Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ของระบบทางเดินหายใจ

278,798 views

Published on

Published in: Health & Medicine

การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหา ของระบบทางเดินหายใจ

  1. 1. ปญหาที่พบบอยในระบบทางเดินหายใจภาวะการหายใจลมเหลว(Respiratory Failure)เปนภาวะที่ระบบหายใจไมสามารถทําหนาที่ระบายอากาศและแลกเปลี่ยนกาซไดเพียงพอกับความตองการของรางกายจะมีระดับออกซิเจนในเลือดแดง (PaO2) ต่ํากวาปกติ และ/หรือ คารบอนไดซในเลือด (PaCo2) สูงกวาปกติและรางกายมีความเปนกรดมากขึ้น
  2. 2. ซึ่งเกณฑที่ใชในการวินิจฉัยจากผล ABG วามีภาวะหายใจลมเหลวคือ (สุจินดา ริมศรีทอง, 2545 อางถึงใน McCane,1998) PaO2 < 50-60 mm.Hg PaCo2 > 50 mm.Hg PH < 7.25การรักษา ควรไดรับการบริหารดวยออกซิเจน ระยะเฉียบพลัน PaO2 <60 mmHg + SaO2 < 90% ระยะเรื้อรัง PaO2 <60 mmHg
  3. 3. ชนิดของภาวะการหายใจลมเหลว*แบงตามระยะเวลาของการเริ่มตนการเกิด สามารถแบงไดเปน 2 ชนิดคือ 1.การหายใจลมเหลวอยางเฉียบพลัน (Acute respiratory failure) คือ ภาวะที่มีการพรองของ ออกซิเจนในเลือดแดง (Hypoxemia) โดยมี PaO2 ต่ํากวา 50 มม.ปรอท หรือคารบอนไดออกไซดคั่ง (Hypercapnia) โดยมี PaCo2 สูงกวา 50 มม.ปรอท เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว
  4. 4. 2. การหายใจลมเหลวอยางเรื้อรัง (Chronic respiratory failure) หมายถึง ภาวะที่มีการพรองของ ออกซิเจนในเลือดแดง และคารบอนไดออกไซดสูงขึ้น อยางคอยเปนคอยไป โดยเกิดหลัง 48-72 ชม. รางกาย สามารถปรับชดเชยโดยการสรางเม็ดเลือดแดงเพิมขึ้น ่ และไตชดเชยภาวะการเปนกรดดางของรางกายโดยการ เก็บคารบอเนตไวเพิมขึ้น มีผลให HCO3 – ่ ในเลือดสูงขึ้น
  5. 5. * แบงตามกลไกการเกิดและคาของกาซในเลือดแดงสามารถแบงไดเปน 2 ชนิดคือ1. การถายออกซิเจนลมเหลว (Oxygenation 5failure/ type Irespiratory failure/ non-hypercapnic type) คือ ภาวะหายใจลมเหลวที่เกิดจากความผิดปกติของการแลกเปลี่ยนกาซ เนื่องจากความผิดปกติของเนื้อปอดและหลอดเลือดปอด ซึ่งมีผลใหระดับออกซิเจนในเลือดแดงลดลง แตไมมีการคั่งของ CO2 เนื่องจากรางกายปรับสภาพโดยการเพิ่มการระบายอากาศในถุงลมสวนอื่นที่ปกติ
  6. 6. 2.การระบายอากาศลมเหลว (Ventilatory failure/hypercapnic respiratory failure/type II respiratory failure/pump failure) เกิดจากการระบายอากาศนอยกวาปกติ อากาศไมสามารถกระจายไปยังทุกถุงลมอยางสม่ําเสมอ การระบายอากาศจึงไมเพียงพอ สําหรับการแลกเปลี่ยนกาซมีการคั่งของCO2 ในเลือด เกิดการพรองออกซิเจนเนื่องจากไดรบ O2 นอย ัและถูกเจือจางโดย CO2 ที่มีจํานวนมาก มีสาเหตุจากความผิดปกติของศูนยหายใจ โรคของกลามเนื้อและประสาท ความผิดปกติของทรวงอก เปนผลใหการระบายอากาศถุงลมลดลง
