SlideShare a Scribd company logo
1 of 8
Download to read offline
ใบความรู้
                             เรือง การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช

การสื บพันธุ์ของพืช
        พืชดอกมีวธีการสื บพันธุ์ 2 แบบ คือ
                     ิ
         1. การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ
        สิ งสําคัญทีบอกเพศของพืชดอกคือ เกสรตัวผูและเกสรตัวเมียการสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศจึงเป็ น
                                                       ้
                                                      ้ั
การสื บพันธุ์ทีเกิดการผสมระหว่างละอองเกสรตัวผูกบไข่ในรังไข่ของเกสรตัวเมีย เมือผสมกันแล้วก็
เจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ด ซึ งเมือนําไปเพาะจะงอกเป็ นพืชต้นใหม่ได้กระบวนการในการสื บพันธุ์แบบ
อาศัยเพศของพืชดอก คือ การถ่าย ละอองเกสรและผสมเกสร
        2. การสื บพันธุ์แบบไม่ อาศัยเพศ
        เป็ นวิธีการสื บพันธุ์อย่างง่าย ๆ ของพืชทีจะเกิดต้นใหม่ได้โดยไม่ตองใช้เมล็ดหรื อการผสมเกสร
                                                                         ้
แต่อย่างใด พืชดอกมีวธีสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศหลายวิธี เช่น การงอกต้นใหม่จากส่ วนต่างๆ เช่น
                          ิ
                                              ่
กล้วย ขิง งอกเป็ นลําต้นใหม่จากลําต้นทีอยูใต้ดินทีเรี ยกว่าการแตกหน่อ เช่นมันสําปะหลัง อ้อย ตัดเอา
ส่ วนของลําต้นทีมีตาและปล้องอยูเ่ พียงท่อนหรื อสองท่อนไปปั กชํา ต้นใหม่ก็จะงอกออกตรงบริ เวณตา
กะเพรา โหระพา ชบา เข็ม นําต้นหรื อกิงไปปั กชําขึนเป็ นต้นใหม่ได้เช่นเดียวกัน ใบของพืชบางชนิด
เช่น ควําตายหงายเป็ น กุหลาบหิ น นํา ไปเพาะให้เกิดเป็ นต้นใหม่
           1. สื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ เป็ นการสื บพันธุ์ทีเกิดจากการผสมระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผูและ
                                                                                               ้
เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย พืชต้นใหม่ทีได้จะมีลกษณะของต้นพ่อและแม่ผสมกันซึ งบางครังก็ได้ลกษณะที
                                                ั                                           ั
ดีตามต้องการ แต่บางครังก็อาจได้ลกษณะทีไม่ดี การปฏิสนธิ ของพืชดอก
                                        ั
           2. การสื บพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็ นการสื บพันธุ์ของพืชโดยการผลิตพืชต้นใหม่ขึนมาจากพืช
ต้นเดิมด้วยวิธีการต่างๆ ทีไม่ใช่จากการใช้เซลล์สืบพันธุ์พช เช่น การปั กชํา การติดตา การตอน
                                                             ื
การทาบกิง เป็ นต้น ซึ งวิธีการแต่ละอย่างก็มีความเหมาะสมสําหรับพืชแต่ละชนิด
การถ่ ายละอองเรณู




         การถ่ ายละอองเรณู
          พืชดอกแต่ล่ะชนิดมีละอองเรณูและรังไข่ทีมีรูปร่ างลักษณะ และจํานวนทีแตกต่างกันเมือ
อับเรณูแก่เต็มทีผนังของอับเรณูจะแตกออกละอองเรณูจะกระจายออกไปตกบนยอดเกสรตัวเมีย
โดยอาศัยสื อต่างๆพาไป เช่น ลม นํา แมลง สัตว์ รวมทังมนุษย์ เป็ นต้น ปรากฏการณ์ทีละอองเรณู
ตกลงสู่ ยอดเกสรตัวเมียเรี ยกว่า การถ่ ายละอองเรณู (pollination) การถ่ายละอองเรณู คือ วิธีการ
ทีละอองเรณูตวผูเ้ คลือนทีไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย เพือให้เกิดการผสมพันธุ์และสื บพันธุ์ต่อไป
                ั
การถ่ายละอองเรณูมี 3 แบบ คือ
         1. การถ่ ายละอองเรณูในดอกเดียวกัน พืชทีมีดอกเป็ นดอกสมบูรณ์เพศ คือ พืชทีมีเกสรตัวผู ้
              ่
และตัวเมียอยูในดอกเดียวกันละอองเรณูตวผูนนสามารถร่ วงหรื อปลิวมาตกบนยอดเกสรตัวเมียได้พืชที
                                          ั ้ ั
ถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกัน ได้แก่ ถัว มะเขือ ฝ้ ายและพืชทีมีดอกสมบูรณ์เพศอืน ๆ




                       เกสรตัวผู ้               เกสรตัวเมีย


        2. การถ่ ายละอองเรณูข้ามดอกในต้ นเดียวกัน เกิดกับพืชทีมีดอกไม่สมบูรณ์เพศ อะอองเรณู ตว
                                                                                            ั
ผูจะต้องเคลือนทีไปตกบนยอดเกสรตัวเมียของอีกดอกหนึงในต้นเดียวกัน พืชทีต้องถ่ายละอองเรณู
  ้
แบบนี ได้แก่ ฟักทอง แตงกวา เป็ นต้น
เกสรตัวเมีย




