การดำเนินงานทันตปี2555

30,539 views

Published on

Published in: Education
3 Comments
9 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
30,539
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
500
Comments
3
Likes
9
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การดำเนินงานทันตปี2555

  1. 1. คํานํา สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพดีช่วยเสริมคุณภาพชีวิต เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากจะส่งผลต่อระบบอื่นๆของร่างกาย ดังนั้น เราจึงจําเป็นต้องดูแลสุขภาพในช่องปากให้สมบูรณ์ ซึ่งในปัจจุบันแนวคิดการดูแลช่องปาก มิใช่การกําจัดโรคอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีตั้งแต่แรกเริ่มและคงสภาพที่ดีไว้ นั่นคือ ให้ความสําคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ซึ่งดีกว่าการรักษาเพราะกระทําในสภาพปกติ ไม่ก่อให้เ กิด ความเจ็บ ปวด ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในการปวดฟัน ไม่ต้องยุ่งยาก ไม่เสียเวลาในการรักษา ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษาและที่สําคัญคือไม่ต้องสูญเสียฟัน การส่งเสริมทันตสุขภาพและการป้องกันโรคในช่องปาก มุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอนามัยโดยเฉพาะพฤติกรรมการทําความสะอาดช่องปากและพฤติกรรมการบริโภคอันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ การสํารวจทันตสุขภาพระดับจังหวัดปี 2554 พบว่า เด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุร้อยละ 56.6เด็กประถมศึกษาอายุ 12 ปี ฟันผุร้อยละ 51.5 เฉลี่ยผุถอนอุด 1.5 ซี่ / คน เหงือกอักเสบร้อยละ 40.3 นับอยู่ในเกณฑ์ทดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการสูญเสียฟันบางส่วนหรือทั้งปากในที่สุด ในขณะที่ผู้สูงอายุพบว่ามีฟันใช้เคี้ยว ี่อาหาร (4คู่สบทั้งฟันแท้และฟันเทียม) ร้อยละ ๕๒ (ข้อมูลจากการสํารวจฯในปี ๒๕๕๓) การดําเนินงานส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคของสํานักทันตสาธารณสุข ดําเนินตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์กรมอนามัย โดยกําหนดวิสัยทัศน์ของสํานักทันตสาธารณสุขคือการเป็นองค์กรหลักในงานทันตสาธารณสุขของประเทศ เน้นการทํางานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีทุกช่วงวัยของชีวิต มีกลยุทธ์หลักการดําเนินงานคือเน้นการทํางานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ พัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้เป็นมืออาชีพและทันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างความตระหนักเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ลงทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้ า งพื้ น ฐานและระบบงานให้ ไ ด้ ม าตรฐานและสอดคล้ อ งกั บ ยุ ท ธศาสตร์ อ งค์ ก ร ตลอดจนพั ฒ นากระบวนการ กําหนด และบริหารนโยบายสาธารณะและกฎหมายเพื่อการพัฒนาทันตสุขภาพของประเทศ ทั้งนี้ได้แบ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็น กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตสุขภาพเด็กและเยาวชน กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีทางทันตสุขภาพวัยทํางานและผู้สูงอายุ กลุ่มพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านทันตสุขภาพ กลุ่มพัฒนาระบบทันตสาธารณสุข และกลุ่มพัฒนาความร่วมมือด้านทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ มกราคม 2555
  2. 2. สารบัญ หน้าคํานําการพัฒนาสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์ เด็ก และเยาวชน ๑การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในโครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริม ๑๐สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ๒๕๕๕คุ้มครองผู้บริโภค: มาตรฐานพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ 17พัฒนาระบบทันตสาธารณสุข 27บริหารยุทธศาสตร์ 34ภาคผนวกโครงสร้างของสํานักทันตสาธารณสุขตารางตัวชี้วัดทันตสาธารณสุข
  3. 3. การพัฒนาสุขภาพช่องปาก หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และเยาวชน กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทันตสุขภาพเด็กและเยาวชน การพัฒนาสุขภาพช่องปาก หญิงตั้งครรภ์ เด็ก และเยาวชน เพื่อส่งเสริมและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคุณภาพชีวิต ตลอดจนพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กและเยาวชน กุญแจสําคัญคือการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง ซึ่งการวิจัย และพัฒ นารูปแบบ/ต้นแบบ/เทคโนโลยี/นวัตกรรม รวมทั้งการจัดทําคู่มือ/แนวทาง/มาตรฐาน/มาตรการต่างๆ อันเป็นภารกิจที่สํานักทันตสาธารณสุขดําเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะสามารถก่อให้เกิดสิ่งดีๆและความสําเร็จเล็กๆกระจัดกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ หากแต่ไม่สามารถนําพาผู้คนส่วนใหญ่ให้บรรลุเป้าหมาย/ผลลัพธ์ที่คาดหวังโจทย์ห ลักคือ การใช้กลยุ ทธ์เ ครือข่า ยในทุกระดับ อย่า งมีป ระสิทธิภ าพ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของการจัดบริการทัน ตสุขภาพ(ทั้งทางตรงและทางอ้อม) หนุน เสริมให้เ กิด การเรียนรู้และพัฒ นาทักษะการทํา งานร่วมกันของกลุ่มผู้รับ ผลประโยชน์ และการดูแลสุขภาพช่องปากของกลุ่มเป้าหมายสํา คัญ ภายใต้หลักการ“คืนสุขภาพสู่มือเจ้าของ” การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยสถานการณ์สุขภาพช่องปากปี ๒๕๕๔ ๑. หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจช่องปากและคําแนะนําร้อยละ ๘๖.๙ * ๒. เด็กอายุ ๓ ปีปราศจากฟันผุ ร้อยละ ๔๓.๔ ** ๓. ผู้ปกครองเด็ก ๙-๑๒ เดือน ได้รับการฝึกแปรงฟัน ร้อยละ ๕๘.๖ * ๔. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันร้อยละ ๙๖.๕ ** ๕. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดผลไม้เป็นอาหารว่างอย่างน้อย ๓ ใน ๕ วัน ร้อยละ ๘๔.