ใบความรู้การเขียนความเรียงขั้นสูง

28,046 views

Published on

ใบงานที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

1 Comment
6 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
28,046
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
121
Actions
Shares
0
Downloads
215
Comments
1
Likes
6
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ใบความรู้การเขียนความเรียงขั้นสูง

  1. 1. ใบความรู้การเขียนความเรียงขั้นสูง การเขียนความเรียงขั้นสูง มีส่วนประกอบที่สาคัญ ๓ ส่วน ดังต่อไปนี้ส่วนที่ ๑ ส่วนนา๑. ปก๑.๑ ปกนอก ปกอ่อนพื้นสีชมพูอ่อน ตัวหนังสือสีน้าเงิน ตรงสันให้มีชื่อผู้จัดทา ชื่อเรื่อง และ ปี พ.ศ. (ปีการศึกษา) ตามลาดับ (หน้าปกตามตัวอย่าง)๑.๒ ปกใน (ภาษาไทย) พิมพ์บนกระดาษขาว A4 ข้อความเหมือนปกนอก๑.๓ ปกใน (ภาษาอังกฤษ) รูปแบบเหมือนข้อ ๑.๒๒. หน้าอนุมัติรายงานการเขียนความเรียงขั้นสูงใช้เพียง ๑ หน้ากระดาษเท่านั้น วันที่อนุมัติ จะต้องเป็นวันที่ขึ้นสอบ และมีรายชื่อกรรมการ สอบพร้อมลายเซ็นจริงของกรรมการ๓. บทคัดย่อ (ภาษาไทย)บทคัดย่อ คือ ข้อมูลสรุปเนื้อหาของการเขียนความเรียงขั้นสูง ใช้ข้อความสั้นกะทัดรัด ชัดเจนทาให้ผู้อ่านทราบถึงเนื้อหาของการศึกษาได้อย่างรวดเร็วโดยให้มีเนื้อหาใน ๑ หน้ากระดาษเท่านั้นบทคัดย่อควรมี ๓ – ๔ ย่อหน้า โดยแต่ละย่อหน้าควรกล่าวถึงวัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย และขอบเขตของการเขียนความเรียงขั้นสูงวิธีการพัฒนา รวมถึงเครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ วิธีการเก็บข้อมูล จานวนและลักษณะของงานที่ศึกษาผลการทาว่าได้ระบบอะไร ขนาดเท่าใด เหมาะสมที่จะใช้งานในลักษณะใด๔. บทคัดย่อ (ภาษาอังกฤษ)ลักษณะของรูปแบบและเนื้อหา จะเหมือนกับบทคัดย่อภาษาไทย ตามข้อ ๓๕. กิตติกรรมประกาศกิตติกรรมประกาศ คือข้อความกล่าวขอบคุณผู้ช่วยเหลือและให้ความร่วมมือในการค้นคว้าเพื่อการเขียนความเรียงขั้นสูง ความยาวไม่เกิน ๑ หน้า๖. สารบัญสารบัญ เป็นรายการที่แสดงถึงส่วนประกอบสาคัญทั้งหมดของการเขียนความเรียงขั้นสูง เรียงตามลาดับเลขหน้าตามที่ได้กาหนดไว้ หัวข้อที่พิมพ์ในหน้าสารบัญต้องตรงกับหัวข้อที่อยู่ในเนื้อหา หากมีเลขลาดับหน้าหัวข้อ
  2. 2. ต้องนามาเขียนไว้ด้วย(การให้เลขลาดับหน้าหัวข้อต่าง ๆ ในแต่ละบทจึงต้องเป็นระบบเดียวกัน)ส่วนที่ ๒ ส่วนของเนื้อหา๑. บทที่ ๑ บทนา๑.๑ ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา เป็นการกล่าวถึงความเป็นมาของระบบการดาเนินงานลักษณะที่เป็นอยู่เดิมเป็นอย่างไรหรือสิ่งที่จะทานั้นมีความเป็นมาอย่างไร ความสนใจหรือเหตุผลว่าทาไมถึงสนใจในการเขียนความเรียงขั้นสูง เรื่องนี้ เมื่อดาเนินงานการเขียนความเรียงขั้นสูงนี้แล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร ในหัวข้อนี้ควรเขียนแบ่งเป็นย่อหน้า โดยแต่ละประเด็นอาจกล่าวถึงภูมิหลังของการศึกษาเรื่องนั้น ๆ เช่น ประวัติ ที่มาต้นเหตุหรือทฤษฎีของเรื่องที่จะทาการศึกษา การดาเนินงานของหน่วยงานองค์กรที่ศึกษา หรือเรื่องที่จะศึกษาว่ามีการดาเนินงานอย่างไรปัญหาที่เกิดขึ้นหรือต้องการที่จะพัฒนาในส่วนไหน (Problem/Requirement) โดยยังไม่ต้องกล่าวถึงระบบหรือรูปแบบที่จะนามาแก้ปัญหาเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุน ในการแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่ต้องการจะพัฒนาและย่อหน้าสุดท้ายควรมีการสรุปว่า จะพัฒนา .......................ด้วย/โดย..................................... เพื่อประโยชน์.......................................๑.๒ วัตถุประสงค์ของการศึกษา ให้บอกความต้องการและสิ่งที่ต้องการจะทาให้สาเร็จ โดยเขียนเป็นข้อย่อย โดยปกติวัตถุประสงค์ของการศึกษาควรจะประมาณ ๒-๓ ข้อ และแต่ละข้อความสั้นกะทัดรัดได้ใจความ วัตถุประสงค์ข้อแรกคือเพื่อพัฒนาระบบ.... หรือการทาให้บรรลุถึงชื่อของการศึกษานั้น ๆ๑.๓ ขอบเขตการดาเนินงาน เป็นการกล่าวถึงขอบเขตของการเขียนความเรียงขั้นสูง ว่าจะจัดทาในส่วนใดครอบคลุมเนื้อหาหรือ สิ่งที่ต้องการทาแค่ไหนการบอกขอบเขตทาให้งานถูกจากัดให้แคบลง นอกจากนี้ควรกาหนดขอบเขตข้อมูลที่จะปรากฏในชิ้นงานหรือในฐานที่จะใช้ทดสอบในกรณีมีข้อจากัดที่เกิดจากฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่คาดว่าจะใช้ในการพัฒนาชิ้นงาน ควรเขียนข้อจากัดนั้นและให้เหตุผลประกอบด้วย๑.๔ เครื่องมือในการดาเนินงาน ให้กาหนดอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่คาดว่าจะใช้เมื่อดาเนินการเขียนรายงาน๑.๕ ขั้นตอนในการดาเนินงาน ให้แบ่งการดาเนินงาน ตามวิธีของการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน๑.๕.๑ นาเสนอหัวข้อต่ออาจารย์ที่ปรึกษา (ศึกษาทฤษฎีและเทคโนโลยีที่ใช้)
