Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

คำและสำนวนภาษาอังกฤษ

83,443 views

Published on

คำและสำนวนภาษาอังกฤษ

  1. 1. คําและสํานวนประโยคภาษาอังกฤษ ที่จําเปนสําหรับ นักเรียนและครูอาชีวศึกษาUSEFUL WORDS AND EXPRESSIONS FOR VOCATIONAL STUDENTS & TEACHERS ดร. ประพนธ จุนทวิเทศ สํานักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา
  2. 2. 2 บทนํา เป็นที่ยอมรับกันโดยทัวไปในปจจุบนวา ่ ั ภาษาอังกฤษเขามามีบทบาทสําคัญมากขึ้นในชีวต ิประจําวันของคนไทย ถึงแมวาเรายังสามารถใชภาษาไทยอยางมีความสุขอยูก็ตาม แตผูที่รูภาษาที่สองโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ยอมถือวามีโอกาสดีและไดเปรียบคนอื่น ๆ อยางแนนอน ไมวาจะเปนเรื่องของการสมัครงาน การประกอบอาชีพ หรือแมแตการคนควาหาความรูก็ตาม ยิ่งในปจจุบันถือวาเปนยุคแหงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เรียกวายุค IT ขอมูลหรือความรูตาง ๆ สามารถสืบคนไดจากเครือขายอินเทอรเน็ต (Internet) ที่นําเสนอไวอยางหลากหลายทั้งเนื้อหาและรูปแบบ และโดยมากจะเปนภาษาอังกฤษ ดังนั้นหากผูใดทีมีความสามารถในการใชภาษาอังกฤษเปนอยางดียอมสามารถรับรูขอมูลขาวสารดังกลาวไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพกวาผูที่ไมรูภาษาอังกฤษ อยางไรก็ตาม การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยยังนับวาไมประสบผลสําเร็จเทาไรนักอันสืบเนื่องมาจากปจจัยหลาย ๆ ประการดวยกัน หลายคนมีทัศนคติมีดีตอการเรียนภาษาอังกฤษ ทําใหไมชอบภาษาอังกฤษ และคิดวาเปนสิ่งที่ยาก ไมสนุกหรือนาเบื่อ หากจะเปรียบก็ถือวาเปนยาขมอยางหนึงของคนไทยทีเดียว หลายคนเรียน ่ภาษาอังกฤษมาหลายปก็ไมสามารถใชใหเกิดผลได พอเจอชาวตางชาติ ไมสามารถใชภาษาอังกฤษเพื่อสื่อความหมายได จนคิดวาเดินหนีเสียจะดีกวาตองขายหนาเพราะไมสามารถสื่อสารกับเขาไดแตหลาย ๆ คนก็มีความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเอง พยายามฝกฝนดวยตนเองตามโอกาสจะอํานวย หลายคนไปสมัครเรียนพิเศษ เพิ่มเติมกับสถาบันที่เปดสอนภาษาอังกฤษดวยความหวังวาจะมีโอกาสใชภาษาอังกฤษไดดี มีประสิทธิผลกับเขาบางสักวัน ซึ่งนับวาเปนการเริ่มตนทีดีทีเดียว ่ ภาษาถือวาเปนวิชาทักษะ ดวยเหตุนการเรียนภาษาไมวาจะภาษาใดก็ตามจําเปนตองใชเวลาใน ี้การเรียนรูและฝกฝน ไมสามารถเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วได เมื่อเรียนแลวตองนําไปใชอยางตอเนื่องสม่ําเสมอเพื่อใหเกิดความชํานาญ มิใชเรียนไปแลวไมมโอกาสใช พอนาน ๆ ไปก็ลืม และเมื่อถึงโอกาสที่ ีจําเปนตองใชก็ไมสามารถใชได จึงเปนสิ่งที่นาเสียดายไมนอย และหากมองยอนกลับมาดูสถานศึกษาของอาชีวศึกษาเราแลว ไมวาจะเปนผูบริหาร ครูผูสอน หรือพนักงาน/เจาหนาที่ตาง ๆ จะพบวาหากมิใชครูผูสอนวิชาอังกฤษแลวก็ อยาหวังวาจะไดใชภาษาอังกฤษเทาไรนัก ยกเวนผูที่มีความสนใจหรือมีความสามารถทางภาษาอังกฤษเปนพิเศษอยูแลว
