Thesis 1006jun17

1,957 views

Published on

เพื่อเป็นแนวทางการทำวิทยานิพนธ์

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,957
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
41
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Thesis 1006jun17

  1. 1. คูมือการพิมพวิทยานิพนธ ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร ปรับปรุง พ.ศ. 2552
  2. 2. คูมือการพิมพวิทยานิพนธของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรฉบับพิมพครั้งที่ 3 พ.ศ. 2552จํานวน เลมลิขสิทธิ์ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรสงวนลิขสิทธิ์ ขอมูลการลงรายการในสิ่งพิมพ คูมือการพิมพวทยานิพนธของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร/ ิ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร.—ฉบับพิมพครั้งที่ 3.— กรุงเทพฯ: สถาบัน, 2552. (7), 101 หนา : ภาพประกอบ ; 30 ซม. ISBN 974-231-623-6 1. วิทยานิพนธ—รายงาน. 2. การเขียนรายงาน. LB 2369 ค416 NIDACIP 2009จัดพิมพโดย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร ถนนเสรีไทย เขตบางกะป กรุงเทพมหานคร 10240แบบปกโดย
  3. 3. สารบัญ หนาคํานํา (3)สารบัญ (4)สารบัญภาคผนวก (6)บทที่ 1 สวนประกอบของวิทยานิพนธ 1 1.1 สวนประกอบตอนตน 1 1.2 สวนเนื้อเรื่อง 2 1.3 สวนอางอิงและสวนประกอบตอนทาย 3บทที่ 2 การพิมพวิทยานิพนธ 4 2.1 หลักเกณฑทั่วไป 4 2.2 หลักเกณฑการพิมพสวนประกอบตาง ๆ 6 2.2.1 การพิมพสวนประกอบตอนตน  6 2.2.2 การพิมพบทที่ หัวขอในบท และสวนเนื้อเรื่อง 11 2.2.3 การพิมพตาราง และภาพประกอบ 13 2.2.4 การพิมพบรรณานุกรม 15 2.2.5 การพิมพภาคผนวก 16 2.2.6 การพิมพประวัติผูเขียน 17บทที่ 3 การเขียนเอกสารอางอิง 18 3.1 หลักการเขียนรายการอางอิง 18 3.2 วิธีการเขียนนามผูแตง 20 3.3 วิธีการอางอิงโดยผูแตง 21 3.4 วิธีการอางอิงเอกสารทุติยภูมิ หรือเอกสารที่ไมใชตนฉบับโดยตรง  23 3.5 วิธีการอางอิงโดยการคัดลอกขอความ 24
  4. 4. (5)บทที่ 4 การเขียนบรรณานุกรม 27 4.1 หนังสือ 27 4.1.1 บรรณานุกรมหนังสือ 27 4.1.2 บรรณานุกรมหนังสือแปล 29 4.1.3 บรรณานุกรมหนังสือชุด 29 4.2 บทความ 30 4.2.1 บรรณานุกรมบทความในสารานุกรม 30 4.2.2 บรรณานุกรมบทความในหนังสือ รายงานการประชุมทางวิชาการ 30 สัมมนาทางวิชาการ 4.2.3 บรรณานุกรมบทความในวารสาร 31 4.2.4 บรรณานุกรมบทความในวารสารรายสัปดาห 31 4.2.5 บรรณานุกรมขาวและบทความในหนังสือพิมพ 32 4.3 งานวิจย ั 33 4.3.1 บรรณานุกรมวิทยานิพนธ 33 4.3.2 บรรณานุกรมภาคนิพนธ และสารนิพนธ 33 4.3.3 บรรณานุกรมรายงานการวิจย และเอกสารวิจยทีเ่ สนอตอหนวยงานตาง ๆ ั ั 34 4.3.4 บรรณานุกรมบทคัดยอวิทยานิพนธในสิ่งพิมพ 34 4.4 เอกสารพิเศษ 35 4.4.1 บรรณานุกรมสิ่งพิมพกฎหมาย 35 4.4.2 บรรณานุกรมสิ่งพิมพรัฐบาล 35 4.4.3 บรรณานุกรมเอกสารจดหมายเหตุ 36 4.5 บรรณานุกรมเอกสารทุติยภูมหรือเอกสารที่ไมใชตนฉบับโดยตรง ิ 37 4.6 บรรณานุกรมบทสัมภาษณ 37 4.7 บรรณานุกรมสื่อโสตทัศน 37 4.8 สื่ออิเล็กทรอนิกส 39 4.8.1 บรรณานุกรมเอกสารอิเล็กทรอนิกส 39 4.8.2 บรรณานุกรมหนังสือพิมพออนไลน 41 4.8.3 บรรณานุกรมขอมูลจากแหลงสารนิเทศสากล 41 4.8.4 บรรณานุกรมบทคัดยอวิทยานิพนธในฐานขอมูล 42ภาคผนวก 43
  5. 5. สารบัญภาคผนวก หนาตัวอยางหนาปกใน 44ตัวอยาง Title Page 45ตัวอยางหนาอนุมติั 46ตัวอยาง Approval Page 47ตัวอยางหนาบทคัดยอ 48ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาโท 50ตัวอยางหนา Abstract ปริญญาเอก 52ตัวอยางหนากิตติกรรมประกาศ 54ตัวอยางหนา Acknowledgements 55ตัวอยางหนาสารบัญ 56ตัวอยางหนา Table of Contents 58ตัวอยางหนาสารบัญตาราง 61ตัวอยางหนา List of Tables 63ตัวอยางหนาสารบัญภาพ 65ตัวอยางหนา List of Figures 66ตัวอยางหนาสัญลักษณและคํายอ 67ตัวอยางหนา Abbreviations 68ตัวอยางการพิมพหัวขอ และบทที่ 69ตัวอยางการพิมพ Chapters and Headings 70ตัวอยางการพิมพตาราง 71ตัวอยางการพิมพตารางแนวนอน 72ตัวอยางการพิมพตารางที่มีชื่อยาว และการตอตาราง 73ตัวอยางการพิมพตารางที่มีแหลงที่มา และหมายเหตุ 78ตัวอยางการพิมพตารางที่มี Source และ Note 79ตัวอยางการพิมพภาพประกอบ 80
  6. 6. (7)ตัวอยางการพิมพ Figures 81ตัวอยางบรรณานุกรม 83ตัวอยาง Bibliography 92ตัวอยางหนาประวัติผูเขียน 94ตัวอยางหนา Biography 95ตัวอยางการลงชื่อสํานักพิมพในบรรณานุกรม 96ตัวอยางสันปก 98การสงตนฉบับวิทยานิพนธ 100รายชื่อคณะกรรมการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธสํานักบรรณสารการพัฒนา 101
  7. 7. บทที่ 1 สวนประกอบของวิทยานิพนธ วิทยานิพนธประกอบดวยสวนตาง ๆ 3 สวน คือ 1. สวนนําหรือสวนประกอบตอนตน (Preliminaries or Front Matters) 2. สวนเนื้อเรื่อง (Text) 3. สวนอางอิงและสวนประกอบตอนทาย (Reference and Supplementary Matters) ในแตละสวน ประกอบดวยสวนยอย ๆ ดังนี้1.1 สวนนําหรือสวนประกอบตอนตน ประกอบดวย 1.1.1 ปกนอก (Cover or Binding) คือ สวนที่เปนปกหุมวิทยานิพนธ ประกอบดวย ปก หนา ขอบสันปกและปกหลัง กระดาษที่ใชเปนกระดาษแข็ง วิทยานิพนธปริญญาเอกใชสีน้ําเงินเขมวิทยานิพนธปริญญาโทใชสีดํา 1.1.2 ใบรองปก (Fly Leaf or Blank Page) เปนกระดาษวางเปลา ขนาดเดียวกับกระดาษที่ใชพิมพวิทยานิพนธ รองปกทั้งปกหนาและปกหลังดานละ 1 แผน 1.1.3 หนาชื่อเรื่อง (Title Page) ใหมีขอความเหมือนกับปกหนา ทั้งตําแหนงขนาดและชนิดของตัวอักษร 1.1.4 หนาอนุมัติ (Approval Page) เปนหนาสําหรับคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธลงนามอนุมัติวิทยานิพนธ โดยหนาอนุมัตใหใชภาษาเดียวกับภาษาทีใชเขียนวิทยานิพนธ ิ ่
  8. 8. 2 1.1.5 หนาบทคัดยอ (Abstract) เปนการยอเนื้อความวิทยานิพนธทั้งหมดใหครอบคลุมวัตถุประสงคของการศึกษาวิจัย วิธีดําเนินการวิจย ผลการวิจัยและขอเสนอแนะ ั 1.1.6 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) เปนขอความกลาวขอบคุณบุคคลหรือหนวยงานทีใหคําแนะนําหรือใหความชวยเหลือรวมมือในการทําวิทยานิพนธมีความยาวไมเกิน 1 ่หนา 1.1.7 สารบัญ (Table of Contents) เปนรายการที่แสดงสวนประกอบที่สําคัญทั้งหมดของวิทยานิพนธ เรียงตามลําดับหมายเลขของหัวขอตาง ๆ ทีปรากฏอยูในวิทยานิพนธ ่ 1.1.8 สารบัญตาราง (List of Tables) เปนรายการที่แสดงชื่อและหนาของตารางทั้งหมดที่ปรากฏในวิทยานิพนธ โดยเรียงตามลําดับหนาเชนเดียวกับสารบัญ 1.1.9 สารบัญภาพ (List of Figures) เปนรายการที่แสดงชื่อและหนาของภาพหรือแผนภูมิหรือแผนที่หรือกราฟทั้งหมดที่ปรากฏในวิทยานิพนธ โดยเรียงตามลําดับหนาเชนเดียวกับสารบัญตาราง 1.1.10 คําอธิบายสัญลักษณและคํายอ (Abbreviations and Symbols) เปนการอธิบายสัญลักษณและคํายอตาง ๆ ที่มีผูกําหนดไวแลวหรือผูเขียนกําหนดขึนใชในวิทยานิพนธ ้1.2 สวนเนือเรื่อง ้ โดยทั่วไปแลวในสวนของเนือเรื่องอยางนอยจะตองประกอบดวย บทนํา (Introduction) ้กรอบแนวคิด ทฤษฎี และการทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) วิธีการวิจย (Methodology) ัการวิเคราะหและผลการวิจัย (Finding and Result) สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ (Conclusion,Discussion and Recommendation) ในสวนของเนื้อเรื่องอาจเปลี่ยนแปลงการเรียงลําดับเนื้อหาไดตามความเหมาะสม ทั้งนี้ใหอยูในดุลยพินิจของอาจารยผูควบคุมวิทยานิพนธ 
  9. 9. 31.3 สวนอางอิงและสวนประกอบตอนทาย ประกอบดวย 1.3.1 บรรณานุกรม (Bibliography) เปนสวนแสดงรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสารสิ่งพิมพ โสตทัศนวัสดุ หรือบุคคลที่ผูเขียนใชอางถึงในการวิจัย เพื่อใหวิทยานิพนธมีความนาเชื่อถือทางวิชาการ และเปนประโยชนตอผูอานที่ประสงคจะคนควาเพิ่มเติมในเรืองนั้น ๆ ตอไป ่บรรณานุกรมใหอยูตอจากสวนเนื้อเรื่องและกอนภาคผนวก การเขียนบรรณานุกรมจะตองถูกตองตามหลักเกณฑสากล 1.3.2 ภาคผนวก (Appendix) เปนสวนเพิมเติมเพื่อใหวทยานิพนธมีความสมบูรณยงขึ้น ่ ิ ิ่หรือเปนสวนเสริมใหเกิดความเขาใจชัดเจนขึ้น ภาคผนวกเปนขอมูลที่ใชในการเขียนวิทยานิพนธแตไมไดอางอิงโดยตรง ไดแก 1.3.2.1 แบบสอบถาม 1.3.2.2 แบบสัมภาษณ 1.3.2.3 ผลการวิเคราะหขอมูลทางสถิติ ที่นอกเหนือจากที่ระบุไวในผลการวิจัย 1.3.2.4 การสรางเครื่องมือหรืออุปกรณทใชในการวิจย ี่ ั 1.3.2.5 ภาพประกอบตาง ๆ ฯลฯ 1.3.3 ประวัตผูเขียน (Biography) คือประวัติการศึกษาและการทํางานโดยยอของผูเขียน ิวิทยานิพนธ มีความยาวไมเกิน 2 หนา จัดเรียงไวหนาสุดทายของวิทยานิพนธ
  10. 10. บทที่ 2 การพิมพวิทยานิพนธ2.1 หลักเกณฑทั่วไป 2.1.1 กระดาษที่ใชพิมพ ใหใชกระดาษสีขาวไมมีบรรทัด ขนาดมาตรฐาน A4 ชนิด 80 แกรม ตองเปนกระดาษที่มีคุณภาพดี มีผิวเรียบ ไมเคลือบผิว ปราศจากรอยทะลุหรือฉีกขาด ริมกระดาษตองเรียบและไดฉากกัน 2.1.2 การพิมพ ใหพิมพหนาเดียว โดยใชโปรแกรม เชน Microsoft Word for Windows และใชเครื่องพิมพคุณภาพคมชัด หรือเครื่องพิมพเลเซอร หรือเครื่องพิมพแบบฉีดหมึก ไมใชวิธีพิมพแบบราง (Draft)ดวยเครื่องพิมพแบบจุด (Dot-Matrix Printer) 2.1.2.1 ตัวพิมพ และขนาดของตัวพิมพ (Font) การใชตัวพิมพใหใชตวอักษรสีดํา คมชัด และเปนแบบเดียวกันตลอดทังเลม ั ้ 1) วิทยานิพนธภาษาไทย ใหใชตวพิมพแบบใดแบบหนึง ดังนี้ Angsana, ั ่Browallia, Cordia, Eucrosia หรือ Freesia โดยใชตวอักษรธรรมดา ขนาด 16 points สําหรับการ ัพิมพเนื้อหาทัวไป ่ 2) วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใหใชตวพิมพแบบ Courier หรือ Times New ัRoman ใชตัวอักษรธรรมดา ขนาด 12 points สําหรับการพิมพเนื้อหาทั่วไป 2.1.2.2 การเวนระยะการพิมพ ความกวางระหวางบรรทัดใหใชระบบ 1 บรรทัดพิมพ สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทยและใชระบบ 1.5 Space สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ
  11. 11. 5 2.1.3 การเวนที่วางริมขอบกระดาษ 2.1.3.1 หนาแรกของสวนประกอบตอนตน สวนเนื้อหา และสวนประกอบตอนทาย ไดแก หนาปก หนาอนุมติ หนากิตติกรรมประกาศ และหนาแรกของบทคัดยอ ัสารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ สัญลักษณและคํายอ หนาที่ขึ้นบทใหมของแตละบทบรรณานุกรม ภาคผนวก ดัชนี และประวัติผูเขียน เวนหางจากขอบบน 2 นิว ขอบซาย 1.5 นิ้ว ขอบ ้ขวาและขอบลาง 1 นิ้ว 2.1.3.2 หนาที่ 2 ของสวนประกอบตอนตน สวนเนื้อหา และสวนประกอบตอนทาย ไดแก หนาที่ 2 เปนตนไป ของบทคัดยอ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพสัญลักษณและคํายอ เนื้อหา บรรณานุกรม ภาคผนวก ดัชนี และประวัติผูเขียน เวนหางจากขอบบน1.5 นิ้ว ขอบซาย 1.5 นิ้ว ขอบขวาและขอบลาง 1 นิ้ว 2.1.4 การพิมพเลขหนา หนาแรกของแตละสวน และบทที่ ไมตองพิมพเลขหนา พิมพเลขหนาตั้งแตหนาที่ 2 เปนตนไปของหนาบทคัดยอ หนาสารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ หนาสัญลักษณและคํายอ หนาเนื้อหา หนาบรรณานุกรม หนาภาคผนวก หนาดัชนี และหนาประวัติผูเขียน โดยพิมพไวที่กลางหนากระดาษหางจากขอบบน 1 นิ้ว และนับเลขหนาตอเนื่องกัน แบงเลขหนาเปน 2 สวน ดังนี้ 2.1.4.1 สวนประกอบตอนตน เริ่มนับหนาแรกที่หนาชื่อเรื่อง (Title Page) วิทยานิพนธภาษาไทย พิมพตัวเลขอารบิก ในเครื่องหมายวงเล็บ (1) (2) (3) . . . วิทยานิพนธภาษาอังกฤษ พิมพตัวเลขโรมันตัวเล็ก iii iii . . . ตามลําดับ 2.1.4.2 สวนเนื้อเรื่อง สวนอางอิง และสวนประกอบตอนทาย เริ่มนับหนาแรกของบทที่ 1 เปนตนไป โดยพิมพเลขหนา 1 2 3 . . . ตามลําดับ ทั้งวิทยานิพนธภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2.1.5 การสะกดคํา การสะกดคําภาษาไทยที่ใชในวิทยานิพนธ ใหใชพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับลาสุด เปนเกณฑ การสะกดคําภาษาตางประเทศเปนภาษาไทย ซึงไมปรากฏในพจนานุกรม ่ฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับลาสุดใหตรวจสอบการสะกดคําในประกาศของราชบัณฑิตยสถานหรือแหลงอางอิงซึ่งเปนที่ยอมรับและเชื่อถือได ในกรณีที่เปนชื่อชาวตางประเทศใหเขียนตามตนฉบับเดิม โดยไมตองเขียนแปลเปนภาษาไทย
  12. 12. 6 การสะกดคําภาษาอังกฤษที่ใชในวิทยานิพนธ ใหใชพจนานุกรมของเว็บสเตอร ฉบับWebster’s New Twentieth Century Dictionary of the English Language หรือ Webster’s SeventhNew Collegiate Dictionary เปนเกณฑ กรณีที่คาบางคําสามารถสะกดไดอยางถูกตองมากกวา 1 ํแบบ ใหเลือกใชแบบใดแบบหนึ่งและใหใชเปนแบบเดียวกันตลอดเลม สวนการสะกดคําภาษาตางประเทศภาษาอื่น ใหใชพจนานุกรมฉบับมาตรฐานในภาษานัน ๆ เปนเกณฑ ้ 2.1.6 การใชตวยอ ั โดยทั่วไปใหพยายามหลีกเลี่ยงการใชตวยอในเนื้อเรื่องและผลงานวิจยที่เกียวของ ยกเวน ั ั ่บางกรณีอาจจะใชไดแตตองมีคําอธิบายกํากับ ในการเขียนครั้งแรกใหเขียนคําเต็ม และเขียนคํายอไวในวงเล็บ เขียนครั้งตอไปใชคํายอได กรณีตารางหรือรูปภาพ อาจใชตัวยอได เพื่อประหยัดพื้นที่และควรมีคําอธิบายไวใตตารางและรูปภาพ หามใชตวยอในบทคัดยอเพราะอาจทําใหเขาใจผิด ัหรือไมเขาใจได2.2 หลักเกณฑการพิมพสวนประกอบตาง ๆ 2.2.1 การพิมพสวนประกอบตอนตน 2.2.1.1 สันปก 1) ตัวอักษร ขนาดตัวอักษรใหมีสัดสวนเหมาะสมกับขนาดสันปก ถาสันปกมีความหนาไมพอและชื่อวิทยานิพนธมความยาวมาก อนุโลมไมตองใส ชื่อ ชื่อสกุลผูเขียน ี 2) การเวนระยะการพิมพ ชื่อวิทยานิพนธ พิมพอักษรตัวแรกของชื่อวิทยานิพนธ หางจากขอบบนของสันปกประมาณ 1.5 นิ้ว ชื่อ ชื่อสกุลผูเขียน ใสเฉพาะชื่อ และชื่อสกุล ถามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิ์ ใหระบุไวดวย พิมพตอจากชื่อวิทยานิพนธตามแนวนอน  ปการศึกษาพิมพเฉพาะตัวเลข วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชปคริสตศักราช(ค.ศ.) วิทยานิพนธภาษาไทยใชปพุทธศักราช (พ.ศ.) โดยพิมพหางจากขอบลางประมาณ 1 นิว ้ 2.2.1.2 หนาปกนอก และหนาชื่อเรื่อง หนาปกนอก และหนาชื่อเรื่อง มีรายละเอียดการพิมพเหมือนกัน ดังนี้
  13. 13. 7 1) ตัวอักษร วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 points 2) การพิมพ ชื่อวิทยานิพนธ พิมพไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้วถาชื่อเรื่องมีความยาวเกิน 1 บรรทัด ใหพิมพเปนรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ และไมควรเกิน 3 บรรทัด ชื่อ ชื่อสกุลผูเขียนวิทยานิพนธ พิมพเฉพาะชื่อและชื่อสกุล ไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนไมนอยกวา 4.5 นิ้ว ถามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิให ์ระบุไวดวย สวนลาง ประกอบดวย รายละเอียดของชือปริญญา ชื่อคณะ ชื่อสถาบัน ่ปการศึกษาพิมพเฉพาะตัวเลข วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชปคริสตศักราช (ค.ศ.) วิทยานิพนธภาษาไทยใชปพุทธศักราช (พ.