  3. 3. ๑.๕.๒ ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล๑.๕.๓ วิเคราะห์ข้อมูล๑.๕.๔ ออกแบบโปรแกรม/ระบบ๑.๕.๕ พัฒนา-ทดสอบประเมินผล๑.๕.๖ นาเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ๑.๕.๗ จัดทาเอกสาร๑.๖ ระยะเวลาในการดาเนินงาน ทาตารางแสดงระยะเวลาในการดาเนินงานการเขียนความเรียงขั้นสูงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้ายโดยแสดงเป็นตารางกิจกรรม หรือ Gantt Chart๑.๗ นิยามศัพท์เฉพาะ ให้กาหนดหรือให้ความหมายของคาสาคัญหรือศัพท์เฉพาะเพื่อให้เข้าใจได้ถูกต้องตรงกัน๑.๘ ผลที่คาดว่าจะได้รับ ให้กล่าวถึงผลที่จะได้รับของการเขียนความเรียงขั้นสูง เมื่อทาสาเร็จว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับโดยส่วนมากจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรายงาน โดยผลที่คาดว่าจะได้รับข้อแรกก็คือ การได้ระบบ.... ที่พัฒนาด้วยคอมพิวเตอร์ หรือการบรรลุถึงชื่อของการเขียนความเรียงขั้นสูงนั้น ๆ และต้องเป็นข้อความที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมผลที่คาดว่าจะได้รับและวัตถุประสงค์แต่ละข้อเป็นตัวชี้วัดที่สาคัญในการพิจารณาในห้องสอบเพื่อบอกถึงการดาเนินการเขียนความเรียงขั้นสูงตามที่กาหนดการปรับปรุงแก้ไขในการสอบอนุมัติการเขียนความเรียงขั้นสูงถือเป็นข้อตกลงร่วมกันในการดาเนินการเขียนรายงานความเรียงขั้นสูงต่อดังนั้น ก่อนตกลงใด ๆ ต้องตระหนักว่าสิ่งใดสามารถเป็นไปได้ / เป็นไปไม่ได้ในศักยภาพส่วนตัวและภายใต้ข้อจากัดต่าง ๆ๒. บทที่ ๒ ทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในการเขียนความเรียงขั้นสูง ผู้ศึกษาจะต้องทาการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารบทความ และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานที่ตนเองกาลังทาอยู่ให้ได้มากที่สุด เพื่อดูว่าสิ่งใดทาไปแล้วบ้าง มีข้อบกพร่องอย่างไร มีอะไรที่กาลังดาเนินอยู่หรือไม่ เพื่อแสดงให้ผู้อ่านเห็นภาพรวม ๆเป็นการคัดเลือกเรื่องราวที่สาคัญ และเกี่ยวข้องในการรวบรวมเอกสารมาใช้อ้างอิงในการเขียนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องนั้น ผู้ศึกษาควรกาหนดหัวข้อใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทาไว้ก่อนว่ามีเรืองอะไรบ้าง ที่สามารถเกี่ยวโยง ความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเรื่องที่กาลัง ่ดาเนินการศึกษาอยู่ จากนั้นจึงแบ่งออกเป็นข้อย่อย
  4. 4. แต่อย่าให้ซ้าซ้อน และควรมีความต่อเนื่อง สิ่งที่มีการค้นคว้าอยู่ก่อนแล้ว ควรมีการจัดกลุ่มเอาไว้ด้วยกัน สิ่งใดที่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันก็ควรเขียนแยกกันไว้ผู้ศึกษาจะต้องคัดเลือกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกันจริง ๆ เท่านั้น และจะต้องนาเรื่องที่เป็นปัจจุบันที่สุดด้วยวิธีการเขียนควรเป็นการเขียนสรุปด้วยคาพูดของผู้ศึกษาถ้าหากมีการคัดลอกจากต้นฉบับ ต้องมีการให้เครดิตผู้ที่ทาก่อนด้วย และต้องทาให้ถี่ถ้วน และต้องไม่ลืมเขียนชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สานักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ให้ผู้อ่านได้รับไปด้วย๓. บทที่ ๓ วิธีดาเนินการควรประกอบด้วย ระเบียบวิธีในการจัดทารายงาน แหล่งที่มาของข้อมูล วิธีการศึกษา วิธีการสร้างหรือผลิตชิ้นงานการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ การวิเคราะห์ข้อมูล๔. บทที่ ๔ ผลการศึกษาการรายงานผลการดาเนินงาน โดยจัดหัวข้อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการศึกษา การเสนอรายงานโครงการในรูปแบบการบรรยายเชิงพรรณนา โดยมีตาราง แผนภูมิ กราฟ หรือภาพอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการอธิบาย ในบทนี้จะนาเสนอ ผลที่ได้จากการดาเนินงานจะต้องนาเสนอวิธีการ และขั้นตอนการใช้งานในระบบนั้น ๆ โดยมีการนาภาพ ขั้นตอนต่าง ๆ พร้อมทั้งอธิบายการทางานโดยละเอียด๕. บทที่ ๕ สรุปผลและข้อเสนอแนะ๕.๑ สรุปผล- สรุปผลการศึกษาที่ได้จากบทที่ ๕ เอาเฉพาะที่กาหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของรายงาน๕.๒ อภิปรายผล- อภิปรายผลตามวัตถุประสงค์ของรายงาน โดยนาเสนอเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับข้อค้นพบของการศึกษา๕.๓ ข้อเสนอแนะ- เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงดาเนินงานให้ดียิ่งขึ้นส่วนที่ ๓ ส่วนประกอบท้ายเล่ม๑. เอกสารอ้างอิงการอ้างอิงส่วนท้ายเล่ม เป็นการรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนได้ใช้อ้างอิงในการเขียนผลงานนั้น
