ใบความรู้เรื่อง ความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของงานช่าง

5,095 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
5,095
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1,235
Actions
Shares
0
Downloads
39
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ใบความรู้เรื่อง ความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของงานช่าง

  1. 1. ใบความรู้เรื่อง ความหมาย ความสาคัญและประโยชน์ของงานช่าง งานช่าง ช่าง หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ความชานาญในงาน หรือในศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่ง งานช่างหมายถึง สิ่งที่เป็นผลเกิดจากการทางานของช่างซึ่งแบ่งออกได้หลายสาขา เช่น ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างโลหะ ช่างยนต์ ช่างประปาเป็นต้น ความสาคัญของงานช่าง เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้งานช่างในแต่ละสาขาและได้ทดลองปฏิบัติเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถทาได้ด้วยตนเอง ประโยชน์ของงานช่าง 1. สามารถใช้เครื่องมือ เครื่องใช้สอยได้อย่างถูกต้อง 2. เข้าใจคุณสมบัติของวัสดุได้อย่างถูกต้อง 3. เข้าใจคุณสมบัติของวัสดุ ซึ่งช่วยทาให้เกิดความประหยัด ทาให้อายุการทางานของเครื่องมือ เครื่องใช้ยาวนาน ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานช่าง การทางานทุกชนิด ผู้ทางานจะต้องนึกถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้ที่ทางานช่างความปลอดภัยถือว่าเป็นหัวใจของการปฏิบัติงานช่างทีเดียว เพื่อ เป็น การป้องกัน และขจัดปัญหา จากการเกิดอุบัติเหตุซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากการใช้ เครื่องมือและเครื่องจักรต่างๆ และแม้ว่าเครื่องมือเครื่องจักรกลสมัยใหม่ ได้รับการออกแบบอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ผู้ใช้ก็ควรใช้อย่าระมัดระวัง โดยการปฏิบัติตามระเบียบของห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน กฎการใช้เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตลอดจนการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ถูกต้อง ตรงกับหน้าที่และวิธีการใช้ สิ่งที่ควรคานึงถึงคือ 1. ระเบียบและกฎความปลอดภัยในโรงฝึกงาน 1.1 ก่อนเข้าห้องปฏิบัติงานใดในโรงฝึกงานนอกเวลาจะต้องได้รับอนุญาตจากครูผู้สอนก่อนทุกครั้ง 1.2 นักเรียนต้องเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อรับคาสั่งจากผู้สอนก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง 1.3 ขณะที่ปฏิบัติงานต้องแต่งกายรัดกุม ขณะปฏิบัติงานไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับอื่นที่เป็นโลหะรุ่งริ่งจะทาให้เกิดความเสียหายและทาให้เกิดอันตรายได้ 1.4 ห้ามหยอกล้อหรือเล่นกันภายในโรงฝึกงานโดยเด็ดขาด 1.5 นักเรียนจะต้องใช้เครื่องมือในการฝึกปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท 1.6 การเบิกจ่ายเครื่องมือนักเรียนจะต้องเข้าแถวให้เป็นระเบียบ 1.7 เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย จงหยุดปฏิบัติงาน อย่าฝ่าฝืนทางานต่อเพราะอาจจะได้รับอุบัติเหตุได้ง่าย