ศ.) โดยพิมพหางจากขอบลางประมาณ 1 นิ้ว  2.2.1.3 หนาอนุมัติ 1) สวนรายละเอียดของวิทยานิพนธ พิมพชื่อวิทยานิพนธ ชื่อ ชือสกุลผูเขียน และชื่อคณะ เรียงตามลําดับ หาง ่จากขอบบนประมาณ 2 นิว วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points วิทยานิพนธ ้ภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 point 2) สวนขอความและคณะกรรมการ พิมพเสนกัน เวนหางจากสวนบน 2 บรรทัดพิมพ ้ พิมพขอความและสวนคณะกรรมการลงนามหางจากเสนกั้น 2 บรรทัดพิมพวิทยานิพนธภาษาไทยใชตัวอักษร 16 points วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชตัวอักษร 12 points พิมพชื่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ โดยระบุตําแหนงทางวิชาการ ถาไมมีตําแหนงทางวิชาการใหเวนวางไว พิมพเสนประสําหรับลงนาม ระบุตําแหนงของกรรมการตอทาย ใตเสนประใหวงเล็บ ชื่อ ชื่อสกุล ของกรรมการ พรอมระบุชื่อยอปริญญาที่แสดงวุฒิการศึกษาสูงสุดไวหนาชื่อสําหรับภาษาไทย สวนภาษาอังกฤษใหระบุชอยอปริญญาที่แสดงวุฒิ ื่การศึกษาสูงสุดไวหลังชื่อสกุล ถาไมมีชื่อยอปริญญาใหใสคํานําหนานาม (นาย นาง นางสาว Mr.,Miss, Mrs.) ไวหนาชื่อกรรมการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สําหรับคณะ/สํานัก ที่กําหนดใหคณบดีหรือผูอํานวยการสํานักลงนามกํากับในหนาอนุมัติ ใหคณบดีหรือผูอํานวยการสํานักลงนามตามขอกําหนดของคณะ
  14. 14. 8 2.2.1.4 หนาบทคัดยอ วิทยานิพนธภาษาไทย ตองมีบทคัดยอทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยจัดเรียงบทคัดยอภาษาไทยไวกอนภาษาอังกฤษ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษมีเฉพาะบทคัดยอภาษาอังกฤษการเขียนบทคัดยอแตละภาษามีความยาวไมเกิน 2 หนา มีรายละเอียดการพิมพ ดังนี้ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาบทคัดยอ สําหรับบทคัดยอภาษาไทยและพิมพคําวา ABSTRACT สําหรับบทคัดยอภาษาอังกฤษ โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวาABSTRACT โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2) สวนรายละเอียดของวิทยานิพนธ เวนหางจากหัวขอ 2 บรรทัดพิมพ พิมพดวยอักษรตัวหนา (Bold) 16 points เฉพาะคําวา ชือวิทยานิพนธ ชื่อผูเขียน ชื่อปริญญา ปการศึกษา Title of Thesis, Author, Degree, ่Year สําหรับวิทยานิพนธปริญญาโท และพิมพคําวา Title of Dissertation, Author, Degree,Year สําหรับวิทยานิพนธปริญญาเอก สวนรายละเอียดของชื่อไมตองพิมพตัวหนา 3) สวนเนื้อหาบทคัดยอ พิมพเสนกัน เวนหางจากสวนรายละเอียดของวิทยานิพนธ 2 บรรทัดพิมพ ้ พิมพเนื้อหาของบทคัดยอ เวนหางจากเสนกั้น 2 บรรทัดพิมพ ใชตวอักษร ัขนาด 16 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และ 12 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2.2.1.5 หนากิตติกรรมประกาศ การเขียนกิตติกรรมประกาศทั้งวิทยานิพนธภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไมเกิน 1 หนา มีรายละเอียดการพิมพ ดังนี้ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวากิตติกรรมประกาศ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอกษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา ัACKNOWLEDGEMENTS โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2นิ้ว
  15. 15. 9 2) สวนเนื้อหาของกิตติกรรมประกาศ เขียนดวยภาษาราชการ พิมพหางจากหัวขอ 2 บรรทัดพิมพ วิทยานิพนธภาษาไทยใชตวอักษร 16 points วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชตัวอักษร 12 points ั 3) สวนทายของกิตติกรรมประกาศ พิมพชื่อ ชื่อสกุลผูเขียน หางจากบรรทัดสุดทายของเนื้อหา 2 บรรทัดพิมพใหระบุเพียงชือ ชื่อสกุล หากมียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิ์ใหระบุไวดวย บรรทัด ่ ตอมาพิมพเดือน ปที่เขียนกิตติกรรมประกาศ 2.2.1.6 หนาสารบัญ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาสารบัญ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา TABLE OFCONTENTS โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิว พิมพคําวา หนา ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย ้และพิมพคําวา Page ดวยตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด พิมพเนื้อหาของสารบัญบรรทัดแรกหางคําวา หนา หรือ Page 2 บรรทัดพิมพ แสดงรายการสวนประกอบที่สําคัญของวิทยานิพนธ (ยกเวนหนาปกในและหนาอนุมัติ)เรียงลําดับตามหมายเลขของหัวขอใหญ หรืออาจลงรายการหัวขอรองลําดับถัดไปไดตามความเหมาะสม พรอมทั้งระบุเลขหนา ตามที่ปรากฏในวิทยานิพนธ สารบัญที่ยาวมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิ้ว 2.2.1.7 หนาสารบัญตาราง 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาสารบัญตาราง วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา LISTOF TABLES โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ หางจากขอบซายประมาณ1.5 นิ้ว พิมพคําวา ตารางที่ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิ้ว พิมพคําวา หนา ดวยอักษรตัวหนา
