Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

การเขียนโปรแกรมโดยใช้ Net beans

351 views

Published on

การเขียนโปรแกรมโดยใช้ Net beans

Published in: Education
  • Be the first to comment

การเขียนโปรแกรมโดยใช้ Net beans

  1. 1. การเขียนโปรแกรมโดยใช้ NetBeans และการสร้าง App Android
  2. 2. การติดตั้งโปรแกรม • การติดตั้ง Netbeans สาหรับเขียน Java (Install Netbeans IDE for Java) เป็น Tools IDE อีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมที่ใช้ใน การเขียนโปรแกรมภาษาต่าง ๆ รวมทั้งภาษา Java โดย Netbeans เป็น Open Source ฟรี ที่สามารถทาการพัฒนา Plugin หรือ Add-on ไว้สาหรับการพัฒนาโปรแกรมภาษาอื่น ๆ ได้ เช่น HTML5, PHP, C/C++ และอื่น ๆ แต่หลัก ๆ แล้วจะถูกใช้พัฒนาโปรแกรมภาษา Java มากกว่า และก่อนการใช้งาน Netbeans จะต้องทาการติดตั้ง Java JRE หรือ Java SDK ให้เรียบร้อย • สามารถดาวน์โหลด Netbeans ฟรีได้ที่ http://www.thaicreate.com
  3. 3. เลือกเวอร์ชั่นที่เป็น Java SE
  4. 4. Package ของ Netbeans สาหรับทาการ Install บน Windows กาลังจัดเตรียม Package สาหรับการ ติดตั้ง
  5. 5. เลือก Next เพื่อทาการติดตั้ง
  6. 6. ยอมรับเงื่อนไขและเลือก Next
  7. 7. ขั้นตอนนี้ถ้าในกรณีที่ในเครื่องของมี Java SDK ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ตากว่าปัจจุบัน อาจจะต้องทาการ Update ให้เรียบร้อยก่อน
  8. 8. คลิก Install
  9. 9. กาลังติดตั้ง Netbeans
  10. 10. ติดตั้ง Netbeans เรียบร้อยแล้ว
  11. 11. การเขียนโปรแกรม เปิดโปรแกรม Netbeans
  12. 12. เลือกเมนู File -> New Project...
  13. 13. เลือก Java -> Java Application
  14. 14. ตั้งชื่อ Project Name และเลือก Path สาหรับโปรเจค
  15. 15. การสร้าง Project บน Netbeans จะมีการสร้างไฟล์ .java ขึ้นมาให้ อัตโนมัติ ซึ่งจะได้ชื่อไฟล์และ Class เหมือนกับชื่อProject
  16. 16. ให้ทดสอบเพิ่มคาสั่งดังนี้ "Welcome to the java world. by ThaiCreate.Com"
  17. 17. เลือก Run
  18. 18. จะได้ผลลัพธ์ดังรูป จะเห็นว่าการเขียน Java บน Netbeans ไม่ต้องCompile ไฟล์ของ java เอง เพียงแค่เลือก Run แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Netbeans ที่จะทาหน้าที่ Compile และแสดงผลลัพธ์ออกทางหน้าจอ
  19. 19. การดีบักโปรแกรม การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์บางครั้งอาจต้องพิจารณาค่าของ ตัวแปรต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทางานของโปรแกรม เพื่อตรวจสอบ ข้อผิดพลาดบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การใช้ตัวแปรผิด การเขียน นิพจน์ผิด ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านั้น เรียกว่าบั๊ก (bug) แต่เนื่องจาก โปรแกรมทางานเร็วมาก บางครั้งอาจต้องให้โปรแกรมหยุดในตาแหน่ง กาหนดจุดหยุดของ โปรแกรมชั่วคราว หรือดูค่าของตัวแปรระหว่าง โปรแกรมทางานได้
  20. 20. คาสั่งที่ใช้ในการดีบัก (Debug) • -E คือ Enter ตามด้วยตาแหน่งที่จะใส่ข้อมูลลงไป (ป้อนข้อมูล ขนาด 1 byte หรือ หลายไบต์) เช่น E100 หมายถึง การใส่ข้อมูล ในตาแหน่ง 100h (ตาแหน่ง Offset) • -G คือ คาสั่ง GO เป็นการประมวลผลคาสั่งที่ป้อนเข้าไป ทั้งหมด เช่น G • -R เป็นคาสั่งในการตรวจสอบค่าในจีสเตอร์ต่างๆ และเป็นการ กาหนดค่าให้กับ รีจีสเตอร์ต่างๆ