                                    เกสรตัวผู ้



                                                                                ่
           3. การถ่ ายละอองเรณูข้ามต้ น เกิดกับพืชทีมีดอกตัวผูหรื อดอกตัวเมียอยูคนละต้นจึงต้องใช้
                                                               ้
วิธีการถ่ายละอองเรณูขามต้นพืชทีมีดอกสมบูรณ์เพศหรื อพืชทีมีดอกตัวผูและดอกตัวเมียอยูในต้น
                          ้                                                ้             ่
เดียวกันก็อาจจะถ่ายละอองเรณูขามต้นได้เหมือนกันโดยอาศัยลมมนุษย์หรื อสัตว์พาไป
                                   ้
           สิ งทีช่ วยในการถ่ ายละอองเรณู
           พืชเคลือนทีด้วยตนเองไม่ได้ ส่ วนประกอบของพืชก็เคลือนทีไปเองไม่ได้เช่นกัน ละอองเรณู
ตัวผูเ้ มือไม่สมบูรณ์เพศและเติบโตพร้อมทีจะถ่ายละอองเรณูไปผสมพันธุ์จึงต้องอาศัยธรรมชาติและ
สิ งแวดล้อมเข้าช่วยเหลือ สิ งสําคัญทีช่วยในการถ่ายละอองเรณูของพืชดอกได้แก่แมลง
           แมลงเป็ นสัตว์ทีมีส่วนช่วยในการถ่ายละอองเรณูของพืชมากทีสุ ดดอกของพืชเมือเจริ ญเติบโต
กลีบดอกจะมีสีสวยงาม บางชนิดมีกลินหอมบริ เวณโคนกลีบดอกจะมีนาหวานซึ งเป็ นอาหารของแมลง
                                                                        ํ
พืชสร้างสี กลินและนําหวานทีดอกเพือล่อแมลงมาเกาะแล้วละอองเรณูตวผูจะได้ติดไปกับขา ขนปี ก
                                                                          ั ้
ปากของแมลงไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย แมลงทีช่วยในการถ่ายละอองเรณูของพืชมีหลายชนิด
เช่น ผีเสื อ ผึง แมลงภู่
           พืชบางชนิดทีเป็ นพืชเศรษฐกิจ หรื อพืชทีใช้บริ โภคเป็ นอาหาร ถ้าปล่อยให้เกิดการถ่ายละออง
เรณู ตามธรรมชาติ ผลผลิตทีได้จะไม่มากนัก เช่น ทุเรี ยนพันธุ์ชะนีจะติดผลเพียงร้อยละ 3 ส่ วนพันธุ์
ก้านยาวติดผลร้อยละ 10 พืชบางชนิด เช่น สละ เกสรเพศผูมีนอยมาก จึงทําให้การถ่ายละอองเรณูเกิด
                                                           ้ ้
ได้นอย นอกจากนียังมีปัจจัยหลายประการทีส่ งผลให้การถ่ายละอองเรณูได้นอย เช่น จํานวนของแมลง
       ้                                                                      ้
ทีมาผสมเกสร ระยะเวลาของการเจริ ญเติบโตเต็มทีของเกสรเพศเมีย และเกสรเพศผูไม่พร้อมกัน้
ปั จจุบนมนุษย์จึงเข้าไปช่วยทําให้เกิดการถ่ายละอองเรณูได้มากขึน เช่น เลียงผึงเพือช่วยผสมเกสรศึกษา
         ั
การเจริ ญของละอองเรณู และออวุล แล้วนําความรู ้มาช่วยผสมเกสร เช่นในทุเรี ยน การเจริ ญ เติบโต
ของอับเรณู จะเจริ ญเต็มทีในเวลา 19.00 – 19.30 น. ชาวสวนก็จะตัดอับเรณูทีแตกเก็บไว้ และเมือเวลาที
                                                                       ่ ั
เกสรเพศเมียเจริ ญเต็มที คือ ประมาณเวลา 19.30 น. เป็ นต้นไป ก็จะนําพูกนมาแตะละอองเรณูทีตัดไว้
วางบนยอดเกสรเพศเมีย หรื อเมือตัดอับเรณู แล้วก็ใส่ ถุงพลาสติก แล้วไปครอบทีเกสรเพศเมีย เมือเกสร
เพศเมียเจริ ญเต็มทีแล้วการถ่ายละอองเรณู จะเกิดได้ดี และในผลไม้อืน เช่น สละก็ใช้วธีการเดียวกันนี
                                                                                    ิ
การผสมเกสร เป็ นกระบวนการผสมพันธุ์ของพืชดอกทีเกิดต่อเนื องจากการถ่ายละอองรณู
บางครังอาจจะเรี ยกการผสมเกสรว่า “การปฏิสนธิ ก็ได้ การผสมเกสรหรื อการปฏิสนธิ ของพืชมีขึนเพือให้
พืชได้มีเมล็ดทีมีตนอ่อนไว้ขยายพันธุ์สืบทอดต่อไป ในการผสมเกสรต้องใช้เกสรตัวผูและเกสรตัวเมีย
                   ้                                                                  ้
เป็ นองค์ประกอบสําคัญ เริ มตังแต่เกสรตัวผูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย ซึ งมีนาเหนียวๆ คอยจับให้ละออง
                                             ้                               ํ
เรณู ตวผูจบแน่น ละอองเรณู ตวผูจะดูดนําหวาน ๆ จนพองโตแล้วงอกสิ งทีมีลกษณะคล้ายท่อออกมาชอน
       ั ้ั                     ั ้                                            ั
ไชลงในก้านเกสรตัวเมีย ลงไปถึงรังไข่ทีโคนเกสรตัวเมีย ในรังไข่จะมีไข่อยูเ่ ป็ นจํานวนมาก เมือท่อที
งอกมาจากละอองเรณู ตวผูเ้ จาะรังไข่เข้าไปแล้ว เชือจากละอองเรณูตวผูก็จะเข้าผสมกับไข่จึงจะเรี ยกว่า
                         ั                                          ั ้
เกิดการผสมหรื อการปฏิสนธิ ในการผสมเกสรนันจะต้องใช้ละอองเรณูตวผูและไข่เป็ นจํานวนมากเพราะ
                                                                         ั ้
การผสมระหว่างละอองเรณู ตวผูกบไข่จะผสมกันเป็ นคู่ ๆ เพียงหนึง ต่อหนึงเท่านัน ถ้ามีละอองเรณู
                               ั ้ั
ตัวผูนอยมาก การเจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ดและผลก็มีโอกาสน้อยตามไปด้วย หลังการผสมเรณูหรื อปฏิสนธิ
     ้ ้
                                                              ้ ่
แล้ว ไข่ทีได้รับการผสมจะเจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ด รังไข่ทีห่ อหุ มอยูจะเจริ ญเติบโตเป็ นเนือของผลต่อไป
         หลังจากเกิดการปฏิสนธิแล้ ว ส่ วนต่ างๆ ของดอกจะมีการเปลียนแปลงดังนี
                  กลีบเลียง         จะเหี ยวแล้วร่ วงหล่นไป
                  กลีบดอก           จะเหี ยวแล้วร่ วงหล่นไป
                  เกสรตัวผู ้       จะเหี ยวแล้วร่ วงหล่นไป
                  เกสรตัวเมีย จะเจริ ญไปเป็ นผลไม้รังไข่
                  ออวุล             จะเปลียนแปลงไปเป็ นเมล็ด
                  รังไข่            จะเจริ ญไปเป็ นผล
                  ไซโกต             เจริ ญไปเป็ นเอมบริ โอ
                  เอนโดสเปิ ร์ ม เจริ ญไปเป็ นอาหารสําหรับเลียงเอมบริ โอ

