Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้ำโรงเรียนบ้านบัว อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น

18,689 views

Published on

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 000 145 LEADERSHIP AND MANAGEMENT ภาวะผู้นำและการจัดการ

Published in: Education
  • Be the first to comment

โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้ำโรงเรียนบ้านบัว อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น

  1. 1. 1 โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว จัดท้าโดย กลุ่มย่อยที่ 9 กลุ่มวงกลม section 2 อาจารย์ที่ปรึกษา นางสาวเบญญาภา วิลัยปาน โครงการนีเป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาวะผู้น้าและการจัดการ รหัสวิชา 000 145 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ส้านักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  2. 2. 2 โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว จัดท้าโดย นายพสธร มีแก้ว รหัสประจ้าตัว 573020049-1 นางสาวพิมพิชา เอกพันธ์ รหัสประจ้าตัว 573020053-0 นายภูริณัฐ แสงข้า รหัสประจ้าตัว 573020055-6 นายอนุชา โคยะทา รหัสประจ้าตัว 573020063-7 นายอภิสิทธิ์ แจ่มพงษ์ รหัสประจ้าตัว 573020064-5 นางสาวอรอุมา แก่นสาร รหัสประจ้าตัว 573020067-9 นายอติเทพ คงนิ่ม รหัสประจ้าตัว 573020929-1 ชันปีที่ 2 ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ที่ปรึกษา นางสาวเบญญาภา วิลัยปาน โครงการนีเป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาวะผู้น้าและการจัดการ รหัสวิชา 000 145 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ส้านักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  3. 3. ก กิตติกรรมประกาศ โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว อ้าเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่นส้าเร็จได้ ความอนุเคราะห์ของบุคคลหลายท่านซึ่งไม่อาจจะน้ามากล่าวได้ทังหมด ซึ่งผู้มีพระคุณท่านแรกที่คณะ ผู้จัดท้าใคร่ขอขอบพระคุณคือ ขอขอบคุณ อาจารย์เบญญาภา วิลัยปาน อาจารย์ผู้สอนวิชาภาวะผู้น้า และการจัดการ 000145 ที่ได้ให้ความรู้ ค้าแนะน้าตรวจทาน และเสียสละเวลาอันมีค่าแก้ไข ข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่ทุกขันตอน เพื่อให้การเขียนโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัวสมบูรณ์ที่สุด ขอขอบพระคุณนายฉัตรชัย เนาว์วงษ์ท่านผู้อ้านวยการโรงเรียน คุณครู บุคลากรและนักเรียน เรียนบ้านบัวที่อนุญาตให้ทางสมาชิกเข้าไปด้าเนินโครงการ ช่วยจัดหาอุปกรณ์ พร้อมทังบริการน้า เครื่องดื่มและอาหารกลางวันคณะผู้จัดท้าโครงงานขอกราบขอบพระคุณท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องมา ณ ที่นี ขอบคุณครอบครัวของนายอติเทพ คงนิ่ม ที่อ้านวยความสะดวกสบายพร้อมทังอาหารและที่ พักอาศัย ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่นี ที่ได้ให้ก้าลังใจและมีส่วนช่วยเหลือ ให้โครงงานฉบับนีส้าเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ท้ายที่สุด คณะผู้จัดท้าโครงงานขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดท้า โครงงานครังนีไว้ ณ โอกาสนีด้วย คณะผู้จัดท้า 22 เมษายน 2559
  4. 4. ข ชื่อโครงการ โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว อ้าเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ชื่อคณะผู้จัดท้าและหน่วยงานที่สังกัด 1. นายพสธร มีแก้ว รหัสประจ้าตัว 573020049-1 2. นางสาวพิมพิชา เอกพันธ์ รหัสประจ้าตัว 573020053-0 3. นายภูริณัฐ แสงข้า รหัสประจ้าตัว 573020055-6 4. นายอนุชา โคยะทา รหัสประจ้าตัว 573020063-7 5. นายอภิสิทธิ์ แจ่มพงษ์ รหัสประจ้าตัว 573020064-5 6. นางสาวอรอุมา แก่นสาร รหัสประจ้าตัว 573020067-9 7. นายอติเทพ คงนิ่ม รหัสประจ้าตัว 573020929-1 ชันปีที่ 2 ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์เบญญาภา วิลัยปาน บทคัดย่อ โครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและพัฒนา ห้องน้าและสภาพแวดล้อมบริเวญห้องน้า ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีและเพื่อน้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการ ของ Henri Fayol ไปใช้ในการท้างาน โดยโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าได้ลงพืนที่ด้าเนินโครงการ ในวันที่ 16 มีนาคม 2559 โดยท้าความสะอาดห้องน้า ในวันที่ 15 เพื่อเตรียมการทาสีในวันที่ 16 ซึ่ง ในวันดังกล่าวก็ได้ท้าการทาสีในตอนเช้า ได้ด้าเนินการทาสีทังภายนอกและภายใน และพัก รับประทานอาหารกลางวัน จากนันเริ่มทาสีห้องน้าที่เหลือในตอนบ่าย เมื่อทาสีห้องน้าเสร็จเรียบร้อย ก็มาจัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้า ซึ่งผลการด้าเนินโครงการก็ส้าเร็จไปได้ด้วยดี จากการด้าเนินโครงการได้ท้าการประเมินโครงการโดยให้นักเรียน ครู และบุคลากร ของ โรงเรียนบ้านบัวจ้านวน 30 คน ท้าแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการด้าเนินโครงการ โดยแบบ ประเมินได้แบ่งหัวข้อการประเมินออกเป็น 2 ด้าน และแบ่งระดับความพึงพอใจ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1 = น้อยที่สุด โดยผลการประเมินด้านที่ 1. คือ ผลที่ได้รับจากโครงการโดยแบ่งเป็นออกเป็น 2 หัวข้อคือ 1.1 ห้องน้ามีสภาพน่าใช้มากขึนซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 แปลงผลได้ เป็นพึงพอใจมากที่สุด 1.2 ห้องน้ามีความสะอาดซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 แปลงผลได้เป็นพึง พอใจมากที่สุด
  5. 5. ค และผลการประเมินด้านที่ 2. คือ ความพึงพอใจโดยรวมในการเข้าร่วมกิจกรรมนี แบ่งเป็น ออกเป็น 2 หัวข้อคือ 2.1 ความพึงพอใจในด้านพัฒนาห้องน้า ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 5 แปลง ผลได้เป็นพึงพอใจมากที่สุด 2.2 ความพึงพอใจในด้านประโยชน์ในการจัดโครงการ ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5 แปลงผลได้เป็นพึงพอใจมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าการด้าเนินโครงการครังนีเป็นที่พึงพอใจมากที่สุด และการด้าเนินโครงการก็ ประสบความส้าเร็จไปได้ด้วยดี ท้าให้ห้องน้าและสภาพแวดล้อมบริเวญห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว มี สภาพแวดล้อมที่ดีขึน
