การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง

42,485 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
42,485
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
286
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • วางแผนการผลิต : ประชุมร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปเรื่อง ความสำคัญของรายการ วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เวลา สถานีออกอากาศ ประเภทรายการ เนื้อหา วิธีนำเสนอ และ หน้าที่ของแต่ละคนในทีม
  • การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง

    1. 1. การผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง บทที่ 3 วิชา RT 201
    2. 2. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>คุณค่าของวิทยุกระจายเสียงอยู่ที่การเป็นสื่อมวลชนที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกระดับ ไม่ว่าเพศใด วัยใด อาชีพ หรือภูมิลำเนาใดสามารถฟังวิทยุได้ แม้แต่คนพิการทางสายตา หรือผู้ที่ไม่รู้หนังสือ ก็ยังมีโอกาสได้เปิดโลกทัศน์ ได้รับความบันเทิง และข่าวสารความรู้ </li></ul><ul><li> ดังนั้น วิทยุกระจายเสียงจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน </li></ul>
    3. 3. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ภาคกลาง สาธิตที่นั่งฟังวิทยุอยู่รับทราบข้อมูลจากการประกาศทางวิทยุ ในขณะที่เพื่อนๆ ซึ่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องสมุดยังไม่มีใครรู้เรื่องเลย </li></ul>แสดงให้เห็นว่า วิทยุกระจายเสียงมีคุณสมบัติด้าน “ความรวดเร็ว”
    4. 4. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>ความรวดเร็ว </li></ul><ul><li>การนำเสนอข้อมูลออกอากาศ นำเสนอได้รวดเร็ว ฉับไว ทันเหตุการณ์ เช่น รายการข่าว ทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น สามารถโทรเข้ามารายงานสดได้เร็วกว่าสื่อประเภทอื่น </li></ul><ul><li>การมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างผู้ดำเนินรายการและผู้ฟัง ในด้านของผู้จัดรายการสามารถสอดแทรกข้อมูลในรายการได้ทันที ตลอดเวลา ในด้านของผู้ฟังก็สามารถส่ง SMS ทักทาย ร่วมสนุก แสดงความเห็น หรือโทรศัพท์ไปขอเพลงได้รวดเร็วทันใจ </li></ul>
    5. 5. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>มีเสียงและเพลงเป็นองค์ประกอบสำคัญ </li></ul><ul><li>เสียงเป็นหัวใจของการผลิตรายการวิทยุ และผู้ผลิตต้องเลือกเสียงอย่างเหมาะสมด้วย เพื่อให้รายการน่าสนใจ </li></ul>มีการใช้เสียงหลายแบบ ทั้งเสียงบรรยายที่บอกอารมณ์ เสียงเพลง เสียง sound effect ช่วยทำให้น่าสนใจมากขึ้น มีเพียงเสียงของผู้ประกาศ / ผู้ดำเนินรายการ แม้เสียงจะไพเราะ แต่ก็ขาดสีสัน และทำให้ ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร
    6. 6. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง เห็นภาพก็รู้อารมณ์ ความรู้สึก กริยาท่าทาง ทำให้มีส่วนร่วม เพลิดเพลินและสนุกสนาน ใช้ภาพสื่อสาร บอกอารมณ์ความน่ากลัวของหนัง ช่วยให้ผู้ที่เห็นจินตนาการได้
    7. 7. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง ไม่มีภาพให้เห็น สร้างจินตนาการด้วยน้ำเสียงการเล่าเรื่อง เสียงเพลง เสียงประกอบ effect ต่างๆ ทำให้หลับตาฟังแล้วนึกภาพไปตามจินตนการ <ul><li>สร้างจินตนาการ </li></ul><ul><li>เพราะสื่อวิทยุไม่มีภาพ ในการผลิตรายการวิทยุ จึงต้องอาศัยเสียงและการเล่าเรื่องที่ทำให้เกิดจินตนาการ กระตุ้นให้นึกภาพตาม จนเกิดสุนทรีย์ในการฟังให้ได้ </li></ul>