                                                                                     ่
        ในพืชบางชนิดเอนโดสเปิ ร์ มจะสลายไปก่อนทีเมล็ดจะเจริ ญ ดังนันอาหารสะสมจึงอยูภายใน
ใบเลียงของเอมบริ โอ การปฏิสนธิ ซอนของพืชดอกมีความสําคัญเป็ นอย่างมาก เนืองจากเป็ นการสร้าง
                                    ้
อาการให้แก่สิงมีชีวตอืนๆ เช่น ผลไม้ทีเราใช้รับประทานก็เกิดมาจากการปฏิสนธิ อาหารพวก ข้าว
                    ิ
                                                                                  ่
ข้าวโพด ก็เป็ นส่ วนของเอนโดสเปิ ร์ ม อาหารในเมล็ดถัวหลายชนิดก็เป็ นอาหารทีสะสมอยูในใบเลียง
ของเอมบริ โอของถัว
การปฏิสนธิซ้อน
           เมือละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ทิวบ์นิวเคลียสของละอองเรณู แต่ละอันจะสร้าง
หลอดละอองเรณูดวยการงอกหลอดลงไปตามก้านเกสรเพศเมียผ่านทางรู ไมโครไพล์ของออวุล ระยะนี
                   ้
เจเนอเรทิฟนิวเคลียสจะแบบนิวเคลียสแบบไมโทซิ สได้ 2 สเปิ ร์ มนิวเคลียส (spermnucleus) สเปิ ร์ ม
นิวเคลียสหนึงจะผสมกับเซลล์ไข่ได้ไซโกต ส่ วนอีกสเปิ ร์ มนิวเคลียสจะเข้าผสมกับเซลล์โพลาร์
นิวเคลียสไอได้ เอนโดสเปิ ร์ ม (endosperm) เรี ยกการผสม 2 ครัง ของสเปิ ร์ มนิวเคลียสนีว่า
การปฏิสนธิซ้อน (double fertilization)
         การเกิดผล
           ภายหลังการปฏิสนธิ ออวุลแต่ละออวุลจะเจริ ญไปเป็ นเมล็ด ส่ วนรังไข่จะเจริ ญไปเป็ นผล
มีผลบางชนิดทีสามารถเจริ ญมาจากฐานรองดอก ได้แก่ ชมพู่ แอปเปิ ล สาลี ฝรัง
           ผลของพืชบางชนิ ดอาจเจริ ญเติบโตมาจากรังไข่โดยไม่มีการปฏิสนธิ หรื อมีการปฏิสนธิ
ตามปกติแต่ออวุลไม่เจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ด ส่ วนรังไข่สามารถเจริ ญเติบโตเป็ นผลได้ เช่น กล้วยหอม
องุ่นไม่มีเมล็ด
นักพฤกษศาสตร์ ได้แบ่งผลตามลักษณะของดอกและการเกิดผลออกเป็ น 3 ชนิด ดังนี
          1. ผลเดียว (simple fruit) เป็ นผลทีเกิดจากดอกเดียว หรื อ ช่อดอกซึ งแต่ละดอกมีรังไข่เพียง
อันเดียวเช่น ส้ม ลินจี เงาะ ลําไย ทุเรี ยน ตะขบ เป็ นต้น




                                                                                   ่
         2. ผลกลุ่ม (aggregate fruit) เป็ นผลทีเกิดจากดอกหนึงดอกซึ งมีหลายรังไข่อยูแยกกันหรื อ
              ่
ติดกันก็ได้อยูบนฐานรองดอกเดียวกัน เช่น น้อยหน่า กระดังงา สตรอเบอรี มณฑา เป็ นต้น




      3. ผลรวม (multiple fruit) เป็ นผลเกิดจากรังไข่ของดอกย่อยแต่ละดอกของช่อดอกหลอม
รวมกันเป็ นผลใหญ่ เช่น ยอ ขนุน หม่อน สับปะรด เป็ นต้น
การเกิดเมล็ด
           การเกิดของเมล็ดพืช
           ภายหลังการปฏิสนธิ ( double fertilization ) ของพืชดอก ซึ งเกิดขึนภายในออวุลของรังไข่
จะได้ไซโกตและเอนโดสเปิ ร์ ม ทังไซโกตและเอนโดสเปิ ร์ ม จะจริ ญเติบโตและพัฒนาอยูภายในเมล็ด่
           โครงสร้ างภายในเมล็ดพืช
           เมล็ด ( Seed ) หมายถึง ออวุลซึ งเจริ ญเต็มทีแล้วภายหลังการปฏิสนธิ เมล็ดแต่ละชนิดจะมี
รู ปร่ าง ลักษณะ ขนาด แตกต่างกันไป แต่จะมีส่วนประกอบหลักเหมือนกันคือ เปลือกหุ มเมล็ด  ้
เอ็มบริ โอ และ เอนโดสเปิ ร์ ม
แบบฝึ กหัด

More Related Content

What's hot

บทที่ 3 เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน
บทที่ 3  เครื่องสำอางในชีวิตประจำวันบทที่ 3  เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน
บทที่ 3 เครื่องสำอางในชีวิตประจำวันJariya Jaiyot
 
ใบงาน 3.1 3.2
ใบงาน 3.1 3.2ใบงาน 3.1 3.2
ใบงาน 3.1 3.2oraneehussem
 
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอกการสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอกThanyamon Chat.
 
