แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ๑

43,188 views

Published on

7 Comments
12 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
43,188
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
11
Actions
Shares
0
Downloads
784
Comments
7
Likes
12
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ๑

  1. 1. การพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STADวิชา ภาษาไทย ท๒๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ชุดที่ ๑เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์จัดทาโดยนางบังอร ชินบุตรตาแหน่ง ครู วิทยฐานะชานาญการพิเศษโรงเรียนหนองม่วงวิทยาสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๕
  2. 2. คานาการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD ชุดนี้ ข้าพเจ้าจัดทาขึ้นเพื่อเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน วิชา ภาษาไทย ท๒๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย ที่สาคัคคือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบด้วย คาชี้แจง วัตถุประสงค์ ลักษณะของการพัฒนาทักษะ วิธีการพัฒนาทักษะ เนื้อหา แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบย่อยและเฉลยข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD เล่มนี้ จะช่วยให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์เรื่องที่อ่าน แสดงความคิดเห็น และสรุปประเด็นสาคัคจากเรื่องราวที่นักเรียนประสบอยู่และสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้นางบังอร ชินบุตรตาแหน่ง ครู วิทยฐานะชานาคการพิเศษโรงเรียนหนองม่วงวิทยา
  3. 3. สารบัญหน้าคาชี้แจง.........................................................................................๑วัตถุประสงค์.................................................................................๑ลักษณะการพัฒนา........................................................................๑คาแนะนาในการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์.....................๒ใบความรู้ เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์..........................................๓แบบฝึกทักษะชุดที่ ๑ เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์.......................๖แบบทดสอบย่อย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์...............................๘เฉลยแบบฝึกทักษะ....................................................................๑๒เฉลยแบบทดสอบย่อย...............................................................๑๓บรรณานุกรม...............................................................................๑๔
  4. 4. คาชี้แจงวัตถุประสงค์ลักษณะการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์การพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD วิชาภาษาไทย ท๓๑๑๐๑ เล่มนี้ ใช้ประกอบการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑๑. เพื่อใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท๓๑๑๐๑เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์๒. เพื่อใช้เป็นแบบฝึกทักษะในการคิดและเขียนสื่อความ๓. เพื่อตอบคาถามและวิเคราะห์จากเรื่องที่อ่านได้๔. แสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้เป็นการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์วิชาภาษาไทย ท๓๑๑๐๑ในขอบเขต เนื้อหา และ กิจกรรม ผู้สอนได้วิเคราะห์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ที่สอนอยู่พบว่า นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์อยู่ในระดับต่า ทาคะแนนการอ่านเชิงวิเคราะห์ไม่ได้ คะแนนต่ามาก ซึ่งในการสอบวัดผลประเมินผลระดับชาติข้อสอบจะเป็นแนวคิดวิเคราะห์ทั้งสิ้น จึงได้คิดแบบการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD ชุดนี้ขึ้นมา และส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาทักษะ การอ่านเชิงวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  5. 5. ๒คาแนะนาในการพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์๑. เอกสารการพัฒนาทักษะชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อให้นักเรียนศึกษาด้วยกระบวนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD นักเรียนควรตั้งใจเรียน และร่วมแสดงความคิดเห็นในกลุ่มของตนอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ๒. นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องให้เข้าใจและวิเคราะห์เรื่องที่อ่านจับประเด็นสาคัค๓. นักเรียนตอบคาถามใน แบบฝึกทักษะ โดยเขียนตอบในแบบฝึกทักษะตามที่กลุ่มเสนอมา๔. เมื่อนักเรียนทาแบบฝึกทักษะเสร็จแล้ว ให้ทาแบบทดสอบย่อยจานวน ๑๐ ข้อ ลงในกระดาษคาตอบ๕. เมื่อทาแบบทดสอบย่อยแล้วให้ตรวจสอบจากเฉลย รวมคะแนนของแต่ละคน และรวมคะแนนของกลุ่ม