    8. 8. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>ย้อนกลับมาฟังไม่ได้อีก </li></ul><ul><li>วิทยุกระจายเสียงส่วนใหญ่เป็นรายการสด หรือถ้าบันทึกเทปก็ออกอากาศแค่ครั้งเดียวไม่เปิดซ้ำ ผู้ฟังไม่มีโอกาสย้อนกลับมาฟังได้อีก </li></ul><ul><li>ดังนั้น เพื่อให้ฟังง่าย ได้ใจความ ผู้ผลิตรายการต้องเขียนบทที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสาร </li></ul>
    9. 9. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>ฟังไปพร้อมกับทำงานอื่น </li></ul><ul><li>วิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อเดียวที่ผู้รับสารไม่ต้องเพ่งดู หรือใจจดจ่อขณะรับฟังรายการ สามารถรับข่าวสารความบันเทิงได้พร้อมกับทำกิจกรรมอย่างอื่น </li></ul><ul><li>เช่น บางคนอ่านหนังสือ โดยเปิดวิทยุฟังไปด้วย คลายเครียด </li></ul><ul><li>พ่อค้า แม่ค้า คนขับรถ พนักงานโรงงาน คนทำงาน ฟังเพลงขณะทำงาน </li></ul>
    10. 10. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>คนฟังไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น </li></ul><ul><li>วิทยุกระจายเสียงนำเสนอความหลากหลาย ผู้ผลิตต้องสร้างความน่าสนใจ การเสนอรายการที่เป็นรายการสด สิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างรายการสำคัญ ในการดึงดูดคนดูให้ติดตามฟังรายการ </li></ul><ul><li>เช่น รายการ จส . 100 มีการรายงานเหตุการณ์อุบัติเหตุกระทันหัน เป็นสิ่งเหนือความคาดหมาย เกิดความสนใจ และติดตามฟังรายการ </li></ul><ul><li>การฟังรายการเพลงก็มีอรรถรสมากกว่าฟัง CD เพราะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ และดีเจจะเปิดเพลงอะไรต่อก็ไม่รู้ ทำให้ได้ลุ้นไปด้วย </li></ul>
    11. 11. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>กระบวนการผลิตไม่ยุ่งยาก </li></ul><ul><li>วิทยุกระจายเสียงลงทุนน้อยเมื่อเทียบกับสื่ออื่น สถานที่ทำงานที่ใช้ก็เพียงห้องเล็กๆ บุผนังด้วยฉนวนกันเสียง มีอุปกรณ์ขยายเสียง และบันทึกเสียงไม่กี่เครื่องก็ใช้งานได้แล้ว </li></ul><ul><li>คนเพียงคนเดียวสามารถทำทุกขั้นตอนในการผลิตรายการได้เอง </li></ul><ul><li>ปัจจุบันมีเทคโนโลยี โปรแกรมตัดต่อเสียง บันทึกเสียงทางคอมพิวเตอร์ ทำให้การผลิตยิ่งง่าย และสามารถทำได้ในเวลารวดเร็วเพียงคนเดียว </li></ul>
    12. 12. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>เครื่องรับมีราคาถูก และ พกพาไปได้สะดวก </li></ul><ul><li>เครื่องรับมีทั้งแบบแพง ไปจนถึงแบบราคาถูก ดังนั้น คนระดับไหนก็สามารถหาเครื่องรับวิทยุมาฟังได้ </li></ul><ul><li>ปัจจุบันเครื่องรับมีทั้งขนาดใหญ่ จนถึงเล็ก ขนาดเล็กเช่นพวก MP3, handy drive, iPod ก็สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก </li></ul>
    13. 13. ธรรมชาติของวิทยุกระจายเสียง <ul><li>ส่งตรงถึงผู้ฟังแต่ละคน </li></ul><ul><li>วิทยุกระจายเสียงส่งข้อมูลไปยังกลุ่มคนจำนวนมาก แต่ก็สื่อสารส่งตรงไปถึงผู้ฟังแต่ละคนด้วย โดยคนส่วนใหญ่มักฟังวิทยุตามลำพัง อยู่กับตัวเอง หรือสิ่งที่ทำขณะที่รับฟัง </li></ul><ul><li>นอกจากนั้น คนฟังสามารถขอเพลงตามที่ตัวเองชอบได้ด้วย จึงเหมือนกับรายการในออกอากาศเพื่อเราโดยเฉพาะ </li></ul>