  6. 6. ง สารบัญ เรื่อง หน้า กิตติกรรมประกาศ...........................................................................................................................ก บทคัดย่อ..........................................................................................................................................ข สารบัญ............................................................................................................................................ง สารบัญภาพ.....................................................................................................................................ฉ สารบัญตาราง..................................................................................................................................ซ บทที่ 1 บทน้า 1.1. ที่มาและความส้าคัญ..................................................................................................1 1.2. วัตถุประสงค์...............................................................................................................1 1.3. ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า..........................................................................................1 1.4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ........................................................................................ 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2.1. ขันตอนการทาสี.........................................................................................................2 2.2. สิ่งแวดล้อมปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการของเด็ก....................................................3 2.3. ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC).........................................................4 บทที่ 3 วิธีการด้าเนินโครงการ 3.1. รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ.................................................................................... 6 3.2. วัสดุและอุปกรณ์........................................................................................................ 6 3.3. งบประมาณที่ใช้ด้าเนินโครงการ................................................................................ 7 3.4. วิธีการและขันตอนในการด้าเนินโครงการ..................................................................7 3.5. แผนการด้าเนินโครงการ.............................................................................................8 3.6. วิธีด้าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................ 8 3.7. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน......................................................................................8 3.8. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้...............................................................................9 บทที่ 4 ผลการด้าเนินการ 4.1. ผลการด้าเนินโครงการโดยการใช้ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC).....10 4.2. ภาพของสภาพห้องน้าก่อนและหลังด้าเนินการปรับปรุง............................................12
  7. 7. จ สารบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้า 4.3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................................15 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ.......................................................................................17 5.1. สรุปผลการด้าเนินโครงการ..........................................................................................21 5.2. อภิปรายผล..................................................................................................................22 5.3. ข้อเสนอเเนะจากผู้ประเมิน..........................................................................................22 5.4. ปัญหาและอุปสรรคในการด้าเนินโครงการ..................................................................23 5.5. ข้อเสนอแนะ................................................................................................................23 บรรณานุกรม.....................................................................................................................................24 ภาคผนวก..........................................................................................................................................25 ภาคผนวก ก .......................................................................................................................26 ภาคผนวก ข .......................................................................................................................41
  8. 8. ฉ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 4-1 ภาพของสภาพห้องน้าก่อนการด้าเนินการปรับปรุง........................................................12 ภาพที่ 4-2 ภาพของสภาพห้องน้าก่อนการด้าเนินการปรับปรุง........................................................12 ภาพที่ 4-3 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุง........................................................13 ภาพที่ 4-4 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุง........................................................13 ภาพที่ 4-5 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุงและถ่ายภาพร่วมกับผู้อ้านวยการ โรงเรียนบ้านบัว..............................................................................................................14 ภาพที่ 4-6 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุงและถ่ายภาพร่วมกับผู้นักเรียน โรงเรียนบ้านบัว............................................................................................................14 ภาพที่ 4-7 ภาพแสดงแผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามเพศ.......................15 ภาพที่ 4-8 ภาพแสดงแผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามสถานะภาพ...........16 ภาพที่ 4-9 แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มี ต่อการด้าเนินโครงการ................................................................................................... 19 ภาพที่ 5-1 แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มี ต่อการด้าเนินโครงการ.................................................................................................. 