  6. 6. ๓ใบความรู้เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์การอ่าน คือ การแปลความหมายของตัวอักษรเครื่องหมาย สัคลักษณ์ เครื่องสื่อความหมายต่างๆที่ปรากฏแก่ตาออกมาเป็นความคิด ความเข้าใจเชิงสื่อสารแล้วผู้อ่านสามารถนาความคิดความเข้าใจนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป (ผจงวาด พูลแก้ว. ๒๕๔๗: ๗๙)การวิเคราะห์ คือ การใคร่ครวค การแยกแยะออกเป็นส่วน ๆการอ่านเชิงวิเคราะห์ คือ การอ่านอย่างละเอียดแล้วแยกแยะให้ได้ว่าส่วนต่างๆ นั้นมีความหมายและความสาคัคอย่างไรการอ่านเชิงวิเคราะห์ต้องรู้จักตั้งคาถาม และจัดระเบียบเรื่องราวที่อ่าน เพื่อให้เข้าใจเรื่องพื้นฐานของการอ่านเชิงวิเคราะห์ คือ ต้องอ่านข้อความนั้นให้จบอย่างน้อย๑ เที่ยวก่อน เพื่อให้เกิดความเข้าใจทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน จากนั้นควรอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้๑. พิจารณาวิธีการนาเสนอของผู้อ่านว่าใช้วิธีการนาเสนออย่างตรงไปตรงมา หรือใช้วิธีเปรียบเทียบหรือยกตัวอย่าง๒. สามารถจาแนกได้ว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง และส่วนใดเป็นข้อคิดเห็น๓. เข้าใจถึงจุดประสงค์ของผู้เขียนว่าต้องการจะสื่อสาร ส่งสารใดมาถึงผู้อ่าน เช่น ต้องการโฆษณาชวนเชื่อ ชักจูงให้ปฏิบัติตามต้องการท้วงติงเสนอปัคหา เสนอแนวคิด การปฏิบัติหรือบอกเล่า
  7. 7. ๔หลักการอ่านเชิงวิเคราะห์การอ่านเชิงวิเคราะห์เป็นการอ่านที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักอ่านหนังสืออย่างมีวิจารณญาณ รู้จักแยกแยะความเหมาะสมขององค์ประกอบในการเขียนทั้งเนื้อหา รูปแบบเข้าใจจุดประสงค์และทัศนะของผู้เขียนรวมทั้งวินิจฉัยได้ว่า เรื่องนั้นควรอ่านหรือไม่ควรอ่านอย่างไรการฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ทาให้นักเรียนอ่านหนังสือเป็น และอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ มีหลักดังนี้๑. แยกแยะส่วนที่เป็นสาระสาคัญ และส่วนขยายความ การเขียนหนังสือของผู้เขียนจะเขียนใน ๒ ส่วน คือ ส่วนที่เป็นสาระสาคัค และส่วนขยายความ ซึ่งอาจจะเป็นการขยายหรือยกตัวอย่างประกอบ การอ่านอย่างวิเคราะห์นั้นผู้อ่านจะต้องค้นหาส่วนที่เป็นสาระสาคัคที่ผู้เขียนต้องการนาเสนอ เพื่อจะได้เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้เขียน๒. แยกแยะส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงออกจากข้อคิดเห็นข้อเท็จจริง เป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทาอะไร อยู่ในสภาพอย่างไร ที่ไหน เมื่อไร มีปริมาณเท่าใด มีลักษณะอย่างไรและมีหลักฐานอ้างอิงได้ข้อคิดเห็น เป็นข้อความแสดงความเชื่อหรือ แนวคิดความรู้สึกส่วนตัวที่ผู้กล่าวมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ว่าจะเป็นบุคคล วัสดุ เหตุการณ์ หรือพฤติการณ์ผู้อื่นอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้
  8. 8. ๕- ตัวอย่าง ข้อเท็จจริง/ข้อคิดเห็นยิงโจ๋เมืองชลฯ หวิดม้วยเมื่อเวลา ๐๒.๐๐ น. วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ รตอ. นิติภูมิ บุตรวงค์ร้อยเวร สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งว่ามีวัยรุ่นถูกยิงมารักษาตัว จึงรุดไปตรวจสอบพบ นายอนิวัฒน์ จ่ารัตน์ อายุ ๑๕ ปี ถูกยิงเข้าที่แผ่นหลัง ราวนมและแขนขวา ตารวจคาดว่าเป็นการทะเลาะกันของแก๊งวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน ข้อเท็จจริง คือ นายอนิวัฒน์ จ่ารัตน์ ถูกยิงแผ่นหลัง ราวนม และแขนขวา (มีหลักฐานอ้างอิงได้,พิสูจน์ได้) ข้อคิดเห็น คือ คาดว่าเป็นการทะเลาะกันของแก๊งวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน(เป็นข้อสันนิษฐานของตารวจ อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้)สรุปการอ่านเชิงวิเคราะห์ คือการอ่านข้อความอย่างละเอียดพินิจพิเคราะห์ ระมัดระวังทั้งความหมายตรง และความหมายแฝง และต้องพยายามสะสมประสบการณ์ต่าง ๆ ด้วยการอ่านหนังสือมาก ๆ ข้อที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ การใช้ภาษาของผู้เขียนเมื่ออ่านเรื่องที่ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ควรแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นออกจากกันเสียก่อนที่มา. ประพนธ์ เรืองณรงค์. ๒๕๔๕ : ๕๐-๕๑.
