CA Cervix

13,800 views

Published on

Published in: Health & Medicine, Business
0 Comments
10 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
13,800
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
255
Comments
0
Likes
10
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

CA Cervix

  1. 1. มะเร็งปากมดลูก
  2. 2. โรคมะเร็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง
  3. 3. มะเร็งปากมดลูก <ul><li>มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในสตรีไทย </li></ul><ul><li>มีสตรีไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกวันละเกือบ 9 ราย </li></ul><ul><li>มากที่สุดในภาคเหนือ </li></ul>
  4. 4. ปากมดลูกคืออวัยวะอะไร
  5. 5. สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก <ul><li>การติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา </li></ul><ul><li>หรือเชื้อ เอชพีวี บริเวณอวัยวะเพศ </li></ul><ul><li>โดยเฉพาะบริเวณปากมดลูก </li></ul>
  6. 6. ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัส เอชพีวี ได้ง่ายขึ้น
  7. 7. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง <ul><li>การมีคู่นอนหลายคน </li></ul><ul><li>ความเสี่ยงสูงขึ้นตามจำนวนคู่นอนที่เพิ่มขึ้น </li></ul>
  8. 8. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง <ul><li>การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อยกว่า 17 ปี </li></ul><ul><li>เป็นช่วงที่มีการกลายรูปของเซลล์ปากมดลูกมาก </li></ul><ul><li>ช่วงนี้จะมีความไวต่อสารก่อมะเร็งสูงมากโดยเฉพาะเชื้อ เอชพีวี </li></ul>
  9. 9. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง <ul><li>การตั้งครรภ์และการคลอดลูก มากกว่า 4 ครั้ง </li></ul><ul><li>มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น 2 - 3 เท่า </li></ul>
  10. 10. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง <ul><li>มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ </li></ul><ul><li>เช่น เริม ซิฟิลิส และหนองใน </li></ul>
  11. 11. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง <ul><li>การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน </li></ul><ul><li>ถ้านานกว่า 5 ปี จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น 1.3 เท่า </li></ul><ul><li>ถ้านานกว่า 10 ปี จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น 2.5 เท่า </li></ul>
  12. 12. ปัจจัยเสี่ยงทางฝ่ายหญิง <ul><li>ไม่เคยได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมาก่อน </li></ul>
  13. 13. ปัจจัยเสี่ยงจากฝ่ายชาย <ul><li>การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มี เชื้อ เอชพีวี ได้แก่ </li></ul><ul><li>ชายที่ เป็นมะเร็งองคชาติ </li></ul><ul><li>ชายที่ เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก </li></ul><ul><li>ชายที่ เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ </li></ul><ul><li>ชายที่ มีประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุน้อย </li></ul><ul><li>ชายที่ มีคู่นอนหลายคน </li></ul>
  14. 14. ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ <ul><ul><li>การสูบบุหรี่ </li></ul></ul><ul><ul><li>ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น โรคเอดส์ และการได้รับยากดภูมิคุ้มกัน </li></ul></ul><ul><ul><li>สตรีที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ </li></ul></ul>
  15. 15. อาการของมะเร็งปากมดลูก <ul><ul><li>ในระยะแรกอาจไม่มีอาการผิดปกติ </li></ul></ul><ul><ul><li>อาการที่พบได้มากที่สุดคือการตกเลือดทางช่องคลอด </li></ul></ul><ul><ul><li>ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็น - เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน - เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ - มีน้ำออกปนเลือด - ตกขาวปนเลือด - เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน </li></ul></ul>
  16. 16. <ul><ul><li>อาการในระยะมะเร็งลุกลามมากขึ้น ได้แก่ - ขาบวม - ปวดหลังรุนแรง ปวดก้นกบและต้นขา - ปัสสาวะเป็นเลือด - ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด </li></ul></ul>
  17. 17. ระยะของมะเร็งปากมดลูก <ul><li>ระยะก่อนมะเร็งหรือระยะก่อนลุกลาม ระยะนี้เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในชั้นเยื่อบุผิวปากมดลูก ผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติเลย แต่ตรวจพบได้จากการตรวจแพปสเมียร์ </li></ul><ul><li>ระยะลุกลาม แบ่งออกเป็น 4 ระยะย่อย คือ - ระยะที่ 1 มะเร็งลุกลามอยู่ภายในปากมดลูก </li></ul><ul><li>- ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามไปที่เนื้อเยื่อข้างปากมดลูก และ / หรือผนังช่องคลอดส่วน บน - ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามไปที่ด้านข้างของเชิงกราน และ / หรือผนังช่องคลอดส่วนล่าง หรือกดท่อไตจนเกิดภาวะไตบวมน้ำ - ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามไปที่กระเพาะปัสสาวะ ไส้ตรง หรืออวัยวะอื่น ๆ เช่น ปอด กระดูก และต่อมน้ำเหลืองนอกเชิงกราน เป็นต้น </li></ul>