ใบงาน 14.1 14.3
ใบงาน 14.1 14.3ใบงาน 14.1 14.3
ใบงาน 14.1 14.3oraneehussem
 
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdfแบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdfssuser2feafc1
 
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1Sumarin Sanguanwong
 
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน    หน่วย งานและพลังงานแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน    หน่วย งานและพลังงาน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงานdnavaroj
 
โครงสร้างและหน้าที่ของใบ
โครงสร้างและหน้าที่ของใบโครงสร้างและหน้าที่ของใบ
โครงสร้างและหน้าที่ของใบThanyamon Chat.
 
เสียงกับการได้ยิน
เสียงกับการได้ยินเสียงกับการได้ยิน
เสียงกับการได้ยินkrubenjamat
 
ใบงานพอลิเมอร์
ใบงานพอลิเมอร์ใบงานพอลิเมอร์
ใบงานพอลิเมอร์Jariya Jaiyot
 
แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์
แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์
แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์Phattarawan Wai
 
พืชมีดอกและพืชไร้ดอก
พืชมีดอกและพืชไร้ดอกพืชมีดอกและพืชไร้ดอก
พืชมีดอกและพืชไร้ดอกbiwty_keng
 
ระบบขับถ่าย ม.2
ระบบขับถ่าย ม.2ระบบขับถ่าย ม.2
ระบบขับถ่าย ม.2Sukanya Nak-on
 
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารdalarat
 
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02oranuch_u
 

What's hot (20)

บทที่ 3 เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน
บทที่ 3  เครื่องสำอางในชีวิตประจำวันบทที่ 3  เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน
บทที่ 3 เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน
 
ใบงาน 3.1 3.2
ใบงาน 3.1 3.2ใบงาน 3.1 3.2
ใบงาน 3.1 3.2
 
แรงพยุงหรือแรงลอยตัว
แรงพยุงหรือแรงลอยตัวแรงพยุงหรือแรงลอยตัว
แรงพยุงหรือแรงลอยตัว
 
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอกการสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
 
ใบงาน 14.1 14.3
ใบงาน 14.1 14.3ใบงาน 14.1 14.3
ใบงาน 14.1 14.3
 
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdfแบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
 
แสงและการมองเห็น
แสงและการมองเห็นแสงและการมองเห็น
แสงและการมองเห็น
 
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
 
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน    หน่วย งานและพลังงานแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน    หน่วย งานและพลังงาน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ๋ทางการเรียน หน่วย งานและพลังงาน
 
โครงสร้างและหน้าที่ของใบ
โครงสร้างและหน้าที่ของใบโครงสร้างและหน้าที่ของใบ
โครงสร้างและหน้าที่ของใบ
 
เสียงกับการได้ยิน
เสียงกับการได้ยินเสียงกับการได้ยิน
เสียงกับการได้ยิน
 
ใบงานพอลิเมอร์
ใบงานพอลิเมอร์ใบงานพอลิเมอร์
ใบงานพอลิเมอร์
 
แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์
แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์
แบบทดสอบย่อย เรื่องกล้องจุลทรรศน์
 
พืชมีดอกและพืชไร้ดอก
พืชมีดอกและพืชไร้ดอกพืชมีดอกและพืชไร้ดอก
พืชมีดอกและพืชไร้ดอก
 
ระบบขับถ่าย ม.2
ระบบขับถ่าย ม.2ระบบขับถ่าย ม.2
ระบบขับถ่าย ม.2
 
ดิน
ดินดิน
ดิน
 
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
 
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02
 
การกรอง
การกรองการกรอง
การกรอง
 
การแยกสาร (Purification)
การแยกสาร (Purification)การแยกสาร (Purification)
การแยกสาร (Purification)
 

Similar to การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช

การสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกการสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกNokko Bio
 
บทที่ 14 การสืบพันธ์ของพืชดอก
บทที่ 14  การสืบพันธ์ของพืชดอกบทที่ 14  การสืบพันธ์ของพืชดอก
บทที่ 14 การสืบพันธ์ของพืชดอกฟลุ๊ค ลำพูน
 
การเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ดการเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ดNokko Bio
 
การเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ดการเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ดNokko Bio
 
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชdnavaroj
 
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอกบทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอกWichai Likitponrak
 
ชุดโลกของพืช เรื่
ชุดโลกของพืช  เรื่ชุดโลกของพืช  เรื่
ชุดโลกของพืช เรื่plernpit19
 
ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้sawaddee
 
ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้sawaddee
 
ระบบสืบพันธุ์ของพืช
ระบบสืบพันธุ์ของพืชระบบสืบพันธุ์ของพืช
ระบบสืบพันธุ์ของพืชdnavaroj
 
Plant kingdom 1
Plant kingdom 1Plant kingdom 1
Plant kingdom 1krunidhswk
 
การสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกการสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกnokbiology
 
การสืบพันธุ์ของพืช
การสืบพันธุ์ของพืชการสืบพันธุ์ของพืช
การสืบพันธุ์ของพืชchiralak
 
Ipmแมลงศัตรูผัก
IpmแมลงศัตรูผักIpmแมลงศัตรูผัก
IpmแมลงศัตรูผักKaemkaem Kanyamas
 

Similar to การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช (20)