๐ **แหล่งข้อมูล * ท ๐๑ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ ** ท ๐๒ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔แนวคิดและหลักการป้องกันฟันผุในเด็กปฐมวัย กรมอนามัย รับผิดชอบการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็ก ภายใต้โครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว โดยมีกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งในชุดบริการเพื่อการดูแลกลุ่มเป้าหมายนี้ โรคในช่ อ งปากที่ มี โ อกาสพบมากในหญิ ง ตั้ ง ครรภ์ คื อ เหงื อ กอั ก เสบ โรคปริ ทั น ต์ และโรคฟั น ผุการศึกษาในปี ๒๕๕๓ พบว่า หญิงตั้งครรภ์มีฟันผุเฉลี่ยคนละ ๖.๖ ซี่ ร้อยละ ๙๐.๔ มีเหงือกอักเสบ การตรวจและให้คําแนะนํา รวมถึงให้บริการขูดหินน้ําลาย ช่วยลดอัตราการเกิดเหงือกอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ลงได้กว่าครึ่ง (สํานักทันตสาธารณสุข, ๒๕๕๓) สําหรับเด็กปฐมวัย ข้อมูลจากการสํารวจทันตสุขภาพแห่งชาติ และการสํารวจรายปีตามระบบเฝ้าระวังของสํานักทันตสาธารณสุข พบความชุกของโรคฟันผุ ในเด็กอายุ ๓ ปี ร้อยละ ๖๑.๔ ค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุด๓.๒ ซี่ต่อคน (กองทันตสาธารณสุข, ๒๕๕๐) แม้ว่าในภาพรวมของประเทศ เด็กก่อนวัยเรียนอายุ ๓ และ ๕ ปีจะมีความชุกของการเกิดโรคฟันผุลดลงเล็กน้อย แต่ชัดเจนเฉพาะในเขตเมืองเท่านั้น การแปรงฟันร่วมกับ
  4. 4. การใช้ยาสีฟัน ที่มีฟลูออไรด์ช่วยป้องกัน การก่อตัว ของเชื้อโรคที่เ ป็นปัจ จัย หลักของการเกิด โรคฟัน ผุ และสามารถหยุดยั้งหรือชะลอการเกิดโรคฟันผุในระยะเริ่มแรกได้ เด็กปฐมวัยที่ได้รับการตรวจฟันและผู้ปกครองได้รับคําแนะนําหรือฝึกแปรงฟัน จะได้รับการแปรงฟันมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับบริการอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติอย่างไรก็ต าม ผู้ปกครองมักเริ่มแปรงฟันให้เ ด็กค่อนข้างช้า พ่อแม่ที่เริ่มแปรงฟันให้เ ด็กตั้งแต่ฟัน เริ่มขึ้น(๖ เดือน) มีเพียงร้อยละ ๒๘.๙ ขณะที่เริ่มแปรงฟันครั้งแรกเมื่อเด็กเดินได้ (๑ ขวบ) ร้อยละ ๓๒.๖, เมื่อเด็กตักข้าวกินเองได้ (๒ ขวบ) ร้อยละ ๑๒.๗, เมื่อเด็กวิ่งได้ (๑ ขวบครึ่ง) ร้อยละ ๑๐.๙ (ABAC Poll ๒๕๕๔)โดยภาพรวม อายุเฉลี่ยที่เด็กเริ่มได้รับการแปรงฟันคือ ๑๓.๘ เดือน (สํานักทันตสาธารณสุข, ๒๕๕๓) ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยสามารถแปรงฟันเองได้สะอาดเมื่อมีอายุประมาณ ๗-๘ ปี เด็กกลุ่มนี้ยังต้องมีผู้ปกครองเป็นผู้ดูแล จึงต้องมีมาตรการทางสังคมเพื่อสนับสนุนทักษะของผู้ปกครอง และปรับทัศนคติของผู้ปกครองให้สามารถจัดการแปรงฟันให้เด็กได้อย่างสม่ําเสมอและมีคุณภาพ ด้านการบริโภค การรับประทานน้ําตาลมากกว่า ๒-๔ ครั้งต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุปัญหาเรื่องการบริโภค เป็นประเด็นองค์รวมที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน ฟันผุ และการสูญเสียทางเศรษฐกิจ การใช้มาตรการทางสุขศึกษาเพื่อปรับพฤติกรรมบริโภคมักไม่ค่อยได้ผล แต่มาตรการด้านนโยบายและการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็กจะได้ผลดีกว่า ด้านการเข้าถึงบริการ เด็กอายุต่ํากว่า ๕ ปี ได้รับบริการน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ การสํารวจทันตสุขภาพแห่งชาติปี ๒๕๕๐ พบว่าเด็กอายุ ๓ ปี มีค่า เฉลี่ยฟันผุถอนอุด ๓.๒๑ ซี่ต่อคน ซึ่งร้อยละ ๙๘.๑ หรือ๓.๑๕ ซี่ต่อคนเป็นฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา การสํารวจฯปี ๒๕๕๔ พบว่า ร้อยละ ๕๑.๗ ของเด็ก ๓-๔ ปีในศู น ย์ พั ฒ นาเด็ ก เล็ ก เคยได้ รั บ บริ ก ารตรวจสุ ข ภาพช่ อ งปาก, ร้ อ ยละ ๓๔.๒ ได้ รั บ การทาฟลู อ อไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ, ร้อยละ ๔.๖ ได้รับการถอนฟัน และเพียงร้อยละ ๘.๖ เคยได้รับการบูรณะฟันสถานการณ์การทํางานปี ๒๕๕๔ ในปี ๒๕๕๓-๕๔ สํานักทันตสาธารณสุข จัดการประกวดเครือข่ายบริการปฐมภูมิ (CUP) ดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแม่และเด็ก เพื่อกระตุ้นให้โรงพยาบาลและเครือข่ายมีความตื่นตัวในการดําเนินงานเกิดแหล่งเรียนรู้เพื่อให้เป็นแนวทางการพัฒนางานและนําไปสู่เป้าหมายเด็กไทยฟันดีถ้วนหน้า ในปี ๒๕๕๔ มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ CUP ดีเด่นที่ได้รับรางวัลในปี ๒๕๕๓ มีข้อสรุปคือ ๑) เกณฑ์การประเมินในการประกวด CUP ดีเด่น ช่วยเป็นแนวทางให้พื้นที่พัฒนางานได้อย่างเป็นระบบ และครบทุกด้าน ทั้งด้านการบริหารจัดการ การให้บริการ และการวัดผลงาน ๒) งานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์ มีการพัฒนาความร่วมมือกับฝ่ายอื่นๆมากขึ้น และมีการ จัดระบบเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมารับบริการมากขึ้น ๓) เกิดระบบการพัฒนาร่วมกันในระดับเขต (ศูนย์อนามัย) ๔) มีการพัฒนาชัดเจนเรื่องการจัดบริการ แต่ในด้านการวัดผลลัพธ์ที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย ยังต้องมีการ พัฒนาต่อไป ในปี ๒๕๕๓-๕๔ จัดทําโครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังทันตสุขภาพเด็กปฐมวัยในชุมชน ร่วมกับพื้นที่ ๙จังหวัด เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของ อสม. และชุมชนในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก ๐-๒ ปี ผลการดําเนินงานพบว่า อสม.ที่ได้รับการอบรม สามารถตรวจความสะอาดช่องปากเด็ก ฝึกผู้ปกครองแปรงฟัน และให้คําแนะนําการบริโภคอาหาร และพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังต่อเนื่องทุก ๓ เดือน เด็กจะมีฟันสะอาดขึ้น มีพฤติกรรมบริโภคดีขึ้น และมีแนวโน้มฟันผุลดลง
