24962 130429045613-phpapp01 (1)

2,020 views

Published on

24962 130429045613-phpapp01 (1)

  1. 1. แนวขอสอบแนวขอสอบแนวขอสอบแนวขอสอบ พระราชบัญญัติเทศบาลพระราชบัญญัติเทศบาลพระราชบัญญัติเทศบาลพระราชบัญญัติเทศบาล พพพพ....ศศศศ.... 2496249624962496 แกไขเพิ่มเติมถึงแกไขเพิ่มเติมถึงแกไขเพิ่มเติมถึงแกไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ฉบับที่ฉบับที่ฉบับที่ 13131313 พพพพ....ศศศศ....2552552552552222 ((((ถามถามถามถาม----ตอบตอบตอบตอบ))))และและและและสรุปเรื่องสรุปเรื่องสรุปเรื่องสรุปเรื่องเทศบาลเทศบาลเทศบาลเทศบาล ชุดที่ชุดที่ชุดที่ชุดที่ 2222 โดยโดยโดยโดย ประพันธ เวารัมยประพันธ เวารัมยประพันธ เวารัมยประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gshttp://pun.fix.gshttp://pun.fix.gshttp://pun.fix.gs หรือ http://valrom2012.fix.gshttp://valrom2012.fix.gshttp://valrom2012.fix.gshttp://valrom2012.fix.gs
  2. 2. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 1 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2552 (ถาม – ตอบ) และสรุปเรื่องเทศบาล โดย ประพันธ์ เวารัมย์ **************** 1. พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ตราขึ้น เป็นปีที่เท่าใดในรัชกาลปัจจุบัน ให้ไว้ ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 เป็นเป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน 2. พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่เท่าใด วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (รก.2496/14/222/17 กุมภาพันธ์ 2496) (มาตรา 2) วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2496 3. พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ให้ยกเลิกกฎหมายใด พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2486 (มาตรา 3) 4. เมื่อพ้นกําหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้ประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะท้องถิ่นใดเป็นเทศบาลเมืองหรือ เทศบาลนครแล้ว ห้ามมิให้ใช้กฎหมายใด กฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ในส่วนที่บัญญัติถึงการ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล และสารวัตรกํานัน และให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตําแหน่งและหน้าที่เฉพาะในเขตท้องที่นั้น (มาตรา 4) 5. ในเขตเทศบาลตําบลใด ถ้าหมดความจําเป็นที่จะต้องมีตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล หรือสารวัตรกํานัน ให้ใครดําเนินการอย่างไร รัฐมนตรีประกาศยกเลิกตําแหน่งดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 4 วรรคสอง) 6. ให้เทศบาลที่จัดตั้งขึ้นแล้ว วันใช้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 นี้ คงมีฐานะเป็นเทศบาลตําบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร ตามที่เป็นอยู่ แล้วแต่กรณี มีอํานาจหน้าที่และอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 5) 7. บรรดาเทศบัญญัติที่ได้ออกโดยอาศัยอํานาจตามพ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 และพ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2481 และพ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2486 ให้คงบังคับได้ ในกรณีที่ผู้กระทําผิดเทศบัญญัติ ให้ ดําเนินการอย่างไร ให้นําบทบัญญัติมาตรา 60 วรรคท้ายแห่งพ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 มาบังคับใช้ (ในเทศบัญญัตินั้น จะกําหนดโทษปรับผู้ละเมิดเทศบัญญัติไว้ด้วยก็ได้ แต่ห้ามมิให้กําหนดเกินกว่าหนึ่งพันบาท)
  3. 3. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 2 7. หากมีการจัดตั้งเทศบาลตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายว่าด้วยสภาตําบลและองค์การบริหารส่วน ตําบล (ยกฐานะเป็นเทศบาล) ให้เลือกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นภายในกี่วัน นับตั้งแต่วันที่ได้จัดตั้งเป็นเทศบาล 45 วัน (มาตรา 8) 8. ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี กรณียกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตําบล เป็นเทศบาล ให้ใครปฏิบัติ หน้าที่นายกเทศมนตรีเท่าที่จําเป็นได้เป็นการชั่วคราว จนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลปฏิบัติหน้าที่ปลัดเทศบาล และปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี (มาตรา 8 วรรคสอง) 9. ท้องถิ่นใดที่ยกฐานะเป็นเทศบาลตําบล จะต้องดําเนินการอย่างไร ประกาศกระทรวงมหาดไทย ยกฐานะเป็นเทศบาลตําบล กรณีมี 2 กรณี คือ 1. องค์การบริหารส่วนตําบลที่ยกฐานะเป็นเทศบาลตําบล (มาตรา 9) 2. ผลของพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของ สุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542 10. เทศบาลเมือง ได้แก่ 1. ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด หรือ 2. ท้องถิ่นที่มีราษฎรตั้งแต่ 10,00 คนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฎิบัติหน้าที่อันต้องทําตาม พระราชบัญญัตินี้ 3. มีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง ประกาศกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ระบุชื่อ และเทศบาลเขตของเทศบาลไว้ด้วย (มาตรา 10) สรุป คําว่า “หรือ” ไม่จําเป็นต้องเป็นท้องถิ่นที่ถิ่นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด คือ ข้อ 1 หรือ ข้อ 2 อย่างใด อย่างหนึ่ง (ส่วนข้อ 3 เป็นวิธีปฏิบัติ) 10. เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นชุมนุมชนมีราษฎรตั้งแต่เท่าใดขึ้นไป 50 ,000 ขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทําตามพระราชบัญญัตินี้ มีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลนคร ประกาศกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ระบุชื่อ และเทศบาลเขตของเทศบาลไว้ด้วย (มาตรา 11) 11. ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองหรือเทศบาล ไปท้องถิ่นที่ได้เปลี่ยนแปลงเขตเป็น เทศบาล นคร ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล และสารวัตรกํานัน สิ้นสุดอํานาจหน้าที่เฉพาะใน เขตที่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อพ้นกําหนดกี่ปี 1 ปี นับแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลใช้บังคับต้นไป 11. ท้องถิ่นซึ่งได้ยกฐานะเป็นเทศบาล แล้วอาจถูกเปลี่ยนแปลงฐานะหรือยุบเลิกได้โดยทําเป็นกฎหมายใด ประกาศกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 13)
  4. 4. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 3 12. สภาเทศบาลตําบลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตาม กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เทศบาลตําบล จํานวนกี่คน สภาเทศบาลตําบล ประกอบด้วยสมาชิกจํานวน 12 คน (มาตรา 15) 13. สภาเทศบาลเมืองประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตาม กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เทศบาลเมือง จํานวนกี่คน สภาเทศบาลเมือง ประกอบด้วยสมาชิกจํานวน 18 คน (มาตรา 15) 14. สภาเทศบาลนครประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตาม กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เทศบาลนคร จํานวนกี่คน สภาเทศบาลตําบลนคร ประกอบด้วยสมาชิกจํานวน 24 คน (มาตรา 15) 15. ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล (1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (2) มีอายุไม่ต่ํากว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง (3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือ (4) ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือน และที่ดินหรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง และ (5) คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด (มาตรา 44 ) จะต้องไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รอง ผู้บริหารท้องถิ่นหรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันรับ สมัครเลือกตั้ง 16. ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล มีคุณสมบัติอย่างไรห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (1) ติดยาเสพติดให้โทษ (2) เป็นบุคคลล้มละลาย (3) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (4) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (5) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (6) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล (7)ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป และได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับ ถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท (8) ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้ พ้นโทษหรือต้องคําพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้งแล้วแต่กรณี
  5. 5. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 4 (9)เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อ หน้าที่ หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (10)เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ํารวยผิดปกติ หรือมี ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (11) เคยถูกถอดถอนออกจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการ ลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปีนับ ถึงวันเลือกตั้ง (12) อยู่ในระหว่างเสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา 37 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภา (13) เคยถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมายังไม่ถึง 1 ปี นับแต่วันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําสั่งอันเนื่องมาจากการกระทําการโดยไม่สุจริตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้รับเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต (14) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (15) เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (16) เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา (17) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ (18) เป็นกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (19) ลักษณะอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด 17. ในกรณีที่ตําแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา เทศบาลขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้ดําเนินการอย่างไร ให้สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเท่าที่มีอยู่ (มาตรา 15 วรรคท้าย) 18. สมาชิกสภาเทศบาลให้อยู่ในตําแหน่งได้คราวละกี่ปี 4 ปี (มาตรา 16)
