Mandibular third molar autotransplantation

1,243 views

Published on

จัดทำโดย
นศ.ทพ.วรรณีศา ศรีเมือง
เลขทะเบียน 4813590215
นักศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,243
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
35
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Mandibular third molar autotransplantation

  1. 1. ทบทวนวรรณกรรม เรื่อง การปลูกถ่ายฟันให้ตนเอง (Autotranspantation) ั ั การปลูกถ่ายฟนให้ตนเอง (Autotranspantation) คือ การย้ายฟนจากทีหนึ่งไปปลูกอีกทีหนึ่งในช่องปากคน ่ ่ ั ้ ่ ัคนเดียวกัน บริเวณทีปลูกฟนนันอาจเป็ นบริเวณทีฟนถูกถอน หรือเบ้าฟนทีทาศัลยกรรมเพื่อรองรับการปลูกฟน1,2,3 ่ ั ่ ั ั ่ ั ่ ้ ่ ่การปลูกฟนมักใช้แทนทีฟนทีหายไปในผูปวยทีอายุยงน้อย ซึงการใช้ implant ไม่ควรใช้ในผูปวยทีอายุน้อยทียงมีการ ั ่ ้ ่ ่ ่ ั ัพัฒนาของกระดูกรองรับรากฟน(alveolar bone) เนื่องจากอาจทาให้เกิด infraocclusion จากการเกิดความล้มเหลวในการสร้างกระดูกรองรับรากฟนได้ ัข้อบ่งชี้ในการปลูกฟั น(autotranspantation) 1,2,4 1. Impacted/Ectopic teeth 2. Premature tooth loss 3. Traumatic tooth loss ั 4. Replacement of developmentally absent teeth : ส่วนใหญ่ฟนซี่ mandibular second premolars และ ัฟนซี่ maxiallary second premolars มักหายไป ั ่ ้ 5. Teeth with bad prognosis เช่น ฟนทีตองถอนเนื่องจาก caries หรือ periodontal disease โดยส่วนใหญ่ ัมักเป็ นฟนซี่ first permanent molar 6. Developmental anomalies of teeth and related syndromes เช่น tooth aplasia,cleidocranialdysplasia และ tooth agenesisข้อดีของการปลูกฟัน1 ่ ี ั 1. อาจเป็ นทางเลือกทีดกว่าการใส่ฟนปลอมทังชนิดติดแน่นหรือถอดได้ ้ 2. ไม่จาเป็ นต้องกรอแต่งฟนข้างเคียง ั 3. ราคาถูกข้อเสียของการปลูกฟัน1,5 1. ขันตอนทางศัลยกรรมยุงยากกว่าการถอนฟนธรรมดา ้ ่ ั 2. ทานายผลการรักษาได้ยาก ั 3. ภาวะแทรกซ้อนทีเกิดขึน(การละลายของรากฟน, การสูญเสียการยึดเกาะ) ทาให้เกิดการสูญเสียฟนตามมา ่ ้ ัได้ ั ่ ั ฟนทีจะนาไปปลูกต้องมีรปร่างของตัวฟนและพัฒนาการของรากฟนทีเหมาะสม กรณีฟนทีจะย้ายไปปลูกยัง ู ั ่ ั ่ ัเจริญไม่เต็มที่ ควรมีการเจริญของรากฟนยาวประมาณ 2/3 หรือ 3/4 ซึงเป็ นระยะทีเหมาะสม ่ ่ และต้องแน่นพอดีและรากฟ ันต้องไม่แนบชิดจนเบียดกระดูกเบ้ารากฟนเพราะจะเกิดการชอกช้ากับรากฟนและการ ั ักระแทกกับเนื้อเยือปริทนต์ ่ ั ่ ั บริเวณทีจะปลูกฟน ต้องมีขนาดเพียงพอทังในแนวใกล้กลาง-ไกลกลาง และ แนวใกล้แก้ม-ใกล้ลน และมี ้ ้ิ ั ่กระดูกโดยรอบฟนทีปลูกอย่างน้อย 0.5 มม. โดยรอบและต้องไม่มการอักเสบ ี 5,7เทคนิ คการทาศัลยกรรมปลูกถ่ายฟั น ู้ ่1. ให้ผปวยกินยา antibiotic ก่อนการผ่าตัด 1 ชัวโมง ่2.ฉีดยาชาทัง donor site และ recipient site ้ ั3.