สอบตำรวจ

1,470 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,470
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
20
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สอบตำรวจ

  1. 1. ระเบียบการทั่วไปของผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของสานักงานตารวจแห่งชาติ พื้นความรู้และคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสานักงานตารวจเเห่งชาติ ผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสานักงานตารวจเเห่งชาติต้องมีพื้นฐานความรู้ และคุณสมบัติ ต่อไปนี้ 1.สาเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า 2.อายุไม่ต่ากว่า 14 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 17 ปีบริบูรณ์ ในปีที่จะเข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร การนับอายุให้นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร 3.มีสัญชาติไทยโดยกาเนิด เเละบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกาเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร นายตารวจสัญญาบัตรหรือ นายทหารชั้นประทวน นายตารวจชั้นประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกาเนิดเเล้ว มารดาจะมิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยกาเนิดก็ได้ 4.มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดของร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหารหรือตารวจ ไม่เป็นโรคตามที่กาหนดไว้ในกฎกระทรวงตามความในกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหารและกฎกระทรวงออกตามความในกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการตารวจ ตามที่กองบัญชาการทหารสูงสุดกาหนดรายละเอียดไว้ในผนวกท้ายระเบียบ ( รายละเอียดตามผนวก ก ) 5.เป็นชายโสด ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียทางเพศ หรือติดต่อ ได้เสียกับหญิง ถึงขั้นที่จะถือว่าเป็นผู้มีภรรยา 6.เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี มีอุดมการณ์ เลื่อมใสในระบอบการปกครองเเบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตริย์เป็นประมุข และมีผู้ปกครองดูเเลความประพฤติ 7.ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย 8.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องหาหรือจาเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องโทษจาคุกตามคาพิพากษาคดีถึงที่สุด เว้นเเต่ ความผิดที่กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 9.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ หรือหนีราชการ 10.ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน หรือถูกปลดออกเพราะความผิด หรือถูกไล่ออกจากราชการ 11.ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีให้โทษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 12.บิดามารดาและผู้ปกครองเป็นผู้มีอาชีพสุจริตอันชอบธรรม หรือมีหลักฐานเชื่อถือได้ 13.เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา และผู้ปกครองให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 14.ต้องมีผู้ปกครองหรือผู้รับรองซึ่งสามารถรับรองข้อความเเละพันธกรณีตามที่กองบัญชาการทหารสูงสุดกาหนดไว้ 15.ต้องไม่มีพันธกรณีผูกพันกับองค์กรของรัฐบาลหรือเอกชน อันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา 16.ไม่เป็นผู้ที่เคยทุจริตในการสมัครหรือในการสอบคัดเลือกมาเเล้ว 17.พื้นความรู้และคุณสมบัติดังกล่าวนี้ แม้ปรากฏว่าเป็นความเท็จภายหลังที่เข้ารับนักเรียนเตรียมทหารเเล้วก็ตามจะต้องออกจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหารทันที
  2. 2. ผู้ไม่มีสิทธิสมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 1.ไม่มีคุณสมบัติ และลักษณะครบถ้วนตามที่ระบุข้างต้น 2.ผู้ที่เคยถูกถอนทะเบียนออกจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ผู้สมัครที่มีสิทธิได้รับคะเเนนเพิ่มพิเศษ 1.บุตรของข้าราชการตารวจ หรือราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มีเวลารับราชการดังต่อไปนี้ให้ได้รับคะเเนนเพิ่มตามลาดับ 1.1 รับราชการไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือได้รับพระราชทานเหรียญจักรมาลา เพิ่มให้ร้อยละ 4 ของคะเเนนเต็ม 1.2 รับราชการไม่น้อยกว่า 10 ปี เพิ่มให้ร้อยละ 3 ของคะเเนนเต็ม 1.3 รับราชการไม่ถึง 10 ปี เพิ่มให้ร้อยละ 2 ของคะเเนนเต็ม ระยะเวลารับราชการ ให้นับตั้งเเต่วันเข้ารับราชการถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ของปีรับสมัคร 2.บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในระหว่างเวลามีการรบ หรือสงคราม หรือมีการปราบจลาจล หรือในระหว่างเวลาที่มีพระบรมราชโองการประกาศกฎอัยการศึก หรือมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในระหว่างเวลาที่สั่งให้เป็นนักดาเรือดาน้า ซึ่งมีสิทธิได้รับเวลาราชการทวีคูณตามกฎหมาย ว่าด้วยบาเหน็จบานานข้าราชการ เพิ่มให้ร้อยล่ะ 3 ของคะเเนนเต็ม บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับทหาร ระหว่างเวลาที่มีการซ้อมรบหรือการสงคราม หรือมีการปราบจลาตลหรือในระหว่างเวลาที่มีพระบรมราชโองการประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือ มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน หรือในระหว่างเวลาที่สั่งให้เป็นนักดาเรือดาน้าหรือปฏิบัติหน้าที่สารวจจัดทาหลักเขตเเดนระหว่างประเทศ ซึงมีสิทธิได้รับเวลาราชการทวีคูณตามกฎหมาย ว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการเพิ่มให้ร้อยละ 5 ของคะเเนนเต็ม พลเรือนหรือบุตรของพลเรือน ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับทหารในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจากภัยคุกคามภายนอกและภายในประเทศ เพิ่มให้ร้อยละ 5 ของคะเเนนเต็ม 3.บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนกงานราชการ หรือลูกจ้างซึ่งต้องประสบภัยทุพลภาพในขณะปฏิบัติราชการในหน้าที่ตามปกติ หรือประทุษร้ายเพราะเหตุการกระทาการตามหน้าที่ หรือต้องบาดเจ็บถึงตายเพราะเหตุนั้นซึ่งได้รับบาเหน็จบานาญพิเศษตามกฎหมาย ว่าด้วยบาเหน็จบานาญขข้าราชการ หรือได้รับเงินค่าทาขวัญ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยคนงาน หรือได้รับบาเหน็จพิเศษ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบาเหน็จลูกจ้าง เพิ่มร้อยละ 6 ของคะเเนนเต็ม บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายถึงทพพลภาพในขณะปิบัติราชการในหน้าที่ทางยุทธการ หรือถูกประทุษร้าย เพราะเหตุกระทาการตามหน้าที่ ตามข้อ 4.2 หรือต้องบาดเจ็บถึงตายเพราะเหตุนั้นซึ่งได้รับบาเหน็จบานาญพิเศษ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการบาเหน็จบานาญข้าราชการหรือได้รับเงินค่าทาขัวญ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยคนงานหรือ
  3. 3. ได้รับบาเหน็จพิเศาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบานาญลูกจ้าง หรือบุตรของผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี หรือเหรียญ หรือเข็มกล้าหาญ เพิ่มร้อยละ 10 ของคะเเนนเต็ม 4.บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามโจรผู้ร้ายจนถึงแก่ทุพพลภาพหรือถึงเเก่ชีวิต หรือผู้ที่ได้ช่วยเหลือราชการในการปราบปรามโจรผู้ร้ายจนถึงเเก่ทุพพลภาพหรือถึงเเก่ชีวิต ซึ่งได้รับรองจจากสานักงานตารวจเเห่งชาติ เพิ่มให้ร้อยละ 10 ของคะเเนนเต็ม การเพิ่มคะเเนนพิเศษ ตามข้อ 4.1 และ 4.2 ให้เพิ่มคะเเนนหลังจากสอบผ่านภาควิชาการ การเพิ่มคะเเเนนพิเศษ ตามข้อ 4.3 และ 4.4 ให้เพิ่มคะเเนนพิเศษในภาควิชาการเท่านั้น กรณีผู้ได้รับสิทธิการเพิ่มคะเเนนพิเศษหลายกรณีให้เพิ่มเฉพาะกรณีที่ได้คะเเนนมากที่สุดเพียงกรณีเดียว (การพิจารณาให้สิทธิพิเศษตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตารวจไม่เกี่ยวกับคดี ) การสอบคัดเลือก การสอบคัดเลือกกระทาเป็นสองรอบ ดังนี้ 1.การสอบรอบเเรก เป็นการสอบข้อเขียน วิชาที่สอบ ได้เเก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยเเละสังคมศึกษา ขอบเขตที่สอบเนื้อหาวิชาครอบคลุทความรู้ระดัย ช่วงชั้นที่ 3(มัธยมศึกษาปีที่ 1-3) ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ มีรายละเอียดดังนี้ 1.1 วิชาวิทยาศาสตร์ (คะเเเนนเต็ม 200 คะเเนน) 1.2 วิชาคณิตศาสตร์ (คะเเเนนเต็ม 200 คะเเนน) 1.3 วิชาภาษาอังกฤษ (คะเเเนนเต็ม 150 คะเเนน) 1.4 วิชาภาษาไทยและวิชาสังคมศึกษา (คะเเเนนเต็ม 150 คะเเนน) โรงเรียนนายร้อยตารวจ จะคัดเลือกผู้ที่สอบข้อเขียนผ่าน โดยคัดเลือกจากผู้ที่ได้คะเเนนข้อเขียนสูงสุดลงมาตามลาดับไว้จานวนหนึ่งแล้วประกาศรายชื่อเพื่อให้เข้าสอบรอบสองต่อไป 2.การสอบรอบสอง เป็นการตรวจสอบร่างกาย ตรวจสอบประวัติ สอบพลศึกษา สอบสัมภาษณ์ และวัดขนาดร่างกายมีรายละเอียดดังนี้ 2.1 การตรวจร่างกายและการตรวจสอบประวัติ ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตารวจ ตามวัน เวลาที่จะประกาศให้ทราบ ผู้ไม่ไปรับการตรวจร่างกายถือว่าสละสิทธิ ผลการตรวจร่างกายถือความเห็นของคณะกรรมการเเพทย์จากโรงพยาบาลตารวจ ที่สานักงานตารวจเเห่งชาติตั้งเเต่เป็นเด็ดขาด ไม่รับพิจารณาผลการตรวจร่างกายที่ผู้สมัครได้รับการตรวจหรือได้รับใบรับรองผลการการตรวจโรคจากที่อื่นมาเเสดง นอกจากการตรวจร่างกายแล้วจะมีการฉาย X-RAY ตรวจโลหิด ตรวจปัสสาวะและอื่นๆ ผู้สมัครจะต้องชาระค่าตรวจร่างกายตามที่คณะกรรมการเเพทย์กาหนด ในกรณีที่เเพทย์ต้องตรวจพิเศษ นอกเหนือจากการตรวจธรรมดาผู้รับการตรวจ จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ในวันตรวจร่างกายจะทาการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้สมัคร เพื่อตรวจสอบประวัติไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรสานักงานตารวจเเห่งชาติ และยังต้องไปตรวจสอบไปยังสถานีตารวจ
