Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
Brachial Plexus Injury
Brachial Plexus  คืออะไร <ul><li>ข่ายประสาท  brachial  เกิดจากการรวมกลุ่มของรากประสาทไขสันหลัง  5  เส้น คือ  C 5,C 6,C 7, ...
รูปภาพแสดง  Brachial Plexus
รูปภาพแสดง  Brachial Plexus
รูปภาพแสดง  Brachial Plexus
อุบัติการณ์ และสาเหตุการเกิด  Brachial Plexus Injury <ul><li>ในปัจจุบันนี้  Brachial Plexus  Injury  เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่...
ประวัติและการตรวจร่างกาย <ul><li>เนื่องจากความรุนแรงของการบาดเจ็บของเส้นประสาทมีหลายระดับ  ถ้ามีความรุนแรงน้อยก็สามารถกลับ...
การรักษา <ul><li>ขั้นตอนการรักษา  แบ่งออกเป็น  2  กลุ่มใหญ่ </li></ul><ul><li>1. Penetrating injury or with Vascular injur...
การรักษา <ul><li>1. Penetrating injury or with Vascular injury  (  ชนิดมีบาดแผลหรือมีการฉีกขาดของหลอดเลือดใหญ่ร่วมด้วย  ) ...
<ul><li>  2.  Delayed primary repair  ในรายที่ชอกช้ำมาก เช่น ถูก </li></ul><ul><li>ปืนยิง ไม่สามารถบอกถึงความรุนแรงของการบ...
การรักษา  ( ต่อ ) <ul><li>2.  Closed injury  (  ชนิดไม่มีบาดแผลภายนอก  ) </li></ul><ul><li>ในกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาติดตามดูอา...
การตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ มีดังนี้ <ul><li>Electro  study  (  การตรวจไฟฟ้า  )  มีการตรวจหลายอย่าง เช่น </li></ul><ul><...
การตรวจ  Electrodiagnosis  <ul><li>การตรวจการชักนำประสาท  ( NCV : Nerveconductionstudy) </li></ul><ul><li>เป็นการศึกษาการช...
การตรวจ  Electrodiagnosis <ul><li>การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ  ( needle EMG ) </li></ul><ul><li>ช่วยวินิจฉัย , วินิจฉัยแยก...
ภาพการตรวจ  Nerve  conduction  velocity
ภาพการตรวจ  Nerve  conduction  velocity
<ul><li>การตรวจ  somatosensory evoked potential  เป็นการบันทึกศักย์ไฟฟ้าใน  far field  โดยใช้เทคนิคการจัดวางบันทึกแบบ  ref...
Sensory evoked  potential  (  SSEP) <ul><li>Somatosensory evoked potentials evaluate the nerve pathway from the arms and l...
รูปที่  27  ไดอะแกรมของ  somatosensory evoked potentials (SEPs)  ปกติ ที่เกิดจากการกระตุ้นที่แขน  Tracing,   จากล่างขึ้นบน...
ขั้นตอนการรักษา  ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ตรวจพบ เพื่อเป็นมาตรฐาน ขอแบ่งการรักษาเป็น  2  กลุ่มใหญ่  <ul><li>1....
<ul><li>1.1 Neurolysis  การเลาะเส้นประสาท </li></ul><ul><li>1.2 Nerve repair  การเย็บซ่อมต่อปลายที่ขาดจากกัน </li></ul><ul...
<ul><li>2. Spontaneous recovery within 3 months  </li></ul><ul><li>(  เส้นประสาทกลับคืนสภาพภายใน  3  เดือน  ) </li></ul><u...
Rehabilitation  (  กายภาพบำบัด  ) <ul><li>ไม่ว่าจะรักษาโดยการผ่าตัด หรือไม่ก็ตาม ต้องทำกายภาพบำบัดบริหารกล้ามเนื้อที่ยังมี...
Secondary reconstruction  ( ผ่าตัดแก้ไขระยะหลัง ) <ul><li>ภายในระยะเวลา  1  ปี ครึ่งหลังจากการบาดเจ็บ ไม่ว่าผู้ป่วยจะได้รั...