  5. 5. ในปี ๒๕๕๔ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับกรมอนามัย และสํานักงานสนับสนุนการสร้า งเสริมสุขภาพ จัด ให้มีการรณรงค์ส ร้า งกระแสภายใต้กองทุน ทัน ตกรรมเพื่อกระตุ้น ให้ผู้ป กครองตระหนักถึงความสําคัญและแปรงฟันให้เด็กตั้งแต่ฟันน้ํานมซี่แรกขึ้น การรายงานจาก ๔๒ จังหวัด พบว่ามี ส ถานบริ ก ารร่ ว มดํ า เนิ น การ ๑,๑๙๑ จุ ด เด็ ก และผู้ ป กครอง ได้ รั บ การฝึ ก แปรงฟั น ๑๐๗,๓๙๗ คนเป็นที่คาดหวังว่าหากผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กฟันผุ หรือช่วยชะลอการเกิดฟันผุให้ช้าลง วัตถุประสงค์ ๑) สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ๒) รณรงค์สร้างกระแสในสังคม เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นความสําคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลาน และเพื่อสนับสนุนการทํางานของพื้นที่ ๓) สนับสนุนความเข้มแข็งของเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย ๔) สนับสนุนให้มีระบบบริการทันตสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุมในกลุ่มเด็กปฐมวัยเป้าหมายการดําเนินงานปี ๒๕๕๕เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ เด็กอายุ ๓ ปี ปราศจากฟันผุไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๑ตัวชี้วัด ๑. หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจช่องปากและคําแนะนํา ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ๒. เด็กอายุ ๙-๑๒ เดือนได้รับการตรวจช่องปาก และผู้ปกครองได้รับการฝึกแปรงฟันให้เด็ก ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๕ ๓. เด็กอายุ ๑๘ เดือน ปราศจากฟันผุ ๔. เด็กอายุ ๑๘ เดือน ได้รับการแปรงฟันก่อนนอนทุกวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ๕. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๙๕ ๖. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดผลไม้เป็นอาหารว่างให้เด็ก ๓-๕ วัน/สัปดาห์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕กิจกรรมสําคัญปี ๒๕๕๕๑. พัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย ในสถานบริการ ๑) ตรวจช่องปากหญิงตั้งครรภ์ ให้คําแนะนํา และให้บริการตามความจําเป็น ๒) ตรวจช่องปากเด็ก ๙-๑๒ เดือน ประเมินความเสี่ยงต่อฟันผุ ให้คําแนะนํา กลุ่มเสี่ยงได้รับบริการ ทาฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุและติดตามทุก ๖ เดือน และฝึกผู้ปกครองแปรงฟัน ๓) ตรวจช่องปากเด็ก ๑๘ เดือน และเก็บข้อมูลสภาวะปราศจากฟันผุ และการแปรงฟันก่อนนอนตาม ระบบเฝ้าระวัง ในชุมชน ทํางานร่วมกับชุมชนและ อสม. ในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย ประกอบด้วย ๑) ค้นหาเด็กที่มีความเสี่ยงสูง (หมายถึงเด็กที่มีฟันหน้าบนไม่สะอาด มีรอยขุ่นขาว หรือมีฟันผุ และ เด็กบริโภคหวาน) ๒) ให้คําแนะนําเรื่องการบริโภคหวาน และฝึกแปรงฟัน ๓) ติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสุขภาพช่องปาก
  6. 6. ๔) นําเสนอข้อมูลต่อผูมีส่วนร่วมในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหา ้ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๑) ตรวจช่องปากเทอมละ ๑ ครั้ง ๒) จัดกิจกรรมแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวันหลังอาหารกลางวัน ๓) ส่งเสริมให้มีการจัดผลไม้เป็นอาหารว่างอย่างน้อย ๓ ใน ๕ วันต่อสัปดาห์๒. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ๑) ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น CUP ดีเด่นการทํางาน ส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย ๒) ปรับปรุงคู่มือการดําเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย๓. รณรงค์สร้างกระแส ๑) ประกวด CUP ดีเด่นด้านการดําเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากแม่และเด็กปีที่ ๓ กิจกรรม ประกอบด้วย - ประชุมศูนย์อนามัยเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การประกวดและจัดทําแผนการดําเนินงานปี ๒๕๕๕ - ประชาสัมพันธ์การดําเนินงาน - ดําเนินการประกวด - สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดคัดเลือกและส่ง CUP ที่จะเข้าประกวดไปยังศูนย์อนามัย ภายใน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ - ศูนย์อนามัยส่งรายชื่อ CUP ดีเด่นระดับเขต ๓ รางวัล (รางวัลที่ ๑, ๒, ๓) ที่ชนะการ ประกวดมายังสํานักทันตสาธารณสุข ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ - สํานักทันตสาธารณสุขมอบรางวัล CUP ที่ชนะการประกวด - ผู้ได้รับรางวัลที่ ๑ รับโล่ประทานจากพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๒) รณรงค์สร้างกระแสภายใต้กองทุนทันตกรรม “ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก” กลุ่มเป้าหมายของการรณรงค์ ในปี ๒๕๕๕ ได้แก่เด็กปฐมวัย โดยมีเป้าหมายให้ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ รายละเอียดของกิจกรรม อยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับ สปสช.๔. จัดทําฐานข้อมูลสถานการณ์สุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย ๑) สํารวจฟันผุในเด็ก ๓ ปี ประจําปี และรายงานผลการดําเนินงานเพื่อการประเมินผล ๒) สํารวจสถานการณ์การแปรงฟันและพฤติกรรมบริโภคของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๓) รวบรวมข้อมูลผ่านทางระบบรายงาน (ท ๐๑) และระบบสํารวจ/เฝ้าระวัง (ท ๐๒)
  7. 7. การส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนและเยาวชนสถานการณ์สุขภาพช่องปากปี ๒๕๕๔ ๑. เด็กอายุ ๑๒ ปี ปราศจากฟันผุร้อยละ ๔๘.๕ ๒. ค่าเฉลี่ย ฟันผุ ถอน อุด ของเด็กอายุ ๑๒ ปี ๑.๕ ซี/คน ่ ๓. เด็กอายุ ๑๒ ปี ไม่มีเหงือกอักเสบ ร้อยละ ๕๙.๗ ๔. โรงเรียนประถมศึกษาจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ร้อยละ ๙๕.๙ ๕. โรงเรียนปลอดน้ําอัดลม ร้อยละ ๘๑.๗ ๖. เด็กชั้น ป.