การจัดการความรู้ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

2,033 views

Published on

วิทยากรอบรม "การจัดการความรู้ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น" 9 มกราคม 2556 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
2,033
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
29
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การจัดการความรู้ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

  1. 1. การจัดการความรูด้านการวิจัยเพือพัฒนาท้องถิ่น ้ ่ Knowledge Management of Community Based Research สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการอบรม “การจัดการความรู้ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น” วันที่ 9 มกราคม 2556 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  2. 2. การจัดการความรู้คืออะไร? O เป็นเครื่องมือเพื่อการบรรลุเป้าหมาย งาน คน องค์กร ชุมชน/ หมู่คณะที่มา: การจัดการความรู้ฉบับนักปฏิบัต,ิ วิจารณ์ พานิช
  3. 3. การจัดการความรู้ Knowledge ManagementO เครื่องมือของนักปฏิบติเพื่อการบรรลุเป้าหมาย พัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาองค์กรให้เป็น ั องค์กรแห่งการเรียนรู้ และเกิดความเอื้ออาทรระหว่างกันในการทางานO เป็นการดาเนินการเกี่ยวกับการกาหนดความรู้หลักที่จาเป็นหรือสาคัญต่องาน การเสาะหา ความรู้ที่ต้องการ การปรับปรุง หรือสร้างความรู้บางส่วนให้เหมาะกับงานของตน การ ประยุกต์ใช้ความรู้ในงานของตน การนาประสบการณ์จากการทางานและการประยุกต์ใช้ ความรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสกัด ”ขุมความรู้” การจดบันทึก “ขุมความรู้” และ “แก่น ความรู” สาหรับไว้ใช้งาน ปรับปรุงเป็นชุดความรู้ที่ครบถ้วน ลุ่มลึกและเชื่อมโยง เหมาะต่อ ้ การใช้งานมากขึ้นO แหล่งความรู้มี 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ 1) ความรู้ที่มีอยู่ในตัวคน (Tacit knowledge) 2) ความรู้ชัดแจ้งที่ถูกบันทึกไว้เป็นตารา ทฤษฎี ต่างๆ (Explicit knowledge)
  4. 4. การวิจัย ResearchO การแสวงหาความรู้โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการหา คาตอบ (Research as a method) เป็นองค์ความรู้ที่เรา สามารถทดสอบได้ ตรวจสอบได้ และหาที่ผิดได้ (Research as a body of knowledge)O ผลของการวิจัย ได้องค์ความรู้ใหม่ต่อยอดจากองค์ความรู้ที่มี อยู่เดิม องค์ความรู้ถูกสั่งสมต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ
  5. 5. ประเด็นปัญหาการวิจัย Concept PhenomenaIdeology Curiosity Problematic variable
  6. 6. การวิจัย VS การจัดการความรู้ การจัดการ งานวิจัย ความรู้ กิจกรรม นักวิจัย นักปฏิบัติงาน วิธีการ สร้างความรู้ และเผยแพร่ไปยังผู้ใช้ ใช้และสร้างความรู้พร้อมๆ กัน ความรู้ ความรู้ชดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็น ั ความรู้ฝงลึก (Tacit Knowledge) เป็น ั ความรู้ที่แยกส่วนชัดเจน และพิสูจน์ได้ใน ความรู้บรณาการที่ไม่ค่อยชัดเจน แต่พิสูจน์ ู เชิงทฤษฎี ได้จากการใช้ประโยชน์/ปฏิบติ ั ทักษะ วิเคราห์ข้อมูล สังเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์ เอกสารรายงานวิจัย การจดบันทึกเพื่อการใช้งานต่อของผู้ปฏิบติ ั หรือเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มา: ปรับปรุงจากประชาคมวิจย ปีที่ 12 ฉบับที่ 71, วิจารณ์ พานิช ั
  7. 7. การจัดการความรู้ในงานวิจัยO มีมานานแล้วO ในงานวิจัยที่มีที่ปรึกษางานวิจย ซึ่งทาหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ั (Mentor) ผู้ให้คาปรึกษา (Consult) ผู้ฝึกสอน (Coaching) การทาหน้าที่ตามO การใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ (KM - tools) เพื่อ ถ่ายทอดประสบการณ์ (Socialization) ตามหลัก SECI Model
  8. 8. SECI ModelSource: Nonaka and Takeuchi, 1994
