Successfully reported this slideshow.
Your SlideShare is downloading. ×

จิตปัญญาศึกษา จำเรียง

Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad

Check these out next

1 of 26 Ad

More Related Content

Slideshows for you (20)

Viewers also liked (20)

Advertisement

Similar to จิตปัญญาศึกษา จำเรียง (20)

จิตปัญญาศึกษา จำเรียง

  1. 1. จิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education)
  2. 2. ที่ปรึกษา ดร.ชาติชาย ม่ วงปฐม ผศ.ดร.ยุทธนา สาริยา ผศ.ดร.จุฬามาศ จันทร์ ศรีสุคต
  3. 3. คณะทางาน นางจาเรียง กอมพนม นางสุ พนยา สายคง ั นางศราวรรณ ปุริมา นางบุษดี พงศาเจริญนนท์ นางพัชรี สิ มสี พมพ์ ิ
  4. 4. ประเด็นการนาเสนอ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ความหมายของ แบบจิตตปัญญาศึกษา จิตตปัญญาศึกษา หลักการพืนฐานของการจัด ้ กระบวนการเรียนรู้ จิตตปัญญาพฤกษา ที่มาของ แนวจิตตปัญญาศึกษา จิตตปัญญาศึกษา แนวคิดหลักของ งานวิจยที่เกียวข้ องกับจิตตปัญญาศึกษา ั ่ จิตตปัญญาศึกษา รากฐานแนวคิด จิตตปัญญาศึกษา เป้ าหมายของ จิตตปัญญาศึกษา องค์ประกอบและกิจกรรม วัตถุประสงค์ของ ของจิตตปัญญาศึกษา จิตตปัญญาศึกษา กิจกรรมที่นาไปใช้ ในการพัฒนารูปแบบ การเรียนการสอนที่เน้ นกระบวนการเรียนรู้ แบบจิตตปัญญาศึกษา
  5. 5. ความหมายของจิตตปัญญาศึกษา
  6. 6. จิตตปัญญาศึกษา คือ การศึกษาที่ทาให้เข้าใจ ด้านในของตัวเอง รู ้ตว เข้าถึงความจริ ง ทาให้ ั เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโลกและผูอื่น เกิดความ ้ เป็ นอิสระ ความสุ ข ปั ญญา และความรักอัน ไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ ง หรื ออีกนัย หนึ่ง เกิดความเป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยเน้น การศึกษาจากการปฏิบติ เช่น จากการทางาน ั ศิลปะ โยคะ ความเป็ นชุมชน การเป็ นอาสาสมัคร เพื่อสังคม สุ นทรี ยสนทนา การเรี ยนรู ้จาก ธรรมชาติ และจิตตภาวนา เป็ นต้น (ที่มา: ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี, http://thethanika.blogspot.com/2010/09/blog-post_2229.html)
  7. 7. สรุป จิตตปัญญาศึกษา การศึกษาที่ทาให้เข้าใจด้านในของตัวเอง หมายถึง รู้ตว เข้าถึงความจริ ง ั ทาให้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโลกและผูอื่น ้ เกิดความเป็ นอิสระ ความสุ ข ปั ญญา และความรัก อันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ ง เกิดความเป็ นมนุษย์ ทสมบูรณ์ ี่
  8. 8. ที่มาของจิตตปัญญาศึกษา
  9. 9. สั งคมเกิดวิกฤติ ขาด การเรียนรู้ เรื่องในตัว ทาให้ การศึกษา การเรียนรู้ ขาดความสมบูรณ์ ในตัวเอง มุ่งเน้ นการเรียนรู้ เรื่องต่ างๆ อันเป็ นเรื่องนอกตัว
  10. 10. กุญแจแห่ งอนาคต ของมนุษยชาติ การเรี ยนรู ้เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformative Learning) ในตัวเอง เชิงองค์การ (Personal Transformation) (Organizational Transformation) สังคม (Social Transformation)
  11. 11. พระไพศาล วิสาโล ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี ศาสตราจารย์ สุ มน อมรวิวัฒน์
  12. 12. รากฐานแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา
  13. 13. องค์ ประกอบ และกิจกรรม ของจิตต ปัญญาศึกษา
