ระบบนิเวศ(ECOSYSTEM)<br />วิทยาศาสตร์ ม.ต้น<br />อ.จีรภา   แก้ววงค์           โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร<br />
ความหมายของระบบนิเวศ (Ecosystem)<br />ระบบนิเวศเป็นหน่วยที่สำคัญที่สุดในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต   และสิ่งแว...
แบบจำลองระบบนิเวศขนาดเล็กแสดงให้เห็นถึงกระบวนการสำคัญ: การไหลของพลังงาน (energy)และ การหมุนเวียนสารเคมี (chemical cycling)...
องค์ประกอบของระบบนิเวศ<br />การจำแนกองค์ประกอบของระบบนิเวศแยกตามหน้าที่ในระบบ ได้แก่พวกที่สร้างอาหารได้เอง (autotroph) และ...
องค์ประกอบที่มีชีวิต (biotic component)<br />   1 . ผู้ผลิต (producer or autotrophic) ได้แก่สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองได้...
ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง (pitcher plant) <br /><ul><li> จะจัดไว้ในพวกใด ระหว่าง producer, </li></ul>   consumer หรือว่า ecomp...
องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (abiotic component) <br />1. สารอนินทรีย์ (inorganic substances) ประกอบด้วยแร่ธาตุและสาร<br />อนิน...
ระดับการกินอาหาร (trophic levels) <br />ความสัมพันธ์ของการกินอาหารเป็นตัวกำหนดเส้นทางของการไหลของพลังงานและวัฏจักรเคมีของร...
ห่วงโซ่อาหาร (food chain) หัวลูกศรแสดงเส้นทางการลำเลียงอาหารจากพืชผู้ผลิตผ่านไปสู่ผู้บริโภคแรกเริ่มที่กินพืช (herbivore) ผ...
ระดับการกินอาหาร และห่วงโซ่อาหาร (trophic level and food web) ลำดับการถ่ายทอดอาหารจากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับเรียกว่า ห่วงโ...
สายใยอาหาร (food web)<br />ระบบ นิเวศจำนวนน้อยที่ประกอบไปด้วยห่วงโซ่อาหารเดี่ยวๆโดยไม่มีสาขาย่อยๆ ผู้บริโภคแรกเริ่มหลายรูป...
สายใยอาหารแบบไม่ซับซ้อน<br />ทิศทางหัวลูกศรหมายถึง ใครบริโภคใคร(ผู้ที่อยู่ตำแหน่งต้นของลูกศรจะถูกกินโดยผู้ที่อยู่ตำแหน่งปล...
ภาพข้างบนควรมีชื่อเป็นภาษาไทยว่าอย่างไรดี ?                                                <br />Autotrophได้แก่…………………  ...
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชากรต่างชนิดกัน <br />1. การแก่งแย่งระหว่าง สปีชีส์  (Competition between Species) เมื่อประชากรของสัง...
ความสัมพันธ์แบบการอยู่ร่วมกัน (symbiotic relationships)<br />ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสปีชีส์ซึ่งสปีชีส์หนึ่ง เรียกว่า symbiontอา...
ไลเคนบนเปลือกไม้ <br />  เป็นการอยู่ร่วมกันของ รา กับ สาหร่าย โดยรา ให้ที่อยู่อาศัยและ  ความชื้น ส่วน สาหร่าย ช่วยสังเคราะ...
ภาวะปรสิต (parasitism)<br />สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับอันตราย<br />   โดยปกติ สิ่งมีชีวิตที่มีข...
<ul><li>  พยาธิตัวตืด (Taeniapisiformis) สามารถทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ </li></ul>- ส่วนหัวและตะขอของพยาธิตัวตืดใช้ยึดเกา...
ภาวะพึ่งพา (mutualism)<br />    เป็นการอยู่ร่วมกันที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น   สาหร่าย ( algae) กับรา(fungi) ใ...