21 ภาพที่ ก-1 ลงพืนที่ท้าความสะอาดห้องน้าก่อนที่จะท้าการปรับปรุงห้องน้า...................................25 ภาพที่ ก-2 ลงพืนที่ท้าความสะอาดห้องน้าก่อนที่จะท้าการปรับปรุงห้องน้า...................................25 ภาพที่ ก-3 ถ่ายภาพร่วมกับผู้อ้านวยการโรงเรียนบ้านบัวก่อนลงพืนที่ทาสีห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว............................................................................................................. 26 ภาพที่ ก-4 ถ่ายภาพกับอุปกรณ์ก่อนลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว.......................................26 ภาพที่ ก-5 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว..............................................................................27 ภาพที่ ก-6 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว..............................................................................27 ภาพที่ ก-7 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว…...........................................................................28 ภาพที่ ก-8 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว…...........................................................................28 ภาพที่ ก-9 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว…...........................................................................29 ภาพที่ ก-10 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว….........................................................................29
  9. 9. ช สารบัญภาพ(ต่อ) ภาพที่ หน้า ภาพที่ ก-11 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว….........................................................................31 ภาพที่ ก-12 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว….........................................................................31 ภาพที่ ก-13 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว….........................................................................32 ภาพที่ ก-14 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว….........................................................................32 ภาพที่ ก-15 ภาพรับประทานอาหารกลางวัน….............................................................................. 33 ภาพที่ ก-16 ภาพช่วยกันล้างถ้วยล้างจานหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน...............................33 ภาพที่ ก-17 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว............................................................................34 ภาพที่ ก-18 ภาพต้นไม้ที่ใช้จัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว...................................34 ภาพที่ ก-19 ลงพืนที่จัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว.............................................35 ภาพที่ ก-20 ลงพืนที่จัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว.............................................35 ภาพที่ ก-21 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจ ต่อการด้าเนินโครงการ................................................................................................36 ภาพที่ ก-22 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจ ต่อการด้าเนินโครงการ................................................................................................36 ภาพที่ ก-23 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจ ต่อการด้าเนินโครงการ................................................................................................37 ภาพที่ ก-24 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจ ต่อการด้าเนินโครงการ................................................................................................37 ภาพที่ ก-25 ภาพห้องน้าหลังการด้าเนินโครงการ...........................................................................38 ภาพที่ ก-26 ภาพห้องน้าหลังการด้าเนินโครงการ...........................................................................38 ภาพที่ ก-27 ถ่ายภาพร่วมกับผู้อ้านวยการโรงเรียนหลังการด้าเนินโครงการ.................................. 39 ภาพที่ ก-28 ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนโรงเรียนหลังการด้าเนินโครงการ......................................... 39 ภาพที่ ก-29 สมาชิกในกลุ่มถ่ายภาพกับห้องน้าหลังการด้าเนินโครงการ.........................................40
  10. 10. ซ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 4-1 ตารางแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามเพศ................................................. 15 ตารางที่ 4.2 ตารางแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามสถานะภาพ......................................16 ตารางที่ 4.3 ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างในการท้าแบบประเมินความ พึงพอใจ...................................................................................................................... 17 ตารางที่ 4-4 ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจในภาพรวมของกลุ่มตัวอย่างในการท้าแบบ ประเมินความพึงพอใจ............................................................................................... 19