การสืบพันธุ์ของพืช2
การสืบพันธุ์ของพืช2การสืบพันธุ์ของพืช2
การสืบพันธุ์ของพืช2
 
การสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกการสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอก
 
บทที่ 14 การสืบพันธ์ของพืชดอก
บทที่ 14  การสืบพันธ์ของพืชดอกบทที่ 14  การสืบพันธ์ของพืชดอก
บทที่ 14 การสืบพันธ์ของพืชดอก
 
การเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ดการเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ด
 
การเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ดการเกิดผลและเมล็ด
การเกิดผลและเมล็ด
 
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช
การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช
 
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอกบทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
บทที่3การสืบพันธุ์เจริญเติบโตพืชดอก
 
ชุดโลกของพืช เรื่
ชุดโลกของพืช  เรื่ชุดโลกของพืช  เรื่
ชุดโลกของพืช เรื่
 
ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้
 
ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้ส่วนประกอบของดอกไม้
ส่วนประกอบของดอกไม้
 
Plant
PlantPlant
Plant
 
wan
wanwan
wan
 
ระบบสืบพันธุ์ของพืช
ระบบสืบพันธุ์ของพืชระบบสืบพันธุ์ของพืช
ระบบสืบพันธุ์ของพืช
 
สมุดเล่มเล็ก
สมุดเล่มเล็กสมุดเล่มเล็ก
สมุดเล่มเล็ก
 
Handling and nama plant
Handling and nama plantHandling and nama plant
Handling and nama plant
 
Plant kingdom 1
Plant kingdom 1Plant kingdom 1
Plant kingdom 1
 
การสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอกการสืบพันธุ์ของพืชดอก
การสืบพันธุ์ของพืชดอก
 
การสืบพันธุ์ของพืช2
การสืบพันธุ์ของพืช2การสืบพันธุ์ของพืช2
การสืบพันธุ์ของพืช2
 
การสืบพันธุ์ของพืช
การสืบพันธุ์ของพืชการสืบพันธุ์ของพืช
การสืบพันธุ์ของพืช
 
Ipmแมลงศัตรูผัก
IpmแมลงศัตรูผักIpmแมลงศัตรูผัก
Ipmแมลงศัตรูผัก
 

More from dnavaroj

เอกสารประกอบการอบรม Analysis
เอกสารประกอบการอบรม Analysisเอกสารประกอบการอบรม Analysis
เอกสารประกอบการอบรม Analysisdnavaroj
 
บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา โรงเรีย...
บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา  โรงเรีย...บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา  โรงเรีย...
บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา โรงเรีย...dnavaroj
 
รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559
รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559
รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559dnavaroj
 
บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...
บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...
บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...dnavaroj
 
Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.
Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.
Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.dnavaroj
 
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 2558
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5   2558แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5   2558
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 2558dnavaroj
 
Science.m.3.2
Science.m.3.2Science.m.3.2
Science.m.3.2dnavaroj
 
Science.m.3.1
Science.m.3.1Science.m.3.1
Science.m.3.1dnavaroj
 
สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)
สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)
สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)dnavaroj
 
สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้
สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้
สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้dnavaroj
 
น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้
น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้
น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้dnavaroj
 
การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกัน
การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกันการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกัน
การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกันdnavaroj
 
การยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่า
การยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่าการยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่า
การยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่าdnavaroj
 
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรมแบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรมdnavaroj
 
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมแบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมdnavaroj
 
แบบทดสอบ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
แบบทดสอบ สาระที่ 7    ดาราศาสตร์และอวกาศแบบทดสอบ สาระที่ 7    ดาราศาสตร์และอวกาศ
แบบทดสอบ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศdnavaroj
 
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)dnavaroj
 
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5  (ออกตามตัวชี้วัด)แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5  (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)dnavaroj
 
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)dnavaroj
 
Project pohpanpunya somdejyan
Project pohpanpunya somdejyanProject pohpanpunya somdejyan
Project pohpanpunya somdejyandnavaroj
 

More from dnavaroj (20)

เอกสารประกอบการอบรม Analysis
เอกสารประกอบการอบรม Analysisเอกสารประกอบการอบรม Analysis
เอกสารประกอบการอบรม Analysis
 
บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา โรงเรีย...
บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา  โรงเรีย...บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา  โรงเรีย...
บทความ บทความ การเปลี่ยนแปลงทักษะของนักเรียนในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา โรงเรีย...
 
รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559
รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559
รายงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ญสส. ปี 2559
 
บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...
บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...
บทความวิจัย การเปลี่ยนแปลงทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ในทักษะศตวรรษที่ 21...
 
Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.
Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.
Pocketbook ร้อยเรียงเรื่องราว พพปญ.รร.ญสส.
 
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 2558
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5   2558แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5   2558
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 2558
 
Science.m.3.2
Science.m.3.2Science.m.3.2
Science.m.3.2
 
Science.m.3.1
Science.m.3.1Science.m.3.1
Science.m.3.1
 
สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)
สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)
สรุปงายงานวิจัยเพาะพันธุ์ปัญญ รร.ญสส.(ฉบับสมบูรณ์)
 
สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้
สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้
สบู่สมุนไพรข่าสร้างรายได้
 
น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้
น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้
น้ำพริกสมุนไพรข่าสร้างรายได้
 
การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกัน
การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกันการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกัน
การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากข่าต่างชนิดกัน
 
การยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่า
การยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่าการยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่า
การยับยั้งเชื้อราด้วยสารสกัดจากข่า
 
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรมแบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
 
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมแบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
 
แบบทดสอบ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
แบบทดสอบ สาระที่ 7    ดาราศาสตร์และอวกาศแบบทดสอบ สาระที่ 7    ดาราศาสตร์และอวกาศ
แบบทดสอบ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
 