  9. 9. งานวิจัยสถาบัน (Institutional Research)O การศึกษาตนเองเกี่ยวกับปัญหาทางการบริหารหรือเพื่อการประเมินผลโครงการที่สถาบันได้ดาเนินการ หรือเพื่อหาแนวทางที่จะทา ให้มูลค่าความพึงพอใจเพิ่มขึ้นO ข้อค้นพบจากงานวิจัยจะเป็นสารสนเทศ หรือความรู้ให้ผู้บริหารใช้ในการตัดสินใจ แก้ไขและพัฒนาสถาบันให้ดารงอยู่ ทาหน้าที่ให้ บรรลุวตถุประสงค์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ัO มีกระบวนการดังนี้ O ร่วมเลือกเรื่องหรือปัญหาที่จะทาการวิจัย O ร่วมพิจารณาหรือทบทวนเรืองหรือปัญหาที่จะทาการวิจัย ่ O ร่วมศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้อง O ร่วมกาหนดวัตถุประสงค์การวิจัย O ร่วมกาหนดความสาคัญ หรือประโยชน์ของการวิจัย O ร่วมกาหนดขอบเขตการวิจย ั O ร่วมตั้งสมมติฐานการวิจย (ตามประเภทการวิจัย) ั O ร่วมออกแบบการวิจัย O ร่วมเขียนโครงการวิจัย O ร่วมสร้างเครื่องมือเพื่อจัดเก็บข้อมูล O ร่วมจัดเก็บข้อมูล
  10. 10. การวิจัยในงาน (On the Job Research: OJR)O ความรูที่มีอยูมากมายในการทางานทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นงานประจาหรือไม่ใช่งานประจา ้ ่ เป็นความรู้ที่เรียนมาหรือไปฝึกอบรมมา (Explicit Knowledge: EK)O เกิดแนวคิดใหม่ ทาในสิ่งที่คนอื่นให้ความสนใจน้อย (Niche market) หรือในตลาดที่มีการ แข่งขันน้อย (Blue ocean)O ดึงเอาความรู้ความสามารถที่ส่งสมและตกผลึก ถูกจัดเก็บเอาไว้ (Tacit Knowledge: TK) ั ออกมาใช้O วิธีการ OJR ผู้ปฏิบติงานสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความรู้จากงานที่ทาเพื่อเป็น ั ฐานความรู้ที่ใช้พัฒนางานและเผยแพร่ให้เกิดการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้ที่ทาให้เกิด กลุ่มผู้สนใจร่วมกับ (Community of Interest: CoI) ที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นชุมชนนักปฏิบติั (Community of Practice: CoP) ที่มีธรรมชาติการเรียนรู้ตอดเวลาเพื่อสร้างนวัตกรรมมา ขับเคลื่อนองค์กรให้มีผลปฏิบติที่เป็นเลิศ (Learning Organization: LO) ั
  11. 11. งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นO กระบวนการ ที่คนในชุมชนได้มาร่วมคิดทบทวนสถานการณ์ ตั้งคาถาม วางแผน หาข้อมูล ทดลองทา วิเคราะห์ สรุปคาตอบ และถอดบทเรียนเพื่อปรับปรุงงานต่อไปO เป็นเครื่องมือที่เน้นการให้ “คน” ในชุมชน เข้ามาร่วมในกระบวนการวิจย ั ตั้งแต่การเริ่มคิด การตั้งคาถาม การวางแผน และค้นหาคาตอบอย่างเป็นระบบ โดย มีการเรียนรู้จากการปฏิบติจริง (Action Research) ทาให้ชุมชนได้เรียนรู้ ได้ผลงาน ั และเก่งขึ้นในการแก้ปัญหาของตนเอง ตลอดจนยกระดับการแก้ปัญหาให้มีความ น่าเชื่อถือสูง และสามารถ ใช้กระบวนการนี้ ในการแก้ไขปัญหาอื่นๆO มีกระบวนการศึกษาเรียนรูอย่างเป็นเหตุ ้ เป็นผล มากกว่า “ผลลัพธ์” ซึ่ง จะต้องอาศัย “เวที” เป็นเครื่องมือ เพื่อให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมใช้ “ปัญญา” ใน กระบวนการวิจัย
  12. 12. ลักษณะสาคัญงานวิจัยเพือท้องถิ่น ่O เป็นเรื่องที่คนท้องถิ่นเห็นว่าสาคัญO ชุมชนมีส่วนร่วม ในกระบวนการค้นหาคาตอบร่วมกันO มีการดาเนินงานรวบรวมข้อมูล และทดลองปฏิบัติการO เป็นการวิจยปลายทาง เพื่อทดลองประยุกต์ใช้ความรู้ หรือเทคโนโลยี ั ในบริบทของท้องถิ่นO อาจมีการสร้างทฤษฎีใหม่จากข้อมูลภายในประเทศO เป็นการวิจัยแบบองค์รวม (Holistic หรือ Integrated)
  13. 13. ระบบการวิจัยเพือท้องถิ่น ่O ระบบทรัพยากรO หน่วยงานจัดการงานวิจยเพือท้องถิน ั ่ ่O นักบริหารวิจยเพือท้องถิน ั ่ ่O สถาบันวิจยเพือท้องถิน ั ่ ่O นักวิจัยเพือท้องถิน ่ ่O นักวิจัยเชิงทฤษฎีO ระบบข้อมูลเพือการวิจยท้องถิน ่ ั ่
