Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
Upcoming SlideShare
Adr assessment and monitoring
Next
Download to read offline and view in fullscreen.

17

Share

Download to read offline

Adverse drug reaction 09

Download to read offline

การประเมินผื่นแพ้ยา

Related Audiobooks

Free with a 30 day trial from Scribd

See all

Adverse drug reaction 09

  1. 1. การประเมินผื่นแพ้ยา ADVERSE DRUG REACTION
  2. 2. คาจากัดความ ศูนย์ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เลือกใช้คาจากัดความขององค์การอนามัยโลก(WHO)
  3. 3. DRUG ALLERGY ปฏิกิริยาทีเกิดจากภูมิคุ้มกัน ่ของร่างกายต่อต้านยาที่ได้รับเข้าไป
  4. 4. SIDE EFFECT ผลใดๆ ที่ไม่ได้จงใจให้เกิดขึ้นจากเภสัชภัณฑ์(pharmaceutical product) ซึง ่เกิดขึ้นในขนาดการใช้ตามปกติในมนุษย์ และสัมพันธ์กับคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของยา
  5. 5. ADVERSE DRUG REACTION การตอบสนองต่อยาที่เป็นอันตราย และไม่ได้จงใจให้เกิดขึ้นซึ่งเกิดขึนในขนาดการใช้ตามปกติใน ้มนุษย์ โดยไม่รวมถึงการได้รับยาเกินขนาด หรือการจงใจใช้ยาในทางที่ผิดจนเกิดอันตราย
  6. 6. ADVERSE DRUG REACTION จากคาจากัดความดังกล่าวADR ของ WHO จึงหมายรวมทั้งการแพ้ยาและอาการข้างเคียงจากการใช้ยา ( ADR = Drugallergy + Side effect )
  7. 7. การแบ่งประเภทของ ADR Type A (Augmented) ADR Type B (Bizarre) ADR
  8. 8. T YPE A (AUGMENTED) ADRเป็นผลจากฤทธิ์เภสัชวิทยาของยา หรือเมตาบอไลท์ของยาไม่มีความจาเพาะในการเกิดกับคนบาง กลุ่มความรุนแรงของอาการที่เกิดมี ความสัมพันธ์กับขนาดยา
  9. 9. T YPE A (AUGMENTED) ADRส่วนใหญ่พบตั้งแต่ขั้นตอนการทดลองยาในสัตว์มีอุบัติการณ์เกิดสูง แต่มีอัตราการเสียชีวิตน้อยสามารถรักษาได้โดยการลดขนาดยา
  10. 10. T YPE A (AUGMENTED) ADRo พิษจากการได้รับยาเกินขนาด เช่น ตับวายจาก การได้รับ paracetamol ขนาดสูงo ผลข้างเคียงจากฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยา เช่น อาการง่วงนอนของ Chlorpheniramine เกิดความดันโลหิตต่าจากยาลดความดันโลหิต เป็นต้น
  11. 11. T YPE A (AUGMENTED) ADRo ผลต่อเนื่องจากฤทธิ์หลักของยา เช่น ท้องเสียจากการใช้ Antibiotics ที่มีฤทธิ์ กว้าง ทาให้มีการทาลาย bacterial flora ในทางเดินอาหารและมีการเจริญของเชื้อที่ ดื้อยานั้น จึงทาให้เกิดอาการท้องเสียจาก เชื้อที่ดื้อยา
  12. 12. T YPE A (AUGMENTED) ADRo ผลจากปฏิกิริยาต่อกันของยาทาให้เกิด อาการไม่พึงประสงค์ขึ้น เช่น อาการชักจาก พิษของ theophylline เมื่อใช้ร่วมกับ Erythromycin หรือ Clarithromycin
  13. 13. T YPE B (BIZARRE) ADRเป็นปฏิกิริยาตอบสนองเฉพาะสาหรับบาง คน จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความไวต่อยานั้นผลที่เกิดขึ้นไม่สัมพันธ์กับฤทธิ์ทางเภสัช วิทยาตามปกติของยาไม่สามารถทานายอาการที่เกิดขึ้นด้วย ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาได้