  18. 18. การวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูก
  19. 19. <ul><li>การตรวจภายใน พบก้อนมะเร็งปากมดลูก </li></ul>ต้องตรวจยืนยันโดยการตัดเนื้อออกตรวจทางพยาธิวิทยา
  20. 20. <ul><li>2. การตรวจทางเซลล์วิทยา หรือ แพปสเมียร์ ตรวจพบเซลล์มะเร็ง </li></ul>ต้องสืบค้นต่อโดยการตรวจภายในและการตรวจด้วยกล้องขยาย เพื่อตรวจหาบริเวณที่ผิดปกติที่จะทำการตัดเนื้อออกตรวจทางพยาธิวิทยา
  21. 21. <ul><li>3. การตรวจด้วยกล้องขยายหรือคอลโปสโคป </li></ul><ul><li>ร่วมกับการตัดเนื้อออกตรวจทางพยาธิวิทยา </li></ul>
  22. 22. <ul><li>4. การตรวจอื่น ๆ </li></ul>การขูดภายในปากมดลูก การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวยด้วยมีด การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า
  23. 23. ลักษณะของปากมดลูก ระยะ ระยะ ปกติ มะเร็ง
  24. 24. การรักษามะเร็งปากมดลูก
  25. 25. ระยะก่อนมะเร็ง หรือ ระยะก่อนลุกลาม <ul><li>การตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการตรวจภายใน การทำแพปสเมียร์ และการตรวจด้วยกล้องขยาย ทุก 4 - 6 เดือน </li></ul>ไม่จำเป็นต้องตัดมดลูกออก รักษาด้วยวิธีต่อไปนี้ รอยโรคขั้นต่ำบางชนิดสามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 ปี ภายหลังการตัดเนื้อออกตรวจ
  26. 26. ระยะก่อนมะเร็ง หรือ ระยะก่อนลุกลาม <ul><li>2. การตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า </li></ul>ไม่จำเป็นต้องตัดมดลูกออก รักษาด้วยวิธีต่อไปนี้
  27. 27. ระยะก่อนมะเร็ง หรือ ระยะก่อนลุกลาม <ul><li>3. การจี้ปากมดลูกด้วยความเย็น </li></ul>ไม่จำเป็นต้องตัดมดลูกออก รักษาด้วยวิธีต่อไปนี้ 4. การจี้ด้วยเลเซอร์
  28. 28. ระยะก่อนมะเร็ง หรือ ระยะก่อนลุกลาม <ul><li>5. การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปกรวยด้วยมีด </li></ul>ไม่จำเป็นต้องตัดมดลูกออก รักษาด้วยวิธีต่อไปนี้
  29. 29. ระยะลุกลาม <ul><li>วิธีรักษาขึ้นกับระยะของมะเร็ง และความพร้อมของโรงพยาบาล - ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 บางราย รักษาโดยการตัดมดลูกออกแบบกว้างร่วมกับการเลาะ ต่อมน้ำเหลืองเชิงกรานออก </li></ul>
  30. 30. ระยะลุกลาม <ul><li>ระยะที่ 2 – 3 – 4 รักษาโดยการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด </li></ul>
  31. 31. การพยากรณ์โรค <ul><li>1. ระยะก่อนมะเร็งหรือระยะก่อนลุกลาม รักษาได้ผลดีเกือบ 100% 2. ระยะลุกลาม - ระยะที่ 1 มีอัตราการอยู่รอด 5 ปี ร้อยละ 80 - 95 - ระยะที่ 2 มีอัตราการอยู่รอด 5 ปี ร้อยละ 60 - 70 - ระยะที่ 3 มีอัตราการอยู่รอด 5 ปี ร้อยละ 40 - 50 - ระยะที่ 4 มีอัตราการอยู่รอด 5 ปี ร้อยละ 10 - 20 </li></ul>
  32. 32. การป้องกันมะเร็งปากมดลูก <ul><li>การป้องกันมะเร็งปากมดลูก แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ </li></ul><ul><li>1. การป้องกันปฐมภูมิ คือ การป้องกันโดยการหลีกเลี่ยงการได้รับสารก่อมะเร็ง การลดหรือขจัดสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก หรือการทำให้ร่างกายสามารถต่อต้านสารก่อมะเร็ง การป้องกันปฐมภูมิสำหรับมะเร็งปากมดลูกได้แก่ - การหลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน - การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย - การคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัย - การหลีกเลี่ยงการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะการติดเชื้อเอชพีวี - การงดสูบบุหรี่ - การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี </li></ul>
  33. 33. <ul><li>2. การป้องกันทุติยภูมิ คือ การค้นหามะเร็งในระยะแรกเริ่มซึ่งการรักษาได้ผลดีสำหรับมะเร็งปากมดลูกแล้ว สามารถตรวจคัดกรองได้โดย 2.1 การทดสอบแพปหรือแพปสเมียร์ ซึ่งมี 2 วิธีคือ - แบบสามัญ มีความไวของการตรวจร้อยละ 50 - 60 - แบบแผ่นบาง มีความไวของการตรวจร้อยละ 70 - 85 2.2 การตรวจหาเชื้อเอชพีวี มีความไวสูงถึงร้อยละ 95 - 100 </li></ul>
  34. 34. <ul><li>3. การป้องกันตติยภูมิ คือ การรักษาโรคมะเร็ง มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็ง มีชีวิตรอดยาวนาน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี </li></ul>
  35. 35. สรุป
  36. 36. <ul><li>1. สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ เอชพีวี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ </li></ul><ul><li>2. มะเร็งปากมดลูกสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็งโดยการทำแพปสเมียร์ ซึ่งการรักษาได้ผลดีมาก </li></ul><ul><li>3. อาการที่พบมากที่สุดของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามคือ การตกเลือดทางช่องคลอด </li></ul><ul><li>4. วิธีการรักษาขึ้นกับระยะของมะเร็งปากมดลูก ในระยะก่อนมะเร็งหรือระยะก่อนลุกลามสามารถรักษาได้หลายวิธีโดยไม่จำเป็นต้องตัดมดลูกออก ในระยะลุกลามสามารถรักษาด้วยการผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด </li></ul><ul><li>5. มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก ๆ 1 ปี </li></ul>

×