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 6 (ออกตามตัวชี้วัด)
 
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5  (ออกตามตัวชี้วัด)แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5  (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบปลายภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
 
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
แบบทดสอบกลางภาคเรียน วิทย์ 5 (ออกตามตัวชี้วัด)
 
Project pohpanpunya somdejyan
Project pohpanpunya somdejyanProject pohpanpunya somdejyan
Project pohpanpunya somdejyan
 

การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช

  • 1. ใบความรู้ เรือง การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช การสื บพันธุ์ของพืช พืชดอกมีวธีการสื บพันธุ์ 2 แบบ คือ ิ 1. การสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ สิ งสําคัญทีบอกเพศของพืชดอกคือ เกสรตัวผูและเกสรตัวเมียการสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศจึงเป็ น ้ ้ั การสื บพันธุ์ทีเกิดการผสมระหว่างละอองเกสรตัวผูกบไข่ในรังไข่ของเกสรตัวเมีย เมือผสมกันแล้วก็ เจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ด ซึ งเมือนําไปเพาะจะงอกเป็ นพืชต้นใหม่ได้กระบวนการในการสื บพันธุ์แบบ อาศัยเพศของพืชดอก คือ การถ่าย ละอองเกสรและผสมเกสร 2. การสื บพันธุ์แบบไม่ อาศัยเพศ เป็ นวิธีการสื บพันธุ์อย่างง่าย ๆ ของพืชทีจะเกิดต้นใหม่ได้โดยไม่ตองใช้เมล็ดหรื อการผสมเกสร ้ แต่อย่างใด พืชดอกมีวธีสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศหลายวิธี เช่น การงอกต้นใหม่จากส่ วนต่างๆ เช่น ิ ่ กล้วย ขิง งอกเป็ นลําต้นใหม่จากลําต้นทีอยูใต้ดินทีเรี ยกว่าการแตกหน่อ เช่นมันสําปะหลัง อ้อย ตัดเอา ส่ วนของลําต้นทีมีตาและปล้องอยูเ่ พียงท่อนหรื อสองท่อนไปปั กชํา ต้นใหม่ก็จะงอกออกตรงบริ เวณตา กะเพรา โหระพา ชบา เข็ม นําต้นหรื อกิงไปปั กชําขึนเป็ นต้นใหม่ได้เช่นเดียวกัน ใบของพืชบางชนิด เช่น ควําตายหงายเป็ น กุหลาบหิ น นํา ไปเพาะให้เกิดเป็ นต้นใหม่ 1. สื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ เป็ นการสื บพันธุ์ทีเกิดจากการผสมระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผูและ ้ เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย พืชต้นใหม่ทีได้จะมีลกษณะของต้นพ่อและแม่ผสมกันซึ งบางครังก็ได้ลกษณะที ั ั ดีตามต้องการ แต่บางครังก็อาจได้ลกษณะทีไม่ดี การปฏิสนธิ ของพืชดอก ั 2. การสื บพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็ นการสื บพันธุ์ของพืชโดยการผลิตพืชต้นใหม่ขึนมาจากพืช ต้นเดิมด้วยวิธีการต่างๆ ทีไม่ใช่จากการใช้เซลล์สืบพันธุ์พช เช่น การปั กชํา การติดตา การตอน ื การทาบกิง เป็ นต้น ซึ งวิธีการแต่ละอย่างก็มีความเหมาะสมสําหรับพืชแต่ละชนิด
  • 2. การถ่ ายละอองเรณู การถ่ ายละอองเรณู พืชดอกแต่ล่ะชนิดมีละอองเรณูและรังไข่ทีมีรูปร่ างลักษณะ และจํานวนทีแตกต่างกันเมือ อับเรณูแก่เต็มทีผนังของอับเรณูจะแตกออกละอองเรณูจะกระจายออกไปตกบนยอดเกสรตัวเมีย โดยอาศัยสื อต่างๆพาไป เช่น ลม นํา แมลง สัตว์ รวมทังมนุษย์ เป็ นต้น ปรากฏการณ์ทีละอองเรณู ตกลงสู่ ยอดเกสรตัวเมียเรี ยกว่า การถ่ ายละอองเรณู (pollination) การถ่ายละอองเรณู คือ วิธีการ ทีละอองเรณูตวผูเ้ คลือนทีไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย เพือให้เกิดการผสมพันธุ์และสื บพันธุ์ต่อไป ั การถ่ายละอองเรณูมี 3 แบบ คือ 1. การถ่ ายละอองเรณูในดอกเดียวกัน พืชทีมีดอกเป็ นดอกสมบูรณ์เพศ คือ พืชทีมีเกสรตัวผู ้ ่ และตัวเมียอยูในดอกเดียวกันละอองเรณูตวผูนนสามารถร่ วงหรื อปลิวมาตกบนยอดเกสรตัวเมียได้พืชที ั ้ ั ถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกัน ได้แก่ ถัว มะเขือ ฝ้ ายและพืชทีมีดอกสมบูรณ์เพศอืน ๆ เกสรตัวผู ้ เกสรตัวเมีย 2. การถ่ ายละอองเรณูข้ามดอกในต้ นเดียวกัน เกิดกับพืชทีมีดอกไม่สมบูรณ์เพศ อะอองเรณู ตว ั ผูจะต้องเคลือนทีไปตกบนยอดเกสรตัวเมียของอีกดอกหนึงในต้นเดียวกัน พืชทีต้องถ่ายละอองเรณู ้ แบบนี ได้แก่ ฟักทอง แตงกวา เป็ นต้น