  5. 5. ๆ โดยอาจรวบรวมเป็นบรรณานุกรม(Bibliography) หรือเอกสารอ้างอิง (References) ก็ได้บรรณานุกรม ผู้เขียนอาจนารายการเอกสารอื่นที่มิได้อ้างอิงในเนื้อหามารวบรวมไว้โดยเอกสารนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขียนและจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ดังนั้นบรรณานุกรมจึงอาจมีจานวนมากกว่ารายการเอกสารที่ถูกอ้างอิงในเนื้อหาเอกสารอ้างอิง จะรวบรวมเฉพาะรายการที่ถูกอ้างอิงไว้ในส่วนเนื้อเรื่องเท่านั้น ดังนั้น จานวนเอกสารอ้างอิงส่วนท้ายเล่มจึงมีจานวนเท่ากับเอกสารที่ถูกอ้างอิงในเนื้อหา** แต่การจัดทาการเขียนความเรียงขั้นสูง กาหนดให้นักเรียน ใช้การอ้างอิงท้ายเล่มเป็นบรรณานุกรม(Bibliography)๒. ภาคผนวกเป็นส่วนที่รายละเอียดปลีกย่อยของเนื้อหาที่ไม่จาเป็นต้องใส่ไว้ในเนื้อหามารวมไว้ตอนท้ายเล่มเพื่ออ้างอิงในรายละเอียดเท่าที่นักศึกษาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรายงานฉบับนั้น การจะมีภาคผนวกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจาเป็นและความเหมาะสมหากมีให้เริ่มภาคผนวกในหน้าถัดจากบรรณานุกรมโดยมีข้อความว่า ภาพผนวกอยู่กลางหน้ากระดาษรายละเอียดในภาคผนวกให้แสดงในหน้าถัดไปหากมีความจาเป็นต้องแบ่งภาคผนวกออกเป็นภาคผนวกย่อย ให้แบ่งเป็นภาคผนวก ก ภาคผนวก ข ฯลฯ โดยพิมพ์ชื่อภาคผนวกย่อยไว้กลางบรรทัดแรกการเริ่มภาคผนวกย่อยทุกครั้งให้ขึ้นหน้าใหม่๓. ประวัติย่อของผู้ศึกษาเป็นหน้าที่แจ้งให้ทราบรายละเอียดส่วนตัวบางประการของผู้ศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ต้องการติดต่อกับผู้ศึกษาเป็นส่วนที่อยู่ท้ายสุดของรายงานการอ้างอิงเอกสารการอ้างอิงและการเขียนรายการเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม มีรายละเอียดดังนี้๑. การอ้างอิงเอกสารเอกสารต่างๆ ที่นามาใช้ในการจัดทาปัญหาพิเศษ/กรณีศกษาต้องมีการอ้างอิงไว้ในรายงาน และเอกสารทุก ึ
  6. 6. เล่มที่อ้างอิงไว้ในส่วนเนื้อหาจะต้องปรากฏอยู่ในบรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิง ตามแบบฟอร์มการเขียนเอกสารอ้างอิงการอ้างอิงเป็นการแจ้งให้ทราบถึงแหล่งที่มาของข้อความ แนวคิด หรือข้อมูลใด ๆ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคลากรหรือองค์การผู้เป็นเจ้าของข้อความ แนวความคิด หรือข้อมูลนั้น ๆ รวมทั้งเป็นการสะดวกแก่ผู้อ่านที่ประสงค์จะทราบรายละเอียดอื่น ๆ จากแหล่งที่มาการอ้างอิงจะปรากฏอยู่ในสองแห่ง คือ แห่งแรกจะปรากฏในตัวรายงานหลังข้อความหรือข้อมูลที่อ้างอิง ให้ใส่ชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์และเลขหน้าของเอสารที่อ้างอิงไว้ในวงเล็บกรณีที่ไม่อาจอ้างเลขหน้าได้ ก็ไม่ต้องอ้างเลขหน้า เล่น เอกสารที่อ้างไม่มีเลขหน้าหรือเป็นการสรุปแนวคิดจากเอกสารทั้งเล่ม แห่งที่สองจะปรากฏอยู่ในรายชื่อบรรณานุกรม ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาเพียงพอทีผู้อ่านจะสามารถติดตามศึกษาได้ ่ข้อความใด ภาพใด ตารางใดที่ต้องการอ้างอิง ให้ใส่ชื่อผู้แต่งที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อเอกสารอ้างอิงในวงเล็บหลังข้อความที่ต้องการอ้างอิงใต้ภาพและคาบรรยายภาพ หรือส่วนล่างของตารางแล้วแต่กรณี ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาพ (,) ปีที่พิมพ์เครื่องหมายจุดคู่ (:) และหน้าที่อ้างอิงหลักการอ้างอิงในเนื้อหา มีรายละเอียดดังนี้๑. ผู้แต่ง ๑ คน๑.๑ ผู้แต่งคนไทย แต่งเอกสารเป็นภาษาไทย ให้ใส่ชื่อและสกุล ตามลาดับ ส่วนคานาหน้าชื่ออื่น ๆ ให้ตัดออก ไม่ว่าจะเป็นตาแหน่งวิชาการเช่น ศาสตราจารย์ หรือคาเรียกทางวิชาชีพ เช่น นายแพทย์ ทันตแพทย์ เป็นต้นธีระ รามสูตร (๒๕๓๒ : ๓๕-๓๘)สมศักดิ์ ไพบูลย์ (๒๕๔๑ : ๒๖)(ประสพ รัตนากร, ๒๕๔๗ : ๑๑)กรณีผู้แต่งมีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ และสมณศักดิ์ ให้ระบุด้วย ส่วนยศให้ใส่เฉพาะยศสุดท้ายเท่านั้น เช่น(พระธรรมปิฏก, ๒๕๔๐ : ๘)(ม.ล.สุรสวัสดิ์ สุขสัวสดิ์, ๒๕๓๕ : ๑๓๐)พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (๒๕๔๐ : ๕๐๐)สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (๒๕๓๙ : ๑๙๒)พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ (๒๕๓๙ : ๑๐)
  7. 7. ๑.๒ ผู้แต่งชาวต่างประเทศ แต่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ใส่เฉพาะชื่อสกุลเท่านั้น (Anderson, 1992 :19)๒. ผู้แต่ง ๒ คน ให้ระบุชื่อหรือชื่อสกุลผู้แต่งทั้งสองคนทุกครั้งที่มีการอ้างถึง๒.๑ สาหรับเอกสารภาษาไทย๒.๑.๑ ถ้าอ้างอิงผู้แต่งคนไทย ให้ใช้คาว่า “และ” เชื่อมระหว่างผู้แต่งคนที่ ๑ และผู้แต่งคนที่ ๒โยธิน แสวงดี และ พิมลพรรณ อิศรภักดี (๒๕๓๓ : ๒๓-๒๕)(อรรจน์ บัณฑิต และ รติรัตน์ มหาทรัพย์, ๒๕๕๐ : ๔๕)๒.๑.๒ ถ้าอ้างอิงผู้แต่งชาวต่างประเทศ ให้ใช้คาว่า “และ” เชื่อมระหว่างผู้แต่งคนที่ ๑ และผู้แต่งคนที่๒ เช่นกันโดยใช้เครื่องหมาย “&” เชื่อมระหว่างผู้แต่งคนที่ ๑ และผู้แต่งคนที่ ๒กรีน และ แม็คครีนเนอร์ (Green & McCreaner, 1996 : 2-6)(Anderson & Green, 2005 : 15)๓. ผู้แต่ง ๓ - ๖การอ้างครั้งแรกให้ระบุชื่อหรือสกุลผู้แต่งทุกคน โดยผู้แต่งคนที่ ๑ ถึง ๕ ให้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,)ส่วนผู้แต่งคนสุดท้าย คั่นด้วยคาว่า “และ” สาหรับเอกสารภาษาไทย และเครื่องหมาย “&” สาหรับภาษาอังกฤษ ส่วนการอ้างอิงครั้งถัดไปให้ระบุเฉพาะผู้แต่งคนแรก ตามด้วยคาว่า “และคณะ” สาหรับเอกสารภาษาไทย และ คาว่า “etal.” สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่าง(ทัดดาว ผ่องพรรณ, รัตนากร ชุติมา, ศุภวรรณ สัจจานันท์ และ ไพโรจน์ เพ็ญสุข, ๒๕๒๙ : ๑๐)...