    14. 14. A &quot; พกพาไปไหนมาไหนได้ .. นึกอยากฟังข่าว หรือเพลงก็หยิบมาเปิดฟังได้เลย ทุกที่ ทุกเวลา &quot; D &quot; นุ่นรู้ข่าวเรื่องสึนามิก่อนเพื่อนๆ จากวิทยุ &quot; B “ นุดาชอบฟังละครวิทยุ เพราะได้อารมณ์ความรู้สึกและอินไปกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง &quot; E &quot; นิดอดฟังสัมภาษณ์สดกอล์ฟ - ไมค์ทางวิทยุเพราะกลับจากโรงเรียนมาฟังไม่ทัน &quot; C &quot; อั้มติดตามดูรายการนี้มาตลอดเพราะชอบที่เล่าเรื่องด้วยภาพได้สวยงาม &quot; F &quot; อู๋จัดรายการโดยใช้เสียงหลายรูปแบบเพื่อเล่าเรื่องได้อย่างมีออกรส สามารถจินตนาการตามได้โดยไม่ต้องมีภาพประกอบ &quot; G &quot; ใหม่ชอบทำงานบ้านแล้วก็ฟังรายการโปรดไปด้วย บางครั้งเวลาอ่านหนังสือยังเปิดรายการโปรดไว้เป็นเพื่อน &quot; H “ มอสแก้เซ็งระหว่างรถติดด้วยการฟังรายการโปรด” I “ ลิเดียเห็นภาพข่าวผู้ประสบภัย ขอรับบริจาคเลือดจึงรีบชวนเพื่อนโดยเร็ว” J “ เท่งบอกให้เหน่งอัดรายการโปรดไว้ให้เพราะจะกลับมาฟังไม่ทัน” K “ แท่งร้องไห้ เมื่อดูฉากที่นางเอกต้องจากพระเอกไปเรียนต่อ &quot; L &quot; เต๋าชวนเพื่อนไปดูฟุตบอลแมตช์สำคัญที่บ้านของตน &quot; M &quot; นี่ถ้าฟังแต่เสียงนะ คงไม่รู้ว่าพะแพง v3 น่ารักขนาดนี้ &quot; N “ แดนค้นบทความเพิ่มเติมประกอบการทำรายงาน &quot;
    15. 15. เสียงกับงานผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง
    16. 16. เสียงมีความสำคัญต่อการผลิตวิทยุ เพราะ <ul><li>ช่วยให้การผลิตรายการบรรลุเป้าหมาย </li></ul><ul><li>ช่วยให้รายการมีสีสัน มีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อ </li></ul><ul><li>ช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังรายการ </li></ul><ul><li>ช่วยเร้าจินตนาการให้ผู้ฟังคล้อยตามอารมณ์ที่ผู้ผลิตรายการต้องการถ่ายทอด </li></ul>
    17. 17. ประเภทของเสียง <ul><li>เสียงที่ใช้ในการผลิตรายการ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท </li></ul><ul><li>เสียงพูด (Voice Over) </li></ul><ul><li>เสียงเพลง (Music) </li></ul><ul><li>เสียงประกอบ (Sound Effect) </li></ul>
    18. 18. ประเภทของเสียง <ul><li>เสียงพูดหรือ voice over เป็นเสียงพูดธรรมดาในการจัดรายการ </li></ul><ul><li>เสียงผู้ชาย (Male Voice Over) ใช้ตัวย่อใน script ว่า MVO </li></ul><ul><li>เสียงผู้หญิง ( Female voice over) ใช้ตัวย่อ FVO </li></ul><ul><li>เสียงผู้ประกาศ ใช้เป็นคำกลางๆ ระบุว่าเป็นเสียงพูด โดยไม่ระบุเพศ ย่อด้วย ANN </li></ul><ul><li>ในการเขียนบทวิทยุจะกำหนดตั้งแต่ต้นเลยว่าต้องการเสียงใครในช่วงใดของรายการ และระบุไว้ในบทด้วย </li></ul><ul><li>เสียงเพลง (Music) </li></ul><ul><li>เสียงเพลงบรรเลง คือ ดนตรีล้วน ไม่มีเสียงร้อง มักใช้เปิดคลอไปพร้อมกับเสียงพูดเพื่อเพิ่มอรรถรสในงาน หรือแทนอารมณ์ที่ต้องการสื่อความหมายให้ผู้ฟังคล้อยตาม </li></ul><ul><li>เสียงเพลงร้อง โดยมากจะไม่นิยมนำมาเปิดคลอกับการพูด เพราะจะรบกวนกัน ถ้าจะเป็นเสียงเพลงร้อง ก็จะเปิดเพลงนั้นไปเลย เช่น รายการเพลงต่างๆ </li></ul>
    19. 19. ประเภทของเสียง <ul><li>เสียงประกอบ หรือ sound effect </li></ul><ul><li>คือเสียงที่มีความยาวไม่มาก ใช้ผลิตรายการในช่วงสั้นๆ เพื่อประกอบเสียงบรรยาย </li></ul><ul><li>ให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการ </li></ul><ul><li>Sound effect มีทั้ง เสียงธรรมชาติ คือเสียงที่เลียนเสียงธรรมชาติมา </li></ul><ul><li>และเสียงที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น จะเป็นเสียงที่ไม่ได้มีอยู่จริงในสิ่งแวดล้อม แต่สร้าง </li></ul><ul><li>ขึ้นเพื่อให้เกิดสีสัน อารมณ์ต่างๆ ในรายการ </li></ul><ul><li>เวลาเขียนบทใช้ตัวย่อว่า SFX </li></ul>