  3. 3. 3 แตนับวาเปนโชคดีของชาวอาชีวศึกษาที่ปจจุบันวิทยาลัยหลาย ๆ แหง ไดเปดศูนยการเรียนรู ภาษาอังกฤษ ที่เรียกวา Self-Access Language Learning Center หรือ SALL Center ขึ้นในสถานศึกษาเพือเปดโอกาสนักเรียนไดฝกฝนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากที่เรียนในชันเรียนและในภาคเรียนที่ ่ ้ออกฝกงาน อีกทั้งเปดบริการครูและบุคลากรของวิทยาลัยที่ตองการพัฒนาตนเองดานภาษาอังกฤษอีกดวย ดวยเหตุนี้ผูเขียนจึงตระหนักถึงปญหาเหลานี้และอยากจะหาวิธีที่สามารถชวยอีกทางหนึ่งในการใชภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารเบื้องตน ของทั้งนักเรียนและครูอาชีวศึกษาของเรา ดังนั้นบทความนี้จึงจัดทําขึ้น โดยมีจดมุงหมายเพื่อใหนกเรียนและครูผูสอนในสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาไดใชเปน ุ ัคูมือและแหลงขอมูล ชวยในการพูดและสนทนาภาษาอังกฤษรวมทั้งสรางความมั่นใจในการใชภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เนื้อหาสาระทีนําเสนอประกอบไปดวย คําและสํานวนภาษาอังกฤษทีพิจารณาเห็นวาจําเปนและ ่ ่จะเปนประโยชนแกนักเรียนและครูดังกลาว ในอันทีจะสามารถนําไปใชในการพูดคุยกับชาวตางประเทศ ่ไดอยางเหมาะสมและมั่นใจโดยรวบรวมมาจากแหลงสื่อตาง ๆ ดังที่แสดงไวที่บรรณานุกรมทายเลม เนื้อหาที่นําเสนอแบงหมวดหมูเปนหัวขอไดดังนี้ คือ การทักทาย (Greetings) การอําลา (LeaveTaking) การแนะนําตนเองและผูอื่น (Introducing Oneself and Others) การใหและขอขอมูลสวนบุคคล (Giving and Asking for Personal Information) การขอบคุณ (Thanking) การขอโทษ(Apologizing) การถามเวลา (Asking for Time) การถามชื่อ ที่อยู การเรียน และอาชีพ (Asking forName, Address, Study and Work) การถามทิศทาง (Asking for Direction) การสอบถามเรื่องสุขภาพ(Asking about Health) การพูดคุยเกียวกับสภาพอากาศ (Talking about Weather) การเสนอใหความ ่ชวยเหลือ (Offering Help) การขอรอง (Requesting) การแสดงความคิดเห็น (Expressing an Opinion)การกลาวชมเชย (Admiring) การเชิญ (Inviting) ศัพทและสํานวนอืน ๆ ที่ใชในชีวิตประจําวัน (Other ่Words & Expressions in Everyday Life)
  4. 4. 4 การทักทาย (Greetings)การทักทาย คําทักทายที่ควรทราบมีดังนี้Good morning สวัสดี (เชาถึงเที่ยงวัน)Good afternoon สวัสดี (หลังเทียงวันถึงชวงเย็น) ่Good evening สวัสดี (ชวงเย็นถึงกลางคืน)Good day สวัสดี (ตลอดวัน)Hello/Hi สวัสดี (เพื่อนหรือคนรูจักทัวไป) ่การสอบถามทุกข-สุข สํานวนที่ใชสอบถามวาสบายดีหรือ ไดแกHow are you? (เนนเรื่องสุขภาพ)How are you going? (อังกฤษ) How are you doing? (อเมริกัน)How’s it going? (เนนความเปนอยูในชีวิตประจําวัน)How have you been? (ในกรณีนาน ๆ เจอกันที)How’s your life?How’s everything?How are things (with you)?การตอบ ตัวอยางการตอบ ไดแก(Im) fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แลวคุณละGood. สบายดีVery well สบายดีมากIm O.K. ก็ดีSo so. ก็งั้น ๆNot (too) bad ก็ไมเลวGreat! เยี่ยม, วิเศษ
  5. 5. 5 การอําลา (Leave Taking)การอําลา ตัวอยางคํากลาวลา ไดแกSee you again….. พบกันใหม ….. (เปนทางการ) เชน(เชน See you again tomorrow/next time/next week/next month/next year/on Monday. เปนตน)See you later/soon/then. เดี๋ยวเจอกันนะHave a nice day/time. โชคดีนะ/วันนีขอใหมีความสุขนะ ้Have a nice holiday. ขอใหมีความสุขในวันหยุดนะHave a nice weekend. ขอใหมีความสุขในวันสุดสัปดาหนะHave a good time. ขอใหมีความสุขนะ/ขอใหเที่ยวใหสนุกนะHave a good/nice trip ขอใหเดินทางโดยสวัสดิภาพนะTake care (of yourself) ดูแลตัวเองดวย/รักษาเนื้อรักษาตัวดวยSweet dreams / Sleep well ฝนดีนะ/นอนหลับใหสบายนะGood luck./Be successful. โชคดี/ขอใหประสบความสําเร็จGood night. ราตรีสวัสดิ์/ไปแลวนะ (ใชลาตอนกลางคืน)Goodbye/Bye ไปแลวนะ/ไปละ
