ‘เซน’ ก็เพราะวิถีแห่งเซนจะเน้นเรื่องการเข้าถึงสมาธิอันตื่นรู้ โดยไม่เกี่ยงว่าจะใช้วิธีดั้งเดิม คือขบปริศนาธรรมโกอาน หรือท�ำสมาธิจ้องก�ำแพงว่างที่เรียก ‘ซาเซน’ (Zazen) หรือฝึกลากพู่กันวาดวงกลมในชั่วหนึ่งลมหายใจที่เรียก ‘เอนโซ่’ (Ensō)โดยแบบวิธีเกี่ยวกับสมาธิต่างๆ เริ่มแพร่หลายในช่วงที่เซนถูกน�ำมาเผยแพร่ในญี่ปุ่นผู้ที่แจ่มแจ้งในเซน จะถึงซึ่งขณะหนึ่งแห่งการบรรลุ เป็นอิสระจากความเข้าใจผิด เรียกว่า‘ซาโตริ’ ซึ่งเทียบกับทางเถรวาทก็คือ ‘บรรลุมรรคผล’ โดยขั้นสุดยอดของซาโตริจะท�ำลายอุปาทานที่กักขังบุคคลไว้ในวังวนทุกข์เสียได้ ไม่วนกลับมาอีก บริสุทธิ์แล้วบริสุทธิ์เลย เป็นความถาวรของ ‘การไร้กระจกให้ฝุ่นจับ’เซนได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า ฉะนั้น ภาษา ส�ำนวน ตลอดจนวิธีพูดถึงภาวะระดับสูง จึงละม้าย คล้าย หรือกระทั่งเหมือนกันหลายคนสับสนระหว่างค�ำว่า ‘เต๋า’ กับ ‘เซน’ และ
  12. 12. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน14นึกว่าเป็นอันเดียวกัน ความจริงแล้วผู้ก่อตั้งเต๋า คือเล่าจื๊อ เคยอธิบายไว้ว่า “ไม่ทราบจะเรียก ‘สิ่งนั้น’ว่าอะไรจึงขอเรียกว่า‘เต๋า’ไปพลางๆ”หมายความว่า ท่านไม่ได้ให้ความส�ำคัญกับชื่อมากนัก แต่สิ่งที่ท่านเรียก ก็คือนิพพานส�ำหรับเถรวาทเรานั่นเองเพราะเล่าจื๊อเคยบรรยายไว้ว่าเต๋าคือสิ่งที่พ้นภาวะคู่ เช่น ไม่มีสั้นไม่มียาว ไร้การกระท�ำ ไม่เป็นที่ตั้งให้สิ่งที่เราเคยๆรู้จัก ไม่แม้แต่จะจินตนาการถึงสิ่งนั้นกันได้ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็เคยตรัสถึงนิพพานโดยความเป็นเช่นนั้นเช่นกันอันที่จริงต้นต�ำรับเซน น่าจะมีความใกล้ชิดหรือมีความเป็นพุทธดั้งเดิมมากกว่าเต๋า เพราะถือก�ำเนิดจากอินเดียอันเป็นประเทศแม่ของพุทธศาสนา ก่อนจะมีผู้น�ำเข้ามาในจีน แล้วกลายเป็น‘ศิลปะทางวิญญาณ’ ในญี่ปุ่น ดังที่คนส่วนใหญ่ในโลกรู้จักกันถ้านึกไม่ออกว่านิกายหนึ่งๆของพุทธเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ขอให้นึกถึงชาวพุทธใกล้ๆตัวเราสักคน ที่ไม่ชอบพูดคุยกับนักวิชาการ แหนงหน่าย
  13. 13. howfarbooks.com15การถกเถียงว่าบัญญัติแบบใดถูกบัญญัติแบบใดผิดตลอดจนไม่ชอบเรื่องแวดล้อมอื่นๆทางศาสนาเช่น นรก สวรรค์ กฎแห่งกรรมวิบาก แต่อยากพูดถึงประสบการณ์ทางจิต ที่ตรง ที่เย็น ที่ตั้งมั่นรู้ออกมาจากความว่าง เป็นรสที่เหนือรส เป็นอภิสิทธิ์ของคนใจถึงที่พร้อมทิ้งโลก หากคนคนนั้นแก่กล้าพอจะเผยแพร่แนวทางเข้าถึงประสบการณ์ทางจิตแบบพุทธะตรงๆได้ แล้วจะเรียกแนวทางของตนเองว่า ‘เซน’ หรืออะไรอื่น ก็ต้องมีคนยอมรับเป็นจ�ำนวนมากความโดดเด่นของเซนในโลกยุคไอทีความโดดเด่นของเซน อยู่ตรงที่ความสามารถในการสื่อสาร ‘พุทธะ’ ให้เป็นที่รู้จักในโลกกว้างได้ โดยไม่จ�ำเป็นต้องติดภาพพุทธที่ชัดเจนนัก ดังเช่นที่ชาวคริสเตียนนอกเขตเอเชียรวมตัวกันเรียกกลุ่มของตนเป็นนิกายชื่อความโดดเด่นของเซนในโลกยุคไอที
  14. 14. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน16‘คริสเตียนเซน’ เป็นต้นปัจจุบันเซนในความรับรู้ของคนทั่วไป มักสื่อถึง ‘ความเป็นพุทธที่น�ำมาใช้ได้จริงกับฆราวาส’นับเริ่มตั้งแต่มีพิธีชงชาแบบเซน การจัดดอกไม้แบบเซน การจัดสวนแบบเซน วิถีซามูไรแบบเซนการยิงธนูแบบเซน การเล่นหมากล้อมแบบเซน ซึ่งเน้นเรื่องพื้นฐานขณะจิตอันเป็นสมาธิแบบเซนก่อนเกิดการกระท�ำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อมีสมาธิแบบเซน ย่อมรู้จักความว่าง และน�ำไปจัดต�ำแหน่ง ส่งพลังเคลื่อนไหว ตลอดจนสร้างศิลปะที่เห็นแล้วรู้สึกถึง ‘จังหวะแห่งช่องว่างอันเหมาะเจาะงดงาม’ ด้วยตาเปล่า สร้างความรู้สึกสงบสุขได้ทันทีพูดง่ายๆ คนเข้าถึงความว่างอย่างเซน จะนึกอยากหาวิธีสะท้อนความรู้สึกว่างในตนให้ออกมาเป็นรูปธรรม ทางหนึ่งเพื่อจะฝึกสมาธิอยู่กับความว่าง และอีกทางคือเป็นการเผื่อแผ่ให้คนอื่นจะได้เกิดความรู้สึกแบบเดียวกัน หรือโน้มเอียงไปในทางเดียวกัน
  15. 15. howfarbooks.com17พอถึงยุคอินเตอร์เน็ตเรา เซนได้พัฒนาเป็น‘ส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณแบบมืออาชีพ’ ไปแล้วกล่าวคือ ดูเหมือนใครๆในสาขาไหน ก็เอาเซนไปประยุกต์กับอาชีพของตนได้ หากจะสืบส�ำรวจแบบง่ายๆเร็วๆหน่อย ก็ให้ดูจากแหล่งหนังสือใหญ่อย่าง amazon.com คุณจะพบทั้ง เซนในศิลปะการพยาบาล (Zen in the Art of Nursing) เซนแห่งการตลาดโซเชียลมีเดีย (The Zen of SocialMedia Marketing) เซนแห่งการเดี่ยวไมโครโฟน(Zen and the Art of Stand-Up Comedy)จิตวิทยาเซนแบบกระชับสั้น (ZEN PSYCHOLOGYIn A Nutshell) หมากรุกเซน (Zen Chess) การตกแต่งภายในอย่างเซน (Zen Interiors) และอะไรต่ออะไรอีกไม่รู้เท่าไหร่และเพียงใช้กูเกิลหาค�ำว่า ‘Zen of’ ผลลัพธ์เกี่ยวกับมุมมองเฉพาะทางอย่างเซน จะมีเป็นอเนกอนันต์นับไม่ถูก ทั้งนี้เพราะชาวโลกจ�ำนวนมากหันมาสนใจเซนในแบบที่เข้ากันกับสาขาอาชีพของตน ไม่ใช่เซนในฐานะของนิกายทางศาสนา มือ