  21. 21. • -A คือ คาสั่ง Assembler การป้อนข้อมูลเข้าไปในหน่วยความจา โดยการใช้คาสั่ง (Mnemonic Symbols) ไม่ต้องป้อนตัวเลขฐาน 16 เหมือนกับคาสั่ง E เช่น A100 หลังจากนั้นให้ใส่คาสั่งไป ตัวอย่าง ADD AX,BX • -D คือ Dump Address เป็นการดูตาแหน่งการเก็บข้อมูลนั้น ขึ้นมา ปรากฏบนหน้าจอ เช่น D ตามด้วยค่าของ ตาแหน่ง ตัวอย่างเช่น D100 เป็นการดูข้อมูลตัวเลขฐาน 16 ที่จัดเก็บในเครื่องในตาแหน่ง Offset 100h
  22. 22. • -T คือ คาสั่ง Trace เป็นคาสั่งที่ใช้ในการประมวลผลครางละ 1 คาสั่ง เช่น T • -U คือ คาสั่ง Unassembler เป็นคาสั่งที่ทาการแปลงค่าของคาสั่ง นั้นเป็นโปรแกรมกลับคืนมาให้เราดู เมื่อนาข้อมูลเข้าไปแบบ A หรือ E จะทาการแปลงเป็นสัญลักษณ์ Mnemonic ไปเป็นเลขฐาน 16 แต่ คาสั่ง U จะทาการแปลงเลขฐาน 16 เป็นรหัส Mnemonic (นีโมนิค) รูปแบบ –U จะเป็นการดูโปรแกรมทั้ง Segment -U ตาแหน่ง Offset เริ่มต้น, ตาแหน่ง Offset สุดท้าย หมายถึงการดูโปรแกรมเป็นช่วง
  23. 23. การสร้าง App Android 1.เปิดโปรแกรม NetBeans ขึ้นมาใช้งาน เลือกเมนู File ตามด้วย เมนูย่อย New Project เพื่อสร้างโครงงานใหม่ 2.จากนั้นเลือกหัวข้อ Categories ชื่อว่า Android และเลือก Android Project แล้วกดปุ่ม Next
  24. 24. 3. กาหนดรายละเอียดต่างๆของโครงงานนั้น ดังรูป และเลือก Target Platform ตามที่ต้องการ ในที่นี่ เลือก Android 4.3 แล้วกดปุ่ม Finish (ในที่นี่ ตั้งชื่อ Package Name ชื่อว่า com.netbeans.test )
  25. 25. 4.โปรแกรม NetBeans ทาการสร้าง pattern ของโปรแกรม นามสกุล java มาให้เแก้ไข ดังรูป
  26. 26. 5.สิ่งที่ต้องการคือ สร้าง Label ให้แสดงข้อความคาว่า "Hello World" แต่ ก่อนอื่นต้องไปที่ website ที่แนะนาวิธีการพัฒนาโปรแกรม Android จาก website นี้ก่อน แล้วหาวิธีการสร้าง Label ซึ่งในที่นี่ คือ TextView
  27. 27. 6. ทาการ Import Package ของ TextView(รูปที่ 2 ข้อที่ 5.) โดยการเขียน ชุดคาสั่งไว้ในไฟล์นามสกุล java ในข้อที่ 4. แต่ในการใช้งานจริงสามารถ Import Package ของ TextView ได้อีกวิธีหนึ่ง ดังรูป
  28. 28. 7. จากนั้นทาการเขียนชุดคาสั่งส่วนที่เหลือที่ต้องการให้ แสดงลงไปในไฟล์นามสกุล java ดังรูป
  29. 29. 8. ขั้นตอนสาคัญ การ Build Project นั้นต้องตั้งค่าที่ Control PanelClock, Language, and Region โดยเลือกทั้งใน Formats และ Location ให้เป็น United States และลบ ไฟล์ debug.keystore ใน C:Usersชื่อผู้ใช้งาน.android ก่อนจะทาการ Build Project ซึ่งอาจทาให้ การเกิดผิดพลาดในขั้นตอนการ Build Project เพราะใช้การอ้างอิงตาม พ.ศ. ทาให้การอ้างอิงใบรับรองโปรแกรม ตาม ค.ศ.นั้นหมดอายุ สาหรับ Build Project ทาโดยเลือกคลิกขวาที่โปรเจคแล้วเลือก Build
  30. 30. แหล่งที่มา • การติดตั้งโปรแกรม.(ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.thaicreate.com. 22 พฤศจิกายน 2558 • การเขียนโปรแกรม(ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.thaicreate.com. 22 พฤศจิกายน 2558 • การดีบักโปรแกรม.(ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://pibul2.psru.ac.th 22 พฤศจิกายน 2558 • การสร้างแอพแอนดรอยด์.(ออนไลน์).แหล่งที่มา http://www.easyandroid.info. 22 พฤศจิกายน 2558
  31. 31. 1. นางสาวกัญญารัตน์ อ้นเพชร เลขที่ 12 2. นางสาวฌัชรินทร์ สุขสม เลขที่ 13 3. นางสาวสุปราณี บุญมี เลขที่ 19 4. นางสาวดลนภา บ่อทรัพย์ เลขที่ 32 5. นางสาวภวิษย์พร ภิรมย์รักษ์ เลขที่ 33 6. นางสาวอริสรา แก้วทับทิม เลขที่ 34 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/1

×