  14. 14. T YPE B (BIZARRE) ADRความรุนแรงของอาการที่เกิดไม่สัมพันธ์กับ ขนาดยา ได้รับยาเพียงเล็กน้อยก็อาจเกิด อันตรายถึงชีวิตไม่สามารถสังเกตพบจากขั้นตอนการ ตรวจสอบความเป็นพิษของยาในการทดลอง ยาใหม่ หรือทานายฤทธิ์จากสัตว์ทดลองได้
  15. 15. T YPE B (BIZARRE) ADRมีอุบัติการณ์การเกิดต่า แต่ทาให้ เสียชีวิตได้สูงการรักษาทาได้โดยหยุดใช้ยา
  16. 16. T YPE B (BIZARRE) ADR• Anaphylaxis จากการแพ้ยากลุ่มเพน นิซิลลิน• Stevens – Johnson syndrome จากการแพ้ยากลุ่ม Sulfa
  17. 17. OTHER T YPE• Type C, D และ E• เข้าใจได้ยากในทางปฏิบัติ
  18. 18. การแบ่งตามกลไกการเกิดปฏิกิริยาImmunologictypeNon - immunologic type
  19. 19. IMMUNOLOGIC TYPE ADR ที่เรียกว่าการแพ้ยา(drug allergy) กลไกการเกิดจะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
  20. 20. IMMUNOLOGIC TYPEอาการที่เกิดขึ้นไม่มีความสัมพันธ์กับผล ทางเภสัชวิทยาตามปกติของยาการตอบสนองของการแพ้ไม่สัมพันธ์เชิง เส้นตรงกับปริมาณของยา แม้ได้รับ ปริมาณน้อยๆ ก็สามารถทาให้เกิดการแพ้ ได้
  21. 21. IMMUNOLOGIC TYPEเกิดอาการเมื่อรับยาสักระยะหนึ่งที่นานพอจนยา สามารถกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน จึงจะแสดงอาการ โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ลักษณะอาการแพ้ยาที่เป็นปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ผื่น หอบ ผื่นลมพิษ anaphylaxis angioedema
  22. 22. IMMUNOLOGIC TYPE การจัดการปัญหาในกรณีของ Immunologic type คือให้หยุดใช้ยา และห้ามใช้ยานั้นอีกต่อไป
  23. 23. NON - IMMUNOLOGIC TYPEกลไกการเกิดจะไม่เกี่ยวข้องกับระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเกิดอาการได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ ได้รับยา เพราะเป็นผลจากฤทธิ์ของ ยาโดยตรง
  24. 24. NON - IMMUNOLOGIC TYPE การจัดการปัญหาทาได้โดยการหยุดใช้ยาในกรณีที่รุนแรง หรือหากไม่รุนแรงอาจใช้วิธีการลดขนาดยา ลดความเร็วในการให้ยา หรืออาจให้ยาป้องกัน และผู้ป่วยยังสามารถใช้ยานั้นในครั้งต่อไปได้
  25. 25. ลักษณะผื่นแพ้ยา
  26. 26. Maculopapular rash
  27. 27. • พบบ่อยที่สุด• Macule หมายถึง ผื่นที่มีเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสีผิว มีขนาดใหญ่กว่า 1 ซม.• Papule หมายถึง ตุ่มนูนที่ผิวหนัง• มีอาการคันร่วมด้วย
  28. 28. Urticaria (ผื่นลมพิษ)
  29. 29. • เกิดขึ้นเร็วมาก• เป็นรอยนูนแดงขนาดเล็ก คันมาก• ผื่นค่อยๆ ขยายออก มีขอบยกนูน รูปร่างเหมือนวงกลม แต่มักไม่ครบวง•บางครั้งดูคล้ายแผนที่มีขอบหยักไปหยักมา ผื่นกระจายทั่วร่างกาย
  30. 30. Angioedema