    20. 20. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>ในการผลิตรายการวิทยุ เราจะนำเสียงทั้งสามประเภทมาเลือกใช้ตามความ </li></ul><ul><li>เหมาะสม และผสมผสานกันให้เกิดการเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ  ประเภทงาน </li></ul><ul><li>เสียงต่างๆ ซึ่งจะมีความยาว รูปแบบ และการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน </li></ul>Voice Over Music Sound effect
    21. 21. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>Jingle คือ </li></ul><ul><li>เสียงพูด + เสียงเพลง ยาว 10-20 วิ </li></ul><ul><li>มีวัตถุประสงค์ 3 อย่างคือ แนะนำชื่อรายการ แนะนำช่วงรายการ และแนะนำผู้จัดรายการ </li></ul><ul><li>Jingle intro ใช้เปิดตอนต้นเพื่อนำเข้ารายการ </li></ul><ul><li>Jingle outro ใช้เปิดตอนท้ายเพื่อปิดรายการ หรือพักรายการไปเข้าโฆษณา </li></ul><ul><li>เปรียบเหมือน ไตเติลรายการ </li></ul>
    22. 22. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>Drop in คือ </li></ul><ul><li>เสียงพูดสั้นๆ ความยาว 1-3 วินาที </li></ul><ul><li>นิยมเปิดขณะเล่นเพลงในช่วงที่เป็นจังหวะดนตรี ไม่มีเสียงร้อง อาจเป็นชื่อรายการ หรือ เป็นคำที่นำมาใช้โดยไม่ได้สื่อความหมาย </li></ul><ul><li>ใช้เพื่อสร้างสีสันให้รายการ </li></ul>
    23. 23. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>Sweeper คือ </li></ul><ul><li>เสียงพูดเปล่าๆ หรือ เสียงพูด + เสียงเพลง ความยาว 5-10 วินาที </li></ul><ul><li>ใช้เปิดในรายการเพลงเพื่อเชื่อม หรือ คั่นเพลงสองเพลงที่มีจังหวะ และอารมณ์ต่างกัน </li></ul><ul><li>มีบทบาทมากในการกวาดอารมณ์เพลงจากเพลงเร็วไปเพลงช้า หรือจากเพลงที่เนื้อหาต่างกัน แต่ยังทำให้รายการดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น กลมกลืน </li></ul>
    24. 24. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>Station ID คือ </li></ul><ul><li>เสียงพูดเปล่าๆ หรือ เสียงพูด + เสียงเพลง ความยาว 20-25 วินาที ใช้เปิดตอนต้นชั่วโมงเท่านั้น เพื่อบอกรายละเอียดต่างๆ ของสถานีให้ผู้ฟังทราบ ได้แก่ ชื่อหน่วยงานเจ้าของสถานี ที่ตั้งสถานี คลื่นความถี่ ชื่อรายการ ชื่อบริษัทผู้ผลิต หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ เป็นต้น </li></ul>
    25. 25. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>Spot คือ </li></ul><ul><li>เสียงพูด + เสียงเพลง + เสียงประกอบ ความยาว 30-45 วินาที ปกติจะไม่เกิน 30 วิ นาที </li></ul><ul><li>ผู้สนับสนุนรายการ โฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง </li></ul>
    26. 26. ประเภทของงานเสียงในรายการวิทยุ <ul><li>Spot Promo คือ </li></ul><ul><li>เสียงพูด + เสียงเพลง + เสียงประกอบ ความยาว 45-60 วินาที </li></ul><ul><li>เรียกสั้นๆ ว่า “สปอตโปรโมท” หรือ “โปรโม” </li></ul><ul><li>เป็นงานเสียงเพื่อประชาสัมพันธ์รายการหรือกิจกรรมต่างๆ ของสถานี ตลอดจนเพื่อรณรงค์ให้เกิดผลต่อเนื่องอย่างใดอย่างหนึ่ง </li></ul>
