ทฤษฎีการรับรู้ อารีลักษณ์ อรอุรา

6,667 views

Published on

ทฤษฎีการรับรู้

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
6,667
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
50
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ทฤษฎีการรับรู้ อารีลักษณ์ อรอุรา

  1. 1. ทฤษฎการรบรู ี ั
  2. 2. ทฤษฎีการรับรู สมาชก สมาชิก นางสาวอรอุรา สขแปดริว รหัส นางสาวอรอรา สุขแปดรว รหส 52257413 ้ นางอารลกษณ ปุ นอย รหส นางอารีลักษณ ปกนอย รหัส 52257415
  3. 3. ทฤษฎีการรับรู การรับรู หมายถึง การแปลความหมายจากการสัมผัส โดยเริมตังแต การมี ่ ้ สิ่งเรามา กระทบกับอวัยวะรับสัมผัสทั้งหา และสงกระแสประสาท ไปยังสมอง เพื่อการแปลความ กระบวนการของการรับรู (Process) เปนกระบวนการที่คาบเกี่ยวกับ ระหวางเรื่องความเขาใจ การคิด การรูสึก (Sensing) ความจํา (Memory) การเรียนรู (Learning) การตัดสินใจ (Decision making) Sensing -----> Memory ------> Learning -------> Decision making
  4. 4. ทฤษฎีการรับรู เมื่ อ มนุ ษ ย เ ราถู ก เร า โดยสิ่ ง แวดล อ ม ก็ จ ะเกิ ด ความรู สึ ก จากการสั ม ผั ส (Sensation) โดยอาศัย อวัยวะรับสัมผัส (Sensory motor) ซึ่งเรียกวา เครื่องรับ (Sensory) ทั้ง 5 ชนิด คือ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง
  5. 5. ทฤษฎีการรับรู จากการวิจัยมีการคนพบวาการรับรูของคนเกิดจากการเห็น 75% จากการไดยน 13% การสมผส 6% กลน 3% และรส 3% ไ ิ สั ัส ิ่ ส ดังแผนภูมิตอไปนี้
  6. 6. ทฤษฎีการรับรู การรบรู ะเกิ ด ขึ้ น มากน อ ยเพี ย งใดขึ้ น อยู บ สิ่ ง ที่ ม การรั บ ร จ ะเกดขนมากนอยเพยงใดขน อย กั บสงทมี อิทธิพล หรือปจจัยในการรับรู ไดแก ลักษณะของผู รัับรู ลัักษณะของสิิ่งเรา
  7. 7. ทฤษฎีการรับรู ลาดบขนของกระบวนการรบรู ลําดับขั้นของกระบวนการรับร การรับรูจะเกิดขึ้นได ตองเปนไปตามขั้นตอนของกระบวนการดังนี้ ขัั้นทีี่ 1 สิิ่งเรา( Stimulus )มากระทบอวััยวะสััมผััสของอินทรีย ิ ี ขั้นที่ 2 กระแสประสาทสัมผัสวิ่งไปยังระบบประสาทสวนกลาง ซึ่งมี ศูนยอยูที่สมองเพื่อสั่งการ ตรงนี้เกิดการรับรู ( Perception ) ขั้นที่ 3 สมองแปลความหมายออกมาเปนความรููความเขาใจโดยอาศัย ความรูเดิม ประสบการณเดิม ความจํา เจตคติ ความตองการ ปทัสถาน บุคลกภาพ เชาวนปญญา ทําใหเกิดการตอบสนองอยางใดอยางหนึ่ง บคลิกภาพ เชาวนปญญา ทาใหเกดการตอบสนองอยางใดอยางหนง
  8. 8. ทฤษฎีการรับรู ตัวอยาง ขณะนอนอยููในหองไดยินเสียงรองเรียกเหมียวๆๆรููวาเปนเสียงรอง ๆๆ ของสัตว และรูตอไปวาเปนเสียงของแมว เสียงเปนเครื่องเรา (Stimulus) เสียงแลน มากระทบหููในหููมีปลายประสาท (End organ) เปนเครื่องรับ (Receptor) เครื่อง ( g ) ( p ) รับสงกระแสความรูสึก (Impulse) ไปทางประสาทสัมผัส (Sensory nerve) เขาไปสู สมอง สมองเกิดความตื่นตัวขึ้น (ตอนนี้เปนสัมผัส) ครั้นแลวสมองทําการแยกแยะ วา เสียงนั้นเปนเสียงคนเปนเสียงสัตว เปนเสียงของแมวสาวเปนเสียงแมวหนุม รอง ทําไมเราเกิดอาการรับรูู ตอนหลังนี้เปน การรับรูู เมื่อเรารููวาเปนเสียงของแมวเรียก ทํ า ให เ ราต อ งการรู ว า แมวเป น อะไร ร อ งเรี ย กทํ า ไมเราจึ ง ลุ ก ขึ้ น ไปดู แ มวตาม ตําแหนงเสียงมี่ไดยินและขานรับ สมองก็สั่งใหกลามเนื้อปากทําการเปลงเสียงขาน รับ ตอนนี้ทางจิตวิทยาเรียกวา ปฏิกิริยาหรือการตอบสนอง (Reaction หรือ Response) เมื่อประสาทตื่นตัวโดยเครื่องเรา จะเกิดมีปฏิกิริยา คือ อาการตอบสนอง p ฏ ตอสิ่งเรา