  7. 7. สาเหตุของภาวะการหายใจลมเหลว1.ความผิดปกติที่ปอด ไดแก 1.1 Obstructive pulmonary function เชน ผูปวยที่มี asthma อยางรุนแรง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง สิ่ง แปลกปลอมอุดกั้นหลอดลม 1.2 Restrictive pulmonary function เชน ปอดอักเสบ (pneumonia) น้ําทวมปอด (pulmonary edema) ปอด แฟบ (atelectasis)
  8. 8. 1.3 ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงปอด เชน มี pulmonary embolism2.ความผิดปกติที่ชองทรวงอกและเยื่อหุมปอด เชนchest injury การไดรับการผาตัดชองทรวงอก3.ความผิดปกติที่ระบบประสาทสวนกลาง เชน ศูนยควบคุมการหายใจถูกกด สมองไดรับบาดเจ็บ สมองขาดเลือดไปเลี้ยง สมองอักเสบ
  9. 9. 4. ความผิดปกติของระบบประสาท และกลามเนื้อ เชน บาดทะยัก โปลิโอ การบาดเจ็บของไขสันหลัง MyastheniaGravis, Guillain Barre Syndrome5.ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด เชน Shock, Left side heart failure
  10. 10. อาการและอาการแสดงเมื่อมีภาวะการหายใจลมเหลวอาการและอาการแสดงที่พบจะเปนการปรับตัวชดเชยของอวัยวะตางๆตอภาวะ Hypoxemia คือ 1.Respiratory system : หายใจเร็ว หายใจลําบาก แตในระยะทายจะมีอาการหายใจเบาตื้น ชาลง จนกระทั่งหยุดหายใจ และ มีอาการเขียว
  11. 11. 2.Cardiovascular system : ชีพจรเตนเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจมีการเตนของหัวใจผิดจังหวะ(arrhythmia) และ ระยะทายมี Hypotension3.Central nervous system : ระดับความรูสึกตัวเปลี่ยนไป สับสน ไมมีสมาธิกระสับกระสาย ถามีภาวะ Hypoxemia รุนแรงมากขึ้นผูปวยจะซึมลงและไมรูสึกตัว และ มีอาการแสดงของ Hypercapnia คือปวดศีรษะ ผิวหนังแดงอุน ซึมลง ชัก และ ไมรูสึกตัวได
  12. 12. 4.Hematologic effect : เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น(Polycytemia) เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ซึ่งตอมาเลือดจะหนืดมากขึ้น5.Acid-base balance : เมื่อมีภาวะHypoxemia รุนแรงมากขึ้น เลือดมีภาวะเปนกรดมากขึ้น จะกระตุนการหายใจเร็วขึ้นเปนการชดเชย (compensate) ลดความเปนกรด
  13. 13. การรักษา มีหลักการดังนี้1.ใหเนื้อเยื่อไดรับออกซิเจนอยางเพียงพอ โดยมี วิธีคือ 1.1 ให O2 เพื่อแกไขภาวะ Hypoxemia 1.2 แกไขภาวะอุดกั้นในหลอดลม 1.3 การแกไขภาวะ Alveolarhypoventilation
  14. 14. 2.การรักษาโรคหรือสาเหตุที่ทาใหเกิด ํภาวะการหายใจลมเหลว เชน ในรายที่ปอดอักเสบตองใหยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม3.การรักษาตามอาการ เชน การใหอาหารและน้ําอยางเพียงพอ
  15. 15. การพยาบาลผูปวยที่มีปญหา ระบบทางเดินหายใจ การประเมินผูปวยระบบทางเดินหายใจ การวางแผนการพยาบาล
  16. 16. การวางแผนการพยาบาล จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของพบวาขอวินิจฉัยการพยาบาลทีพบบอยในการ ่ดูแลผูปวยที่มีปญหาในระบบทางเดินหายใจมีทั้งปญหาจริง (Actual problems) และปญหาเสี่ยง (Potential problems) ดังนี้
