Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of demand)

97,688 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of demand)

  1. 1. พ.ท.หญิง อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand : Ed)
  2. 2. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ ปริมาณการตอบสนองของความต้องการซื้อของ ผู้ซื้อเมื่อปัจจัยที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนไป ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ = % การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อสินค้า % การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
  3. 3. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) ตั๋วรถเมล์ราคา 2 รูปี คนใช้เยอะมาก ตั๋วรถเมล์ราคา 10 รูปี คนใช้น้อยเพราะแพงไป ตั๋วรถเมล์ขึ้นราคา ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ ปริมาณการตอบสนองของความต้องการสินค้าและ บริการของผู้บริโภคเมื่อปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ ................เปลี่ยนไป
  4. 4. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) ค่าใช้ทางด่วน 30 บาท ค่าใช้ทางด่วน 80 บาท เก็บค่าผ่านทาง แพงขึ้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ ปริมาณการตอบสนองของความต้องการสินค้าและ บริการของผู้บริโภคเมื่อปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ ................เปลี่ยนไป
  5. 5. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) มี 3 ชนิด คือ ขึ้นอยู่กับชนิดของปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง 1. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (price elasticity of demand : Ep) 2. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ (income elasticity of demand : Ei) 3. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าอื่นหรือความยืดหยุ่นไขว้ (cross price elasticity of demand : Ec)
  6. 6. การวัดความยืดหยุ่นมี 2 วิธี 1. Point Elasticity (แบบจุด) ใช้ในกรณีที่ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง (∆X) มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากจนยากแก่การวัด Elasticity = % ∆Q = dQ/Q1 = dQ . X1 หรือ ∆Q x X1 2. Arc Elasticity (แบบช่วง) ใช้ในกรณีที่ปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง (∆X) มีการเปลี่ยนแปลงมากสังเกตเห็นได้ Elasticity = % ∆Q = dQ/[(Q1+Q2)/2] = dQ . (X1+X2) หรือ = ∆Q x (X1+X2) % ∆X dX/X1 dX Q1 % ∆X dX/[(X1+X2)/2] dX (Q1+Q2) ∆X (Q1+Q2) ∆X Q1
  7. 7. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Ep) (Price Elasticity of Demand)
  8. 8. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Ep) (Price Elasticity of Demand) Ep คือ เปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อเมื่อราคาสินค้า เปลี่ยนแปลงไป 1 เปอร์เซ็นต์ Ep = % การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อ 1. Point Elasticity (แบบจุด) Ep = (Q2-Q1) . P1 2. Arc Elasticity (แบบช่วง) Ep = (Q2-Q1) . (P1+P2) (P2-P1) Q1 (P2-P1) (Q1+Q2) % การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า
  9. 9. การวัดค่าความยืดหยุ่น Ex1 ถ้าราคาไอติมเพิ่มขึ้นจากแท่งละ 3 บาท เป็น 5 บาท ปริมาณการซื้อจะ ลดลงจาก 15 แท่ง เป็น 10 แท่ง จงหา Ep