  6. 6. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 5 19. สมาชิกสภาเทศบาลครบวาระ ให้เลือกตั้งภายในกี่วัน 45 วัน (มาตรา 7 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554) 20. กรณีสมาชิกสภาเทศบาลตาย หรือพ้นจากตําแหน่งเหตุอื่น นอกเหนือจากครบวาระ ให้เลือกตั้งภายใน กี่วัน 60 วัน (มาตรา 7 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554) 21. กรณีสมาชิกสภาเทศบาลวาระการดํารงตําแหน่งไม่ถึงจําเท่าใด ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ 180 วัน (มาตรา 7 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554) 22. สมาชิกสภาเทศบาลสิ้นสุดสมาชิกภาพเมื่อใด (1) ถึงคราวออกตามวาระ หรือมีการยุบสภาเทศบาล (2) ตาย (3) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (4) พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัคร เลือกตั้ง (5) ขาดประชุมสภาเทศบาลสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (6) กระทําการอันต้องห้าม คือ เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่เทศบาล นั้นเป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทําให้แก่เทศบาลนั้น หรือที่เทศบาลนั้นจะกระทํา (7)สภาเทศบาลมีมติให้พ้นจากตําแหน่ง โดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะนํามาซึ่งความเสื่อมเสีย หรือก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่เทศบาลหรือกระทําการอันเสื่อมเสียประโยชน์ของสภาเทศบาล โดยมี สมาชิกสภาเทศบาลจํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อเสนอให้สภาเทศบาลพิจารณา และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของ จํานวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้ ให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงนับแต่วันที่สภาเทศบาลมี มติ (8) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจํานวนไม่น้อยกว่า3 ใน 4 ของจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มา ลงคะแนนเสียง เห็นว่าสมาชิกสภาเทศบาลผู้ใดไม่สมควรดํารงตําแหน่งต่อไปตามกฎหมายว่าด้วยการ ลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  7. 7. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 6 ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาเทศบาลสิ้นสุดลงตาม (8) พร้อมกันทั้งหมด ให้ถือว่าเป็นการยุบ สภาเทศบาล 23. ประธานสภาและรองประธานสภา มีจํานวนกี่คน และใครเป็นคนแต่งตั้ง ประธานสภาคนหนึ่ง และรองประธานสภาคนหนึ่ง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากสมาชิกสภา เทศบาลตามมติของสภาเทศบาล (มาตรา 20) 24. ประธานสภาและรองประธานสภา ดํารงตําแหน่งจนครบอายุของสภาเทศบาล และพ้นจากตําแหน่ง อย่างไร (1) ยืนหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (2) สิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาเทศบาล (3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตําแหน่ง ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาล ปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย หรือ สวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอํานาจหน้าที่ หรือมีความ ประพฤติในทางจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตําแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ให้เสนอ ความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยหลักฐาน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยอาจใช้ดุลพินิจสั่งให้ ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาลพ้นจาก ตําแหน่งก็ได้ คําสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นที่สุด (4) สภาเทศบาลมีมติให้พ้นจากตําแหน่ง โดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสีย แก่ศักดิ์ตําแหน่งหรือสภาเทศบาล ปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของ ประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติการหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอํานาจหน้าที่ โดยมีสมาชิกสภาเทศบาล จํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกสภาเทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอให้สภา เทศบาลพิจารณา และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนสมาชิกสภา เทศบาลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้ ให้พ้นจากตําแหน่งนับแต่วันที่สภาเทศบาลมีมติ ผู้ซึ่งพ้นจากตําแหน่งประธานสภาเทศบาลหรือรองประธานสภาเทศบาลตาม (3) หรือ (4) จะดํารง ตําแหน่งประธานสภาเทศบาลหรือรองประธานสภาเทศบาลอีกไม่ได้ตลอดอายุของสภาเทศบาลนั้น ให้ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาลที่ได้รับเลือกใหม่อยู่ในตําแหน่งตามวาระของ ผู้ซึ่งตนแทน 25. ประธานสภาและรองประธานสภา ว่างลงเพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง ให้สภาเลือกสมาชิกสภาเทศบาลขึ้น แทนตําแหน่งที่ว่างภายในกี่วัน 15 วัน นับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลง (มาตรา 20 ตรี)
  8. 8. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 7 26. ใครมีหน้าที่ดําเนินกิจการของสภาเทศบาลให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาล ประธานสภา และรองประธานสภา มีหน้าที่กระทํากิจการแทนประธานสภาเทศบาลในเมื่อ ประธานสภาเทศบาลไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (มาตรา 21) 27. กรณีประธานและรองประธานสภาเทศบาลไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ดําเนินการอย่างไร ให้สมาชิกสภาเทศบาลเลือกตั้งกันเองเป็นประธานเฉพาะในคราวประชุมนั้น 28. หน่วยงานใด เป็นผู้วางระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย (มาตรา 23) 29. ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญกี่สมัย 4 สมัย สมัยประชุมสามัญครั้งแรกและวันเริ่มประชุมสมัยสามัญประจําปีให้สภาเทศบาลกําหนด (มาตรา 24) 30. ใครต้องกําหนดให้สมาชิกสภาเทศบาลได้มาประชุมสภาเทศบาลครั้งแรก ผู้ว่าราชการจังหวัด (มาตรา 24 วรรคสอง) 31. การประชุมสภาเทศบาลครั้งแรก ภายในกี่วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลครบ ตามจํานวนแล้ว และให้ที่ประชุมเลือกประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาล 15 วัน (มาตรา 24 วรรคสอง) 32. กรณีที่สภาเทศบาลไม่อาจจัดให้มีการประชุมครั้งแรกได้ตามกําหนดเวลา หรือมีการประชุมสภา เทศบาลแต่ไม่อาจเลือกประธานสภาเทศบาลได้ ใครอาจเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มีคําสั่ง ยุบสภาเทศบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด (มาตรา 24 วรรคสาม) 33.สมัยประชุมสามัญสมัยหนึ่งๆ ให้มีกําหนดไม่เกินกี่วัน แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปอีกจะต้องได้รับอนุญาต จากใคร ไม่เกิน 30 วัน / ผู้ว่าราชการจังหวัด (มาตรา 24 วรรคท้าย) ***ระวังข้อสอบออกบ่อยมาก** อย่า สับสนสมัยสามัญกับสมัยวิสามัญต่างกันน่ะครับ 34. โดยปกติให้ประธานสภาเทศบาลเป็นผู้เรียกประชุมสภาเทศบาลตามสมัยประชุม และเป็นผู้เปิดหรือปิดประชุม ในกรณีที่ยังไม่มีประธานสภาเทศบาล หรือประธานสภาเทศบาลไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ให้ใครเป็นผู้เรียก ประชุมและเป็นผู้เปิดหรือปิดประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัด (มาตรา 24 วรรคสอง) 35. นอกจากสมัยประชุมสามัญแล้ว เมื่อเห็นว่าเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์แห่งเทศบาล ใครอาจทําคํา ร้องยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้เปิดประชุมวิสามัญ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา ถ้าเห็นสมควรก็ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมวิสามัญได้ ประธานสภาเทศบาล หรือนายกเทศมนตรี หรือสมาชิกสภาเทศบาลมีจํานวนไม่ต่ํากว่ากึ่งหนึ่งของ จํานวนสมาชิกที่อยู่ในตําแหน่ง (มาตรา 26)
  9. 9. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 8 36. สมัยประชุมวิสามัญให้มีกําหนดไม่เกินกี่วัน แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปอีก จะต้องได้รับอนุญาตจากใคร ไม่เกิน 15 วัน / ผู้ว่าราชการจังหวัด (มาตรา 26 วรรคสอง) ***ระวังข้อสอบออกบ่อยมาก** อย่า สับสนสมัยวิสามัญกับสมัยสามัญต่างกันน่ะครับ 37. การประชุมสภาเทศบาล ต้องมีสมาชิกสภาเทศบาลมาประชุมไม่น้อยกว่าเท่าใด ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกเท่าที่อยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม 38. การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษานั้น ให้ดําเนินการอย่างไร ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัตินี้ 39.สมาชิกสภาเทศบาลคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจํานวนลงเสียงลงคะแนนเท่ากัน ให้ ใครออกเสียงเพิ่มได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ประธานสภาเทศบาล (มาตรา 28 วรรคสอง) 40. ห้ามมิให้สภาเทศบาลประชุมปรึกษาหารือในเรื่องใด นอกเหนืออํานาจหน้าที่ หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเรื่องการเมืองแห่งรัฐ (มาตรา 29) 41. การประชุมของสภาเทศบาลย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่จะได้กําหนดไว้ในกฎหมายใด ระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาล (มาตรา 30) 42. เมื่อนายกเทศมนตรี หรือสมาชิกสภาเทศบาลรวมกันไม่น้อยกว่าเท่าใดของจํานวนสมาชิกที่มาประชุม ร้องขอให้ทําการประชุมลับ ก็ให้ประธานสภาเทศบาลดําเนินการประชุมลับได้ โดยไม่ต้องขอมติที่ประชุม ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 (มาตรา 30 วรรคสอง) 43. ในที่ประชุมสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลมีสิทธิตั้งกระทู้ถามนายกเทศมนตรีหรือรอง นายกเทศมนตรีในข้อความใดๆ อันเกี่ยวกับการงานในหน้าที่ได้ แต่นายกเทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรี มีสิทธิ ที่จะไม่ตอบ เมื่อเห็นว่าข้อความนั้นๆ ยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์ สําคัญของเทศบาล (มาตรา 31) ***ข้อสอบออกบ่อยมาก ระวังอาจตั้งคําถามเป็นรองนายกเทศมนตรี ก็ตอบเหมือนกันครับ*** 44. สภาเทศบาลมีอํานาจเลือกสมาชิกสภาเทศบาลเป็นคณะกรรมการอะไร คณะกรรมการสามัญ เพื่อกระทํากิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดๆ อันอยู่ในอํานาจ หน้าที่ของสภาเทศบาล แล้วรายงานต่อสภาเทศบาล (มาตรา 32) 45. สภาเทศบาลมีอํานาจเลือกบุคคลผู้เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิก เป็นคณะกรรมการอะไร คณะกรรมการวิสามัญของสภาเทศบาล เพื่อกระทํากิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดๆ อันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของสภาเทศบาล แล้วรายงานต่อสภาเทศบาล (มาตรา 32) ** ข้อสังเกตของคําถาม คือ ถ้าเป็นสมาชิกเป็นคณะกรรมการสามัญ ถ้ามิเป็นสมาชิก เป็นคณะการการวิสามัญ น่ะครับ***
