พฤติกรรมสัตว์

4,518 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
4,518
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
101
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

พฤติกรรมสัตว์

  1. 1. พฤติกพฤติกรรมของสัตว์ รรมของสัตว์ โดย....ครูสุวิทย์ ดิษฐเนตร.....การตอบสนองต่อการเปลียนแปลงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมทั้งภายในและ ่ สารเคมี หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงของฤดูกาล จะภายนอกร่างกายสิ่งมีชีวิตนั้น อาจเกิดขึ้นทันทีทันใดหรืออาจเกิดขึนอย่างช้า ๆ ้ ตอบสนองโดยการเคลือนไหวเพื่อปรับตาแหน่งให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ่ทาให้ชวิตแสดงพฤติกรรม (behavior) ซึ่งเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการรักษา ี หรือหลีกเลี่ยงสภาพที่ไม่เหมาะสม ความสามารถในการแสดงพฤติกรรมนี้ดุลยภาพของร่างกาย ได้มาจากพันธุกรรมเท่านัน โดยไม่จาเป็นต้องเรียนรู้มาก่อน จึงมักมีแบบ ้...............การศึกษาพฤติกรรม เป็นการศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่าง แผนที่แน่นอนเฉพาะตัวเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะแสดงพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพื้นฐานทางสรีรวิทยาที่มีผลต่อการแสดง พฤติกรรมเหมือนกันหมด พฤติกรรมที่มีมาแต่กาเนิด ได้แก่พฤติกรรมสัตว์ การศึกษาพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตทาได้ 2 วิธี คือ...............1. วิธีการทางสรีรวิทยา (physiological approach) มี รีเฟล็กซ์จุดมุ่งหมายเพื่ออธิบายพฤติกรรมในรูปของกลไกการทางานของระบบ ...............เราคงเคยเดินหยียบหนาม หรือของมีคม พฤติกรรมที่แสดงประสาท ออกมา คือ ยกเท้าหนีทันที หรือเมื่อมีสิ่งขงเข้ามาใกล้ตา ตาก็จะกระพริบ...............2. วิธีการทางจิตวิทยา (psychological approach) เป็น เราต้องคิดก่อนหรือไม่ การแสดงกิริยาดังกล่าวเป็นปฎิกริยารีเฟล็กซ์ ิการศึกษาถึงผลของปัจจัยต่าง ๆ รอบตัวและปัจจัยภายในร่างกายที่มีต่อการ ปฎิกริยานี้ทาให้สิ่งมีชีวิตแสดงออกอาการตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ทันที ิพัฒนาและการแสดงออกของพฤติกรรมที่มองเห็นได้ชัดเจน พฤติกรรมที่แสดงออกมาด้วยการที่ส่วนใดส่วนหนี่งของร่างกายตอบสนอง...............พฤติกรรมจะสลับซับซ้อนเพียงใดขึ้นอยูกับระดับความเจริญส่วน ่ ต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นได้อย่างรวดเร็วเรียกว่า พฤติกรรมรีเฟล็กซ์ต่าง ๆ ของระบบประสาท ทั้งหน่วยรับความรู้สึกระบบประสาทส่วนกลางและ ตัวอย่างหน่วยปฏิบัติงาน -โอเรียนเตชัน (orientation) หมายถึง พฤติกรรมที่สัตว์ ตอบสนองต่อปัจจัยทางกายภาพทาให้เกิดการวางตัวที่สอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดารงชีวิต เช่น ปลาว่ายน้าในลักษณะที่ตั้ง ฉากกับแสงอาทิตย์ทาให้ศตรูที่อยู่ในระดับต่ากว่ามองไม่เห็นนั้นจึงเป็นการ ั หลีกเลียงศัตรูวิธีหนึ่ง นอกจากนี้พฤติกรรมแบบโอเรียนเตชันยังจะทาให้ ่ เกิดการรวมกลุ่มของสัตว์ในบริเวณที่เหมาะสมกับการดารงชีวิตของสัตว์ นั้นๆ อีกด้วยทาให้เราสามารถพบสัตว์ต่างๆในต่างบริเวณ ...............ยังมีการศึกษาพฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอืนๆของพารามี ่ เซียมอีก คือ การทดลองปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไปในน้าบนสไลด์ที่มี พารามีเซียม พบว่าพารามีเซียมจะถอยห่างออกจากฟองแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์โดยเบี่ยงตัวด้านท้ายของลาตัวไปเล็กน้อยแล้วจึงค่อย เคลือนที่ต่อไปอีกข้างหน้า ถ้าพบฟองแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์อีกพารามี ่ เซียมก็จะถอยหนีไปในลักษณะเดิมเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะพ้นจากฟองแก๊ส............. ประเภทพฤติกรรมของสัตว์ คาร์บอนไดออกไซด์ ปัจจัยหนึ่งคือ อุณหถูมิ ถ้าพารามีเซียมเคลื่อนที่ไปใน บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงมันจะถอยหลังกลับโดยการกลับโดยอาจขยับ ..พฤติกรรมของสัตว์เป็นผลจากการทางานร่วมกันระหว่างพันธุกรรมและ ส่วนท้ายของเซลล์ไปจากตาแหน่งเดิมเล็กน้อย แล้วเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในสภาพแวดล้อม โดยที่หน่อยพันธุกรรมจะควบคุมระดับการเจริญของส่วนต่างๆ ทิศทางที่เปลี่ยนไป มันจะทาเช่นนี้จนกว่าจะพบตาแหน่งที่อุณหภูมิเหมาะสมของสัตว์ เช่นระบบประสาท ฮอร์โมน กล้ามเนื้อ และอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยสาคัญ ดังรูป จะเห็นว่าทิศทางที่พารามีเซียมเคลือนที่ไปแต่ละครั้งเพื่อหลบจากสิ่ง ่ก่อให้เกิดพฤติกรรมขณะที่สภาพแวดล้อมหรือประสบการณ์ที่สัตว์ได้รับใน เร้า มิได้สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าเลย จึงจัดได้ว่าไม่มีทิศทางที่แน่นอนภายหลังทาให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปได้มากบ้างน้อยบาง เป็นการยากที่จะ เรียกพฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าด้วยการเคลือนที่แบบมีทิศทางไม่ ่ตัดสินว่าพันธุกรรมหรือสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมมากกว่ากัน แน่นอนว่าอิทธิพลของพันธุกรรมจะเห็นได้ชัดเจนในสัตว์ชั้นต่ามากกว่าสัตว์ชั้นสูง ด้วย -ไคนีซิส (kinesis) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโอเรียนเตชันเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการจะศึกษาพื้นฐานทางธรรมชาติที่แท้จริงของ พฤติกรรมนี้มักพบในโพรโทซัวหรือสัตว์ที่มีกระดูสันหลังชั้นต่าที่ระบบพฤติกรรมจึงนิยมศึกษาในสัตว์ชั้นต่า ประสาทไม่เจริญดี หน่อยรับความรู้สึกดังกล่าวไม่มประสิทธิภาพดีพอที่จะ ี...............