  16. 16. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน18อาชีพในศาสตร์ต่างๆที่หันมาเขียนหนังสือแนวเซน บางคนออกตัวเลยว่าไม่ใช่ชาวพุทธ แล้วก็ไม่ได้เข้าใจหลักเซนลึกซึ้ง แต่บังเอิญไปสะดุดเข้ากับถ้อยค�ำชวนสงบและก่อปฏิภาณอย่างเซน ตลอดจนเห็นความเข้ากันได้กับจิตวิญญาณแบบมืออาชีพเช่นตนโดยแก่นของเซนประยุกต์ มืออาชีพทางศาสตร์และศิลป์แบบโลกๆ จะ ‘ขอยืม’ หลักเซนมาเป็นตัวตั้งเพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดเท่านั้นไม่ได้เน้นจาระไนเซนโดยพิสดารแต่ประการใดหรืออาจกล่าวว่า‘เซน’ได้กลายเป็นศัพท์สาธารณะน�ำไปประยุกต์ได้ตามมุมมองที่แต่ละคนประสบสัมผัสหรือประทับใจ หาใช่เซนตามแบบฉบับดั้งเดิมไม่
  17. 17. howfarbooks.com19
  18. 18. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน20เซนในมุมมองของดังตฤณโดยมุมมองส่วนตัว ผมเริ่มเข้าใจและเชื่อว่าเซนไม่ใช่พุทธแตกแถว ครั้งแรกก็เมื่อเห็นเอนโซ่ซึ่งเป็นภาพวาดวงกลมสื่อพลังแห่งการรู้แจ้งอาณาจักรความว่างอันยิ่งใหญ่ และภาพนั้นมีค�ำบรรยายประกอบอยู่สามบรรทัด คือภายนอก - ว่างเปล่าภายใน - ว่างเปล่าทั้งภายในและภายนอก - ว่างเปล่า
  19. 19. howfarbooks.com21
  20. 20. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน22ศิลปะเอนโซ่อันประกอบถ้อยค�ำอันทรงพลังแห่งเซนนั้น ท�ำให้ผมสัมผัสรู้สึกถึงจิตของเหล่าอริยบุคคลผู้สามารถรู้จักอารมณ์แห่งสมาธิจิตอันว่าง (สุญญตะ) ไม่มีนิมิต (อนิมิตตะ) ไม่มีที่ตั้ง (อัปปณิหิตะ) ซึ่งเป็น ‘ว่างอย่างรู้’ อันลึกซึ้ง เข้าถึงรสอันเหนือรส (หมายเหตุ - ความรู้สึกว่าว่าง ไม่มีนิมิต ไม่มีที่ตั้ง นั้นไม่ใช่นิพพาน แต่เป็นความรู้สึกเป็นภาวะปรุงแต่งทางจิต ดังที่สมัยพุทธกาลเคยมีผู้สัมภาษณ์ท่านธรรมทินนาภิกษุณี ที่สามารถเข้านิโรธสมาบัติอันเสมือนการเข้านิพพานตรง โดยถามว่าออกจากนิโรธสมาบัติแล้วรู้สึกอย่างไร ท่านตอบว่า ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น คือ ว่าง ไม่มีนิมิตไม่มีที่ตั้ง)ความรู้สึกถึง ‘ว่างนอก ว่างใน ว่างทั้งในและนอก’ นั้น แม้ในหลักปฏิบัติสติปัฏฐานที่พระพุทธเจ้าประทานแนวทางไว้ ก็มีอยู่ คือ ท่านให้เห็นกายใจทั้งภายใน (ของเรา) ทั้งภายนอก(ของคนอื่น) ทั้งภายในและภายนอก (คือเห็นเราเห็นเขาควบคู่พร้อมกันไป) ซึ่งแต่ละการเห็น ย่อม
  21. 21. howfarbooks.com23กะเทาะเปลือกตัวตน เกิดความรู้สึกว่างจากตัวตนไปทีละเปลาะ กระทั่งกะเทาะออกได้หมดไม่มีเหลือ แปรความรู้สึกยึดติดเหนียวแน่นทั้งข้างในและข้างนอก เป็นความวาง ว่างสนิท ไม่มีธรรมอันเป็นภายในหรือภายนอกเกาะกุมหุ้มห่อจิตได้อีกด้วยแก่นของเซนที่สื่อตรงถึงแก่นเดิมของพุทธ ผมจึงเชื่อว่าถ้าพูดถึง ‘พุทธะ’ ในความหมายของเถรวาทเรา ก็คือพูดถึง ‘เซน’ ในความหมายของมหายานนั่นเองหลายปีที่ผ่านมา มีผู้ขอให้ผมเขียนหนังสือเกี่ยวกับการท�ำงานกันหลายคน ซึ่งผมเห็นประโยชน์ แต่ก็ไม่อยากเขียนเนื้อหาที่มีชื่อหนังสือประมาณ ‘ท�ำงานแบบพุทธ’ หรือ ‘เข้าถึงพุทธะด้วยการท�ำงานแบบโลกๆ’เนื่องจากโดยความเห็นส่วนตัว ผมไม่คิดว่า ‘พุทธะ’ สมควรน�ำมาผูกโยงกับการท�ำงานแบบโลกๆตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ค�ำว่า ‘พุทธะ’ ยังคง
  22. 22. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน24สืบทอดความเป็น ‘ของสูง’ มาโดยตลอด กล่าวคือเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จากการเจริญสติปัฏฐานตามแนวทางดั้งเดิมของพระพุทธเจ้า หากมีการน�ำค�ำนี้ไปใช้ในทางอื่น ผมคงอยากคัดค้านมากกว่าสนับสนุนแต่ค�ำว่า ‘เซน’ นั้น นับแต่อดีตถึงปัจจุบันได้ท�ำประโยชน์กว้างขวาง เผยแผ่พระสัทธรรมด้วยเส้นทางที่บางทีอาจถูกวิจารณ์ว่าเป็น ‘ใต้ดิน’ แต่ก็ประสบความส�ำเร็จจริง คือ ลากจูงคนไม่เข้าใจพุทธให้หันมาสนใจ ศึกษา ตลอดจนเข้าถึง ‘เซนแบบพุทธจริงๆ’ ได้ในภายหลังฉะนั้น ถ้าจะ ‘ขอยืม’ ยี่ห้อเซนมาเป็นแกนกลางในการสื่อความเข้าใจว่า จะท�ำงานโลกๆด้วยจิตแบบไหน จึงเขยิบเข้าใกล้ความเป็นพุทธะกันได้ก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายอมรับกว่ากันส�ำหรับมือใหม่ ผมพบว่าอาศัยเซนเป็นแกนเขียนเกี่ยวกับวิธีท�ำงานอย่างพุทธนั้น ช่วยขจัดความยุ่งยากเกี่ยวกับการจดจ�ำศัพท์แสง ให้ความ
  23. 23. howfarbooks.com25รู้สึกว่าพุทธอยู่ใกล้ตัว ท�ำได้จริง ไม่สูงส่งเกินเอื้อมส่วนผู้ที่ฝักใฝ่การเจริญสติมานาน ก็จะได้เห็นช่องทางเป็นไปได้จริงที่จะท�ำงานไปด้วย เจริญสติไปด้วย ปลดเปลื้องข้ออ้างที่ว่า ‘ต้องท�ำงานไม่มีเวลาเจริญสติ’ กันได้เสียทีเซนในการท�ำงานเหมาะกับใคร?อย่างที่บอกครับว่า เซนแตกต่างจากพุทธแบบที่ไทยคุ้นเคย ผู้นิยมแนวเซน ควรเป็นผู้ที่ต้องการประสบการณ์ทางจิต โดยไม่ต้องคุยกันเรื่องแวดล้อมอื่นๆ ลองนึกถึงฝรั่งที่ไม่มีคนใกล้ตัวพูดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเข้าหูเลย สนใจแต่เรื่องท�ำมาหากิน ซึ่งพอท�ำๆไปแล้วก็เครียด เป็นทุกข์เป็นร้อน อยากได้แนวทางท�ำงานที่ช่วยให้รับมือความกดดันในที่ท�ำงานได้ดีขึ้น ซึ่งพอฟังเรื่องเกี่ยวกับเซนในที่ท�ำงานว่าช่วยได้ รับรองว่าเย็นใจเข้าเป้า เขาก็คงไม่สนใจที่มาที่ไป ไม่สนใจ