การผ่าตัดมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ <ul><li>1.  Tendon  transfer  ( การย้ายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ) </li>...
Tendon  transfer  ( การย้ายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ) <ul><li>Tendon transfer, muscle transfer  เป็นการย้ายเส้นเอ็น หรือย้าย ...
ภาพที่  13  แสดงการทำ  tendon transfer  โดยการย้ายเส้นเอ็นอ้อมผ่าน  distal ulnar  และ มาเย็บเกาะกับ  extensor ndon  ของนิ้...
Arthrodesis  ( การทำข้อต่อแข็ง ) <ul><li>Arthrodesis  </li></ul><ul><li>คือการทำผ่าตัดเพื่อทำให้ผิวข้อเข้ามาชิดกัน และให้เ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Brachial Plexus Injury

37,143 views

Published on

Published in: Health & Medicine
  • Be the first to comment

Brachial Plexus Injury

  1. 1. Brachial Plexus Injury
  2. 2. Brachial Plexus คืออะไร <ul><li>ข่ายประสาท brachial เกิดจากการรวมกลุ่มของรากประสาทไขสันหลัง 5 เส้น คือ C 5,C 6,C 7, C 8 และ T1 เมื่อรวมตัวกันแล้วก็แบ่งออกเป็นเส้นประสาทต่างๆ ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและความรู้สึกตั้งแต่กล้ามเนื้อรอบหัวไหล่จนถึงปลายนิ้ว </li></ul>
  3. 3. รูปภาพแสดง Brachial Plexus
  4. 4. รูปภาพแสดง Brachial Plexus
  5. 5. รูปภาพแสดง Brachial Plexus
  6. 6. อุบัติการณ์ และสาเหตุการเกิด Brachial Plexus Injury <ul><li>ในปัจจุบันนี้ Brachial Plexus Injury เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บจากรถมอเตอร์ไซด์คว่ำ สาเหตุอื่นๆ เช่น ของมีคมบาด จากกระสุนปืน จากการฉายรังสี และในเด็กแรกเกิดจากการคลอด เป็นต้น </li></ul><ul><li>การสูญเสียสมรรถภาพของมือและแขนของผู้ป่วยกลุ่มนี้ค่อนข้างสูงมาก บางรายทั้งแขนขยับไม่ได้เลย ไม่มีความรู้สึก และอาจมีอาการปวดมาก ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน จึงทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรทางบุคคลไปมาก </li></ul>
  7. 7. ประวัติและการตรวจร่างกาย <ul><li>เนื่องจากความรุนแรงของการบาดเจ็บของเส้นประสาทมีหลายระดับ ถ้ามีความรุนแรงน้อยก็สามารถกลับคืนสภาพเองได้ แต่ถ้ารุนแรงมากจนถึงเส้นประสาทขาดต้องอาศัยการผ่าตัดต่อเส้นประสาท ดังนั้นการซักประวัติถึงสาเหตุและกลไกการบาดเจ็บจึงมีความสำคัญ นอกจากนั้นต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียด ดูว่ามีกล้ามเนื้อมัดใดที่อัมพาตไปแล้ว กล้ามเนื้อมัดใดยังทำงานได้ และตรวจความรู้สึกของมือ และแขน </li></ul>
  8. 8. การรักษา <ul><li>ขั้นตอนการรักษา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ </li></ul><ul><li>1. Penetrating injury or with Vascular injury ( ชนิดมีบาดแผลหรือมีการฉีกขาดของหลอดเลือดใหญ่ร่วมด้วย ) </li></ul><ul><li>2. Closed injury ( ชนิดไม่มีบาดแผลภายนอก ) </li></ul>