  17. 17.  (เสี่ยงตอ) การอุดกั้นทางเดินหายใจ (Ineffective airway clearance เนื่องจาก * รางกายสรางเสมหะมาก * มีภาวะติดเชื้อหรือภาวะขาดน้ํา * ไอไมมีประสิทธิภาพวัตถุประสงค เพื่อเพิ่มความสามารถในการขับเสมหะ และปองกันไมเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ
  18. 18. กิจกรรมการพยาบาล1.เพิ่มความสามารถในการขับเสมหะของ pt. โดย 1.1 การฝกไอ (coughing exercise) 1.2 การทํากายภาพบําบัดทางเดินหายใจ (chest physical therapy) เชน percussion, vibration, postural drainage 1.3 การดูดเสมหะ (tracheal suction) 1.4 การใหละอองไอน้ําและความชื้น (dilivery of humidity or aerosol therapy)
  19. 19.  เสี่ยงตอภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน เนื่องจาก– ประสิทธิภาพในการแลกเปลียนกาซที่ปอด ่ ลดลงจากพยาธิสภาพของโรคปอดอักเสบ/ ARDS/ COPD- ผูปวยมีความจําเปนตองไดรับยากดศูนยหายใจ เพื่อการรักษา
  20. 20. วัตถุประสงค เพื่อปองกันภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน/ เพื่อใหรางกายไดรับออกซิเจนอยางเพียงพอกิจกรรมการพยาบาล 1.ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะขาด O2 2.วัด V/S / O2 sat 3.ดูแลใหไดรับ O2 และ หมั่นตรวจขวดรับน้ํา/Respirator 4.จัดให pt.นอนในทาศีรษะสูง (Fowler’s position)
  21. 21. 5.ดูแลทางเดินหายใจใหโลง โดยการ suction/ ใสทอขวางปาก(oral airway) ในรายที่ลิ้นตก6.การฝกไอ (coughing exercise)7.การทํากายภาพบําบัดทางเดินหายใจ(Chest physical therapy) เชน percussion, vibration, postural drainage8.เปลี่ยนทานอนใหผปวยทุก 1-2 ชม. ู
  22. 22. 9.ดูแลชวยเหลือในการทํากิจกรรม10.ดูแลให pt. พักผอน11.ดูแลใหไดรับน้ําและอาหารอยางเพียงพอ12.ดูแลการไดรับยาตามแผนการรักษา (Bronchodilator/ Diuretic/ Antibiotic)13.ติดตามและประเมินเปรียบเทียบคา ABG
  23. 23. เสี่ยงตอการติดเชื้อ ของระบบทางเดินหายใจวัตถุประสงคปองกันการติดเชื้อของระบบหายใจกิจกรรมการพยาบาล1.ประเมินอาการและอาการแสดงของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ 2.วัด V/S
  24. 24. 3.ในกรณีที่ pt.ไดรับการรักษาโดยการใชเครื่องชวยหายใจทอระบายทรวงอกหรือหลอดลมคอ ควรใหการพยาบาลตามหลักเทคนิค (Sterile/ aseptic)4.เปลี่ยนทานอนทุก 1-2 ชม. เพื่อปองกันมิใหเสมหะคั่ง5.การทํากายภาพบําบัดทางเดินหายใจ (chest physicaltherapy) เชน percussion, vibration, postural drainage6.ในกรณีมีเสมหะชวยดูดเสมหะ (suction)
  25. 25. 7. แนะนําให pt. รักษาสุขภาพโดย * ฝกนิสัยการรับประทานอาการใหเหมาะกับโรค และ รับประทานอาหารที่เปนประโยชนตอรางกาย หลีกเลี่ยง อากาศที่เย็นจัด/ รอนจัด * รักษาชองปาก ฟน ใหสะอาดอยูเสมอ เพื่อปองกันการ ติดเชื้อของทางผานอากาศหายใจ * พักผอนและออกกําลังกายอยางสม่ําเสมอ * แนะนําให pt.หลีกเลี่ยงการเขาใกลผูที่เปนโรคติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจ8.ดูแลใหไดรับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา9.ติดตามผลตรวจทางหองปฏิบัติการ เชน wbc, sputum gramstain/ culture