  16. 16. 10(Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และพิมพคําวา Tables และ Page ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด เวนหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ยอหนาประมาณ 0.5 นิ้ว พิมพหมายเลขตาราง ชื่อตาราง และเลขหนาของตารางทั้งหมด เรียงลําดับกอนหลังตามทีปรากฏใน ่วิทยานิพนธ สารบัญตารางที่ยาวมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิว ้ 2.2.1.8 หนาสารบัญภาพ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาสารบัญภาพ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา LISTOF FIGURES โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ หางจากขอบซายประมาณ1.5 นิ้ว พิมพคาวา ภาพที่ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิว พิมพคําวา หนา ดวยอักษรตัวหนา ํ ้(Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และพิมพคําวา Figures และ Page ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด เวนหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ยอหนาประมาณ 0.5 นิ้ว พิมพหมายเลขภาพ ชื่อภาพ และเลขหนาของของภาพ (รวมกราฟ แผนภูมิ แผนที่ ฯลฯ) เรียงลําดับกอนหลังตามที่ปรากฏในวิทยานิพนธ สารบัญภาพที่ยาวมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิว ้ 2.2.1.9 หนาคําอธิบายสัญลักษณและคํายอ 1) หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวาคําอธิบายสัญลักษณและคํายอ วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Pointsพิมพคําวา SYMBOLS AND ABBREVIATIONS โดยพิมพไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว
  17. 17. 11 เวนหางจากหัวขอบรรทัดแรก 2 บรรทัดพิมพ หางจากขอบซายประมาณ1.5 นิ้ว พิมพคาวา สัญลักษณ หรือ คํายอ และหางจากขอบขวาประมาณ 1 นิว พิมพคําวา หนา ํ ้ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 18 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และพิมพคําวา Symbols หรือAbbreviations และ Page ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 13 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2) สวนรายละเอียด เวนหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ยอหนาประมาณ 0.5 นิ้ว พิมพสัญลักษณหรือคํายอ เรียงลําดับตามตัวอักษร ถามีสัญลักษณหรือคํายอมากกวา 1 หนา ใหขึ้นหนาใหมพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิ้ว 2.2.2 การพิมพบทที่ หัวขอในบท และสวนเนื้อเรื่อง 2.2.2.1 บทที่ และชื่อบท (Chapters and Name of Chapters) 1) บทที่ เมื่อขึ้นบทใหม ใหขึ้นหนาใหม โดยพิมพลําดับที่ดวยเลขอารบิกวิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวา บทที่ และวิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา CHAPTER ไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2) ชื่อบท พิมพกลางหนากระดาษหางจากคําวา บทที่ 2 บรรทัดพิมพ ชื่อบทที่ยาวเกิน1 บรรทัด ใหขนบรรทัดใหมโดยพิมพเรียงลงมาเปนลักษณะสามเหลี่ยมหัวกลับ ใชอักษรตัวหนา ึ้(Bold) 20 Points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และใชตวอักษรตัวใหญทุกตัวอักษร ตัวหนา (Bold) ั14 Points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ 2.2.2.2 หัวขอใหญ (Main Headings) หัวขอใหญในแตละบท หมายถึง หัวขอซึ่งมิใชเปนชื่อเรื่องประจําบท ใหพิมพชดิซายหางจากบรรทัดบน 2 บรรทัดพิมพ ใชอักษรตัวหนา (Bold) 18 Points สําหรับภาษาไทย และอักษรตัวหนา (Bold) 13 Points สําหรับภาษาอังกฤษ โดยเลขที่ของหัวขอใหญใหขึ้นตนดวยเลขที่ของบทแลวตามดวยลําดับหมายเลขของหัวขอ ดังนี้ 1.1 1.2 1.3 . . .
  18. 18. 12 สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของทุก ๆ คําตองพิมพดวยอักษรตัวใหญเสมอ ยกเวนคําบุพบท (Preposition) คําสันธาน (Conjunction) และคํานําหนานาม (Article) ไมตองพิมพดวยอักษรตัวใหญ เวนแตคําบุพบท คําสันธาน และคํานําหนานามดังกลาวเปนคําแรกของ หัวขอ 2.2.2.3 หัวขอรอง (Sub-headings) 1) หัวขอรองลําดับที่ 1 ใช อั ก ษรตั ว หนา (Bold) 16 points สํ า หรั บ ภาษาไทย และอั ก ษรตั ว หนา(Bold) 12 points สําหรับภาษาอังกฤษ พิมพหัวขอรองโดยเวน หา งจากหัว ขอ ใหญ 2 บรรทัด พิมพยอหนา 0.5 นิ้ว เลขที่ของหัวขอรองใหขึ้นดวยเลขที่ของบท แลวตามดวยเลขที่ของหัวขอใหญและหมายเลขของหัวขอรองลําดับที่ 1 ตามลําดับ ดังนี้ 1.1.1 1.1.2 1.1.3 … 2) หัวขอรองลําดับที่ 2 ใชตัวอักษร 16 points สําหรับภาษาไทย และ 12 points สําหรับภาษาอังกฤษพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของหัวขอรองลําดับที่ 1 พิมพเลขที่ของบท ตามดวยเลขที่ของหัวขอใหญหัวขอรองลําดับที่ 1 และหมายเลขของหัวขอรองลําดับที่ 2 ตามลําดับ ดังนี้ 1.1.1.1 1.1.1.21.1.1.3 ... 