Hypertension

11,138 views

Published on

Published in: Health & Medicine, Business
1 Comment
2 Likes
Statistics
Notes
  • ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์มากครับ.
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
11,138
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
15
Actions
Shares
0
Downloads
255
Comments
1
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Hypertension

  1. 1. <ul><li>HYPERTENSION </li></ul>
  2. 2. รู้จักความดันโลหิต <ul><li>ความดันโลหิต เป็นแรงดันเลือดที่เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย จะมี 2 ค่า คือ </li></ul><ul><ul><li>ความดันตัวบน ( แรงดันเลือด ขณะหัวใจห้องซ้ายล่างบีบตัว ) </li></ul></ul><ul><ul><li>ความดันตัวล่าง ( แรงดันเลือดขณะหัวใจห้องซ้ายล่างคลายตัว ) </li></ul></ul>
  3. 3. ความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยต่างๆ <ul><li>อายุ ส่วนมากความดันโลหิตจะสูงขึ้นตามอายุ </li></ul><ul><li>เวลา ความดันโลหิต มีการขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลาในระยะ 24 ชม . เวลานอนหลับความดัน ซีสโตลิคมักจะลดลงตํ่าสุด </li></ul><ul><li>ภูมิศาสตร์ ผู้ที่อยู่ในสังคมเมืองจะพบภาวะความดันโลหิตสูงมากกว่าในสังคมชนบท </li></ul><ul><li>จิตใจและอารมณ์ ความเครียด อาจทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าปกติได้ถึง 30 มม . ปรอท ความเจ็บปวด ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทํ าให้ความดันโลหิตขึ้นสูงได้มากและขึ้นโดยเร็ว </li></ul><ul><li>เพศ พบว่าเพศชายจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้บ่อยกว่าเพศหญิง โดยสาเหตุที่ยังอธิบายไม่ได้ </li></ul><ul><li>กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม ผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นโรคความดันโลหิตสูง จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติ สิ่งแวดล้อมที่เคร่งเครียด ก็ทำให้มีแนวโน้มการเป็นโรคความดันสูงขึ้น </li></ul><ul><li>เชื้อชาติ ความดันโลหิตสูงในพวกนิโกรอเมริกันนั้น สูงและรุนแรงกว่าอเมริกันผิวขาว </li></ul><ul><li>ปริมาณเกลือที่รับประทาน ผู้ที่รับประทานเกลือมาก ซึ่งได้แก่พวกจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี อุบัติการของโรคนี้จะสูงมากกว่าพวกทางซีกโลกตะวันตกซึ่งรับประทานเกลือน้อยกว่า </li></ul>
  4. 4. <ul><li>Hypertension หมายถึง </li></ul><ul><li>ระดับความดันโลหิต 140/90 มม . ปรอท หรือ มากกว่าจะเป็นค่าบนหรือค่าล่างก็ได้ </li></ul><ul><li>Isolated systolic hypertension หมายถึง </li></ul><ul><li>ระดับความดันโลหิตตัวบน 140 มม . ปรอทหรือมากกว่า แต่ระดับความดันโลหิตตัวล่างต่ำกว่า 90 มม . ปรอท </li></ul><ul><li>Isolated office hypertension (White coat hypertension) หมายถึง </li></ul><ul><li>ระดับความดันโลหิตที่วัดในคลินิก โรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุข มีค่า 140/90 มม . ปรอท หรือมากกว่า แต่เมื่อวัดความดันโลหิตที่บ้านต่ำกว่า 135/85 มม . ปรอท ( จากการวัดด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ ) </li></ul>คำนิยาม * * Thai Hypertension Society: Guidelines in the Treatment of Hypertension 2008