  6. 6. 6 การแนะนําตนเองและผูอื่น (Introducing Oneself and Others)การแนะนําตนเองLet me introduce myself. ขอแนะนําตัวเองMay I introduce myself? ขอแนะนําตัวเองI’m/My name’s Udom Chaiyo. ผมชื่ออุดม ไชโยIm Thai. ฉันเปนคนไทยIm from Thailand. ผมมาจากประเทศไทยIm a student at …….. College. ฉันเปนนักเรียนที่วิทยาลัย …..I study at …………… College. ผมเรียนอยูทวทยาลัย ….. ี่ ิI’m teaching at …………… College. ผมสอนอยูที่วทยาลัย ….. ิI’m a teacher of ….. at ….. College. ผมเปนครูวิชา ….. ที่วิทยาลัย …..I work at ….. College. ฉันทํางานที่วทยาลัย ….. ิI live in Chonburi. ผมอยูชลบุรีIm in the first year. ผมอยูป 1Im a second year student. ฉันเปนนักเรียนป 2I study ………………. ผมเรียนสาขา ……..My field of study is …………. สาขาวิชาที่ผมเรียนคือ …………My college is in Rayong. วิทยาลัยฉันอยูที่ระยอง อื่น ๆCertificate of Vocational Education ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)Diploma of Vocational Education ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
  7. 7. 7การแนะนําผูอน ื่This is Peter. นี้คือปเตอรId like you to know Peter. ผมอยากใหคุณรูจักปเตอรId like to introduce you to Wanna. ผมอยากแนะนําคุณใหรูจักวรรณาI want to introduce my friend May. ผมอยากจะแนะนําเมยเพื่อนผมI want you to meet my friend John. ผมอยากใหคุณพบจอหนเพือนผม่Heres Sawat and thats Suphon. นี่สวัสดิ์ และนั่นสุพลคําแสดงความยินดีที่ไดรูจัก ไดแก(It’s) nice/good to meet/see you.(I’m) pleased to meet/see you.(Im) glad to meet/see you.Its a pleasure to meet you.การตอบ ใหเพิ่มคําวา too ที่หมายถึง เชนเดียวกัน’ เชนNice to see you, too. ยินดีที่ไดรูจักเชนเดียวกัน
  8. 8. 8 การใหและขอขอมูลสวนบุคคล (Giving and Asking for Personal Information)ขอมูลสวนตัวHow old are you? คุณอายุเทาไร(Im) seventeen. ผมอายุ 17 ปHow tall are you? คุณสูงเทาไรIm 170 centimeters tall. ฉันสูง 170 ซ.ม.How much do you weigh? คุณหนักเทาไร(I weigh) 65 kilograms. (ผมหนัก) 65 กิโลกรัมขอมูลครอบครัวHow many people are there in your family? มีกี่คนในครอบครัวคุณHow many brothers and sisters do you have? คุณมีพี่นองกี่คนI have 2 brothers/sisters. ผมมีพี่นองผูชาย/หญิง 2 คนI dont have any brothers or sisters. ผมไมมีพี่นองเลยThere are 7 people in my family. ครอบครัวผมมี 7 คนดวยกันMy grandparents live with us. ปู ยา (ตา ยาย) อยูกับเราดวยWhat does your father do? พอคุณทํางานอะไรMy father is a teacher. พอผมเปนครูDoes your mother work? แมคุณทํางานหรือเปลาShe works with government. แมเปนขาราชการShe doesnt work. แมไมไดทํางานWhat do you want to be (in the future)? คุณอยากเปนอะไร (ในอนาคต)I want to be a pilot. ผมอยากเปนนักบินI havent decided yet. ยังไมไดตัดสินใจ