  9. 9. การรักษา <ul><li>1. Penetrating injury or with Vascular injury ( ชนิดมีบาดแผลหรือมีการฉีกขาดของหลอดเลือดใหญ่ร่วมด้วย ) </li></ul><ul><li>ในกลุ่มนี้เกิดจากของมีคมบาด เช่นมีดฟัน และเกิดจากกระสุนปืน อาจมีการฉีกขาดของหลอดเลือดใหญ่ร่วมด้วย ที่สำคัญต้องทำการต่อหลอดเลือดก่อน การรักษาเรื่องเส้นประสาท มีการรักษา 2 วิธี </li></ul><ul><li>1. Primary repair ในบาดแผลที่สะอาด และเส้นประสาทถูกตัดด้วยของมีคม ควรต่อเส้นประสาททันทีหลังจากต่อหลอดเลือดเสร็จเรียบร้อย </li></ul>
  10. 10. <ul><li> 2. Delayed primary repair ในรายที่ชอกช้ำมาก เช่น ถูก </li></ul><ul><li>ปืนยิง ไม่สามารถบอกถึงความรุนแรงของการบาดเจ็บของเส้นประสาท </li></ul><ul><li>ได้ ก็ให้เย็บปลายเส้นประสาทที่ขาดติดกับเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง เพื่อ </li></ul><ul><li>ไม่ให้หดหายไป หลังจากนั้น 10-14 วัน ทำการผ่าตัดใหม่ เพื่อต่อ </li></ul><ul><li>เส้นประสาทที่ขาด </li></ul>
  11. 11. การรักษา ( ต่อ ) <ul><li>2. Closed injury ( ชนิดไม่มีบาดแผลภายนอก ) </li></ul><ul><li>ในกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาติดตามดูอาการของผู้ป่วย มีการตรวจร่างกายเป็นระยะๆ ต้องมีการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ แล้วจึงจะพิจารณาการรักษาผ่าตัด </li></ul><ul><li>ในระยะแรกต้องใส่ splint ให้ไหล่ไม่ตก เช่น Sling แขนไว้ด้วยผ้าสามเหลี่ยม ทำกายภาพบำบัดให้ข้อต่างๆ มีการเคลื่อนไหว </li></ul>
  12. 12. การตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการ มีดังนี้ <ul><li>Electro study ( การตรวจไฟฟ้า ) มีการตรวจหลายอย่าง เช่น </li></ul><ul><li>คลื่นกล้ามเนื้อไฟฟ้า ( EMG ) หรือ Nerve conduction velocity ( NCV ) หรือการตรวจ Sensory evoked </li></ul><ul><li>potential การตรวจวิธีหลังนี้ต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพง แต่ก็ให้ </li></ul><ul><li>การวินิจฉัยที่ถูกต้องดีกว่าวิธีอื่น เริ่มทำการตรวจได้หลังจากการบาดเจ็บ 3 สัปดาห์ </li></ul><ul><li>Cervical Myelography การฉีดสีเข้าไขสันหลัง แล้วถ่ายภาพรังสีบริเวณคอ หรือจะถ่ายรังสีชนิดพิเศษ คือ MRI ก็ได้ แต่ราคาแพง </li></ul><ul><li>มาก การตรวจนี้จะทำหลังจากบาดเจ็บ 4 สัปดาห์ </li></ul>
  13. 13. การตรวจ Electrodiagnosis <ul><li>การตรวจการชักนำประสาท ( NCV : Nerveconductionstudy) </li></ul><ul><li>เป็นการศึกษาการชักนำกระแสประสาทในเส้นประสาทส่วนปลาย ได้แก่ ความเร็วการชักนำประสาท ( Nerve conduction velocity ; NCV ) amplitude และรูปร่างของ sensory/ motor action potential ใช้ในการแยกภาวะ demyelination และ axonal degeneration ออกจากกันได้ </li></ul><ul><li>การตรวจจำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยโรคทางคลินิก ประวัติและการตรวจร่างกาย การรายงานผลควรระบุชื่อเส้นประสาท ระยะห่างและตำแหน่งที่ทำการกระตุ้น , บันทึกผล NCV , latency ( ภาวะซ่อนเร้น ) และ </li></ul><ul><li>amplitude( ความกว้าง , ช่วง ) รวมทั้งอุณหภูมิของแขนหรือขาที่กำลังทำการศึกษาจำนวนเส้นประสาทที่ทำการศึกษา ขึ้นกับการวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยแต่ละราย ควรให้น้อยที่สุดเท่าที่สามารถให้ผลสรุปได้ และควรรวมการตรวจเส้นประสาทที่ปกติอย่างน้อย 1 เส้น </li></ul>
