เด็กปัญญาเลิศ....11

14,642 views

Published on

เด็กปัญญาเลิศ....11

  1. 1. ความหมาย เด็กที่มีความสามารถทางปัญญา สูงกว่าเด็กทั่วไป และความถนัดเฉพาะ ทางอยู่ระดับสูงกว่าเด็กอืนในวัยเดียวกัน ่ นอกจากนี้ยงมีสมรรถนะในการคิด ั ประดิษฐ์ สรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆให้แก่โลก มนุษย์
  2. 2. เด็กที่มความสามารถพิเศษเฉพาะด้านสามารถ สังเกตได้จาก ี พฤติกรรมเหล่านี้1.แสดงความสามารถในการใช้ศัพท์ได้สูงกว่าวัย เช่น ลูกอายุ 2ขวบ สามารถพูดว่า “แม่หมากาลังมาหาลูกหมาแล้ว” แทนที่จะพูดว่า “หมา หมา” เป็นต้น2. ช่างสังเกต และตื่นตัวอยู่เสมอ เด็กที่เก่งมักจะสังเกตในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และจาได้ดี3. สามารถอธิบายเรื่องราวที่ได้ทามาในวันนั้นได้อย่างดี4. มีสมาธิ ตั้งใจทาอย่างใจจด ใจจ่อ ในเรื่องที่ตนสนใจ5. มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถแสดงออกมาได้ เป็นต้น
  3. 3. คาที่ใช้เรียกเด็กฉลาดอาจมีหลายคา เช่น คาว่า เด็กอัจฉริยะเด็กปรีชาญาณ เด็กเก่ง และคาสุดท้ายที่นามาใช้ในวงการศึกษา คือเด็กปัญญาเลิศ คาภาษาอังกฤษที่ใช้ในวงการนี้มีหลายคาเช่นกัน เช่น  Gifted หมายถึง ผู้ที่มีความฉลาดเฉลียวหรือผู้มีปัญญา เลิศ  Talented หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทาง เช่น ด้านดนตรี ศิลปะ กีฬา  Genius หมายถึง ผู้ที่ระดับสติปัญญาสูง มีผลงานการ ประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์มากมาย
  4. 4. ลักษณะของเด็กปัญญาเลิศ 1) มีพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจเร็วกว่าเด็กปกติ 2) มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่าง รวดเร็วและง่ายดาย 3) มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง ชอบชักถาม 4) มีความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้สามัญสานึก และสามารถนาความรู้ที่มีไปใช้ได้ในชีวิตจริง 5) มีเหตุผล ความคิดดี 6) จดจาสิ่งที่เคยเห็นเคยอ่านได้รวดเร็วและแม่นยา
  5. 5. 8) ใช้คาศัพท์กว้างขวาง ถูกต้องแม่นยาและปริมาณคาที่รู้จักก็มีมาก 9) มีความคิดริเริ่ม มีวิธีการคิดและแนวคิดแปลกๆ แต่ใช้การได้ดีและมีอารมณ์ขัน 10) เป็นคนตื่นตัว เฉียบแหลม ว่องไว และช่างสังเกต 11) มีแรงจูงใจ และมีความมานะบากบั่นมีความจริงจังในการทางาน 12) ชอบแสวงหาสิ่งท้าทายความคิดความอ่าน
  6. 6. สาเหตุที่ทาให้เด็กเก่ง1. พันธุกรรม2. องค์ประกอบทางด้านชีววิทยาอื่นๆ3. สังคมและวัฒนธรรม4. ปัญหาและข้อจากัด
  7. 7. พฤติกรรมบางอย่างในห้องเรียน 1) เข้าใจได้ง่าย และรวดเร็ว มักมีคาถามชวนคิด 2) สมาธิในการเรียนและการทางานดี 3) สนใจและสนุกกับปัญหาที่ยากซับซ้อน 4) อ่านหนังสือได้เร็วกว่าอายุ 5) ชอบประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ หรือในแนวใหม่ๆ 6) ใช้ภาษาได้ดี รู้จักคาศัพท์กว้างขวางเกินวัย ชอบเรียนหนังสือ 7) แก้ปัญหาด้วยวิธีการหลากหลาย 8) มีลักษณะเป็นผู้นาในกลุมเด็กวัยเดียวกัน ่
  8. 8. เด็กปัญญาเลิศจะมีปัญหาด้านอารมณ์และจิตใจ ซึ่งสามารถแยกแยะได้ 8 ประการดังนี้ 1. เด็กที่มีความสามารถพิเศษจานวนไม่นอย มีความรู้สึก ้ โดดเดี่ยวอ้างว้าง เพราะคนไม่ค่อยเข้าใจความคิดและความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กกลุ่มทีมีความสามารถสูงๆจะรู้สึกว่าทาไม ่ คนอื่นคิดและรู้สึกไม่เหมือนเขา จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ต่างดาว ไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ เด็กจึงมีพฤติกรรมตอบสนองไปในรูปแบบ ต่างๆ แล้วแต่พื้นฐานจิตใจรอบรมเลี้ยงดู และวิธีคิดของเด็กๆ