  24. 24. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน26ว่าจะแตกแขนงมาจากพุทธที่ปลูกศรัทธากันด้วยหลักกรรมวิบาก แต่สนใจว่าเซนมีค�ำแนะน�ำอย่างไร ช่วยให้ ‘เครื่องร้อนน้อยลง’ ด้วยวิธีไหนภาษาของเซน เป็นภาษาของประสบการณ์ตรงทางจิต ฉะนั้น หากจิตแบบเซนคือความสงบเย็น ก็เป็นธรรมดาที่ถ้อยค�ำแห่งเซนคล้ายเป็นล�ำน�ำแห่งความสงบ จากนั้นจึงค่อยๆพัฒนาให้เข้าถึงความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หากคุณอ่านแล้วได้ความสงบ รู้สึกมีสติ ตื่นตัว ไม่จมจ่อมเซื่องซึมตลอดจนอยากฝึกท�ำงานเพื่อรักษาสภาพความสงบอย่างตื่นรู้เอาไว้ อันนั้นก็แปลว่าวิถีแห่งเซนเหมาะกับคุณแล้วอย่างไรก็ตาม แม้เซนจะมีเอกลักษณ์ในเรื่องความสงบอย่างง่ายดาย ชวนให้ผู้ศึกษาเข้าใจว่านามธรรมอันลุ่มลึกอาจเข้าถึงได้ด้วยวิถีแห่งความเรียบง่าย ไม่ต้องท�ำอะไรมาก กระทั่งเกิดความคาดหวังว่า อ่านหนังสือเกี่ยวกับเซนจบ จะสงบต่อไปชั่วนิรันดร์ ถ้าคุณคิดเช่นนั้น ก็ขอให้เปลี่ยนความเข้าใจไว้แต่เนิ่นๆ
  25. 25. howfarbooks.com27ใจคนเราถูกปรุงแต่งไปเรื่อยตามสิ่งที่เข้ามากระทบ เหมือนอาบน�้ำเย็น ย่อมรู้สึกว่าตัวเย็นลง และมีความสดชื่นกว่าตอนออกก�ำลังกายเหนื่อยๆร้อนๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณจะเย็นและสดชื่นเช่นนั้นตลอดไปบนวิถีแห่งเซน คุณจะได้เรียนรู้ว่า ก่อนจะถึงความเรียบง่ายได้จริง คนเราต้องผ่านความยุ่งยาก และถางทางล�ำบากให้หมดเสียก่อนหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้สอนให้ขบปริศนาธรรมไม่ได้สอนให้ท�ำซาเซน ไม่ได้สอนให้วาดเอนโซ่ แต่สอนให้ใช้งานที่คุณท�ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในการเข้าถึงเซน หรืออย่างน้อยที่สุดก็อยู่บนวิถีแห่งเซนเนื้อหาของหนังสือออกแบบมาให้คุณอ่านแล้วส่องย้อนเข้ามาในจิต เห็นพัฒนาการทางจิตที่ขยับใกล้เซนเข้าไปเรื่อยๆ โดยแต่ละบทจะบอกว่าจิตแบบเซนเป็นอย่างไร จากนั้นจึงบอกวิธีการที่ชัดเจนตรงไปตรงมา ว่าจะเข้าถึงแง่มุมนั้นๆของจิตแบบเซนได้อย่างไร
  26. 26. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน28ระหว่างอ่านหนังสือ คุณจะไม่พบข้อแตกต่างระหว่างวิถีพุทธแบบเถรวาทกับวิถีพุทธแบบเซน เนื่องจากผมคัดเลือกไว้เฉพาะที่ลงกันได้สนิทโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีท�ำสมาธิ ซึ่งจะมีความพิเศษตรงค�ำอธิบายประกอบภาพ อ่านวิธีการพร้อมมองภาพแล้วน�ำไปท�ำตามได้ทันที เห็นผลที่เกิดขึ้นตามภาพทันทีแม้จะเน้นการเข้าถึงเซนเพียงใด หนังสือก็ไม่ลืมว่าคุณต้องการเก่งงานมากกว่าเก่งนิ่ง ฉะนั้นเนื้อหาทั้งหมดจึงพุ่งเข้าหาเป้าหมายส�ำคัญ คือ นิ่งว่างอย่างเซนเพื่อเป็นเซียนในงาน ควบคู่ไปกับการเห็นการท�ำงานของจิตเพื่อไร้ทุกข์อย่างเป็นไปเองซึ่งนั่นควรนับเป็นความน่าพอใจสูงสุดส�ำหรับคนเมืองแล้ว จริงไหม?ดเมษายน ๕๖
  27. 27. howfarbooks.com29เมื่อใจนิ่งว่างเป็นฐานจะฟุ้งซ่านในงานเพียงใดก็ไม่กระเจิง
  28. 28. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน30
  29. 29. howfarbooks.com31ตั้งเป้าเอารางวัลเป็นจิต‘มีค่าที่สุด’ เป็นแค่ความรู้สึกหนึ่งแล้วความรู้สึกทั้งหมดตั้งอยู่ที่ไหน?สิ่งใดเสียหายแล้วทุกความรู้สึกมีค่าจะหายไป?
  30. 30. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน32อย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะเก่งงานอย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะประสบความส�ำเร็จในงานอย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะมีบารมีพอได้เป็นเจ้าของงานให้ตั้งโจทย์เสียใหม่ว่า...ตอบโจทย์นี้ได้ข้อเดียว จะเท่ากับคุณได้ค�ำตอบของโจทย์ ๓ ข้อแรกไปด้วยท�ำอย่างไรจะสนุกกับงานท�ำอย่างไรจะสนุกกับงาน
  31. 31. howfarbooks.com33อย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะมีความสุขกับงานมากขึ้นอย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะมีสติอยู่กับงานดีขึ้นอย่าตั้งโจทย์ว่าท�ำอย่างไรจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในงานสูงขึ้นให้ตั้งโจทย์เสียใหม่ว่าตอบโจทย์นี้ได้ข้อเดียว จะเท่ากับคุณได้ค�ำตอบของโจทย์ ๓ ข้อแรกไปด้วยท�ำอย่างไรจะให้งานเป็นเครื่องฝึกสมาธิท�ำอย่างไรจะให้งานเป็นเครื่องฝึกสมาธิ
  32. 32. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน34เห็นงานเป็นภาระกันมามากแล้วเหน็ดเหนื่อยกับภาระกันมามากแล้วลองเห็นงานเป็นเครื่องฝึกจิตกันดูบ้างสัมผัสรสแห่งจิตอันตื่นเต็มกันดูบ้างนักฟุ้งซ่านตั้งเป้าเอารางวัลข้างนอกเขาอาจได้รางวัลข้างนอก แต่ทั้งชีวิตอาจไม่รู้จัก ไม่ได้รับรางวัลจากตัวเองนักสมาธิตั้งเป้าเอารางวัลข้างใน เขามักได้รางวัลข้างนอกด้วย และทั้งชีวิตก็เหมือนตกรางวัลให้ตัวเองทุกวันด้วยตั้งเป้าเอารางวัลเป็นจิตอย่างเดียว เหมือนตั้งเป้าเอารางวัลทั้งหมดจากชีวิต!