3) หัวขอรองลําดับที่ 3 ใชตัวอักษร 16 points สําหรับภาษาไทย และ 12 points สําหรับภาษาอังกฤษพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของหัวขอรองลําดับที่ 2 พิมพตัวเลข และตามดวยวงเล็บเดียว ดังนี้ 1) 2) ่3) ... 4) หัวขอรองลําดับที่ 4 ใชตัวอักษร 16 points สําหรับภาษาไทย และ 12 points สําหรับภาษาอังกฤษพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของหัวขอรองลําดับที่ 3 พิมพตัวเลขในวงเล็บคู ดังนี้ (1) (2) (3) … 2.2.2.4 ขอแนะนําสําหรับการพิมพบทและหัวขอในบท ในกรณีที่ขนหัวขอใหม แตมีบรรทัดเหลือที่จะพิมพบรรทัดเนื้อความเพียง 1 บรรทัด ึ้ใหขนหัวขอใหมนนในหนาถัดไป ึ้ ั้ การพิมพบท ชื่อบท หัวขอในบท และ/หรือหัวขอรองลําดับที่ 1 ใหใชอักษรตัวหนาหามขีดเสนใต หามใชตวเอียง ั ถาเรื่องที่ตองการเขียนบางบท ไมสามารถจัดพิมพตามแบบแผนที่กําหนดไดครบอาจปรับไดตามความจําเปน ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับความเห็นของอาจารยผูควบคุมวิทยานิพนธ หรือกรรมการวิทยานิพนธ
  19. 19. 13 2.2.2.5 การพิมพขอความทีคัดลอกมาโดยตรง (Direct Quotations) ่ 1) ขอความทีคัดลอกมาไมเกิน 3 บรรทัด ่ พิมพขอความในเนื้อหาวิทยานิพนธโดยไมตองขึ้นบรรทัดใหม แตใหใสขอความในเครื่องหมายอัญประกาศ (Quotation Marks) “. . . ” กรณีที่ตองการใชเครื่องหมายอัญประกาศซอนในขอความที่อยูในอัญประกาศคูอยูแลวใหเปลียนเปนเครื่องหมายอัญประกาศเดียว ‘. . . ’ ่ ่ 2) ขอความทีคัดลอกมาเกิน 3 บรรทัดพิมพ ่ พิมพขอความโดยขึ้นบรรทัดใหม เวนหางระหวางเนื้อหากับขอความที่คัดลอกมาทั้งดานบนและดานลาง 2 บรรทัดพิมพ และเวนหางจากขอบซายและขอบขวา 0.5 นิ้ว ถาขอความที่คัดลอกมามีการยอหนาภายในขอความนั้นใหยอหนาเพิ่มอีก0.5 นิ้ว 3) ขอความทีคัดลอกมาไมตอเนื่อง ่ ขอความที่คัดลอกมามีการเวนหรือตัดขอความมาบางสวนใหพิมพเครื่องหมายจุด (Ellipsis Points) จํานวน 3 จุด โดยเวนระยะ 1 ชวงตัวอักษรระหวางจุด “. . .”แทนขอความที่ตัดหรือเวนไว กรณีท่ผูเขียนวิทยานิพนธตองการเพิ่มเติมความคิดเห็น หรือ ีขอความของตนเองลงไป ใหทําเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยม [ ] กํากับ เพื่อใหแตกตางจากขอความที่คัดลอกมาโดยตรง 2.2.3 การพิมพตาราง และภาพประกอบ สวนประกอบของตาราง และภาพประกอบ ไดแก เลขที่ตารางหรือภาพ ชื่อตารางหรือชื่อภาพ ขอความในตาราง ภาพ แหลงที่มา หมายเหตุ การอางถึงตาราง และภาพประกอบใหเขียนเลขที่ตารางหรือภาพ เชน ตามตารางที่ ...ดังตารางที่ ... ตามตารางที่ ... ดังภาพที่ ... ไมควรเขียนวา ตามตารางขางบน ตามตารางขางลางตามตารางหนา ... ตามภาพขางบน ตามภาพขางลาง ตามภาพหนา ... 2.2.3.1 ตาราง (Tables) 1) การพิมพเลขที่ตาราง และชื่อตาราง เลขที่ตาราง ใหพิมพชิดซาย เหนือตาราง เลขที่ตารางใหใชเลขที่บทตามดวยลําดับที่ของตาราง วิทยานิพนธภาษาไทย พิมพคําวา ตารางที่ เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ของตารางดวยอักษรตัวหนา (Bold) 16 points เชน ตารางที่ 1.2 ตารางที่ 1.3 วิทยานิพนธภาษาอังกฤษ
  20. 20. 14พิมพ คําวา Table เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ของตารางดวยอักษรตัวหนา (Bold) 12 pointsเชน Table 1.2 Table 1.3 ชื่อตาราง พิมพดวยตัวอักษรธรรมดา เวนหางจากเลขทีตาราง 2 ตัวอักษร ถา ่เปนวิทยานิพนธภาษาอังกฤษใหพิมพอักษรตัวแรกตัวใหญทุกคํา ยกเวนคําบุพบท คําสันธาน และคํานําหนานาม ถาชื่อตารางยาวมากกวา 1 บรรทัด ขึ้นบรรทัดใหมพิมพตรงกับอักษรตัวแรกของชือ ่ตารางบรรทัดแรก 2) การพิมพขอความในตาราง  ขนาดความกวางของตาราง ไมควรเกินกรอบของหนาวิทยานิพนธ สําหรับตารางขนาดใหญ ใหพยายามลดขนาดของตารางลงโดยใชการถายยอสวน หรืออาจใชตัวพิมพขนาดเล็กลงไดตามความเหมาะสม สวนตารางที่กวางเกินกวาหนาของวิทยานิพนธก็อาจจัดพิมพตามแนวขวางของหนาได ตารางควรพิมพอยูในหนาเดียวกัน ถาตารางสั้นมาก อาจพิมพอยูในเนือเรื่อง ้ถาตารางที่มีความยาวเกิน 1 หนา ใหขึ้นหนาใหม โดยระบุเลขที่ตาราง และคําวา (ตอ) หรือ (Continued)ในเครื่องหมายวงเล็บ เชน ตารางที่ 1.1 (ตอ) หรือ Table 1.1 (Continued) 2.2.3.2 ภาพประกอบ (Figures) ภาพประกอบ ไดแก กราฟ แผนภูมิ แผนที่ ภาพเขียน ภาพถาย ภาพถายที่อางอิงมาจากที่อื่น ใหใชการถายสําเนา ถาเปนผลการวิจัย ใหใชภาพจริงทั้งหมดและติดดวยกาวที่มีคณภาพดี ุ การพิมพใหพมพชิดซาย ใตภาพ หางจากภาพ 2 บรรทัดพิมพ เลขทีภาพใหใชเลขที่ ิ ่บทตามดวยลําดับที่ของภาพ วิทยานิพนธภาษาไทยพิมพคําวา ภาพที่ เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ภาพดวยอักษรตัวหนา (Bold) 16 points เชน ภาพที่ 3.5 วิทยานิพนธภาษาอังกฤษพิมพคําวาFigure เวน 1 ระยะตัวอักษร พิมพเลขที่ภาพ ดวยอักษรตัวหนา (Bold) 12 points เชน Figure2.3 รายละเอียดของภาพ พิมพดวยตัวอักษรปกติ 2.2.3.3 แหลงที่มา (Source) การพิมพแหลงที่มาของตารางใหพิมพชดซาย ใตตาราง หางจากตาราง 2 บรรทัด ิพิมพ การพิมพแหลงที่มาของภาพประกอบใหพมพชิดซาย ใตภาพ หางจากคําวา ภาพที่ ... ิ1 บรรทัดพิมพ