ถอนฟนบริเวณ recipient site โดยระมัดระวังการทาอันตรายต่อบริเวณอวัยวะปริทนต์บริเวณเบ้ารากฟนให้น้อยทีสด ั ั ุ่ถ้ามีพยาธิสภาพปลายรากฟน ให้กาจัดออก ั ั ่4. ถอนฟนทีจะนามาปลูก หลีกเลียงการทาอันตรายต่อ ตัวฟนและรากฟน โดยเฉพาะกรณีทฟนทีจะ ่ ั ั ่ี ั ่ ั ั ันามาปลูกเป็ นฟนฝงคุด ไม่ควรใช้ elevator งัดฟนอย่างรุนแรง เนื่องจากจะทาอันตรายต่อเนื้อเยือปริทนต์ และเคลือบ ่ ั ัรากฟน โดยเฉพาะเยือบุหมรากเฮิรตวิก(Hertwig’s epithelial root sheath) ซึงเป็ นตัว ่ ุ้ ์ ่ 1
  2. 2. ั กาหนดการเจริญเติบโตของรากฟนเพราะหากได้รบอันตรายรุนแรงฉีกขาดไปมาก การเจริญเติบโตของ ั 6 รากจะหยุดไป ่ ั ั ้ 5. เมือถอนฟนออกมาได้แล้วควรตรวจดูรากฟนทังรูปร่าง ขนาด และสภาพของเยือปริทนต์ และควร ่ ั ั ั ั ่ เก็บฟนไว้ในเบ้าฟนเดิม ในขณะทีเตรียมเบ้าฟนทีจะรับฟนปลูก ถ้ามีความจาเป็ นต้องเก็บฟนไว้นอก ่ ั ั ช่องปาก ควรเก็บไว้ใน Hank’s balanced salt solution เพือรักษาความมีชวตของเซลล์เยือปริทนต์ ่ ีิ ่ ั ั ั ่ 6. แต่งเบ้าฟนให้มขนาดใหญ่กว่าฟนทีจะปลูกเล็กน้อย โดยใช้หวกรอความเร็วต่าและพ่นด้วยน้าเกลือ ี ั ขณะกรอแต่ง ั ่ ั 7. นาฟนทีถอนไว้ไปใส่ในบริเวณทีจะทาการปลูกฟน ให้อยูต่ากว่าระดับระนาบสบของฟนข้างเคียงเล็กน้อย และไม่ ่ ่ ั สบกับฟนคู่สบ ั ั 8. เย็บเหงือกโดยรอบบริเวณฟนปลูกให้แน่น เพือป้องกันไม่ให้แบคทีเรียในช่องปาก ลงไปยังเบ้าฟนที ่ ั ปลูกได้ ั 9. ตรึงฟนให้อยูนิ่งกับที่ โดยใช้ suture splinting ถ้าฟนยังไม่แน่น อาจใช้ wire และ acid-etch ่ ั composite โดยควรรอประมาณ 2-3 วันหลังจากทา suture splinting เพราะถ้าทาในคราวเดียวกันยัง มีเลือดออกจากแผลมาก จะทาให้ไม่ได้ผลดีเท่าทีควร ่ ั ั ่ ิ 10.ตรวจระดับการสบฟน ต้องไม่มการสบฟนทีผดปกติและส่งตรวจทางภาพถ่ายรังสี เพือตรวจดู ี ่ ตาแหน่งของฟนปลูก ั 11. ใส่ surgical dressing (periodontal packing) เพือป้องกันการสัมผัสกับเชือโรคในช่องปากนาน 3-4 วัน ่ ้ 10การดูแลผูป่วยหลังการผ่าตัดปลูกฟั น ้ ั - ให้รบประทานอาหารอ่อน และไม่ควรใช้ฟนข้างทีมฟนปลูกบดเคียว ในระยะ 1 เดือนแรกหลังผ่าตัด ั ่ ี ั ้ - ให้ดแลทาความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพือลดความเสียงต่อการติดเชือ ู ่ ่ ้ - ให้ยาต้านจุลชีพ และยาแก้ปวด เหมือนการผ่าตัดฟนคุดในช่องปาก ัการนัดผูป่วยเพื่อติ ดตามและประเมิ นฟั นปลูก ้ Andreasen ได้กาหนดแนวทางการติดตามและประเมินฟนปลูกหลังผ่าตัดดังนี้ ั 1 สัปดาห์ ตัดไหม ถ่ายภาพรังสี 4 สัปดาห์ ถ่ายภาพรังสีอกครังเพือประเมินดูฟนทีมความเสียงสูงต่อการเกิด ี ้ ่ ั ่ ี ่ ั ัการละลายรากฟน ในรายทีตองรักษาคลองรากฟนให้กาจัดเนื้อเยือในออกให้หมดแล้วใส่แคลเซียมไฮดรอกไซด์ ่ ้ ่ 8 สัปดาห์ ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี 6 เดือน ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี ทดสอบความมีชวตของฟน เปลียนแคลเซียมไฮดรอกไซด์ ีิ ั ่หรืออุดคลองรากฟนถาวร ั 1 ปี ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี ทดสอบความมีชวตของฟน เปลียนแคลเซียมไฮ ีิ ั ่ดรอกไซด์หรืออุดคลองรากฟนถาวร ัข้อมูลจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึงได้ให้การผ่าตัดปลูกถ่ายฟนแก่ผป่วย ในปี พ.