  9. 9. 2. รู้สึกว่าตัวเองต่าต้อยด้อยค่า ไม่มีคุณค่าในตัวเอง ทาให้ขาดความมั่นใจ ขาดการตัดสินใจที่ดีในอนาคต 3. รู้สึกว่ามีปัญหาในการปรับตัว ไม่สามารถมีความรู้สึกนึกคิดคล้อยไปกับสังคมหรือผสมผสานกับกลุ่มที่ตัวเองต้องไปเกี่ยวข้องได้ เพราะระบบคิดต่างกัน 4. มีความเครียดสูง จากสาเหตุต่างๆ ทั้งในเรื่องความคาดหวังและการที่ตัวเองอยู่ในสภาพที่โดนกดดันโดยระบบการศึกษาที่น่าเบื่อ และต้องปฏิบัติในสิ่งที่ตัวเองไม่สนใจ 5. ขาดความมั่นใจในตัวเอง เป็นโรคที่พบมากในขณะนี้ทีเ่ ด็กไม่กล้าแสดงออก เป็นผลให้เกิดความล้มเหลวในการเรียนการงาน
  10. 10. 6. กลัวความล้มเหลว ในกรณีที่เด็กแสดงออกถึงความโดดเด่นผู้คนใกล้ชิดก็มักจะคาดหวัง หรือโดยนิสัยพื้นฐานเด็กกลุ่มนี้มีรสนิยมทางปัญญา สูงกว่าปกติอยู่แล้ว มีแนวโน้มที่จะทาอะไรสมบูรณ์ไม่มีที่ติอยู่แล้ว เลยทาให้หลีกเลี่ยงสถานการณ์ล้มเหลวหลายๆอย่าง 7. ขาดสมาธิ หรือที่เรียกกันทางวิชาการว่า โรคสมาธิบกพร่องที่เป็นโรคฮิตอันดับแรกกับเด็กทั่วไปทั้งเด็กปกติและเด็กพิเศษ 8. ทางานไม่ค่อนเสร็จ มีความคิดดีๆ พูดอะไรเข้าใจรวดเร็วคิดเก่ง คิดไว แต่พอลงมือทาไม่ค่อยอดทนทาให้สาเร็จ
  11. 11. ประเภทของเด็กอัจฉริยะ ความสามารถทางอารมณ์ เป็นทักษะและความสามารถที่เราจาเป็นต้องใช้ในการ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในการติดต่อสื่อสาร ทาความเข้าใจ คนที่มี ความสามารถทางสังคมจะมีความสามารถที่จะเข้าใจผู้อื่น เร็วต่อ ความรู้สึกของผู้อื่น เข้าใจภาษากาย มีความสามารถในการ บริหารจัดการ ควบคุมอารมณ์ตนเอง เข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึก ของตนเอง รับรู้ภาวะทางอารมณ์ของตนเอง ความอดกลั้นอดทน ทางอารมณ์ได้ดี รวมถึงความสามารถในการแสดงออกอย่าง ถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะ นอกเหนือไปจากการมองเห็น และเข้าใจทัศนะของคนอื่นได้ดี คนที่มีความสามารถทางด้าน มนุษยธรรมจะมีความ
  12. 12. ความสามารถทางกีฬา เป็นความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อ ควบคุมการเคลื่อนไหว ความยืดหยุ่น ทั้งกล้ามเนื้อเล็กและกล้ามเนื้อใหญ่ รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อร่างกายในการแสดงออกถึงความรู้สึกหรือความคิด เช่น นักกีฬา นาฏศิลป์ นักแสดงนักปั้น
  13. 13. ความสามารถทางศิลปะ เป็นความสามารถสร้างมิติประมวลความคิด หรือสร้างความคิดจากการเห็นในรูปแบบต่างๆ ในความคิด เช่น ความสามารถในการพลิกหมุนภาพที่เห็นเป็นมุมต่างๆ มองเห็นภาพต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง เช่นกลุ่มศิลปินที่สามารถรังสรรค์จากการเห็นให้เป็นผลงานที่เป็นนามธรรมความงดงาม หรือเป็นตัวแทนของ ความรู้สึกนึกคิด เช่น กลุ่มศิลปิน นักประดิษฐ์
  14. 14. ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เป็นความสามารถในการสังเกตวิเคราะห์ พิสูจน์ คัดแยก ศึกษา อธิบาย รวมถึงเขาใจในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือการเกิดปรากฏการณ์สิ่งต่างๆ ทางธรรมชาติความสามารถในการมองเห็นโครงสร้างของระบบธรรมชาติ ความเข้าใจในความสัมพันธ์และผลกระทบที่จะเกิด เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างพืช - สัตว์ เช่น นักวิทยาศาสตร์นักธรรมชาติวิทยา เกษตรกร นักวิจัย นักภูมิศาสตร์
  15. 15. ความสามารถทางภาษา เป็นความสามารถในการทาความเข้าใจความหมายทางภาษา การใช้ภาษาในรูปแบบต่างๆ เพื่อมาถ่ายทอดความคิดจินตนาการ ความรู้ อารมณ์หรือความดื่มด่าลึกซึ้งทางความคิด อารมณ์ ตลอดจนจินตนาการอันหลากหลายที่อาจเป็นความสามารถในการใช้ภาษาทางด้านการเขียนหรือการพูด เช่น นักเขียน นักแปลนักภาษาศาสตร์ จินตกวี นักพูด โฆษก