  2. 2. 1.8 หลังเลิกปฏิบัติงานแล้วทุกครั้ง นักเรียนจะต้องรับผิดชอบทาความสะอาดโรงฝึกงานให้เรียบร้อย 1.9 ให้ปฏิบัติตามกฎและระเบียบโรงฝึกงานอย่างเคร่งครัด 2. ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือ 2.1 ก่อนใช้เครื่องมือทุกชนิดต้องตรวจดูว่า เครื่องมืออยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะ ใช้งานได้ 2.2 เครื่องมือประเภทตัดทุกชนิดมีอันตราย เวลาตัดควรระวังนิ้วมือทุกขณะ 2.3 ก่อนเปิดเครื่องสว่านให้หมุน ต้องแน่ใจว่าถอดประแจออกจาจาปาแล้ว 2.4 การเจาะชิ้นงานเล็กควรจับงานไว้ที่แท่นของดอกสว่าน หรือจับด้วยปากกาประจาแท่นสว่าน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น 2.5 การใช้ค้อน อย่าใช้ค้อนที่ด้ามไม่แน่น หรือแตกชารุด 2.6 การใช้สกัด อย่าใช้สกัดที่มีปลายเยินเป็นรูปดอกเห็ด เพราะรอยเยินนั้นอาจจะกระเด็นออกมา ทาให้เกิดอันตรายได้ 2.7 เมื่อตัดโลหะออกแล้วควรใช้ตะไบลบรอยคมออกด้วย 3. ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ในการทางานนั้นเป็นช่างจะต้องคานึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพราะถ้าประมาทเลินเล่อก็อาจทาให้เสียทั้งงาน และทรัพย์สินโดยใช่เหตุ หรือบางครั้งอาจเกิดอันตรายถึงพิการหรือเสียชีวิตได้ ความปลอดภัยในการทางานย่อมเป็นสิ่งปรารถนาของทุก ๆ คน การรู้จักวิธีการทางาน รู้จักวิธีใช้เครื่องมือด้วยความไม่ประมาทคอยระวังอยู่เสมอ ๆ จะช่วยขจัดปัญหาอุบัติเหตุได้มาก เครื่องมือทุกชนิดแม้จะออกแบบอย่างเหมาะสมแต่ก็อาจจะเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้เครื่องมือควรจะระมัดระวังอยู่เสมอ สาเหตุที่ทาให้เกิดอันตรายจากการทางาน สาเหตุที่ทาให้เกิดอันตรายในการทางานอาจสรุปอย่างกว้าง ๆ ได้ 4 ประการ คือ เกิดจากตัวบุคคลเอง จากเครื่องมือ อุปกรณ์ และวัสดุต่าง ๆ เกิดจากสภาพแวดล้อม และ เกิดจากการจัดระบบงาน เช่น 1. การแต่งกายไม่รัดกุม ใส่เครื่องประดับ ผมยาว ปล่อยชายเสื้อ ไม่สวมรองเท้า 2. สุขภาพไม่ดี เหน็ดเหนื่อยเกินไป ขาดความรู้และประสบการณ์ ขาดความ รอบคอบประมาทไม่ระมัดระวังไม่วางแผนในการทาแผนงานที่กาหนดไว้ ไม่รู้จัก ประมาณ 3. เครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ชารุด หรือเริ่มชารุด ไม่ควร ใช้เครื่องมือผิดประเภทใช้ผิดวิธี หยิบมาใช้งานโดยไม่ได้ตรวจสอบก่อน ใช้แล้วไม่เก็บเข้าที่ ไม่เก็บวัสดุไว้ในที่ปลอดภัย
  3. 3. 1. สถานที่ปฏิบัติงานไม่เหมาะสม ไม่สะอาด ไม่เป็นระเบียบ เกะกะ ทาให้การทางานไม่สะดวกบริเวณงานคับแคบ แสงสว่างไม่เพียงพอ 2. การวางแผนการทางานไม่ดี ไม่รอบคอบ ทางานผิดขั้นตอน แนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อรักษาความปลอดภัย 1. ก่อนที่จะใช้เครื่องมือทุกชนิดควรตรวจสภาพก่อนว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย หรือไม่ 2. ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย เช่น แว่นตา ถุงมือเสมอ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือขัด หรืองานที่ต้องจับต้องสารเคมี 3. การใช้เครื่องมือจับยึดชิ้นงาน ขณะเจาะหรือตัด 4. การทางานที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนการตรวจซ่อมควรตัดกระแสไฟฟ้าออกเสียก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าไม่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าออกได้ ควรใช้อุปกรณ์ช่วยป้องกันอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่น ใส่ถุงมือ สวมรองเท้ายาง และยืนบนพื้นที่แห้ง โดยทางานด้วยความสุขุมรอบคอบจริง 5. ในการใช้เครื่องมือที่สาคัญ เช่นเลื่อย สิ่ว ตะไบ ควรระมัดระวังผู้ปฏิบัติงานข้างเคียง 6. การทางานในที่อับชื้น ควรใช้พัดลมเป่าช่วยให้การถ่ายเทอากาศดีขึ้น 7. ก่อนที่จะใช้เครื่องมือเครื่องจักรใดๆ ควรศึกษาวิธีการใช้เครื่องมือก่อน 8. ไม่ควรทาความสะอาดเครื่องมือเครื่องจักรขณะที่กาลังเดินเครื่องอยู่ 9. ก่อนและหลังปฏิบัติงานตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่ทางานทุกครั้ง 10. ควรเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ไว้ในที่เหมาะสมและแยกเป็นประเภทไว้ การป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ เราสามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นวิธีการที่จะช่วยลด อุบัติเหตุได้ดังนี้ 1. ระมัดระวัง ดูแลเครื่องมือเครื่องใช้อยู่เสมอ 2. ระมัดระวังตนเองอยู่ตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน 3. จัดสถานที่ทางานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยเหมาะสมที่จะทางาน 4. การทางานในที่สูงควรใช้อุปกรณ์ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตก เช่นใช้เข็มขัดป้องกันภัย 5. ในกรณีที่จาเป็นต้องทางานใกล้เชื้อเพลิง ควรมีน้ายาดับเพลิงวางไว้ ใกล้ ๆ