  4. 4. ท้องที่ที่ผู้สมัครมีภูมิลาเนาอยู่อีกทางหนึ่งด้วยหากผู้ใดมีประวัติถูกลงโทษหรือมีความประพฤติไม่ดีตามกาหนดไว้ในเรื่องคุณสมบัติ จะถูกตัดสิทธิไม่ให้เป็นผู้สอบคัดเลือกได้ คาเตือน 1.ในตอนเช้าวันตรวจร่างกาย ไม่ควรรับประทานอาหารหวานจัด เพราะอาจทาให้ตรวจพบน้าตาลในปัสสาวะ 2.ก่อนตรวจร่างกายห้ามรับประทานยาแก้ไอทุกชนิด หรือยากระตุ้นกาลัง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกทางหัวใจและหลอดเลือดได้ 3.ห้ามผู้สมัครใส่ CONTACT-LENS ไปตรวจสายตา การสอบพลศึกษาเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มีคะเเนนเต็มรวม 50 คะเเนน คะเเนนที่จะได้ลดหลั่นกันลงมาตามลาดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทดสอบเเต่ละประเภทที่ผู้สอบปฏิบัติได้สาเร็จหรือจานวนครั้งที่ปฏิบัติ สาหรับผู้ที่ได้คะเเนนรวมจาการทดสอบทุกประเภทต่ากว่า 20 คะเเนน หรือว่ายน้า 50 เมตร หรือวิ่ง 1000 เมตร ไม่ถึงเวลาไม่ได้ตามที่กาหนดถือว่าสอบตกให้คัดออก (คะเเเนนผลการสอบพลศึกษาจะไม่นาไปรวมกับคะเเนนการสอบข้อเขียน ) ผู้เข้าสอบจะต้องทาการสอบให้ครบทุกประเภท ถ้าขาดสอบประเภทใดประเภทหนึ่ง ถือว่าสอบตกและจะตัดสิทธิไม่รับเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยไม่คานึงถึงคะเเนนสอบข้อเขียน ประเภทที่สอบและเกณฑ์การให้คะเเนนดังนี้ 1. ดึงข้อราวเดี่ยว ท่าเตรียม ให้ผู้ทดสอบจับข้อราวเดี่ยวแบบคว่าการอบ ปล่อยตัวให้ตรงจนเเขน ลาตัว และขาเหยียดตรง ท่าปฏิบัติ ให้ผู้ทดสอบทาท่าต่อจากท่าเตรียม โดยงอเเขนดึงตัวขึ้นจนคางอยู่เหนือราว แล้วปล่อยตัวลงสู่ท่าเตรียมกระทาติดต่อกันให้ได้จานวนครั้งมากที่สุด ห้ามเเกว่งเท้าหรือเตะขา หรือหยุดพักระหว่างครั้งนานเกินกว่า 3-4 วินาที หรือไม่สามารถดึงขึ้นพ้นราวได้ 2 ครั้งติดต่อกัน หรือดึงไม่พ้น ให้หยุดการทดสอบ ถ้าทาได้ 16 ครั้ง จะได้คะเเนนเต็ม 2. ลุกนั่ง 30 วินาที ท่าเตรียม ผู้ทดสอบนอนหงาย เข่าทั้งสองงอเป็นมุมฉาก เท้าทั้งสองวางห่างกันพอประมาณฝ่ามือทั้งสองประสานกันที่ท้ายทอย ผู้ช่วยคุกเข่าอยู่บนปลายเท้าของผู้ทดสอบโดยเอามือทั้งสองกดข้อเท้าของผู้ทดสอบไว้ให้ส้นเท้าติดพื้น ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณเริ่ม ให้ผู้ทดสอบลุกขึ้นสู่ท่านั่งพร้อมกับก้มศีรษะลงระหว่างเข้าทั้งสองให้เเขนทั้งสองเเตะกับเข่าแล้วกลับลงนอนสู่ท่าเตรียมจนศอกเเตะกับพื้น ทาเช่นนนี้ติดต่อกันให้ได้จานวนครั้งมากที่สุดภายใน 30 วินาทีในขณะปฏิบัตินิ้วมือประสานที่ท้ายทอยตลอดเวลา และขณะที่ลุกขึ้นมาสู่ท่านั่งห้ามเอนตัวไปมา ถ้าทาได้ 25 ครั้ง จะได้คะเเนนเต็ม
  5. 5. 3. นั่งงอตัว ท่าเตรียม ผู้เข้ารับการทดสอบลงนั่งบนเบาะ ลักษณะเหยียดขา เข้าตึง ฝ่าเท้าเเนบชิดเครื่องวัดความอ่อนตัว ท่าปฏิบัติ เมื่อพร้อม ให้ผู้เข้ารับการทดสอบเหยียดเเขนตรง คว่าฝ่ามือขนานกับพื้นแล้วค่อยๆก้มตัวไปด้านหน้า ให้มืออยู่บนระดับไม้วัดจนไม่สามารถก้มต่อไปได้ ( ห้ามโยกหัว หรืองอตัวเเรงๆ เพราะอาจทาให้กระดูกสันหลังเป้นอันตราย ) แล้วค้างไว้ 3 วินาที วัดระยะจากเส้นดิ่ง ตรงปลายเท้ากับปลายมือ บันทึกระยะเป็นเซนติเมตร ถ้าเหยียดเลยปลายเท้าให้บันทึกค่าเป็น บวก ถ้าไม่ถึงปลายเท้าให้บันทึกค่าเป็น