  9. 9. ๖แบบฝึกทักษะชุดที่ ๑เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องโดยใช้กระบวนการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD มีขั้นตอน ดังนี้ (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ข้อละ ๑ คะแนน)๑. ทุกคนอ่านใบความรู้ที่แจกให้๒. กลุ่มทากิจกรรมดังนี้คนที่ ๑ อ่านคาถามคนที่ ๒ ตอบคาถามคนที่ ๓ ตรวจคาตอบคนที่ ๔ บันทึกลงในแบบฝึก๓. ตัวแทนออกมานาเสนอผลงานกลุ่ม๑. วิเคราะห์ หมายถึง.......................................................................................................................................................................................................๒. การอ่าน หมายถึง........................................................................................................................................................................................................๓. การอ่านเชิงวิเคราะห์ หมายถึง ...................................................................................................................................................................................๔. ให้นักเรียนแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นจากข้อความที่กาหนดให้“ตรวจสภาพศพ นายสุนทร ขาประไพ โชเฟอร์รถทัวร์ที่ถูกยิงตายคารถปิกอัพ ตารวจมุ่งขัดแย้งมรดก”
  10. 10. ๗เกณฑ์การประเมินกลุ่มที่ได้คะแนน 9 – 10 ระดับดีมากกลุ่มที่ได้คะแนน 7 – 8 ระดับดีกลุ่มที่ได้คะแนน 5 – 6 ระดับพอใช้กลุ่มที่ได้คะแนน 1 – 4 ปรับปรุงกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคือกลุ่มที่ได้ระดับดีขึ้นไปกลุ่มที่ไม่ผ่านการประเมินให้ศึกษาใหม่ข้อเท็จจริง คือ...........................................................................................ข้อคิดเห็น คือ ...........................................................................................๕. เพราะเหตุใด คาว่า ตารวจสันนิษฐาน... / คาดว่า... / มุ่งประเด็นว่า...จึงเป็นข้อคิดเห็น........................................................................................กลุ่มที่...........รายชื่อสมาชิก๑. ................................................................เลขที่............ประธานกลุ่ม๒. ...............................................................เลขที่............๓. ...............................................................เลขที่............๔. ...............................................................เลขที่............เลขานุการกลุ่ม