  10. 10. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 9 46. นายกเทศมนตรีมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลผู้เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิก เพื่อให้สภาเทศบาลแต่งตั้งเป็น กรรมการในคณะกรรมการวิสามัญได้ไม่เกินเท่าใดของจํานวนกรรมการทั้งหมด ไม่เกิน 1 ใน 4 (มาตรา 32 วรรคสอง) คณะกรรมการสามัญ คณะกรรมการวิสามัญของสภาเทศบาล จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ พิจารณาหรือปฏิบัติการในเรื่องหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ (มาตรา 32 วรรคท้าย 47. ในกรณีกิจการอื่นใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของเทศบาลหรือประชาชนในท้องถิ่น สมาชิกสภา เทศบาลจํานวนไม่น้อยกว่าเท่าใดของจํานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่หรือนายกเทศมนตรีอาจเสนอต่อ ประธานสภาเทศบาลเพื่อให้มีการออกเสียงประชามติในท้องถิ่นได้ และประกาศให้ประชาชนทราบ ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง (มาตรา 32 ทวิ) 48. การออกเสียงประชามติต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการขอปรึกษาความเห็นของประชาชนว่าจะ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกิจการสําคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย การออก เสียงประชามติที่เกี่ยวกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะจะกระทําได้ หรือไม่ มิได้ (มาตรา 32 ทวิ) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลย่อมมีสิทธิออกเสียงประชามติ การออกเสียงประชามติตามมาตรานี้ให้มีผลเป็นเพียงการให้คําปรึกษาแก่สภาเทศบาลหรือ นายกเทศมนตรีในเรื่องนั้น หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออก เสียงประชามติ 49. คณะเทศมนตรี ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ถูกยกเลิกโดย พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขถึงฉบับที่ 12 พ.ศ. 2546 50. ให้เทศบาลมีนายกเทศมนตรีคนหนึ่งซึ่งมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น (มาตรา 48 ทวิ) 51. บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี (1) มีอายุไม่ต่ํากว่า 30 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง (2) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหาร ท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา (ส.อบต. นายกอบต. นายกอบจ. สมาชิกอบจ. ฯลฯ) (3)ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รอง ผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัคร เลือกตั้ง
  11. 11. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 10 (4) เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งถูกให้พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากกระทําการ ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ (5) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (6) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่ น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือ (7) ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือน และที่ดินหรือกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง และ (8) คุณสมบัติอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด (9) จะต้องไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่นหรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึง 5 ปีนับถึง วันรับสมัครเลือกตั้ง 52. ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี มีคุณสมบัติอย่างไรห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (1) ติดยาเสพติดให้โทษ (2) เป็นบุคคลล้มละลาย (3) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (4) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (5) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (6) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล (7)ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป และได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับ ถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท (8) ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้ พ้นโทษหรือต้องคําพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้งแล้วแต่กรณี (9)เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อ หน้าที่ หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (10)เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ํารวยผิดปกติ หรือมี ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (11) เคยถูกถอดถอนออกจากตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการ ลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปีนับ ถึงวันเลือกตั้ง
  12. 12. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 11 (12) อยู่ในระหว่างเสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา 37 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภา (13) เคยถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมายังไม่ถึง 1 ปี นับแต่วันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําสั่งอันเนื่องมาจากการกระทําการโดยไม่สุจริตตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้รับเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต (14) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (15) เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (16) เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา (17) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ (18) เป็นกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (19) ลักษณะอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด 53. นายกเทศมนตรี ดํารงตําแหน่งอย่างไร นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง และมีระยะการดํารงตําแหน่งคราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง (ซึ่งพ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขถึงฉบับที่ 13 พ.ศ. 2552 ยกเลิก การดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน สองวาระไม่ได้) 54. นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีซึ่งมิใช่สมาชิกสภาเทศบาลเป็นผู้ช่วยเหลือในการบริหาร ราชการของเทศบาลตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมายได้ตามเกณฑ์ อย่างไร เทศบาลตําบล ให้แต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 2 คน เทศบาลเมือง ให้แต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 3 คน เทศบาลนคร ให้แต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 4 คน 55.นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรี ซึ่งมิใช่สมาชิกสภา เทศบาลได้ เทศบาลตําบลให้แต่งตั้งได้จํานวนรวมกันไม่เกินกี่คน ไม่เกิน 2 คน (มาตรา 48 อัฎฐ) 56. นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรี ซึ่งมิใช่สมาชิกสภา เทศบาลได้ เทศบาลเมืองให้แต่งตั้งได้จํานวนรวมกันไม่เกินกี่คน ไม่เกิน 3 คน (มาตรา 48 อัฎฐ)