ลบ ทดสอบ 2 ครั้งบันทึกคะเเนนครั้งที่ดีที่สุด ถ้าทาได้ 20 เซนติเมตร จะได้คะเเนนเต็ม 4. วิ่งระยะสั้น ( 50 เมตร ) ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นในลู่วิ่งของตนเอง พร้อมจะปฏิบัติ ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอยเริ่มวิ่งอย่างเร็วออกจากเส้นเริ่มจนผ่านเส้นชัย ถ้าทาได้ไม่เกิน 6.5 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม 5. วิ่งระยะไกล ( 1000 เมตร ) ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนหลังเส้นเริ่ม เตรียมตัวปฏิบัติ ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบเริ่มวิ่งจากเส้นเริ่มไปตามทางวิ่งจนสิ้นสุดระยะทางโดยผ่านเส้นชัย ถ้าทาเวลาได้ไม่เกิน 3.22 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม ผู้ที่ทดสอบวิ่งระยะไกลทาเวลาเกินกว่า 5 นาที 22 วินาที หรือวิ่งไม่ถึง จะไม่รวมคะเเนนการสอบพลทุกประเภท และถือว่าสอบพลศึกษาตก 6. ยืนกระโดดไกล ท่าเตรียม ผู้สอบยืนบนพื้นเรียบหลังเส้นกระโดด ปลายเท้าทั้งสองชิดเส้น หันหน้าไปทางทิศทางที่จะกระโดด ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณให้เริ่มปฏิบัติ ให้ผู้ทดสอบ กระโดดไปข้างหน้าให้ได้ระยะไกลที่สุด ( โดยใช้การเเกว่งเเขนช่วย ) วัดระยะการกระโดดจากเส้นกระโดดไปยังจุดที่ส้นเท้าลงบนพื้นไกลเส้นเริ่มต้นมากที่สุด ถ้ากระโดดได้ไกล 2.40 เมตร จะได้คะเเนนเต็ม 7. ว่ายน้า 50 เมตร ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยยืนที่ขอบสระพร้อมจะปฏิบัติ ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบพุ่งตัวลงสระว่ายน้าแล้วว่ายโดยเร็ว จนถึงขอบสระที่เป็นเส้นชัย ถือเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเเตะขอบสระที่เป็นเส้นชัย ถ้าทาได้ไม่เกิน 40 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม ผู้ที่สอบว่ายน้า ทาเวลาเกินกว่า 1 นาที 20 วินาที หรือว่ายไม่ถึงเส้นชัย จะไม่นวมคะเเนนการสอบพลทุกประเภท และถือว่าสอบพลศึกษาตก 8. วิ่งกลับตัว ( วิ่งเก็บของ ) ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นเริ่ม พร้อมปฏิบัติ
  6. 6. ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบวิ่งอย่างเร็วจากเส้นเริ่มไปหยิบท่อนไม้ ท่อนที่ 1 ซึ่งวางอยู่ภายในรัศมี 1 ฟุต กลับมาวางภายในวงกลมหลังเส้นเริ่ม ( ห้ามโยนท่อนไม้ ถ้าวางไม่เข้าวงกลมต้องเริ่มต้นใหม่ ) แล้วกลับตัววิ่งไปหยิบท่อนไม้ท่อนที่ 2 แล้ววิ่งผ่านเส้นเริ่มต้นไปโดยไม่ต้องวางไม้ท่อนที่ 2 ลง ภ้าทาเวลาได้ภายใน 10.00 วินาที จะได้คะเเนนเต็มการวัดขนาดร่างกายและการสอบสัมภาษณ์ เป็นการพิจารณารูปร่าง ลักษณะท่าทาง ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความองอาจว่องไวและปฏิภาณไหวพริบ ตลอดจนคุณลักษณะอื่นๆ ที่เหมาะสมเข้าจะเป็นข้าราชการตารวจชั้นสัญญาบัตรผลการสอบถือเกณฑ์ “ได้” หรือ “ตก” เท่านั้นไม่มีคะเเนน ผู้ที่สอบตกหมายถึง ผู้ที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตารวจชั้นสัญญาบัตร และจะตัดสิทธิไม่รับเข้าเป็นนนักเรียนเตรียมทหารโดยไม่คานึงถึงคะเเนนสอบข้อเขียนในวันสอบสัมภาษณ์จะทาการวัดขนาดร่างกายของผู้สมัครด้วย หากผู้สมัครมีร่างกายไม่ได้ขนาดตามที่กาหนดไว้จะหมดสิทธิสอบสัมภาษณ์ทันที

×