  14. 14. การตรวจ Electrodiagnosis <ul><li>การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ( needle EMG ) </li></ul><ul><li>ช่วยวินิจฉัย , วินิจฉัยแยกโรค , ติดตามการดำเนินโรคของระบบประสาทส่วนปลาย จำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยโรคทางคลินิก การตรวจการชักนำประสาทที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย ควรตรวจกล้ามเนื้อเฉพาะมัดที่เกี่ยวข้อง ให้ประโยชน์ต่อการวินิจฉัย การแปลผลเกิดขึ้นในระหว่างการตรวจซึ่งต้องอาศัยข้อมูลทางคลินิกประกอบการรายงานผลควรระบุชื่อกล้ามเนื้อที่ทำการศึกษา การตรวจพบหรือไม่พบ spontaneous activity และลักษณะของ voluntary motor unit potential และสรุปผลการวินิจฉัยโรคขั้นสุดท้าย </li></ul>
  15. 15. ภาพการตรวจ Nerve conduction velocity
  16. 16. ภาพการตรวจ Nerve conduction velocity
  17. 17. <ul><li>การตรวจ somatosensory evoked potential เป็นการบันทึกศักย์ไฟฟ้าใน far field โดยใช้เทคนิคการจัดวางบันทึกแบบ referential recording montage </li></ul>Sensory evoked potential ( SSEP)
  18. 18. Sensory evoked potential ( SSEP) <ul><li>Somatosensory evoked potentials evaluate the nerve pathway from the arms and legs through the spinal cord to the brain. Somatosensory evoked potentials are used to: </li></ul><ul><li>Identify spinal cord injuries or diseases </li></ul><ul><li>Identify neuromuscular disease and demyelineating diseases </li></ul><ul><li>Monitor patients during surgery on the spine at the neck and chest levels </li></ul><ul><li>Before having a somatosensory evoked potential, avoid drinking coffee or tea for four hours. A somatosensory evoked potential takes two to three hours. If the spinal cord is pinched, the electrical signals sent during the somatosensory evoked potential will travel slower than usual. </li></ul>
  19. 19. รูปที่ 27 ไดอะแกรมของ somatosensory evoked potentials (SEPs) ปกติ ที่เกิดจากการกระตุ้นที่แขน Tracing, จากล่างขึ้นบน แสดง clavicular SEP (Erb’s point potential, N6), cervical SEP (N13), far-field SEP บันทึกระหว่างกระโหลกศีรษะกับ non-cephalic reference electrode, และ scalp SEP ที่บันทึกระหว่างกระโหลกศีรษะกับ cephalic reference electrodes (N20), ความเป็นลบที่ขั้วบันทึกที่ต่ออยู่กับเส้นทึบในไดอะแกรมด้านซ้ายมือจะถูกวาดในทิศทางขึ้นบน