โดยทั่วไปแล้วการแสดงพฤติกรรมของสัตว์ในธรรมชาติมักเกิดขึ้น ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่อยูไกลๆจะมีการตอบสนองโดยเคลื่อนที่หาหรือออก ่เพือประโยชน์ในการอยูรอด ตลอดจนเพือรักษาเผ่าพันธุ์ของตนเอง ่ ่ ่ จากสิ่งเร้าที่อยู่ใกล้ๆเท่านั้นพฤติกรรมที่ถกจัดว่ามีแบบแผนที่ง่ายที่สุดและทาให้สัตว์อยู่รอดได้คือการ ู ...............พฤติกรรมไคนีซิสที่พบในสัตว์ชั้นต่าเช่น แมลงสาบ ถ้านักเรียนหลีกเลียงที่จะถูกฆ่า ดังนั้นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหลบหลีกหนีศตรูจึง ่ ั เคยสังเกตการเคลื่อนที่ของแมลงสาบจะพบว่าเมื่ออยู่ในที่โล่ง มันจะวิงไป ่แสดงออกได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีเพือง่ายแก่การศึกษาและทาความเข้าใจ ่ อย่างรวดเร็ว ทาให้ผิวของร่างกายไม่สัมผัสกับของแข็ง แต่เมื่อเคลื่อนที่ไปในที่นี้จะแบ่งประเภทของพฤติกรรมออกเป็น 2 แบบคือ พฤติกรรมที่มีมาแต่ โดนหรือสัมผัสของแข็ง เช่นขอบตู้ แมงสาบจะอยูนิ่ง ่กาเนิด และพฤติกรรมการเรียนรู้ ...............ลักษณะการเคลือนที่ของแมลงสาบในที่โล่งไม่สัมผัสกับของแข็ง ่ หรือการเคลือนที่ของพารามีเซียมที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิลวนเป็นตัวอย่าง ่ ้ พฤติกรรมที่มีมาแต่กาเนิด ของพฤติกรรมการเคลือนที่แบบมีทิศทางไม่แน่นอน หรือทิศทางการ ่...............เป็นพฤติกรรมแบบง่ายๆ และเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ใช้ในการ เคลือนที่ไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า ่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น แสง เสียง แรงโน้มถ่วงของโลก
  2. 2. ...............การที่คางคกใช้ลิ้นตวัดจับแมลงกินเป็นอาหาร เป็นพฤติกรรมที่มี มาแต่กาเนิด ส่วนการที่คางคกไม่กินผึ้งและแมลงที่มีลักษณะคล้ายผึ้ง รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง เนื่องจากประสบการณ์ที่ได้รับ พฤติกรรมที่อาศัยประสบการณ์นี้เรียกว่า ...............นักเรียนลองพิจารณาการดูด พฤติกรรมการเรียนรู้ น้านมของเด็กอ่อนที่เริมตั้งแต่การกระตุ้น ่ พฤติกรรมการเรียนรู้ จากสิ่งเร้าคือ ความหิว เมื่อปากได้สมผัสกับ ั หัวนม เป็นการกระตุ้นให้เด็กดูดนม และจะ ...............เป็นพฤติกรรมของสัตว์ที่อาศัยประสบการณ์ หรือการเรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดการกลืนที่เป็นปฏิกิริยา ส่วนใหญ่พบในสัตว์ชั้นสูงที่มีระบบประสาทเจริญดี สัตว์ที่มีวิวฒนาการของ ั รีเฟล็กซ์ เมื่อเด็กยังไม่อิ่มก็จะกระตุ้นให้ดูด ระบบประสาทสูงสามารถมีพฤติกรรมแบบต่าง ๆ ดังนี้ ต่อไปอีกเด็กจึงแสดงพฤติกรรมการดูดนม ต่อไปจนอิ่มจึงหยุดพฤติกรรมย่อย ๆซึ่งเป็น แฮบิชูเอชัน ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ...............