  33. 33. howfarbooks.com35งอกงามออกมาจากจิตที่สว่างแจ้ง
  34. 34. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน36
  35. 35. howfarbooks.com37ระงับความกระสับกระส่ายตัด ‘อยาก’ ออกไปหนึ่งเดียวก็เหลือแต่ ‘สงบจัง’ ได้เองแล้ว
  36. 36. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน38ความสนุกในงาน เป็นของเฉพาะตัว หากไม่เจองานอันเป็นที่รักจริงๆ ก็ยากที่จะท�ำใจให้สนุกได้นานๆแต่ สมาธิในการท�ำงาน เป็นของสาธารณะ หากเข้าใจวิธีที่จะท�ำงานด้วยใจที่สงบเงียบ ไร้ความกระวนกระวาย กระทั่งเกิดความต่อเนื่องตั้งมั่น รสแห่งสมาธิก็เกิดขึ้น คุณจะไม่ค�ำนึงถึงความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ไม่สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ไยดีเงินทองของตอบแทนมากไปกว่าการได้ท�ำงานเพื่อเสพรสเงียบนิ่งทางใจความเงียบนิ่งที่ว่านี้ หาใช่การสงัดจากความคิดแบบฌานแท้ แต่เป็นการหลั่งไหลของความคิดที่เรียบรื่นดุจสายน�้ำที่เรียงริน โดยปราศจากการกระฉอกของระลอกคลื่น จนรู้สึกนิ่งเย็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับงาน สัมผัสรสอันเป็นตัวอย่างของฌานอันยิ่งใหญ่ได้บ้างเซนคือฌาน ฌานคือความสงบตั้งมั่นแห่งจิต โดยที่จิตสามารถรู้ทุกสิ่งตามจริง ปราศจาก
  37. 37. howfarbooks.com39เมฆหมอกบดบัง ปราศจากคลื่นลมซัดสาดความจริงตรงหน้าให้ดูบิดเบี้ยวไปจากเดิมโดยแก่นสาร เซนก็คือจิตที่ตั้งมั่นอยู่ในอาการยอมรับตามจริงนั่นเองการยอมรับความจริงจัดเป็นความสามารถ มิใช่ธรรมชาติของคนมีกิเลสที่ท�ำกันได้ทุกคน นั่นเพราะมนุษย์มักสะสมนิสัยไม่ยอมรับความจริงกันทุกวันมานับแต่เกิดเช่นอยากได้อะไรต้องเอาให้ได้ แม้รู้อยู่ว่าไม่น่าจะได้ หรือกระทั่งอยากให้โลกภายนอกเปลี่ยนแปลง แม้รู้อยู่ว่าคงจะเปลี่ยนได้ยากเต็มทนถ้าสามารถยอมรับความจริง แม้ภารโรงผู้มีหน้าที่ท�ำความสะอาดส้วม ก็อาจเข้าถึงเซนในการท�ำความสะอาดสิ่งโสโครกภายนอกเพื่อชะล้างความสกปรกภายใน จึงกล่าวได้ว่า เซนปรากฏอยู่ในทุกงาน แม้เป็นงานที่คนทั่วไปมองว่าต�่ำต้อยติดตมก็ตามเซนไม่ใช่อะไรที่สูงส่งเกินเอื้อม แม้แต่ค�ำว่า
  38. 38. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน40‘เซน’ ก็มิใช่ศัพท์แสงทางศาสนา แต่มุ่งสื่อถึงประสบการณ์ภายในอันผาสุก ที่อาจเกิดขึ้นได้แม้กับผู้มีอาชีพอันเป็นมลทินสีเทา เช่น คุณอาจได้ยินการพูดคุยเกี่ยวกับ ‘ศาสตร์แห่งเซนว่าด้วยการเป็นหญิงงามเมือง’ หรือ ‘เล่นไพ่อย่างเซน’ หากเคยได้ยินอะไรเช่นนั้น ก็ขอให้ทราบว่าเป็นเรื่องของหมู่คนที่ หาโอกาสทางความเย็นเข้าสู่สายอาชีพของตน โดยไม่ต้องรอเวลาไปวัดหรือเปลี่ยนอาชีพเป็นอื่นเสียก่อน กับทั้งไม่ต้องรอการตัดสินถูกผิดทางทฤษฎี เนื่องจากมิได้เอาคัมภีร์มาเป็นบรรทัดฐานแต่แม้เซนจะไม่ใช่อะไรที่สูงส่งเกินเอื้อม มิหน�ำซ�้ำยังยอมรับมลทินสีเทา ทว่าก็ไม่อาจรองรับความสกปรกสีด�ำ เช่น จะไม่มีการพูดถึง ‘เซนแห่งการค้ายาบ้า’ หรือ ‘เซนแห่งการตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก’ กันได้ เนื่องจากบาปร้ายกาจเหล่านั้น ไม่อาจพาใจให้เข้าถึงความสงบรู้เยือกเย็น จะเห็นก็แต่ความพลุ่งพล่านถึงจุดเดือดเสียมากกว่าฉะนั้น งานใดสามารถเข้าถึงศิลปะแห่ง
  39. 39. howfarbooks.com41ความเยือกเย็นใจ สงบใสอยู่กับการยอมรับความจริงได้ งานเหล่านั้นมีความเป็นเซนได้หมด ส่วนจะต้องแบ่งชั้นวรรณะเป็นเซนหยาบ เซนละเอียดเซนยาก หรือเซนง่าย ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการท�ำให้ตั้งมั่นของแต่ละคนเพื่อเริ่มต้นท�ำความเข้าใจเซน คุณต้องเห็นความส�ำคัญของการเข้าถึงภาวะสงบอย่างเป็นไปเอง ไม่ใช่บังคับให้สงบทั้งที่ปราศจากความพร้อมและยิ่งไม่ใช่ความทุรนทุรายอยากสงบเสียจนกลายเป็นความเบี้ยวบิดผิดปกติทางใจความทะยานอยากที่เกินตัวไม่เคยน�ำไปสู่การยอมรับตามจริงแม้กระทั่งอะไรง่ายๆ เช่น ตัวเองก�ำลังฟุ้งซ่านอยู่ ตัวเองก�ำลังก�ำเกร็งอยู่ ถ้าไม่ยอมรับว่า
  40. 40. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน42ฟุ้งซ่าน แต่อยากหายฟุ้งซ่านทันที ย่อมฟุ้งซ่านหนักขึ้น ถ้าไม่ยอมรับว่าก�ำเกร็ง แต่อยากหายก�ำเกร็งตลอดไป ย่อมก�ำเกร็งอยู่เรื่อยๆเมื่อฟุ้งซ่านและก�ำเกร็งจนเคยตัว ย่อมยากเย็นที่จะยอมรับว่าก�ำลังฟุ้งซ่าน ก�ำลังก�ำเกร็งมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเซนเริ่มจากประสบการณ์ ‘ก้าวแรกที่ง่ายดาย’ โดยการยอมรับตามจริงที่ก�ำลังปรากฏอยู่ในตัวคุณ เช่น ภายในหัวก�ำลังปั่นป่วนฟุ้งซ่านก็ยอมรับว่าในหัวก�ำลังปั่นป่วนฟุ้งซ่าน ไม่ว่ามันจะดูแย่และไม่น่ายอมรับสักแค่ไหนอาการยอมรับอย่างถูกต้องตรงกับความจริงจะจุดชนวนสติ แล้วสติจะท�ำให้คลื่นความปั่นป่วนฟุ้งซ่านบรรเทาเบาบางลงเองแม้ความเบาบางลงเพียงน้อยนิด ก็สะกิดให้เกิดก�ำลังใจได้มากมายหรือง่ายกว่านั้น เช่น มือเท้าก�ำลังก�ำเกร็ง