-- ภาวะพึ่งพา ระหว่างต้นอะเคเซียซึ่งให้ที่อยู่และน้ำหวานที่ปลายใบ  กับ มด คอยป้องกันศัตรู แมลง และเชื้อราที่อยู่ใกล้ๆกับต้...
ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล (commensalism)<br />เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ส่วน อีกฝ่...
ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล <br /><ul><li>  ระหว่างกล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่
 พลูด่างกับต้นไม้</li></li></ul><li>        ฟังไจ (fungi) กำลังย่อยสลายซากขอนไม้<br />
-  กาฝากกับต้นมะม่วงมีความสัมพันธ์กันแบบใด ?-   เพราะเหตุใด?<br />
บรรณานุกรรม<br />คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี<br />(http://wps.aw.com/bc_campbell_ essentials _2/...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ระบบนิเวศ

3,877 views

Published on

สาระวิทยาศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่ 3

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,877
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
18
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ระบบนิเวศ

  1. 1. ระบบนิเวศ(ECOSYSTEM)<br />วิทยาศาสตร์ ม.ต้น<br />อ.จีรภา แก้ววงค์ โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร<br />
  2. 2. ความหมายของระบบนิเวศ (Ecosystem)<br />ระบบนิเวศเป็นหน่วยที่สำคัญที่สุดในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต   และสิ่งแวดล้อม  เพราะประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด  มีการแลกเปลี่ยนสสาร แร่ธาตุ และพลังงานกับสิ่งแวดล้อม  โดยผ่านห่วงโซ่อาหาร<br />(food chain)  มีลำดับของการกินเป็นทอด ๆ ทำให้สสารและแร่ธาตุมีการหมุนเวียนไปใช้ในระบบจนเกิดเป็นวัฏจักร  ทำให้มีการถ่ายทอดพลังงานไปตามลำดับขั้นเป็นช่วง ๆในห่วงโซ่อาหารได้ <br />
  3. 3. แบบจำลองระบบนิเวศขนาดเล็กแสดงให้เห็นถึงกระบวนการสำคัญ: การไหลของพลังงาน (energy)และ การหมุนเวียนสารเคมี (chemical cycling)<br />
  4. 4. องค์ประกอบของระบบนิเวศ<br />การจำแนกองค์ประกอบของระบบนิเวศแยกตามหน้าที่ในระบบ ได้แก่พวกที่สร้างอาหารได้เอง (autotroph) และสิ่งมีชีวิตได้รับอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่น (heterotroph) อย่างไรก็ตามการจำแนกองค์ประกอบของระบบนิเวศโดยทั่วไปมักประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต (biotic) และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (abiotic)<br />
  5. 5. องค์ประกอบที่มีชีวิต (biotic component)<br />   1 . ผู้ผลิต (producer or autotrophic) ได้แก่สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองได้ จากสารอนินทรีย์ส่วนมากจะเป็นพืชที่มีคลอโรฟิลล์<br /> 2 . ผู้บริโภค (consumer) ได้แก่สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ (heterotroph) ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่กินสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีขนาดใหญ่จึงเรียกว่า แมโครคอนซูมเมอร์ (macroconsumer)<br /> 3. ผู้ย่อยสลายซาก (decomposer, saprotroph, osmotrophหรือ microconsumer) ได้แก่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สร้างอาหารเองไม่ได้ เช่น แบคทีเรีย เห็ด รา (fungi) และแอกทีโนมัยซีท (actinomycete) ทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วในรูปของสารประกอบโมเลกุลใหญ่ให้กลายเป็นสารประกอบโมเลกุลเล็กในรูปของสารอาหาร (nutrients) เพื่อให้ผู้ผลิตนำไปใช้ได้ใหม่อีก<br />
