Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

อีสุก อีใส

Chickenpox

  • Login to see the comments

  • Be the first to like this

อีสุก อีใส

  1. 1. เชื้อก่อโรค • โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อ varicella zoster virus ชนิด เดียวกับที่ทาให้เกิดงูสวัด ติดต่อได้ด้วยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน หรือโดยการ สัมผัส ตลอดจนการใช้ของใช้ร่วมกับผู้ที่เป็น อีสุกอีใส หรืองูสวัด เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้า ห่ม หรือที่นอน โดยปกติจะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยทั่วไป โรค อีสุกอีใส มักจะระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อนเช่นเดียวกับหัด แต่ก็พบได้ ประปรายตลอดทั้งปี โดยมากจะพบในกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-12 ปี รองลงมาจะ เป็นกลุ่มเด็กอายุ 1-4 ปี กลุ่มวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาวตามลาดับ
  2. 2. อาการของโรค • เด็กที่เป็ นอีสุกอีใสจะมีไข้ต่า อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่มัก มีไข้สูง มีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวคล้ายไข้หวัด ขณะเดียวกันก็จะ มีผื่นขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหนึ่งวันหลังจากมีไข้
  3. 3. อาการของโรค (ต่อ) • - ในระยะแรกจะขึ้นเป็ นผื่นแดงราบก่อน ต่อมามีน้าใส ๆ อยู่ข้างใน และมี อาการคัน • - อีก 2-4 วันต่อมาก็จะตกสะเก็ดผื่น และตุ่มเหล่านี้จะขึ้นตามไรผมก่อน แล้ว กระจายไปตาใบหน้า ลาตัว และแผ่นหลัง • - บางคนมีตุ่มขึ้นในช่องปาก ทาให้ปาก และลิ้นเปื่ อย จะเกิดอาการเจ็บคอ • - บางคน อาจไม่มีไข้มีเพียงผื่นและตุ่มขึ้นเท่านั้น • - ผื่นขึ้นมากที่สุดที่ใบหน้า และลาตัว
  4. 4. อาการของโรค (ต่อ) • - โดยทั่วไปผื่นจะหายโดยไม่มีแผลเป็ น ยกเว้นมีเชื้อแบคทีเรียมา แทรกซ้อน • - โรคนี้เมื่อหายแล้วมักจะมีเชื้อหลบอยู่ปมประสาท ซึ่งอาจจะออกมา เป็ นโรคงูสวัดในภายหลังได้
  5. 5. อาการแทรกซ้อน • ที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบนผิวหนัง ทาให้ กลายเป็ นหนอง และมีแผลเป็ นตามมา ในบางรายเชื้อแบคทีเรียที่ แรกซ้อน อาจจะกระจายเข้าไปในกระแสเลือดทาให้เกิดภาวะโลหิต เป็ นพิษ และปอดบวมได้ ในผู้ใหญ่ หรือผู้ป่ วยที่มีภูมิต้านทานต่า เช่น ใช้ยารักษามะเร็ง หรือสเตอรอยด์ เชื้อไวรัสอีสุกอีใส อาจจะกระจาย ไปยังอวัยวะภายใน เช่น ปอด สมอง ตับ
  6. 6. การรักษา • เนื่องจากโรคอีสุกอีใสเป็ นโรคที่หายเองได้ โดยอาจมีไข้อยู่เพียงไม่กี่วัน ส่วนตุ่มจะ ตกสะเก็ด และค่อยๆ หายใน 1-3 สัปดาห์ ผู้ป่ วยจึงควรพักผ่อน และดื่มน้ามากๆ ถ้ามีไข้สูงใช้ยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้ แต่ห้ามใช้ยาแอสไพริน เพราะทาให้ เกิดอาการทางสมอง และตับ ทาให้ผู้ป่ วยเด็กถึงแก่กรรมได้ ควรอาบน้า และใช้สบู่ หรือสบู่ฆ่าเชื้อฟอกผิวหนังให้สะอาด เพื่อป้ องกันเชื้อแบคทีเรียมาแทรกซ้อน ควร ตัดเล็บให้สั้น และหลีกเลี่ยงการแกะ หรือเกาตุ่ม เพราะอาจทาให้ติดเชื้อกลายเป็ น หนองได้ ในรายที่มีอาการคันมากอาจให้รับประทานยาพวก คลอเฟนิรามีน ช่วย ลดอาการคันลงได้
  7. 7. วัคซีนป้ องกันโรคอีสุกอีใส • สมัยก่อนโรคอีสุกอีใสเป็ นโรคที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับทุกๆ คน ในช่วง หนึ่งช่วงใดของชีวิต เช่นเดียวกับหัด แต่เดี๋ยวนี้มีวัคซีนป้ องกันโรค อีสุกอีใสที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่ น คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถนาบุตรหลานของ ท่านไปรับการฉีดวัคซีนป้ องกัน โรคอีสุกอีใส ได้ตั้งแต่วัย 1 ปี ขึ้นไป
  8. 8. ข้อควรรู้เกี่ยวกับอีสุกอีใส • โรคนี้เมื่อเป็ นแล้วอาจมีโอกาสเป็ นงูสวัดได้ภายหลังควรแยกผู้ป่ วย ออกต่างหาก เพื่อป้ องกันการติดต่อ ทั้งนี้ระยะแพร่เชื้อจะเริ่มตั้งแต่ 24 ชั่วโมง ก่อนที่ผื่น หรือตุ่มขึ้น จนตุ่มแห้งหมดแล้ว ซึ่งใช้เวลา ประมาณ 6-7 วัน ในระยะนี้ผู้ป่ วยต้องหยุดเรียน หรือหยุดงาน
  9. 9. • โรคนี้ไม่มีของแสลง แต่ควรให้ผู้ป่ วยรับประทานอาหารจาพวกโปรตีน เช่น เนื้อ นม ไข่ มากๆ เพื่อจะได้มีภูมิต้านทานโรค ปัจจุบันมีวัคซีน ป้ องกันโรคอีสุกอีใสแล้ว โรคอีสุกอีใส ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่ก็ เป็ นสาเหตุของการขาดเรียน หรือขาดงาน รวมทั้งก่อให้เกิดความ ราคาญจากอาการคัน และตุ่มหนอง และอาจส่งผลให้เกิดโรคแทรก ซ้อน หรือแผลเป็ นขึ้นได้

×