  21. 21. 15 วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 16 points พิมพคําวา แหลงที่มา:วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 12 points พิมพคําวา Source: และเวน 1 ระยะตัวอักษร จึงบอกแหลงที่มา การเขียน แหลงที่มา ใหเขียนในลักษณะเดียวกับการเขียนเอกสารอางอิง ถามีทั้ง แหลงที่มา และ หมายเหตุ ใหระบุ แหลงที่มา กอน หมายเหตุ 2.2.3.4 หมายเหตุ (Note) พิมพชิดซาย ใตภาพหรือใตตาราง หางจากตารางหรือภาพ 2 บรรทัดพิมพ ถามีแหลงที่มา ใหพิมพหาง 1 บรรทัดพิมพ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 16 points พิมพคําวา หมายเหตุ:วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 12 points พิมพคําวา Note: และเวน 1 ระยะตัวอักษร จึงพิมพขอความดวยตัวอักษรปกติ 2.2.4 การพิมพบรรณานุกรม 2.2.4.1 หัวขอ ใหพิมพคําวา บรรณานุกรม หรือ BIBLIOGRAPHY โดยใชอักษรตัวหนา(Bold) 20 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาไทย และ 14 points สําหรับวิทยานิพนธภาษาอังกฤษโดยพิมพไวกลางหนากระดาษหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2.2.4.2 รายละเอียด ใหเริ่มพิมพรายการบรรณานุกรมรายการแรกหางจากหัวขอบรรณานุกรม 2 บรรทัดพิมพ จัดรูปแบบการพิมพชดซาย และใหพิมพขอความบรรทัดถัดไป โดยเวนระยะยอหนาเขาไป ิ0.75 นิ้ว ตั้งแตหนาที่ 2 ของบรรณานุกรมไมตองพิมพคําวา บรรณานุกรม พิมพเลขหนาตอเนื่องจากเนือเรื่อง เริ่มพิมพรายการแรกหางจากขอบบนประมาณ 1.5 นิ้ว ้ วิทยานิพนธภาษาไทยที่มีบรรณานุกรมภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใหพิมพบรรณานุกรมภาษาไทยกอน แลวจึงพิมพบรรณานุกรมภาษาอังกฤษ โดยพิมพตอเนื่องกันไปไมตองเวนระยะหาง ไมตองมีหัวขอคั่น 2.2.4.3 การจัดเรียง บรรณานุกรมแตละภาษาใหเรียงลําดับตามอักษรชื่อผูแตง/ชื่อหนวยงาน สําหรับบรรณานุกรมภาษาอังกฤษจัดเรียงตามอักษรชื่อสกุล
  22. 22. 16 กรณีเปนชื่อหนวยงานที่ขึ้นตนวา A An The คําเหลานี้ไมใชในการจัดเรียง ใหเรียงดวยคําถัดไป เชน The Institute of Accreditation ใหจดเรียงที่อักษร I = Institute ั ถาผูเขียนคนเดียวกันเขียนเอกสารหลายรายการ ปพิมพตางกัน ชื่อเอกสารตางกัน ใหเรียงลําดับตามปที่พิมพ จากปเกาไปหาปใหม แลวจึงเรียงตามชื่อเอกสาร ถาผูเขียนคนเดียวกัน พิมพปเดียวกัน ใหเรียงตามชื่อเรื่อง และใสอักษร ก ข คสําหรับภาษาไทย หรือ a, b, c สําหรับภาษาอังกฤษ กํากับตอจากป เชน 2543ก 2543ข บรรณานุกรมรายการเดียวกันใหพมพอยูในหนาเดียวกัน ถาพิมพไมหมดรายการให ิ ยกไปพิมพหนาถัดไป กรณีที่มีบรรณานุกรมหลายรายการ มีผูแตงคนเดียวกัน หรือผูแตงมากกวา 1 คนเหมือนกัน ใหพิมพผูแตงซ้ําใหมทุกคน การพิมพรายการบรรณานุกรมแตละรายการ ใหพิมพหางจากเครื่องหมายมหัพภาค(.) 2 ตัวอักษร สวนการพิมพหลังเครื่องหมายอื่น ๆ เชน จุลภาค (,) อัฒภาค (;) มหัพภาคคู (:)ใหเวน1 ตัวอักษร ชื่อหนังสือ ชื่อวารสาร ชื่อวิทยานิพนธ สารนิพนธ ภาคนิพนธ เอกสารที่ไมไดมีการตีพิมพเผยแพร เอกสารประเภทอัดสําเนา ถายเอกสารหรือจุลสาร ใหพิมพดวยอักษรตัวหนา (Bold) 2.2.5 การพิมพภาคผนวก 2.2.5.1 หนานํา พิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนไมนอยกวา 4.5 นิ้ว วิทยานิพนธภาษาไทยใชอกษรตัวหนา (Bold) 20 Points พิมพคําวา ภาคผนวก วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใช ัอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวา APPENDIX กรณีมีหนึ่งภาคผนวก และพิมพคําวาAPPENDICES กรณีมีมากกวาหนึ่งภาคผนวก 2.2.5.2 สวนเนื้อหา ถามีหนึ่งภาคผนวก ใหพมพหนาแรกหางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว ิ ถามีมากกวาหนึ่งภาคผนวก ใหแบงเปน ภาคผนวก ก ภาคผนวก ขภาคผนวก ค… หรือ Appendix A Appendix B Appendix C… ตามลําดับพิมพโดยขึ้นหนาใหมทกครั้งเมื่อขึ้นภาคผนวกใหม และพิมพเปนหนานําภาคผนวกยอยหรือไม ุพิมพก็ได ถามีการอางอิงใหพิมพไวทหนานําภาคผนวกยอย หรือไวทายภาคผนวกก็ได ี่
  23. 23. 17 2.2.6 การพิมพประวัตผูเขียน ิ การเขียนประวัติผูเขียนทั้งวิทยานิพนธภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไมเกิน 2หนา มีรายละเอียดการพิมพ ดังนี้ 2.2.6.1 หัวขอ วิทยานิพนธภาษาไทยใชอักษรตัวหนา (Bold) 20 points พิมพคําวา ประวัติผูเขียน วิทยานิพนธภาษาอังกฤษใชอักษรตัวหนา (Bold) 14 Points พิมพคําวาBIOGRAPHY โดยพิมพไวกลางหนากระดาษ หางจากขอบบนประมาณ 2 นิ้ว 2.2.6.2 สวนรายละเอียด ชื่อ ชื่อสกุล (NAME) พรอมคํานําหนานาม ถามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนามสมณศักดิ์ หรือตําแหนงทางวิชาการ ใหใสไวดวย  ประวัติการศึกษา (ACADEMIC BACKGROUND) ใหระบุวฒิการศึกษา ุสถานศึกษา ปที่สําเร็จการศึกษา เริ่มตั้งแตระดับปริญญาตรีหรือเทียบเทาขึ้นไป ตําแหนงและสถานที่ทํางาน (POSITION AND OFFICE) (ถามี) ประสบการณทางวิชาการ ผลงานทางวิชาการ รางวัลหรือทุนการศึกษา(EXPERIENCE) เฉพาะที่สําคัญ (ถามี)