  5. 5. ตารางระดับความดันโลหิตสูง ( มม . ปรอท ) จำแนกตามความรุนแรงในผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป หมายเหตุ   SBP : systolic blood pressure; DBP : diastolic blood pressure; เมื่อความรุนแรงของ SBP และ DBP อยู่ต่างระดับกัน ให้ถือระดับที่รุนแรงกว่าเป็นเกณฑ์ สำหรับ isolated systolic hypertension ก็แบ่งระดับความรุนแรงเหมือนกันโดยใช้แต่ SBP Category SBP และ / หรือ   DBP optimal <120 และ <80 normal 120-129 และ / หรือ 80-84 high normal 130-139 และ / หรือ 85-89 grade 1 hypertension (mild) 140-159 และ / หรือ 90-99 grade 2 hypertension (moderate) 160-179 และ / หรือ 100-109 grade 3 hypertension (severe) > 180 และ / หรือ > 110 Isolated systolic hypertension > 140 และ <90
  6. 6. <ul><li>สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง </li></ul><ul><li>1 . ส่วนใหญ่ร้อยละ 85-90 ของโรคนี้ไม่ทราบสาเหตุ </li></ul><ul><li>2 . ส่วนน้อยร้อยละ 10-15 เท่านั้นที่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจาก </li></ul><ul><li>2.1 โรคไตจะเป็นทั้งชนิดโรคไตอักเสบเฉียบพลัน หรือไตวายเรื้อรัง </li></ul><ul><li>2.2 โรคเนื้องอกของต่อมหมวกไตบางชนิด </li></ul><ul><li>2.3 โรคครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะของความดันโลหิตสูง ที่เกิดร่วมกับการตั้งครรภ์ เมื่อคลอดบุตรแล้วความดันโลหิตจะลดลง </li></ul><ul><li>2.4 การใช้ steroid หรือหญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด เมื่องดยาแล้วความดันโลหิตปกติ </li></ul><ul><li>2.5 โรคกล้ามเนื้อหัวใจบางชนิด หรือโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว </li></ul>
  7. 7. <ul><li>การเตรียมตัวผู้ป่วย </li></ul><ul><ul><li>งดชา กาแฟ ไม่สูบบุหรี่ ก่อนวัด 30 นาที </li></ul></ul><ul><ul><li>ถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อย </li></ul></ul><ul><ul><li>นั่งพักบนเก้าอี้ 5 นาที ก่อนวัดความดัน </li></ul></ul><ul><li>การเตรียมเครื่องมือ </li></ul><ul><ul><li>ส่วนที่เป็นถุงลม (bladder) จะต้องคลุมรอบแขนผู้ป่วย ได้ร้อยละ 80 % </li></ul></ul><ul><ul><li>สำหรับแขนของคนทั่วไปใช้ arm cuff ที่มีถุงขนาด 12-13 ซม .x 35 ซม . </li></ul></ul>การวัดความดันโลหิต
  8. 8. <ul><li>วิธีการวัด </li></ul><ul><ul><li>พัน arm cuff ที่ต้นแขนเหนือข้อพับแขน 2-3 ซม . และให้กึ่งกลางของถุงลมยาง ซึ่งจะมีเครื่องหมาย วงกลมเล็กๆ ที่ขอบให้อยู่เหนือ brachial artery </li></ul></ul><ul><ul><li>วัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-3 นาที </li></ul></ul><ul><ul><li>หากระดับความดันโลหิต ต่างกันไม่เกิน ± 5 mmHg นำ 2 ค่าที่วัดได้มาเฉลี่ย หากต่างกันเกินกว่า 5 มม . ปรอท ต้องวัดครั้งที่ 3 และนำค่าที่ต่างกันไม่เกิน ± 5 มม . ปรอทมาเฉลี่ย </li></ul></ul><ul><ul><li>แนะนำให้ วัดที่แขนทั้ง 2 ข้าง ในการวัดระดับความดันโลหิตครั้งแรก </li></ul></ul><ul><ul><li>สำหรับในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ส ูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน หรือในรายที่มีอาการหน้า มืดเวลาลุกขึ้นยืน ให้วัดระดับความดันโลหิตในท่ายืนด้วย โดยยืนแล้ววัดทันทีและวัดอีกครั้งหลังยืน 1 นาที หากระดับ SBP ในท่ายืนตํ่ากว่า SBP ในท่านั่งมากกว่า 20 มม . ปรอท ถือว่าผู้ป่วยมี ภาวะ orthostatic hypotension การตรวจหา orthostatic hypotension จะมีความไวขึ้นหากเปรียบเทียบ SBP ในท่านอนกับ SBP ในท่ายืน </li></ul></ul>การวัดความดันโลหิต ( ต่อ )