ถ้านักเรียนทดลองนาหอยทากมาไต่บนแผ่นกระจก แล้วเคาะที่ เพราะไปกระตุ้น รีเฟล็กซ์อื่น ๆ ของระบบ กระจก หอยทากจะหยุดการเคลือนที่ และหลบซ่อนเข้าไปในเปลือก สักครู่ ่ ประสาทให้ทางานต่อเนื่องกัน เรียก หนึ่งจะโผล่ออกมาและไต่ตามแผ่นกระจกต่อไป เมื่อเคาะอีก ก็จะหลบเข้าไปพฤติกรรมประเภทนี้ว่า รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง อีก แต่ถ้าเคาะกระจกบ่อย ๆ ครั้ง จะพบว่าระยะเวลาที่หอยทากหลบเข้าไป ในเปลือกจะค่อย ๆ สั้นลงในที่สุดจะไต่ตามแผ่นกระจกไปเรื่อยโดยไม่สนใจ เสียงเคาะกระจกอีกต่อไป...............การสร้างรังของนกก็เช่นเดียวกันประกอบด้วยพฤติกรรมย่อยหลาย ...............ในธรรมชาติก็เช่นเดียวกันลูกสัตว์ทุกชนิดจะกลัวและหนีสิ่งแปลกพฤติกรรม เช่น การบินออกไปหาวัสดุมาสร้าวรัง เมื่อพบจะจิกขึ้นมา ใหม่ เช่น ลูกนกแรกเกิดจะตกใจกลัวนกทุกชนิดที่บินผ่านมาเหนือรัง หรือตรวจสอบว่าเป็นวัสดุที่ต้องการหรือไม่ จากนั้นจะนาวัสดุนั้นมาที่รง และ ั แม้แต่ใบไม้ที่รวงลงมา เมื่อเกิดขึ้นบ่อย ๆ ครั้ง ลูกนกจะเกิดการเรียนรู้ทา ่พยายามนาวัสดุดังกล่าวประกอบเป็นรัง เสร็จแล้วก็จะบินออกไปหาวัสดุชิ้น ให้ลูกนกลดพฤติกรรมนี้ลงไป เรียกพฤติกรรมดังกล่าวนี้ว่าพฤติกรรมการใหม่ต่อไป วงจรนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้รังที่สมบูรณ์ ตัวอย่างอื่น เรียนรู้แบบแฮบบิชูเอชัน (habituation) เป็นพฤติกรรมที่สัตว์ลดการๆ ของพฤติกรรมแบบนี้ เช่น การชักใยของแมงมุม การฟักไข่และการเลียงลูก ้ ตอบสนองต่อสิ่งเร้า แม้จะยังได้รบการกระตุ้นอยู่ เนื่องจากสัตว์เรียนรู้แล้ว ัอ่อนของไก่ ว่าสิ่งเร้านั้น ๆ ไม่มีผลต่อการดารงชีวิต...............พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ และรีเฟล็กซ์ต่อเนื่องเป็นพฤติกรรมที่มีมาแต่กาเนิด เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ซึ่งสามารถแสดงได้โดย การฝังใจไม่จาเป็นต้องเรียนรู้มาก่อน และการกระตุ้นที่เกิดขึ้นได้งายด้วยสิ่งเร้าที่พบใน ่ ...............พ.ศ. 2478 ดร.คอนราด ลอเรนซ์ (Konrad Lorenz) สังเกตสภาพแวดล้อมที่สัตว์อาศัยอยู่ เช่น ปัจจัยทางกายภาพ อย่างไรก็ตาม ว่าธรรมชาติ ลูกห่านจะเดินตามแม่ทันทีเมื่อฟักออกจากไข่ แต่ถาฟักไข่ในพฤติกรรมบางอย่างจะแสดงออกต่อเมื่อมีความพร้อมทางกายเสียก่อน เช่น ห้องปฏิบัติการ เมื่อลูกห่านพบเขาเป็นสิ่งแรก มันจะติดตามเขาไปทุกแห่งการบินของนก นกแรกเกิดไม่สามารถบินได้ จนกว่าเติบโตแข็งแรง จึงพร้อมจะบินได้ เป็นต้น...............พฤติกรรมบางอย่าง สัตว์จะต้องมีประสบการณ์จึงแสดงพฤติกรรมออกมา ตัวออย่างเช่น เมื่อนาแมลงปอมาแขวนไว้ด้านหน้าของคางคก คางคกจะใช้ลิ้นตวัดจับแมลงปอกินเป็นอาหาร ต่อมาผูทดลองได้นาแมลงชนิดหนึ่ง ้เรียกว่า รอบเบอร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายผึ้งมาแขวนแทนคางคกก็กิน แต่ถูกผึ้ง .............................................ต่อย ต่อมาผูทดลองนาแมลงรอบเบอร์และผึ้งมาแขวนปรากฎว่าคางคกไม่กิน ้แมลงรอบเบอร์และผึ้งอีกเลย ...............