  20. 20. ขั้นตอนการรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ตรวจพบ เพื่อเป็นมาตรฐาน ขอแบ่งการรักษาเป็น 2 กลุ่มใหญ่ <ul><li>1. No spontaneous recovery within 3 months ( เส้นประสาทไม่กลับคืนสภาพภายใน 3 เดือน ) </li></ul><ul><li>ไม่มีการกลับคืนได้เองของเส้นประสาทภายใน 3 เดือน ทำผ่าตัด </li></ul><ul><li>explore brachial plexus เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอน </li></ul><ul><li>อีกครั้ง ถึงความรุนแรงของการบาดเจ็บ แล้วนำสิ่งที่ตรวจพบมา </li></ul><ul><li>พิจารณารักษาเส้นประสาท ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของการ </li></ul><ul><li>บาดเจ็บ ดังนี้ </li></ul>
  21. 21. <ul><li>1.1 Neurolysis การเลาะเส้นประสาท </li></ul><ul><li>1.2 Nerve repair การเย็บซ่อมต่อปลายที่ขาดจากกัน </li></ul><ul><li>1.3 Nerve graft อาศัย nerve graft ช่วยในกรณีที่ต่อปลายทั้ง </li></ul><ul><li> 2 ไม่ถึง โดยมีช่องว่างระหว่างปลายที่ขาด </li></ul><ul><li>1.4 Neurotization คือการย้ายเส้นประสาทเส้นอื่นมาต่อกับปลาย </li></ul><ul><li> เส้นประสาทที่เสีย มีเทคนิคการผ่าตัดหลายแบบ ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละ </li></ul><ul><li> ราย และความชำนาญของแพทย์ </li></ul>
  22. 22. <ul><li>2. Spontaneous recovery within 3 months </li></ul><ul><li>( เส้นประสาทกลับคืนสภาพภายใน 3 เดือน ) </li></ul><ul><li>ถ้าเส้นประสาทบางส่วนเริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ภายใน 3 เดือน ก็ติดตามดูอาการต่อไป เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีโอกาสกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าการกลับสู่สภาพเดิมได้ช้ากว่าปกติ หรือหยุดการกลับคืน ก็ให้พิจารณาผ่าตัด </li></ul>
  23. 23. Rehabilitation ( กายภาพบำบัด ) <ul><li>ไม่ว่าจะรักษาโดยการผ่าตัด หรือไม่ก็ตาม ต้องทำกายภาพบำบัดบริหารกล้ามเนื้อที่ยังมีสภาพดีอยู่ให้มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อทุกข้อ เพื่อป้องกันข้อติดแข็ง มีการกระตุ้นกล้ามเนื้อ และมีการใส่ splint ของมือด้วย </li></ul>
  24. 24. Secondary reconstruction ( ผ่าตัดแก้ไขระยะหลัง ) <ul><li>ภายในระยะเวลา 1 ปี ครึ่งหลังจากการบาดเจ็บ ไม่ว่าผู้ป่วยจะได้รับ </li></ul><ul><li>การรักษาด้วยวิธีใดก็ตาม ..... เส้นประสาทมีโอกาสกลับคืนสู่สภาพที่ดีขึ้น </li></ul><ul><li>เรื่อยๆ แต่หลังจากนี้การกลับคืนของเส้นประสาทค่อนข้างจะคงที่ </li></ul><ul><li>( ยกเว้นการผ่าตัดบางอย่าง เช่น การทำ neurotization อาจ ต้อง </li></ul><ul><li>คอยนานกว่านี้ ) ดังนั้นในผู้ป่วยเหล่านี้ต้องมาตรวจร่างกายให้ละเอียด </li></ul><ul><li>อีกครั้ง ดูว่าผู้ป่วยมีการสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนใดบ้าง มี </li></ul><ul><li>กล้ามเนื้อมัดใดที่ปกติอยู่ แล้วพิจารณาทำการผ่าตัดอีกครั้งเพื่อแก้ไขให้ </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยสามารถใช้แขนและมือข้างนั้นทำงานได้บ้างไม่มากก็น้อย </li></ul>