  13. 13. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 12 57. นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรี ซึ่งมิใช่สมาชิกสภา เทศบาลได้ เทศบาลนครให้แต่งตั้งได้จํานวนรวมกันไม่เกินกี่คน ไม่เกิน 5 คน (มาตรา 48 อัฎฐ) 58. ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ ให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุม สภาเทศบาลเพื่อให้ นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ ทั้งนี้ ภายในกี่วันนับแต่วันประกาศผล การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 30 วัน (มาตรา 48 ทศ) 59. กรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งประธานสภาเทศบาลและรองประธานสภาเทศบาล หรือสภาเทศบาลถูกยุบ หากมีกรณีที่สําคัญและจําเป็นเร่งด่วนซึ่งปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สําคัญของราชการหรือ ราษฎร ใครจะดําเนินการไปพลางก่อนเท่าที่จําเป็นก็ได้ นายกเทศมนตรี (มาตรา 48 ทศ วรรคสอง) 60. เมื่อได้มีการเลือกประธานสภาเทศบาลแล้วให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้ นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายโดยไม่มีการลงมติภายในกี่วันนับแต่วันที่มีการเลือกประธานสภาเทศบาล 15 วัน (มาตรา 48 ทศ วรรคสอง) 61.การประชุมเพื่อแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีให้กระทําโดยเปิดเผย โดยนายกเทศมนตรีต้องจัดทํา นโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรแจกให้สมาชิกสภาเทศบาลทุกคนที่มาประชุมด้วย หากนายกเทศมนตรีไม่สามารถแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้ นายกเทศมนตรีจัดทํานโยบายแจ้งเป็นหนังสือส่งให้สมาชิกสภาเทศบาลทุกคนภายในกี่วัน โดยให้นําวิธีการ แจ้งคําสั่งทางปกครองเป็นหนังสือตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดย อนุโลม ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่านายกเทศมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลแล้ว ให้นายกเทศมนตรีจัดทํารายงานแสดงผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อสภาเทศบาล เป็นประจําทุกปี คําแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีและรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานให้ประกาศไว้โดย เปิดเผยที่สํานักงานเทศบาลด้วย 7 วัน (มาตรา 48 ทศ วรรคสาม และวรรคสี่) 62.นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี หรือผู้ซึ่งนายกเทศมนตรีมอบหมาย มีสิทธิเข้าประชุมสภาเทศบาล และมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริง ตลอดจนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตนต่อที่ประชุม แต่ไม่มี สิทธิดําเนินการอย่างไร ออกเสียงลงคะแนน (มาตรา 48 เอกาทศ) ***ข้อสอบเคยออกแล้ว** 63.สมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าเท่าใด ของจํานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปราย ทั่วไปในที่ประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในปัญหาอัน เกี่ยวกับการบริหารราชการเทศบาลโดยไม่มีการลงมติ
  14. 14. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 13 1 ใน 3 (มาตรา 48 เอกาทศ) 64. ตามข้อ 63ให้ยื่นต่อประธานสภาเทศบาล และให้ประธานสภาเทศบาลกําหนดวันสําหรับการอภิปราย ทั่วไป ซึ่งต้องไม่เร็วกว่ากี่วันและไม่ช้ากว่ากี่วันนับแต่วันที่ได้รับญัตติแล้วแจ้งให้นายกเทศมนตรีทราบ ไม่เร็วกว่า 5 วันและไม่ช้ากว่า15 วัน (มาตรา 48 วรรคสอง) 65.นายกเทศมนตรีมีอํานาจหน้าที่ อย่างไรบ้าง (1) กําหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไป ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติ และนโยบาย (2) สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของเทศบาล (3) แต่งตั้งและถอดถอนรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี (4) วางระเบียบเพื่อให้งานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย (5) รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัติ (6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น *** (มาตรา 48 ปัญจทศ) ข้อสอบเคยออก ว่าใครเป็นผู้รักษาการเทศบัญญัติ ที่ออกโดยเทศบาล**** 66.นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรีต้องไม่ กระทําการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) ดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เว้นแต่ ตําแหน่งที่ดํารงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย (2) รับเงินหรือประโยชน์ใดๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ นอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงาน ตามปกติ (3) เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่เทศบาลนั้นเป็นคู่สัญญา หรือในกิจการ ที่กระทําให้แก่เทศบาลนั้น หรือที่เทศบาลนั้นจะกระทํา แต่มิให้ใช้บังคับกับกรณีที่บุคคลดังกล่าว ที่ได้รับเบี้ยหวัดบําเหน็จบํานาญหรือเงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และมิให้ใช้บังคับกับกรณีที่บุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งรับเงินตอบ แทนค่าเบี้ยประชุมหรือเงินอื่นใดเนื่องจากการดํารงตําแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภาหรือวุฒิสภาหรือ สภาผู้แทนราษฎรหรือสภาเทศบาลหรือสภาท้องถิ่นอื่น หรือกรรมการที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นโดย ตําแหน่ง 67.นายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (1) ถึงคราวออกตามวาระ (2) ตาย (3) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 48 เบญจ
