การสอน Writing

11,356 views

Published on

การสอน Writing

  1. 1. การสอนเขียน Writing
  2. 2. ความหมายของการเขียน <ul><li>การเขียน ตามความหมายที่แท้จริง ได้แก่ การที่นักเรียนสามารถถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นภาษาเขียน และเขียนได้ถูกต้องทั้งในด้านกลไก ( ได้แก่ ส่วนสัดของตัวอักษร การสะกดตัว การใช้เครื่องหมายวรรคตอน แบบแผน ) การใช้คำศัพท์ แบบสร้างตามภาษานิยมของเจ้าของภาษา </li></ul><ul><li>ในการสอนเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย จุดมุ่งหมายของเราน่าจะเป็นเพียง ให้นักเรียนสามารถเลียนแบบเจ้าของภาษา เราไม่หวังให้นักเรียนมีความสามารถถึงขนาดที่เรียกว่า สร้างสรรค์สำนวนใหม่ ๆ ขึ้นมา เหมือนที่เราสร้างคำใหม่ หรือสำนวนใหม่ในภาษาไทยของเราเอง </li></ul>
  3. 3. การสอนทักษะการเขียน <ul><li>1. การเขียนแบบควบคุม (Controlled writing) เป็นกิจกรรมในการสอนทักษะการเขียน ที่ผู้สอนให้เนื้อหาและรูปแบบภาษาสำหรับผู้เรียนใช้ในการเขียน เช่น รูปแบบประโยคที่ต้องใช้ ตัวอย่างย่อหน้าสำหรับเลียนแบบ หรือข้อความสำหรับเติมให้สมบูรณ์กิจกรรมการเขียนแบบควบคุมอาจเป็นข้อความให้ผู้เรียนลอกข้อความโดยเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบบางอย่าง เช่น เปลี่ยนคำเอกพจน์เป็นพหูพจน์ </li></ul>
  4. 4. 2. การเขียนแบบมีการชี้แนะ (guided writing หรือ composition) เป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะการเขียน ที่พัฒนามาจากการเขียนแบบควบคุม โดยผู้สอนให้เนื้อหาและรูปแบบภาษาเพียงบางส่วน สำหรับผู้เรียนใช้ในการเขียน ผู้สอนอาจจะให้ประโยคเริ่มต้น ประโยคสุดท้าย คำถาม หรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเขียน กิจกรรมการเขียนแบบชี้แนะนี้ อาจจะใช้ข้อความจากสื่อเช่น ภาพหรือการ์ตูน เอกสารแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว โฆษณาจากหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
  5. 5. 3. การฝึกทักษะการเขียนในลักษณะของการเขียนแบบเสรี ( free composition ) เป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะการเขียน ที่พัฒนามาจากการเขียนแบบควบคุม โดยผู้สอนให้เนื้อหาและรูปแบบภาษาเพียงบางส่วน สำหรับผู้เรียนใช้ในการเขียน ผู้สอนอาจจะให้ประโยคเริ่มต้น ประโยคสุดท้าย คำถาม หรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเขียน กิจกรรมการเขียนแบบชี้แนะนี้ อาจจะใช้ข้อความจากสื่อเช่น ภาพหรือการ์ตูน เอกสารแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว โฆษณาจากหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
  6. 6. ข้อเสนอแนะสำหรับครู <ul><li>แบบฝึกหัดเขียนนั้นให้ทำในห้องเรียนน้อยที่สุด ควรจะให้ทำเป็นการบ้าน เวลาส่วนใหญ่น่าจะใช้เป็นการฝึก ฟัง และอ่านที่ครูจะต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด </li></ul><ul><li>การสอนตามคำบอกมีประโยชน์มาก จะต้องทำในห้องเรียนเช่นเดียวกับแบบฝึกหัดเขียน ซึ่งเป็นส่วนของการฝึกความเข้าใจในการฟัง </li></ul><ul><li>แบบฝึกหัดเขียนต้องสัมพันธ์กับเนื้อหาที่เรียนมาแล้วในแต่ละหน่วย เพื่อเสริมความแม่นยำให้กับทักษะ พูด อ่าน และเขียน </li></ul>