  25. 25. การผ่าตัดมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ <ul><li>1. Tendon transfer ( การย้ายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ) </li></ul><ul><li>2. Arthrodesis ( การทำข้อต่อแข็ง ) </li></ul><ul><li>3. Free muscle transplant neurotization ( การย้าย </li></ul><ul><li>กล้ามเนื้อทั้งมัดจากที่อื่นแล้วไปต่อที่แขนโดยวิธีจุลศัลยกรรม ร่วมกับการย้ายเส้นประสาทจากที่อื่นไปต่อกับกล้ามเนื้อใหม่ </li></ul>
  26. 26. Tendon transfer ( การย้ายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ) <ul><li>Tendon transfer, muscle transfer เป็นการย้ายเส้นเอ็น หรือย้าย </li></ul><ul><li>กล้ามเนื้อ เพื่อให้เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อนั้นทำงานแทนเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงผิดปกติ โดยการทำผ่าตัดชนิดนี้มีหลักที่สำคัญว่ากล้ามเนื้อที่ดึงเส้นเอ็น </li></ul><ul><li>นั้น ๆ ต้องมีความแข็งแรงเป็นอย่างดี จึงจะย้ายไปช่วยกล้ามเนื้ออื่นได้ เนื่องจาก </li></ul><ul><li>การย้ายเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อไปทำงานแทนส่วนอื่นนั้น จะทำให้กล้ามเนื้อมัดที่ </li></ul><ul><li>ย้ายไปมีกำลังน้อยลง r grade ตัวอย่างเช่น การย้ายเส้นเอ็น การย้ายเส้นเอ็น </li></ul><ul><li>tibialis posterial ไปทำงานแทนเส้นเอ็น tibialis anterior ใน </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยที่มี foot drop เมื่อกล้ามเนื้อทำงานก็จะดึงให้เท้ากระดกขึ้น ให้ผู้ป่วย </li></ul><ul><li>เดินได้โดยเท้าไม่ตกลง หลังจากการย้ายและยึดใหม่ของเส้นเอ็นจำเป็นต้องใส่ </li></ul><ul><li>เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้เนื้อเยื่อหายดีก่อน </li></ul>
  27. 27. ภาพที่ 13 แสดงการทำ tendon transfer โดยการย้ายเส้นเอ็นอ้อมผ่าน distal ulnar และ มาเย็บเกาะกับ extensor ndon ของนิ้วโป้ง เพื่อไปทำหน้าที่เหยียดนิ้วโป้งแทน ( ซ้าย ) และการทำ tenodesis โดยการเย็บเอ็นกล้ามเนื้อ เพื่อดึงให้ข้อเท้าไม่ตกลง ( ขวา )
  28. 28. Arthrodesis ( การทำข้อต่อแข็ง ) <ul><li>Arthrodesis </li></ul><ul><li>คือการทำผ่าตัดเพื่อทำให้ผิวข้อเข้ามาชิดกัน และให้เกิดการเชื่อมติดกันของกระดูก </li></ul><ul><li>ทำให้ข้อติดและกระดูกข้อทั้งหมดกลายเป็นกระดูกชิ้นเดียวกัน เป็นวิธีการผ่าตัด </li></ul><ul><li>วิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาการปวดเรื้อรังจากโรคข้อ ซึ่งแพทย์เลือกทำในผู้ป่วยที่อายุ </li></ul><ul><li>น้อย กระดูกยังแข็งแรง และมีกิจวัตรประจำวันที่มาก เมื่อบริเวณข้อที่เจ็บปวดถูก </li></ul><ul><li>เปลี่ยนเป็นกระดูกชิ้นเดียวกันแล้ว ก็จะไม่ทำให้เกิดการปวดอีก ข้อดีของการทำ </li></ul><ul><li>arthrodesis คือข้อมีความมั่นคงอย่างถาวร เนื่องจากไม่มีการเคลื่อนไหว แต่มี </li></ul><ul><li>ข้อเสีย คือ สูญเสียการเคลื่อนไหวของข้อ ดังนั้น หากข้อที่ทำผ่าตัด เป็นข้อใหญ่ที่ </li></ul><ul><li>สำคัญ เช่น ข้อเข่า หรือข้อตะโพก ผู้ป่วยอาจสูญเสียกิจวัตรประจำวันหลาย ๆ </li></ul><ul><li>อย่างได้ ผู้ป่วยจึงต้องมีข้อสำคัญที่เหลือในข้างเดียวกัน หรือด้านตรงข้ามปกติ </li></ul>

×