  11. 11. 1 บทที่ 1 บทน้า 1.1. ที่มาและความส้าคัญ การศึกษาขันพืนฐานมีความจ้าเป็นต่อการศึกษาในปัจจุบันอย่างมาก เนื่องจากเป็นการปู รากฐานทางการศึกษาไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึน ดังนันการส่งเสริมผู้เรียนในระดับการศึกษาขัน พืนฐานให้มีสถานที่ที่มีความพร้อมส้าหรับการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนมีสภาพแวดล้อมที่เอือต่อ พัฒนาการของเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ซึ่งเป็นองค์ประกอบส้าคัญในหลายๆส่วนของการ เสริมสร้างทังร่างกายสุขภาพอนามัย โรงเรียนบ้านบัว อ้าเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่นเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนจ้านวน 80 คน ทางโรงเรียนมีการจัดการศึกษาตังแต่ระดับชันอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 จ้านวน 8 ชันเรียน เด็กนักเรียนมาจากครอบครัวที่ยากจน อีกทังโรงเรียนบ้านบัวไม่ค่อยได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง และปรับปรุงอาคารสถานที่ และทางโรงเรียนบ้านบัวมีสภาพห้องน้าที่เก่าและไม่น่าใช้งาน ดังนันทางคณะผู้จัดท้าจึงได้เล็งเห็นถึงความส้าคัญ และความจ้าเป็นอย่างเร่งด่วนในการที่จะ พัฒนาห้องน้าและสภาพแวดล้อมให้เด็กในโรงเรียนได้มีสภาพแวดล้อมที่เอือต่อพัฒนาการของเด็ก อัน จะน้าไปสู่พัฒนาการที่เอือต่อการเรียนรู้ของเด็กต่อไป 1.2. วัตถุประสงค์ 1.2.1. เพื่อปรับปรุงและพัฒนาห้องน้าและสภาพแวดล้อมบริเวณห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ให้มี สภาพแวดล้อมที่ดี 1.2.2. เพื่อน้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) ไปใช้ในการท้างาน 1.3. ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า สถานที่ โรงเรียนบ้านบัว ต้าบลกุดเค้า อ้าเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ระยะเวลา 1 มีนาคม 2559 – 30 เมษายน 2559 1.4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1. ปรับปรุงและพัฒนาห้องน้าและสภาพแวดล้อมบริเวณห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ให้มี สภาพแวดล้อมที่ดี 1.4.2. ได้น้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) ไปใช้ในการท้างาน
  12. 12. 2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ทางคณะผู้จัดท้าได้ท้าการค้นคว้า และศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี 2.1. ขันตอนการทาสี 2.2. สิ่งแวดล้อมปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการของเด็ก 2.3. ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) 2.1. ขันตอนการทาสี สีคือส่วนส้าคัญที่จะเพิ่มความสวยงามให้กับอาคาร บ้าน และที่อยู่อาศัยอื่นๆ แต่ปัญหาที่มัก เกิดขึนเสมอคือ เมื่อทาสีไประยะหนึ่งสีจะซีดจาง หลุดร่อน ซึ่งอาจเกิดขึนได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเตรียมพืนผิวที่ไม่ถูกต้อง การทาสีไม่ครบระบบ การเลือกใช้สีผิดประเภท หรือใช้สีที่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ดังนันเพื่อให้การทาสีเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ควรปฏิบัติตามขันตอนต่างๆ ให้ครบ ดังนี 1. ถามผู้เชี่ยวชาญ ในการทาสีบ้านเราต้องรู้ว่าเราจะทาสีลงบนพืนผิวประเภทใด ผิวปูน หรือ ผิวไม้ ใช้ทาสีภายในหรือภายนอก หากเราไม่แน่ใจว่าจะใช้ ว่าจะใช้สีอะไรดี ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิก หรือช่างทาสี ซึ่งจะมีค้าแนะน้าดี ๆ ในการใช้สีให้ถูกประเภท และลักษณะการใช้งาน 2. เลือกสี เมื่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญจนแน่ใจในเรื่องการใช้สีให้ถูกต้องแล้ว เลือกสีที่ตัวเอง ชอบ ยิ่งเป็นสีทาภายในควรให้กลมกลืนกับขอบประตู-หน้าต่าง และถ้าพืนผิวภายนอกเป็นปูนควร เลือกใช้สีที่มีคุณภาพสูงที่สามารถยืดอายุการใช้งานให้นานปกป้องสีบ้านจากการซีดจางที่เกิดจาก แสงแดด ทนทานต่อสภาวะอากาศต่อต้านการเกิดเชือรา ตะไคร่น้า รวมทังไม่จับฝุ่นซึ่งจะท้าความ สะอาดได้ง่าย 3. เตรียมพืนผิว ก่อนจะลงมือทาสีควร ท้าความสะอาดฝุ่นละออง และใช้แปรงแซะสีเก่าที่ หลุดลอกออกเช็ดให้สะอาด แล้วปล่อยให้แห้งสนิท การเตรียมพืนผิวที่ถูกต้องจะช่วยให้สีที่ทาติดนาน ยิ่งขึน 4. ทาสีรองพืน การทาสีรองพืนก่อนจะช่วยให้สียึดเกาะกับผนังได้ดีไม่หลุดออกง่าย ๆ เลือกสี รองพืนชนิดที่เหมาะสมกับสภาพพืนผิว เพราะสีรองพืนส้าหรับพืนที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน ควรใช้สีรอง พืนที่สามารถป้องกันด่างหรือการใช้สีรองพืนส้าหรับพืนผิวเนืออ่อน และไม้เนือแข็งที่อาจมียางซึม ออกมาได้ ควรทาสีรองพืนที่สามารถกันยางและเชือรา
  13. 13. 3 5. อุปกรณ์ทาสี แปรงทาสี และลูกกลิงมีความแตกต่างกัน แปรงทาสีสามารถเข้าได้ทุกซอก มุมของพืนที่ที่ต้องการทา จึงเหมาะกับในกรณีที่เตรียมพืนผิว แบบหยาบ ๆ หรือผิวที่ไม่เรียบ การใช้ แปรงทาจะท้าให้สีสัมผัสกับผิวผนังในซอกมุมต่าง ๆ ได้ดี ลูกกลิงเหมาะส้าหรับการทาในพืนที่กว้าง ๆ ซึ่งสามารถท้าให้การทาสีท้าได้เร็วกว่า แต่ลูกกลิงจะใช้ปริมาณมากกว่าการทาด้วยแปรง 6. อุปกรณ์จ้าเป็นอื่น ๆ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือผ้าปูผืนกันเปื้อนเพื่อป้องกันสี กระเด็นหรือตก หล่นพืน บันได้ส้าหรับทาที่สูงและเพดาน ถาดผสมสี และ อุปกรณ์ท้าความสะอาดต่าง ๆ 7. เก็บรายละเอียด เมื่อทาเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบหาข้อบกพร่อง เช่น สีที่ทาอาจจะไม่ สม่้าเสมอกัน หรือยังไม่ได้ทาในส่วนที่เป็นซอกเป็นมุม จากนันเก็บรายละเอียดของงานให้ละเอียด เท่านีก็จะได้บ้านที่ดูใหม่ และสดใสขึนโดยไม่ต้องมีการตกแต่งอะไรให้สินเปลือง 8. การเก็บรักษาสี หากใช้สีไม่หมดแต่เหลือจ้านวนสีไม่มาก และอยากเก็บสีไว้ใช้ต่อครังหน้า ควรจะเทสีใส่กระป๋องที่มีขนาดเล็กปิดฝาให้แน่น เพื่อป้องกันการแข็งตัวของสีบนพืนผิว (Nucifer (นามแฝง) , 2555) 2.2. สิ่งแวดล้อมปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการของเด็ก เบญจา แสงมะลิ (2531) ได้กล่าวถึงพัฒนาการเริ่มต้นตังแต่การปฏิสนธิต่อเนื่องไปตลอดชีวิต พัฒนาการของคนแต่ละด้านเป็นไปตามล้าดับขันตอน โดยขันตอนที่ได้พัฒนาไปแล้วจะเป็นพืนฐาน ของขันตอนที่ซับซ้อนยิ่งขึน พัฒนาการแต่ละด้านของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรกของชีวิต นัน แม้จะมีลักษณะร่วมกันหลายประการ แต่ในพัฒนาการแต่ละด้านมีทฤษฎีเฉพาะอธิบายได้ ซึ่งหนึ่ง ในนันคือแนวคิดในการจัดสภาพแวดล้อม ในสถานศึกษาปฐมวัยต้องพิจารณาถึงทฤษฎีพัฒนาการเด็ก ด้วยจึงต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่เด็กปฐมวัยดังนี 1. ทฤษฎีพัฒนาการทางกาย กีเซล (Gesell) อธิบายถึงพัฒนาทางกายที่มีรูปแบบที่แน่นอน และเป็นไปตามล้าดับขัน สภาพแวดล้อมมีส่วนช่วยส่งเสริมและต่อเติมพัฒนาการของเด็ก กีเซลเน้นถึง การเติบโตและลักษณะพัฒนาการของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน ถึงแม้แบบแผนและขันตอนพัฒนาการ จะเหมือนกัน พัฒนาการของเด็กเป็นกระบวนการที่ประสานสัมพันธ์กันทุกด้าน ทัง ร่างกาย จิตใจ ดังนัน การพัฒนาของเด็กจึงต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กันทุกด้าน ทฤษฎีพัฒนาการทางกายของ กีเซลมี ส่วนในการจัดสภาพแวดล้อมและการจัดกิจกรรมให้แก่เด็กในปัจจุบัน เพราะในสถานศึกษาปฐมวัยจะ จัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมให้แก่เด็กโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาเด็กให้ครบทุกด้าน 2. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา เพียเจต์ (Piaget) เชื่อว่าพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของ เด็กเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมซึ่งมนุษย์จะซึมซับประสบการณ์และมีการปรับตัว และปรับโครงสร้างทางสติปัญญาเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ซึ่งโครงสร้างของสติปัญญาใน อินทรีย์ต้องมีการปรับโครงสร้างให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับ บรูเนอร์ (Bruner) ได้แสดง ความคิดเห็นตรงกับเพียเจต์ว่า การเรียนรู้ของเด็กเกิดจากกระบวนการภายในอินทรีย์ การเรียนรู้จะ
  14. 14. 4 พัฒนาได้ดีเพียงใดขึนอยู่กับประสบการณ์และสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก จากทฤษฎีพัฒนาการทาง สติปัญญาของทังสองท่าน การจัดสภาพแวดล้อมส้าหรับเด็กปฐมวัยจึงต้องค้านึงถึงหลักการเรียนรู้ว่า การจัดสภาพแวดล้อมต้องจัดให้เด็กได้กระท้า สัมผัสด้วยตนเอง ซึ่งจะท้าให้เด็กคิดจินตนาการ เกิด การเรียนรู้ และเริ่มเข้าใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่สัมพันธ์กันจนเกิดเป็นความคิดรวบยอดของสิ่งนัน ๆ ที่ เด็กได้พบเห็น 3. ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตใจและอารมณ์ ทฤษฎีนี ออสูเบล (Ausubel) เห็นว่าเด็กมีอารมณ์ 2 ประเภท คือ อารมณ์ดีและอารมณ์ไม่ดี อารมณ์ของเด็กทังสองประเภทเกิดได้จากอิทธิพลของ สภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กซึ่งการพัฒนาด้านนีจะมีผลต่อเนื่องไปถึงบุคลิกภาพของเด็ก 4. ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรม สังคมและบุคลิกภาพ ทฤษฎีพัฒนาการจริยธรรม สังคม และบุคลิกภาพ มีบุคคลที่ให้แนวทางเกี่ยวกับทฤษฎีเหล่านีคือ ฟรอยด์ (Freud) อิริคสัน (Erikson) และดิวอี (Dewey) ทังสามท่านกล่าวถึงการจัดสภาพแวดล้อมมีบทบาทในการพัฒนาเด็กเป็นอย่าง มาก เด็กจะเรียนรู้สภาพแวดล้อมการกระท้าของเด็กเอง การเรียนรู้และประสบการณ์ที่เด็กได้จาก สภาพแวดล้อมจะมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะเด็กก้าลังอยู่ในวัยที่รับรู้มีการเรียนแบบ ดังนันสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จะมีผลต่อการพัฒนาทางจริยธรรม สังคม และบุคลิกภาพของเด็ก เป็นอย่างมาก 2.3. ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) วีรสิทธิ์ ชินวัตร (2555) ได้กล่าวว่า อองริ ฟาโยล(Henri Fayol) ได้อธิบายถึงกระบวนการจัดการ งานว่า ประกอบด้วยหน้าที่ (functions) ทางการจัดการ 5 ประการ คือ Fayol มีความเชื่อว่า เป็นไป ได้ที่เราจะหาทางศึกษาถึงศาสตร์ที่เกี่ยวกับการบริหาร (Administrative sceinces) ซึ่งสามารถใช้ได้ กับการบริหารทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานอุตสาหกรรมหรืองานรัฐบาล Fayol ได้สรุป สาระส้าคัญตามแนวความคิดของตนไว้ดังนี คือ 1. การวางแผน (Planning) หมายถึง ภาระหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องท้าการคาดการณ์ ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ และก้าหนดขึนเป็นแผนการปฏิบัติงานหรือ วิถีทางที่จะปฏิบัติเอาไว้ เพื่อส้าหรับเป็นแนวทางของการท้างานในอนาคต 2. การจัดองค์การ (Organizing) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่ผู้บริหารจ้าต้องจัดให้มีโครงสร้างของ งานต่าง ๆ และอ้านาจหน้าที่ ทังนีเพื่อให้เครื่องจักร สิ่งของและตัวคน อยู่ในส่วนประกอบที่เหมาะสม ในอันที่จะช่วยให้งานขององค์การบรรลุผลส้าเร็จได้ 3. การบังคับบัญชาสั่งการ (Commanding) หมายถึง หน้าที่ในการสั่งงานต่าง ๆ ของ ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งกระท้าให้ส้าเร็จผลด้วยดี โดยที่ผู้บริหารจะต้องกระท้าตนเป็นตัวอย่างที่ดี จะต้อง เข้าใจคนงานของตน
  15. 15. 5 4. การประสานงาน (Coordinating) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่จะต้องเชื่อมโยงงานของทุกคนให้ เข้ากันได้ และก้ากับให้ไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน 5. การควบคุม (Controlling) หมายถึง ภาระหน้าที่ในการที่จะต้องก้ากับให้สามารถประกันได้ว่า กิจกรรมต่าง ๆ ที่ท้าไปนันสามารถเข้ากันได้กับแผนที่ได้วางไว้แล้ว ทัง 5 หน้าที่ที่ Fayol ได้วิเคราะห์แยกแยะไว้นี ถือได้ว่าเป็นวิถีทางที่จะให้ผู้บริหารทุกคน สามารถบริหารงานของตนให้บรรลุผลส้าเร็จตามเป้าหมายได้ ซึ่งทางคณะผู้จัดท้าก็ได้น้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol ไปใช้ในการ ดังนี คือ 1. การวางแผน (Planning) คือ สมาชิกร่วมกันประชุมและเสนอกิจกรรมที่จะท้าโครงการด้านจิต อาสา 2. การจัดองค์การ (Organizing) คือ จัดตังหัวหน้ากลุ่ม แบ่งหน้าที่ให้สมาชิกตามความถนัด 3. การบังคับบัญชาสั่งการ (Commanding) คือ มีหัวหน้ากลุ่มเป็นคนสั่งการให้สมาชิกปฏิบัติงาน ตามที่ได้วางแผนไว้ 4. การประสานงาน (Coordinating) คือ การที่สมาชิกที่มีหน้าที่ต่างกันมีการประสานงานกัน เพื่อให้งานด้าเนินไปด้วยความเรียบร้อย 5. การควบคุม (Controlling) คือ หัวหน้ากลุ่มเป็นผู้ควบคุมดูแลการท้างานให้เป็นไปตามแผนที่ วางไว้
  16. 16. 6 บทที่ 3 วิธีการด้าเนินโครงการ ในการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ทางคณะผู้จัดท้าได้มีวิธีการด้าเนิน โครงการดังนี 3.1. รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ 3.2. วัสดุและอุปกรณ์ 3.3. งบประมาณที่ใช้ด้าเนินโครงการ 3.4. วิธีการและขันตอนในการด้าเนินโครงการ 3.5. แผนการด้าเนินโครงการ 3.6. วิธีด้าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.7. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 3.8. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ 3.1. รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ประเภทโครงการ : โครงการประเภทปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ กลุ่มตัวอย่าง : นักเรียน คุณครูและบุคลากรในโรงเรียนบ้านบัว ต้าบลกุดเค้า อ้าเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น จ้านวน 30 คน 3.2. วัสดุและอุปกรณ์ วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง 2. เครื่องปริน 1 เครื่อง วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงห้องน้า 1. สีทาภายนอกจ้านวน 1 ถัง 2. สีทาภายใน จ้านวน 1 ถัง 3. สีทาไม้ จ้านวน 2 กระป๋อง 4. ลูกกลิงทาสี จ้านวน 3 อัน 5. แปลงทาสี จ้านวน 3 อัน 6. ไม้กวาดทางมะพร้าว 2 อัน 7. สายยาง 1 เส้น 8. จอบ 2 ด้าม