  4. 4. หลักการเกี่ยวกับความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ควรจะยึดหลักที่เรียกว่า 5 ส. ได้แก่ สะสาง สะดวก สะอาดสุขลักษณะ และสร้างนิสัย โดยเขียนเป็นตารางได้ดังนี้ หลักการ ผลจากการไม่ดาเนินการ ผลจากการดาเนินการ1. สะสาง การขจัดสิ่งของ 1. เสียเวลาค้นหาสิ่งของ 1. หาสิ่งของที่ต้องการได้ง่ายที่ไม่ต้องการออก 2. ตรวจสอบยากว่ามีของที่ต้องการอยู่ 2. มีพื้นที่ว่างฝึกปฏิบัติงาน หรือไม่ 3. สถานที่ปฏิบัติงานมีน้อย 4. สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการดูแล2. สะดวก จัดของที่ใช้ให้ 1. ดูแลรักษายาก 1. รักษาคุณภาพของสิ่งต่าง ๆได้เป็นระเบียบโดยคานึงถึง 2. เป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุ ง่ายความปลอดภัย 3. เสียเวลาค้นหา 2. ลดการเกิดอุบัติเหตุ 3. ไม่เสียเวลาในการหยิบใช้ 4. ตรวจสอบสิ่งของได้ง่ายขึ้น3. สะอาด ทาความสะอาด 1. สถานที่ปฏิบัติงานรกรุงรัง2. เครื่องมือ 1. สถานที่ปฏิบัติงานสะอาดสถานที่ปฏิบัติงานเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ชารุดเสียหาย วางไม่ เหมาะสมกับการฝึกปฏิบัติงานและอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นระเบียบ 2. เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆให้เรียบร้อย อยู่ในสภาพที่สามารถนามาใช้ได้ ทันที4. สุขลักษณะ จัดสถานที่ฝึก 1. เกิดมลภาวะต่าง ๆ เช่น 1. สถานที่ปฏิบัติงานมีความปฏิบัติงานให้ถูกสุขลักษณะ ฝุ่นละออง อับชื้น กลิ่น เสียงดัง ร่มรื่นปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทดีเพื่อสุขภาพอนามัยของ 2. เสียสุขภาพจิต 2. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีตนเองและผู้ร่วมงาน 3. ไม่กระตือรือร้น5. สร้างนิสัย ปฏิบัติ 4 ส แรก หมายเหตุจนเกิดทักษะและติดนิสัย 1. ฝึกทักษะจนติดเป็นนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงาน เช่น รักษาความสะอาดมีของตนเอง ระเบียบวินัยในการปฏิบัติงาน 2. คานึงถึงความปลอดภัย และกฎของโรงฝึกงาน
  5. 5. หลักและวิธีการปฐมพยาบาล การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่เกิดบาดแผล 1. ถ้าผู้ป่วยที่เป็นลมหรือหมดสติต้องรีบแก้ไข ให้ฟื้นสู่สภาพปกติและทาความสะอาด บาดแผล 2. เมื่อโลหิตหยุดไปแล้ว ควรชาระล้างแผลให้ สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 3. ถ้าเกิดแผลเล็กน้อย เช่น แผลรอยถลอก รอยขีดขวนเมื่อทาความสะอาดบาดแผลฃแล้ว ควรใส่ยาแผลสดอีกครั้ง 4. ถ้าเกิดบาลแผลฉกรรจ์ ควรปฐมพยาบาลไปพร้อม ๆ กับการนาส่งโรงพยาบาลการปฐมพยาบาลเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา 1. ควรลืมตาในน้าสะอาด และกระพริบตาช้า ๆ 2. ควรดึงเปลือกตาทั้งบนและล่างให้ห่างออกจากกัน เพื่อ สารวจหาสิ่งแปลกปลอมถ้าพบควรใช้ผ้าสะอาดเขี่ยออก 3. ถ้ารู้สึกว่ายังมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ ควรใช้ผ้าแห้งปิด ทับไว้แล้วรีบไปพบแพทย์ 4. ในกรณีที่มีสิ่งแปลกปลอมฝังลงในตา ไม่ควรขยี้ตา หรือใช้ของแหลมเขี่ยออกควรหลับตาและใช้ผ้านิ่ม ๆ วางทับเปลือกตาไว้แล้วรีบไปพบแพทย์ 5. เมื่อผู้ป่วยถูกกรดหรือด่างกระเด็นเข้าตา ต้องรีบใช้น้า สะอาดล้างหน้าและตาโดยเร็วก่อนจะไปพบแพทย์

×