จากเว็ป1.0ถึง3.0

648 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

จากเว็ป1.0ถึง3.0

  1. 1. จากเว็บ 1.0 สู่เว็บ 3.0<br />
  2. 2. Web 1.0<br />เจ้าของเว็บเป็นผู้สร้างระบบและเนื้อหาบนเว็บ ผู้เข้าชม อ่านอย่างเดียว<br />
  3. 3. Web 2.0<br />เจ้าของเว็บสร้างระบบและเนื้อหาบนเว็บ ผู้เข้าชมสร้างเนื้อหาบนระบบเดียวกับเจ้าของเว็บแล้วให้ผู้ชมอื่นๆ ได้ดูต่อ จนเป็นที่มาของ Social Network<br />
  4. 4. ภาพจาก socialcomputingmagazine.com<br />
  5. 5. ภาพจาก http://kruthaipy1.ning.com/forum/topics/3-web-10-web-20<br />
  6. 6. Web 3.0<br />เราสามารถปรับแต่งแก้ไขข้อมูล หรือระบบได้เองอย่างอิสระมากขึ้น<br /> หรือจากที่เจอแต่ข้อความน่าเบื่อ เราก็สามารถเจอข้อมูลอิ่น โดยไม่จำเป็นต้องเป็น ข้อความเสมอไป<br />
  7. 7. 1. Artificial intelligence (AI) = ปัญญาประดิษฐ์<br />อันจะเอามาเป็นเครื่องมือ ที่ช่วยคาดเดาพฤติกรรม วิเคราะห์ความต้องการของมนุษย์ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลนั้นมา ระบบก็จะให้ในสิ่งนั้นๆ ที่ต้องการ และแสดงข้อมูลออกมาได้อย่างตรงใจ<br />ภาพจาก http://predictionboy.blogspot.com/2007/08/what-ai-will-really-be-like.html<br />
  8. 8. 2.Semantic Web and SOA (Service-oriented architecture)<br />(Service-oriented architecture)เป็นระบบที่เชื่อมข้อมูลต่างๆ ให้สัมพันธ์กัน ซึ่งจะทำให้ระบบฐานข้อมูลมีขนาดมหาศาล<br />
  9. 9. ไม่เฉพาะแค่ตัวอักษรเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงข้อมูลรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง ที่เราสามารถค้นหาได้โดยไม่ต้องพึ่งการค้นหาโดยพิมพ์ keywordแบบเก่าๆ เช่น ต้องการเพลงที่มีทำนองแบบนี้ ก็เอาเพลงไปค้นหา แล้วมันก็จะแสดงเพลงที่มีทำนองเดียวกัน หรือลักษณ์ใกล้กันออกมา<br />
  10. 10. ภาพจาก http://carpetics.blogspot.com/<br />
  11. 11.
  12. 12. 3. 3D หรือ Web3D Consortium<br />ปกติเราเห็นเว็บเป็นหน้าเรียบๆ แบบ 2 มิติ แต่ใน Web 3.0อาจจะได้เห็น 3 มิติ กันแล้วครับ เช่น ต้องการซื้อของเราก็ให้ตัวเราในเว็บที่เป็น 3Dเดินเข้าร้านไปซื้อของในร้านค้าโลกออนไลน์ โดยระหว่างซื้อก็สามารถสนทนาถึงเรื่องสินค้าและร้านนั้นได้<br />
  13. 13. ภาพจาก http://news.hiperia3d.com/2008/07/20-technologies-for-3d-worlds-on-web.html<br />
  14. 14. 4. Composite applications<br />เป็นการผสมผสาน Applicationหรือโปรแกรม หรือบริการต่างๆ ของเว็บ ที่มาจากแหล่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานนั้นเอง<br />ภาพจาก http://www.infoq.com/articles/soa-at-safeco<br />
  15. 15. 5.Metadata (data about data)<br />แปลงตรงตัว ก็คือ การอธิบายข้อมูลด้วยข้อมูล โดยมันจะทำการคำนวนว่าข้อมูลที่เราใช้งานอยู่มีข้อมูลใดสัมพันธ์กันบ้างที่สามารถอธิบายข้อมูลตัวมันเองได้ เช่น เราดูข้อมูลของ Tosdnมันก็จะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันคือ php, asp,  <br />
  16. 16. ภาพจาก http://www.esri.com/news/arcuser/0402/metadata1of2.html<br />
  17. 17. นิยามของ web 4.0 <br />
  18. 18. สิทธิภาพ คูวัฒนากุล<br />เป็น learning web ซึ่งก็คือโลกของการเรียนรู้บนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น คือแทนที่จะต้องสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามโปรแกรมต่าง ๆ แต่ด้วย web 4.0 นี้คอมพิวเตอร์จะปรับตัวให้เข้ากับการใช้งานของผู้ใช้ โดยweb 4.0 จะทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้น และหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น<br />
  19. 19. สุรีกานต์ ทุมศรีมา<br />เป็นแนวคิดของ Web ที่พัฒนาต่อจาก Web 3.0 <br /> โดยหัวใจของมันก็คือเรื่องของ Adaptable หรือความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกและได้รับข้อมูลที่พวกเขาต้องการมากที่สุดโดยประยุกต์ใช้รูปแบบพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นตัวค้นหา อีกทั้งยังเป็นเว็บที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองว่าผู้บริโภคชอบไม่ชอบอะไรในเว็บ หากชอบฟังค์ชันการทำงานนั้นก็จะปรับตัวให้ดียิ่งขึ้นและสร้างความเกี่ยวพันกับการใช้งานของผู้บริโภคมากขึ้น แต่ถ้าหากไม่ชอบฟังค์ชันการทำงานนั้นๆจะค่อยหายไปจนไม่โผล่มากวนใจอีกเลย<br />
  20. 20. เดชชาติ สินสถิตย์<br />คือ Learning Web โลกของการเรียนรู้บนสิ่งที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น กับ<br />เทคโนโลยีที่ก้าวไปพร้อมกัน web 4.0 นั้นมันจะเรียนรู้ได้ด้วยตัวมันเองและ<br />พัฒนาจาก web 3.0 ให้มีมากกว่า การสื่อสาร,การคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตรรกวิทยา,<br />โครงสร้างของการศึกษาการดำรงค์อยู่ของมนุษย์ ที่บ้างทีเราอาจจะมีปัญหากับ<br />ความเป้นส่วนตัว ของความที่มันฉลาดจะคิดแท่นเราได้ และ<br />มันก้ยังห่างไกลเราอยู่ประมาณ 10-15 ปี<br />
  21. 21. อ้างอิง<br />http://tatrionline.blogspot.com/2007/11/web-30-web-40-100.html<br />
  22. 22. ผู้จัดทำ<br />ปรีณาภา ปัญญาพวก ม.6/13 เลขที่ 52<br />

×