  17. 17. 7 3.3. งบประมาณที่ใช้ด้าเนินโครงการ 3.3.1. ค่าเอกสารโครงการ เป็นเงิน 100 บาท 3.3.2. สีทาภายนอกจ้านวน 1 ถัง เป็นเงิน 850 บาท 3.3.3. สีทาภายใน จ้านวน 1 ถัง เป็นเงิน 290 บาท 3.3.4. สีทาไม้ จ้านวน 1 ถัง เป็นเงิน 145 บาท 3.3.5. ลูกกลิงทาสี จ้านวน 3 อัน เป็นเงิน 210 บาท 3.3.6. แปลงทาสี จ้านวน 3 อัน เป็นเงิน 125 บาท 3.3.7. ค่าต้นไม้ที่ใช้ในการจัดสวนย่อม เป็นเงิน 300 บาท 3.3.8. ค่าเดินทาง 400 บาท รวมงบประมาณ 2,420 บาท 3.4. วิธีการและขันตอนในการด้าเนินโครงการ 3.4.1. สมาชิกร่วมกันประชุมและเสนอกิจกรรมที่จะท้าโครงการด้านจิตอาสา 3.4.2. ส้ารวจสถานที่ที่ได้เสนอมาและคัดเลือกสถานที่ในการท้าโครงการ 3.4.3. ลงพืนที่ก้าหนดขอบเขตของโครงการและสอบถามข้อมูลต่างๆจากผู้ดูแลสถานที่นัน 3.4.4. วางแผนการด้าเนินงาน 3.4.5. ค้นคว้าและเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ 3.4.6. เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ด้าเนินโครงการและยื่นแบบค้าร้องขอด้าเนินโครงการต่อผู้ดูแล สถานที่ 3.4.7. ลงพืนที่ท้ากิจกรรมตามที่ได้วางแผนไว้ 3.4.8. ติดตามและประเมินผลการท้ากิจกรรม 3.4.9. สรุปโครงงานและจัดท้ารูปเล่ม 3.4.10. น้าเสนอโครงการต่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ
  18. 18. 8 3.5. แผนการด้าเนินโครงการ ล้าดับ กิจกรรม สัปดาห์ที่ (มี.ค.-เม.ย.2559) 1 2 3 4 5 6 7 8 1 สมาชิกร่วมกันประชุมและเสนอกิจกรรมที่จะท้าโครงการด้านจิตอาสา 2 ส้ารวจสถานที่ที่ได้เสนอมาและคัดเลือกสถานที่ในการท้าโครงการ 3 ลงพืนที่ก้าหนดขอบเขตของโครงการและสอบถามข้อมูลต่างๆจาก ผู้ดูแลสถานที่นัน 4 วางแผนการด้าเนินงาน 5 ค้นคว้าและเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ 6 เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ด้าเนินโครงการและยืนแบบค้าร้องขอด้าเนิน โครงงานนักศึกษาต่อผู้ดูแลสถานที่ 7 ลงพืนที่ท้ากิจกรรมตามที่ได้วางแผนไว้ 8 ติดตามและประเมินผลการท้ากิจกรรม 9 สรุปผลโครงการและจัดท้ารูปเล่ม 10 น้าเสนอโครงการต่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ 3.6. วิธีด้าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6.1. จัดท้าแบบประเมินความพึงพอใจในการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียน บ้านบัว 3.6.2. เลือกกลุ่มตัวอย่างที่จะท้าการส้ารวจ 3.6.3. ให้ความรู้เกี่ยวกับแบบประเมินความพึงพอใจในการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนา ห้องน้าโรงเรียนบ้านบัวบัว 3.6.4. ให้กลุ่มตัวอย่างท้าแบบประเมินความพึงพอใจในการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนา ห้องน้าโรงเรียนบ้าน 3.6.5. บันทึกผลการส้ารวจ 3.7. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคือ แบบประเมินความพึงพอใจในการด้าเนินโครงการจิตอาสา พัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน จ้านวน 15 คน ครู จ้านวน 5 คน และบุคลากรอื่นๆ จ้านวน 10 คน รวม 30 คน
  19. 19. 9 3.8. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ 3.8.1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การท้าโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว ได้ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ในการ วิเคราะห์ข้อมูลดังต่อไปนีคือ n แทน จ้านวนกลุ่มตัวอย่าง x แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง โดยมีสูตรว่า n x x n i   1 ..DS แทนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง โดยมีสูตรว่า 1 )( .. 1 2     n xx DS n i (ชัชวาลย์,2558) 3.8.2. ขันตอนการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1. วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง ตอนที่ 2. วิเคราะห์สรุปผลแบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างในการด้าเนิน โครงการ
  20. 20. 10 บทที่ 4 ผลการด้าเนินการ ในการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ได้ผลการด้าเนินโครงการดังนี 4.1. ผลการด้าเนินโครงการโดยการใช้ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) 4.2. ภาพของสภาพห้องน้าก่อนและหลังด้าเนินการปรับปรุง 4.3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1. ผลการด้าเนินโครงการโดยการใช้ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) ทฤษฎีการจัดการของ Fayol เป็นหลักการที่อาศัยประโยชน์จากการแบ่งงานกันท้าและเน้น ถึงความส้าคัญที่ว่าอ้านาจหน้าที่และความรับผิดชอบต้องเท่ากัน โดย Henri Fayol ได้อธิบายถึง กระบวนการจัดการงานว่า ประกอบด้วยหน้าที่ทางการจัดการ 5 ประการ 1. การวางแผน (Planning) หมายถึง ภาระหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องท้าการคาดการณ์ ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ และก้าหนดขึนเป็นแผนการปฏิบัติงานหรือ วิถีทางที่จะปฏิบัติเอาไว้ เพื่อส้าหรับเป็นแนวทางของการท้างานในอนาคต 2. การจัดองค์การ (Organizing) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่ผู้บริหารจ้าต้องจัดให้มีโครงสร้างของ งานต่าง ๆ และอ้านาจหน้าที่ ทังนีเพื่อให้เครื่องจักร สิ่งของและตัวคน อยู่ในส่วนประกอบที่เหมาะสม ในอันที่จะช่วยให้งานขององค์การบรรลุผลส้าเร็จได้ 3. การบังคับบัญชาสั่งการ (Commanding) หมายถึง หน้าที่ในการสั่งงานต่าง ๆ ของ ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งกระท้าให้ส้าเร็จผลด้วยดี โดยที่ผู้บริหารจะต้องกระท้าตนเป็นตัวอย่างที่ดี จะต้อง เข้าใจคนงานของตน 4. การประสานงาน (Coordinating) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่จะต้องเชื่อมโยงงานของทุกคนให้ เข้ากันได้ และก้ากับให้ไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน 5. การควบคุม (Controlling) หมายถึง ภาระหน้าที่ในการที่จะต้องก้ากับให้สามารถประกันได้ว่า กิจกรรมต่าง ๆ ที่ท้าไปนันสามารถเข้ากันได้กับแผนที่ได้วางไว้แล้ว ซึ่งทางคณะผู้จัดท้าก็ได้น้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol ไปใช้ในการ ดังนี คือ 1. การวางแผน (Planning) คือ สมาชิกร่วมกันประชุมและเสนอกิจกรรมที่จะท้าโครงการด้านจิต อาสา 2. การจัดองค์การ (Organizing) คือ จัดตังหัวหน้ากลุ่ม แบ่งหน้าที่ให้สมาชิกตามความถนัด
  21. 21. 11 3. การบังคับบัญชาสั่งการ (Commanding) คือ มีหัวหน้ากลุ่มเป็นคนสั่งการให้สมาชิกปฏิบัติงาน ตามที่ได้วางแผนไว้ 4. การประสานงาน (Coordinating) คือ การที่สมาชิกที่มีหน้าที่ต่างกันมีการประสานงานกัน เพื่อให้งานด้าเนินไปด้วยความเรียบร้อย 5. การควบคุม (Controlling) คือ หัวหน้ากลุ่มเป็นผู้ควบคุมดูแลการท้างานให้เป็นไปตามแผนที่ วางไว้
  22. 22. 12 4.2. ภาพของสภาพห้องน้าก่อนและหลังด้าเนินการปรับปรุง 4.2.1. ภาพของสภาพห้องน้าก่อนการด้าเนินการปรับปรุง ภาพที่ 4-1 ภาพของสภาพห้องน้าก่อนการด้าเนินการปรับปรุง ภาพที่ 4-2 ภาพของสภาพห้องน้าก่อนการด้าเนินการปรับปรุง
  23. 23. 13 4.2.2. ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุง ภาพที่ 4-3 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุง ภาพที่ 4-4 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุง
  24. 24. 14 ภาพที่ 4-5 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุงและถ่ายภาพร่วมกับผู้อ้านวยการ โรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ 4-6 ภาพของสภาพห้องน้าหลังการด้าเนินการปรับปรุงและถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนโรงเรียน บ้านบัว