เมื่อเขาใช้วัตถุอื่นแทนตัวเขา เช่น กล่องสี่เหลี่ยมที่มี ล้อเลื่อนหรือหุ่นเป็ดที่มีล้อเลื่อนลูกห่านที่ฟกออกจากไข่เมื่อเห็นวัตถุดังกล่าว ั ก็จะเดินตามเช่นเดียวกัน เรียกพฤติกรรมของสัตว์ที่ติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่ และทาเสียง ซึ่งเห็นในครั้งแรกหลังจากฟักจากไข่วาพฤติกรรมการเรียนรู้ ่ แบบฝังใจ (imprinting) พฤติกรรมแบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นมากคือ ระยะเวลา 36 ชัวโมง หลังจากฟักออกจากไข่ของห่าน ในธรรมชาตินั้นวัตถุ ่ ที่เคลื่อนที่ได้ ทาเสียงได้ของลูกห่านคือแม่นั่นเองทาให้เกิดความผูกพันกับแม
  3. 3. การลองผิดลองถูก...............การที่สัตว์แสดงพฤติกรรมของสัตว์ชั้นต่าบางชนิด เช่น ไส้เดือนดินเพือดูพฤติกรรมอย่างไร เมื่อนาไปใส่กล่องพลาสติกรูปตัว T มีด้านหนึ่งมืด ่และชื้น อีกด้านหนึ่งโปร่งและมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ปรากฏว่าเมื่อทาการทดลองซ้า ๆ กันไม่ต่ากว่า 200 ครั้ง ไส้เดือนดินที่ผานการฝึกฝนมาแล้วจะ ่เลือกทางถูก คือเคลื่อนที่ไปทางมืดและชืนประมาณร้อยละ 90 แต่ในระยะ ้ก่อนฝึก โอกาสที่ไส้เดือนดินจะเลือกทางถูก หรือผิดร้อยละ 50 เท่านั้น ...............การที่สัตว์แสดงพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ไม่แท้จริงแม้ว่า จะไม่มีสิ่งเร้าที่แท้จริงอยูด้วย ลาพังสิ่งเร้าที่ไม่แท้จริงเพียงอย่างเดียวก็ ่ สามารถกระตุ้นให้สัตว์นั้นตอบสนองได้เช่นเดียวกับกรณีที่มีสิ่งเร้าแท้จริง อย่างเดียว พาฟลอฟเรียกพฤติกรรมนี้ว่าการเรียนรู้แบบมีเงือนไข ่ (conditioning) ...............นักพฤติกรรมพบว่า พฤติกรรมแบบมีเงือนไขสามารถพบได้ใน ่ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง การใช้เหตุผล...............จะเห็นได้ว่า การลองผิดลองถูก (trail and error)เป็น ...............ชิมแปนซีเป็นสัตว์ทดลองที่ดีสาหรับการแสดงความสามารถในพฤติกรรมซึ่งเกิดจากการทดลองซ้า ๆ จนมีประสบการณ์วาการกระทาแบบ ่ การแก้ปัญหา เช่น การหยิบของที่อยู่สูงหรืออยู่ไกล เมื่อนากล้วยไปห้อยไว้ใดจะเกิดผลดี แบบใดจะเกิดผลเสีย แล้วเลือกกระทาแต่สิ่งที่เกิดผลดี หรือให้ บนเพดานซึ่งชิมแปนซีเอื้อมไปไม่ถึง ชิมแปนซีสามารถแก้ปัญหาโดยนาลังไม้ประโยชน์ และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ให้โทษ มาซ้อนกันจนสูงพอ แล้วปีนขึ้นไปหยิบกล้วย การมีเงื่อนไข...............การศึกษาทดลองของอีวาน พาพลอฟ (Ivan Pavlov) ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา ชาวรัสเซีย ประมาณปี พ.ศ.2400 เขาได้ทาการทดลอง ...............หากนาผลไม้ไปวางไว้ห่างจากกรง ชิมแปนซีจะนาไม้มาต่อกันเป็น เครื่องมือเพื่อใช้เขียของที่อยู่ห่างจากกรง ่...............พาฟลอฟพบว่า ถ้าสั่นกระดิ่งพร้อมกับการให้อาหารทุกครั้งสุนัขที่หิวเมื่อเห็นอาหารหรือได้กลิ่นจจะหลังน้าลาย หลังจากการฝึกเช่นนี้มานาน ่ ...............