Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บทที่ 1 แนวคิดหลักการของการบริหารราชการ

55,162 views

Published on

บทที่ 1 แนวคิดหลักการของการบริหารราชการ

  1. 1. บทที่ 1 แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับการบริหารราชการ ภาพจาก http :// 203.157.7.36 / news_print . php?artID = 102
  2. 2. กำเนิดระบบราชการ <ul><li>- การบริหารงานภาครัฐมีนานกว่า 9,000 ปี เท่าสังคมมนุษย์ เกิดมาพร้อมๆกับการเกษตร </li></ul><ul><li>- มี 2 แบบ </li></ul><ul><li>1. ระบบราชการแบบชั่วคราว </li></ul><ul><li>2. ระบบราชการแบบถาวร </li></ul>
  3. 3. 1. ระบบราชการสมัยแรก <ul><li>สังคมตะวันตก ในอียิปต์ จำเป็นต้องใช้นักจัดองค์กร เพราะสร้างปิรามิด </li></ul>เมืองเอเธนส์ ของกรีก ต้นแบบประชาธิปไตย <ul><ul><ul><ul><li>ไม่ต้องการระบบราชการแบบถาวร </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>พลเมือง 50,000 คน </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>สภา 3 ชุด </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><ul><li>1. สภา 500 </li></ul></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><ul><li>2. สภา 50 </li></ul></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><ul><li>3. คณะสิบนายพล </li></ul></ul></ul></ul></ul>
  4. 4. 2. ระบบราชการสมัยกลาง <ul><li>มีลักษณะเป็น “ ราชสำนัก ” </li></ul><ul><li>มอบการบริหารให้อัศวิน </li></ul><ul><ul><li>หาสินค้า </li></ul></ul><ul><li>การคลัง ภาษี </li></ul><ul><li>เอกสาร / หลักฐาน </li></ul><ul><li>เกณฑ์ สงคราม </li></ul>
  5. 5. 3. ระบบราชการสมัยใหม่ <ul><ul><li>K หลุดจากอำนาจของขุนนาง </li></ul></ul><ul><li>K รวมอำนาจ </li></ul>- เกิดได้เพราะ K ต้องการพัฒนาชาติ -- แบบถาวร - ได้เฉพาะคลัง - centralization - K มีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิม - ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ <ul><li>เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 1. K ได้อำนาจอธิปไตย </li></ul><ul><li>. มีการสร้างความมั่นคงในการจัดหาทรัพยากรที่แน่นอน เพื่อสนับสนุน K </li></ul><ul><li>. มีการใช้นโยบายการค้าเป็นนโยบาย </li></ul><ul><li>. เกิดการขยายตัวทางด้านการบริหารและการรวมศูนย์อำนาจการบริหาร </li></ul>
  6. 6. ลำดับแห่งพัฒนาการ <ul><li>ยุคดั้งเดิม </li></ul><ul><li>feudalism </li></ul><ul><li>Absolute Monachy ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ </li></ul><ul><li>Nation-state รัฐชาติ </li></ul>K จึงต้องหาทางปกป้องคุ้มครองกิจการ โดยการหาคนที่ชำนาญการด้านการบริหาร และนี่คือ “ จุดเริ่มต้นของการบริหารแบบราชการ ” ( Bureaucratic Administration)
  7. 7. แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับการบริหารราชการ <ul><li>การบริหาร Administration มีความหมายในลักษณะที่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการจัดระบบบริหาร ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้และทักษะ </li></ul>เรียกว่า สหวิทยาการ ผู้บริหารจะต้องมีลักษณะของการนำศิลปะ ( Arts) มาเพิ่มศักยภาพของการบริหารเพื่อบรรลุเป้าหมายของการบริหารให้มากที่สุด การบริหารราชการ เท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว การบริหารนั้นสามารถอธิบายได้ทั้งส่วนของภาครัฐ และเอกชน
  8. 8. “ ระบบราชการ” ( Bureaucracy ) <ul><li>ระบบราชการที่จริงไม่ได้มีความหมายใหม่ มีความหมายเพียงว่า ไม่ใช่เป็นการปกครองแบบกษัตริย์ (mo narchy ) ไม่ใช่อภิชนาธิปไตย (aristocracy) หรือประชาธิปไตย (democracy) </li></ul><ul><li>แต่เป็นการปกครองโดยเจ้าหน้าที่ (rule of officials) </li></ul>