  10. 10. การวัดค่าความยืดหยุ่น Ex2 ถ้าราคาไอติมลดลงจากแท่งละ 5 บาท เป็น 3 บาท ปริมาณการซื้อจะ เพิ่มขึ้นจาก 10 แท่ง เป็น 15 แท่ง จงหา Ep
  11. 11. การวัดค่าความยืดหยุ่น Ex3 จงคานวณหาค่า Ep ณ จุด A ของทั้ง 2 รูป
  12. 12. Ep(แบบจุด) = -CQ = -OP OQ BP Point Elasticity (แบบจุด) Ep = (Q2-Q1) . P1 (P2-P1) Q1 P Q Q P
  13. 13. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (ต่อ) A B D ราคา(P) ปริมาณ (Q)0 240 10 200 Q1 Q2 P1 P28 Slope (-) Ep ที่ราคาเท่ากับ 10 คือ (-) 1 Ep ที่ราคาเท่ากับ 8 คือ(-) 0.67 Ep เฉลี่ยของช่วงราคาระหว่าง 8 ถึง 10 คือ (-) 0.81
  14. 14. สรุปความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  15. 15. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (ต่อ) การตีความหมายของอุปสงค์ต่อราคา  สินค้าที่มีความยืดหยุ่นมาก (|Ed| > 1) ส่วนมากจะเป็ นสินค้าฟุ่ มเฟือย  สินค้าที่มีความยืดหยุ่นน้อย (|Ed| < 1) ส่วนมากจะเป็ นสินค้าจาเป็ น
  16. 16. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (ต่อ) ถ้าอาหารราคาแพงขึ้น 50% เราจะยังคงทานอาหาร 3 มื้อ/วันไหม?. Ep>1 หรือ Ep<1 ถ้ากระเป๋ าหลุยส์ราคาแพงขึ้น 50% เราจะยังคงซื้อมันทั้ง 4 ใบไหม? Ep>1 หรือ Ep<1
  17. 17. แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ผลของการทดแทน คือ ถ้ามีสินค้าอื่นทดแทนได้ง่ายหรือมีมาก จะมี Ep จะ มาก ดังนั้น ถ้าสินค้าแพงขึ้นเล็กน้อย ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าอื่นมาทดแทน ในทางตรงข้าม ถ้ามีสินค้าอื่นทดแทนได้ยาก Ep จะน้อย ดังนั้นแม้ว่าสินค้าจะ แพงขึ้นผู้บริโภคก็ยังจาเป็นต้องซื้อ เพราะไม่สามารถซื้อสินค้าอื่นทดแทนได้ ปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการทดแทนของสินค้า ได้แก่ - ลักษณะของสินค้า เช่น สินค้าจาเป็น (Ep<1) ทดแทนยาก สินค้าฟุ่ มเฟือย (Ep>1) ทดแทนง่าย - ระยะเวลาที่ผ่านไปนับจากเกิดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า (ระยะเวลาในการ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงราคา) ถ้าระยะเวลานาน Ep จะมากขึ้น เนื่องจาก ช่วยให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้มากขึ้น และมีโอกาสหา สินค้าอื่นมาทดแทน ปัจจัยที่กาหนดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  18. 18. 2) มูลค่าสินค้าคิดเป็นสัดส่วนของรายได้ Ep จะมาก ถ้าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในสินค้านั้นสูงเมื่อเทียบกับสัดส่วนของรายได้ Ep จะน้อย ถ้าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในสินค้านั้นต่าเมื่อเทียบกับสัดส่วนของรายได้ เช่น ค่าเช่าบ้านกับค่าสบู่ สัดส่วนของรายได้ที่จ่ายค่าเช่าบ้านย่อมสูงกว่าค่าสบู่ ดังนั้น เมื่อค่าเช่าบ้าน และ สบู่มีราคาแพงขึ้น 20% อุปสงค์ค่าเช่าบ้านจะมี ความยืดหยุ่นต่อค่าเช่าบ้านมาก แต่อุปสงค์ของสบู่จะมีความยืดหยุ่นต่อราคา สบู่น้อย ปัจจัยที่กาหนดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  19. 19. รายรับรวมของผู้ผลิต ( Total Revenue) = รายจ่ายรวมของผู้บริโภคเสมอถ้าไม่มีการเก็บภาษี Total Revenue = (ราคา).(ปริมาณสินค้า) = P.Q (อย่าลืม ราคาสินค้ากับปริมาณขายจะแปรผกผันกัน P Q หรือ P Q ) TR max Ep>1 ผู้ผลิตควรลดราคาสินค้า Ep<1 ผู้ผลิตควรขึ้นราคาสินค้า ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้าอย่างไรให้รายรับรวมเพิ่มขึ้น?