  9. 9. ทฤษฎีการรับรู กลไกของการรับรู กลไกการรับรูเกิดขึ้นจากทั้ง สิ่งเราภายนอกและภายในอินทรีย มีอิทธิพลตอ พฤติกรรม อวัยวะรับสัมผัส (Sensory organ) เปน เครื่องรับสิ่งเราของมนุษย สวนที่ รับความรูสึกของอวัยวะรับสัมผัสอาจอยูลึกเขาไปขางใน มองจากภายนอกไมเห็น อวัยวะรับสัมผัส แตละอยางมีประสาทรับสัมผัส (Sensory nerve) ชวยเชื่อมอวัยวะ รับสัมผัสกับเขตแดนการรับสัมผัสตาง ๆ ที่สมอง และสงผานประสาทมอเตอร (Motor nerve) ไปสูอวัยวะมอเตอร (Motor organ) ซึ่งประกอบไปดวยกลามเนื้อและ ตอมตางๆ ทําใหเกิดปฏิกิริยาตอบสนองของอวัยวะมอเตอร และจะออกมาในรูปใด ขึ้นอยูกับ การบังคับบัญชาของระบบประสาท สวนสาเหตุที่มนุษยเราสามารถไวตอ ความรูสึกก็็เพราะ เซลประสาทของประสาทรับสัมผัส แบงแยกแตกออกเปนกิงกาน ่ แผไปติดตอกับ อวัยวะรับสัมผัส และที่อวัยวะรับสัมผัสมีเซลรับสัมผัส ที่มี คุณสมบัติเฉพาะตัวจึง สามารถทําใหมนุษยรับสัมผัสได 
  10. 10. ทฤษฎีการรับรู การรับรูที่ผิดพลาด แมวามนุษยมีอวัยวะรับสัมผัสถึง 5 ประเภทแตมนุษยก็ยัง   รับรูผิดพลาดได เชน ภาพลวงตา การรับฟงความบอกเลา ทําใหเรื่องบิดเบือนไป การมีประสบการณและคานิยมที่แตกตางกัน ดังนั้นการรับรูถาจะใหถูกตอง จะตอง รับรูโดยผาน ประสาทสัมผัสหลายทาง ผานกระบวนการคิดไตรตรองใหมากขึ้นซึ่ง
  11. 11. ทฤษฎีการรับรู องคประกอบของการรับรู มีดังนี้ • สิ่งเราไดแกวัตถุ แสง เสียง กลิ่น รสตางๆ • อวัยวะรับสัมผัส ไดแก หูู ตา จมููก ลิ้น ผิวหนัง ถาไมสมบููรณจะทําให สูญเสียการรับรูได • ประสาทในการรับสัมผัสเปนตัวกลางสงกระแสประสาทจากอวัยวะรับ สัมผัสไปยังสมองสวนกลาง เพื่อการแปลความตอไป • ประสบการณเดิม การรููจัก การจําได ทําใหการรับรููไดดีขึ้น • คานิยม ทัศนคติ • ความใสใจ ความตงใจ ความใสใจ ความตั้งใจ • สภาพจิตใจ อารมณ เชน การคาดหวัง ความดีใจ เสียใจ • ความสามารถทางสติปญญา ทําใหรับรไดเร็ว ความสามารถทางสตปญญา ทาใหรบรู ดเรว
  12. 12. ทฤษฎีการรับรู การจดระบบการรบรู การจัดระบบการรับร มนุษยเมื่อพบสิ่งเราไมไดรับรูตามที่สิ่งเราปรากฏแตจะนํามา จััดระบบตามหลัักดังนี้ี ั 1. หลักแหงความคลายคลึง (Principle of similarity) สิ่งเรา p y ใดที่มีความคลายกันจะรับรูวาเปนพวกเดียวกัน 2. ั  2 หลกแหงความใกลชด (P i i l of proximity ) สิ่  ี่ ใ  ิ (Principle f i i สงเราท มีความใกลกนจะรับรูวาเปนพวกเดียวกัน ั 3.หลักแหงความสมบูรณ (Principle of closure) เปนการ รบรู งที่ไมสมบรณใหสมบรณขึ้น รับรสิ่งทไมสมบูรณใหสมบูรณขน
  13. 13. ทฤษฎีการรับรู การเรียนรูของคนเราจากไมรู ไปสูการเรียนรู มี 5 ขั้นตอน ดงที่ กฤษณา ศกดศรี (2530) กลาวไวดงนี้ ั ศั ศ ิ์  ไั
  14. 14. ทฤษฎีการรับรู แหลงที่มา • http://fws.cc/chokajub/index.php?topic=913 • http://learners.in.th/blog/perception-theory/280445

×