    27. 27. องค์ประกอบในการผลิตรายการวิทยุ
    28. 28. องค์ประกอบของการผลิตรายการ <ul><li>1. กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย </li></ul><ul><li>มีบทบาทสำคัญตั้งแต่เริ่มผลิตจนถึงหลังการผลิต เพราะเป็นผู้กำหนดเนื้อหา และ ประเมินตัดสิน </li></ul><ul><li>ผู้ผลิตจำเป็นต้องรู้ภูมิหลัง เช่น อายุ เพศ รายได้ การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม เพราะเป็นตัวกำหนดค่านิยม ทัศนคติ ความเชื่อ บุคลิกภาพ ความคิด และพฤติกรรมแตกต่างกัน </li></ul>
    29. 29. องค์ประกอบของการผลิตรายการ <ul><li>2. เนื้อหา </li></ul><ul><li>คือข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ผลิตรายการต้องการสื่อสารไปถึงผู้ฟัง </li></ul><ul><li>เนื้อหาที่ดีต้องสอดคล้องกับกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย </li></ul><ul><li>เนื้อหาอาจมีเพียงประเด็นเดียว แต่การนำเสนอต้องนึกถึงความยากง่ายในการผลิต ความเข้าใจของผู้ฟัง และความยาวของรายการ เนื้อหาบางเรื่องก็เหมาะกับผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม แต่บางเรื่องก็ฟังได้ทั่วไป </li></ul>
    30. 30. องค์ประกอบของการผลิตรายการ <ul><li>4 . ภาษา </li></ul><ul><li>ไม่ว่าจะเป็นภาษาเขียนที่ใช้เขียนบท หรือภาษาพูดที่เปล่งออกไปขณะดำเนินรายการ ต้องเป็นภาษาเข้าใจง่ายให้ผู้ฟังจับประเด็นได้ทันที </li></ul><ul><li>ต้องใช้คำที่สั้น กระชับ รูปประโยคไม่ซับซ้อน </li></ul><ul><li>5. ลีลาการพูด </li></ul><ul><li>ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ น้ำเสียง จังหวะ ตลอดจนวิธีการพูด ล้วยแต่เป็นสิ่งที่ทำให้รายการน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลีลาของผู้ดำเนินรายการ ไม่ควรพูดเหมือนอ่านหนังสือ หรือ บรรยายในชั้นเรียน ที่สำคัญผู้ดำเนินรายการต้องสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองให้เป็นที่จดจำและชื่นชอบได้ ก็จะช่วยให้มีผู้ฟังติดตามรายการเป็นประจำ </li></ul>
    31. 31. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ
    32. 32. ห้องผลิตรายการ ห้องผลิตรายการคือใช้เป็นห้องบันทึกเสียง และมักสร้างให้มีลักษณะเป็นห้องชุด ( ฝรั่งเรียกว่า Studio) คือในพื้นที่เดียวกันจะแบ่งซอยออกเป็นห้องเล็กๆ ประกอบไปด้วยห้องผู้ประกาศ ห้องควบคุม ห้องบันทึกเสียง ห้องตัดต่อเสียง และห้องส่งกระจายเสียง
    33. 33. ห้องผลิตรายการ <ul><li>ห้องสี่เหลี่ยมที่ภายในบุฝาผนังและเพดานด้วยวัสดุชนิดพิเศษเพื่อป้องกันเสียงจากภายนอกห้อง และกำจัดเสียงก้องสะท้อนที่เกิดภายในห้องด้วย วัสดุที่นำมาใช้ต้องมีลักษณะพิเศษในการเก็บเสียง เช่น ใยแก้วและแผ่นดูดเสียง (Acoustic Board) </li></ul><ul><li>บริเวณพื้นยังต้องยกระดับให้สูงกว่าห้องทั่วไปที่อยู่ติดกัน และรองใต้พื้นห้องด้วยยาง และปูพรมหรือวัสดุป้องกันเสียงด้านบนสุด เพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนจากภายในห้อง และไม่ให้เกิดเสียงดังเวลาเดินในห้อง </li></ul><ul><li>ทางเข้าออกต้องสร้างประตูถึงสองชั้น คือชั้นนอก 1 บาน และชั้นในอีก 1 บาน </li></ul>