  20. 20. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ลูกค้า 5,000 คน/วัน ลูกค้า 50 คน/วัน ลูกค้า 5,000 คน/วัน ลูกค้า 4,500 คน/วัน อาหารขึ้นราคาจาก จานละ 100 บาท เป็น 120 บาท อาหารขึ้นราคาจาก จานละ 100 บาท เป็น 120 บาท Ed = -10.78 Ed = -0.58
  21. 21. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (กรณีศึกษา) การตั้งราคาข้าวราดเนื้อของร้านแฟรนส์ไชน์อาหารญี่ปุ่น “โยชิโนยะ”
  22. 22. การตั้งราคาข้าวราดเนื้อของร้านแฟรนส์ไชน์อาหารญี่ปุ่น “โยชิโนยะ” ข้าวราดเนื้อจานละ 250 เยน ข้าวราดเนื้อจานละ 400 เยน
  23. 23. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (กรณีศึกษา) ร้านแฟรนส์ไชน์อาหารญี่ปุ่น “โยชิโนยะ” การตั้งราคาข้าวราดเนื้อ •400 บาท/จาน ลูกค้าน้อยมาก •250 บาท/จาน ลูกค้าต่อคิวจนให้บริการไม่ทัน •270 และ 280 บาท/จาน มีลูกค้ามากพอๆกัน •300 บาท/จาน ลูกค้าน้อยกว่าการตั้งราคาที่ 280 บาท/จาน มาก
  24. 24. ข้อควรระวัง !!! ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา 1. ความยืดหยุ่น (Elasticity) กับความลาดชัน (Slope) เป็นคนละสิ่งกัน ราคา(P) ปริมาณ (Q)0 4 10 20 2 Ed > 1 Ed = 1 Ed < 1 Slope (-) D
  25. 25. 2. เส้นอุปสงค์ที่มีความลาดชันมากอาจมีความยืดหยุ่นมากกว่า เส้นอุปสงค์ที่มีความลาดชันน้อยกว่าได้ ราคา(P) ปริมาณ (Q)0 10 5 20 DA DB Slope = - 3, Ed = -0.67 Slope = - 2, Ed = -0.25 ข้อควรระวัง !!! ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  26. 26. ความชันของเส้นอุปสงค์สะท้อนถึงค่าความยืดหยุ่นได้ก็ต่อเมื่อเปรียบเทียบที่ระดับ ราคาสินค้าและปริมาณการซื้อเดียวกันเท่านั้น(คือ เส้นอุปสงค์ที่มีความชันมากกว่าจะ มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า) ราคา(P) ปริมาณ (Q)0 10 10 DA DB Slope = - 2, Ed = -0.5 Slope = - 4, Ed = -0.25 ข้อควรระวัง !!! ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  27. 27. สรุปความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา
  28. 28. สรุปชนิดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ชนิดความยืดหยุ่น Ep ประเภทสินค้า คาอธิบาย ยืดหยุ่นมากที่สุด (perfEitly elastic) Ep=∞ อาหารบุฟเฟ่ ขนาดราคาคงที่ สาวๆก็ซื้อหมด (ราคาเดียว กิน เท่าไหร่ก็ได้) Q ตอบสนองต่อ P มากที่สุด ยืดหยุ่นมาก (elastic) Ep>1 สินค้าฟุ่มเฟือย ความชันน้อย สาวๆ พวกนี้อ่อนไหวต่อราคาเอา มากๆ สาวนักช้อป %∆Q>%∆P ยืดหยุ่นคงที่ (unitary elastic) Ep=1 สินค้าปกติ พวกนี้เลือกซื้อแบบอัตราส่วนราคากับปริมาณซื้อ 1:1 ∆Q=%∆P ยืดหยุ่นน้อย (inelastic) Ep<1 สินค้าจาเป็น พอเพียง ความชันมาก สาวๆ พวกนี้สมถะ พอกินพอใช้ ราคาลดลงก็ยังซื้อเพิ่มแต่เพิ่มแค่หยิบมือ %∆Q<%∆P ไม่ยืดหยุ่นเลย (perfEitly inelastic) Ep=0 สินค้าจาเป็น มากๆ ยาเสพติด ยา พวกนี้เป็นสาวด้านชา ไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนเท่าใด เธอก็ยังคงยืนหยัด ณ จุดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง Q ไม่ตอบสนองต่อ P