  41. 41. howfarbooks.com43หัวคิ้วก�ำลังขมวด เพียงยอมรับด้วยความรู้สึกแสนธรรมดา ก็จะจุดชนวนสติ แล้วสติจะคลายมือเท้าและหัวคิ้วออกไปเอง นี่แหละ ก้าวแรกที่ง่ายดายแบบเซนเมื่อชนวนแห่งความเป็นเซนถูกจุดขึ้นในใจคุณก็เอาเซนไปใช้ท�ำงานได้ไม่เว้นเซนชั่วคราว คือ จิตที่พอจะยอมรับความจริงได้เป็นบางสภาพงานเซนที่แท้ คือ จิตที่ตั้งมั่นในการยอมรับความจริงได้ทุกสภาพงานไม่ว่าเซนชั่วคราวหรือเซนที่แท้ ก็พาให้คุณไปรู้จักความเย็นอันน่าเข้าถึงได้ด้วยกันทั้งคู่ ลองดูเดี๋ยวนี้ ได้รู้เดี๋ยวนี้
  42. 42. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน44
  43. 43. howfarbooks.com45เอาชนะตัวเองเอาชนะความขี้เกียจไม่มีใครรักคนที่ท�ำให้ตัวเองเสื่อมลงแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นตนเองก็ตาม
  44. 44. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน46เซนหาใช่การยอมนิ่งแบบง่อยเปลี้ย มืออ่อนเท้าอ่อนเซนคือจิตที่นิ่งอย่างมีพลังรู้ และคือกายที่หยุดอยู่หรือเคลื่อนไหวในจังหวะที่เหมาะสมไม่มีความขาด ไม่มีความเกิน ความรู้สึกจึงอิ่มเต็มไม่เคยพร่อง ทั้งในยามผ่อนพักและในยามท�ำงานแต่ทว่า โดยธรรมชาติดั้งเดิม ตัวของเราทุกคนมีความเฉื่อยชา เหมือนภายในเต็มไปด้วยแรงต้านไม่ให้อยากลุกขึ้นท�ำงาน และนั่นก็เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดร่างกายของเราให้ติดอยู่กับที่ ท่านอนจึงเป็นท่าที่สบายที่สุด ท่านั่งเป็นท่าที่สบายรองลงมา ท่ายืนเป็นท่าที่สบายน้อยลงและท่าเดินเป็นท่าที่สบายน้อยกว่าเพื่อนยิ่งออกแรงต้านแรงโน้มถ่วงของโลกมากขึ้นเท่าไร กายจะยิ่งล�ำบาก และใจก็จะยิ่งฝืดฝืนมากขึ้นเท่านั้นในการท�ำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานไหนๆ ล้วน
  45. 45. howfarbooks.com47ต้องอาศัยแรงกายและแรงใจที่ทุ่มเทลงมามากกว่าแค่การเดิน การยืน การนั่ง และการนอนหลายเท่าตัวนัก ยิ่งถ้าหากเป็นงานที่ต้องเรียบเรียงความคิดอันสุ่มส่ายให้กลายเป็นระบบระเบียบ ก็ยิ่งเพิ่มความซับซ้อน ต้องเพิ่มแรงกายแรงใจออกแรงต้านความเฉื่อยในตนมากขึ้นเท่านั้นฉะนั้น อย่าแปลกใจหากจะพบตรงกันว่าโดยดั้งเดิม ตัวคุณเป็นพวกเดียวกันกับความเกียจคร้านหรือเป็นลูกสมุนพลพรรคอยากสบาย หาใช่พวกเดียวกันกับความขยันขันแข็ง หรือเป็นขุนพลของกองทัพกระหายงานไม่ก่อนจะลุกขึ้นมาเป็นคนขยันท�ำงานคุณจึงต้องเอาชนะ ‘ตัวเอง’ ให้ได้
  46. 46. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน48แท้จริงแล้ว ตัวตนอันเต็มไปด้วย ‘แรงต้านการท�ำงาน’ นี้ เป็นสิ่งที่เอาชนะได้ด้วยความคิดแบบเซนคนเรานึกคิดอยู่ตลอดเวลา แต่คิดในแบบที่บั่นทอนพลังรู้ หรือเอาแต่คิดวกวนจนคลื่นความฟุ้งซ่านก่อตัวบดบังวิถีแห่งเซนจนมิดส�ำรวจเข้ามาในใจ จะเห็นเหมือนมีอาการนึกคิดถึงสิ่งที่ชอบใจ สะสมตัวจนเป็นแรงต้านการนึกถึงสิ่งที่ควรท�ำ ยิ่งถ้า ‘ต้องท�ำ’ ในแบบขัดกับความชอบใจมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งถูกตัวตนของคุณต่อต้านมากขึ้นเท่านั้นประสบการณ์ในชีวิตบอกว่า สิ่งที่ ‘ควรท�ำ’หรือ ‘ต้องท�ำ’ นั้น มักเรียกร้องก�ำลังกายก�ำลังใจความทุ่มเทเหนื่อยยากจากคุณอยู่เรื่อย สู้สิ่งที่ชอบใจหรือ ‘ไม่จ�ำเป็นต้องท�ำ’ ไม่ได้ ไม่ค่อยเหนื่อยเลยฉะนั้น การนึกถึงสิ่งที่ควรท�ำหรือต้องท�ำ จึง
  47. 47. howfarbooks.com49จัดเป็น ‘ความสามารถ’ ชนิดหนึ่ง กล่าวคือยิ่งใจมีความสามารถในการนึกถึงสิ่งที่ควรท�ำหรือต้องท�ำมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งมีแนวโน้มจะเอาชนะตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้นเราก�ำลังคุยกันเรื่องต่อสู้กับตัวตน และสิ่งที่เราใช้เป็นบทฝึกในการต่อสู้ ก็คือสิ่งที่ ‘ควรท�ำ’และ ‘ต้องท�ำ’โจทย์ส�ำคัญก็แค่นึกให้ออกว่า สิ่งที่ควรท�ำหรือต้องท�ำนั้น ‘น่าท�ำ’เมื่อนึกออกว่าสิ่งใดน่าท�ำ ก็จะเกิดความ‘อยากท�ำ’ ก่อตัวตามมาอย่างง่ายดาย
  48. 48. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน50แค่นึกให้ออก!ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ง่ายเลยชั่วชีวิตของคุณอาจไม่เคยรู้สึกว่า แม้การนึกคิด ก็เป็นสิ่งที่ต้องฝึก ทุกคนจะสะสมนิสัย‘อยากคิดอะไรก็คิด’ และปล่อยให้ความนึกคิดสุ่มส่ายอยู่อย่างนั้นเสมอ ตลอดวันตลอดคืนคนที่ ‘ฝึกนึก’ เท่านั้น ที่จะสามารถเอาชนะตัวเองได้ส�ำเร็จก่อนเริ่มฝึกนึก คุณต้องส�ำรวจเข้ามาเพื่อให้เกิดการยอมรับตามจริงว่า ใจเราแข็งขืน ไม่ได้ท�ำตัวง่ายๆ ไม่ได้ยอมเป็นที่ตั้งให้ทุกความนึกคิดเสมอไปขอเพียงใจเราปฏิเสธความคิดหนึ่งๆ ความคิดนั้นๆจะไม่มีที่ยืนได้เลยหากเข้าใจเหตุผลว่าท�ำไม ใจเราถึงปฏิเสธที่จะคิดเรื่องควรคิด ณ จุดนั้น เราเห็นช่องทาง
