Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Pneumonia

53,256 views

Published on

  • Be the first to comment

Pneumonia

  1. 1. Pneumonia
  2. 2. Pneumonia <ul><li>หมายถึง การอักเสบของปอดซึ่งถือเป็นภาวะร้ายแรงชนิดหนึ่ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า &quot; นิวโมเนีย &quot; (pneumonia) ชาวบ้านเรียกว่า &quot; ปอดบวม &quot; มักพบในคนที่ไม่แข็งแรง ( มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ) เช่น เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กแฝด เด็กขาดอาหารหรือเด็กที่กินนมข้นกระป๋อง คนชรา คนเมาเหล้า คนที่เป็นโรคทางปอดเรื้อรัง ( เช่น หืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมพอง ) คนที่กินสเตอรอย์เป็นประจำ อาจพบเป็นโรคแทรกซ้อนของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ หัด อีสุกอีใส ไอกรน ฯลฯ ผู้ป่วยที่ฉีดยาด้วยเข็มสกปรก หรือพวกที่ฉีดยาเสพติดด้วยตนเอง ก็มีโอกาสติดเชื้อกลายเป็นโรคปอดบวมชนิดร้ายแรง ( จากเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส ) ได้ </li></ul>
  3. 4. สาเหตุ <ul><li>เ กิดจากมีเชื้อโรคหรือสารเคมีเข้าไปทำให้มีการอักเสบของปอด ที่สำคัญได้แก่ 1. เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งพบเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคนี้ ที่พบบ่อยและรักษาได้ง่ายได้แก่ เชื้อปอดบวม หรือ นิวโมค็อกคัส (Pneumococcus) ที่พบน้อยแต่ร้ายแรง ได้แก่ เชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส (Strephylococcus) สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) เคล็บซิลลา (Klebsiella) 2. เชื้อไวรัส เช่น หัด ไข้หวัดใหญ่ อีสุกอีใส ฯลฯ 3. เชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma pneumoniae) ซึ่งทำให้ปอดอักเสบชนิดที่เรียกว่า Atypical pneumonia เพราะมักจะไม่มีอาการหอบอย่างชัดเจน 4. เชื้อรา พบได้ค่อนข้างน้อย แต่รุนแรง 5. สารเคมี ที่พบบ่อยได้แก่ น้ำมันก๊าด ซึ่งผู้ป่วยสำลักเข้าไปในปอด มักจะเป็นที่ปอดข้างขวามากกว่าข้างซ้าย </li></ul>
  4. 5. การติดต่อ <ul><li>การสำลักสารเคมีหรือเศษอาหาร ที่สะสมรวมกลุ่มอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบน ( upper airway colonization ) หรือที่สะสมอยู่บริเวณหลอดคอ ( Oropharyngeal aspiration ) เข้าไปในปอด </li></ul><ul><li>ทางเดินหายใจ โดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ( Droplet nuclei ) </li></ul><ul><li>แพร่กระจายไปตามกระแสเลือด เช่นการฉีดยา ให้น้ำเกลือ การอักเสบในอวัยวะส่วนอื่น เป็นต้น </li></ul>
  5. 6. <ul><li>การแพร่กระจายของบุคลากรทางการแพทย์ </li></ul><ul><li>การทำหัตถการบางอย่าง เช่น Bronchoscopy </li></ul><ul><li>การได้รับเชื้อผ่านทางละอองฝอยของ Neubulizer ที่ไม่สะอาด </li></ul>
  6. 7. ระยะฟักตัว ไม่แน่ชัดขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ อาจสั้นเพียง 1-3 วัน หรือนาน 1-4 สัปดาห์