๑ ได้รับการเคลือบหลุมร่องฟัน ๑๗๖,๒๖๓ ราย เด็กชั้น ป. ๖ ๘๘,๔๑๒ รายแหล่งข้อมูล * ท ๐๑ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ **ท ๐๒ สํานักทันตสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ *** ค่าร้อยละคํานวณจากฐานประชากรปี ๒๕๕๓แนวคิดและหลักการป้องกันฟันผุในเด็กวัยเรียน ปั ญ หาทั น ตสุ ข ภาพที่ เ ป็ น ปั ญ หาหลั ก ของเด็ ก วั ย เรี ย น คื อ โรคฟั น ผุ ข้ อ มู ล จากระบบเฝ้ า ระวั งทันตสุขภาพของสํานักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย พบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเด็กวัยเรียน (ร้อยละ ๕๒)มีโรคฟันผุ (เด็ก ป. ๖ เป็นกลุ่มอายุดัชนีที่ใช้ในการติดตามเฝ้าระวัง)1 เด็กประถมศึกษาเป็นช่วงวัยสําคัญในการสร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพและพั ฒ นาพฤติ ก รรมที่ เ หมาะสม องค์ ก ารอนามั ย โลกออกข้ อ แนะนํ า ในเรื่ อ งการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนเป็นกลยุทธ์สําคัญ ด้วยแนวคิด “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ” ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ และประเทศไทยนําแนวคิดดังกล่าวมาดําเนินการตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ มีการกําหนดองค์ประกอบของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของประเทศไทย โดยใช้เงื่อนไขบริบทในประเทศและกําหนดไว้ ๑๐ องค์ประกอบ ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีองค์ประกอบเฉพาะด้านทันตสุขภาพ หากแต่ปัจจัยเสี่ยงสําคัญได้รับการกําหนดเป็นตัวชี้วัดใน ๓ องค์ประกอบได้แก่ - องค์ประกอบที่ ๕ บริการอนามัยโรงเรียน ประกอบด้วย ๔ ตัวชี้วัด คือ - นักเรียนชั้น ป.๕ ขึ้นไป ตรวจสุขภาพด้วยตนเองภาคเรียนละ ๑ครั้ง - นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากโดย บุคลากรสาธารณสุขหรือครู อย่างน้อยปี ละ ๑ ครั้ง - นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ไม่มีฟันแท้ผุ (ฟันที่ได้รับการอุดหรือแก้ไขแล้ว ถือว่าไม่ผ)ุ - นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ ไม่มีภาวะเหงือกอักเสบ - องค์ประกอบที่ ๖ สุขศึกษาในโรงเรียน ตัวชี้วัดคือ นักเรียนชั้น ป.๑-ป.๖ แปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ทุกวัน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ - องค์ประกอบที่ ๗ โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย ตัวชี้วัดคือ ไม่มีการจําหน่ายอาหารที่มีผลเสียต่อ สุขภาพ เพื่อทําให้การดําเนินงานประสบความสําเร็จตามเป้าหมายทันตสุขภาพของเด็ก การปรับแนวคิดและแนวทางการดํ า เนิ น งานให้ เ ป็ น ระบบ โดยผู้ มี ส่ ว นได้ เ สี ย ทุ ก ฝ่ า ยเข้ า มี ส่ ว นร่ ว มในการคิ ด และทํ าโดยระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนจึงจะสามารถจัดการกับปัญหาฟันผุในเด็กวัยเรียนอย่างได้ผล และยั่งยืน1 เด็ก ป.๖ จะมีอายุประมาณ ๑๒ ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีฟันแท้ขึ้นครบ ๒๘ ซี่ และเป็นช่วงอายุสดท้ายขงการศึกษาภาคบังคับ ซึ่ง ุจะสะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดจากการทํางานส่งเสริมป้องกันในโรงเรียนตลอดระยะ ๖ ปีของการศึกษาภาคบังคับ
  8. 8. จากการทบทวนและสรุ ป บทเรี ย นการทํ า งานที่ ผ่ า นมา กลยุ ท ธ์ สํ า คั ญ คื อ การปรั บ ให้ กิ จ กรรมส่ ง เสริ มทัน ตสุ ข ภาพเป็ น ส่ ว นหนึ่ง ของวิ ถีชี วิต ครูแ ละนั กเรี ย น โดยช่ อ งทางสํ า คั ญ ได้แ ก่ การบูร ณาการเข้า กั บการจั ด การเรี ย นรู้ ห รื อ ระบบการเรี ย นการสอนในโรงเรี ย น ในขณะเดี ย วกั น จะต้ อ งบู ร ณาการเข้ า กั บการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพของเด็กในโรงเรียนโดยใช้แนวทางของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ดําเนินการในลักษณะที่ครอบคลุมทั่ว ประเทศเท่ า นั้ น หากแต่ จ ะต้ อ งศึก ษาและพั ฒ นาเพื่ อให้ เ กิด ความชั ด เจนในรู ป แบบและแนวทางที่ จ ะดําเนินการต่อไปในภายภาคหน้า เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ยังต้องจัดการให้เกิดการดูแลทันตสุขภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมทันตสุขภาพ การป้องกันโรคในช่องปากและการให้บริการทันตสุขภาพที่มีคุณภาพครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความจําเป็นของนักเรียนได้โดยสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และระบบบริการสุขภาพโดยรวม ทั้งนี้ สํานักทันตสาธารณสุขได้พัฒนางาน/โครงการเพื่อให้สามารถจัดการกับปัจจัยสําคัญทางทันตสุขภาพ ดังแสดงในภาพที่ ๑ ภาพที่ ๑ กรอบแนวคิดการพัฒนาทันตสุขภาพเด็กวัยเรียน กระบวนการทํางานหลักของการพัฒนา ใช้แนวคิดการดําเนินงานการขยายผลด้วยหลักการจากโรงเรียนแต่ละโรงเรียน ไปสู่การพัฒนาเป็น node และเครือข่าย ซึ่งจะทําให้โรงเรียนสามารถเกิดการเรียนรู้และสามารถดูแลสุขภาพช่องปากเด็กได้มาตรฐานและครอบคลุม (individual, node, network) ภาพที่ ๒ แนวคิด INN model (ภาพจาก http://www.wasi.or.th )
  9. 9. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นมา มีการจัดประกวดโรงเรียนดีเด่นด้านทันตสุขภาพโดยกําหนดเป็นหมวดประเด็นสําคัญที่นําสู่ทันตสุขภาพของเด็ก ๓ หมวดหลัก คือ กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ กิจกรรมการบูรณาการการเรียนรู้ทันตสุขภาพในหลักสูตรและกิจกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อทันตสุขภาพ โดยสนับสนุนให้โรงเรียนดําเนินการตามหลักการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งในแต่ละปีศูนย์อนามัยเขตและกองทันตสาธารณสุข กทม.