ศ.2534- ่ ั ู้ ั2544 จานวน 78 รายเป็ นฟนปลูก 104 ซี่ ได้มการดูแลผูปวยดังนี้ ี ้ ่ 1 และ 3 วัน ั ตรวจดูสภาพของฟนปลูกและเนื้อเยือรอบฟนปลูก ล้างแผล ดูการยึดของไหม ่ ั 1 สัปดาห์ ตัดไหม ถ่ายภาพรังสี 2 สัปดาห์ ั ตรวจดูสภาพฟนปลูก ล้างแผล 2
  3. 3. 1 เดือน ั ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี ในรายทีตองรักษาคลองรากฟนให้กาจัดเนื้อเยือ ่ ้ ่ในออกให้หมดแล้วใส่แคลเซียมไฮดรอกไซด์ 3 เดือน ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี ทดสอบความมีชวตของเนื้อเยือใน ีิ ่ 6 เดือน ั ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี ทดสอบความมีชวตของฟน เปลียนแคลเซียมไฮ ีิ ่ดรอกไซด์หรืออุดคลองรากฟนถาวร ั 1 ปี ตรวจทางคลินิกและถ่ายภาพรังสี ทดสอบความมีชวตของฟน ีิ ัการประเมิ นทางคลิ นิก สิ่ งที่ควรประเมิ นทางคลิ นิกมีดงต่อไปนี้ 9,10 ั ั ้ 1. ตาแหน่งของฟน ทังในแนวตังและแนวนอน ้ 2. การโยกของฟนปลูก ั 3. เคาะ ประเมินดู percussion tone เช่น high metallic sound ซึงแสดงถึงการเกิด ankylosis ่ 4. สภาพเหงือก และเนื้อเยื่อปริทนต์ เช่น วัด pocket depth โดยให้เริมวัดครังแรกในระยะ 3 เดือนหลัง ั ่ ้ผ่าตัดเนื่องจากอวัยวะปริทนต์ทขนมาใหม่มความสมบูรณ์มากพอทีจะรับน้าหนักปกติได้ ั ่ี ้ึ ี ่ 5. การเชื่อมต่อระหว่างเหงือกกับฟนปลูก ั 6. การตอบสนองของเนื้อเยือต่อกระแสไฟฟ้า (EPT) ่การตรวจทางภาพถ่ายรังสี สิ่ งที่ควรตรวจทางภาพถ่ายรังสี ได้แก่ 9,10 ั 1. กระดูกเบ้าฟน (alveolar bone) 2. เนื้อเยือปริทนต์ (periodontal ligament) ่ ั ั 3. ผิวกระดูกเบ้ารากฟน (lamina dura) ั ั 4. โพรงฟนและคลองรากฟน (dental pulp and pulp canal) เช่นประเมินการเกิดการตีบตันภายใน ัโพรงฟนส่วนใหญ่เกิดประมาณ 6 เดือนหลังผ่าตัด ั 5. การเจริญของปลายรากฟน (root development)การประเมิ นความสาเร็จ1 การประเมินทางคลินิก ได้แก่ ั - ฟนไม่โยก - สภาพเหงือกและเนื้อเยือปริทนต์ปกติ เช่น periodontal attachment level, pocket depths, ่ ัgingival contour และ gingival color อยูในสภาพปกติ่ การประเมินทางภาพถ่ายรังสี ได้แก่ - การ heal บริเวณ periapical ปกติไม่ม ี inflammatory pulpal change หรือ progressiveroot resorption -มีการเจริญของปลายรากฟน ั -พบ lamina dura (ผิวกระดูกเบ้ารากฟน)เป็ นปกติ ัความสาเร็จในการรักษาและอัตราการคงอยู่ ั จากการศึกษาของ Andreasen และคณะในปี 1990 ซึงทาการปลูกฟนซี่ premolar ทังฟนทีมการสร้าง ่ ้ ั ่ ี ั ั ่ ั ั ่ ัปลายรากฟนสมบูรณ์(มีการรักษาคลองรากฟนทีสปดาห์ท่ี 4)และฟนทียงสร้างปลายรากฟนไม่สมบูรณ์ ทังหมด ั ้ 3