    34. 34. ห้องผลิตรายการ <ul><li>ระหว่างห้องผู้ประกาศและห้องควบคุม - ห้องบันทึกเสียงจะกั้นด้วยกระจกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ใหญ่นัก แค่พอมองเห็นและสื่อสารกันได้ เพราะกระจกมีคุณสมบัติทำให้เกิดเสียงสะท้อนได้ </li></ul><ul><li>โดยทั่วไป สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือ ผู้ผลิตรายการแต่ละแห่ง จะมีห้องผลิตรายการอย่างน้อย 2 ห้อง ห้องหนึ่งใช้ผลิตรายการสด ออกอากาศทันที ส่วนอีกห้องใช้ผลิตรายการที่บันทึกเทปไว้ล่วงหน้า และใช้ผลิตงานเสียงประเภทต่างๆ เช่น Jingle หรือโฆษณา เรียกได้ว่า ห้องผลิตรายการเป็นคลังสมองเป็นหัวใจของสถานีวิทยุ </li></ul>
    35. 35. ห้องผลิตรายการ <ul><li>เป็นห้องที่ใช้ควบคุม สั่งการการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง </li></ul><ul><li>ประกอบด้วยอุปกรณ์ในการผลิตเสียงทั้งหมดสำหรับการออกอากาศ ได้แก่ คอนโซลหรือแผงผสมเสียง เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่น - คอมแพ็คดิสก์ เทปบันทึกเสียง ไมโครโฟน เป็นต้น อุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกจัดให้อยู่ในรัศมีที่มือเอื้อมถึงเพื่อสะดวกในการใช้ </li></ul><ul><li>มีระบบ การสื่อสารระหว่างห้องควบคุมเสียงและห้องผู้ประกาศ ที่เรียกว่า Talkback โดยเสียงการติดต่อกันนี้ จะไม่เข้าไปปะปนรวมกับเนื้อหาของรายการที่กำลังออกอากาศ </li></ul>ส่วนของห้อง control room หรือ ห้องควบคุมเสียง
    36. 36. ห้องผลิตรายการ <ul><li>เป็นห้องขนาดเล็กซ้อนอยู่ในห้องควบคุมเสียง สภาพห้องต้องปราศจากเสียงรบกวนและเสียงสะท้อน </li></ul><ul><li>ห้องผู้ประกาศประกอบด้วยโต๊ะสำหรับวางบทไมโครโฟน หูฟัง เก้าอี้นั่ง ใช้ในการอ่านข่าว การดำเนินรายการเพียง 1 - 2 คน </li></ul><ul><li>ทางเข้าห้องผู้ประกาศหรือห้องผลิตรายการมักใช้ประตู 2 ชั้น เพื่อกันเสียงภายนอกเข้าไป เรียกว่า ประตูดักเสียง ( Sound Traps) </li></ul>ส่วนของห้องผู้ประกาศ
    37. 37. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ คอนโซล ( audio Console หรือ mixer) คือ อุปกรณ์สำคัญในการผสมเสียงจากอุปกรณ์ผลิตเสียงต่าง ๆ ให้เสียงออกมาอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนใช้ผสมเสียงแต่ละประเภทเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมกับป้อนเข้าเครื่องบันทึกเสียงหรือเครื่องส่งกระจายเสียงเพื่อออกอากาศทันที และทำหน้าที่ปรับเสียงโดยใช้ fader เป็นตัวควบคุมด้วย fader
    38. 38. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ ไมโครโฟน ( Microphone) ไมโครโฟนทำหน้าที่แปลงคลื่นเสียงของมนุษย์ให้เป็นคลื่นสัญญาณไฟฟ้า มีมากมายหลายชนิดควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน ได้แก่ ไมโครโฟนแบบตั้งโต๊ะ ( Desk Microphone) เป็นแบบธรรมดาหรือแบบโค้งงอ ใช้อ่านข่าว ไมโครโฟนรับเสียงรอบทิศทาง ( Omni or All directional Microphone) ใช้สำหรับรายการอภิปราย ไมโครโฟนรับเสียง 2 ทิศทาง ( Bi-directional Microphone) ใช้สำหรับรายการสัมภาษณ์ สนทนา ละครวิทยุ เป็นต้น
    39. 39. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ <ul><li>การใช้ไมโครโฟนในการผลิตรายการวิทยุ </li></ul><ul><li>โต๊ะตั้งไมโครโฟนต้องปูด้วยผ้าสักหลาดหรือหนังนุ่ม เพื่อเก็บเสียงให้ได้คุณภาพ ถ้าตั้งโต๊ะที่ผิวมันเรียบ จะทำให้เกิดเสียงก้อง และเสียงเพี้ยน </li></ul><ul><li>ถ้าต้องใช้ไมค์มากกว่า 1 ตัวบนโต๊ะเดียวกัน อย่าวางชิดกัน และควรเบนหัวออกไปคนละทาง จะทำให้สัญญาณแยกกันชัดเจน </li></ul><ul><li>ให้ไมโครโฟนห่างจากปากประมาณ 1 ไม้บรรทัด เพราะถ้าใกล้ไปเสียงจะดังมาก ฟังไม่รู้เรื่อง เสียงแตกพร่า </li></ul>