  9. 9. ผู้ที่ให้คำนิยามไว้อย่างมากมาย <ul><li>ศาสตราจารย์ชุบ กาญจนประการ </li></ul><ul><li>ศาสตราจารย์ ดร . ทินพันธ์ นาคะตะ </li></ul><ul><li>ศาสตราจารย์ Harold Koontz </li></ul><ul><li>ศาสตราจารย์ Peter F. Druker </li></ul>- การทำงานของคณะบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ถ้าเป็นการทำงานโดยบุคคลคนเดียว เรียกว่า เป็นการทำงานเฉยๆ การดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ คน เงิน วัตถุ สิ่งของ อุปกรณ์ ในการปฏิบัติงาน - การทำงานร่วมกันของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป การบริหารในเชิงพฤติกรรมว่าการบริหารคือ ศิลปะในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายโดยผ่านผู้อื่น
  10. 10. แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการ <ul><li>เฟรดเดอริค วินสโลว์ เทเล่อร์ ( Frederick Winslow Taylor) </li></ul>ให้ความสำคัญกับ “วิธีการทำงาน” ซึ่งเรียกว่า วิธีการที่ดีที่สุด ( One Best Way) และถือว่าเป็น “ปัจจัยหลัก” ที่ทำให้การบริหารจัดการในหน่วยงานมีประสิทธิภาพ ประหยัด บุคลากร เครื่องจักร และวัตถุดิบ ถือว่า เป็น “ปัจจัยรอง” ให้ความสำคัญกับ “หลักการแบ่งงานและแบ่งอำนาจหน้าที่ ระหว่างฝ่ายจัดการและฝ่ายปฏิบัติ” ผู้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน (Specialized)
  11. 11. <ul><li>เม็กซ์ เวเบอร์ (Max Weber) </li></ul>ภาพจาก : http :// www . eportfolio . lagcc . cuny . edu / ePortfolios / Basic / dzhantam . warrenREV / resources / 39184 . jpg
  12. 12. <ul><li>แม๊กซ์ เวเบอร์ ( Max Weber ) </li></ul>แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการ โครงสร้างการจัดองค์การที่เรียกว่า ระบบราชการ ( Bureaucracy) <ul><li>การแบ่งงานกับทำตามแนวราบ (Horizontal Delegation) </li></ul><ul><li>การแบ่งงานกันทำตามแนวตั้ง </li></ul><ul><li>ยึดกฎระเบียบที่เป็นลายลักษณ์อักษร </li></ul><ul><li>กฎระเบียบ </li></ul><ul><li>การเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งตามหลักอาวุโสและความสามารถ </li></ul><ul><li>แยกผลประโยชน์ส่วนตัวจากประโยชน์ขององค์การ </li></ul>
  13. 13. ปรัชญาของการ Weber ในการบริหารงานภาครัฐ หลักการพื้นฐาน 1 . การแบ่งงานกันทำตามแนวราบ 2. การแบ่งงานกันทำตามแนวตั้ง 3. การทำงานกันเป็นลายลักษณ์อักษร 4. กฎระเบียบ 5 . การเลื่อนขั้นตำแหน่ง ตามหลักอาวุโส ความสามารถ 6. การแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงาน ผลลัพธ์สุดท้าย 1 . การเพิ่มผลผลิต การเพิ่มความชำนาญงาน 2. ความถูกต้องในการทำงาน เกิดตัดสินใจที่สนองผลประโยชน์รวมขององค์การ 3. การทำงานขององค์การมีความต่อเนื่องอ้างอิงได้ ไม่ขึ้นกับตัวคน 4. บรรลุการประสานงานระหว่างองค์การ 5 . เกิดความแน่นอนในการทำงาน 6. ลดการสื่อสารที่ไม่จำเป็น 7. สร้างกรอบพฤติกรรมพื้นฐานของสมาชิกให้เป็นแบบแผนเดียวกัน 8. ให้องค์การมีพลวัต 9. สร้างขวัญกำลังใจให้สมาชิก 10. ทำให้สมาชิกมีความผูกพันกับองค์การ 11. บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ
  14. 14. <ul><li>รูปแบบการใช้อำนาจ ( Authority ) มี 3 รูปแบบ </li></ul><ul><li>1. อำนาจเฉพาะตัว อำนาจหน้าที่ที่มีมาแต่กำเนิด หรือ อำนาจหน้าที่จากความสามารถพิเศษ ( Charismatic domination ) </li></ul><ul><li>2. อำนาจแบบประเพณี ( Traditional domination ) </li></ul><ul><li>3. อำนาจตามกฎหมาย ( Legal Domination ) </li></ul>