  9. 9. <ul><li>1.FBS </li></ul><ul><li>2.CHL,HDL,LDL,TG งดอาหารก่อนมาทำอย่างน้อย 12 ชม . </li></ul><ul><li>3.Cr </li></ul><ul><li>4.K + </li></ul><ul><li>5.Hb,Hct </li></ul><ul><li>6.UA </li></ul><ul><li>7.Electrocardiogram </li></ul>สิ่งที่ต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  10. 10. <ul><li>1 . Echocardiogram ในผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอก </li></ul><ul><li>2 . Carotid ultrasound ในกรณีฟังได้ carotid bruit </li></ul><ul><li>3. Post prandial plasma glucose ในกรณี fasting plasma gloucose ได้ค่า 110-126 mg/dl </li></ul><ul><li>4. Microalbuminuria ในกรณีผู้ป่วยเป็น DM </li></ul><ul><li>5. ตรวจปริมาณของ proteinuria ต่อวัน หรือ urine protein/creatinine ratio ในกรณีที่ตรวจพบโดย disstick </li></ul><ul><li>6. ตรวจ Fundoscopy ในผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง </li></ul>สิ่งที่แนะนำให้ทำการตรวจได้หรือมีข้อบ่งชี้
  11. 11. การตรวจพิเศษ <ul><li>การตรวจหา secondary hypertension หากมีข้อบ่งชี้จากประวัติการตรวจร่างกายและการตรวจทางห้อ งปฏิบัติการเช่น การตรวจหาระดับของ renin, aldosterone, corticosteroid, atecholamines ในเลือดหรือปัสสาวะ , การตรวจ arteriography, การตรวจ ultrasound ของไต การตรวจ CT และ MRI ของต่อมหมวกไต เป็นต้น </li></ul>
  12. 12. การตรวจร่างกาย <ul><li>ตรวจยืนยัน ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงจริง ร่วมกับประเมินระดับความรุนแรง </li></ul><ul><li>ตรวจหาร่องรอยการทำลายของอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจห้องซ้ายล่างโต ( left ventricular hypertrophy-LVH), หัวใจเต้น ผิดจังหวะ เป็นต้น </li></ul><ul><li>ตรวจหาร่องรอยที่บ่งชี้ว่าน่าจะเป็ นโรคความดันโลหิตสูงชนิดที่มีสาเหตุ เช่น พบก้อนในท้องส่วนบน 2 ข้าง (polycystic kidney disease), ชีพจรของแขนหรือขาหรือคอข้างใดข้างหนึ่งหายไปหรือเบาลง ( Takayasu’s disease) เป็นต้น </li></ul><ul><li>ร่องรอยของโรคอ้วนลงพุง : มีนํ้าหนักเกินเมื่อ BMI >25 กก ./ ม 2 หรืออ้วนเมื่อ BMI >30 กก ./ ม 2 </li></ul><ul><li>เส้นรอบเอวในท่ายืน >90 ซม . ในผู้ชาย </li></ul><ul><li>และ >80 ซม . ในผู้หญิง </li></ul><ul><li>h </li></ul>