  4. 4. จานวน 370 ซีพบsurvival rate ทีระยะเวลา 5 ปี เท่ากับ 98 % และ : 95 % ่ ่ ่ ั จากการศึกษาของ Ewa และคณะในปี 2002 ซึงทาการติดตามผลการปลูกฟน 30 ซีทเี่ วลาประมาณ ่26 ปีภายหลังการรักษาพบว่า survival rate เท่ากับ 90 % และ success rate เท่ากับ 79% ่ ั จากการศึกษาของ Kvint และคณะในปี 2010 ซึงทาการติดตามผลการปลูกฟน 215 ซีทเี่ วลาประมาณ ่15 ปีภายหลังการรักษาพบว่า success rate เท่ากับ 81% (175 teeth)การเปลี่ยนแปลงของฟันและเนื้ อเยื่อรอบ ๆ หลังการปลูกฟัน6,10 ่ ั ่ ัเนื้อเยือประสาทฟน (dental pulp) เนื้อเยือประสาทฟน เป็ นส่วนทีมเี ลือดมาเลียงมาก มีความสาคัญในการสร้าง ้ ั ัเนื้อฟน การตอบสนองของฟนจะเพิมมากขึนตามระยะเวลาทีเพิมขึนโดยพบ Positive pulpal response ที่ ่ ้ ่ ่ ้ระยะเวลา 8 สัปดาห์เท่ากับ 2% ทีระยะ 6 เดือนเท่ากับ 90 และทีระยะ 1 ปีเท่ากับ 95% นอกจากนี้ยงพบการ ่ ่ ั ัตีบตันภายในโพรงฟน(Pulp canal obliteration) ซึงส่วนใหญ่เกิดประมาณ 6 เดือนหลังผ่าตัดแสดงถึงการที่ ่pulp มีเลือดมาเลียงใหม่ ้ ั ่ การหายของ pulp ขึนกับการเจริญพัฒนาของรากฟนทีนาไปปลูก Andreasen และคณะ พบว่า ฟนที่ ้ ัรากสร้างสมบูรณ์และยังไม่สมบูรณ์จะมีการหายของ pulp เป็ น 15% และ 96% ตามลาดับ ถ้าพบว่ามีพยาธิ ้ ่ ั ่ ัสภาพเกิดขึนต้องเอาเนื้อเยือประสาทฟนออกและใส่ Ca(OH)2 เพือทาการรักษาคลองรากฟนต่อไป การตายของ pulp และการติดเชือทีเกิดตามมาเป็ นสาเหตุของ inflammatory resorption ได้ ดังนันการรักษาคลองราก ้ ่ ้ ั ัฟนจะช่วยให้การปลูกฟนได้ผลดียงขึน ิ่ ้เยือปริทนต์ (periodontium) ่ ั ุ่ ั ่ ั ปฏิกรยาของเยื่อปริทนต์มความสาคัญมากทีสด ฟนทีปลูกลงไปในเบ้ารากฟนจะมีการสร้าง ิิ ั ีcementum ใหม่ โดย cementoblast และจะมี reattachment ของเยือปริทนต์ใหม่ทเี่ กิดจาก granulation tissue ่ ัรอบ ๆ ราก ถ้ามีการติดเชือหรือการอักเสบจะเป็ นสาเหตุให้ขบวนการนี้ล่าช้าได้ การหายของเยือปริทนต์ใน ้ ่ ั ั ่ฟนทีปลูกจะสมบูรณ์ภายใน 8 สัปดาห์ หลังการผ่าตัด โดยตรวจดูได้จากภาพถ่ายรังสี จะพบ PDL space ที่ต่อเนื่องตลอดรอบปลายรากฟน ัภาวะแทรกซ้อนหลังการปลูกถ่ายฟั น9 ั ่ ทาให้เกิดการละลายของรากฟนซึงเกิดจากการกระทบกระเทือนเยือปริทนต์จาก surgical trauma ,ผิว ่ ั ัรากฟนแห้งเกินไป หรือมี injury ต่อเคลือบรากฟน ั ่ ั ั ่ 1.Surface resorption ลักษณะทางภาพรังสีจะพบมีชองว่างปริทนต์ (PDL space) รอบ ๆ ฟนทีปลูกเป็ นปกติlamina dura ไม่มการขาดหาย และจะเห็นผิวขนาดเล็กทีมการละลาย ซึงตรวจพบทางภาพรังสีได้ภายใน ี ่ ี ่ระยะเวลา 1 ปี ั2. Inflammatory resorption