  6. 6. ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง (pitcher plant) <br /><ul><li> จะจัดไว้ในพวกใด ระหว่าง producer, </li></ul> consumer หรือว่า ecompose?<br />- เพราะเหตุใด?<br />
  7. 7. องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (abiotic component) <br />1. สารอนินทรีย์ (inorganic substances) ประกอบด้วยแร่ธาตุและสาร<br />อนินทรีย์ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในเซลล์สิ่งมีชีวิต เช่น คาร์บอน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำเป็นต้น สารเหล่านี้มีการหมุนเวียนใช้ในระบบนิเวศ เรียกว่า วัฏจักรของสารเคมีธรณีชีวะ (biogeochemical cycle)  <br />2. สารอินทรีย์ (organic compound) ได้แก่สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อชีวิต เช่นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และซากสิ่งมีชีวิตเน่าเปื่อยทับถมกันในดิน (humus) เป็นต้น<br />3. สภาพภูมิอากาศ (climate regime) ได้แก่ปัจจัยทางกายภาพที่มีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ แสง ความชื้น อากาศ และพื้นผิวที่อยู่อาศัย (substrate) ซึ่งรวมเรียกว่า ปัจจัยจำกัด (limiting factors)<br />
  8. 8. ระดับการกินอาหาร (trophic levels) <br />ความสัมพันธ์ของการกินอาหารเป็นตัวกำหนดเส้นทางของการไหลของพลังงานและวัฏจักรเคมีของระบบนิเวศ จากการวิเคราะห์การกินอาหารในระบบนิเวศทำให้นักนิเวศวิทยาสามารถ แบ่งชนิดของระบบนิเวศออกได้ตามแหล่งอาหารหลักของระดับการกิน(trophic level) <br />
  9. 9. ห่วงโซ่อาหาร (food chain) หัวลูกศรแสดงเส้นทางการลำเลียงอาหารจากพืชผู้ผลิตผ่านไปสู่ผู้บริโภคแรกเริ่มที่กินพืช (herbivore) ผู้บริโภคลำดับสอง ผู้บริโภคลำดับสามไปจนถึงผู้บริโภคลำดับสี่ที่กินเนื้อ (carnivore)<br />
  10. 10. ระดับการกินอาหาร และห่วงโซ่อาหาร (trophic level and food web) ลำดับการถ่ายทอดอาหารจากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับเรียกว่า ห่วงโซ่อาหาร (food chain) <br />สัตว์พวก herbivore เป็นสัตว์กินพืช สาหร่ายและแบคทีเรีย จัดเป็นผู้บริโภคแรกเริ่ม (primary consumers)  (carnivore) ซึ่งจะกินผู้บริโภค เรียกว่าผู้บริโภคลำดับสอง (secondary consumers) ได้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเล็ก สัตว์ฟันแทะ นก กบ และ แมงมุม สิงโตและสัตว์ใหญ่ที่กินพืช( herbivores)   ในนิเวศแหล่งน้ำส่วนใหญ่เป็นปลาขนาดเล็กที่กินแพลงค์ตอนสัตว์ (zooplankton) รวมถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังใต้ท้องน้ำ  ระดับการกินที่สูงขึ้นมาอีกคือผู้บริโภคลำดับสาม(tertiary consumers) ได้แก่งู ที่กินหนู บางแห่งอาจมีผู้บริโภคลำดับสี่ (quaternary consumers) ได้แก่นกฮูกและปลาวาฬ<br /> ห่วงโซ่อาหารจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีผู้ย่อยสลาย(detritivoreหรือ decomposer)ได้แก่ จุลินทรีย์ (โพรแคริโอต และ  ฟังไจ)  ซึ่งจะเปลี่ยน อินทรียสารเป็นอนินทรียสาร ซึ่งพืชและผู้ผลิตอื่น ๆสามารถ นำกลับไปใช้ได้อีก พวก scavenger  คือสัตว์ที่กินซาก เช่น ไส้เดือนดิน สัตว์ฟันแทะและแมลงที่กินซากใบไม้ สัตว์ที่กินซากอื่นๆได้แก่ ปูเสฉวน ปลาดุก และอีแร้ง<br /> <br />