  31. 31. • ผื่นลมพิษที่เกิดในชั้นผิวหนังส่วนลึกหรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง• มักเกิดตามเยื่อบุ เช่นเปลือกตา ริมฝีปาก อวัยวะเพศ ซึ่งจะบวมนูนไม่มีขอบเขตชัดเจน•กว่าจะยุบอาจใช้เวลา 2-5 วัน
  32. 32. Fixed Drug Eruption
  33. 33. • รูปร่างกลม ขอบชัด สีแดงจัดจนตรงกลางของผื่นอาจเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้าหรือสีม่วงหรือพองเป็นตุ่มน้า• ผื่นมักจะมีอาการแสบร้อนเจ็บๆคันๆ• พบบ่อยที่บริเวณริมฝีปากและเยื่อบุตามผิวหนังอื่นๆ
  34. 34. • เมื่อได้รับยาที่เป็นสาเหตุอีกในครั้งต่อมาจะปรากฏผื่นที่บริเวณเดิมทุกครั้ง• มักเกิดหลังรับยาประมาณ 30นาที แต่มักไม่นานเกิน 24ชั่วโมง•เมื่อผื่นหายแล้วจะปรากฏรอยดาที่บริเวณผื่นนานเป็นเดือน
  35. 35. Exfoliative dermatitis
  36. 36. • ผิวหนังจะแดงทั่วๆไปคล้าย MP rash แต่ไม่เกิดอย่าง รวดเร็ว• ไม่มีอาการแสบร้อน และไม่ เกิดตุ่มน้าพอง• ผิวหนังจะค่อยๆ ลอกเป็นขุย แห้งจนทั่วร่างกาย• ฝ่ามือฝ่าเท้าจะหนาเป็นแผ่นกว่าจะหลุดใช้เวลานานกว่า
  37. 37. Erythema multiforme
  38. 38. แบ่งเป็น 2 ชนิดo EM minor หรือ EM มีผื่น ตามผิวหนังร่วมกับผื่นตามเยื่อ บุ เช่น เยื่อบุตา เยื่อบุช่อง ปาก จมูก ทวาร อวัยวะเพศ อีก 1 แห่งo ลักษณะเหมือนเป้ายิงธนู (Target lesion)
  39. 39. o EM major หรือที่เรียกว่า Stevens Johnson syndrome จะมีผื่นตามเยื่อบุ มากกว่า 1 แห่งo มีอาการค่อนข้างรุนแรงกว่า อาการนาก่อนเกิดผื่น ผู้ป่วย จะมีอาการคล้ายไข้หวัด คือมี ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตาม เนื้อตัว ปวดข้อ•
  40. 40. • ผื่นมักเกิดภายหลังรับยา 5 – 7 วัน• มักพบผื่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า แขน ขา และเยื่อบุก่อน จากนั้นจะ ลามไปที่ลาตัว• บริเวณเยื่อบุต่างๆจะมีอาการ มากกว่า โดยพบมีแผลที่เยื่อบุ ตา ช่องปากจมูก อวัยวะเพศ
  41. 41. การประเมิน ADR อย่างเป็นระบบ
  42. 42. ขั้นตอนที่ 1 การวินิจฉัยผื่นแพ้ยา ต้องอาศัยความร่วมมือของแพทย์ ในการวินิจฉัยผื่นแพ้ยา ชนิดของ ผื่นที่ถูกต้อง ทาให้การสืบค้นข้อมูลเพื่อหายาที่ สงสัยเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น
  43. 43. ขั้นตอนที่ 2 การหายาที่สงสัย หาว่ายาชนิดใดบ้างที่ระยะเวลาที่ได้รับยาเข้ากันได้กับ onset ของการเกิดผื่นแพ้ยาดังกล่าว
  44. 44. ขั้นตอนที่ 3 หาสาเหตุอื่นที่อาจเป็นไปได้• ยาชนิดอื่นที่ผู้ป่วยได้รับร่วมด้วย• โรคประจาตัวที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ หรือโรคร่วม อื่นๆ• หรือเหตุการณ์ประจวบเหมาะอื่นๆ เช่น การแพ้อากาศ อาหาร สารเคมีอื่นๆ
  45. 45. ขันตอนที่ 4 ้การประเมินโดยใช้ ALGORITHMที่นิยมใช้มี 3 algorithms คือo WHO’s criteriao Naranjo’s algorithmo Thai Algorithm