  24. 24. บทที่ 3 การเขียนเอกสารอางอิง การทําวิทยานิพนธ จะตองมีการระบุแหลงที่มาของขอมูลประเภทตาง ๆ เพื่อเปนการใหเกียรติแกเจาของความคิดและถือเปนจรรยาบรรณของผูเขียนดวย นอกจากนี้ ยังเปนประโยชนในการใหผูอานไดพิจารณาความถูกตอง ความนาเชื่อถือของวิทยานิพนธ และสามารถนําไปศึกษาคนควาเพิ่มเติมตอไป การทําวิทยานิพนธของสถาบันกําหนดใหใชการอางอิงระบบนาม ป (Author Year System)เปนการอางอิงโดยการแทรกเอกสารที่อางอิงไวในเนื้อเรื่องวิทยานิพนธ ดวยการระบุชื่อ ชื่อสกุลของผูแตงและปที่พิมพ พรอมทั้งเลขหนาที่อางอิงในเอกสารนั้น โดยใหใสไวในวงเล็บแทรกอยูกับเนื้อหาวิทยานิพนธกอนหรือหลังขอความที่ตองการอางอิงเปนการอางอิงเพียงยอ ๆ สวนขอมูลอื่น ๆ ของเอกสารที่อางอิง เชน ชื่อเอกสาร สถานที่พิมพและสํานักพิมพจะตองมีปรากฏอยูในบรรณานุกรมทายเลมของวิทยานิพนธดวย 3.1 หลักการเขียนรายการอางอิง 3.1.1 การเขียนชื่อ ชื่อสกุลผูแตง คนไทยเขียนชื่อ ชื่อสกุล สวนคนตางชาติเขียนเฉพาะชื่อ สกุล ตามดวยเครื่องหมายจุลภาค (,) ปที่พิมพ เครื่องหมายมหัพภาคคู (:) เลขหนาที่อางอิง ทั้งนี้ ปที่พิมพใหใชป พ.ศ. สําหรับเอกสารภาษาไทย และป ค.ศ. สําหรับเอกสารภาษาอังกฤษ ดังนี้รูปแบบ (ชื่อผูแตง,/ปที่พิมพ:/หนาที่อางอิง) ตัวอยาง (เสาวนีย เหลืองขมิ้น, 2546: 13) (กฤช เพิ่มทันจิตต, 2545: บทคัดยอ) (วรเดช จันทรศร และไพโรจน ภัทรนรากุล, 2541: 52) (Garvey and Williamson, 2002: 13)
  25. 25. 19 3.1.2 เอกสารอางอิงที่ไมปรากฏชื่อผูแตง 3.1.2.1 เอกสารออกในนามหนวยงานของรัฐ หรือภาคเอกชน หรือองคการระหวางประเทศ ใหระบุชื่อผูแตงเปนชื่อหนวยงาน และใหเขียนอางอิงหนวยงานระดับสูงกอน (ระดับกรม)แลวตามดวยหนวยงานระดับรองลงมาเพียงระดับเดียวตัวอยาง (กรมราชทัณฑ, 2545: 20) (จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร, 2545: 10) (บริษัทศูนยวจยกสิกรไทย จํากัด, 2546: 10) ิั (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ, 2546: 9) (United Nations (UN). Asian Development Institute, 1975: 3-5) 3.1.2.2 เอกสารที่อางอิงไมปรากฏชื่อผูแตง แตมีชื่อบรรณาธิการ ผูรวบรวม หรือผูวิจารณใหระบุชื่อเหลานี้แทนตัวอยาง (เจิมศักดิ์ ปนทอง, บรรณาธิการ, 2547: 12) (เจตนา นาควัชระ, ผูวิจารณ, 2535: 5) (Hirono, ed., 2003: 51) (Wulf and Kokol, eds., 2004: 33-35) 3.1.2.3 เอกสารที่อางอิงไมปรากฏชื่อผูแตง ใหระบุชื่อเรื่องหรือชื่อเอกสารแทนตัวอยาง (กรุงเทพธุรกิจ 2547, 12 และ 23 เมษายน: 2) (ฐานเศรษฐกิจ 2545, 23-26 มิถุนายน: 38) (สิ่งแวดลอมกับการพัฒนา, 2535: 9-12) (Sustainable Transport, 1996: 8) 3.1.3 การอางอิงเอกสารหลายเรื่องพรอม ๆ กัน ใหเขียนอางอิงตามลําดับปที่พิมพจากปเกาไปหาปใหม โดยใชเครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหวางรายการตัวอยาง (อัจฉรา จันทรฉาย, 2546: 18; วีรเดช เชื้อนาม, 2547: 16) (Bosman, 1970: 2; Cherlin, 1988: 3-9; Hellrieqel, 2004: 17) 3.1.4 การอางอิงเอกสารที่ไมปรากฏปที่พิมพ ใหระบุคําวา “ม.ป.ป.” หรือ “n.d.” แทนปทพิมพ ี่ตัวอยาง (เดชา แกวชาญศิลป, ม.ป.ป.: 19) (ศรีสมบูรณ อังคสิงห, ม.ป.ป.: 9) (Ministry of Education. Office of the Higher Education Commission, n.d.: 7)
  26. 26. 203.2 วิธีการเขียนนามผูแตง 3.2.1 กรณีผูแตงเปนคนธรรมดา ไมตองใสคํานําหนาชือ ถาเปนคนไทยใหใสชื่อ และชื่อ ่สกุล ถาเปนคนตางชาติใหใสเฉพาะชื่อสกุลเทานั้นตัวอยาง (สิปปนนท เกตุทัต, 2541: 30) (อดิศร อิศรางกูร ณ อยุธยา, 2540: 10) (Purachai Piumsombun, 1985: 50) (Suchitra Punyaratabandhu, 1992: 10) (Porter, 2000: 65) (Wadsworth, 2001: 5) 3.2.2 กรณีผูแตงมีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ ใหใสฐานันดรศักดิ์ หรือบรรดาศักดิ์ ไวขางทาย โดยนําหนาดวยเครื่องหมาย “,”ตัวอยาง (เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ, 2546: 22) (เสนีย ปราโมช, ม.ร.ว., 2515: 7) (ประดิษฐมนูธรรม, หลวง, 2542: 8-17) (พระเสด็จสุเรนทราธิบดี, เจาพระยา, 2541: 14) 3.2.3 กรณีผูแตงมียศ ตําแหนง ไมตองใสยศทางทหาร ตํารวจ หรือตําแหนงทางวิชาการหรือคําเรียกทางวิชาชีพนัน เชน นายแพทย ทันตแพทย ้ตัวอยาง (เจิมศักดิ์ ปนทอง, 2547: 19) (ทักษิณ ชินวัตร, 2545: 9) (ประเวศ วะสี , 2547: 21) (เสรี เตมียเวส, 2539: 79) 3.2.4 หนังสือแปล ใหลงชื่อผูแตงเดิม ถาไมทราบชื่อผูแตง จึงระบุชื่อผูแปลตัวอยาง (เกิรสตเนอร, 2547: 90) (Shimomura, tr., 2003: 65-66) (กอปรเชษฐ ตยัคคานนท, ผูแปล, 2547: 20)

×