  11. 11. สายใยอาหาร (food web)<br />ระบบ นิเวศจำนวนน้อยที่ประกอบไปด้วยห่วงโซ่อาหารเดี่ยวๆโดยไม่มีสาขาย่อยๆ ผู้บริโภคแรกเริ่มหลายรูปแบบมักจะกินพืชชนิดเดียวกันและผู้บริโภคแรกเริ่ม ชนิดเดียวอาจกินพืชหลายชนิดดังนั้นสาขาย่อยของห่วงโซ่อาหารจึงเกิดขึ้นใน ระดับการกินอื่นๆด้วย ตัวอย่างเช่น กบตัวเต็มวัยซึ่งเป็นผู้บริโภคลำดับสองกินแมลงหลายชนิดซึ่งอาจถูกกินโดยนก หลายชนิด นอกจากนี้แล้ว ผู้บริโภคบางชนิดยังกินอาหารในระดับการกินที่แตกต่างกัน นกฮูกกินหนูซึ่งเป็นผู้บริโภคแรกเริ่มที่กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิด แต่นกฮูกอาจกินงูซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่กินเนื้ออีกด้วย สิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืชและสัตว์ รวมทั้งมนุษย์ด้วย(omnivore) จะกินทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในระดับการกินต่างๆ ดังนั้นความสัมพันธ์เชิงการกินอาหารในระบบนิเวศจึงถูกถักทอให้มีความละเอียดซับซ้อนมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็นสายใยอาหาร (food web)  <br />
  12. 12. สายใยอาหารแบบไม่ซับซ้อน<br />ทิศทางหัวลูกศรหมายถึง ใครบริโภคใคร(ผู้ที่อยู่ตำแหน่งต้นของลูกศรจะถูกกินโดยผู้ที่อยู่ตำแหน่งปลายลูกศร)และทิศทางการ เคลื่อนย้ายของสารอาหารจะถูกส่งผ่านไปตามทิศทางของลูกศร<br />
  13. 13. ภาพข้างบนควรมีชื่อเป็นภาษาไทยว่าอย่างไรดี ? <br />Autotrophได้แก่………………… Carnivore ได้แก่……………………..<br /> ใครเป็น Producer? ……………  Herbivore คือใครบ้าง?………………. <br />
  14. 14. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชากรต่างชนิดกัน <br />1. การแก่งแย่งระหว่าง สปีชีส์  (Competition between Species) เมื่อประชากรของสังคมมี สองสปีชีส์ หรือมากกว่าและ อาศัยแหล่งทรัพยากรจำกัดที่คล้ายกันเรียกว่ามี การแก่งแย่งระหว่างปีชีส์เกิดขึ้น<br />2 .การล่าเหยื่อ (predation)  ในชีวิตประจำวัน คำว่า สังคม ดูจะมีความอ่อนโยนละมุนละม่อมเป็นการช่วยเหลือกันอย่างอบอุ่น เรียกว่า community spirit ในทางกลับกัน ความเป็นจริงแบบดาร์วิน (Darwinian Realities) ของการแก่งแย่งและผู้ล่า ซึ่งสิ่งมีชีวิตหนึ่งจะกินสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน เรียกว่า ผู้ล่า(predator)<br />
  15. 15. ความสัมพันธ์แบบการอยู่ร่วมกัน (symbiotic relationships)<br />ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสปีชีส์ซึ่งสปีชีส์หนึ่ง เรียกว่า symbiontอาศัยอยู่บนอีกสปีชีส์หนึ่ง ซึ่งเรียกว่า โฮสต์ (host) มี 2 แบบ คือ แบบปรสิต (parasitism) และแบบ ภาวะพึ่งพา (mutualism)<br />
  16. 16. ไลเคนบนเปลือกไม้ <br /> เป็นการอยู่ร่วมกันของ รา กับ สาหร่าย โดยรา ให้ที่อยู่อาศัยและ  ความชื้น ส่วน สาหร่าย ช่วยสังเคราะห์อาหาร<br />