[อ้างอิงครั้งแรก]…(ทัดดาว ผ่องพรรณ และคณะ, ๒๕๒๙ : ๑๕)...[อ้างอิงครั้งถัดไป]๔. ผู้แต่งมากกว่า ๖ คนการอ้างทุกครั้งให้ระบุเฉพาะชื่อหรือชื่อสกุลผู้แต่งคนที่ ๑ ตามด้วยข้อความ “และคณะ”สาหรับเอกสารภาษาไทย และคาว่า “et al” สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่างทัดดาว ลออโรจน์วงศ์ และคณะ (๒๕๔๑ : ๒๕)(Piot et al., 1992 : 2)๕. ผู้แต่งที่เป็นสถาบันให้ระบุชื่อของสถาบันอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสนกับสถาบันอื่น ๆ ที่อาจมีชื่อคล้าย ๆ กัน โดยมีหลักการดังนี้
  8. 8. ๕.๑ ให้ระบุชื่อสถาบันตามที่ปรากฏ(ชมรมผู้สูงอายุจังหวัดอุดรธานี, ๒๕๔๘ : ๑๒)(สมาคมผู้ส่งออกไทย, ๒๕๓๘ : ๔)สานักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (๒๕๓๙ : ๔๕)๕.๒ ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้เริ่มต้นจากหน่วยงานใหญ่ไปหน่วยงานย่อยยกเว้นหน่วยงานที่มีผลงานเป็นที่รู้จักอาจลงจากหน่วยงานย่อยได้เลย เช่น(มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี คณะวิทยาศาสตร์, ๒๕๔๒ : ๑)(กรมศิลปากร, ๒๕๓๙ : ๑๐)(กรมการฝึกหัดครู กองการเจ้าหน้าที,่ ๒๕๔๐ : ๑๘๙)๖. ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง๖.๑ ถ้ามีบรรณาธิการหรือผู้รวบรวม ให้ระบุชื่อหรือสกุลบรรณาธิการ หรือผู้รวบรวมแทนชื่อหรือชื่อสกุลผู้แต่งและ ระบุคาว่า “บรรณาธิการ” หรือ “ผู้รวบรวม” ไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ (...) เสมอ เช่น(พงษ์เทพ นนทนันท์ (บรรณาธิการ), ๒๕๔๖ : ๑๐-๑๒)(ศรีสุรางค์ ทรงสุวรรณ (ผู้รวบรวม), ๒๕๓๙ : ๓๗)๖.๒ ถ้าไม่มีทั้งบรรณาธิการหรือ ผู้รวบรวม ให้ใส่ชื่อเรื่องของบทความหรือชื่อเรื่องของหนังสือหรือเอกสารแทนโดยอาจใส่ชื่อเรื่องที่สมบูรณ์หรือตัดให้สั้นลงตามด้วยเครื่องหมายจุดสามครั้ง (...) ก็ได้สาหรับชื่อเรื่องของบทความให้ใส่ในเครื่องหมาย อัญประกาศ (“..........”) เช่น(“Mad cow”, 2001 : 3)(“โรคเอดส์ในประเทศโลกที่สาม...”, ๒๕๔๒ : ๗)ถ้าเป็นชื่อเรื่องของหนังสือหรือเอกสารให้พิมพ์เป็น ตัวเอน เช่น(ลิลิตพระลอ, ๒๕๐๐ : ๑๕-๑๙)๗. ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ให้ใส่ “ม.ป.ป.” สาหรับเอกสารภาษาไทย หรือ “n.d.” สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษแทนปีที่พิมพ์ ดังตัวอย่างคานูน สิทธิสมาน (ม.ป.ป.)(พนัส นาคินทร์, ม.ป.ป.)(Viravaidya, n.d.)
  9. 9. ๘. การบรรยาย / อภิปราย / สัมภาษณ์๘.๑ ถ้าต้องการอ้างอิงบทสัมภาษณ์ การบรรยายทางวิชาการ หรือการอภิปรายทางวิชาการให้ใส่ชื่อผู้บรรยายผู้ให้สัมภาษณ์ โดยระบุให้ทราบหลังชื่อว่าเป็นการบรรยายหรือสัมภาษณ์ เช่น(ชวน หลีกภัย, บรรยาย)(แก้วสรร อติโพธิ, สัมภาษณ์)๘.๒ ถ้าเป็นเอกสารประเภทจดหมาย บันทึกการสนทนา บันทึกการสัมภาษณ์ ฯลฯ ให้ระบุชอ ื่ผู้เขียน ลักษณะพิเศษ พร้อมกับวันที่ (ถ้ามี) เช่น(ชวน หลีกภัย, สัมภาษณ์, ๕ กันยายน ๒๕๓๙)(คุณหญิงปรียา กุลละวนิช, สัมภาษณ์ ๑๕ เมษายน ๒๕๔๕)(Buch, Interview, May 7, 1995)๙. เอกสารอิเล็กทรอนิกส์๙.๑ การอ้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้อ้างอิงเหมือนกับเอกสารทั่วไป โดยระบุชื่อหรือสกุลผู้แต่งตามด้วยปีพิมพ์ และเลขหน้า (ถ้ามี) ไว้ในวงเล็บตัวอย่าง เช่น(จันทวรรณ น้อยวัน, ๒๕๔๘ : ๒๗-๓๐)๙.๒ ถ้าต้องการอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซท์ทั้งเว็บไซท์ การอ้างอิงไม่จาเป็นต้องระบุรายการนีไว้ในรายการ ้อ้างอิงท้ายเล่มให้อ้างอิงที่อยู่ของเว็บไซท์ (URL) แทน ตัวอย่างเช่น...การจัดการแฟ้มข้อมูลอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสาคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ในแฟ้มข้อมูลและของแฟ้มข้อมูล (http://www.uni.net.th/)การอ้างอิงส่วนท้ายเล่มการอ้างอิงส่วนท้ายเล่ม เป็นการรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนได้ใช้อ้างอิงในการเขียนผลงานนั้นๆโดยอาจรวบรวมเป็นบรรณานุกรม (Bibliography) หรือเอกสารอ้างอิง (References) ก็ได้หลักทั่วไปหมายเหตุ เครื่องหมาย “/” ในตัวอย่าง เป็นการบอกถึงการเว้นระยะของรายการแต่ละรายการเท่านั้น ในการเขียนรายงานไม่ต้องใช้ “/”๑. ชื่อผู้แต่ง