  29. 29. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ (Ei) (Income Elasticity of Demand)
  30. 30. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้(Ei) (Income Elasticity of Demand) Ei คือ เปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อเมื่อระดับรายได้เปลี่ยนแปลง ไป 1 เปอร์เซ็นต์ Ei = % การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อ % การเปลี่ยนแปลงระดับรายได้ของผู้ซื้อ 1. Point Elasticity (แบบจุด) Ei = (Q2-Q1) . Y 2. Arc Elasticity (แบบช่วง) Ei = (Q2-Q1) . (Y1+Y2) (Q1+Q2)(Y2-Y1) (Y2-Y1) Q
  31. 31. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้(Ei) รายได้ 40,000 บาท/เดือน มีรถ 1 คัน รายได้ 1,000,000 บาท/เดือน มีรถ 6 คัน รายได้เพิ่ม
  32. 32. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้(Ei) รายได้ 10,000 บาท/เดือน มีมอเตอร์ไซค์ 4 คัน รายได้ 40,000 บาท/เดือน มีมอเตอร์ไซค์ 1 คัน รายได้เพิ่มขึ้น เลิกใช้มอเตอร์ไซค์ หันมาใช้รุ่นที่ดีกว่าแทน
  33. 33. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้(Ei) รูปที่1 รูปที่2 Ei > 0 สินค้าปกติ (Normal Goods) Ei < 0 สินค้าด้อยคุณภาพ (Inferior Goods) Q0 0 D D รูปที่1 ความสัมพันธ์ของอุปสงค์ ต่อรายได้เป็นบวก Y Y Q รูปที่2 ความสัมพันธ์ของอุปสงค์ ต่อรายได้เป็นลบ
  34. 34. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้(Ei) Ei > 0 สินค้าปกติ (Normal Goods) รายได้(Y) จานวนชามก๋วยเตี๋ยวที่ทานในหนึ่งเดือน (Q)0 D 2,000 1,000 10 15 A B Ei ณ รายได้ระหว่าง 1,000-2,000 บาท = +0.6
  35. 35. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้(Ei) Ei < 0 สินค้าด้อยคุณภาพ (Inferior Goods) รายได้(Y) จานวนซองมาม่าที่ทานในหนึ่งเดือน (Q)0 D Slope (-), Ey < 0 1,000 2,000 20 30 B A Ei ณ รายได้ระหว่าง 1,000-2,000 บาท = -0.6
  36. 36.  Ex บริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งได้สารวจข้อมูลการตลาดย้อนหลังเมื่อ 2 ปีก่อน พบว่า ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อปีของผู้บริโภคเท่ากับ 60,000 บาท ผู้บริโภคซื้อสินค้าของบริษัท A จานวน 90,000 ชิ้นต่อปี แต่ปลายปีนี้พบว่าขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อปีของผู้บริโภค เท่ากับ 64,000 บาท บริษัท A ขายสินค้าได้ถึง 100,000 ชิ้นต่อปี ถ้าให้ปัจจัยอื่นๆคงที่ เรา สามารถหา Ei ได้อย่างไร