    40. 40. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ ไมโครโฟนเป็นอุปกรณ์บอบบาง ไม่ควรทดสอบด้วยการเคาะหรือเบาลมแรงๆ วิธีที่ถูกคือ พูดประโยคยาวๆ เหมือนเวลาพูดบันทึกเสียงจริง เจ้าหน้าที่คุมเสียงจะปรับระดับเสียงได้แน่นอน ทุกครั้งหลังใช้งาน ควรใช้สำลีหรือผ้าชุบแอลกฮอล์เช็คไมโครโฟนให้ทั่ว เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค
    41. 41. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ Tape Recorder เครื่องบันทึกเสียง ( Tape Recorder) เป็นอุปกรณ์สำหรับการบันทึกเสียง ( Record) และเล่นกลับเสียง ( Playback) ได้ในตัวเดียวกัน มักเป็นชนิดที่มี 3 หัว คือ หัวลบ ( Erase Head) หัวบันทึก ( Record Head) หัวเปิดฟัง ( Play Head) และมักเป็นหัวบันทึกเต็มแถบ ( Full Track)
    42. 42. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ เครื่องเล่นเสียงและบันทึกเสียง แบบ Analog Cassette Tape เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องมี Reel-to-reel เป็นอุปกรณ์เล่นเสียงและบันทึกเสียงที่นิยมในสมัยก่อน เนื่องจากตัดต่อได้ง่าย โดยใช้กรรไกร คัตเตอร์ และสก๊อตเทป
    43. 43. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ เครื่องเล่นเสียงและบันทึกเสียง แบบ Analog Turn table เกือบจะไม่มีบทบาทแล้ว ยกเว้นในรายการเพลงที่เปิดเพลงเก่า และยังต้องใช้แผ่นเสียงอยู่
    44. 44. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ เครื่องเล่นเสียงและบันทึกเสียง แบบ Digital Compact Disc – CD ใช้งานสะดวก ราคาถูก พกพาง่าย น้ำหนักเบา เลือกแทรคได้ แต่ต้องระวังไม่ให้แผ่นเป็นรอย Mini Disc – MD แพงกว่าและจุได้น้อยกว่าซีดี แต่ข้อดีคือทนทาน อัดซ้ำได้ ลบทิ้งได้ ย้ายหรือสลับตำแหน่งแทรคเสียงได้
    45. 45. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ เครื่องเล่นเสียงและบันทึกเสียง แบบ Digital Digital Audio Tape – DAT หน้าตาคล้ายเทป ดีกว่าตรงที่ลบทิ้ง และย้ายหรือสลับตำแหน่งแทรคเสียงได้ ซึ่งเทปทำไม่ได้ Computer มีบทบาทสูงในการผลิตรายการ และผลิกโฉมหน้าการทำงานของผู้ผลิต มาเป็นการทำงานเบ็ดเสร็จเพียงคลิกเมาส์กับคีบอร์ด ทำให้การผลิตรายการวิทยุเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
    46. 46. อุปกรณ์ในการผลิตรายการวิทยุ รวมถึงในปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับช่วยผลิตรายการ ในการตัดต่อ และใส่ลูกเล่นต่างๆ ทำได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น
    47. 47. บุคลากรในการผลิตรายการวิทยุ
    48. 48. บุคลากรในการผลิตรายการวิทยุ Creative ( ครีเอทีฟ ) : รับผิดชอบและจัดการงานผลิตรายการตั้งแต่การออกแบบความคิด ถ่ายทอดความคิดเป็นถ้อยคำในรูปแบบของบท และนำบทนั้นไปผลิตและควบคุมการผลิตจนสำเร็จ ต้องเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ สนใจข่าวสารในสังคม มีทักษะความรู้ด้านเสียงการใช้ภาษา และธรรมชาติวิทยุ และมีมนุษยสัมพันธ์สามารถทำงานกับคนอื่นได้
    49. 49. บุคลากรในการผลิตรายการวิทยุ Announcer ( ผู้ประกาศ ) : ผู้ที่มีหน้าที่ลงเสียง บรรยาย พากษ์ สำหรับผู้ดำเนินรายการ ใช้เรียกนักจัดวิทยุที่จัดรายการที่มีเสียงพูดอย่างเดียว (Talk base programme) เช่นรายการสนทนา นักจัดรายการเพลง เรียน Disc Jockey หรือ D.J. ปัจจุบันมีนักจัดรายการที่จัดรายการโดยโปรแกรมเล่นเพลงในคอมพิวเตอร์ เรียนว่า Programme Jockey หรือ P.J.