  17. 17. ภาวะปรสิต (parasitism)<br />สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับอันตราย<br /> โดยปกติ สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กกว่าจะได้รับสารอาหารจากโฮสต์ ซึ่งเป็นรูปแบบพิเศษแบบหนึ่งของการล่าเหยื่อ <br />- พยาธิตัวตืด โพรโทซัวก่อโรคไข้มาเลเรีย เป็นตัวอย่างของปรสิตภายใน - ปรสิตภายนอก ได้แก่ยุงดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ เพลี้ยต่างๆที่ดูดน้ำเลี้ยงจากพืช <br />การคัดเลือกโดยธรรมชาติ เป็นผู้กลั่นกรองความสัมพันธ์ระหว่างปรสิตกับโฮสต์     ปรสิตจำนวนมาก โดยเฉพาะจุลินทรีย์ได้ปรับตัวเป็นตัวเบียฬจำเพาะ (specific host ) <br />
  18. 18. <ul><li> พยาธิตัวตืด (Taeniapisiformis) สามารถทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ </li></ul>- ส่วนหัวและตะขอของพยาธิตัวตืดใช้ยึดเกาะลำไส้เพื่อดูดอาหารจากผนังลำไส้ <br /> ของโฮสต์<br />
  19. 19. ภาวะพึ่งพา (mutualism)<br /> เป็นการอยู่ร่วมกันที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น   สาหร่าย ( algae) กับรา(fungi) ในพวกไลเคน (lichen)   ปูเสฉวนและดอกไม้ทะเล ไมคอไรซาในรากพืช  มดอาศัยบนต้นอะเคเซีย (Acacia sp.) และโพรโทซัวอาศัยอยู่ใน ลำไส้ปลวก เป็นต้น<br />
  20. 20. -- ภาวะพึ่งพา ระหว่างต้นอะเคเซียซึ่งให้ที่อยู่และน้ำหวานที่ปลายใบ  กับ มด คอยป้องกันศัตรู แมลง และเชื้อราที่อยู่ใกล้ๆกับต้นอะเคเซีย<br />- ปูเสฉวน Eupagurusprideauxi  ให้ดอกไม้ทะเลยึดเกาะและพาเคลื่อนที่ ส่วนดอกไม้ทะเลAdamsia palliate  ช่วยพรางตาต่อศัตรูและช่วยล่อเหยื่อเนื่องจากมีเข็มพิษ<br />
  21. 21. ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล (commensalism)<br />เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ส่วน อีกฝ่ายไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เช่น พลูด่างกับต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้กับต้นไม้ ปลาฉลามกับเหาฉลาม (shark sucker)<br />
  22. 22. ภาวะอิงอาศัยหรือภาวะเกื้อกูล <br /><ul><li> ระหว่างกล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่
  23. 23. พลูด่างกับต้นไม้</li></li></ul><li> ฟังไจ (fungi) กำลังย่อยสลายซากขอนไม้<br />
  24. 24. - กาฝากกับต้นมะม่วงมีความสัมพันธ์กันแบบใด ?- เพราะเหตุใด?<br />
  25. 25. บรรณานุกรรม<br />คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี<br />(http://wps.aw.com/bc_campbell_ essentials _2/ 0,7641,708230-,00.html)<br />(http://wps.aw.com/bc_campbell_ essentials _2/ 0,7641,708230-,00.html)<br />(http://wps.aw.com/bc_campbell_ essentials _2/ 0,7641,708230-,00.html)<br /> http://www.cals.ncsu.edu/course/ent425/images/tutorials/ecology/trophic_levels/foodweb.gif<br />(http://wps.aw.com/bc_campbell_ essentials _2/ 0,7641,708230-,00.html)<br /> (http://wps.aw.com/bc_campbell_ essentials _2/ 0,7641,708230-,00.html)<br />(http://cal.vet.upenn.edu/dxendopar/parasitepages/ cestodes/t_pisiformis.html)<br />(http://www.seawater.no/fauna/ Nesledyr/ eremitt.htm)<br />(http://www.milkmag.org/images/Burckhardt,% 20Lichen%20Tree%202.jpg)<br />http://gotoknow.org/file/vicharnpanich/pic7.gif<br />

×