  • 3. เกสรตัวเมีย เกสรตัวผู ้ ่ 3. การถ่ ายละอองเรณูข้ามต้ น เกิดกับพืชทีมีดอกตัวผูหรื อดอกตัวเมียอยูคนละต้นจึงต้องใช้ ้ วิธีการถ่ายละอองเรณูขามต้นพืชทีมีดอกสมบูรณ์เพศหรื อพืชทีมีดอกตัวผูและดอกตัวเมียอยูในต้น ้ ้ ่ เดียวกันก็อาจจะถ่ายละอองเรณูขามต้นได้เหมือนกันโดยอาศัยลมมนุษย์หรื อสัตว์พาไป ้ สิ งทีช่ วยในการถ่ ายละอองเรณู พืชเคลือนทีด้วยตนเองไม่ได้ ส่ วนประกอบของพืชก็เคลือนทีไปเองไม่ได้เช่นกัน ละอองเรณู ตัวผูเ้ มือไม่สมบูรณ์เพศและเติบโตพร้อมทีจะถ่ายละอองเรณูไปผสมพันธุ์จึงต้องอาศัยธรรมชาติและ สิ งแวดล้อมเข้าช่วยเหลือ สิ งสําคัญทีช่วยในการถ่ายละอองเรณูของพืชดอกได้แก่แมลง แมลงเป็ นสัตว์ทีมีส่วนช่วยในการถ่ายละอองเรณูของพืชมากทีสุ ดดอกของพืชเมือเจริ ญเติบโต กลีบดอกจะมีสีสวยงาม บางชนิดมีกลินหอมบริ เวณโคนกลีบดอกจะมีนาหวานซึ งเป็ นอาหารของแมลง ํ พืชสร้างสี กลินและนําหวานทีดอกเพือล่อแมลงมาเกาะแล้วละอองเรณูตวผูจะได้ติดไปกับขา ขนปี ก ั ้ ปากของแมลงไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย แมลงทีช่วยในการถ่ายละอองเรณูของพืชมีหลายชนิด เช่น ผีเสื อ ผึง แมลงภู่ พืชบางชนิดทีเป็ นพืชเศรษฐกิจ หรื อพืชทีใช้บริ โภคเป็ นอาหาร ถ้าปล่อยให้เกิดการถ่ายละออง เรณู ตามธรรมชาติ ผลผลิตทีได้จะไม่มากนัก เช่น ทุเรี ยนพันธุ์ชะนีจะติดผลเพียงร้อยละ 3 ส่ วนพันธุ์ ก้านยาวติดผลร้อยละ 10 พืชบางชนิด เช่น สละ เกสรเพศผูมีนอยมาก จึงทําให้การถ่ายละอองเรณูเกิด ้ ้ ได้นอย นอกจากนียังมีปัจจัยหลายประการทีส่ งผลให้การถ่ายละอองเรณูได้นอย เช่น จํานวนของแมลง ้ ้ ทีมาผสมเกสร ระยะเวลาของการเจริ ญเติบโตเต็มทีของเกสรเพศเมีย และเกสรเพศผูไม่พร้อมกัน้ ปั จจุบนมนุษย์จึงเข้าไปช่วยทําให้เกิดการถ่ายละอองเรณูได้มากขึน เช่น เลียงผึงเพือช่วยผสมเกสรศึกษา ั การเจริ ญของละอองเรณู และออวุล แล้วนําความรู ้มาช่วยผสมเกสร เช่นในทุเรี ยน การเจริ ญ เติบโต ของอับเรณู จะเจริ ญเต็มทีในเวลา 19.00 – 19.30 น. ชาวสวนก็จะตัดอับเรณูทีแตกเก็บไว้ และเมือเวลาที ่ ั เกสรเพศเมียเจริ ญเต็มที คือ ประมาณเวลา 19.30 น. เป็ นต้นไป ก็จะนําพูกนมาแตะละอองเรณูทีตัดไว้ วางบนยอดเกสรเพศเมีย หรื อเมือตัดอับเรณู แล้วก็ใส่ ถุงพลาสติก แล้วไปครอบทีเกสรเพศเมีย เมือเกสร เพศเมียเจริ ญเต็มทีแล้วการถ่ายละอองเรณู จะเกิดได้ดี และในผลไม้อืน เช่น สละก็ใช้วธีการเดียวกันนี ิ
  • 4. การผสมเกสร เป็ นกระบวนการผสมพันธุ์ของพืชดอกทีเกิดต่อเนื องจากการถ่ายละอองรณู บางครังอาจจะเรี ยกการผสมเกสรว่า “การปฏิสนธิ ก็ได้ การผสมเกสรหรื อการปฏิสนธิ ของพืชมีขึนเพือให้ พืชได้มีเมล็ดทีมีตนอ่อนไว้ขยายพันธุ์สืบทอดต่อไป ในการผสมเกสรต้องใช้เกสรตัวผูและเกสรตัวเมีย ้ ้ เป็ นองค์ประกอบสําคัญ เริ มตังแต่เกสรตัวผูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย ซึ งมีนาเหนียวๆ คอยจับให้ละออง ้ ํ เรณู ตวผูจบแน่น ละอองเรณู ตวผูจะดูดนําหวาน ๆ จนพองโตแล้วงอกสิ งทีมีลกษณะคล้ายท่อออกมาชอน ั ้ั ั ้ ั ไชลงในก้านเกสรตัวเมีย ลงไปถึงรังไข่ทีโคนเกสรตัวเมีย ในรังไข่จะมีไข่อยูเ่ ป็ นจํานวนมาก เมือท่อที งอกมาจากละอองเรณู ตวผูเ้ จาะรังไข่เข้าไปแล้ว