พฤติกรรมการใช้เหตุผล (reasoning) พบเฉพาะในสัตว์ที่มีเสียงกระดิ่งเพียงอย่างเดียวสามารถทาให้สุนัขหลั่งน้าลายได้ การทดลองนี้ สิ่ง สมองส่วนเซรีบรัมพัฒนาดี เพราะความสามารถในการใช้เหตุผลขึ้นอยู่กับเร้าคืออาหารซึ่งเป็น สิ่งเร้าแท้จริง หรือสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข(unconditioned ความสามารถในการเรียนรู้และจดจา ตลอดจนนาเอาประสบการณ์มาstimulus) ส่วนเสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าไม่แท้จริงหรือสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข ผสมผสานกัน หรือประยุกต์ร่วมกันเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาอาจกล่าวว่าการ(conditioned stimulus) ใช้เหตุผลเป็นพฤติกรรมที่พัฒนามาจากการลองผิดลองถูก การใช้เหตุผล เป็นการเรียนรู้ข้นสูงสุด ั
  4. 4. ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับการพัฒนาการของระบบประสาท - นกยูงตัวผู้ราแพนหางขณะเกี้ยวพาราสี นกยูงตัวเมีย - การเต้นระบาของผึ้งเพื่อบอกแหล่งและปริมาณของอาหาร ถ้าแหล่ง..........พฤติกรรมแต่ละแบบของสิ่งมีชีวิตที่แสดงออกมาจะมีความสัมพันธ์กับ อาหารอยูใกล้ จะเต้นเป็นรูปวงกลม แต่ถ้าแหล่งอาหารอยูไกล จะเต้นคล้าย ่ ่ระบบประสาทของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น สิ่งมีชีวิตระดับแรกๆ เช่น พวกโพรทิสต์ รูปเลขแปด และมีการส่ายก้นไปมาด้วย โดยถ้าส่ายก้นเร็ว แสดงว่าปริมาณจะมีพฤติกรรมเป็นแบบไคนิซิส และแทกซิสเท่านั้น ส่วนในสัตว์ชั้นสูง เช่นสัตว์ อาหารมีมากเลี้ยงลูกด้วยนม จะมีพฤติกรรมที่ซับซ้อนกว่า มีทั้งพฤติกรรมแบบรีเฟลกซ์รีเฟลกซ์ต่อเนื่อง และพฤติกรรมการเรียนรู้ ซึงเป็นพฤติกรรมชั้นสูง ่ 2. การสื่อสารด้วยเสียง ( Sound Signal)ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม และระบบประสาทเป็นดังนี้ เสียงของสัตว์ที่เปล่งออกมาในแต่ละครั้งจะแสดงถึงการตอบสนองสิ่งเร้า ชนิดของสิ่งมีชีวิต ระบบประสาท พฤติกรรมส่วนใหญ่ ต่างๆ และสื่อความหมายที่แตกต่างกัน เช่น - เสียงที่ทาให้เกิดการรวมกลุ่ม เช่น เสียงของนกร้อง ไก่ แกะ และกระรอก พฤติกรรมมีมาแต่ - เสียงเรียกคู่เพื่อผสมพันธ์ เช่น เสียงร้องของกบและคางคก เสียงขยับปีก 1.โพรทิสต์เซลล์เดียว ไม่มีระบบประสาท กาเนิด พวกไคนีซิส หรือมีเส้นใย ประสานงานและแทก ของยุงตัวเมียเพื่อเรียกยุงตัวผู้ - เสียงเตือนภัย เช่น เสียงร้องของเป็ด นก และเสียงเห่าของสุนัข ซิส - เสียงแสดงความโกรธ เช่น เสียงร้องของแมว สุนัข และช้าง ยังไม่ซับซ้อน พฤติกรรมมีมาแต่ 2.สัตว์หลายเซลล์ที่ เช่น มีร่างแห กาเนิด เช่น รีเฟลกซ์ ไม่มีกระดูกสันหลัง ประสาทและปม และรีเฟลกซ์ต่อเนื่อง ประสาท สมองส่วนหน้าไม่ เริ่มมีการเรีสัตว์ไ้เม่มี 3.สัตว์มีกระดูกสัน ค่อยเจริญ แต่สมอง มากขึ้นกว่า ยนรู พิ่ม หลังชั้นต่า ส่วนกลางเจริญดีมาก กระดูักใช้นหตุผลแต่ยัง กสั หลัง ไม่รู้จ เ 3. การสื่อสารด้วยการสัมผัส ( Physical Contract ) เป็นการสื่อสาร สมองส่วนหน้าเจริญ มีกขึ้น และมี ้มาก 4.