  16. 16. ความสามารถทางช่างเทคนิคและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นความสามารถในการรับรู้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลที่ต้องใช้ทักษะกลไกในเรื่องของอุปกรณ์และการทางานของเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องมือต่างๆ สามารถมองเห็นองค์ประกอบ หรือการทางานของอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย เช่นช่าง นักอิเล็กทรอนิกส์ มีทักษะในการใช้ตาประสาน ประกอบอุปกรณ์หรือสร้างประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ได้อย่างดี
  17. 17. ความสามารถทางการคิด คือ ความสามารถในการเรียนรู้ จดจา วิเคราะห์สังเคราะห์จินตนาการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และ ระยะยาว การมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่เป็นนามธรรมหรือรูปธรรม รวมทั้งความสามารถในการประมวลความคิดรูปแบบ ต่างๆ เพื่อตอบสนองสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างคนที่มีความสามารถด้านนี้ ได้แก่ นักคิด นักวางแผนนักประดิษฐ์
  18. 18. ความสามารถทางดนตรี เป็นความสามารถในการรับรู้ทางการได้ยินที่ละเอียดอ่อน เฉียบไวถ่ายโยงความสามารถในการรับรู้ทางการได้ยินที่ลึกซึ้ง ทั้งความสูงต่าของเสียง ความถี่ของเสียง จังหวะของเสียงไปสู่จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดมา ถักทอเป็นรูปแบบทางความสามารถที่เกี่ยวข้องกับเสียง เช่น ดนตรี การร้องเพลง การแต่งเพลง การพากย์หนัง การเลียนเสียงสัตว์ หรือผู้ที่ฝึกนกเขาชวา หรือตัดสินความสามารถในการขันของนกเขาชวา ต้องมีความสามารถในการรับรู้ทางเสียงที่เฉียบคม เป็นต้น
  19. 19. ความต้องการพิเศษ เด็กปัญญาเลิศ เป็นเด็กที่เรียนสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วดังนั้น หากเนื้อหา และวิธีการสอนที่ใช้กับเด็กปกติ จึงมักทาให้เด็กเหล่านี้เบื่อง่าย เพราะไม่ท้าทายความคิด หากครูไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นเด็กที่มีปญหา ก่อกวนความสงบสุขของ ัชั้นไปได้ ทางโรงเรียนจึงควรจัดบริการสอนเสริมให้กับเด็กซึ่งอาจทาในรูปของ
  20. 20. 1) การจัดชั้นพิเศษ โดยคัดแยกเด็กเก่งมาเรียนในกลุ่มเดียวกัน และจัดหลักสูตรพิเศษให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของเด็ก 2) การสอนเร่ง เป็นการเรียนหลักสูตรปกติในเวลาที่น้อยลง เช่น การเรียนข้ามชั้น ควบชั้น เป็นต้น 3) การสอนเพิ่ม เป็นการเสริมความรู้และประสบการณ์ของเด็กให้กว้างขวางและลึกซึ้งมากขึ้น นอกเหนือจาก กิจกรรมในชั้นเรียน และ / หรือให้โอกาสได้ฝึกฝนเล่าเรียนในแขนงวิชาที่เด็กมีความถนัดเป็นพิเศษ
  21. 21. วิธีสอนเด็กปัญญาเลิศในชั้นเรียนร่วม มีดังนี้ 1. การเรียนรู้แบบรู้แจ้ง ให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน ตามระดับความสามารถของเด็กโดยไม่มีการเร่งรัดเกี่ยวกับเวลามากนัก ให้เด็กเรียนไปเรื่อยๆ ตามความสามารถ จนกระทั่งเด็กเรียนด้วยตนเองครบหน่วยของเนื้อหาที่ครูกาหนด 2. การจัดหลักสูตรให้กะทัดรัด มุ่งเน้นให้เด็กได้มุ่งเรียนในเนื้อหาวิชาที่เป็นจุดสาคัญจริง ๆ ในบางครั้งจึงจาเป็นต้องตัดกิจกรรมการเรียนบางอย่างออกไป เมื่อครูเห็นว่าเด็กมีทักษะแล้ว แต่ครูจะต้องแน่ใจว่าเด็กมีพื้นฐานแล้ว จึงจะเรียนเนื้อหาวิชาที่ยากขึ้นได้