  25. 25. 15 4.3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1. วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง ตารางที่ 4-1 ตารางแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามเพศ เพศ N ร้อยละ ชาย 11 37 หญิง 19 63 รวม 30 100 ภาพที่ 4-7 ภาพแสดงแผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามเพศ จากตารางที่ 4-1 พบว่าในการส้ารวจครังนีเป็นเพศชาย 11 คน (คิดเป็นร้อยละ 37) เพศ หญิง 19 คน (คิดเป็นร้อยละ 63) เพศชาย 37% เพศหญิง 63% แผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามเพศ เพศชาย เพศหญิง
  26. 26. 16 ตารางที่ 4-2 ตารางแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามสถานะภาพ สถานะภาพ N ร้อยละ นักเรียน 15 50 ครู / อาจารย์ 5 17 บุคลากรอื่นๆ 10 33 รวม 30 100 ภาพที่ 4-8 ภาพแสดงแผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามสถานะภาพ จากตารางที่ 4-2 พบว่าในการส้ารวจครังนีเป็นนักเรียน 15 คน (คิดเป็นร้อยละ 50) ครู อาจารย์ 5 คน (คิดเป็นร้อยละ 17) และบุคลากรอื่นๆ 10 คน (คิดเป็นร้อยละ 33) นักเรียน 50% ครู อาจารย์ 17% บุคลากรอื่นๆ 33% แผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ้าแนกตามสถานะภาพ นักเรียน ครู อาจารย์ บุคลากรอื่นๆ
  27. 27. 17 ตอนที่ 2. วิเคราะห์สรุปผลแบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างในการด้าเนินโครงการ โดยแบบการประเมินความพึงพอใจด้านที่ของกลุ่มตัวอย่างในการด้าเนินโครงการแบ่ง ออกเป็น 2 ด้าน และในแต่ละด้านแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ คือ ด้านที่ 1 ผลที่ได้รับจากโครงการ 1.1. ห้องน้ามีสภาพน่าใช้มากขึน 1.2. ห้องน้ามีความสะอาด ด้านที่ 2 ความพึงพอใจโดยรวมในการเข้าร่วมกิจกรรมนี 2.1. ความพึงพอใจในด้านพัฒนาห้องน้า 2.2. ความพึงพอใจในด้านประโยชน์ในการจัดโครงการ และแบ่งระดับความพึงพอใจ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย 1 = น้อยที่สุด ตารางที่ 4-3 ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างในการท้าแบบประเมินความ พึงพอใจ กลุ่มตัวอย่าง (30 คน) ด้านที่ 1 ด้านที่ 2 1.1. 1.2. 2.1. 2.2. 1 5 5 5 5 2 5 5 5 5 3 5 5 5 5 4 4 4 5 5 5 5 5 5 5 6 5 5 5 5 7 5 5 5 5 8 5 5 5 5 9 5 5 5 5 10 5 5 5 5 11 5 5 5 5 12 5 5 5 5 13 5 5 5 5 14 5 5 5 5 15 5 5 5 5
  28. 28. 18 ตารางที่ 4-3 ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างในการท้าแบบประเมินความ พึงพอใจ (ต่อ) กลุ่มตัวอย่าง (30 คน) ด้านที่ 1 ด้านที่ 2 1.1. 1.2. 2.1. 2.2. 16 5 5 5 5 17 5 5 5 5 18 5 5 5 5 19 5 5 5 5 20 5 5 5 5 21 5 5 5 5 22 5 5 5 5 23 5 5 5 5 24 5 5 5 5 25 5 5 5 5 26 5 5 5 5 27 5 5 5 5 28 5 5 5 5 29 5 5 5 5 30 5 5 5 5 รวม 149 149 150 150 ค่าเฉลี่ย 4.97 4.97 5 5 คิดเป็นร้อยละ 99.4 99.4 100 100 ..DS 0.186 0.186 0 0
  29. 29. 19 ตารางที่ 4-4 ตารางแสดงผลการประเมินความพึงพอใจในภาพรวมของกลุ่มตัวอย่างในการท้าแบบ ประเมินความพึงพอใจ รายการความพึงพอใจ x ..DS การแปลงผล 1. ผลที่ได้รับจากโครงการ 1.1. ห้องน้้ามีสภาพน่าใช้มากขึ้น 4.97 0.186 มากที่สุด 1.2. ห้องน้้ามีความความสะอาด 4.97 0.186 มากที่สุด 2. ความพึงพอใจในการด้าเนินโครงการนี้ 2.1. ความพึงพอใจในด้านพัฒนาห้องน้้า 5 0 มากที่สุด 2.2. ความพึงพอใจในด้านประโยชน์ในการจัดโครงการ 5 0 มากที่สุด ภาพที่ 4-9 แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อ การด้าเนินโครงการ จากตารางที่ 4-4 พบว่าระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อโครงการจิตอาสาพัฒนา ห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว โดยผลการประเมินเป็นได้ดังนี ด้านที่ 1. คือ ผลที่ได้รับจากโครงการ 1.1 ห้องน้ามีสภาพน่าใช้มากขึน ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 แปลงผลได้ เป็นพึงพอใจมากที่สุด 4.97 4.97 5 5 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5 ระดับความพึงพอใจ แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการด้าเนินโครงการ ห้องน้ามีสภาพน่าใช้มากขึน ห้องน้ามีความความสะอาด ความพึงพอใจในด้านพัฒนาห้องน้า ความพึงพอใจในด้านประโยชน์ในการจัดโครงการ
  30. 30. 20 1.2 ห้องน้ามีความสะอาด ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 แปลงผลได้เป็นพึง พอใจมากที่สุด และผลการประเมินด้านที่ 2. คือ ความพึงพอใจโดยรวมในการเข้าร่วมกิจกรรมนี 2.1 ความพึงพอใจในด้านพัฒนาห้องน้า ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 5 แปลง ผลได้เป็นพึงพอใจมากที่สุด 2.2 ความพึงพอใจในด้านประโยชน์ในการจัดโครงการ ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5 แปลงผลได้เป็นพึงพอใจมากที่สุด
  31. 31. 21 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 5.1. สรุปผลการด้าเนินโครงการ จากการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้า โรงเรียนบ้านบัว ซึ่งได้ลงพืนที่ปฏิติบัติงานจริง ในวันที่ 16 มีนาคม 2559 ซึ่งในวันดังกล่าวก็ได้ท้าการทาสีในตอนเช้า โดยเริ่มทาสีจากภายนอก ห้องน้าและก็ตามด้วยทาภายในห้องน้า และก็พักรับประทานอาหารเที่ยง แล้วเริ่มงานต่อในตอนบ่าย โดยได้ท้าการทาสีที่เหลือต่อ ซึ่งห้องน้ามีทังหมด 6 ห้อง หลังจากทาสีเสร็จก็มาจัดสวนหย่อมที่อยู่ บริเวณหน้าห้องน้า ซึ่งผลการด้าเนินโครงการก็ส้าเร็จไปได้ด้วยดี ผลการด้าเนินโครงการมีปรับปรุงและพัฒนาห้องน้าและสภาพแวดล้อมบริเวญห้องน้า ให้มี สภาพแวดล้อมที่ดีขึนอย่างเห็นได้ชัด เป็นที่พอใจของ นักเรียน ครู และบุคลากร ของโรงเรียนบ้านบัว โดยได้ประเมินวัดผลจากการท้าแบบประเมินความพึงพอใจนักเรียน ครู และบุคลากร ของโรงเรียน บ้านบัว ที่มีต่อการด้าเนินโครงการโดยภาพรวมในด้านที่ 1. ผลที่ได้รับจากโครงการซึ่งผลการประเมิน ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.97 แปลงผลได้เป็นพึงพอใจมากที่สุด และในด้านที่ 2. คือ ความพึงพอใจใน การด้าเนินโครงการนี ซึ่งผลการประเมินได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 5 แปลงผลได้เป็นพึงพอใจมากที่สุด ดังแผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการด้าเนิน โครงการดังภาพที่ 4-1 ภาพที่ 5-1 แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อ การด้าเนินโครงการ 4.97 4.97 5 5 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 4.5 5 ระดับความพึงพอใจ แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการด้าเนินโครงการ ห้องน้ามีสภาพน่าใช้มากขึน ห้องน้ามีความความสะอาด ความพึงพอใจในด้านพัฒนาห้องน้า ความพึงพอใจในด้านประโยชน์ในการจัดโครงการ