  49. 49. howfarbooks.com51เอาชนะใจตัวเองแล้วทันทีที่นึกถึงงานเรามักนึกถึงก้อนงานก้อนใหญ่ นึกถึงอุปสรรค นึกถึงความยากเย็นที่คั่งค้างตลอดจน ‘ความรู้สึกเหนื่อยยากครั้งล่าสุด’ ที่ยังเด่นชัดอยู่ในความทรงจ�ำความรู้สึกเหนื่อย ความรู้สึกว่าต้องท�ำอีกแล้ว ความรู้สึกว่าต้องท�ำงานอีกนาน ล้วนก่อคลื่นหนาทึบในหัวคุณได้ประดุจหินใหญ่ขวางทางความรู้สึกตอนเจอหินใหญ่ขวางกั้นเป็นอย่างไร น่าให้เมินหน้าหนีแค่ไหนก็นั่นแหละ ที่เกิดขึ้นกับคุณตอนนึกถึงว่าต้องเผชิญกับงานเหนื่อยอีกแล้วเพื่อจะแปรสิ่งที่ควรท�ำและต้องท�ำ ให้กลายเป็นสิ่งที่ ‘น่าท�ำ’ ก็ขอให้ทบทวนเพื่อเห็นตามจริงว่า ในการท�ำงานนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานไหน ต้องมีรายละเอียดบางอย่างที่น่าติดใจ ดึงดูดให้อยากเข้าไปสัมผัสจับต้องอีกครั้งเสมอ อาจเป็นบรรทัดแรกที่อ่านง่าย อาจเป็นการตวัดลายเซ็นหลังตรวจงานเสร็จ อาจเป็นไอเดียเด็ดที่คุณเป็นคนคิดออก
  50. 50. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน52หรืออาจเป็นเพียงการฟังเสียงน่าประทับใจของใครสักคนในหมู่ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานเมื่อนึกถึงสิ่งใด ความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งนั้นจะกลับมา ถ้าคุณนึกถึงสิ่งที่น่าสนุก ถนัดมือ ท�ำง่ายหรือได้ใจ จะพบว่ารายละเอียดของงานจะค่อยๆผุดพรายตามมาในความทรงจ�ำ ในแบบที่น่าท�ำและชวนให้อยากท�ำแม้กระทั่งระหว่างอยู่ในอารมณ์ทอดหุ่ยเอื่อยเฉื่อย หรือก�ำลังหลงเพลินเล่นเกม อิ่มเอมกับการคุยพล่ามไม่รู้จบ ขอเพียงลองนึกถึง ‘ความสนุกในงาน’ครั้งล่าสุดให้ออกคุณจะพบว่าอารมณ์เอื่อยเฉื่อยสะดุดกึก หรือกระทั่งยอมแพ้อารมณ์อยากท�ำงาน ซึ่งนั่นแสดงถึงธาตุแท้ว่า คุณต้องการให้ชีวิตอยู่กับพลังชีวิตในการท�ำงาน มากกว่าอยู่กับอ�ำนาจมืดแห่งอารมณ์เกียจคร้านพอนึกออก และเกิดอารมณ์อยากท�ำงานต่อให้สังเกตเข้ามาในตัวเองอีกครั้ง จะพบว่า ทั้งร่างกายและจิตใจของคุณเหมือนถูกกระตุ้นให้เข้าสู่
  51. 51. howfarbooks.com53ภาวะพร้อมสนองตอบการท�ำงาน คือปรับเปลี่ยนจากเอื่อยเฉื่อยเป็นกระตือรือร้น แปรความนุ่มนิ่มปวกเปียกเป็นแข็งขันตื่นตัวหูตาสว่างคล้ายเครื่องยนต์ถูกจุดติดอย่างไรอย่างนั้นขอให้จดจ�ำว่า ความคิดแบบที่จะจุดชนวนพลังงานเซนได้ติด คือ คิดง่ายๆ คิดชัดๆถึงสิ่งเดียวไม่ใช่คิดซับซ้อนคนคิดอะไรง่ายๆแล้วลงมือท�ำทันที มักรู้ลึกรู้จริง และพร้อมท�ำงานอย่างง่ายดาย สวนทางกับคนคิดซับซ้อนแต่ไม่ยอมลงมือท�ำ ที่มักรู้มากแบบผิวๆ และเต็มไปด้วยข้ออ้างยุ่งยากไม่ให้พร้อมท�ำงานสักที จนแล้วจนรอดสังเกตเข้ามาในกายใจตัวเองด้วยว่า หาก‘นึกออก’ แล้วคุณไม่ยอมลุกขึ้นมาท�ำงานทันทีภาวะพร้อมท�ำงานจะค่อยๆเสื่อมลง และหากชินที่จะยอมแขนตกขาตก มืออ่อนเท้าอ่อนต่อไปอีกร่างกายและจิตใจก็จะเหมือนเครื่องยนต์ที่กระตุกแบบพร้อมดับ และดูเก่าแก่ไร้ประโยชน์มากขึ้น
  52. 52. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน54เรื่อยๆความเฉื่อยชา ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ที่พอกพูนขึ้นจนเหมือนกลายเป็นพังผืดยึดแขนยึดขา หรือเป็นหินปูนเกาะจิต สามารถปิดการรับรู้ของคุณได้ถึงระดับที่ว่า กินข้าวเสร็จ ก็เดินทื่อๆเหมือนผีดิบที่ไม่รู้สึกตัว ผ่านจานไม่ล้างจาน ผ่านแก้วไม่ล้างแก้ว ปล่อยให้จานชามช้อนส้อมสกปรกคราบอาหารเกรอะกรังได้ เท่าๆกับเอกสารส�ำคัญที่ปรากฏเหมือนดินพอกหางหมู คุณอาจอยากเดินผ่านมันไป ราวกับมีก�ำแพงทึบกั้นจิต คิดปฏิเสธการเชื่อมต่อกับการงานอยู่ตลอดเวลาระลึกไว้ว่า สิ่งที่ควรท�ำและต้องท�ำ มีอยู่ทั้งที่บ้านและที่ท�ำงาน เพียงนึกออกและลงมือท�ำในที่หนึ่งได้ ความเคยชินก็จะเริ่มก่อตัว แล้วไปต่อยอดในอีกที่หนึ่งได้ยกตัวอย่างเช่น ที่บ้าน เมื่อต้องล้างจานอย่านึกถึงจานชามกองโต แต่ให้นึกถึงความสดชื่นตอนสัมผัสน�้ำ ตอนได้กลิ่นหอมของน�้ำยาล้างจาน
  53. 53. howfarbooks.com55ตอนเช็ดล้างคราบไคลได้สะอาดหมดจด หากการนึกนั้น ชวนให้คุณอยากล้างจานได้ ก็ใช่วิธีนึกคิดในวิถีทางของเซนแล้วความเคยชินอันเป็นบวกนี้ จะช่วยให้คุณนึกคิดถึงงานอื่นๆอย่างเป็นบวกได้ไม่ต่างกันคิดถึงภาพใหญ่ภาพรวมของชีวิตทั้งชีวิตอย่าเล็งแคบๆแค่ผลประโยชน์ทางความขี้เกียจเฉพาะหน้า สังเกตเปรียบเทียบดูว่า ภาวะไหนน่าพอใจน่าให้อยู่ในชีวิตเรามากกว่ากันระหว่าง...พลังเซนที่ตื่นตัวกับอ�ำนาจความเกียจคร้านที่เซื่องซึม
  54. 54. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน56
  55. 55. howfarbooks.com57ท�ำงานด้วยค้นหาใจที่เย็นด้วยข้างนอกหลอกให้แสวงหามาเพียงใดก็อย่าลืมว่าข้างในอยากค้นหาความเย็นขนาดไหนด้วย
  56. 56. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน58สมดุลแห่งเซน อยู่ตรงกลางระหว่างพลังที่ไม่เย็นชืด กับพลังที่ไม่ร้อนรน จึงก้าวข้ามทั้งความเกียจคร้านและความกระสับ­กระส่าย เข้าถึงพลังความเคลื่อนไหวอันปราศจากทุกข์ ดุจการร่ายร�ำอันเป็นสุข ทั้งปราดเปรียว ทั้งอ่อนโยน บนเวทีราบนิ่ง มั่นคง และกว้างใหญ่การเผลอทอดหุ่ยมือตกเท้าตกเป็นต้นตอของส่วนขาดการเผลอเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบเป็นต้นตอของส่วนเกินหลังจากเอาชนะตัวเอง กะเทาะเปลือกของความขี้เกียจออกได้ระยะหนึ่ง นึกถึงงานแล้วเหมือนนึกถึงขนมตลอด คุณอาจรู้สึกเหมือนได้