จะคัดเลือกโรงเรียนที่ชนะการประกวด เพื่อเป็นโรงเรียนดีเด่นระดับประเทศปีละ ๓๙ โรงเรียน การให้ศูนย์อนามัยเขตคัดเลือกเพื่อให้มีการกระจายโรงเรียนที่มีศักยภาพเป็นแกนนํา กระจายทั่ว ทุกภูมิ ภ าค การประกวดเป็น โรงเรีย นเดี่ย วดํา เนิน การต่อเนื่ อง ๓ ปี และเริ่มเข้า สู่กระบวนการพัฒนา node โดยเริ่มให้มีการประกวดเป็น “คู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ” ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐เป็นระยะ ๓ ปี ในขณะเดียวกัน ปี ๒๕๔๙-๒๕๕๐ สํานักทันตฯได้พัฒนาโครงการ “เรียนรู้คู่วิจัย” ที่คาดหวังให้เกิดการพัฒนาทันตสุขภาพด้วยเด็กนักเรียนเอง ทําให้เกิดโรงเรียนที่สามารถเป็นแกนนําเพื่อพัฒนาต่อเนื่องจากการประกวดทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ รวมกับโครงการเรียนรู้คู่วิจัย กว่า ๑,๐๐๐ โรงเรียน ในช่วงปี๒๕๕๑ จึงเริ่มพัฒนาก่อรูปให้เกิดเครือข่าย(network)โรงเรียนเด็กไทยฟันดี โดยมีกระบวนการพัฒนาสนับสนุนเพื่อให้เกิดเครือข่ายฯตัวอย่างกระจายทั่วประเทศ การประกวดคู่หูโรงเรียนทันตสุขภาพดําเนินการคู่ขนานกับการพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนฯ และเข้าสู่ระยะการขยายผลในปี ๒๕๕๔สถานการณ์การทํางานปี ๒๕๕๔ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ การพัฒ นาการส่งเสริมสุขภาพในเด็กประถมศึกษามีการพัฒ นาต่อภายใต้โครงการหลัก คือ เครือข่ายโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดเครือข่ายในทุกจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ ๑ เครือข่าย และจัดทําให้เกิดเกณฑ์การพัฒนาเครือข่ายขึ้น เพื่อให้เป็นเกณฑ์สําหรับการดํา เนิน งานภายในเครือข่า ยฯ ซึ่งมีเ ป้า หมายเพื่อให้บ รรลุทั น ตสุขภาพของเด็กนักเรีย นโดยใช้ตัว ชี้วัด การดําเนินงานเป็นเป้าหมายรายทางในการดําเนินงาน ซึ่งพบว่า แต่ละจังหวัดได้ร่วมพัฒนาให้เกิดเครือข่ายขึ้นในทุกจังหวัดและจะได้มีการขยายผลในระดับ CUP ต่อไป ความสําเร็จประการสําคัญอีกประเด็น คือ ในปี ๒๕๕๔ มีการเสนอให้ สภาวะโรคฟันผุของเด็กนักเรียนเป็นเกณฑ์บังคับในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร โดยข้อกําหนดเกณฑ์ คือ ร้อยละเด็กไม่มีฟันผุ (กําหนดเด็กประถมศึกษาปีท๖ ร้อยละ ๔๕ และเด็กมัธยมศึกษาปีท๓ ร้อยละ ๓๕) โดยจะต้องไม่มีเด็กที่มีฟันแท้ถูก ี่ ี่ถอน และมีการตกลงให้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์เป็นร้อยละเด็กปราศจากโรคฟันผุ (caries free) ในปี ๒๕๕๖ งานวิจัยที่สําคัญชิ้นหนึ่งที่ดําเนินการและจะนําไปใช้เพื่อการขยายผลในปี ๒๕๕๕ คือ พัฒนาระบบจัดการข้อมูลเพื่อการเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากและปัจจัยเสี่ยงสําคัญของประชาชนไทยในระดับจังหวัด (เป็นการวิจัยซึ่งผ่านการพิจารณาจากสภาวิจัย) ซึ่งดําเนินการร่วมกับพื้นที่วิจัย ๗ จังหวัด ได้ข้อสรุปอายุดัชนีในการเฝ้าระวัง ๔ กลุ่มอายุ ด้วยกัน คือ การเกิดโรคฟันผุใน กลุ่มเด็กปฐมวัยกําหนดกลุ่มอายุดัชนีที่อายุ ๑๘ เดือนกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน กลุ่มอายุ ๓ ปี กลุ่มวัยเรียน กลุ่มอายุ ๑๒ ปี และการเฝ้าระวังจํานวนฟันที่เหลืออยู่ในช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งคู่มือ แบบฟอร์ม แนวทางและโปรแกรมประมวลผลข้อมูลเผยแพร่บน websiteสํานักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย การสนับสนุนนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มเด็กนักเรียน คือ นโยบายโรงเรียนปลอดน้ําอัดลม ซึ่งกําหนดให้เป็นตัวชี้วัดสําคัญที่นําสู่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพช่องปากของเด็ก และขับเคลื่อนในกลุ่มผู้กํา หนดนโยบายของกระทรวงศึ กษาธิก าร ภายใต้ ชื่อ “สพป.อ่อ นหวาน” ผลการดํา เนิน งานในปี ๒๕๕๔มี สพป. สมัครขอรับการประเมินทั้งสิ้น ๗๕ แห่งและผ่านการประเมิน ๒๒ แห่ง รวมทั่วประเทศระยะ ๓ ปีจํานวน ๖๐ เขตพื้นที่การศึกษา
  10. 10. นอกจากนี้ เพื่อขยายความครอบคลุมในการดูแลทันตสุขภาพของเด็กในโรงเรียน ปี ๒๕๕๔ เริ่มให้มีการประกวดเกมทันตสุขภาพ ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ของเด็กประถมศึกษาและเกิดสื่อเพือการเรียนรู้ให้กับเด็กอนุบาลเป็นจุดเริ่มต้นในการดําเนินงานในเด็กอนุบาล มีผู้ส่งประกวดทั้งสิ้น ่๒๒ ทีม และมีการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล ๘ ทีมเป้าหมายการดําเนินงานปีงบประมาณ ๒๕๕๕เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ เด็กอายุ ๑๒ ปี ปราศจากฟันผุร้อยละ ๔๕ (สําหรับจังหวัดที่ร้อยละปราศจากฟันผุถึงร้อยละ ๔๕ แล้วให้เพิ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑)ตัวชี้วัด 1. โรงเรียนประถมศึกษาจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวัน(ร้อยละ ๙๒) 2. โรงเรียนประถมศึกษาไม่มีการจําหน่ายหรือจัดน้ําอัดลมให้แก่เด็ก (ร้อยละ ๘๐) 3. เด็ก ป.๑ ได้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปากและบริการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก (ร้อยละ ๗๐) 4. เด็ก ป.๑ ได้รับการบริการเคลือบหลุมร่องฟัน (ร้อยละ ๕๐) 5. เด็ก ป.๖ ได้รับการบริการเคลือบหลุมร่องฟัน (ร้อยละ ๒๐) 6. เด็ก ป.๑ ได้รับการบริการผสมผสานอย่างสมบูรณ์ (Comprehensive care) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของเด็ก ป.๑ ที่ได้รับการตรวจฟันกิจกรรมสําคัญปี ๒๕๕๕๑. พัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ในสถานบริการ ๑) จัดระบบ (งานตั้งรับและการจัดหน่วยเคลื่อนที่) เพื่อให้บริการทันตกรรมป้องกันและการบริการ อย่างสมบูรณ์แก่เด็กประถมศึกษา (ป.๑) ตามตัวชี้วัดกองทุนทันตกรรม ๒) จัดระบบการบริการเพื่อตอบสนองการดูแลสุขภาพช่องปากวัยเรียนอย่างเหมาะสม (จัดสรรเวลา สําหรับกลุ่มอายุสําคัญและเด็กกลุ่มอื่นๆ) ในชุมชน ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน/อปท. รวมทั้งผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมใน โรงเรียน ๒) สร้างกระแสให้ชุมชนมีการจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อทันตสุขภาพ ๓) ขับเคลื่อนกระแสให้ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กต่อเนื่องที่บ้าน ในโรงเรียน ๑) สนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียนผ่านกระบวนการเครือข่ายฯ ๒) ช่วยพัฒนาและเผยแพร่นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเพื่อให้เกิดการขยายผล๒. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ๑) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อสรุปการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทํางานในทุกระดับ (ภายใน เครือข่ายโรงเรียน, ระดับภาค และระดับประเทศ) ๒) จัด การอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒ นาความรู้พื้นฐานและเทคโนโลยี ในการทํา งานแก่ เครือข่าย