  13. 13. <ul><li>1 . ประเมิน total cardiovascular risk โดยดูจาก </li></ul><ul><ul><li>ปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ป่วยมี </li></ul></ul><ul><ul><li>ร่องรอยการทำลายของอวัยวะต่างๆที่ตรวจพบแต่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ (target organ damage) และ </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้ป่วยที่มีอาการเกิดขึ้นแล้ว (associated clinical condition) </li></ul></ul><ul><li>2. ระดับความรุนแรง ของโรคความดันโลลิตสูง </li></ul>หลักการรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  14. 14. <ul><li>1 . ระดับ ความรุนแรง ของ SBP และ DBP </li></ul><ul><li>2. อายุ : ผู้ชายอายุมากกว่า 55 ปี ผู้หญิงอายุมากกว่า 65 ปี </li></ul><ul><li>3 . สูบบุหรี่ </li></ul><ul><li>4. FPG 100-125 มก ./ ดล Glucose tolerance test ผิดปกติ </li></ul><ul><li>5. Total Cholesterol >240mg/dl, LDL>160mg/dl </li></ul><ul><li>HDL <40mg/dl ในชาย และ <45mg/dl ในหญิง </li></ul><ul><li>6 . ประวัติ การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในบิดามารดา ก่อนวัยอันควร </li></ul><ul><li>7 . อ้วน Body mass index>25 และการไม่ออกกำลังกาย </li></ul><ul><li>เส้น รอบเอว >90 ซม . ในเพศชาย และ >80 ซม . ในเพศหญิง </li></ul>ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  15. 15. การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดใน 10 ปี ข้างหน้า หมายเหตุ MS - metabolic syndrome, OD - organ damage ปัจจัยเสี่ยง ระดับความดัน โลหิต ( มม . ปรอท ) ปกต ิ (SBP 120-129 หรือ DBP 80-84) high normal (SBP 130-139 หรือ DBP 85-89) ระดับที่ 1 (SBP 140-159 หรือ DBP 90-99) ระดับที่ 2 (SBP 160-179 หรือ DBP 100-109) ระดับที่ 3 (SBP >180 หรือ DBP >110) 1. ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ปกติ ปกติ เพิ่มเล็กน้อย เพิ่มปานกลาง เพิ่มสูง 2. มี 1-2 ปัจจัยเสี่ยง เพิ่มเล็กน้อย เพิ่มเล็กน้อย เพิ่มปานกลาง เพิ่มปานกลาง เพิ่มสูงมาก 3. มีตั้งแต่ 3 ปัจจัยเสี่ยงขึ้นไป MS หรือ OD เพิ่มปานกลาง เพิ่มสูง เพิ่มสูง เพิ่มสูง เพิ่มสูงมาก 4. เป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจหรือโรคไต เพิ่มสูงมาก เพิ่มสูงมาก เพิ่มสูงมาก เพิ่มสูงมาก เพิ่มสูงมาก
  16. 16. <ul><li>โดยผู้ป่วยยังไม่มีอาการ (Target organ damage /TOD) </li></ul><ul><li>1 . Left ventricular hypertrophy (LVH) จากการตรวจคลื่นหัวใจ หรือ Echocardiogram </li></ul><ul><li>2 . ปัสสาวะพบ microalbumin (30-300mg/dl) </li></ul><ul><li>3. จากการตรวจทางรังสี / U/S พบ Atherosclerotic plaque ตาม Aorta, carotid, coronary, iliac, femoral arteries </li></ul><ul><li>4. พบความผิดปกติที่จอตา (hypertensive retinopathy ) </li></ul>ร่องรอยการทำลายของอวัยวะจากโรคความดันโลหิตสูง
  17. 17. <ul><li>1 . DM แม้โรคนี้ไม่ได้เกิดจากโรค hypertension แต่ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด </li></ul><ul><li>2 . โรคหลอดเลือดสมอง </li></ul><ul><ul><li>Ischemic stroke </li></ul></ul><ul><ul><li>Cerebral hemorrhage </li></ul></ul><ul><ul><li>Transient ischemic attack </li></ul></ul><ul><li>3. โรคหัวใจ </li></ul><ul><ul><li>Myocardial infarction </li></ul></ul><ul><ul><li>Angina </li></ul></ul><ul><ul><li>Coronary revascularzation </li></ul></ul><ul><ul><li>Congestion heart failure </li></ul></ul>ผู้ป่วยที่มีอาการจากโรค Hypertension