  37. 37. สรุปชนิดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ ชนิดความยืดหยุ่น Ei ประเภทสินค้า คาอธิบาย Ei เป็นบวก Ei>0 สินค้าปกติ Normal goods คือ ปริมาณซื้อเปลี่ยนทิศทางเดียวกับรายได้ รายได้เพิ่มขึ้น ก็บริโภคเพิ่มขึ้น / รายได้ลดลง ก็ บริโภคลดลง income inelastic คือ ยืดหยุ่นน้อย 0<Ei<1 สินค้าจาเป็น ปริมาณซื้อเปลี่ยนทิศทางเดียวกับรายได้ แต่ %Q < %Y income elastic คือ ยืดหยุ่นมาก Ei>1 สินค้าฟุ่มเฟือย ปริมาณซื้อเปลี่ยนทิศทางเดียวกับรายได้ แต่ %Q > %Y Ei เป็นลบ Ei<0 สินค้าด้อย คุณภาพ Inferior goods ปริมาณซื้อเปลี่ยนทิศทางตรงข้ามกับรายได้ รายได้เพิ่มขึ้น บริโภคลดลง / รายได้ลดลง ก็ บริโภคเพิ่มขึ้น
  38. 38. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้ หรือ ความยืดหยุ่น ของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอื่น (Ec) (Cross Elasticity of Demand)
  39. 39. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้ (Ec) (Cross Elasticity of Demand) Ec คือ เปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อสินค้าชนิดหนึ่งเมื่อราคา สินค้าอีกชนิดหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป 1 เปอร์เซ็นต์ Ec = % การเปลี่ยนแปลงปริมาณความต้องการซื้อสินค้าชนิดหนึ่ง % การเปลี่ยนแปลงระดับราคาสินค้าชนิดอื่น 1. Point Elasticity (แบบจุด) Ec = (Qx2-Qx1) . Py 2. Arc Elasticity (แบบช่วง) Ec = (Qx2-Qx1) . (Py1+Py2) (Py2-Py1) Qx (Py2-Py1) (Qx1+Qx2)
  40. 40. ตัวอย่าง ปกติถ้าราคาไข่ไก่สูงขึ้น เราก็จะซื้อไข่ไก่ลดลง ตาม law of demand ถ้าสมมติเราเป็นคนชอบกินไข่ทุกวัน (ไข่ลูกเขย ไข่ยัดไส้ ไข่ดาว ไข่เจียว) จะทายังไงถ้าราคาไข่ไก่สูงขึ้น คาตอบ คือก็ต้องไปซื้อไข่เป็ดมาแทน ดังนั้น ถ้าราคาไข่ไก่เพิ่มขึ้น ปริมาณความต้องการซื้อไข่เป็ดก็จะเพิ่มขึ้นตาม การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ เรียกว่า สินค้าทดแทนกันได้ (ความสัมพันธ์เป็น บวก : ทิศทางเดียวกับราคา) เช่น น้ามันพืช/น้ามันหมู นมวัว/นมแพะ ไข่ไก่/ไข่เป็ด P ไข่ไก่ Q ไข่ไก่ Q ไข่เป็ด P ไข่ไก่ Q ไข่ไก่ Q ไข่เป็ด
  41. 41. ตัวอย่าง ถ้าราคา internet เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 50 บาท คนจะใช้บริการลดลง และใช้แค่ เวลาจาเป็นเท่านั้น (law of demand) ซึ่งทาให้ Facebook Line IG มีคนใช้ลดลงตามไป ด้วย แต่ถ้าราคา internet ถูกลง คนก็ใช้ Facebook Line IG เพิ่มขึ้น เพราะ social network ต้องอาศัยสัญญาณ internet เราเรียกสินค้าแบบนี้ว่า สินค้าที่ต้องใช้ประกอบกัน P internet Q internet Q FB Line IG P internet Q internet Q FB Line IG เช่น ขนมปัง/แยม ไฟฉาย/ถ่านไฟฉาย
  42. 42. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้ (Ec) ถ้าน้ามันลิตรละ 50 บาท มีรถประจาบ้านแค่ 1 คัน ถ้าน้ามันลิตรละ 15 บาท มีรถประจาบ้าน 6 คัน น้ามันราคาถูก คนจะซื้อรถกันมากขึ้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์รถยนต์ต่อราคาน้ามันคือ?