  46. 46. THAI ALGORITHMhttp://www.slideshare.net/elixer/thaialgorithm-slide-presentation
  47. 47. ขั้นตอนที่ 5 การสรุปผลการประเมิน ออกบัตรแพ้ยา ส่งต่อข้อมูล ให้คาแนะนาแก่ผู้ป่วยและญาติ
  48. 48. ตัวอย่างการเขียนบัตรแพ้ยา Penicillin MP Rash 2 ภก.รชานนท์ เพนนิซิลลิน ผืนคันทัวตัว ่ ่ 20/3/52
  49. 49. การส่งต่อข้อมูลเรียนแพทย์ผเกียวข้อง ู้ ่ผู้ป่วยแพ้ยา Penicillin มีอาการแบบ MP Rashแนะนาให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่ม Penicillin ครับ ภก. รชานนท์ 20/3/52
  50. 50. กรณีศึกษา
  51. 51. หญิงไทยอายุ 35 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการ คันบริเวณเปลือกตาทั้งสองข้าง และบวมแดง
  52. 52. จากรูปเป็นความผิดปกติแบบใด ? a) MP Rash b) Urticaria c) Angioedema d) Exfoliative Rash
  53. 53. ขั้นตอนที่ 1 การวินิจฉัยผื่นแพ้ยา ผู้ป่วยมีอาการบวมนูนที่เปลือกตาทั้งสองข้าง และมีอาการคันร่วม แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นAngioedema
  54. 54. ประวัติการใช้ยาo 3 วันก่อน มีการใช้ยา Paracetamol (500) 2 tab prno 2 ชม. ก่อนพึ่งกินยา Ibuprofen (400) ไป 1 เม็ดo ประวัติเคยทาน Paracetamol เป็น ประจาโดยไม่มีอาการผิดปกติ
  55. 55. ยาชนิดใดน่าจะเป็นสาเหตุ ?a) Paracetamol (500)b) Ibuprofen (400)
  56. 56. ขั้นตอนที่ 2 การหายาที่สงสัย จากช่วงเวลา และประวัติการได้รับยาของผู้ป่วย ยาที่น่าจะทาให้เกิด angioedema ในผู้ป่วยรายนี้มากที่สุดคือ Ibuprofen
  57. 57. ขั้นตอนที่ 3 หาสาเหตุอื่นที่อาจเป็นไปได้o มียาอื่นที่ใช้ร่วมหรือไม่o มีโรคประจาตัวหรือไม่o มีประวัติเคยแพ้ยา อาหาร หรือสารเคมีหรือไม่o ถูกทุกข้อ
  58. 58. ขั้นตอนที่ 3 หาสาเหตุอื่นที่อาจเป็นไปได้o ผู้ป่วยปฏิเสธโรคประจาตัว และการใช้ยาอื่น ร่วมo ไม่มีประวัติแพ้ยา สารเคมี หรืออาหารใดๆo ช่วงนี้ไม่มีการเปลี่ยนเครื่อง สาอางค์ สบู่ และแชมพูที่ใช้
  59. 59. ขันตอนที่ 4 ้การประเมินโดยใช้ ALGORITHMo Thai Algorithmo จาไม่ได้ว่าเคยใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs หรือเปล่าo ไม่เคยเกิดการแพ้แบบนี้มาก่อน
  60. 60. Ibuprofen Angioedema
  61. 61. Ibuprofen Angioedema Probable (น่าจะใช่)
  62. 62. ขั้นตอนที่ 5 การสรุปผลการประเมิน ผู้ป่วยแพ้ยา Ibuprofen แบบ Angioedema ผู้ป่วยจาไม่ได้ว่าเคยทานยากลุ่ม NSAIDs หรือเปล่า จึงบอกไม่ได้ว่าจะแพ้ยาตัวอื่นใน กลุ่มด้วยหรือไม่ แนะนาให้หลีกเลี่ยงยาในกลุ่ม NSAIDs ทั้งหมด
  63. 63. การเขียนบัตรแพ้ยา AngioedemaIbuprofen เปลือกตาบวมอัยบูโพรเฟน ทังสองข้าง มี 2 ภก.รชานนท์ ้ 12/3/52 อาการคันร่วม แนะนาให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น Aspirin (แอสไพริน), Diclofenac (ไดโคลฟีแนค), Indomethacin (อินโดเมทาซิน) และ Piroxicam (ไพร็อกซิแคม)