  11. 11. ๓. รณรงค์สร้างกระแส ๑) มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า ๕๐๐ คนทั่วประเทศ ๒) ประกวดเกมทันตสุขภาพ๔. การจัดทําฐานข้อมูลสถานการณ์สุขภาพช่องปากในเด็กวัยเรียน ๑) ติดตามข้อมูลผ่านระบบเฝ้าระวังทันตสุขภาพ ๒) รวบรวมข้อมูลจากระบบรายงานปกติ (๑๘ แฟ้ม+๑๒ แฟ้ม) ที่เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ๓) รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ๔) update ฐานข้อมูลสถานการณ์สุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในวัยเรียนรายชื่อบุคลากรในกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทันตสุขภาพเด็กและเยาวชนโทร : ๐-๒๕๙๐-๔๒๐๔, ๐-๒๕๙๐-๔๒๐๘, ๐-๒๕๙๐๔๒๐๙www.yimsodsai.com, www.sweetenough.in.thหัวหน้ากลุ่ม : ทพญ.วราภรณ์ จิระพงษา warajira@gmail.comงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยผู้ประสานงาน : ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ uchantana@gmail.com ทพญ. ศรีสุดา ลีละศิธร srisuda.l@anamai.mail.go.th ทพญ.เมธินี คุปพิทยานันท์ kupitanant@yahoo.com ทพญ.สุพรรณี ศรีวิริยะกุล ssreviriyakul@yahoo.com นางสุรางค์ เชษฐพฤนธ์ ccsurang@gmail.com นางสุภาวดี พรหมมา psupawade@gmail.com นางเขมณัฐ เชื้อชัยทัศน์ kcmanat48@gmail.comงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนและเยาวชนผู้ประสานงาน : ทพญ. ปิยะดา ประเสริฐสม pprasertsom@gmail.com ทพญ. กันยา บุญธรรม Kanya_bt@yahoo.com ทพญ.สุวรรณา เอื้ออรรถการุณ suwannadt@yahoo.com นางผุสดี จันทร์บาง pussadec@gmail.com นางปราณี เหลืองวรา pnevara@gmail.com นางขนิษฐ์ รัตนรังสิมา khanitrat@gmail.com นางอังศณา ฤทธิ์อยู่ sana1406@gmail.comเจ้าหน้าที่เครือข่ายรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวานและโครงการอื่น นางสาวณัฐยา ชัยชาญ kobb03@hotmail.com นางสาวศิริวรรณ คงสมบูรณ์ siriwan_ko@hotmail.com นางสาวกาญจนา เกิดอุบล keraubol-som@hotmail.com นางสาวบุญนภัส มีรัตน์ boonapat7@hotmail.com
  12. 12. การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ในโครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผูสูงอายุ ้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ๒๕๕๕ กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทันตสุขภาพวัยทํางานและสูงอายุหลักการและเหตุผล ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และประชาชนมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ส่วนใหญ่มีโรคทางระบบร่วมกับความเสื่อมของสภาพร่างกาย ส่งผลให้งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงควรเตรียมการดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบรวมไปถึงการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคทางระบบโดยการมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน และมีความสัมพันธ์กับสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทําให้การดูแลสุขภาพช่องปากมีความยากและซับซ้อนกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทํางานและผู้สูงอายุ มีจุดเริ่มต้นจากกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๔๗ ความว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทําให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” กรมอนามัยจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพือแก้ปัญหาการสูญเสียฟัน ่ของผู้สูงอายุ อาทิเช่น ฟันเทียมพระราชทานเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป ชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และบริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ เพื่อลดการสูญเสียฟัน การประกวด “๑๐ ยอด-ฟันดี วัย ๘๐ ปี” เพื่อสนับสนุนยกย่องให้เป็นแบบอย่างของผู้ที่ดูแลสุขภาพช่องปากดีตลอดชีวิต การรณรงค์สร้างกระแส เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทั้งทางสื่อสาธารณะและในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ประชาชนเห็นความสําคัญของสุขภาพช่องปากต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกัน ก็มีการประชุม/อบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานทั้งภาครัฐและภาคประชาชน รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชมรมผู้สูงอายุโดยมุ่งหวังว่า ผู้สูงอายุจะสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตนเอง เข้าถึงบริการทันตสุขภาพจากภาครัฐตามความจําเป็น ทําให้มีฟันใช้เคี้ยวอาหาร ส่งผลต่อภาวะโภชนาการ รวมทั้งมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และผู้สูงอายุรุ่นต่อ ๆ ไปจะเก็บรักษาฟันแท้เอาไว้ได้จนถึงบั้นปลายชีวิต โดยไม่ต้องใส่ฟันเทียม แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาสุขภาพช่องปากของผูสูงอายุที่สําคัญมี ๖ ประเด็น ได้แก่ ๑) การสูญเสียฟันและ ้ปัญหาจากการใส่ฟัน ๒) ฟันผุและรากฟันผุ ๓) โรคปริทันต์ ๔) แผล/มะเร็งช่องปาก ๕) น้ําลายแห้ง ๖) ฟันสึกดังนั้น เป้าหมายการพัฒนาให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากดีขึ้น นอกจากจะดูแลสุขภาพในช่องปากผู้สูงอายุให้คงสภาพการใช้งานให้นานที่สุดแล้ว ยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุต่อไป