  10. 10. ๑.๑ ผู้แต่งคนไทย แต่งเอกสารเป็นภาษาไทยให้ใส่ชื่อและชื่อสกุลตามลาดับ โดยไม่ต้องใส่คานาหน้าชื่อ ยศ ตาแหน่ง หรือ คุณวุฒิ ยกเว้น ราชทินนาม ฐานันดรศักดิ์ให้นาไปใส่ท้ายชื่อสกุล โดยใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างชื่อกับราชทินนามและฐานันดรศักดิ์ ส่วนสมศักดิ์ให้คงรูปตามเดิม ดังตัวอย่างสัญญา ธรรมศักดิ์ประเวศ วะสีสุขุมพันธ์ บริพัตร,ม.ร.ว.๑.๒ ผู้แต่งชาวต่างประเทศหรือผู้แต่งคนไทยที่แต่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศให้ขึ้นต้นด้วย ชื่อสกุล ตามด้วยตัวอักษรย่อของชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี)และใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างชื่อสกุลและอักษรย่อของชื่อต้น ชื่อกลาง เช่นAlleyne, R.L.Panyarachun,A.๑.๓ หนังสือที่มีบรรณาธิการหรือผู้รวบรวมและต้องการอ้างถึงหนังสือทั้งเล่มหนังสือที่มีบรรณาธิการ (Editor) ให้เขียนชื่อสกุลบรรณาธิการแทนผู้แต่ง และระบุคาว่า “บรรณาธิการ” หรือ “Ed.” หรือ “Eds.”ไว้ท้ายชื่อหรือชื่อสกุลบรรณาธิการโดยใส่เครื่องหมายวงเล็บ ( ) เช่นสมจิตร หนุเจริญกุล. (บรรณาธิการ)Ray, L. (Ed.)Stock, G., & Campbell, J. (Eds.)หนังสือที่มีผู้รวบรวม (Compiler) ให้ใส่คาว่า “ผู้รวบรวม” หรือ “Comp.” หรือ “Comps.” ไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ ( )ต่อท้ายชื่อหรือชื่อสกุลผู้รวบรวม เช่นสมพันธ์ เตชะอธิก. (ผู้รวบรวม)Hernon, P. (Comp.)๑.๔ ผู้ที่แต่งที่เป็นสถาบัน๑.๔.๑ สาหรับเอกสารภาษาไทย ให้ลงชื่อสถาบันนั้น ๆ ตามที่ปรากฏในเอกสารและเว้นวรรค จากหน่วยใหญ่ ไปหาหน่วยงานย่อย เช่นมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี คณะวิทยาศาสตร์ โปรแกรมวิชาสุขศึกษาธนาคารแห่งประเทศไทย
  11. 11. สานักนายกรัฐมนตรี สานักงานสถิติแห่งชาติ๑.๕ ผู้แต่ง ๒ คนให้ใส่ชื่อและชื่อสกุลทั้งสองคนตามลาดับที่ปรากฏ โดยระหว่าผู้แต่งคนที่ ๑ และผู้แต่งคนที่ ๒ ให้เชื่อมด้วยคาว่า “และ”สาหรับเอกสารภาษาไทย หรือเครื่องหมาย “&” สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษ เช่นสุวัฒนา วิบูลย์เศรษฐ์ และเกื้อ วงศ์บุญสินFukutake,T., & Marioka,K.๑.๖ ผู้แต่ง ๓ - ๖ คนให้ใส่ชื่อหรือชื่อสกุลผู้แต่งคนแรก คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) แล้วจึงใส่ชื่อคนที่สองไปเรื่อย ๆ จนถึงคนที่ ๕แล้วจึงเชื่อมด้วยคาว่า “และ” หรือ “&” ก่อนใส่ชื่อหรือชื่อสกุลผู้แต่งคนสุดท้าย เช่นทัดดาว ผ่องพรรณ, รัตนากร ชุติมา, ศุภวรรณ สัจจานันท์ และไพโรจน์ เพ็ญสุขทัดดาว ผ่องพรรณ, รัตนากร ชุติมา, ศุภวรรณ สัจจานันท์, ไพโรจน์ เพ็ญสุข,สมศรี สุขโข และ ลออ อยู่สวัสดิ์Mann, J.M., Tarantola, D.J., Netter., T.W., Sande, P., Volberding, A., & Berger,j.๑.๗ ผู้แต่งมากกว่า ๖ คนให้ระบุชื่อและชื่อสกุลผู้แต่งคนแรก คนที่สองไปเรื่อย ๆ จนถึงคนที่ ๖ คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,)จากนั้นให้ระบุคาว่า “และคณะ” หรือ “et al.” แทนคนที่ ๗ เป็นต้นไปเช่นทัดดาว ผ่องพรรณ, รัตนากร ชุติมา, ศุภวรรณ สัจจานันท์, ไพโรจน์ เพ็ญสุข,สมศรี สุขโข, ลออ อยู่สวัสดิ์ และคณะNetti, B.P., Algatt-Bergstrom, P.J., sande, P., Wollan, P., Greco, M.,Mann, J.M., etal.๒. ปีที่พิมพ์๒.๑ ให้ระบุเฉพาะตัวเลขปี พ.ศ. ที่พิมพ์หนังสือเล่มนั้นสาหรับเอกสารภาษาไทย หรือ ค.ศ. สาหรับเอกสารภาษาต่างประเทศไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ ( ) ต่อจากชื่อผู้แต่ง โดยไม่ต้องระบุคาว่า พ.ศ. หรือ ค.ศ. เช่นSpencer, M. (1996).ประเวศ วะสี. (๒๕๔๑).
  12. 12. ๓. ชื่อหนังสือหรือชื่อเรื่อง๓.๑ ชื่อหนังสือหรือชื่อเรื่อง (Title of Publication)ให้ใส่ชื่อเต็มตามที่ปรากฏในเอสาร โดยให้พิมพ์เป็นตัวเอน (Ltalic) หรือ ตัวหนา (Bold) ก็ได้และถ้าใช้รูปแบบใดให้ใช้รูปแบบนั้นตลอดทั้งเล่ม สาหรับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนคาอื่น ๆให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์เล็กยกเว้นกรณีที่เป็นชื่อเฉพาะ เช่นเทียนฉาย กีระนันท์. (๒๕๔๒). การวิเคราะห์ตลาดแรงงาน: แนวคิดเชิงทฤษฎี.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.Levy,J.A. (1998). HIV and the pathogenesis of AIDS. Washington, DC: ASMPress.๓.๒ ถ้ามีชื่อเรื่องรอง (Sub-title หรือ Two – part Title)ให้ใส่ชื่อเรื่องรองตามหลังชื่อเรื่อง คั่นด้วยเครื่องหมายทวิภาค (:) กรณีชื่อเรื่องภาษาอังกฤษให้พิมพ์อักษรตัวแรกคาแรกของชื่อเรื่องรองเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนคาอื่น ๆ ให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์เล็กเช่นเดียวกัน ยกเว้นกรณีที่เป็นชื่อเฉพาะเช่นปรีชา จาปารัตน์ และ ไพศาล ชัยมงคล. (๒๕๒๐). การบริหารพัสดุ:ทฤษฎีและปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.Banta, G.R. (1982). Asian cropping systems research:Microeconomic evaluation procedures. Ottawa: InternationalDevelopment Research Center.๔. ครั้งที่พิมพ์ให้ใส่ครั้งที่พิมพ์ตั้งแต่ครั้งที่ ๒ ขึ้นไป ถ้าเป็นภาษาอังกฤษให้ระบุลาดับที่ของการนับตัวเลขด้วย เช่นเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒.Harry Potter. 5 th ed.หากมีข้อความระบุการปรับปรุงแก้ไข (Revised) หรือการแก้ไขเพิ่มเติม (Enlarged) ให้ใส่ไว้ด้วย เช่นพิมพ์ครั้งที่ ๒ 2 th ed.พิมพ์ครั้งที่ ๓ ฉบับปรับปรุง 3 th rev.ed.พิมพ์ครั้งที่ ๒ แก้ไขเพิ่มเติม 2 th rev.& enl.ed.