  64. 64. การส่งต่อข้อมูลเรียนแพทย์ผเกียวข้อง ู้ ่ผู้ป่วยแพ้ยา Ibuprofen มีอาการแบบ Angioedemaแนะนาให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs ครับ ภก. รชานนท์ 12/3/52
  65. 65. THANK YOUFOR ATTENTION
  66. 66. ตัวอย่างคาถาม ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติเคยแพ้ยาหรือไม่ถ้าแพ้ ทราบชื่อที่แพ้หรือไม่ชื่อยาอะไรทราบชื่อยาได้อย่างไรใครเป็นผู้บอกว่าท่านแพ้ยาเคยได้รับบัตรแพ้ยาไหม
  67. 67. ตัวอย่างคาถาม ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติยาที่แพ้มีรูปร่างอย่างไรใช้ยาดังกล่าวเพื่อรักษาโรคอะไรได้รับยามาจากที่ไหน รับประทานอย่างไรลักษณะอาการแพ้เป็นอย่างไรเกิดอาการหลังจากใช้ยาไปนานเท่าใดหรือรับประทานยาไปกี่มื้อก่อนเกิดอาการ
  68. 68. ตัวอย่างคาถาม ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติอาการที่เกิดนั้นคงอยู่นานแค่ไหนตอนนี้ยังมีอาการอยู่หรือไม่ดีขึ้น หรือ แย่ลง หรือคงที่ อย่างไรภายหลังเกิดอาการ หยุดยาหรือไม่ถ้าหยุดยา หยุดยามานานเท่าไรแล้วหรือรับประทานยามื้อสุดท้ายเมื่อไร
  69. 69. ตัวอย่างคาถาม ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติหลังหยุดยาอาการเป็นอย่างไรดีขึ้นไหมลองซักถามชื่อยาในกลุ่มเดียวกันว่าผู้ป่วย เคยรับประทานหรือไม่ถ้าเคยมีอาการผิดปกติไหม หรือเคยแพ้ ไหม
  70. 70. ตัวอย่างคาถาม ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติเคยแพ้ยา อาหารหรือสารเคมีอื่นใด หรือไม่มีโรคประจาตัวอะไรหรือไม่ มียาที่ใช้เป็น ประจาอะไรอยู่บ้าง ใช้มานานแค่ไหนแล้วปกติเวลาเจ็บป่วย ซื้อยา ใช้ยาหรือไม่ รักษาที่โรงพยาบาลใด
  71. 71. ตัวอย่างคาถาม ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ป่วยและญาติรักษาที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใดเป็น ประจาขอดูยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ทั้งหมด
  • ssusere0b6f2

    Sep. 2, 2021
  • PeemaiNinpetch

    Feb. 1, 2021
  • bbowz39965

    Dec. 17, 2018
  • d_mat_ae

    Jun. 27, 2018
  • wasananpakbung

    Jun. 18, 2018
  • ssusera9b154

    May. 17, 2018
  • Mukry9635

    Jan. 16, 2018
  • MoowahnGN

    Dec. 17, 2017
  • DararatSanongjitjaroen

    Jul. 26, 2017
  • Kanyanat_Pim

    Jul. 12, 2017
  • nutthaya1993

    Jun. 29, 2017
  • suparichartprompitakkul

    Jun. 14, 2017
  • SAWITREESRISANGBUN

    Apr. 11, 2017
  • sarawutsriprasarn

    Aug. 30, 2016
  • chojungc

    Oct. 10, 2015
  • nathawatkerdsuk

    Aug. 16, 2015
  • nunarx

    Mar. 7, 2015

การประเมินผื่นแพ้ยา

Views

Total views

16,233

On Slideshare

0

From embeds

0

Number of embeds

14

Actions

Downloads

340

Shares

0

Comments

0

Likes

17

×