Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Opportunity Thailand - เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

325 views

Published on

ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเศรษฐกิจในทวีปเอเชีย จากเหนือสู่ใต้ ตั้งแต่จีนลงสู่อินโดนีเซีย ไปจนถึงเขตโอเชียเนีย จากตะวันออกมายังตะวันตก ตั้งแต่เวียดนามข้ามไปจนถึงเมียนมาร์ และ
เป็นจุดยุทธศาสตร์ของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในด้านการผลิต การค้า การส่งออก และการขนส่ง ทั้งยังอยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของการลงทุนในอาเซียน เพื่อเชื่อมเอเชียและเชื่อมโลก

Published in: Business
  • Be the first to comment

Opportunity Thailand - เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

  1. 1. กรุงเทพมหานคร มอเตอรเวย 35,300 ลานบาท รถไฟความเร็วสูง 158,000 ลานบาท เมืองใหม 400,000 ลานบาท สนามบินอูตะเภา 215,000 ลานบาท ทาเรือมาบตาพุด 10,150 ลานบาท รถไฟรางคู 64,300 ลานบาท ทาเรือแหลมฉบัง 35,300 ลานบาท ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง อุตสาหกรรม 500,000 ลานบาท ทองเที่ยว 200,000 ลานบาท เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 555 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0 2553 8111 โทรสาร 0 2553 8315 Website: www.boi.go.th E-mail: head@boi.go.th ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน www.boi.go.th การพัฒนาพื้นที่ EEC รัฐบาลมีนโยบายในการสร้าง ศูนย์กลางการพัฒนาที่มีพลัง และศักยภาพสูง โดยเริ่มจาก พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) บนพื้นที่กว่า 13,000 ตาราง กิโลเมตร ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่น�ำร่อง รัฐบาลมีนโยบายที่จะเร่งพัฒนาความพร้อม ในทุกด้านเพื่อรองรับการลงทุนและการขยาย ตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งด้านสาธารณูปโภค ระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ และการอ�ำนวยความสะดวกในรูปแบบ One Stop Service เพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจให้มีความ สะดวกรวดเร็วที่สุด โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้พื้นที่ EEC เป็นมหานครแห่งอนาคต เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การขนส่งของภูมิภาค เป็นประตูสู่เอเชีย และเป็นเขต เศรษฐกิจพิเศษที่ส�ำคัญที่สุด เพียบพร้อมที่สุด และ ทันสมัยที่สุดในเอเชีย โดยพื้นที่ EEC มีความโดดเด่น ดังนี้ - เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรม ปิโตรเคมีที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของเอเชีย และ เป็นฐานการผลิตยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส�ำคัญของโลก - มีท่าเรือน�้ำลึก สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ทันสมัย - เป็นแหล่งบุคลากรและแรงงานที่มีทักษะสูง - เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบครบวงจรชั้นน�ำของภูมิภาค การพัฒนาเครื่องมือส่งเสริม การลงทุนใหม่ รัฐบาลได้พัฒนาเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศส�ำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไข กฎหมายเพื่อเพิ่มเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ ที่จะท�ำให้การดึงดูดการลงทุนที่มีคุณค่าสูง เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะ การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูง หรือมีการวิจัยและพัฒนาที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 15 ปี การสนับสนุนเงินทุน (Grants) จากกองทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศส�ำหรับ อุตสาหกรรมเป้าหมายในวงเงิน 10,000 ล้านบาท เป็นต้น Thailand 4.0 - โอกาสใหม่ส�ำหรับทุกคน จากทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อน ประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 โดยการปฏิรูปโครงสร้าง เศรษฐกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ผ่านมาตรการดึงดูดการลงทุนใน อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนการส่งเสริมให้ประเทศ เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนของภูมิภาค ถือว่า เป็นการพลิกโฉมประเทศไทยครั้งใหญ่ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ลดความ เหลื่อมล�้ำในสังคม สามารถสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคม แห่งอนาคต ท�ำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งรองรับการลงทุน ชั้นน�ำและเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง การอ�ำนวยความสะดวก ในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) รัฐบาลให้ความส�ำคัญกับการยกร่างกฎหมายและแก้ไข กฎระเบียบ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ของภาครัฐที่เป็น อุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ ตั้งแต่กระบวนการจัดตั้ง ธุรกิจ เช่น การลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจดทะเบียน บริษัท การขออนุมัติและอนุญาตต่างๆ การช�ำระภาษีอากร ทุกประเภท รวมทั้งการอ�ำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและ ใบอนุญาตท�ำงาน ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ การเตรียมพร้อมด้านก�ำลังคน รัฐบาลมุ่งเตรียมความพร้อมด้านก�ำลังคนเพื่อรองรับ อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ Thailand 4.0 ทั้ง การเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในประเทศให้เป็น ก�ำลังส�ำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต โดย คาดว่าในปี 2560 จะมีผู้จบการศึกษาและเข้าสู่ตลาด แรงงานในระดับอาชีวะประมาณ 140,000 คน และระดับ ปริญญาตรีประมาณ 400,000 คน ในแต่ละปีมีผู้ส�ำเร็จ การศึกษาในระดับอาชีวะและอุดมศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างน้อย 250,000 คน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการอ�ำนวยความสะดวกเพื่อ ดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีทักษะสูง (Talents) จากต่างประเทศในสาขาที่ขาดแคลนมาเป็น ก�ำลังเสริมในการช่วยกันพัฒนาประเทศด้วย วันนี้เป็นเวลาแห่งโอกาส การปรับเปลี่ยนประเทศไทยสู่ Thailand 4.0 ผ่านกลไก “ประชารัฐ”ครั้งนี้ จะน�ำมาซึ่ง “โอกาสทางธุรกิจ” (Opportunity Thailand) อย่าง มากมาย ปี 2560 นี้จะเป็นปีแห่งการลงทุนขนาดใหญ่ ส�ำหรับอนาคต การขับเคลื่อนโครงการส�ำคัญนี้จะเป็นหัวใจ และรากฐานของการก้าวสู่ความเป็น Thailand 4.0 จึงขอ เชิญชวนนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมเป็นหุ้นส่วน (Strategic Partnership) ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ครั้งนี้ (Transforming Thailand : Partnering for the Future)
  2. 2. อุตสาหกรรมยานยนตอิเล็กทรอนิกส อุตสาหกรรมปโตรเคมี การแพทยครบวงจร อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ และหุนยนต อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมชีวภาพ การทองเที่ยวอุตสาหกรรมเกษตร และอาหาร ดิจิทัล AEC เนนภาคการผลิต สินคาเปนหลัก การผลิตสินคา “โภคภัณฑ” ขับเคลื่อนดวยทุนมนุษย เทคโนโลยี นวัตกรรมและ ความคิดสรางสรรค สินคาเชิง “นวัตกรรม” ที่สรางมูลคาเพิ่มไดสูง เพิ่มบทบาทของภาคบริการ ที่มีมูลคาเพิ่มสูงใหมากขึ้น ขับเคลื่อนประเทศ ดวยเงินทุนและ ทุนทางกายภาพ Biotech Bio-Med Mechatronics Embeded Technology Service Design & Technology (Bio Diversity & Cultural Diversity) ให้เป็น “ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน” (Competitive Advantage) โดยการเติมเต็มด้วย “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์” ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะเป็นฐานส�ำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะ ขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะ 5 เทคโนโลยี หลัก ได้แก่ ขอเน้นย�้ำว่า นี่ไม่ใช่การทิ้งอุตสาหกรรมเดิมและกระโจน เข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อสร้าง การเติบโตที่สมดุล (Balanced Growth) เพื่อพัฒนา ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างค่อยเป็นค่อยไป เกื้อกูลส่งเสริมกัน และก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง ทั้งนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจมีการขยายตัว และประชาชนมี สภาพความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ปี 2560 นี้ถือเป็นห้วงเวลาส�ำคัญยิ่งของประเทศไทย ภายใต้ภาวะความเปลี่ยนแปลงของหลายประเทศในเวทีโลก และภูมิภาค รัฐบาลไทยจึงเล็งเห็นถึงความจ�ำเป็นและโอกาส ที่จะปรับเปลี่ยนและปฏิรูปการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในหลายมิติ โดยรัฐบาลได้ก�ำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่ง โอกาส (Opportunity Thailand) กล่าวคือ เป็นปีแห่ง การลงทุน เพื่อวางรากฐานของความมั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน ส�ำหรับทุกภาคส่วนในอนาคต เอเชีย หัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก Opportunity Thailand ได้ถูกก�ำหนดขึ้นในบริบท ที่ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียเป็นผู้น�ำทางเศรษฐกิจและ เป็นหัวรถจักรส�ำคัญในการขับเคลื่อนโลก ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเงิน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในหลายๆด้าน โดยมีประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ อินเดีย รวมทั้งอาเซียนเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนดังกล่าว ด้วยประชากรรวมของเอเชียกว่า 3.5 พันล้านคน และ GDP คิดเป็น 32% ของ GDP โลก ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อกับ กลุ่มเศรษฐกิจในทวีปเอเชีย จากเหนือสู่ใต้ ตั้งแต่จีนลง สู่อินโดนีเซีย ไปจนถึงเขตโอเชียเนีย จากตะวันออกมายัง ตะวันตก ตั้งแต่เวียดนามข้ามไปจนถึงเมียนมาร์ และ เป็นจุดยุทธศาสตร์ของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในด้านการผลิต การค้า การส่งออก และ การขนส่ง ทั้งยังอยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) ที่ก�ำลังเติบโต อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงเป็นต�ำแหน่งที่ดีที่สุดของ การลงทุนในอาเซียน เพื่อเชื่อมเอเชียและเชื่อมโลก ยุทธศาสตร์ส�ำคัญ ภายใต้การน�ำของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ การปฏิรูปประเทศเพื่อพัฒนาไปสู่ “ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความยั่งยืน” ตามแนวทาง Thailand 4.0 ด้วยการสร้างคนและความเข้มแข็ง ด้านเทคโนโลยีไปพร้อมๆกับการยกระดับโครงสร้าง พื้นฐาน ปฏิรูปกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และขับเคลื่อน การลงทุนที่มุ่งสร้างฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนของประเทศ ในระยะยาว Thailand 4.0 เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่จะน�ำพาประเทศไทย ให้หลุดพ้นจาก 3 กับดักดังกล่าว พร้อมๆกับเปลี่ยนผ่าน (Transform) ประเทศไทยไปสู่ “ประเทศในโลกที่หนึ่ง” ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยเป็น “เศรษฐกิจ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” (Innovation-driven Economy) ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้วางไว้ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Local Economy) ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงกับประชาคมโลก สร้างเศรษฐกิจที่มีความสมดุลตามแนวคิด “หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยขับเคลื่อนผ่านกลไก “ประชารัฐ” คือ การบูรณาการความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมท�ำ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 รัฐบาล ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 3 มิติ ส�ำคัญ คือ นวัตกรรม หัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ Thailand 4.0 จึงเป็นการพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทาง เศรษฐกิจชุดใหม่” (New Engines of Growth) ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนคือ การยกระดับอุตสาหกรรมที่เรามีพื้นฐาน ดีอยู่แล้ว ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย นวัตกรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน 5 กลุ่ม อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรม เกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี พร้อมๆกับการสร้างอุตสาหกรรม ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม อีก 5 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและ หุ่นยนต์ อากาศยาน ดิจิทัล อุตสาหกรรม ชีวภาพ และการแพทย์ครบวงจร ด้วยการแปลง “ความได้เปรียบเชิง เปรียบเทียบ” (Comparative Advantage) ของประเทศที่มีอยู่ 2 ด้าน คือ ความหลากหลายเชิงชีวภาพและ ความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม Thailand 4.0 จึงเป็นการถักทอเชื่อมโยงเทคโนโลยีหลัก ที่เป็นต้นน�้ำเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม เป้าหมายที่อยู่กลางน�้ำ และ Startups หรือ SMEs ต่างๆ ที่อยู่ปลายน�้ำ โดยมีเป้าหมายการขับเคลื่อนกลุ่มเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายในระยะ เวลา 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการพัฒนา “ศักยภาพ” และสร้าง “โอกาส” ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน อย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรม กลไกพลิกโฉมประเทศไทย สู่ Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Thailand 4.0” ให้ ประสบความส�ำเร็จ รัฐบาลได้ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ภาควิชาการ และภาคประชาชน ด�ำเนินการพัฒนาแนวความคิด ยุทธศาสตร์การพัฒนา และการขับเคลื่อนทุกมิติหลัก อาทิ การลงทุน การสร้างคน การศึกษาและการส่งเสริม นวัตกรรม ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้าน Logistics รัฐบาลเร่งการลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง ทั้งการขนส่งสินค้าและ ขนส่งมวลชน เช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนในกรุงเทพฯ และรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพฯ กับ เมืองบริวาร การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง การสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ- เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน การขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์ การพัฒนาท่าเรือ แหลมฉบัง การปรับปรุงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ- ดอนเมือง-อู่ตะเภา เป็นต้น เพื่อรองรับการเชื่อมโยง ภายในอนุภูมิภาคและภูมิภาคอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง East-West และ North-South Economic Corridor ซึ่งนอกจากจะท�ำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง การค้า การลงทุน และการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่พื้นที่ต่างๆ ภายในประเทศด้วย Thailand 4.0 เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนโมเดล เศรษฐกิจมาหลายครั้ง โดยเริ่มจาก “Thailand 1.0” ที่เน้นภาคเกษตรกรรม ไปสู่ “Thailand 2.0” ที่เน้น อุตสาหกรรมเบา โดยใช้ประโยชน์จากค่าจ้างแรงงาน ราคาถูกและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มุ่งเน้น การผลิตเพื่อทดแทนการน�ำเข้าเป็นส�ำคัญ จากนั้น ประเทศไทยได้ก้าวสู่ “Thailand 3.0” ในปัจจุบัน ที่เน้นอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยดึงดูด การลงทุนจากต่างประเทศเพื่อให้มาใช้ประเทศไทยเป็นฐาน การผลิตเพื่อส่งออกไปตลาดโลก อย่างไรก็ดี ภายใต้ “Thailand 3.0” นั้น แม้จะท�ำให้ ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญ กับดักส�ำคัญที่ไม่อาจน�ำพาประเทศพัฒนาไปมากกว่านี้ คือ “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง”“กับดักความเหลื่อมล�้ำ ของความมั่งคั่ง” และ “กับดักความไม่สมดุลในการพัฒนา” กับดักเหล่านี้เป็นประเด็นท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบัน จึงน�ำไปสู่การที่รัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงความจ�ำเป็น ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อก้าวข้าม “Thailand 3.0” ไปสู่ “Thailand 4.0” การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้าน Digital รัฐบาลมุ่งส่งเสริมและวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นปัจจัยส�ำคัญที่สนับสนุนให้ทุกภาคเศรษฐกิจ ก้าวหน้าไปได้ทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้ ซึ่งครอบคลุมทั้งการผลิตผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม รวมถึง การใช้ดิจิทัลรองรับภาคอุตสาหกรรมและการให้บริการของ ภาคธุรกิจการเงินและธุรกิจบริการอื่นๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการลงทุนเพื่อยกระดับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนา นวัตกรรม และธุรกิจ e-Commerce นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจังหวัด เจ้าของพื้นที่ เพื่อการพัฒนาเมืองโดยน�ำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนทั้ง ด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวและ เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยในระยะแรก ได้ก�ำหนด พื้นที่เป้าหมายส�ำหรับพัฒนาเป็น Smart City 3 จังหวัด คือ จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น อีกทั้งยังมีแนวคิดในการพัฒนาเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล (Digital Park Thailand) ที่อ�ำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างสรรค์งาน ด้านดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ อาทิ Application, Data Center และนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต (IoT) เป็นต้น เพื่อให้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านดิจิทัลและ เป็นชุมชนด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย รัฐบาลได้ก�ำหนดนโยบายส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและ การพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นฐาน อุตสาหกรรมอนาคต ผ่านกลไกประชารัฐ ทั้ง การยกระดับอุตสาหกรรมเดิมที่ประเทศไทยมีพื้นฐาน ดีอยู่แล้ว ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี นอกจากนี้ ยังต้อง เร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะเป็น New Growth Engines ของประเทศ ให้เกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก 5 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อากาศยาน ดิจิทัล อุตสาหกรรมชีวภาพ และการแพทย์ครบวงจร

×