ลักษณะทางภาพรังสีจะพบรากฟนมีการละลายอย่างต่อเนื่อง เห็นเป็ นเงาโปร่งรังสี ัรูปร่างคล้ายถ้วยบนผิวรากฟน อาจลามไปถึง lamina dura จะพบได้ในสัปดาห์ท่ี 3 หรือ 43. Replacement resorption (ankylosis) ลักษณะทางภาพรังสี พบว่า PDL space หายไปและจะเกิดการแทนที่ด้วยกระดูก จะพบได้ในเดือนที่ 3 หรือ 4 ั ้ื4. Loss of marginal attachment เหงือกร่น พบได้น้อยอาจเกิดจากการวางหน่อฟนไว้ตนมากเกินไปในเบ้าฟน ั 4
  5. 5. ่ ัทีเตรียมไว้ทาให้การสมานบาดแผลของขอบเหงือกกับเคลือบรากฟนเกิดขึนไม่ได้ทาให้เชือโรคเข้าไปตามขอบ ้ ้ ัเหงือกได้หรือเกิดจากการโยกของฟน 5
  6. 6. เอกสารอ้างอิ ง1. Mendes RA. Et al. Mandibular third molar autotransplantation-Literature review with clinical cases. J CanDent Assoc 2004;70(11):761-6.2. Frenken JW, Baart JA, Jovanovic A. Autotransplantation of premolars.A retrospective study. Int J OralMaxillofac Surg 1998; 27(3):181–5.3. Cohen AS, Shen TC, Pogrel MA. Transplanting teeth successfully: autografts and allografts that work.JADA 1995; 126(4):481-5.4. Thomas S, Turner SR, Sandy JR. Autotransplantation of teeth: is therea role? Br J Orthod 1998;25(4):275–82.5. Tsukiboshi M. Autotransplantation of teeth.: requirements for predictable success. Dental traumatology2002:18;157-180.6. Andreasen JO, Paulsen HU, Yu Z, Bayer T, Schwartz O. A long-term study of 370 autotransplantedpremolars. Part II. Tooth survival and pulp healing subsequent to transplantation. Eur J Orthod 1990;12(1):14-24.7. Andreasen JO, Paulsen HU, Yu Z, Ahlquist R, Bayer T, Schwartz O.A long-term study of 370autotransplanted premolars. Part I. Surgical procedures and standardized techniques for monitoring healing.Eur J Orthod 1990; 12(1):3-13.8. Andreasen JO, Paulsen HU, Yu Z, Bayer T. A long-term study of 370 autotransplanted premolars. Part IV.Root development subsequent to transplantation. Eur J Orthod 1990; 12(1):38-50.9. Andreasen JO, Paulsen HU, Yu Z, Schwartz O. A long-term study of 370 autotransplanted premolars.Part III. Periodontal healing subsequent to transplantation. Eur J Orthod 1990; 12(1):25-37 ั10. อรสา ไวคกุล.การปลูกถ่ายฟน:การวางแผนผ่าตัดและการประเมินผล.กรุงเทพมหานคร;โฮลิสติก พับลิชชิง.2545. ่11. Ewa M. et al. Outcome of tooth transplantation : survival and success rates 17-41 yearsposttreatment.Am J Orthod Dentofacial Orthop 2002;121:110-9.12. Kvint S. et al. Autotransplantation of teeth in 215 patients ; a follow-up study. Angle Orthod.2002;80:446-451. 6

×