  18. 18. <ul><li>4. โรคไตเรื้อรัง </li></ul><ul><ul><li>Plasma creatinine> 1.3 มก ./ ดล . ในชาย ,> 1.2 มก ./ ดล . ในหญิง </li></ul></ul><ul><ul><li>Glomerular filtration rate(GFR) หรือ </li></ul></ul><ul><ul><li>Creatinine clearance (Ccr) < 60 ดล ./ นาที </li></ul></ul><ul><ul><li>Albumin >300Mg/day หรือ Proteinuria > 500mg/day </li></ul></ul><ul><li>5. โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย </li></ul>
  19. 19. แนวทางในการพิจารณาเริ่มใช้ยาลดความดันโลหิต ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  20. 20. <ul><li>1 . การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม </li></ul><ul><ul><li>การลดน้ำหนัก </li></ul></ul><ul><ul><li>ใช้ DHSH(dietary approach to stop hypertension): ให้รับประทานผักผลไม้มาก ลดปริมาณไขมันอิ่มตัว </li></ul></ul><ul><ul><li>จำกัดเกลือในอาหาร </li></ul></ul><ul><ul><li>การออกกำลังกาย : ออกแบบ Aerobic อย่างน้อย 30 นาที / วันและเกือบทุกวัน เช่นการเดินเร็ว </li></ul></ul><ul><ul><li>งดหรือลดการดื่ม Alcohol </li></ul></ul>
  21. 21. <ul><li>2. การใช้ยาลด Hypertension </li></ul><ul><ul><li>ยาขับปัสสาวะ (Diuretics): รักษาโรคความดันที่ไม่รุนแรง อาการไม่พึงประสงค์ทำให้ระดับ Uric หรือระดับ BS สูงได้ ระดับ K ต่ำก่อให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ </li></ul></ul><ul><ul><li>(Hydrochlorothiazine,Triamterene,Furosemine,Indapamide) </li></ul></ul><ul><ul><li>Beta-blockers: ใช้รักษาความดันโลหิตสูงทุกระดับ ( ใช้กับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มี Angina,Post-myocardial infarction,tachyarrthymia) ห้ามใช้กับ Second &third degree heart block,Asthma, อาจทำให้นอนไม่หลับ เหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า อาจทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อม (Propanolol,Pindolol,Atenolol,Timolol,Metoprolol) </li></ul></ul><ul><ul><li>Calcium channel blockers: ออกฤทธิ์เป็นยาขยายหลอดเลือด (Nifedipine,Verapamil,Felodipine,Diltiazem) </li></ul></ul>
  22. 22. <ul><ul><li>4.Angiotensin converting enzyme inhibitor (ACEI) และ Angiotensin II receptor antagonists (AII antagonists) </li></ul></ul><ul><ul><li>4.1 ACEI: ป้องกันภาวะหัวใจโต มีผลดีต่อไต ใช้ได้ดีในผู้ป่วยมี DM ที่มีภาวะไตร่วมด้วย อาการไม่พึงประสงค์ ไอแห้งๆ K + สูง (Quinapril,Enalapril,Captopril,Ramipril) </li></ul></ul><ul><ul><li>4.2 AII antagonists: ออกฤทธิ์คล้ายกลุ่ม ACEI แต่ยับยั้งที่คนละจุดผลดีเหนือกว่า ACEI คือไอน้อยกว่า </li></ul></ul><ul><ul><li>(micardis) </li></ul></ul><ul><ul><li>5.Alpha –blockers: ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดหัวใจ ผลข้างเคืองทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า ปวดศรีษะอ่อนเพลีย </li></ul></ul><ul><ul><li>(Prazosin,Terazosin) </li></ul></ul>
  23. 23. การเสริมฤทธิ์กันของยาลดความดันโลหิต Diuretics Angiotensin Receptor antagonists Calcium antagonists ß-blocker  -blocker ACE inhibitors นิยมใช้ร่วมกันเพราะเสริมฤทธิ์กัน ใช้ร่วมกันน้อย เพราะไม่เสริมฤทธิ์กัน

×