  7. 8. <ul><li>ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการน้ำมูกไหล จาม คัดจมูกนำมาก่อน </li></ul><ul><li>บางรายอาจเริ่มด้วยไข้สูง หนาวสั่น ไอ หายใจลำบากมี Chest retraction ,Nasal Flaring หรืออาการอื่นๆของภาวะหัวใจล้มเหลว </li></ul><ul><li>ฟังเสียงปอดอาจได้ยินเสียงกรอบแกรบ ( Time or medium crepitations ) อาจได้ยินเสียง Rhonchi ร่วมด้วย ในกรณีที่พยาธิสภาพเป็นแบบ Consulidation อาจได้ยินเสียง Bronchial breath sound </li></ul><ul><li>อาจมีอาการอื่นๆที่ไม่จำเพาะ เช่น ท้องอืด อาเจียน ซึม โดยเฉพาะเด็กเล็ก </li></ul>อาการของโรค
  8. 9. ภาวะแทรกซ้อน <ul><li>อาจทำให้เป็นฝีในปอด ( Lung abscess ) มีหนองในช่องหุ้มปอด , ปอดแฟบ ( Ateledtasis ) หลอดลมพอง , เยื้อหุ้มสมองอักเสบ , เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ( Pericarditis ) เยื่อบุช่องท้องอักเสบ , ข้ออักเสบเฉียบพลั น , โลหิตเป็นพิษ ที่สำคัญคือภาวะขาดออกซิเจน และภาวะขาดน้ำซึ่งถ้าพบในเด็กเล็กและคนแก่ อาจทำให้ตายได้รวดเร็ว </li></ul>
  9. 10. การวินิจฉัย <ul><li>จากอาการแสดงคือ ไข้ ไอ หายใจเร็ว ร่วมกับฟังปอดได้ยินเสียง Crepitation หรือ Bronchial breath sounds </li></ul><ul><li>ภาพรังสีทรวงอก </li></ul>
  10. 11. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ <ul><li>CBC or Hemoculture </li></ul><ul><li>Sputum </li></ul><ul><li>U/A </li></ul><ul><li>X-Ray </li></ul><ul><li>Electolyte </li></ul><ul><li>Renal function </li></ul><ul><li>Liver function </li></ul><ul><li>Aterial blood gas(ABG ) or Oximetry </li></ul>
  11. 12. การรักษา <ul><ul><li>การรักษาจำเพาะ </li></ul></ul><ul><ul><li>ในรายที่เป็นปอดอักเสบจาก V irus ไม ่มียาที่รักษาจำเพาะ ควรให้การรักษาแบบประคับประครอง และบำบัดรักษาทางระบบหายใจที่เหมาะสม </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเร็วที่สุด ทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย การพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะควรเลือกใช้ตามเชื้อที่คิดว่าเป็นสาเหตุ และมีข้อมูลทางคลินิคและทางระบาดวิทยาของท้องถิ่นนั้น </li></ul></ul>
  12. 13. การรักษา ( ต่อ ) <ul><li>การรักษาทั่วไป </li></ul><ul><li>ให้สารน้ำให้เพียงพอ แนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ ในรายที่หอบมาก </li></ul><ul><li>ท้องอืด รับประทานอาหารไม่ได้ พิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือดและงดอาหารทางปาก </li></ul><ul><li>ให้ออกซิเจนในรายที่มีอาการเขียว หายใจเร็ว หอบชายโครงบุ๋ม กระวนกระวาย หรือซึม </li></ul>
  13. 14. การรักษา ( ต่อ ) <ul><li>ใช้ยาขยายหลอดลมในรายที่ได้ยินเสียง Wheeze หรือ Rhonchi และมีการตอบสนองต่อยาขยายหลอดลม </li></ul><ul><li>พิจารณาให้ยาขับเสมหะ หรือยาละลายเสมหะ ในกรณีที่ให้สารน้ำเต็มที่แต่เสมหะยังเหนียวอยู่ ไม่ควรให้ยากดการไอ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี </li></ul>
  14. 15. การรักษา ( ต่อ ) <ul><ul><li>ทำกายภาพบำบัดทรวงอก ( Chest physical therapy ) เพื่อช่วยให้เสมหะถูกขับออกจากปอดและ หลอดลมได้ดีขึ้น </li></ul></ul><ul><ul><li>การรักษาอื่นๆตามอาการ ได้แก่ ให้ยาลดไข้ </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้ที่มีภาวะหายใจล้มเหลวหรือหยุดหายใจพิจารณาใส่ท่อหลอดลมและเครื่องช่วยหายใจ </li></ul></ul>