  14. 14. องค์ ประกอบและกิจกรรมของจิตตปัญญาศึกษา 1. Contemplative relation 2. Contemplative generative practices 1.1 สุนทรี ยสนทนา (dialogue) 2.1 การสวดมนต์ (prayer) 1.2 การฟังอย่างลึกซึ้ ง (deep listening) 2.2 การแผ่เมตตา (metta/loving-kindness 1.3 การเล่าเรื่ อง (storytelling) meditation) 1.4 การบันทึกการเรี ยนรู้ (journaling) 2.3 การแผ่ความกรุ ณา (tonglen/karuna) 2.4 การอธิษฐาน/ละหมาด (prayer) 4. Contemplative movement practices 3. Contemplative meditation 4.1 ชี่กง (Qi Gong) ไทเก็ก (Tai Chi) 3.1 การนังสมาธิ (sitting meditation) ่ 4.2 รามวยจีน (Tai chi chuan) กิจกรรม 3.2 การเข้าเงียบเพื่อชาระจิต/วิเวกภาวนา 4.3 เดินจงกรม (walking meditation) (quieting and cleaning the mind) จิตตปัญญา 3.3 วิปัสสนา (insight meditation) 4.4 เต้ารา ฟ้ อนรา (dance) 4.5 เดินป่ า (bush walk) ศึกษา 3.4 การพักผ่อนตระหนักรู ้ (mindful 4.6 คีตมวยไทย (Thai boxing dance) relaxation) 5. Contemplative art 6. Contemplative work 5.1 การวาดรู ป (drawing) ั 6.1 มีสติกบการทางาน (mindfulness 5.2 การปั้ นดิน practices) 5.3 งานประดิษฐ์ 6.2 งานจิตอาสา 6.3 ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม (ceremonies/rituals based/in a cultural or Religious tradition)
  15. 15. กิจกรรมที่นาไปใช้ ในการพัฒนารู ปแบบการเรียนการสอน ทีเ่ น้ นกระบวนการเรียนรู้ แบบจิตตปัญญาศึกษา เล่าเรื่ อง เรี ยนรู ้ดวยใจ ้ พักผ่อน วาดรู ป ั สติกบการทางาน อย่างใคร่ ครวญ ตระหนักรู ้ สวดมนต์ แผ่เมตตา จิตอาสา อธิษฐาน/ละหมาด สุ นทรี ย นังสมาธิ ่ บันทึกการ ฟังอย่างลึกซึ้ง ขนบธรรมเนียม สนทนา เรียนรู้ ประเพณี วัฒนธรรม
  16. 16. วัตถุประสงค์ ของจิตตปัญญาศึกษา เชื่อมโยงการ เรียนรู้ ด้าน วิชาการ วิชาชีพ และมิติจิตใจ รู้ จักตนเอง รู้ มีความสุ ข เปาหมายของชีวต ้ ิ วัตถุประสงค์ ของจิตตปัญญา ศึกษา เข้ าใจศาสตร์ ที่ มีปัญญาแห่ งตน ศึกษาอย่างลึกซึ้ง จิตตื่นรู้ สู่ การ เปลียนแปลง ่ ตนเอง
  17. 17. เปาหมายของจิตตปัญญาศึกษา ้ การเรียนรู้ ด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพ มีจิตใจ เข้าใจศาสตร์ ที่ศึกษาอย่างลึกซึ้ ง เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู ้สึกนึ กคิดเกี่ยวกับ เพื่อนมนุษย์และธรรมชาติ เพือการอยู่ร่วมกันโดย ่ สั นติอย่ างแท้ จริง
  18. 18. แนวคิดหลักของจิตตปัญญาศึกษา 1. ประสบการณ์ตรงของ การเรี ยนรู้ 8. การสร้ างชุ มชนเรียนรู้ 2. การรับฟังอย่างลึกซึ้ง ร่ วมกัน 7. การให้ คุณค่ าแก่ รากฐานทางภูมิปัญญา 3. การเคารพศักยภาพแห่ งการเรี ยนรู้ ของ อันหลากหลายของท้องถิ่น ทุกคนอย่ างไร้ อคติ 6. ความสดของปัจจุบัน 4. การน้ อมสู่ ใจอย่ าง ขณะการเรียนรู้ จาก ใคร่ ครวญ ภายใน 5. การเฝ้ ามองตามความ เป็ นจริง
  19. 19. หลักการพืนฐานของการจัดกระบวนการเรียนรู้ แนวจิตตปัญญาศึกษา ้ หลักจิตตปัญญา 7 หรื อเรี ยกในชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า 7 C’s 1. การพิจารณาด้ วยใจอย่าง ใคร่ ครวญ ( Contemplation) 7. ชุ มชนแห่ งการเรี ยนรู้ 2. ความรักความเมตตา (Community) (Compassion) 6. ความมุ่งมั่น 3. การเชื่อมโยงสั มพันธ์ (Commitment) (Connectedness) 5. ความต่ อเนื่อง 4. การเผชิญความจริง (Continuity) (Confrontating reality)