  14. 14. ผลทีคาดหวังของงานวิจัยเพือท้องถิ่น ่ ่1. ในระดับโครงการ 1.1 ชุมชนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยอาศัย การตัดสินใจ ผ่านข้อมูล ความรู้ที่ได้จากการศึกษา 1.2 เกิดความรู้ในท้องถิ่น และเป็นประโยชน์กับท้องถิ่นโดยตรง 1.3 เกิดกระบวนการเรียนรู้ โดยคนท้องถิ่นเอง ทาให้คนท้องถิ่น “เก่ง” ขึ้น 1.4 เกิดกลไกการจัดการ หรือองค์กรภายในชุมชน ที่จะดาเนินงานต่อไป2. ในระดับเหนือโครงการ องค์ความรู้ทีได้จากโครงการวิจยเพื่อท้องถิ่นสามารถ ่ ันามาสังเคราะห์ เชื่อมโยงระหว่างงานวิจัย และพัฒนา เพื่อยกระดับองค์ความรู้ และสามารถผลักดันแนวคิด มาตรการ นโยบาย หรือระบบ และกลไก ภายในประเทศ ที่จะเอื้อต่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น
  15. 15. รูปแบบการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นการวิจยแบบเต็มรูปแบบ (PAR) ั “เป็นปัญหาของชาวบ้าน ชาวบ้านเป็นทีมวิจย และมีปฏิบติการเพือแก้ปญหา” ั ั ่ ั สร้างความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ชุมชนสั่งสมมา และจากบทเรียนการทางานของท้องถิ่นในอดีต เพื่อนาความรู้ที่ได้ไปใช้ในการทดลอง แก้ปัญหาของตนเอง ทั้งระดับบุคคลครอบครัว กลุ่มคน ชุมชน ท้องถิ่น และระดับเครือข่าย ผ่านการวางแผน ดาเนินการ ติดตามประเมิน สรุปผล และรับผิดชอบร่วมกันของชุมชน เน้นกระบวนการแก้ปัญหาสังคมในทุกประเด็น ศึกษากระบวนการเคลื่อนตัวของชุมชนท้องถิ่น ในบริบทหนึ่งๆ ต่อการแก้ปญหาที่ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันดาเนินการ ั เน้นการทดลองเปรียบเทียบ และทดสอบปัจจัย ต่างๆ ศึกษา ทดลอง ทดสอบหลายๆทางเลือก เพื่อหาทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและคุ้มทุน ที่สุด โดยเน้นการพึ่งตนเองเป็นหลัก
  16. 16. รูปแบบการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นการวิจยทางเลือกใหม่เพือท้องถิน ั ่ ่ พัฒนามาจากแบบแรก เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพ ของท้องถิ่น และกลุ่มคน การวิจยเบื้องต้น เป็นกระบวนการพัฒนาโจทย์วิจัย และการรวบรวมความรู้ รวมถึงการ ัเตรียมชุมชน เตรียมทีมวิจัยชาวบ้าน เพื่อวางแผน และแก้ปัญหาในเบื้องต้น หรือพัฒนา ไปสู่งานวิจย ัเต็มรูปแบบต่อไป การวิจยทีเน้นการถอดความรู้และรวบรวมองค์ความรู้จากการทางานพัฒนาของ ั ่ชุมชน เป็นเรื่องทีชุมชนอยากรู้ อยากรวบรวมความรูของตนเอง และชุมชนร่วมกัน ทางานวิจย โดย ่ ้ ัไม่ได้มุ่ง แก้ปัญหาชุมชนมากนัก การวิจยเชิงความร่วมมือ เป็นการสนับสนุน การสร้างความรู้ ร่วมกับหน่วยงาน หรือภาคี ัอื่นๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ในการทางานเพื่อชุมชนท้องถิ่น เป็นความร่วมมือ ทั้งในแง่การมีเป้าหมายเพื่อท้องถิ่น ความร่วมมือของคนหรือทีมงาน การสนับสนุนปัจจัย และทุนดาเนินการร่วมกันงานวิจัยลักษณะนี้ จะมุ่งสร้างวิธีการทางาน ที่เป็นทางเลือกใหม่ ของภาคีภายนอก ร่วมกับคนท้องถิ่น ต่อการพัฒนา และแก้ปัญหาท้องถิ่น โดยมุ่งสร้างสิ่งต่อไปนี้
  17. 17. แหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยเพือท้องถิ่น ่O ในองค์กร (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่)O สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจย (สกว.) ัO สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)O องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  18. 18. การวิจัยเบืองต้น ้
  19. 19. การวิจัยเบืองต้น ้
  20. 20. การวิจัยเบืองต้น ้
  21. 21. การวิจยเบืองต้น ั ้
  22. 22. การวิจยเบืองต้น ั ้
  23. 23. การวิจัยเบืองต้น ้
  24. 24. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  25. 25. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  26. 26. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  27. 27. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  28. 28. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  29. 29. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  30. 30. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  31. 31. การวิจัยถอดและรวบรวมองค์ความรู้
  32. 32. การวิจัยเชิงความร่วมมือ
  33. 33. การวิจัยกับหน่วยงานท้องถิ่น
  34. 34. ขอบคุณค่ะ

×