  32. 32. 22 5.2. อภิปรายผล จากการศึกษาค้นคว้าโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัวได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ ทางคณะผู้จัดท้าได้ตังไว้ คือ 1. เพื่อปรับปรุงและพัฒนาห้องน้าและสภาพแวดล้อมบริเวณห้องน้าให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งก็ ได้ด้าเนินการปรับปรุงและพัฒนาสภาพห้องน้าของโรงเรียนบ้านบัว จนมีสภาพน่าใช้งานมากขึนอย่าง เห็นได้ชัด และเป็นที่น่าพึงพอใจของนักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนบ้านบัว โดยวัดผลจาก แบบประเมินความพึงพอใจได้แปรผลออกมาเป็น พอใจมากที่สุด 2. เพื่อน้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol (POCCC) ไปใช้ในการท้างาน ซึ่งทางคณะ ผู้จัดท้าก็ได้น้าแนวคิดทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol ไปใช้ในการท้างาน ซึ่งได้ใช้กระบวนการ จัดการงานที่ประกอบด้วยหน้าที่ ทางการจัดการ 5 ประการ ของ Henri Fayol ดังนี คือ 2.1. การวางแผน (Planning) คือ สมาชิกร่วมกันประชุมและเสนอกิจกรรมที่จะท้าโครงการ ด้านจิตอาสา 2.2. การจัดองค์การ (Organizing) คือ จัดตังหัวหน้ากลุ่ม แบ่งหน้าที่ให้สมาชิกตามความถนัด 2.3. การบังคับบัญชาสั่งการ (Commanding) คือ มีหัวหน้ากลุ่มเป็นคนสั่งการให้สมาชิก ปฏิบัติงานตามที่ได้วางแผนไว้ 2.4. การประสานงาน (Coordinating) คือ การที่สมาชิกที่มีหน้าที่ต่างกันมีการประสานงาน กันเพื่อให้งานด้าเนินไปด้วยความเรียบร้อย 2.5. การควบคุม (Controlling) คือ หัวหน้ากลุ่มเป็นผู้ควบคุมดูแลการท้างานให้เป็นไปตาม แผนที่วางไว้ ซึ่งทัง 5 ขันตอนของ Fayol ก็ได้ท้าให้การด้าเนินโครงการผ่านไปได้ด้วยดี และท้าให้สมาชิกใน กลุ่มสามารถบริหารงานของตนให้บรรลุผลส้าเร็จตามเป้าหมายได้และส้าเร็จลุล่วงด้วยดี 5.3. ข้อเสนอเเนะจากผู้ประเมิน จากการตอบแบบประเมินความพึงพอใจพบว่า ทางครู อาจารย์ บุคลากรโรงเรียนบ้านบัวได้ชื่น ชมว่าโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัวเป็นโครงการที่ดี อยากให้ทางมหาวิทยาลัย สนับสนุนโครงการด้านจิตอาสาให้เป็นโครงการต่อเนื่อง จะได้ส่งเสริมให้นักศึกษาเป็นผู้ที่มีจิตอาสา และมีความเป็นภาวะน้า
  33. 33. 23 5.4. ปัญหาและอุปสรรคในการด้าเนินโครงการ 5.4.1. มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่ร้อน ท้าให้ด้าเนินงานได้ไม่เต็มที่ 5.4.2. สมาชิกในกลุ่มบางคนไม่มีความช้านาญในด้านการทาสี 5.5. ข้อเสนอแนะ 5.5.1. ควรศึกษาวิธีการในการทาสีให้ละเอียดถี่ถ้วน 5.5.2. ควรมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันการเกิดงบประมาณบานปลาย
  34. 34. 24 บรรณานุกรม ชัชวาล เรืองประพันธ์. (2558). สถิติพื้นฐาน. พิมพ์รังที่ 2. ขอนแก่น : ภาควิชาสถิติ คณะ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เบญจา แสงมะลิ. (2531). การจัดห้องเรียนและสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาปฐมวัย. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาฝึกอบรมครูและผู้เกี่ยวข้องกับการเลียงดูเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 5. นนทบุรี. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วีรสิทธิ์ ชินวัตร. (2555). ทฤษฎีของ Henri Fayol. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2559, จาก: http://veerasit-dba04.blogspot.com/2012/10/6-henri-fayol.html Nucifer (นามแฝง). (2555). ขั้นตอนการทาสีบ้าน. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2559, จาก: http://www.nucifer.com/2012/03/10/colo/
  35. 35. 25 ภาคผนวก
  36. 36. 26 ภาคผนวก ก รูปกิจกรรม - วันที่ 15 มีนาคม 2559 ภาพที่ ก-1 ลงพืนที่ท้าความสะอาดห้องน้าก่อนที่จะท้าการปรับปรุงห้องน้า ภาพที่ ก-2 ลงพืนที่ท้าความสะอาดห้องน้าก่อนที่จะท้าการปรับปรุงห้องน้า
  37. 37. 27 - วันที่ 16 มีนาคม 2559 (ช่วงเช้า) ภาพที่ ก-3 ถ่ายภาพร่วมกับผู้อ้านวยการโรงเรียนบ้านบัวก่อนลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-4 ถ่ายภาพกับอุปกรณ์ก่อนลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  38. 38. 28 ภาพที่ ก-5 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-6 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  39. 39. 29 ภาพที่ ก-7 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-8 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  40. 40. 30 ภาพที่ ก-9 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-10 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  41. 41. 31 ภาพที่ ก-11 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-12 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  42. 42. 32 ภาพที่ ก-13 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-14 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  43. 43. 33 ภาพที่ ก-15 ภาพรับประทานอาหารกลางวัน ภาพที่ ก-16 ภาพช่วยกันล้างถ้วยล้างจานหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน
  44. 44. 34 - วันที่ 16 มีนาคม 2559 (ช่วงบ่าย) ภาพที่ ก-17 ลงพืนที่ทาสีห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-18 ภาพต้นไม้ที่ใช้จัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  45. 45. 35 ภาพที่ ก-19 ลงพืนที่จัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว ภาพที่ ก-20 ลงพืนที่จัดสวนย่อมบริเวณหน้าห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว
  46. 46. 36 ภาพที่ ก-21 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจต่อการด้าเนิน โครงการ ภาพที่ ก-22 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจต่อการด้าเนิน โครงการ
  47. 47. 37 ภาพที่ ก-23 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจต่อการด้าเนิน โครงการ ภาพที่ ก-24 เก็บข้อมูลโดยให้ นักเรียน คุณครูท้าแบบประเมินความพึงพอใจต่อการด้าเนิน โครงการ
  48. 48. 38 ภาพที่ ก-25 ภาพห้องน้าหลังการด้าเนินโครงการ ภาพที่ ก-26 ภาพห้องน้าหลังการด้าเนินโครงการ
  49. 49. 39 ภาพที่ ก-27 ถ่ายภาพร่วมกับผู้อ้านวยการโรงเรียนหลังการด้าเนินโครงการ ภาพที่ ก-28 ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนโรงเรียนหลังการด้าเนินโครงการ
  50. 50. 40 ภาพที่ ก-29 สมาชิกในกลุ่มถ่ายภาพกับห้องน้าหลังการด้าเนินโครงการ
  51. 51. 41 ภาคผนวก ข ประกอบไปด้วย - หนังสือขอขอบคุณในความอนุเคราะห์ส่งนักศึกษาจัดกิจกรรม โครงการจิตอาสาพัฒนา ห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว - แบบประเมินความพึงพอใจต่อการด้าเนินโครงการจิตอาสาพัฒนาห้องน้าโรงเรียนบ้านบัว

×