สัตว์เลี้ยงลูกด้วย ดี แต่สมองส่วนกลาง ยิ่ง ารเรียนรู โดยใช้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งสัมผัสกับสัตว์พวกเดียวกันหรือต่างพวกกัน เพือนกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมโต้ตอบกัน การสัมผัสเป็นการสื่อสารที่สาคัญ ่ นม ลดขนาดลง พฤติกรรมแบบการ อย่างหนึ่งของสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม การสัมผัสจะ ใช้เหตุผลด้วย เป็นการถ่ายทอดความรัก และมีส่วนสาคัญต่อการพัฒนาของลูกอ่อน ทาให้ สมองส่วนหน้าเจริญ มีการเรียนรู้ และ ลกเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย 5.มนุษย์ ดี แต่สมองส่วนกลาง การใช้เหตุผลที่ ตัวอย่างสัตว์ที่มีการสื่อสารด้วยวิธีนี้ ได้แก่ ลดขนาดลงไปมาก สลับซับซ้อน - สุนัขเข้าไปเลียปากสุนัขตัวที่เหนือกว่า เพือบ่งบอกถึงความเป็นมิตรหรือ ่ อ่อนน้อมด้วย การสื่อสารระหว่างสัตว์ - ลิงชิมแพนซียื่นมือให้ลิงตัวที่มีอานาจเหนือกว่าจับในลักษณะหงายมือให้ จับ..........การสื่อสาร เป็นพฤติกรรมทางสังคมของสัตว์ เพราะมีการส่งสัญญาณ - ลูกนกนางนวลบางชนิดใช้จะงอยปากจิกที่จะงอยปากของแม่นกเพือขอ ่ทาให้สัตว์ซึ่งได้รับสัญญาณ มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป สัตว์ทุกชนิดต้องมี อาหารการสื่อสารอย่างน้อยในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตโดยเฉพาะช่วงที่มีการสืบพันธุ์การศึกษาวิจัยทีเ่ กี่ยวกับการสื่อสารจึงมักจะกระทากับสัตว์ที่มีพฤติกรรมทาง ...................................................................สังคมซับซ้อน เช่น ผึ้ง ปลวก มดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งนี้เพราะ เมื่อ 4. การสื่อสารด้วยสารเคมี ( Chemical Signal )สัตว์เหล่านี้มาอยู่รวมกันมากจะมีการแบ่งหน้าที่กันทางาน จึงต้องมีการ สัตว์หลายชนิดใช้สารเคมีที่เรียกว่า ฟีโรโมน ( Pheromone ) ซึ่งเป็นสื่อสารกันตลอดเวลา สารเคมีที่สัตว์สร้างขึ้น เมื่อหลังออกมาภายนอกร่างกายจะมีผลต่อสัตว์อื่น ่1.การสื่อสารด้วยท่าทาง ที่เป็นชนิดเดียวกัน ทาให้เกิดพฤติกรรมต่างๆได้ เช่น2.การสื่อสารด้วยเสียง - ดึงดูดเพศตรงข้าม เช่น การที่ผเสื้อกลางคืนตัวเมียหลั่งสารเคมีออกมา ี3.การสื่อสารด้วยการสัมผัส เพือให้ดึงดูดผีเสื้อกลางคืนตัวผู้ที่อยูห่างหลายกิโลเมตรให้บินมาหาได้ หรือ ่ ่4.การสื่อสารด้วยสารเคมี การที่ชะมดหลั่งสารเคมีที่ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ - บอกอาณาเขต เช่น กวางบางชนิดจะแตะสารเคมีกับต้นไม้เพื่อบอก1. การสื่อสารด้วยท่าทาง ( Visual Signal ) อาณาเขต และการที่เสือดาวหรือสุนัขถ่ายปัสสาวะไว้ในที่ต่างๆ เพือบอก ่เป็นท่าทางที่สัตว์แสดงออกมาอาจจะเป็นแบบง่ายๆ หรืออาจมีหลายขั้นตอนที่ อาณาเขตสัมพันธ์กัน เช่น - นาทาง เช่น การหาอาหารของมด มดจะใช้ปลายท้องแตะที่พื้นแล้วปล่อย- การแยกเขี้ยวของแมว สารเคมีออกมาเป็นระยะๆทาให้มดตัวอื่นๆ ติดตามไปยังแหล่งอาหารได้ถูก- การเปลี่ยนสีของปลากัดขณะต่อสู้กัน .............................................- สุนัขหางตกเมื่อต่อสู้แพ้และวิงหนี ่

×