  13. 13. แนวคิดการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทํางานและสูงอายุในปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ . พัฒนาระบบบริการผสมผสานทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสภาพช่องปาก ) F ˂ F F F / F ) ˂ -risk group, early detection & prevention . . . - ˆ ˆ . - F /- ˆ /- F / ./ ./ ./ . - F F . ˀˊ F - ˆ /- ˆ / - Prostheses ๒. บูรณาการกับการส่งเสริมสุขภาพด้านอื่น เช่น การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว ๓. สร้างและพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านบริการ การผลิต/พัฒนาทันตบุคลากร ๔. การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ๕. พัฒนาเทคโนโลยี รูปแบบ แนวทาง เกณฑ์ มาตรฐาน รวมทั้ง Excellent Center ๖. การรณรงค์สร้างกระแส เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการผลการดําเนินงานเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ด้วยการรวมพลังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการฟันเทียมพระราชทานและการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ที่ดําเนินงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ มีการพัฒนาเป็นลําดับจนถึงปัจจุบัน มีผลการดําเนินงานในปี ๒๕๕๔ โดยสรุปดังนี้ ๑. หน่วยบริการทั่วประเทศร่วมกันจัดบริการใส่ฟันเทียมทั้งปากให้ผู้สูงอายุทุกสิทธิ์แล้วกว่า ๒๓๐,๐๐๐ราย เฉพาะปี ๒๕๕๔ จัดบริการได้ ๓๗,๕๐๒ ราย ๒. ร่วมกับศูนย์อนามัยเขตทั้ง ๑๒ เขต จัดการประชุมขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ พัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ รวม ๑,๐๗๓ ชมรม ให้มีกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่างน้อย ๑ อําเภอ ๑ ชมรมในปี ๒๕๕๔ ซึ่งถ้ารวมตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ครอบคลุม ๗๑๒ อําเภอ ๑,๗๒๘ ชมรม มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๓๕๕,๔๓๖ คน ๓. ร่ ว มกั บ หน่ ว ยบริ ก ารในจั ง หวั ด พั ฒ นาต้ น แบบการจั ด บริ ก ารส่ ง เสริ ม ป้ อ งกั น โรคในช่ อ งปาก๒๑ จังหวัด ๒๑๙ แห่ง นอกจากนี้ ในปี ๒๕๕๔ ยังร่วมกับ หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวรณรงค์จัดบริการใส่ฟันเทียมพระราชทานแก่ประชาชนในจังหวัดพิจิตร ร่วมกับมูลนิธิโอสถสภารณรงค์จัดบริการและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการที่จังหวัดแพร่ นครราชสีมา และมุกดาหาร ร่วมกับภาคเอกชนรณรงค์จัด บริการใส่ฟัน เทีย มในมหกรรมการประชุมวิช าการส่งเสริมสุขภาพและอนามัย สิ่งแวดล้อม กรมอนามัยประจํา ปี ๒๕๕๔ ศึกษาวิจัยเรื่องประสิทธิผ ลการใช้ฟลูออไรด์ว านิช ป้องกันรากฟัน ผุ ร่ว มกับ จังหวัด สตูลเชียงใหม่ ตราด และ นครปฐม ร่วมกับศูนย์อนามัยเขตค้นหาผู้สูงวัยฟันดีวัย ๘๐ และ ๙๐ ปีระดับเขต และจัดทําเกณฑ์คัดเลือกหน่วยงานดีเด่นด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุทุกระดับ
  14. 14. โครงการ / กิจกรรมสําคัญ /เป้าหมายปี ๒๕๕๕ ๑. ฟันเทียมพระราชทาน ๓๐,๐๐๐ ราย และการประเมินความพึงพอใจร้อยละ ๑๐วัตถุประสงค์ : แก้ปัญหาการสูญเสียฟันด้วยการใส่ฟนเทียมทดแทน โดยรพ.มหาราช/รพศ./รพท./รพช. ั ๑) กลุ่มเป้าหมาย : ให้ความสําคัญกับผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเป็นลําดับแรก หากจังหวัดใดจัดบริการให้กับผู้สูงอายุที่จําเป็นต้องใส่ฟันเทียมทั้งปากหรือ ๑๖ ซี่ขึ้นไปเต็มพื้นที่แล้ว กลุ่มเป้าหมายรองเป็นผู้ที่มีอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป ๒) (ร่าง) เป้าหมายเบื้องต้นรายจังหวัดในปี ๒๕๕๕ จํานวน ๓๐,๐๐๐ ราย รายละเอียดในwebsiteฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php ๓) การเบิกจ่ายงบฯ บริการ - กรณีผู้รับบริการใช้สิทธิ์บัตรทอง งบฯ ชดเชยค่าบริการทําฟันเทียมสําหรับหน่วยบริการจะรวมอยู่ในกองทุนทันตกรรม ซึ่งหน่วยบริการสามารถเบิกจ่ายเงินชดเชยค่าบริการคืนให้กับโรงพยาบาลรายละ๔,๔๐๐ บาท ผ่านงานประกันสุขภาพ โดยใช้โปรแกรม e- claim รหัส ๙๒๐๓ - ผู้รับบริการที่ใช้สิทธิ์สวัสดิการการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือประกันสังคม หน่วยบริการเก็บค่าบริการ (ขอความอนุเคราะห์ไม่เกิน ๔,๔๐๐ บาท/ราย) ซึ่งผู้รับบริการสามารถนําใบเสร็จรับเงินไปเบิกเงินคืนได้จากกรมบัญชีกลาง หรือสํานักงานประกันสังคม ตามสิทธิ์ของผู้รับบริการ หมายเหตุ : งบฯ บริการทําฟันเทียมสําหรับหน่วยบริการทีรวมอยู่ในกองทุนทันตกรรม จะนับเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิ์ ่บัตรทอง ซึ่งในปี ๒๕๕๕ สปสช.ได้จัดเตรียมสนับสนุนงบฯ ๔๕,๐๐๐ ราย กลุ่มเป้าหมายจึงมี ๒ กลุ่มได้แก่ - ผู้รับบริการในโครงการฟันเทียมพระราชทานร้อยละ ๘๕ ของเป้าหมายรายจังหวัด(กรมอนามัยได้กําหนดเป้าหมายเบื้องต้นเท่ากับทุกปีที่ผ่านมา และแยกเป็น ๒ กลุ่มตามรายงานของจังหวัดในปีที่ผ่านมา บัตรทองร้อยละ ๘๕ สิทธิ์อื่น ๆ ร้อยละ ๑๕) - ที่เหลือเป็นผู้รับบริการใส่ฟันฐานพลาสติกอื่น ๆ ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งสปสช.ได้กําหนดเป้าหมายเบื้องต้นรายจังหวัดไว้แล้วข้อมูลเพิ่มเติม : ทพญ.สุปราณี ดาโลดม โทร ๐๘๐-๕๙๔๑๕๐๐ supranee.d@anamai.mail.go.th ๒. ชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ๒๕๐ ชมรมวัตถุประสงค์ : ลดการสูญเสียฟันด้วยการดูแลอนามัยช่องปากด้วยตนเองและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม โดยชมรมผู้สูงอายุ ๑) ขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ๒๕๐ ชมรม โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมกับศูนย์อนามัยเป็น ่รายภาค ๔ ภาค (กําหนดวัน เวลา สถานที่ กลุ่มเป้าหมาย จํานวนผู้เข้าประชุม ศูนย์อนามัยหรือสํานักทันตสาธารณสุขจะแจ้งให้จังหวัดทราบ) ๒) งบฯ ดําเนินการสําหรับจังหวัด : จากกองทุนทันตกรรม (งบฯ พัฒนางานส่งเสริมสุขภาพช่องปากและกระตุ้นการจัดบริการระดับจังหวัด) หรือจากกองทุนสุขภาพตําบล หรืองบ ฯ จากแหล่งอื่น ๆ กรณีที่ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็งและจัดหางบฯดําเนินงานเอง หมายเหตุ : รายละเอียดกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.phpข้อมูลเพิ่มเติม : ทพญ.นนทลี วีรชัย โทร ๐๘๐-๙๐๓๓๓๓๙ nontalee.v@anamai.mail.go.th