  22. 22. 3. การคิดเชิงวิจารณ์ สอนให้รู้จักคิด รู้จักใช้ เหตุผลก่อนตัดสินใจและไม่ได้หลงเชื่อใครง่าย ๆ 4. ศูนย์การเรียน เป็นการจัดมุมใดมุมหนึ่งให้เป็น มุมหรือศูนย์ที่เน้นเนื้อหาวิชาใดวิชาหนึ่งตามเนื้อหาใน หลักสูตร แล้วให้เด็กเข้าศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้ เด็กได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง 5. การคิดระดับสูงเป็นการเรียนรู้ตามแนวความคิดของนักการศึกษาชาวอเมริกัน ชื่อ Benjamine Bloom จะสอนให้เด็กนาไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผล 6. การศึกษาด้วยตัวเอง เป็นการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งในแนวลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เด็กให้ความสนใจอย่างมากแต่ครูจะต้องคอยให้คาแนะนาเด็ก
  23. 23. 7. การฝึกงานกับผู้ชานาญงาน เป็นการส่งเด็กปัญญาเลิศไปฝึกงานกับผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ 8. การสอนเร่ง เป็นการเรียนเนื้อหาที่ยากขึ้น เกินกว่าที่กาหนดไว้ในหลักสูตร 9. การสอนเสริม เป็นการสอนตามเนื้อหาเดิมแต่กิจกรรมอาจมีมากขึ้น ทั้งแนวลึกและแนวสร้างสรรค์ 10. การข้ามชั้น เป็นการเลื่อนชั้นเรียนให้สูงขึ้น
  24. 24. 11. การเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ 12. การเรียนตามความสามารถของตนเอง เป็นการให้เรียนด้วยตนเองเป็นชุด ๆ ตามความสามารถของเด็ก ไม่มีการกาหนดเวลา จะเรียนกี่ชุดหรือทุกชุดก็ได้ 13. การเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเมื่ออายุยังน้อยหากระเบียบการต่าง ๆ เปิดกว้างกว่านี้ 14. การเรียนทางไปรษณีย์ 15. การเรียนล่วงหน้า เป็นการอนุญาตให้นักเรียนในระดับมัธยมปลายเข้าไปเลือกเรียนบางรายวิชาในระดับมหาวิทยาลัยได้ และเก็บสะสมหน่วยกิตไว้ เมื่อเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจริง จะช่วยให้เด็กเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยเร็วขึ้น
  25. 25. 16. การแก้ปัญหา เป็นการฝึกให้เด็กแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งการเรียน และสังคม เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการวิเคราะห์ปัญหาว่าปัญหาเกิดมาจากอะไร มีที่มาอย่างไร 17. การจัดหลักสูตรฉบับย่อ เป็นการจัดหลักสูตรที่เข้มข้น เพื่อให้เรียนในเวลาที่สั้นลง 18. การนับหน่วยกิตโดยการสอบ เป็นการสอบโดยที่เด็กไม่ต้องมาเรียน ให้เด็กเรียนด้วยตนเองที่บ้าน เมื่อสิ้นภาคเรียนให้เด็กเข้าสอบ และเก็บสะสมหน่วยกิตไว้ เมื่อหน่วยกิต ครบตามหลักสูตรก็ถือว่าสาเร็จการศึกษา
  26. 26. 19. การทาสัญญา เป็นการทาสัญญาที่มีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรภายในจะต้องมีจุดมุ่งหมายชัดเจน มีขอบข่ายเนื้อหาวิชาที่เด็กจะต้องรู้ภายในเวลาที่กาหนด และเด็กต้องนาเนื้อหาวิชามาเสนอครู เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง 20. ความคิดสร้างสรรค์ เป็นการ สอนและส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิดจินตนาการ ควรตั้งคาถามให้ปลายเปิด ที่มีคาตอบมากมาย ให้อิสระแก่เด็ก ไม่ควรตาหนิหรือลงโทษเด็ก ควรมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเสียก่อน จึงจะสามารถใช้วิธีประยุกต์และสร้างสรรค์เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาที่เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  27. 27. THE END
  28. 28. จัดทำโดยนางสาวนฤมล อมรศักดิ์สวัสดิ์ รหัส 118นางสาวเบญจรัตน์ มีฉลาด รหัส 121นางสาวปาริฉตร ั ด้วงบุญมา รหัส 124นางสาวรุ่งนภา ด่านอินถา รหัส 135นายวิทยา นามณี รหัส 137 สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

×