  15. 15. <ul><li>สรุปลักษณะทางพฤติกรรมของระบบราชการของเวเบอร์มี 3 ลักษณะ : </li></ul><ul><li>Impersonality ในการทำงานราชการนั้นไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว </li></ul><ul><li>Rationality ยึดหลักความมีเหตุมีผล </li></ul><ul><li>Rule Orientation ยึดกฎระเบียบเป็นแนวทางในการทำงาน </li></ul>
  16. 16. วู๊ดโร วิลสัน ( Woodrow Wilson) ประธานาธิบดีคนที่ 28 ของสหรัฐอเมริกา ฝ่ายการเมืองควรมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย และฝ่ายประจำ ควรมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามนโยบาย ซึ่งการแยกการเมืองออกจากการบริหารลักษณะนี้ เน้นต้องการให้ข้าราชการปลอดจากการเมืองให้มีระบบการแต่งตั้งที่มีคุณธรรม ( Marit Appointment)
  17. 17. ทฤษฎีระบบราชการในแง่ลบ (Bennisian and Crozierian bureaucracy theories)
  18. 18. <ul><li>เบนนิส Bennisian </li></ul><ul><li>ระบบราชการไม่ยอมเปิดโอกาสให้ราชการได้พัฒนาตนเอง </li></ul><ul><li>ระบบราชการส่งเสริมให้คนปฏิบัติงานอยู่ในกรอบเดียวกัน ทำให้ขาดความคิดสร้างสรรค์ </li></ul><ul><li>ระบบราชการมิได้คำนึงองค์การนอกแบบ และมองว่าคนเป็นเพียงชิ้นฟันเฟืองของเครื่องจักร </li></ul><ul><li>ระบบความควบคุมและอำนาจการบังคับบัญชาของระบบราชการไม่เหมาะสมกับภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน </li></ul><ul><li>ระบบราชการไม่สามารถตัดสินได้ว่า ใครผิดใครถูกตามควรลองของกระบวนการทางตุลาการ </li></ul><ul><li>ระบบราชการไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาความแตกต่าง และความขัดแย้งระหว่างระดับตำแหน่งและกลุ่มต่างๆ </li></ul><ul><li>ระบบราชการมิได้ใช้ทรัพยากรมนุษย์อย่างเต็มที่ เพราะระบบ ราชการไม่เคยไว้เนื้อเชื่อใจผู้ใด </li></ul><ul><li>ระบบราชการไม่สามารถที่จะประสานประโยชน์ในอันที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ </li></ul><ul><li>ระบบราชการจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางบุคคลิภาพของคนให้กลายเป็นคนที่หมดหวัง สิ้นคิด และมีความท้อถอยในการปฏิบัติงานและในชีวิตส่วนตัว </li></ul>
  19. 19. โครซิเยร์ <ul><li>มองว่าระบบราชการมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็เฉพาะในสภาพการณ์ที่ปกติเท่านั้น แต่ระบบนี้จะไร้สมรรถภาพหากต้องเผชิญกับปัญหาการบริหารในสภาพการณ์วิกฤตซึ่งเป็นผลจาก “ วงจรความชั่วร้าย ” (Vicious circle) ที่ระบบนี้สร้างขึ้นมาเอง </li></ul>
  20. 20. ทฤษฎีระบบราชการในแง่ที่เป็นกลาง (Generic - Downsian and Panandikerian bureaucracy theories)
  21. 21. Down <ul><li>ระบบราชการยังจะต้องอยู่กับเราไปอีกนาน ฉะนั้นหากมีการวิจัยเชิงประจักษ์แล้ว เราอาจจะปรับปรุงข้อบกพร่องของระบบราชการให้ดีขึ้นแบ่งข้าราชการออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน คือ </li></ul><ul><li>1. ประเภทปีนป่าย (Climbers) อำนาจ รายได้ และเกียรติศักดิ์ มีความสำคัญเหนืออื่นใด </li></ul><ul><li>2. ประเภทผู้พิทักษ์ (Conservers) ความสะดวกสบายและความมั่นคงใน หน้าที่การงานมีความสำคัญมากที่สุด มุ่งจะเพิ่มอำนาจ รายได้ และเกียรติศักดิ์ 3. ประเภทผู้สนับสนุน (Zealots) ข้าราชการประเภทนี้จะสนับสนุนนโยบายหรือแนวความคิดที่แคบๆ ของวิชาชีพของตน </li></ul><ul><li>4 . ประเภทรัฐบุรุษ (Statesmen) ข้าราชการประเภทนี้มีความจงรักภักดีต่อสังคม และความพยายามแสวงหาอำนาจ รายได้ และเกียรติศักดิ์ เพื่อสนับสนุนนโยบายของชาติ แต่มักจะมองโลกในทางที่ไม่สู้ดีนัก ถึงแม้จะมีความมั่นใจในตัวเองสูง </li></ul>

×