  26. 26.  เจ็บหนาอกวัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเมื่อออกกําลังกายลดลงกิจกรรมการพยาบาลให pt.งดออกกําลังกาย และพักผอนใหมากขึ้น ระยะเวลาการพักผอนจะมากนอยเพียงใดขึ้นอยูกับสาเหตุ พยาธิสภาพและความรุนแรงของโรค เมื่ออาการเจ็บหนาอกลดลงหรือหายไปจึงเริ่มออกกําลังกายใหม การเริ่มออกกําลังกายควรกระทําทีละนอยและคอยๆ เพิ่มเวลามากขึ้น
  27. 27. วัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเนื่องมาจากการอักเสบของเยื่อหุมปอดลดลงกิจกรรมการพยาบาลแนะนําให pt. นอนทับขางที่อักเสบเพราะจะชวยลดการเคลื่อนไหวของปอดและเยื่อหุมปอด หากยังคงเจ็บปวดและไมไดพักผอนควรใหยาแกปวดตามแผนการรักษา และสังเกตผลขางเคียงของยาทุกครัง ้
  28. 28. วัตถุประสงคอาการเจ็บหนาอกเนื่องจากการไอบรรเทาลงกิจกรรมการพยาบาลกระตุนให pt.ไออยางมีประสิทธิภาพ หากดื่มน้ําไดใหดื่มน้ําอุนๆ อมกลั้วคอ (หากไมมีขอหามดื่มประมาณ 2000-3000 cc/ day) เพื่อละลายเสมหะและไอออกมาไดงายและทําความสะอาดปากหลังบวนเสมหะ ในรายที่ไมมีเสมหะควรใหยาแกไอเพื่อชวยบรรเทาอาการไอ
  29. 29.  มีความไมสุขสบายของรางกายจากการ หายใจลําบากวัตถุประสงคpt.มีความสุขสบายและผอนคลายทั้งรางกายและจิตใจกิจกรรมการพยาบาล1.แนะนําให pt.หายใจแบบหอปาก (pursed lips breathing)2.นวดหลัง เพื่อให pt.รูสึกสบายและกระตุน ใหโลหิตไหลเวียนสะดวกขึ้น
  30. 30. 3.งดใชแปงฝุนในการนวดหลังเพราะจะระคายเคืองระบบหายใจ ทําใหหายใจลําบากได4.เปลี่ยนทานอนเพื่อใหหายใจไดสะดวกขึ้น5.จัดสิ่งแวดลอมใหเงียบ สะอาด ปลอดโปรงเพื่อให pt.พักผอนและลดการใช O2 ของรางกาย6.ดูแลใหไดรับยาตามแผนการรักษา
  31. 31.  เสี่ยงตอการกลับเปนซ้ําของโรควัตถุประสงคปองกันการกลับเปนซ้ําของโรคกิจกรรมการพยาบาล 1.วางแผนรวมกับ pt. เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตนใหแข็งแรงอยูเสมอ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน ออกกําลังกายสม่ําเสมอ และพักผอนอยางเพียงพอ2.แนะนําให pt.หลีกเลี่ยงการเขาใกลผูที่เปนโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
  32. 32. 3.แนะนําให pt.อยูในที่ที่อากาศถายเทดี อบอุน และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแวดลอมโดยกะทันหัน4.ในการ breathing exercise แตละครั้ง ฝกให pt. สูดหายใจเขาลึกๆ ติดตอกันอยางนอย10-20 ครั้ง ทําเปนกิจวัตรประจําวันเชา-เย็น เพื่อความแข็งแรงของปอด หรือ อาจใชวิธีการเปาลูกโปงก็ได5.ในกรณีมีเสมหะ ควรฝกใหมีการไออยางมีประสิทธิภาพ