  43. 43. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้ (Ec) เนื่องจากสินค้ามี 2 ชนิด คือ 1. สินค้าที่ใช้ทดแทนกัน (Ec > 0) 2. สินค้าที่ใช้ประกอบกันกัน (Ec < 0) Pb Qa0 Pb 0 D D รูปที่1 ความสัมพันธ์ของอุปสงค์ สินค้า a ต่อราคาสินค้า b เป็นบวก รูปที่2 ความสัมพันธ์ของอุปสงค์ สินค้า a ต่อราคาสินค้า b เป็นลบ Qa สินค้าที่ใช้ ทดแทนกัน สินค้าที่ใช้ประกอบกัน Ec > 0 Ec < 0
  44. 44. คานวณความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้ (Ec) 1. เมื่อราคา LPG เพิ่มขึ้นจากลิตรละ10 บาท เป็น 15 บาท ทาให้คนใช้ LPG ลดลง แต่หันไป ใช้น้ามันมากขึ้น จาก 50 ลิตร เป็น 70 ลิตร ให้หาค่า Ec ของน้ามัน ณ ราคา LPG ระหว่าง 10-15 บาท ราคา LPG ปริมาณน้ามัน 0 Dน้ามัน Slope (+), Ec > 0 10 15 M N 50 70 Ec ของน้ามัน ณ ราคา LPG ระหว่าง 10-15 บาท = 0.83 สินค้าที่ใช้ทดแทนกัน (Ec >0)
  45. 45. คานวณความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้ (Ec) 2. เมื่อราคาน้ามันเพิ่มขึ้นจากลิตรละ 10 บาท เป็น 15 บาท ทาให้คนใช้รถลดลงจาก 80 คัน เป็น 60 คัน ให้หาค่า Ec ของปริมาณการใช้รถ ณ ราคาน้ามัน ระหว่าง 10-15 บาท ราคาน้ามัน ปริมาณการใช้รถ0 Dการใช้รถ Slope (-),Ei < 0 60 80 10 15 M N Ec ของการใช้รถ ณ ราคาน้ามัน ระหว่าง 10-15 บาท = -0.71 สินค้าที่ใช้ประกอบกัน (Ec<0)
  46. 46. สรุปชนิดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าอื่น ชนิดความยืดหยุ่น Ec ประเภทสินค้า คาอธิบาย Ec เป็นบวก Ec =∞ สินค้าที่ใช้ทดแทนกันได้ อย่างสมบูรณ์ (perfectly substitute) ถ้าราคาสินค้าชนิดอื่นเพิ่มเพียงเล็กน้อยจะ ทาให้ปริมาณซื้อของสินค้าชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้น เป็นอนันต์ทิศทางเดียวกัน Ec เป็นบวก 0<Ec<∞ สินค้าที่ใช้ทดแทนกันได้ (substitute) ปริมาณซื้อสินค้าชนิดหนึ่งจะเปลี่ยนแปลง ไปในทิศทางเดียวกับราคาสินค้าชนิดอื่น Ec เป็นศูนย์ Ec =0 สินค้าที่เป็นอิสระต่อกัน (independence) ปริมาณซื้อสินค้าชนิดหนึ่งจะไม่ เปลี่ยนแปลงไปตามราคาสินค้าชนิดอื่น Ec เป็นลบ Ec <0 สินค้าที่ใช้ประกอบกัน (complement) ปริมาณซื้อเปลี่ยนทิศทางตรงข้ามกับราคา สินค้าชนิดอื่น
  47. 47. Quiz ???
  48. 48.  Ex บริษัทแห่งหนึ่งเป็นผู้ผลิตไม้เทนนิสและลูกเทนนิส พบว่า เมื่อเขาตั้งราคาขายไม้ เทนนิส ราคาด้ามละ7,000 บาท เขาขายลูกเทนนิสได้จานวน 35,000 ลูกต่อเดือน แต่เมื่อ บริษัทขึ้นราคาขายไม้เทนนิสเป็นราคาด้ามละ 8,000 บาท ยอดขายลูกเทนนิสของบริษัท ลดลงเหลือ 25,000 ลูกต่อเดือน โดยที่ปัจจัยอื่นๆที่มีอิทธิพลต่อยอดขายของลูกเทนนิส ยังคงที่ บริษัทจึงคิดว่าราคาไม้เทนนิสมีความสัมพันธ์กับยอดขายลูกเทนนิสของบริษัท จง คานวณหาความยืดหยุ่นของอุปสงค์ที่ผู้บริโภคมีต่อลูกเทนนิสต่อราคาไม้เทนนิส

×