  57. 57. howfarbooks.com59ปลดปล่อยพลังความชุ่มชื่นแบบเซนให้พรั่งพรูไม่รู้จบรู้สิ้นบางครั้ง ขณะเคลื่อนคล่องด้วยใจเบา คุณอาจเห็นราวกับที่กลางใจ ผุดน�้ำพุพวยพุ่งทรงชีวิตชีวาไม่ขาดสาย ขับดันให้ท�ำงานได้หลายชั่วโมงโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยระหว่างแห่งห้วงเวลาดื่มด�่ำกับงานอันเป็นสุข ธรรมชาติดั้งเดิมของใจ ที่พร้อมกระสับ­กระส่าย หรือพร้อมจะร้อนรน อาจบีบให้ใจเป็นทุกข์ในช่วงใดช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงที่เผลอลืมสังเกตสมดุลทางความเย็นจุดสังเกตการเสียสมดุลทางความเย็นก็คือความรู้สึกอันเป็นทุกข์กับอุปสรรคในปัจจุบัน หรือความรีบร้อนจะเอาอนาคตให้ได้ทันทีเดี๋ยวนั้นความทุกข์ ความกระวนกระวายของคุณ
  58. 58. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน60อาจรบกวนธรรมชาติมากกว่าที่คิด เมื่อธรรมชาติภายนอกและภายในถูกรบกวนมากเข้า ชีวิตจะปรากฏคล้ายคลื่นความสับสน ระส�่ำระสาย ผู้คนรอบตัวใจเต้น ตัวคุณเองก็ใจเต้น ไม่ว่าท�ำยอดสักแค่ไหน ได้รับเหรียญเชิดชูสักกี่งาน ไม่นานก็จะรู้สึกแน่นอก อึดอัดใจ อยากตะโกนโพล่งออกมาว่า ‘ไม่ไหวแล้ว!’บนเส้นทางแห่งเซน เมื่อต้องหมกมุ่นกับงานภายนอก ต้องไม่ลืมส�ำรวจจิตภายใน แล้วสุดท้าย คุณจะพบว่าตัวเองท�ำงานไปด้วย มีสติค้นหาใจที่เย็นเข้ามาด้วย มีสติคัดแยกใจที่ร้อนออกไปด้วยการเริ่มต้น ควรฝึกสังเกตธรรมชาติความเป็นไปเอง เช่น หลังจากแก้ปัญหาหรือครุ่นคิดเกี่ยวกับงานนานๆ จะเกิดความเครียดทางกายและทางใจขึ้นมาเป็นธรรมดา ไม่อาจป้องกัน กับทั้งไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะในที่สุดความอ่อนล้าจะเตือนให้คุณหยุดพักจากงานไปเอง
  59. 59. howfarbooks.com61แต่หากเกิดอาการ ‘พบปัญหาแล้วเครียดทันที’ ทั้งที่ยังไม่ทันไร ไม่ทันได้คิดแก้ปัญหาแม้แต่นิดเดียว อันนั้นคือส่วนเกิน คุณก�ำลังเครียดทั้งที่ไม่จ�ำเป็นต้องเครียดนั่นคือการออกนอกวิถีทางของธรรมชาติและนั่นแหละ การเบี่ยงเบนออกจากวิถีแห่งเซนนิสัย ‘เครียดก่อนคิด’ จะเป็นปัญหาของจิตในการท�ำงานระยะยาว นิสัยนี้เป็นบ่อเกิดของการคิดมากคิดหนึ่ง แต่เครียดเก้ากังวลยาว แต่คิดหาทางออกจริงๆเพียงสั้นยังไม่ทันออกเท้าก้าวที่สอง ก็อยากลองวกกลับมาหาก้าวที่หนึ่งใหม่เมื่อมาอยู่บนเส้นทางของเซน ขอให้หมั่นระลึกว่า สิ่งใดเป็นส่วนเกิน สิ่งนั้นไม่จ�ำเป็นต้องรักษาไว้
  60. 60. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน62ยิ่งถ้าส่วนเกินนั้นเป็นโทษ ก็ยิ่งจ�ำเป็นต้องหาทางก�ำจัดหากหาไม่เจอว่าส่วนเกินอยู่ตรงไหน ให้สืบหาจากกายก่อนถามตัวเองว่าฝ่าเท้าก�ำลังเกร็งหรือคลายออกถามตัวเองว่าฝ่ามือก�ำลังก�ำหรือคลายออกถามตัวเองว่าหัวคิ้วก�ำลังขมวดหรือคลายออกความก�ำเกร็งหรือขมวดรัด ไม่เคยช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ดีขึ้น ตรงข้าม อาการเหล่านั้นจะ
  61. 61. howfarbooks.com63กดดันให้คุณรู้สึกว่า ตัวปัญหามีน�้ำหนักมากเกินจริงส่วนความคลายออก แม้อาจไม่ช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ทันที แต่ก็จะผ่อนหนักให้เป็นเบาหรืออย่างน้อยตัวปัญหาก็มีน�้ำหนักเท่าที่มันเป็นไม่ใช่ดูเกินไปกว่านั้นการฝึกอย่างเรียบง่ายแต่ได้ผล อาจเป็นเพียงการเฝ้าสังเกตอยู่ทั้งวัน ด้วยความตั้งใจว่า ถ้าหัวคิ้วขมวดเมื่อใด คุณจะรู้สึกตัวและคลายมันออกทันทีความเคยชินที่เกิดขึ้น จะน�ำคุณไปสู่การค้นพบความจริงที่ว่าการขมวดคิ้วมักเป็นเพียงส่วนเกินทางความคิดที่ไร้สติ ไร้ความเย็นการขมวดคิ้ว เท่ากับการเพิ่มความเครียดทึบทางกายภายนอก อันจะส่งผลเข้ามาถึงความคิดภายใน ประดุจก�ำแพงที่ยกขึ้นขวาง
  62. 62. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน64ทางออก หรืออย่างน้อย ก็เป็นม่านหมอกบดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าครั้งหน้า เมื่อเจอปัญหานิดเดียว แต่คุณกลับขมวดคิ้วมาก ลองคลายออก แล้วสังเกตว่าเหมือนลดก�ำแพงหนาทึบลงหรือไม่หากใช่ คุณรู้สึกตัวเบา และเหมือนเห็นทางข้างหน้าโปร่งโล่งขึ้น ก็สังเกตต่อไปว่า ใจคุณโปร่งโล่งเพราะปล่อยปละดูดาย หรือพร้อมจะแล่นเข้าไปจัดการแก้ปัญหาทันทีเมื่อรู้จักเผชิญหน้าปัญหาร้อนๆด้วยความเยือกเย็น ไม่ปล่อยปละละเลย แนวโน้มคือคุณจะเห็นตัวเองโกรธน้อยลงเมื่อถูกกระทบกระทั่งหรือถูกขัดขวาง กับทั้งจะพบความจริงอันน่ายินดี คือเมื่อเจอเรื่องยุ่งยากน่าสับสน จิตจะยังคงสงบค่อยๆเห็นทุกสิ่งปรากฏตามล�ำดับอย่างเป็นระเบียบได้เมื่ออยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย ใจจะยังคงสงบกับตัวเองตามล�ำพัง