  33. 33. 6.แนะนําให pt.รักษาความสะอาดของปากฟนอยางสม่ําเสมอ เพื่อปองกันการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ7.สอนให pt.รูจักสังเกตตนเองเกี่ยวกับอาการเหนื่อยหอบ หายใจลําบาก ลักษณะสีเล็บมือ เล็บเทา ถามีความผิดปกติควรมาพบแพทย8.เนนให pt.เห็นความสําคัญของการมาตรวจตามแพทยนัด เพื่อการรักษาพยาบาลจะไดตอเนื่อง
  34. 34.  วิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะของโรควัตถุประสงคเพื่อลดความวิตกกังวลของผูปวยกิจกรรมการพยาบาล1.สรางสัมพันธภาพที่ดีตอผูปวยโดยปลอบโยนใหกําลังใจดวยทาทางเปนกันเอง ยิ้มแยมแจมใส ใหความเอาใจใส หมั่นตรวจเยี่ยม ฯลฯ เพื่อให pt.เกิดความรูสึกอบอุนและไววางใจ
  35. 35. 2.อธิบายใหผูปวยและญาติเขาใจถึงการดําเนินของโรคตลอดจนการรักษาโรคที่เปนอยู ควรจะแนะนําใหผูปวยทราบถึงความรุนแรงของโรคและประโยชนของการรักษา เพื่อคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพความเปนอยูของตน3.เปดโอกาสใหผูปวยและญาติซักถามขอสงสัยและอธิบายเพิ่ม4.ฝกการผอนคลายใหแก pt. โดย - จัดทาให pt.อยูในทาที่สบาย - ให pt.สูดหายในเขาชาๆ ลึกๆ และหายใจออกชาๆทําประมาณ 2-3 ครั้ง
  36. 36. - บอกให pt.ผอนคลายรางกายตังแตศีรษะ ้จนถึงเทาโดยให pt.นึกถึงความอบอุนที่รูสึกไดบริเวณปลายมือและปลายเทา - แนะนําให pt. ทําสมาธิ5.จัดกิจกรรมพิเศษหรืองานอดิเรกเบาๆที่ไมขัดกับโรคให pt.ทําเพื่อเบนความสนใจไปจากความทุกขทรมานจากความเจ็บปวย
  37. 37. 6.ประเมินความสัมพันธภายในครอบครัวของ pt.เพื่อใหคําแนะนําแกสมาชิกครอบครัวและเกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งจะชวยลดความวิตกกังวลของ pt.ไดสวนหนึ่ง7.จัดสิ่งแวดลอมใหเงียบ สะอาด ปลอดโปรงเพื่อให pt.รูสึกผอนคลายและพักผอนได
  38. 38. การเคลื่อนย้ ายผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบหายใจผู้ป่วยทีมปัญหาทางระบบหายใจ มีอาการดังนี้ ่ ี1.อัตราหายใจมากกว่า 30 คร้ ัง/นาที2. หอบเหนื่อย ใชกลามเน้ือบริเวณคอและทรวงอกในการหายใจ ้ ้3.ตองไดรับออกซิเจน ้ ้4.ใส่ ท่อช่วยหายใจ5.ภาวะความดันโลหิ ตตํ่า6.มีโอกาสเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ ้ ่7.หยดหายใจหรือหายใจนอยกวา 8 คร้ ัง/ นาที หรื อ ต้องช่วยหายใจ ุ
  39. 39. ข้ันตอนการเคลอนย้าย ื่1.แจ้งหน่วยงานที่จะรับผูป่วยทราบถึงสภาพผูป่วย ้ ้ ่2.เตรี ยมผูป่วยให้อยูในสภาพที่เหมาะสมก่อนการเคลื่อนย้าย หากไม่พร้อม ้ ควรแกไขหรือ**ให้การรักษาก่อน เช่น การหายใจช้า/ไม่หายใจ,ความดน ้ ั โลหิ ตตํ่า,ภาวะpneumothorax/hemothorax3.เฝ้ าระวงและใหการรักษาต่อเนื่องตลอดเวลาที่เคลื่อนยาย สัญญาณชีพ,ยา, ั ้ ้ นํ้าเกลือ4.ป้ องกันอันตรายจากการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะผูป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ้5.ผูป่วยที่ใส่ chest drain ควรดูแลใหเ้ หมาะสมไม่ควรclamp สายตลอดเวลา ้6.มีบุคลากรที่เหมาะสมไปกบผป่วยั ู้7.เมื่อเคลื่อนยายไปถึงหน่วยงานใหม่แลว ควรตรวจวดสัญญาณชีพทนที ้ ้ ั ั
  40. 40. THE END

×