  7. 7. กิจกรรมการสอนทักษะการเขียน <ul><li>กิจกรรมก่อนการเขียน เป็นการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกลไกทางการเขียนในเรื่อง ต่างๆ เช่น การสะกดคำ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน การใช้กาล (Tense) และศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่จะเขียน </li></ul><ul><li>กิจกรรมระหว่างการเขียน เป็นกิจกรรมที่ผู้สอนนำมาใช้ในการฝึกทักษะการเขียน เช่น นำภาพประกอบมาให้นักเรียนเขียนเรื่องจากภาพ นำเทปบทสนทนามาเปิดให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนเขียนเป็นเรื่องเล่า หรือสรุปเรื่องที่ได้ยิน </li></ul>
  8. 8. กิจกรรมหลังการเขียน <ul><li>เมื่อผู้เรียนเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจนำมาอ่านในชั้นเรียนผู้ให้เพื่อนร่วมชั้นฟัง ตลอดจนนำมาแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์ว่าข้อเขียนนั้นดีถูกต้องในการสื่อความมากน้อยเพียงไรและการใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ และมีข้อที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง </li></ul>
  9. 9. การตรวจงานเขียน <ul><li>1. การให้ระดับคะแนน A, B, C หรือ /7, /8 ,…/10 การให้คะแนนแบบนี้เป็นการประเมินการเขียนโดยรวม มิใช่ดูเฉพาะความถูกต้องทางไวยากรณ์เป็นเกณฑ์ แต่ยังต้องดูว่านักเรียนสามารถใช้ภาษาสื่อความคิดได้ชัดเจนหรือไม่ และพัฒนาความคิดและเรื่องราวที่เขียนดี เหมาะสมมากน้อยเพียงไร </li></ul><ul><li>2. การแสดงความคิดเห็นต่อการเขียน good, fair, needs improvement, careless ผู้สอนพึงตระหนักว่าการแสดงความคิดเห็นต่องานเขียนของนักเรียน เป็นการชี้ให้ผู้เรียนเห็นทั้งจุดเด่นและข้อด้อย ผู้สอนควรกล่าวชมสิ่งที่นักเรียนเขียนดีแล้ว และค่อยชี้ให้เห็นจุดที่ยังบกพร่องให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงแก้ไข </li></ul>
  10. 10. 3. การตรวจแก้ไขที่ผิด <ul><li>ที่ผิดซึ่งนักเรียนเขียนมานั้น ผู้เรียนควรวิเคราะห์ด้วยว่ามาจากสาเหตุใด ผิดเพราะนักเรียนไม่รู้จึงใช้ผิดเขียนผิดหรือผิดเพราะความสะเพร่า </li></ul>
  11. 11. การตรวจแก้ไขที่ผิดสามารถทำได้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น <ul><li>การตรวจแก้ไขที่ผิดทั้งหมด ผู้สอนต้องใช้เวลามากในการตรวจงาน วิธีนี้ทำให้นักเรียนไม่ได้ฝึกคิดด้วยตนเองว่าที่เขียนไปนั้นผิดอย่างไร </li></ul><ul><li>การตรวจแก้ไขที่ผิดเฉพาะบางส่วน ครูผู้สอนอาจแก้ไขเฉพาะจุดที่เห็นว่าสำคัญ นักเรียนควรให้ความสนใจในข้อบกพร่องนั้นให้มาก เช่น เรื่อง Tense , Subject Verb Agreement </li></ul><ul><li>การชี้ให้นักเรียนเห็นที่ผิด วิธีนี้อาจทำได้โดยขีดเส้นใต้หรือวงกลมล้อมที่ผิด โดยมีการตกลงเรื่องเครื่องหมายในการใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ กับนักเรียน เช่น sp = spelling error , ss = error in sentence structure เป็นต้น </li></ul>
  12. 12. <ul><li>ครูอาจยกกรณีที่นักเรียนทำผิดกันมาก หรือผิดซ้ำๆ มายกตัวอย่างขึ้นกระดานดำ แก้ไขให้ถูกต้องในชั้นเรียน โดยให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมออกความเห็นในการแก้ไขที่ผิดให้ถูกต้อง </li></ul>

×