เชือจากละอองเรณูตวผูก็จะเข้าผสมกับไข่จึงจะเรี ยกว่า ั ั ้ เกิดการผสมหรื อการปฏิสนธิ ในการผสมเกสรนันจะต้องใช้ละอองเรณูตวผูและไข่เป็ นจํานวนมากเพราะ ั ้ การผสมระหว่างละอองเรณู ตวผูกบไข่จะผสมกันเป็ นคู่ ๆ เพียงหนึง ต่อหนึงเท่านัน ถ้ามีละอองเรณู ั ้ั ตัวผูนอยมาก การเจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ดและผลก็มีโอกาสน้อยตามไปด้วย หลังการผสมเรณูหรื อปฏิสนธิ ้ ้ ้ ่ แล้ว ไข่ทีได้รับการผสมจะเจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ด รังไข่ทีห่ อหุ มอยูจะเจริ ญเติบโตเป็ นเนือของผลต่อไป หลังจากเกิดการปฏิสนธิแล้ ว ส่ วนต่ างๆ ของดอกจะมีการเปลียนแปลงดังนี กลีบเลียง จะเหี ยวแล้วร่ วงหล่นไป กลีบดอก จะเหี ยวแล้วร่ วงหล่นไป เกสรตัวผู ้ จะเหี ยวแล้วร่ วงหล่นไป เกสรตัวเมีย จะเจริ ญไปเป็ นผลไม้รังไข่ ออวุล จะเปลียนแปลงไปเป็ นเมล็ด รังไข่ จะเจริ ญไปเป็ นผล ไซโกต เจริ ญไปเป็ นเอมบริ โอ เอนโดสเปิ ร์ ม เจริ ญไปเป็ นอาหารสําหรับเลียงเอมบริ โอ ่ ในพืชบางชนิดเอนโดสเปิ ร์ มจะสลายไปก่อนทีเมล็ดจะเจริ ญ ดังนันอาหารสะสมจึงอยูภายใน ใบเลียงของเอมบริ โอ การปฏิสนธิ ซอนของพืชดอกมีความสําคัญเป็ นอย่างมาก เนืองจากเป็ นการสร้าง ้ อาการให้แก่สิงมีชีวตอืนๆ เช่น ผลไม้ทีเราใช้รับประทานก็เกิดมาจากการปฏิสนธิ อาหารพวก ข้าว ิ ่ ข้าวโพด ก็เป็ นส่ วนของเอนโดสเปิ ร์ ม อาหารในเมล็ดถัวหลายชนิดก็เป็ นอาหารทีสะสมอยูในใบเลียง ของเอมบริ โอของถัว
  • 5. การปฏิสนธิซ้อน เมือละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย ทิวบ์นิวเคลียสของละอองเรณู แต่ละอันจะสร้าง หลอดละอองเรณูดวยการงอกหลอดลงไปตามก้านเกสรเพศเมียผ่านทางรู ไมโครไพล์ของออวุล ระยะนี ้ เจเนอเรทิฟนิวเคลียสจะแบบนิวเคลียสแบบไมโทซิ สได้ 2 สเปิ ร์ มนิวเคลียส (spermnucleus) สเปิ ร์ ม นิวเคลียสหนึงจะผสมกับเซลล์ไข่ได้ไซโกต ส่ วนอีกสเปิ ร์ มนิวเคลียสจะเข้าผสมกับเซลล์โพลาร์ นิวเคลียสไอได้ เอนโดสเปิ ร์ ม (endosperm) เรี ยกการผสม 2 ครัง ของสเปิ ร์ มนิวเคลียสนีว่า การปฏิสนธิซ้อน (double fertilization) การเกิดผล ภายหลังการปฏิสนธิ ออวุลแต่ละออวุลจะเจริ ญไปเป็ นเมล็ด ส่ วนรังไข่จะเจริ ญไปเป็ นผล มีผลบางชนิดทีสามารถเจริ ญมาจากฐานรองดอก ได้แก่ ชมพู่ แอปเปิ ล สาลี ฝรัง ผลของพืชบางชนิ ดอาจเจริ ญเติบโตมาจากรังไข่โดยไม่มีการปฏิสนธิ หรื อมีการปฏิสนธิ ตามปกติแต่ออวุลไม่เจริ ญเติบโตเป็ นเมล็ด ส่ วนรังไข่สามารถเจริ ญเติบโตเป็ นผลได้ เช่น กล้วยหอม องุ่นไม่มีเมล็ด
  • 6. นักพฤกษศาสตร์ ได้แบ่งผลตามลักษณะของดอกและการเกิดผลออกเป็ น 3 ชนิด ดังนี 1. ผลเดียว (simple fruit) เป็ นผลทีเกิดจากดอกเดียว หรื อ ช่อดอกซึ งแต่ละดอกมีรังไข่เพียง อันเดียวเช่น ส้ม ลินจี เงาะ ลําไย ทุเรี ยน ตะขบ เป็ นต้น ่ 2. ผลกลุ่ม (aggregate fruit) เป็ นผลทีเกิดจากดอกหนึงดอกซึ งมีหลายรังไข่อยูแยกกันหรื อ ่ ติดกันก็ได้อยูบนฐานรองดอกเดียวกัน เช่น น้อยหน่า กระดังงา สตรอเบอรี มณฑา เป็ นต้น 3. ผลรวม (multiple fruit) เป็ นผลเกิดจากรังไข่ของดอกย่อยแต่ละดอกของช่อดอกหลอม รวมกันเป็ นผลใหญ่ เช่น ยอ ขนุน หม่อน สับปะรด เป็ นต้น
  • 7. การเกิดเมล็ด การเกิดของเมล็ดพืช ภายหลังการปฏิสนธิ ( double fertilization ) ของพืชดอก ซึ งเกิดขึนภายในออวุลของรังไข่ จะได้ไซโกตและเอนโดสเปิ ร์ ม ทังไซโกตและเอนโดสเปิ ร์ ม จะจริ ญเติบโตและพัฒนาอยูภายในเมล็ด่ โครงสร้ างภายในเมล็ดพืช เมล็ด ( Seed ) หมายถึง ออวุลซึ งเจริ ญเต็มทีแล้วภายหลังการปฏิสนธิ เมล็ดแต่ละชนิดจะมี รู ปร่ าง ลักษณะ ขนาด แตกต่างกันไป แต่จะมีส่วนประกอบหลักเหมือนกันคือ เปลือกหุ มเมล็ด ้ เอ็มบริ โอ และ เอนโดสเปิ ร์ ม