  15. 16. Principles of antimicrobial therapy <ul><li>Macrolides : erythromycin ,roxithromycin,clarithromycin ,azithromycin and doxycycline </li></ul><ul><li>Fluroquinolones : levofloxacin gatifloxacin and moxifloxacin </li></ul><ul><li>Cefotaxime ,Ceftriaxone </li></ul><ul><li>Beta-lactam </li></ul>
  16. 17. Duration of antibiotic therapy at least 10-14 day Drug/ Dosage Ampicillin/sulbactam 3 gm IV q 6hr. Azithromycin 500 mg oral or IV q 24 hr. Clarithromycin 500 mg oral or IV q 12 hr. Roxithromycin ( Rulid )300 mg oral or IV q 12 hr. E rythromycin 1 gm IV q 6 hr.or500 mg oral 6hr. Cefazolin 1-2 gm IV q 8 hr. Cefotaxime ,Ceftizoxime 1-2 gm IV q 8-12 hr. Ceftazidime 1 gm IV q 6-8 hr. Cefuroxime 750 mg IV q 8 hr. Ciprofloxacin 400 mg IV or 750 mg PO q 12 hr. Clindamycin 600-900 mg IV q 8 hr. Doxycycline 100 mg oral or IV q 12 hr. Tetracycline 500 mg or IV q 6 hr. Imipenem 500 mg IV q 6 hr. Metronidazole 500 mg IV or PO q 6 hr. Pennicillin G 1-3 million unit IV q 4-6 hr. Vancomycin 1 gm IV q 12 hr.
  17. 18. Swicth to oral therapy <ul><li>ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยและไอน้อยลง </li></ul><ul><li>ไข้ลงเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง </li></ul><ul><li>ไม่มีคลื่นไส้อาเจียน สามารถรับประทานอาหารและยาทางปากได้ </li></ul><ul><li>ตรวจ CBC มี WBC น้อยลง </li></ul>
  18. 19. Criteria for Admission <ul><li>Elderly patient ( >65 years of age ) </li></ul><ul><li>Significant comorbidity ( e.g.kidney,heart,or lung disease,diabetes mellitus,neoplasm;immunosuppression ) </li></ul><ul><li>การตรวจร่างกายพบผู้ป่วย ซึม หายใจหอบ > 30 ครั้ง / นาที </li></ul><ul><ul><li>Systolic Blood pressure <90 mmHg </li></ul></ul><ul><ul><li>Pulse >125 /min </li></ul></ul><ul><ul><li>Temperature <35 C หรือ >40 C </li></ul></ul>,,
  19. 20. Criteria for Admission <ul><li>ดรวจทางห้องปฏิบัติการ พบ </li></ul><ul><ul><li>PaO2 <60 mmHg ( SpO2<90 %) </li></ul></ul><ul><ul><li>Arterial pH <7.35 </li></ul></ul><ul><ul><li>Pleural effusion </li></ul></ul><ul><ul><li>Hct <30 % </li></ul></ul>
  20. 21. เกณฑ์ในการจำแนก <ul><li>ผู้ป่วยที่มีเกณฑ์หลัก ( Major criteria) เช่น </li></ul><ul><ul><li>ต้องพึ่งเครื่องหายใจ </li></ul></ul><ul><ul><li>ความดันโลหิตต่ำแบบเซปติก ( Septic shock ) </li></ul></ul><ul><li>ผู้ป่วยที่มีเกณฑ์รอง ( Minor criteria ) เช่น </li></ul><ul><ul><li>Systolic blood pressure <90 mmHg </li></ul></ul><ul><ul><li>Multiplobar involvement </li></ul></ul><ul><ul><li>Oxygen saturation <90 % </li></ul></ul>
  21. 22. Hospital Discharge <ul><li>กลับบ้านได้ทันทีที่สามารถเปลี่ยนเป็นยากิน </li></ul><ul><li>ที่อาจต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีกระยะหนึ่ง ได้แก่ ผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคเรื้อรังและประจำตัว หรือผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนของปอดร่วมด้วย </li></ul>
  22. 23. Vaccination for patient at risk <ul><li>Influenza vaccine </li></ul><ul><li>Pneumococcal vaccine </li></ul>

×