  13. 13. ๕. สถานที่พิมพ์๕.๑ ให้ระบุชื่อเมืองหรือชื่อจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของสานักพิมพ์ตามที่ปรากฏในเอกสารถ้ามีหลายเมือง ให้ใส่ชื่อแรกเท่านั้นในกรณีที่มีชื่อเมืองซ้ากันหรือเป็นเมืองที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ให้ระบุอักษรย่อหลังชื่อเมืองด้วย โดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) เช่นกรุงเทพฯNew YorkPrinceton, Nj.๕.๒ ถ้าไม่ปรากฏชื่อเมืองให้ใส่ “ม.ป.ท.” หมายถึง ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์ สาหรับเอกสารภาษาไทย หรือ “n.p.”หมายถึง no place สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษแทน โดยใส่ในเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยม [ ] เช่น[ม.ป.ท.][n.p.]๖. สานักพิมพ์หรือโรงพิมพ์หรือผู้จัดพิมพ์๖.๑ ให้ระบุตามที่ปรากฏในหน้าปก หากมีทั้งชื่อสานักพิมพ์ และชื่อโรงพิมพ์ให้ใส่ชื่อสานักพิมพ์๖.๒ ถ้ามีหลายสานักพิมพ์ ให้ใส่ชื่อสานักพิมพ์แรกหรือชื่อสานักพิมพ์ที่พิมพ์ด้วยตัวหนา หรือตัวใหญ่เป็นพิเศษ๖.๓ ถ้าไม่ปรากฏชื่อสานักพิมพ์ทั้งในปกหน้าปกใน หลังหน้าปกใน ให้ใส่ชื่อโรงพิมพ์แทน เช่น โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว เป็นต้น๖.๔ ถ้าเป็นสิ่งพิมพ์ที่ผลิตโดยสถาบัน เช่น หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรต่าง ๆ ให้ใส่ชื่อสถาบัน เช่นคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีมูลนิธิโครงการตาราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์๖.๕ คาประกอบทั้งหลาย เช่น บริษัท, ห้างหุ้นส่วนจากัด, Incorporation, Limited,Ltd. ให้ตัดออก เช่นสานักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จากัด ให้ใช้คาว่า ไทยวัฒนาพานิชLongman Group Ltd. ให้ใช้คาว่า Longman Groupยกเว้นโรงพิมพ์ให้ใส่โรงพิมพ์ด้วย เช่น โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว๖.๖ ไม่ปรากฏชื่อสานักพิมพ์ หรือโรงพิมพ์ ให้ระบุคาว่า “ม.ป.พ” หรือ “n.p.” โดยระบุไว้ในเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยม เช่น [ม.ป.พ.] หรือ [n.p.]
  14. 14. รูปแบบการลงรายการส่วนท้ายเล่มและตัวอย่าง๑. หนังสือทั่วไป๑.๑ ผู้แต่ง ๑ คน๑.๑.๑ ผู้แต่งทั่วไปอมรา คัมภิรานนท์. (๒๕๔๐). พันธุศาสตร์ของเซลล์. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.Whitfielf,P. (1998). Evolution : The greatest story ever told. London:Marshell Publishing.๑.๑.๒ ผู้แต่งมีฐานันดรศักดิ/์ บรรดาศักดิ์พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตโต). (๒๕๔๑). ธรรมะกับการทางาน. พิมพ์ครั้งที่ ๕.กรุงเทพฯ : สหธรรมิก.วิจิตรวาทการ, หลวง. (๒๕๔๑). ทางสู้ในชีวิต. กรุงเทพฯ : สร้างสรรค์บุ๊ค.อากาศดาเกิง รพีพัฒน์,ม.จ. (๒๕๔๑). ละครชีวิต. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า.๑.๒ ผู้แต่ง ๒ คนเชาว์ ชิโนรักษ์ และ พรรณี ชิโนรักษ์. (๒๕๒๘). ชีววิทยา ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๕.กรุงเทพฯ : บูรพาสาส์นLevetin, E., & Mcmahon, k. (๒๐๐๓). Plants and society. 3 rd ed. Boston:McGraw-Hill.๑.๓ ผู้แต่ง ๓ - ๖ คนFeber, M., Manstettan,R., & Proops, J. (1996). Ecological: Concepts and Methods.Cheltenham: Elgar.๑.๔ ผู้แต่งมากกว่า ๖ คนธงชัย คืนถิ่น, พิภพ ธงธวัชชัย, สุธี แซ่ลิ้ม, นพชัย เดชอุดม, พงษ์พันธ์ วรพัฒน์,ศิริ ดิถีเจริญ และคณะ. (๒๕๔๓). การพัฒนารูปแบบการดูแลจากคนในครอบครัวของผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรัง. นครราชสีมา : สีมาการพิมพ์.๑.๕ ผู้แต่งที่เป็นสถาบันหรือเป็นนิติบุคคลกรมการศาสนา. (๒๕๔๒). วัดธรรมกาย. กรุงเทพฯ: กรมฯ.