    50. 50. บุคลากรในการผลิตรายการวิทยุ <ul><li>Sound Engineer ( ผู้ควบคุมเสียง ): หรือในวงการเรียกว่า </li></ul><ul><li>เจ้าหน้าที่เทคนิค ต้องรับผิดชอบดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเสียง แบ่งเป็น </li></ul><ul><li>เจ้าหน้าที่ควบคุมเสียง : ควบคุมเสียงให้ดีที่สุดในการจัดรายการ และดูแล </li></ul><ul><li>บำรุงรักษาอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดี </li></ul><ul><li>เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องส่งกระจายเสียง : ควบคุมให้ออกอากาศไปถึงผู้ฟัง </li></ul>
    51. 51. คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
    52. 52. คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง คำศัพท์เหล่านี้ เป็น คำสั่งที่ ครีเอทีฟใช้บอกให้ sound engineer ปฏิบัติในการผลิตรายการ Fade in: การเพิ่มระดับเสียง จากเงียบค่อยๆ ดัน fader เอาเสียงขึ้น Fade out: การลดระดับเสียง จากเสียงที่ดังอยู่ ค่อยๆ ลดระดับเสียงลงจนเงียบไป Fade under: การควบคุมเสียงให้เสียงหนึ่งคลอไปกับอีกเสียงหนึ่ง เช่น การควบคุมเสียงเพลงให้คลอไปกับเสียงพูดของผู้ดำเนินรายการ สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือระดับเสียงที่เหมาะสม ผู้ผลิตต้องควบคุมไม่ให้เสียงรบกวนซึ่งกันและกัน กล่าวคือเสียงพูดต้องดังกว่าเสียงเพลงนั่นเอง
    53. 53. คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง <ul><li>Fade Up: การเร่งเสียงให้ดังขึ้นจากระดับปกติอย่างรวดเร็วใช้ในกรณี </li></ul><ul><ul><li>ระหว่างรายการ ในขณะมีเสียงคลอกับเสียงพูดของผู้ดำเนินรายการ เมื่อมีจังหวะเว้นการพูด ผู้ควบคุมเสียงจะดัน fader ขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เพลงดังขึ้นชั่วครู่ และลดระดับเสียงเพลงลงอย่างรวดเร็วให้คลอเป็นปกติอีกครั้งเมื่อต้องการพูดต่อ </li></ul></ul><ul><ul><li>หลังจบรายการ ในขณะที่มีเสียงคลออยู่กับเสียงพูดของผู้ดำเนินรายการ เมื่อพูดจบเนื้อความแล้ว ผู้ควบคุมเสียงจะดัน fader ขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้เสียงเพลงดังครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ลดระดับเสียงจนเสียงเงียบหายไป เป็นอันจบรายการ </li></ul></ul><ul><ul><li>ใช้เพื่อสร้างสีสัน ให้การจัดรายการดูมีลูกเล่นมากขึ้น </li></ul></ul>
    54. 54. คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง <ul><li>Cross Fade: การจางซ้อนเสียง คือการเชื่อมเพลงสองเพลงให้ต่อกันอย่างกลมกลืน โดย </li></ul><ul><li>fade out เพลงที่ 1  Fade in เพลงที่ 2 พร้อมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดความต่อเนื่องในอรรถรถรสของรายการและอารมณ์ของคนฟัง </li></ul><ul><li>แต่มีข้อยกเว้นว่า ต้องใช้กับเพลงที่มีจังหวะใกล้เคียงกันเท่านั้น </li></ul>
    55. 55. ขั้นตอนในการผลิตรายการวิทยุ
    56. 56. ก่อนการผลิต (pre-production) ระหว่างการผลิต ( production) หลังการผลิต (post-production) วางแผนการผลิต สร้างสรรค์รายการและเขียนบท เตรียมพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ การซักซ้อม ดำเนินการบันทึกเสียงจริง ควบคุมการผลิตให้เป็นไปอย่างราบรื่น รายการสด ต้องระวัง dead air / อย่าลืมปิดไมโครโฟน อย่าเปิดเสียงที่จะใช้ผิด ถ้าเป็นรายการบันทึกเสียงต้องตรวจสอบความเรียบร้อย นำรายการที่อัดเสร็จแล้วไปตัดต่อเพื่อเตรียมออกอากาศ หากต้องออกอากาศหลายสถานีต้องทำสำเนา หรือ ดัพเทป ประเมินรายการ วัดความนิยม และ ผลตอบรับจากผู้ฟัง

    ×