พระพุทธศาสนากับป่าไม้

8,933 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
8,933
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
69
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

พระพุทธศาสนากับป่าไม้

  1. 1. พระพุทธศาสนากับป่ าไม้ พระพุทธศาสนากับป่ าไม้ เป็ นการนาวิธีทางศาสนาโดยอาศัยหลักธรรมคาสอนเรื่ อง ความรู้จกบุญคุณ ักตัญญูกตเวที และการเสี ยสละเพื่อส่วนรวมโดยรู้จกประมาณในการบริ โภค เป็ นต้น มาเป็ นหลักพัฒนาจิตใจ ัให้เกิดความสานึกในความรักในธรรมชาติการสร้างอุทยานเป็ นที่พกเพื่อแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าและสาวก ัทั้งหลาย นอกจากนั้น อุทยานก็ดี ราชอุทยานก็ดี ส่วนป่ าของบุคคลต่าง ๆ ที่มีปรากฎในพระไตรปิ ฏกว่าได้กลายเป็ นอารามบ้าง วิหารบ้าง มหาวิหารบ้าง ก็ดวยจิตสานึกเรื่ องบุญบาปหรื อคุณธรรมของท่านผูเ้ ป็ นเจ้าของ ้อุทยานเหล่านั้นได้กระทาเป็ นตัวอย่าง และได้กลายเป็ นธรรมเนียมการสร้างวัดป่ าในพระพุทธศาสนามาตราบเท่าทุกวันนี้ พระพุทธศาสนามีปรัชญาและคาสอนที่เน้นความตระหนักและมีความเมตตาต่อชีวิตทั้งมวล แต่ที่ผาน ่มา ชีวิตสัตว์ พืชพรรณ ทรัพยากรทางธรรมชาติเป็ นต้นถูกทาลายลงอย่างรวดเร็ว อันเป็ นผลมาจากความโง่เขลา ่ความโลภ และการขาดความเคารพต่อโลก วิกฤติการณ์ทางสิ่ งแวดล้อมที่เราเผชิญอยูทุกวันนี้ตองการความ ้ช่วยเหลือที่เร่ งด่วน แต่การมุ่งเน้นคุณค่าด้านจิตวิญญาณของมนุษย์มิได้หมายความว่าจะละเลยบทบาทของ ่ ัวิทยาศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์ มีขอบเขตอยูกบสภาพของโลกในขณะที่พุทธศาสนาเป็ นแหล่งคุณค่าของมนุษย์และทุกวันนี้ประชาชนจานวนมากรู้สึกว่านอกเสี ยจากปัจเจกชนและค่านิยมทางสังคมจะได้รับการกระตุนเมื่อ ้ ่นั้นเราจึงจะเริ่ มแก้ปัญหาที่กาลังเผชิญอยูได้ในวิถีทางที่มีผลต่อชีวิตบนโลก ทั้งปัจจุบนและอนาคต ั จากคาสอนของพระพุทธศาสนานี้เองที่เน้นสอนให้เราทาความดี ละเว้นความชัว ไม่เบียดเบียนสรรพ ่สิ่ งไม่ว่าจะมีชีวิตหรื อไม่มีชีวิตก็ตาม เพื่อความสงบสุข และความร่ มเย็นของทุก ๆคน นับตั้งแต่ในสมัยพุทธกาลนานมา พระพุทธองค์ทรงวางนโยบายอนุรักษ์ชีวิตสัตว์โลกเอาไว้แล้ว โดยการกาหนดปฏิบติที่ ัเรี ยกว่า "ศีล" ให้แก่ชาวโลกดังนั้นจะเห็นได้ว่า หากผูคนพยายามรักษาศีลข้อที่หนึ่งนี้เพิ่มมากขึ้น ปัญหาการ ้สูญพันธุ์ของสัตว์ป่าต่างๆจะลดลง ในป่ าจะมีสตว์อาศัยอยู่ และสัตว์ท้งหลายก็จะมีป่าให้อยู่ สัตว์กบป่ าไม้เป็ น ั ั ัสื่ อสัมพันธ์ซ่ ึ งกันและกัน ไม่ใช่ไปทาสัตว์ป่าให้กลายเป็ นสัตว์บาน นามาบังคับใส่กรงขังไว้ แล้วทาลายป่ า ้ราบเรี ยบ สร้างเป็ นตึกสูง เป็ นห้องแถวอย่าทาให้สตว์ป่าไร้ป่าอยู่ ซึ่ งผิดธรรมชาติของมัน อย่าทาให้ป่าต้องร้าง ัสัตว์อยู่ ซึ่ งผิดธรรมชาติของป่ า และอย่าทาให้วงจรชีวิตของธรรมชาติ ที่สตว์กบป่ าต้องพึ่งพาอาศัยกัน นั้น ั ัต้องถูกทาลายสมดุล ในตัว ของมันเองไป อันเนื่องมาจากการฆ่าแกงทาร้ายสัตว์ การข่มเหงบังคับสัตว์อย่างทารุ ณ ด้วยฝี มือของมนุษย์โปรดช่วยกันเอ็นดู ให้ความเมตตากรุ ณา และให้ประโยชน์แก่สตว์ท้งปวงบ้างเถิด ั ัอย่ารังแกกันเกินไปนักเลย22/07/55 21:36:17 น. Credit by S.Nimtim
  2. 2. จากพุทธประวัติเราจะพบว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับป่ าไม้หลายประการด้วยกันคือศากยวงศ์ของพระพุทธเจ้าจัดตั้งขึ้นโดยพระราชโอรส และพระราชธิดาของพระเจ้าโอกากราช ณ ป่ าไม้สก ใกล้ภูเขา ั ่หิ มาลัย อันเป็ นที่อยูของกบิลดาบสมาก่อน ได้สร้างเมืองขึ้นในป่ าไม้สกให้ชื่อว่ากบิลพัสดุ์ โกลิยวงศ์ ัอันเป็ นราชวงศ์ของพระนางสิ ริมหามายา พระพุทธมารดา ก็มีความเป็ นมาเนื่องด้วยป่ าไม้กระเบา มีราชธานี ชื่อ กรุ งเทวทหะ เมื่อพระนางสิ ริมหามายาทรงพระครรภ์จวนประสูติพระโอรส พระนางได้เดินทาง ั ่เพื่อไปประสูติพระโอรส ณ กรุ งเทวทหะ แต่เมื่อไปถึง ลุมพินีวน ซึ่ งเป็ นป่ าที่ต้ งอยูระหว่างกรุ ง ักบิลพัสดุ์ และกรุ งเทวทหะ พระนางก็ประสูติพระโพธิสตว์ ณ ที่น้ น ในสมัยที่ทรงพระเยาว์ พระ ั ัโพธิสตว์มกใช้เวลาส่วนหนึ่งเที่ยวจาริ กไปตามป่ าเชิงภูเขาหิ มาลัย จนสัตว์ป่ามีความคุนเคยเดินตาม ั ั ้พระองค์ไปเป็ นฝูง ด้วยความสนิทสนมคุนเคยเป็ นที่อศจรรย์ ตลอดระยะเวลาหกปี ที่พระโพธิสตว์ได้ ้ ั ั ่เที่ยวศึกษาแสวงหาทางเพื่อความตรัสรู้เป็ นพระพุทธเจ้า ได้ประทับศึกษาอยูในป่ าต่าง ๆ แม้ในเวลาตรัสรู้ก็ทรงเลือกเอาป่ าในตาบล อุรุเวลาเสนานิคมเป็ นที่บาเพ็ญเพียรจนตรัสรู้ภายใต้ตน อัสสัตถพฤกษ์ แล้ว ้ประทับเสวยวิมุติสุข ณ ต้นไทร ต้นเกด ตามลาดับ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ พระธัมมจักกัปวัตตนสูตร แก่ ปัญจวัคคีย ์ ก็ทรงแสดงที่ ป่ าอิสิปนมฤคทายวัน อันเป็ นสวนป่ า และทรงแสดงพระธรรมเทศนาอีกเป็ นอันมาก ณ ป่ าอิสิปนมฤคทายวันแห่งนั้น จนเกิดพระอรหันต์ข้ ึนในโลกคราวแรกติดต่อกันถึงหกสิ บรู ป ทรงแสดงพระธรรมเทศนา อนุบุพพิกถา และอริ ยสัจสี่ โปรดพระเจ้าพิมพิสารและบริ วาร จานวนรวมกัน ๑๒๐,๐๐๐ ท่าน ณ ลัฏฐิวน อันเป็ นป่ าเช่นเดียวกัน พระอารามแห่งแรกใน ัพระพุทธศาสนาคือ เวฬุวน คือป่ าไผ่ที่พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายให้เป็ นที่ประทับของพระพุทธเจ้า และ ัพระสงฆ์ หลังจากที่พระองค์ได้ฟังธรรมเทศนาจนบรรลุมรรคผลเป็ นพระอริ ยบุคคลแล้ว พระอารามอีกแห่งหนึ่งในกรุ งราชคฤห์คือ ชีวกัมพวัน เป็ นป่ าไม้มะม่วงที่หมอชีวกโกมารภัจถวายเป็ นพรอาราม สาหรับพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ และที่ในกรุ งราชคฤห์น้ น ยังมีป่าที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ัอีกเป็ นอันมาก เช่น มัททกุจฉิ มฤคทายวัน ในแคว้นกาสี แคว้นโกศล อันเป็ นที่ต้งของพระอารามคือ ัพระเชตวัน บุพพาราม มีป่าเป็ นอันมาก นอกจากเชตวัน คือ ป่ าของเจ้าเชต ที่ท่านอนาถบิณทิกเศรษฐีซ้ื อเพื่อสร้างเป็ นพระอารามถวายพระพุทธเจ้าแล้วยังมีอนธวัน และนันทวัน ที่พระพุทธเจ้า และพระภิกษุ ั ่ ัสงฆ์ ได้ไปพักอาศัยในป่ าเหล่านั้น ในแคว้นวัชชี และแคว้นสักกะ มีชื่อป่ ามหาวันอยูท้งสองแห่ง ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรเป็ นอันมากแก่พระภิกษุบาง เทวดาบ้าง พระราชา พราหมณ์ คฤหบดีบาง ้ ้ในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับในป่ านั้น ตามปกติพระพุทธเจ้าจะเสด็จหลีกออกจากหมู่คณะ ่ไปประทับสงบอยูในป่ าระยะสั้น ๆ เจ็ดหรื อสิ บห้าวันทุกครั้งจะเสด็จเข้าไปประทับในป่ า เช่นคราวที่ ่ ่ ัพระภิกษุทะเลาะกันที่เมืองโกสัมพี พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับอยูที่ป่า รักขิตวัน อยูกบช้างและลิงที่22/07/55 21:36:17 น. Credit by S.Nimtim
  3. 3. เราเรี ยกพระพุทธรู ปปางนี้ว่าปางป่ าลิเลยกะ การอยูป่าเป็ นวัตรจัดเป็ นนิสย คือปัจจัยเครื่ องอาศัยชีวิตของ ่ ันักบวชในพระพุทธศาสนาและแม้นกบวชในลัทธิอื่นก็ถือแนวเดียวกัน พระพุทธเจ้ากับพระภิกษุสงฆ์ ั ่ในสมัยพุทธกาลล้วนแล้วแต่อาศัยอยูในป่ าเป็ นส่วนมาก ยิ่งท่านที่ตองการ เจริ ญกรรมฐาน หรื อที่ใช้คา ้ว่าเจริ ญสมณธรรมด้วยแล้ว เสนาสนะป่ าเขา เงื้อมเขา ถ้ า เป็ นสถานที่ที่เกื้อกูลต่อการปฏิบติเจริ ญสมณ ัธรรม พระพุทธเจ้าทรงยกย่องสรรเสริ ญป่ าไว้โดยนัยต่าง ๆ เป็ นอันมาก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเสด็จดับขันธปริ นิพพาน ก็ทรงปริ นิพพาน ณ สาลวโนทยาน คือ สวนป่ าสาละของกษัตริ ยมลละ แห่งเมืองกุสิ ์ ันารา ป่ าไม้ในฐานะเป็ นที่ต้งแห่งบุญ ในสคาถวรรค สังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้ารับสังตอบเทวดาที่มา ั ่กราบทูลถามว่า "ชนเหล่าใด สร้างสวนดอกไม้ ผลไม้ ปลูกหมู่ไม้ สร้างสะพาน และให้โรงเป็ นทาน บ่อน้ าทั้งบ้านที่พกอาศัย ชนเหล่านั้นย่อมมีบุญ เจริ ญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวันและกลางคืน ชนเหล่านั้น ั ่ตั้งอยูในธรรม สมบูรณ์ดวยศีล เป็ นผูไปสวรรค์" ้ ้ ป่ าไม้ในฐานะที่เป็ นสิ่ งที่ควรอนุรักษ์ ในพระพุทธศาสนา มีบทบัญญัติทางพระวินยที่ห้ามมิให้ ัพระภิกษุกระทาการอะไรเป็ นการทาลายสภาพของป่ า และต้นไม้ เช่น พระภิกษุรูปใดตัดทาลายต้นไม้ถ้าเป็ นต้นไม้มีเจ้าของหวงแหน ท่านปรับอาบัติในฐานอทินนาทานคือ การถือเอาสิ่ งของที่เจ้าของมิได้ให้ ถ้าเป็ นการตัดกิ่งต้นไม้ของตนหรื อของวัด ท่านปรับอาบัติในข้อที่เป็ นการพรากภูติคามคือ หักรานกิ่ง ใบ ดอกของต้นไม้ แม้แต่การทาลายต้นไม้ที่เป็ นเมล็ดที่ปลูกได้ แง่ง กิ่งของต้นไม้ ล้วนปรับเป็ นอาบัติท้งสิ้ นและเพื่อเป็ นการอนุรักษ์สภาพของป่ า และต้นไม้ ได้มีบทบัญญัติทางพระวินย ห้าม ั ัพระภิกษุถ่ายปัสสาวะอุจจาระ บ้วนน้ าลายลงน้ า ในของสดเขียวทั้งเล็กและใหญ่ รวมถึงการทิ้งสิ่ งสกปรกลงในน้ า ในของสดของเขียวทั้งหลายอันเป็ นหลักปฏิบติที่ช่วยในการอนุรักษ์ธรรมชาติ และ ั ่ ่สภาพแวดล้อมได้เป็ นอย่างดี ความเชื่อในเรื่ องที่มีเทพารักษ์ สิ งสถิตอยูในป่ า ต้นไม้ ที่ปรากฏอยูในคัมภีร์พระพุทธศาสนา จึงเป็ นประโยชน์และเอื้ออานวยที่สาคัญในการอนุรักษ์ป่า ต้นไม้ ยิ่งไปกว่านั้น ่พระวินยยังกาหนดให้พระภิกษุที่สร้างกุฏิอยูตามป่ า ไม่ให้ทาลายต้นไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และแม้แต่ ัได้รับอนุญาตก็ตดทาลายเองไม่ได้ และยังต้องระมัดระวังไม่ให้กุฏิพงลงมาทับต้นไม้ในป่ า ดังนั้นวันใน ั ัพระพุทธศาสนา จึงเรี ยกว่า อาราม แปลว่าสถานที่ทาใจให้รื่นรมย์ โดยเน้นไปที่สวนไม้ดอกไม้ผล ไม้ที่ให้ร่มเงา วัดหลักในพระพุทธศาสนาจึงมีคาลงท้ายว่า วัน ที่แปลว่าป่ า เช่น เวฬุวน เชตวัน ชีวกัมพ ัวัน และแม้แต่นิโครธาราม ก็เป็ นป่ าที่มีตนไทรขึ้นอยูเ่ ป็ นจานวนมาก ้22/07/55 21:36:17 น. Credit by S.Nimtim
  4. 4. ไม่ว่าจะเป็ นสิ่ งมีชีวิตชนิดใจ เป็ นป่ าไม้ เป็ นสัตว์ป่า เป็ นธรรมชาติ เป็ นมนุษย์ ก็ตามล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกันเป็ นวงจรของชีวิต จะขาดส่งใดสิ่ งหนึ่งไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาจึงสอนให้เราทาความดีละเว้นความชัว ไม่เบียดเบียนผูอื่น ไม่ทาให้ผอื่นเดือดร้อน ตามแนวทางของศีล 5 ซึ่ งสมเด็จพระอนุตร ่ ้ ู้สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนไว้เมื่อหลายพันหลายร้อยปี มาแล้ว เราจึงควรยึดถือเอามาเป็ นแนวทางปฏิบติเป็ นแนวทางในการดาเนินชีวิต เพื่อโลกของเราจะได้น่าอยูมากขึ้น ด้วยเพราะสิ่ งมีชีวิตทุกชนิด ั ่ต่างก็พ่ ึงพาอาศัยกันด้วยดี ทาให้สามารถดารงเผ่าพันธุ์ อยูได้ ป่ าไม้ก็สามารถที่จะเป็ นปอดของโลก เป็ น ่ผืนป่ าที่ให้ทรัพยากรแก้สรรพชีวิตได้อย่างยังยืนต่อไป ่22/07/55 21:36:17 น. Credit by S.Nimtim

×