  15. 15. สานักงานสถิติแห่งชาติ กองคลังข้อมูลและสนเทศสถิติ. (๒๕๔๑). สมุดรายงานสถิติภาคตะวันออก พ.ศ.๒๕๔๑. กรุงเทพฯ: กองฯ.Office of the National Culture Commision (ONCC). (1990). Eassay on culturalThailand. Bangkok: ONCC.๑.๖ หนังสือที่มีบรรณาธิการหรือผู้รวบรวมและต้องการอ้างหนังสือทั้งเล่มพิทยา ว่องกุล. (บรรณาธิการ). (๒๕๔๑). ไทยยุควัฒนธรรมทาส. กรุงเทพฯ:โครงการวิถีทรรศน์.๑.๗ ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สานักนายกรัฐมนตรี.๒. วิทยานิพนธ์๑) ปีพิมพ์ วิทยานิพนธ์ภาษาไทยระบุเป็นพุทธศักราช ถ้าเป็นภาษาอังกฤษระบุเป็นคริสต์ศกราช ั๒) ใส่ข้อมูลระบุชื่อปริญญา สาขาวิชา และสถาบันการศึกษาสมพร อินทะกนก. (๒๕๔๘). การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ด้วยกระบวนการสอนของ เฮวินส์. วิทยานิพนธ์ปริญญาคุรุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและ การสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.๓. บทความในวารสาร และหนังสือพิมพ์๓.๑ บทความในวารสารวารสาร (Journal) เป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องที่มีกาหนดออกที่แน่นอนและระบุปีที่ เล่มที่ไว้ชัดเจน ซึ่งในวารสาร ๑ ฉบับจะประกอบด้วยบทความหลาย ๆ บทความ๑) ผู้เขียนบทความ ปีที่พิมพ์ ให้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับหนังสือ บทความที่เป็นภาษาอังกฤษ แม้จะตีพิมพ์ในวารสารภาษาไทยก็ให้เขียนโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษ๒) ชื่อบทความ ให้พิมพ์ตัวพิมพ์ธรรมดา (Normal)๓) ชื่อวารสาร ให้ใช้ชื่อเต็ม ห้ามใช้คาย่อ นอกจากชื่อวารสารนั้นปรากฏเป็นคาย่อยู่แล้วให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์หนา (Bold) หรือ ตัวพิมพ์เอน (Italic)๔) ชื่อวารสาร และปีที่ (Vol.) สาหรับเอกสารภาษาอังกฤษให้พิมพ์ด้วย ตัวพิมพ์หนา (Bold) หรือ
  16. 16. ตัวพิมพ์เอน (Italic)อักษรตัวแรกของคาทุกคาให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ยกเว้น คานาหน้า หรือคาเชื่อม เช่น บุพบท หรือสันทาน เป็นต้น๕) เลขที่หน้าปรากฏ ให้ระบุว่าบทความนั้นปรากฏอยู่ในเลขหน้าใดของวารสารโดยไม่ต้องมีคาว่า“หน้า” หรือ “P” หรือ “PP.”จีรรัตน์ นามประดิษฐ์, มานิตย์ โฆษิตตระกูล, สุมน มาสุธน และ กวิศร์ วานิชกุล.(๒๕๔๕). การเจริญเติบโตของผลกระท้อนพันธุ์ปุยฝ้ายที่ได้รับและไม่ได้รับการห่อ:ลักษณะภายนอก. วิทยาศาสตร์ มข., ๓๐ (๓), ๑๙๙-๒๑๑.วิชาญ เตชิตธีระ. (๒๕๔๐). เอกภาพกับชีวิต. วารสารวิทยาศาสตร์ลาดกระบัง, ๗(๓), ๑๒-๑๕Klimoski, R.,& Palmer, S. (๑๙๙๓). The ADA and the hiring Process in organization.Consulting Psycology Journal: Practice and Research, ๔๕ (๒), ๑๐-๓๖.๓.๒ บทความในหนังสือพิมพ์๑) การระบุหน้า ให้ใส่คาว่า “หน้า” หรือ “P” หรือ “PP” ด้วย๒) ถ้าไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ให้ใช้ชื่อบทความแทนชื่อผู้แต่งไตรรัตน์ สุนทรประภัสสร. (๒๕๔๐,๘ พฤศจิกายน). อนาคตจีน-อเมริกา. เดลินิวส์, หน้า ๖.อานันท์ ปันยารชุน. (๒๕๔๑,๒๙ มีนาคม – ๑ เมษายน). ธรรมรัฐกับอนาคตของประเทศไทย. ฐานเศรษฐกิจ, หน้า ๙.๔. รายงานการประชุมทางวิชาการและเอกสารประกอบการประชุม๔.๑ บทความในรายงานการประชุมทางวิชาการรายงานการประชุมทางวิชาการ เป็นเอกสารที่รวบรวมผลงานหลาย ๆ เรื่องจากผู้เขียนผลงานหลาย ๆคนจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม การประชุมเหล่านั้นอาจจัดเป็นครั้งคราว หรือจัดเป็นประจา รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงรายละเอียดดังนี้๑) ปีพิมพ์ให้ระบุปีจัดพิมพ์รายงาน ไม่ใช่ปีของการประชุม๒) ชื่อการประชุมให้ใส่ชื่อเต็มตามที่ปรากฏในเอกสาร๓) ในส่วนของสานักพิมพ์ถ้าไม่ปรากฏ ให้ระบุหน่วยงานที่จัดการประชุมครั้งนั้น พร้อมด้วยสถานที่จัดประชุมสุชน ตั้งทวีวิพัฒนา และ บุญล้อม ชีวะอิสระกุล. (๒๕๓๓). การใช้เมล็ดทานตะวันเป็นแหล่งโปรตีนและพลังงานในอาหารสัตว์ปี.ใน รายงานการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ ๒๘ (สาขาสัตวศาสตร์และ
  17. 17. ประมง), หน้า ๔๗-๕๙. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.แน่งน้อย ย่านวารี. (๒๕๔๙). ปรากฏการณ์วิทยา, แนวคิดและการนาไปใช้ในการวิจัย.ในรายงานสรุปผลการอบรมเชิงปฏิบัติการการวิจัยเชิงคุณภาพสาหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, หน้า ๓๑-๔๔. อุดรธานี :สานักงานโครงการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.๔.๒ เอกสารประกอบการประชุมเทียนฉาย กีระนันท์. (๒๕๔๖). การเตรียมพร้อมของมหาวิทยาลัยรัฐเพื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกากับของรัฐ.เอกสารประกอบการประชุมวิชาการเรื่องการวิจัยทางการบริหารการศึกษา จัดโดยสานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและสภาผู้บริหารหลักสูตรการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย วันที่ ๒๒ –๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๖ ณ ศูนย์ประชุมอิมแพคเมืองทองธานี นนทบุรี.๕. เอกสารอัดสาเนาหรือเอกสารไม่ได้ตีพิมพ์เอกสารอัดสาเนาหรือเอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ ให้ใช้แบบแผนเดียวกับการอ้างอิงหนังสือ แต่ให้ใส่ชื่อเอกสารอัดสาเนาหรือเอกสารเหล่านั้นไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ (“.......”)แทนการพิมพ์ด้วยตัวเอนหรือตัวหนา และวงเล็บคาว่า “เอกสารอัดสาเนา” ไว้ท้ายสุดสานักงาน ก.