  15. 15. ๓. การจัดบริการส่งเสริมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ๑๐๐ แห่งวัตถุประสงค์ : ลดการสูญเสียฟัน ด้วยการจัดบริการส่งเสริมป้องกันในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก เป็นรายบุคคล และดูแลเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เน้นการรับบริการใกล้บ้าน โดยโรงพยาบาล PCU หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ๑) กลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมผู้สูงอายุทุกสิทธิ์ ๒) การขยายเครือข่ายบริการ ๑๐๐ แห่ง โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับศูนย์อนามัยเป็นรายภาค ๔ ภาค (พร้อมกับขยายเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ ๒๕๐ ชมรม ในข้อ ๒ หัวข้อ ๑) ) ๓) งบ ฯ ดําเนินการสําหรับจังหวัด : จากกองทุนทันตกรรม (งบฯ การส่งเสริมสุขภาพช่องปากและการจัดบริการระดับจังหวัด) หมายเหตุ : - บริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ประกอบด้วย ๑) การตรวจสุขภาพช่องปาก๒) การให้คําแนะนํา และ/หรือ การปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมคราบจุลินทรีย์ ๓) การใช้ฟลูออไรด์วานิชป้องกันรากฟันผุ ๔) การขูดหินน้ําลายป้องกันเหงือก / ปริทันต์อักเสบชนิดเฉียบพลัน (Acute Periodontitis) - กิจกรรมที่ ๑) และ ๒) ดําเนินการได้ทั้งในหน่วยบริการที่มีและไม่มีทันตบุคลากร - กิจกรรมที่ ๓) และ ๔) กรณีไม่มีทันตบุคลากร ดําเนินการโดยส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดในคู่มือการดําเนินงานโครงการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากผู้สูงอายุ ตามชุดสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรม Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.phpข้อมูลเพิ่มเติม : ทพญ.วรางคนา เวชวิธี โทร ๐๘๑-๔๐๒๓๐๘๘ warangkana.v@anamai.mail.go.th ๔. การบูรณาการในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาววัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวที่เหมาะสมกับวิถีชีวิต และบริบทของพื้นที่ โดยครอบคลุมด้านสุขภาพ ทันตสาธารณสุข จิตวิทยา สังคม การดูแลช่วยเหลือในการดํารงชีวิตและกิจวัตรประจําวัน ซึ่งเป็นการดูแลอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม กิจกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวทั้งในสถานบริการและในชุมชน ได้แก่ ๑) มีข้อมูลผู้สูงอายุตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจําวัน (Activities of Daily Living : ADL) ๒) มีชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ ๓) มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ๔) มีบริการการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านที่มีคุณภาพ (Home Health Care) โดยบุคลากร สาธารณสุข ๕) มีบริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในระดับตําบล ได้แก่ ชมรมผู้สูงอายุด้านการ ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และ/ หรือ บริการทันตกรรมป้องกันตามชุดสิทธิประโยชน์ ๖) มีระบบการดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มที่ ๒ (ติดบ้าน) และผู้สูงอายุ กลุ่มที่ ๓ (ติดเตียง) หมายเหตุ : ตําบลเป้าหมายเป็นตําบลที่อยู่ในแผนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวของสํานักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย จังหวัดละ ๒ ตําบล รายละเอียดการประเมินคุณภาพกิจกรรม “บริการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพในระดับตําบล” ในการ ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) Download ได้จากเว็บไซต์ฟันเทียมพระราชทาน http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth/elderly/elderly54.php
  16. 16. ข้อมูลเพิ่มเติมทพญ.สุปราณี ดาโลดม โทร ๐๘๐-๕๙๔๑๕๐๐ supranee.d@anamai.mail.go.thทพญ.นนทลี วีรชัย โทร ๐๘๐-๙๐๓๓๓๓๙ nontalee.v@anamai.mail.go.thทพญ.วรางคนา เวชวิธี โทร ๐๘๑-๔๐๒๓๐๘๘ warangkana.v@anamai.mail.go.th ๕. การรณรงค์ สร้างกระแส - ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วันที่ ๑๙-๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่จังหวัดสตูล - ร่วมกับมูลนิธิโอสถสภาที่ จ.กําแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ - ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานอื่น ๆ ๖. มหกรรมการประชุมวิชาการ เฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดมหกรรมการประชุมวิชาการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุวันที่ ๑๑-๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี กิจกรรมประกอบด้วย - การถวายราชสักการะ สดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว - การบรรยายและการนําเสนอผลงานทางวิชาการ เพื่อเสนอองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์และความจําเป็นด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ แก่ผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการ และแกนนําชมรมผู้สูงอายุ - การจัดนิทรรศการด้านการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานดีเด่นระดับเขต ระดับจังหวัด ระดับอําเภอ และระดับตําบล รวมทั้งชมรมผู้สูงอายุดีเด่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม รูปแบบ แนวทางการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ๗. การประกวด “๑๐ ยอดฟันดี วัย ๘๐ และ ๙๐ปี” - ระดับประเทศ จัดการประกวดปี ๒๕๕๔ โดยกรมอนามัย ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ - ระดับเขต ค้นหา “๑๐ ยอดฟันดี วัย ๘๐ ปี และ ๙๐ ปี ” โดยศูนย์อนามัยเขตร่วมกับจังหวัดค้นหาผู้สูงอายุ ๘๐-๘๙ ปี ๑-๒ ท่าน และอายุ ๙๐ ปีขึ้นไป ๑ ท่าน เข้าร่วมประกวดปี ๒๕๕๕ ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ๘. การพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทํางานและสูงอายุ - ร่วมกับหน่วยงาน/ มูลนิธิ/ ศูนย์อนามัยเขตและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ๙. การนิเทศ ติดตาม กํากับและประเมินผล - สุ่มนิเทศ ติดตาม ทั้งโดยศูนย์อนามัยเขต และสํานักทันตสาธารณสุข

×