  15. 15. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 14 (5)กระทําการฝ่าฝืนมาตรา 48 จตุทศ (6)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตําแหน่งตามมาตรา 62 ตรี วรรคห้า หรือมาตรา 73 (7) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก (8)ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจํานวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มา ลงคะแนนเสียง เห็นว่านายกเทศมนตรีไม่สมควรดํารงตําแหน่งต่อไปตามกฎหมายว่าด้วยการ ลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 68.ในระหว่างที่ไม่มีนายกเทศมนตรี ให้ใครปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีเท่าที่จําเป็นได้เป็นการ ชั่วคราวจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล (มาตรา48 ปัญจทศ) *** ข้อสอบเคยออกแล้ว*** 69.เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นนายกเทศมนตรีสิ้นสุดลงตามให้ใครสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว คําวินิจฉัย ของใครให้เป็นที่สุด ผู้ว่าราชการจังหวัด (มาตรา48 ปัญจทศ) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยกรณีตามมาตรามาตรา 48 เบญจ คือดังนี้ (1) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง (2) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหาร ท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา (4)ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รอง ผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อมในสัญญาที่กระทํากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง (4)เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งถูกให้พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากกระทําการ ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยกรณีตามมาตรามาตรา 48 จตุทศ คือดังนี้ (1) ดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เว้นแต่ ตําแหน่งที่ดํารงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย (2) รับเงินหรือประโยชน์ใดๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ นอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงาน ตามปกติ (3) เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่เทศบาลนั้นเป็นคู่สัญญา หรือในกิจการ ที่กระทําให้แก่เทศบาลนั้น หรือที่เทศบาลนั้นจะกระทํา
  16. 16. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 15 70.รองนายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (1) นายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่ง (2)นายกเทศมนตรีมีคําสั่งให้พ้นจากตําแหน่ง (3)ตาย (4)ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี (5) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 48 นว (6) กระทําการฝ่าฝืนตามมาตรา 48 จตุทศ (7) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก (8) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสอบสวนและสั่งให้ออกจากตําแหน่งตามมาตรา 73 ให้นําความใน (1) (2) (3) (4) (5) และ (7) มาใช้บังคับกับการพ้นจากตําแหน่งของที่ปรึกษา นายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรีด้วยโดยอนุโลม ให้นําความในวรรคสามของมาตรา 48 ปัญจทศ มาใช้บังคับกับกรณีของรองนายกเทศมนตรี ที่ ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรีด้วยโดยอนุโลม 71.ใครเป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาลและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงาน เทศบาลและลูกจ้างเทศบาล นายกเทศมนตรี (มาตรา 48 สัตตรส) ** โจทย์เคยโดยมีรองนายกเทศมนตรีด้วย **แต่กฎหมายไม่ ระบุรองนายกเทศมนตรี** ต้องตอบตามกฎหมายน่ะครับ* 72.ใครเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาลรอง จากผู้บริหารสูงสุดของเทศบาล ปลัดเทศบาล (มาตรา 48 เอกูนวีสติ) ** โจทย์อาจไม่ถามว่า นายกเทศมนตรี อาจตั้งเป็นผู้บริหาร สูงสุดของเทศบาล* 73. ในกรณีที่นายกเทศมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกเทศมนตรีตามลําดับที่นายกเทศมนตรี จัดไว้เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองนายกเทศมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ใครเป็น ผู้รักษาราชการแทน ปลัดเทศบาล (มาตรา 48 วีสติวรรคสอง) 73. นายกเทศมนตรีอาจมอบอํานาจให้ใครปฏิบัติราชการแทนได้ โดยให้ทําเป็นหนังสือคําสั่งและประกาศ ให้ประชาชนทราบ ปลัดเทศบาลรองปลัดเทศบาล (มาตรา 48 วีสติวรรคสาม) ***ข้อสอบเคยออกมาแล้ว** ถ้ามอบให้ รองนายกเทศมนตรีกฎหมายไม่ได้ระบุให้ประกาศให้ประชาชนทราบ**** 74. ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ใคร เป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ของพระราชบัญญัติเทศบาล นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี และพนักงานเทศบาล (มาตรา 48 เอกวีสติ) ***ข้อสอบเคย ออกมาแล้ว** ใครไม่เป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ตามพ.ร.บ.เทศบาล ตัวเลือกมี เลขานุการนายกเทศมนตรี และที่ปรึกษานายกเทศมนตรี **ต้องจําน่ะครับ 2 ตําแหน่งนี้ ในพ.ร.บ.นี้