  11. 11. ๘แบบทดสอบย่อยเรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกที่สุด โดยทาเครื่องหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ข้อละ ๑ คะแนน)อ่านข้อความนี้ ตอบคาถามและวิเคราะห์เรื่อง ข้อ ๑ – ๓“นมจัดเป็นอาหารที่ถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสมบูรณ์ที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีโปรตีนที่มีคุณภาพ ไขมัน น้าตาลเกลือแร่ และวิตามิน อย่างไรก็ตาม นมที่รีดมาจากฟาร์มมีแบคทีเรียรวมอยู่ด้วย ถ้ามีระบบการจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ อาจจะทาให้แบคทีเรียเพิ่มจานวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มนมดิบ เพราะอาจเกิดโรคจากแบคทีเรียอาหารเป็นพิษได้”๑. ข้อความนี้ผู้เขียนมีจุดประสงค์ในการเขียนอย่างไรก. บอกโรคที่เกิดจากการดื่มนมข. บอกวิธีการรีดนมวัวที่ถูกวิธีค. บอกประโยชน์และโทษของนมง. บอกเชื้อโรคที่อยู่ในนมดิบ๒. จากข้อความที่ว่า “นมมีคุณค่าทางโภชนาการสมบูรณ์ที่สุด” หมายความว่าอย่างไรก. ดื่มนมแล้วสุขภาพแข็งแรง เติบโตเร็วสูงสมวัยข. ดื่มนมแล้วระบายท้องได้ดีเพราะนมมีเส้นใยมากค. ดื่มนมแล้วให้พลังงานดี เพราะนมมีแป้งและน้าตาลง. ดื่มนมแล้วทาให้ร่างกายอบอุ่นเพราะนมมีไขมันมาก
  12. 12. ๙๓. ถ้านักเรียนดื่มนมดิบ จะมีอันตรายอย่างไรก. ทาให้เกิดอาการปวดศีรษะ ตัวร้อน เป็นไข้ข. ทาให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลในกระเพาะได้ค. ทาให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และหลอดลมง. ทาให้ปวดท้อง ท้องเสีย เนื่องจากอาหารเป็นพิษได้อ่านข้อความนี้แล้วตอบคาถาม ข้อ ๔ – ๖“เด็กเฝ้ามองและเลียนแบบพ่อแม่ คนที่เด็กรักมากที่สุดเด็กจะพยายามทาตามกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่กาหนดไว้เนื่องจากเด็กต้องการความรัก ความสนใจและการยอมรับจากพ่อแม่ เด็กจะพยายามเรียนรู้จากสีหน้าท่าทางของพ่อแม่ว่าเด็กทาสิ่งไหนแล้ว พ่อแม่ยิ้ม พ่อแม่ตบมือ พ่อแม่ชอบและเด็กก็จะพยายามทาสิ่งนั้นเพิ่มขึ้น”๔. จากข้อความนี้ พ่อแม่ควรทาตัวอย่างไรให้ลูกเห็นก. ยอมรับการแสดงออกของเด็กในทุกเรื่องข. ให้ความรักและทาสิ่งที่ถูกต้องค. ไม่ควรดุเด็กเพราะยังไม่รู้เรื่องง. อธิบายให้เด็กได้รับรู้เข้าใจ๕. เด็กที่แกล้งพี่เลี้ยง และผู้ใหค่ว่าไม่ดีแต่กลับยิ้มด้วยความเอ็นดู จะทาให้เด็กรู้สึกอย่างไรก. เด็กรู้สึกว่า ไม่ผิดเพราะพ่อแม่ยิ้มแย้มที่ลูกทาข. เด็กรู้สึกว่า มีความผิด แต่ผิดไม่มากค. เด็กรู้สึกว่า เป็นเรื่องดี ที่แกล้งพี่เลี้ยงได้ง. เด็กรู้สึกว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องปกติ
  13. 13. ๑๐๖. ถ้าเด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง พ่อแม่ควรทาอย่างไรก. ปล่อยไปก่อน เพราะเด็กยังไม่รู้เรื่องข. ควรดุ และห้ามปรามสอนให้ชัดเจนค. ควรอธิบายให้ชัดเจนอย่างยิ้มแย้ม ไม่ดุง. ควรยกตัวอย่างให้เด็กได้รับรู้หลาย ๆ ตัวอย่างอ่านข้อความนี้แล้วตอบคาถาม ข้อ ๗ – ๑๐“ยิงเด็กอู่ดิ้นคาตู้ฮัลโหล เมื่อเวลา ๐๐.๒๐ น.วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ตารวจได้รับแจ้งว่า นายสมยศ รักอู่ อายุ ๑๙ ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ที่กลางหลัง นอนเสียชีวิตบริเวณตู้สาธารณะ สอบสวนทราบว่าผู้ตายทางานที่อู่ซ่อมรถยนต์ไพเลิศการช่างคาดว่าเป็นฝีมือวัยรุ่นต่างหมู่บ้านตามมาล้างแค้น”๗. ข้อความใดเป็นข้อเท็จจริงก. นายสมยศ ถูกยิงด้วยปืนลูกซองข. ฝีมือวัยรุ่นต่างหมู่บ้านค. ฝีมือคู่อริเก่าตามมาล้างแค้นง. สภาพศพนอนตายอย่างอนาถ๘. ข้อใดเป็นข้อคิดเห็นก. เวลา ๐๐.๒๐ วันที่ ๑๑ พ.ย.ข. นายสมยศ รักอู่ อายุ ๑๙ ปีค. ทางานอยู่อู่ซ่อมรถยนต์ง. คาดว่าเป็นฝีมือวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน
  14. 14. ๑๑เกณฑ์การประเมินคนที่ได้คะแนน 9 – 10 ระดับดีมากคนที่ได้คะแนน 7 – 8 ระดับดีคนที่ได้คะแนน 5 – 6 ระดับพอใช้คนที่ได้คะแนน 1 – 4 ปรับปรุงคนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคือคนที่ได้ระดับดีขึ้นไปคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ศึกษาใหม่๙. ข่าวนี้ตรงกับสานวนไทยว่าอย่างไรก. อย่าริรัก ในวัยเรียนข. รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีค. ตนเป็นที่พึ่ง แห่งตนง. อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง๑๐. ผู้ตายมีอาชีพใดก. ช่างซ่อมโทรศัพท์ข. ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าค. ช่างซ่อมรถยนต์ง. ช่างซ่อมโทรทัศน์
  15. 15. ๑๒เฉลยแบบฝึกทักษะชุดที่ ๑เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์๑. วิเคราะห์ หมายถึง ใคร่ครวญ แยกแยะออกเป็นส่วน ๆ๒. การอ่าน หมายถึง การแปลความหมายของตัวอักษร เครื่องหมายสัญลักษณ์ เครื่องสื่อความหมายต่างๆ ที่ปรากฏแก่ตาออกมาเป็นความคิดความเข้าใจเชิงสื่อสาร แล้วผู้อ่านสามารถนาความคิดความเข้าใจนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป๓. การอ่านเชิงวิเคราะห์ หมายถึง การใช้ความสามารถในการอ่านเพื่อประเมินสิ่งที่อ่าน ตัดสินว่าถูกหรือผิด หรือหาคุณค่าในสิ่งที่อ่าน หาความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น๔. ให้นักเรียนแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นจากข้อความที่กาหนดให้“ตรวจสภาพศพ นายสุนทร ขาประไพ โชเฟอร์รถทัวร์ที่ถูกยิงตายคารถปิกอัพ ตารวจมุ่งขัดแย้งมรดก”ข้อเท็จจริง คือ สภาพศพนายสุนทร ขาประไพ ถูกยิงตายคารถปิดอัพข้อคิดเห็น คือ ตารวจมุ่งขัดแย้งมรดก๕. เพราะเหตุใด คาว่า ตารวจสันนิษฐาน... / คาดว่า... / มุ่งประเด็นว่า...จึงเป็นข้อคิดเห็น เพราะเป็นความเชื่อของตารวจที่มีต่อเหตุการณ์นั้น อาจจะจริง หรือ ไม่จริงก็ได้
  16. 16. ๑๓เฉลยแบบทดสอบย่อยเรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ข้อที่ สอง, ห้า, เจ็ด อย่าพึ่งเอ็ดข้อ ก ถูกข ไข่ไม่กระดูก มีข้อถูกคือ สี่, หกค ควายข้อ หนึ่ง, สิบ มองตาปริบไม่ตลกง งูไม่กล้าฉก ถูกทุกยก สาม, แปด, เก้า
  17. 17. ประพนธ์ เรืองณรงค์. ๒๕๔๕. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยช่วงชั้นที่ ๓ (มัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.ผจงวาด พูลแก้ว. ๒๕๔๗. แบบฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน. กรุงเทพ :ชมรมเด็กสุวิทย์ มูลคาและอรทัย มูลคา. ๒๕๕๐. ๑๙ วิธีจัดการเรียนรู้ : เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.บรรณานุกรม

×