พ. (๒๕๓๗). “ข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๗” กรุงเทพฯ: สานักงานฯ. (เอกสารอัดสาเนา)อัมพร ศุภชาติวงศ์. [ม.ป.ป.]. “การฝึกอบรม” กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เอกสารอัดสาเนา)๖. ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ชวน หลีกภัย. (๒๕๔๓, ๑๒ เมษายน). นายกรัฐมนตรี. สัมภาษณ์.ธีรยุทธ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา. (๒๕๓๘, ๑๒ ตุลาคม). ประธานกรรมการประจาสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สัมภาษณ์.สมควร ดีประเสริฐ. (๒๕๔๒, ๑๑ มิถุนายน). ราษฎรหมู่บ้านโนนม่วง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น. สัมภาษณ์.๗. สื่อโสตทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สื่อโสตทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย วัสดุที่ไม่ตีพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์รวมไปถึง
  18. 18. อุปกรณ์ต่าง ๆที่มีคุณค่าทางการศึกษา สื่อประเภทนี้บางครั้งจาเป็นต้องอ้างอิงเพื่อประกอบการนาเสนอเนื้อหา๑) ปีที่จัดทา หมายถึง ปีที่ผลิตหรือปีที่เผยแพร่สื่อ๒) ชื่อเรื่อง ให้ระบุชื่อสื่อ เช่น ชื่อไฟล์ ชื่อโปรแกรม ชื่อวีดีทัศน์ ลักษณะเดียวกับชื่อหนังสือ๓) ประเภทสื่อ ให้ระบุลักษณะของสื่อนั้น ๆ๔) สถานที่เผยแพร่ สถานที่ผลิต ถ้ามีสถานที่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือสถานที่เผยแพร่เป็นสถานที่เดียวกับที่ผลิต ให้ระบุแต่เพียงชื่อเดียว๗.๑ วีดีทัศน์สานักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติภาพ. (๒๕๔๔). พลังงานนิวเคลียร์: พลังที่ขับเคลื่อนเอกภพ. [วีดีทัศน์]. กรุงเทพฯ :สานักงานปรมาณูเพื่อสันติ. ๑ ม้วน (๓๐ นาที)๗.๒ แผนที่กรมอุทกศาสตร์ ราชนาวีไทย. (๒๕๓๐). ประเทศไทย : อ่าวไทย – ฝั่งตะวันออก: เกาะช้างถึงเกาะยอ. [แผนที]. กรุงเทพฯ : ่กรมอุทกศาสตร์ราชนาวีไทย. ๔๓x๕๘ ซม.๗.๓ ซีดีรอมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (๒๕๔๔). การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ. [ซีดีรอม]. กรุงเทพฯ : การท่องเที่ยวฯ.๘. อินเทอร์เน็ต๘.๑ เอกสาร/สารสนเทศที่ได้รับจากเว็บไซต์ประสพ รัตนากร. (๒๕๔๘). ใจเขาใจเรา. สืบค้นเมื่อ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๘,จาก Htpp://www.bnn.go.th/files/library/c-a๐๓.htm๘.๒ เอกสารที่ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนและไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ประวัติการเมืองไทย. [ม.ป.ป.] สืบค้นเมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๕, จากhttp://www.parliament.go.th/files/library/t-b๐๓.htmการจัดเรียงและการพิมพ์รายการอ้างอิงท้ายเล่ม๑. รายการเอกสารทุกชิ้นที่ถูกอ้างไว้ในส่วนเนื้อเรื่องให้นามารวบรวมไว้ในส่วนท้ายเรื่องภายใต้หัวข้อ เอกสารอ้างอิง๒. จัดเรียนรายการเอกสาร มีหลักการเรียง ดังนี้
  19. 19. ๒.๑ ใช้หลักการเรียงแบบพจนานุกรม กรณีที่มีทั้งเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้เรียงรายการเอกสารภาษาไทยไว้ก่อนจนหมดแล้วจึงเรียงรายการเอกสารภาษาอังกฤษ๒.๒ กรณีชื่อผู้แต่งซ้ากัน หรือผู้แต่งคนเดียวกัน ให้จัดเรียงรายการเอกสารตามลาดับปีพิมพ์ หากปีพิมพ์ซ้ากันให้ระบุตัวอักษรชื่อเรื่องหากผู้แต่งคนเดิมมีทั้งรายการเอกสารที่แต่งคนเดียวและแต่งร่วมกับบุคคลอื่น ให้จัดเรียงรายการเอกสารที่แต่งคนเดียวก่อนแล้วจึงตามด้วยรายการแรก รายการต่อ ๆ ไปให้ใช้เครื่องหมายขีดเส้นใต้ Underline พิมพ์ติดต่อกัน ๖-๘ ครั้งและจบด้วยเครื่องหมายมหัพภาพ (.) หรือเครื่องหมายจุลภาค (,) แล้วแต่กรณี ดังตัวอย่างประเวศ วะสี. (๒๕๓๙). พุทธศาสนากับ..._______. (๒๕๔๑). ประชาคม..._______. และ ทานากะ, วาย. (๒๕๓๓). การพัฒนา..._______. และ อคิน รพีพัฒน์, ม.ร.ว. (๒๕๓๖). ชุมชุน...การใส่เครื่องหมาย ____. ใช้กับผู้แต่งคนแรกเท่านั้น๓. หลักการพิมพ์ที่ควรทราบ๓.๑ พิมพ์เครื่องหมายใด ๆ ต่อท้ายข้อความโดยไม่ต้องเว้นวรรค โดยหลังเครื่องหมายมหัพภาค (.) ให้เว้น ๒ ช่วงตัวอักษรยกเว้นหลังชื่อต้นและชื่อกลางให้เว้น ๑ ช่วงตัวอักษร หลังเครื่องหมายจุลภาค (,) เครื่องหมายทวิภาค (:) และเครื่องหมายอัฒภาค (;) ให้เว้น ๑ ช่วงตัวอักษรดังตัวอย่าง๓.๒ หากพิมพ์ข้อความไม่พอใน ๑ บรรทัด เมื่อขึ้นบรรทัดใหม่ให้ย่อหน้าล้าเข้าไป (Indent) ๕ –๗ ช่วงตัวอักษร เช่นอาทิตย์ กันธินาม. (๒๕๔๘). สภาพและปัญหาการดาเนินงานฝ่ายบริการในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดหนองคายวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี(ย่อหน้า)รูปแบบการพิมพ์ตัวอักษร๑. พิมพ์โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอักษรสีดา คมชัด๒. ลักษณะตัวอักษร (Font) อาจใช้แบบไทย สารบัญ (TH Saraban) หรือแบบใดแบบหนึ่งตลอดทั้งเล่ม๓. ใช้ขนาด ๒๐ พอยท์ แบบตัวพิมพ์หนา (Bold) ในการพิมพ์ชื่อบท
  20. 20. ๔. ใช้ขนาด ๑๘ พอยท์ แบบตัวพิมพ์หนา (Bold) ในการพิมพ์หัวข้อใหญ่๕. ใช้ขนาด ๑๖ พอยท์ แบบตัวพิมพ์หนา (Bold) ในการพิมพ์หัวข้อย่อยและชื่อตาราง (ตามความเหมาะสม)๖. ใช้ขนาด ๑๖ พอยท์ แบบตัวพิมพ์ธรรมดา (Normal) ในการพิมพ์เนื้อหาการเว้นริมขอบกระดาษให้เว้นริมขอบกระดาษทั้งสี่ด้าน ดังนี้ขอบบน เว้น ๑ นิ้ว สาหรับหน้าทั่ว ๆ ไปเว้น ๑.๕ นิ้ว สาหรับหน้าที่ขึ้นบทใหม่และหน้าที่มีหัวข้อ ได้แก่ คานา สารบัญขอบล่าง เว้น ๑ นิ้วขอบซ้าย เว้น ๑.๕ นิ้วขอบขวา เว้น ๑ นิ้ว

×