  20. 20. กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบจิตตปัญญาศึกษา หลักการจัดการเรียนรู้ ตัวชี้วด ั 1. แบบบูรณาการและผสานสรรพศาสตร์ 1. เกิดความตระหนักรู ้ถึงคุณค่าของสิ่ งต่างๆ (integrative tran disciplinary Learning) โดยปราศจากอคติ 2. ผ่านประสบการณ์ตรง/ผ่านการปฏิบติ ั 2. เกิดความรักความเมตตาอ่อนน้อมต่อ (experiential leaning) ธรรมชาติ 3. นาไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายใน 3. มีจิตสานึกต่อส่วนรวม (transformative learning) 4. สามารถเชื่ อมโยงศาสตร์ต่างๆ มา 4. พัฒนาความเป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อย่างสมดุลย์ 5. สร้างทักษะการปฏิสมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ ั 5. การใคร่ ครวญ ใคร่ ครอง ตรึ กตรอง 6. ยกระดับวัฒนธรรม/ใช้ชีวตอย่างพอเพียง ิ 7. สร้างความรู ้ดวยตนเอง ้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ 8. สื บค้นการเรี ยนรู ้ 1. กระบวนการนพลักษณ์เพื่อการพัฒนาตน 2. กระบวนการสุ นทรี ยสนทนา 3. กระบวนการงาน พลังกลุ่ม และความสุ ข 4. การทางานอาสาสมัคร 5. การเรี ยนรู ้ในชุมชนที่ใช้ชีวิตพอเพียง การเรียนรู้ส่ ู การเปลียนแปลง ่ 6. การแลกเปลี่ยนเรี ยนรู ้และทางานร่ วมกับชุมชนรอบ บรรยากาศการเรียนรู้ สถานศึกษา 1. การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตนเอง 7. การสังเกตตนเองและจดบันทึก การเปลี่ยนแปลงที่ 1. บรรยากาศของความรัก เปลี่ยนแปลงความรู ้สึกนึกคิดเกี่ยวกับเพื่อน เกิดขึ้น 2. มีความเมตตาเกื้อกูลกัน มนุษย์และธรรมชาติ 3. สิ่ งแวดล้อมที่สงบ สดชื่น เบิกบาน 2. เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในองค์กร 4. วัฒนธรรมประเพณี ที่ดีขององค์กร 3. การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานทางสังคมเพื่อ การอยูร่วมกันโดยสันติอย่างแท้จริ ง ่
  21. 21. จิตตปัญญาพฤกษา (Contemplative Education Tree) เมล็ด การปลูกและดูแล ผล กระพี้ แก่น เปลือก ราก ผืนดิน
  22. 22. องค์ ประกอบของโมเดล 8 ประการ ่ คือ ที่มาและพัฒนาการของจิตตปั ญญาศึกษานั้นอยูฐาน 1. ราก แนวคิดเชิงศาสนา เชิงมนุษยนิยมและเชิงบูรณาการ องค์รวม คือ เป้ าหมายการเรี ยนรู ้สู่ จิตใหญ่ที่กว้างขวาง 2. ผล ครอบคลุมและเชื่อมโยงถึงความ จริ งของสรรพสิ่ ง
  23. 23. เป็ นกระแสแห่ งการพัฒนาสู่ จิตใหญ่ ประกอบด้วย 3. แก่น การมีสติเปิ ดรับประสบการณ์ตรงในปั จจุบนขณะั อย่างเต็มเปี่ ยม การสื บค้นกระบวนการเรี ยนรู ้ที่ เหมาะกับตน การน้อมมาปฏิบติอย่างต่อเนื่องจริ งจัง ั ความเบิกบานและผ่อนคลาย และการมีจิตตั้งมัน ่ และเป็ นกลาง 4. กระพี้ เป็ นบริ บทของการเรี ยนรู้ ประกอบด้วย ชุมชม หรื อสังฆะสนับสนุน และการกลมกลืนกับ วัฒนธรรม 5. เปลือก เป็ นเครื่ องมือและการปฏิบติรูปแบบต่างๆ ั 6. เมล็ด เป็ นศักยภาพการเรี ยนรู้ภายในมนุษย์
  24. 24. 7. ผืนดิน เป็ นวงการต่างๆ ที่จะนาจิตตปัญญาศึกษาไป ประยุกต์ใช้ 8. การปลูก เป็ นกระบวนการพัฒนาและทบทวนความรู้ และดูแล ประกอบด้วยวิธีวิทยาการวิจย และการประเมิน ั
  25. 25. งานวิจัยที่เกียวข้ องกับจิตตปัญญาศึกษา ่ โดยสรุ ปประยุกต์แนวคิดจิตตปั ญญาศึกษามาใช้ในวงการศึกษา ในระดับหลักการ ซึ่ งประกอบด้วย ประสบการณ์ตรงของการเรี ยนรู้ การรับฟั งอย่างลึกซึ้ ง ผูเ้ รี ยนตาม แนวทางจิตต การเคารพศักยภาพแห่ งการเรี ยนรู ้ของทุกคนอย่างไร้อคติ ปัญญาศึกษาที่ เกิดขึ้นกับผูเ้ รี ยน การน้อมสู่ ใจอย่างใคร่ ครวญ คือ การพัฒนาสู่ การเฝ้ ามองเห็นตามความเป็ นจริ ง คุณลักษณะคน ไทยยุคใหม่ การให้คุณค่าแก่รากฐานทางภูมิปัญญาอันหลากหลาย ของท้องถิ่นและวัฒนธรรม การสร้างชุมชนแห่งการเรี ยนรู ้
  26. 26. สวัสดี

×