  63. 63. howfarbooks.com65เมื่อเกิดความขัดแย้งที่ภายนอก ภายในยังคงรักษาความราบรื่นกลมกลืนไว้ห้วงเวลาแห่งความสงบเย็นในท่ามกลางความวุ่นวาย คุณจะรู้สึกเหมือน ค้นพบโดยไม่ต้องแสวงหา อยู่กับที่โดยไม่ต้องวิ่งออกไปข้างนอกนั่นเพราะอะไร? เพราะความสงบที่แท้จริงด�ำรงอยู่แล้ว มีความเป็นไปเองอยู่แล้ว ณจุดเริ่มต้นในตัวคุณ แต่ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวอันผิดพลาดคลาดเคลื่อน เลื่อนคุณห่างจากใจกลางความสงบ กระทั่งความเย็นกลายเป็นสิ่งไม่คุ้นหน้ามาเสียนานความเย็นอยู่ที่นี่ท�ำงานด้วย ค้นหาความเย็นไปด้วย แล้วจะพบเองอย่างง่ายดาย
  64. 64. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน66
  65. 65. howfarbooks.com67ท�ำงานเหมือนท�ำทานจิตที่เป็นทาน มีความพร้อมสละทุกข์ออกจากตัว มีความสว่างพร้อมขับไล่ความมืดออกจากตน มีความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าภาพโรงทานได้ทุกที่ ทุกเวลา
  66. 66. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน68เซนมีธรรมชาติเปิดแผ่ สว่างใส อ่อนละไมในสัมผัสของผู้ฝึกเพื่อเข้าถึง แม้เริ่มแตะต้องที่ต้นทาง ก็อาจรู้สึกได้แต่ธรรมชาติของมนุษย์ ทั้งมนุษย์แรกเกิดและมนุษย์ที่เติบโตมา ดูจะสวนทางกับเซน เพราะนับแต่ร้องอุแว้เป็น มนุษย์ก็มีใจอยากเรียกร้องเอาเข้าตัวที่กระด้าง มีความน้อยเนื้อต�่ำใจอันหมองหม่น และมีความเห็นแก่ตัวอันคับแคบหน�ำซ�้ำ พอโตขึ้นมาจากความเป็นทารกมนุษย์บางคนกลับยิ่งกระด้างขึ้น หมองหม่นลงและคับแคบกว่าเดิมเสียอีก เพราะมีแต่จะสั่งสมความอยากได้และอยากเอาเพิ่ม ไม่เคยมีแก่ใจอยากสละออกบ้างเลยเมื่อให้ไม่เป็น เมื่อเห็นแต่ทางกอบโกย ชีวิตก็เหือดแห้งแล้งน�้ำใจ ปิดทางรู้จักธรรมชาติภายในอันเปิดแผ่ เฝ้าเวียนวนอยู่แต่ในเขาวงกตแห่งความคับแคบ ทรมานใจเหมือนไร้น�้ำดื่ม ไร้อากาศบริสุทธิ์ ไร้ท้องฟ้ากว้าง ทว่าก็ปักใจใคร่หลงวนอยู่
  67. 67. howfarbooks.com69อย่างนั้นจะเข้าถึงเซน ต้องไหลตัวผ่านสายธารแห่งน�้ำใจอันชุ่มชื่น มิใช่ด้นเดินผ่ากลางทะเลทรายแห่งความแล้งน�้ำใจอันแห้งผากหากพบว่าตัวคุณมีแต่ความรู้สึกขัดแย้งเห็นแต่ความแห้งแล้งทั้งภายในและภายนอก อาจเพราะคุณมีชีวิตที่ฝืนธรรมชาติอยู่ลองมองดูแขนขาและเนื้อตัว ท�ำความรู้สึกถึงสายลมและลมหายใจ แล้วนึกถามตนเองง่ายๆเช่นธรรมชาติบริจาคโลกทั้งใบมาให้คุณแล้วท�ำไมคุณไม่คล้อยตามธรรมชาติด้วยการส่งต่อโลกส่วนตัวให้ใครบ้าง?
  68. 68. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน70โลกของคุณ คือ บ่อพลังบ่อหนึ่ง ที่พร้อมจะแปรรูปความคิดไร้ตน ให้ปรากฏเป็นสิ่งจับต้องได้ในโลกภายนอกไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นโลกภายในของคุณจนกว่าโลกภายในของคุณ จะปรากฏตัวกระทบกระเทือนโลกภายนอก หรือตั้งมั่นเป็นรูปธรรมอยู่กับโลกภายนอกดีแล้วหากโลกภายในของคุณเต็มไปด้วยความคิดสรรสร้างสิ่งดี สิ่งที่สว่าง สิ่งที่ให้ความอิ่มหน�ำ ในที่สุด โลกภายนอกจะปรากฏสิ่งดี ที่สว่าง และให้ความอิ่มหน�ำขึ้นมาให้ความสว่างกับโลกไว้อย่างไรโลกของคุณก็อย่างนั้นทั้งภายนอกที่ตาเห็นทั้งภายในที่ใจรู้สึก
  69. 69. howfarbooks.com71ลองสังเกตดู ทุกครั้งที่ไม่เผื่อแผ่ คิดแต่จะเอาเข้าตัวท่าเดียว จิตจะเหมือนถูกของหนักที่คุณ‘เอาเข้าตัว’ มากดทับ และเมื่อมากขึ้นเรื่อยๆถึงจุดหนึ่ง ก็เกิดความอึดอัดแน่นอก ตรงข้ามกับการเผื่อแผ่ออกจากตัวให้คนอื่น ที่จิตคล้ายสลายเปลือกหนาๆออก เปิดเผยความผ่องใสสบายเบาในตนเมื่อสามารถสังเกตเปรียบเทียบเช่นนั้นได้คุณจะเริ่มตาสว่าง เห็นหนทางเข้าถึงเซนด้วยจิตที่เป็นทาน ท�ำงานในอาการเผื่อแผ่ทุกครั้งที่ท�ำงานในอาการเผื่อแผ่ จิตจะแผ่ออก และค่อยๆกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเดือนปีที่ผ่านไป รู้สึกได้ด้วยตนเองเมื่อจิตตั้งมั่นอยู่ในอาการเผื่อแผ่ คุณจะตระหนักว่า จิตที่เป็นทานหาใช่จะเกิดขึ้นได้เพียงเมื่อเดินเอาเงินไปใส่กะลาขอทาน และหาใช่จะเกิดขึ้นได้เพียงเมื่อไปวัดเพื่อท�ำสังฆทานกับเหล่าภิกษุสงฆ์ แต่เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อคุณคิดรินน�้ำใจคิดเสียสละแรงกายแรงใจ เพื่อให้คนอื่นมีความสุข
  70. 70. เซน ในการทำ�งานอย่าง เซียน72มากขึ้นแค่คิดอยากให้คนอื่นมีความสุข ไม่ต้องถูกคุณเบียดเบียน ก็เรียกว่าเป็นทานแล้วทานอันเกิดจากการอยากให้ความสุข เรียกว่า ‘เมตตา’ ส่วนทานอันเกิดจากการอยากเลิกเบียดเบียน เรียกว่า ‘ศีล’ เมื่อใดบริบูรณ์ด้วยเมตตาและศีล เมื่อนั้นจะรู้ว่า ‘มหาทาน’ เป็นอย่างไรแต่ในช่วงที่จิตยังไม่ตั้งมั่นในอาการเผื่อแผ่นั้น ทั้งเมตตาและศีลอาจโคลงเคลง ตั้งอยู่ได้ไม่นาน เหมือนของปลอมที่แตกพังง่ายเมื่อต้องผ่านด่านหินการจะเปลี่ยนทองเทียมเป็นทองแท้ ต้องตั้งใจใช้เส้นทางการท�ำงานเป็นการท�ำทานทั้งหมดหากเห็นได้ว่า จิตที่เป็นทานมีหน้าตาอย่างไร ก็จะรู้ว่า คิดแบบใด พูดค�ำไหน หรือท�ำอย่างไร จึงก่อให้เกิดน�้ำจิตที่เป็นทานขึ้นมา

×