  17. 17. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 16 ไม่ได้ระบุถึง หรือลูกจ้างเทศบาลของเทศบาลก็ไม่ระบุ****ส่วนพนักงานเทศบาล หมายความตั้งแต่ ปลัดเทศบาล และพนักงานเทศบาลที่เป็นข้าราชการทุกระดับ*** 75. ถ้าในเขตเทศบาลใด เห็นเป็นการสมควรให้นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล รอง ปลัดเทศบาล หรือหัวหน้าส่วนราชการในเขตเทศบาลนั้น มีอํานาจเปรียบเทียบคดีละเมิดเทศบัญญัติได้ ให้ ใครประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 48 ทวาวีสติ) 76. เมื่อพ้นกําหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ยกฐานะท้องถิ่นใด เป็นเทศบาล แล้ว ให้นายกเทศมนตรีมีอํานาจหน้าที่อยู่เดียวกับอํานาจหน้าที่ของกํานันผู้ใหญ่บ้าน บรรดาที่บัญญัติไว้ใน กฎหมายว่าด้วยลักษณะท้องที่หรือกฎหมายอื่นทั้งนี้ ให้กําหนดในกฎหมายใด กฎกระทรวง (มาตรา 48 เตวีสติ) 77. เงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษา นายกเทศมนตรี และเลขานุการนายกเทศมนตรี ใช้กฎหมายฉบับใด (ตามมาตรา 48 จตุวีสติ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ) คือ ระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินเดือน เงินค่าตอบแทน และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของ นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล รองประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภา เทศบาล เลขานุการนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และการจ่ายค่าเบี้ยประชุมกรรมการสภา เทศบาล พ.ศ.2554 78. หากเทศบาลแห่งหนึ่งมีรายได้ 1 ล้านบาท ไม่รวมเงินกู้ เงินสะสม และเงินอุดหนุนทุกประเภท นายกมี สิทธิได้รับเงินเดือน เงินค่าตอบแทนประจําตําแหน่ง และเงินค่าตอบแทนพิเศษ รวมต่อเดือนเท่าใด เงินเดือนจํานวน 10,080 บาท เงินค่าตอบแทนจํานวน 2,100 บาท เงินค่าตอบแทนพิเศษ จํานวน 2,100 บาท รวม 14,280 บาทต่อเดือน **ข้อสอบเคยออก การสอบเปลี่ยนสายงาน*** ตามบัญชีอัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินเดือน เงิน ค่าตอบแทน และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล รองประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล เลขานุการ นายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และการจ่ายค่าเบี้ยประชุมกรรมการสภาเทศบาล พ.ศ.2554 **การตั้งงบประมาณของเงินเดือน ค่าตอบแทนของข้าราชการเมือง (นายกฯรองนายกฯ ที่ ปรึกษาฯ เลขานุการฯ สมาชิกสภาฯ) นั้น ใช้ฐานรายได้จริงของปีที่แล้วมา เช่น จะตั้ง งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. 2557 ก็ต้องฐานรายได้รับจริงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 มาเป็นตัวตั้งงบประมาณ
  18. 18. รวบรวมเผยแพรโดย ประพันธ เวารัมย http://pun.fix.gs และ http://valrom2012.fix.gs หนา 17 ไม่ได้ใช้ฐานรายได้จริงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 เนื่องจากตอนตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ผู้บริหารต้องเสนอจัดร่างงบประมาณประจําปี ภายในวันที่ 15 สิงหาคม ของทุกปี ดังนั้นจะใช้ฐานรายได้จริงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มาเป็นฐานคํานวณค่าตอบแทน ผู้บริหารหรือสมาชิกสภา ไม่ได้ เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายปีพ.ศ. 2556 สิ้นปีงบ ในวันที่ 30 กันยายน ครับ *ตัวนี้เคยเป็นคําถาม เช่น จะตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2555 ใช้ฐานรายได้ของปีงบประมาณใด มาตั้งงบประมาณ ต้องตอบ รายได้จริงของปีงบประมาณ พ.ศ. 2553* บัญชีอัตราเงินเดือน และค่าตอบแทน รายได้ ของเทศบาล (ล้านบาท) นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี เงินเดือน (บาท/เดือน) เงินค่า ตอบแทน ประจําตําแหน่ง (บาท/เดือน) เงินค่า ตอบแทน พิเศษ (บาท/เดือน) รวม (บาท/เดือน) เงินเดือน (บาท/เดือน) เงินค่า ตอบแทน ประจําตําแหน่ง (บาท/เดือน) เงินค่า ตอบแทน พิเศษ (บาท/เดือน) รวม (บาท/เดือน) เกิน 300 55,530 10,000 10,000 75,530 30,540 7,500 7,500 45,540 เกิน 100-300 45,000 9,000 9,000 63,000 24,720 6,750 6,750 38,220 เกิน 50-100 30,000 8,000 8,000 46,000 16,500 6,000 6,000 28,500 เกิน 25-50 28,800 6,000 6,000 40,800 15,840 4,500 4,500 24,840 เกิน 10-25 27,600 4,000 4,000 35,600 15,180 3,000 3,000 21,180 เกิน 9-10 19,800 3,000 3,000 25,800 10,880 2,300 2,300 15,480 เกิน 7-9 17,400 2,800 2,800 23,000 9,600 2,100 2,100 13,800 เกิน 5-7 15,600 2,650 2,650 20,900 8,580 1,990 1,990 12,560 เกิน 3-5 13,800 2,500 2,500 18,800 7,560 1,875 1,875 11,310 เกิน 1-3 11,520 2,300 2,300 16,120 6,360 1,725 1,725 9,810 ไม่เกิน 1 10,080 2,100 2,100 14,280 5,520 1,575 1,575 8,670 รายได้ ของเทศบาล (ล้านบาท) เงินค่าตอบแทนรายเดือน (บาท/เดือน) ประธานสภา เทศบาล รองประธาน สภาเทศบาล สมาชิก สภาเทศบาล เลขานุการ นายกเทศมนตรี ที่ปรึกษา นายกเทศมนตรี เกิน 300 30,540 24,990 19,440 19,440 13,880 เกิน 100-300 24,720 20,250 15,750 15,750 11,250 เกิน 50-100 16,500 13,500 10,500 10,500 7,500 เกิน 25-50 15,840 12,960 10,080 10,080 7,200 เกิน 10-25 15,180 12,420 9,660 9,660 6,900 เกิน 9-10 10,880 8,900 7,080 7,080 4,950 เกิน 7-9 9,600 7,860 6,080 6,080 4,340

×