  9. 9. 9 การขอบคุณ (Thanking)การขอบคุณ สํานวนทีใชในการขอบคุณ ไดแก ่Thanks you (very much). ขอบคุณ (มาก)Thanks (a lot). ขอบใจ (มาก)Thank you for …………….. ขอบคุณสําหรับ เชน Thank you for your present. ขอบคุณสําหรับของขวัญ Thank you for everything. ขอบคุณสําหรับทุกอยาง Thank you for your help. ขอบคุณสําหรับความชวยเหลือของคุณI really appreciate that. ผมรูสึกประทับใจจริง ๆการตอบรับคําขอบคุณYou’re welcome. ไมเปนไรDont mention it. ไมเปนไรNot at all. ไมเปนไรIts nothing. ไมเปนไรThats all right. / Thats O.K. ไมเปนไร(Its) a pleasure. ดวยความยินดีMy pleasure./With pleasure. ดวยความยินดีDon’t worry (about it). อยากังวลไปเลยNo problem. ไมมีปญหา
  10. 10. 10 การขอโทษ (Apologizing)การขอโทษ สํานวนทีใชในการขอโทษ ไดแก ่I’m sorry. ผมขอโทษI’m sorry. I’m late. ขอโทษที่มาชาI’m sorry I troubled you. ขอโทษที่ทําใหตองลําบากExcuse me, please. ขอโทษครับ/คะExcuse me for interrupting. ขอโทษที่รบกวนExcuse me for a moment. ขอโทษขอเวลาสักครูการใหอภัย สํานวนทีใชในการตอบรับคําขอโทษ ่That’s all right. ไมเปนไร (ตอบรับคําขอโทษ)Don’t worry (about it). อยากังวลไปเลยNo problem. ไมมีปญหาThats O.K. หรือ Im O.K. ไมเปนไร หรือ ผมไมเปนไร
  11. 11. 11 การถามเวลา (Asking for Time)การถามExcuse me. What time is it? ขอโทษครับ กี่โมงแลวครับCould you tell me the time, please? ขอโทษครับกี่โมงแลวDo you have a time? กี่โมงแลว (คุณมีนาฬิกาไหม)การตอบ(Its) seven oclock. 7 นาฬิกาSix twenty/Twenty past six 6.20Five to four/Three fifty-five 3.55A quarter past eight/Eight fifteen 8.15Half past ten/Ten thirty 10.30A quarter to ten/Nine forty-five 9.45Noon เที่ยงวันMidnight เที่ยงคืนIn the morning ตอนเชาIn the afternoon ตอนบายIn the evening ตอนเย็นAt night ตอนกลางคืน
  12. 12. 12 การถามชื่อ ที่อยูและการเรียน (Asking about Name, Address, Study and Work)การถามชื่อWhat’s your name? คุณชื่ออะไรWhat’s your surname? นามสกุลอะไร(family name, last name, second name = นามสกุล)การถามที่อยูWhere are you from? คุณมาจากไหนWhere do you come from? คุณมาจากไหนWhere do you live? คุณอยูที่ไหนWhere are you staying now? ตอนนี้คุณพักอยูที่ไหนWhat is your village? คุณอยูหมูบานอะไรWhat’s your address? ที่อยูของคุณคืออะไรCould I/May I have your address? ขอทราบที่อยูของคุณไดไหมCould you tell/give me your address? กรุณาบอกที่อยูของคุณไดไหมCould you write your address for me? กรุณาเขียนที่อยูของคุณไดไหมการถามเกี่ยวกับการเรียนWhat do you study? คุณเรียนอะไรWhere do you study? คุณเรียนทีไหน ่What is your school? โรงเรียนคุณอยูที่ไหนWhat school are you in? คุณอยูโรงเรียนอะไรWhat year are you in? คุณอยูปไหน/ชั้นอะไรDo you have a part-time job? คุณมีงานพิเศษหรือเปลา
  13. 13. 13 การถามทิศทาง (Asking for Direction)การถามทิศทางExcuse me. ขอโทษครับ (ใชเริ่มกอนการถาม)Do you know where …… is? คุณรูไหมวา ……. อยูที่ไหนDo you know where Michael is? คุณรูไหมวา ไมเคิลอยูที่ไหนDo you know where the toilet is? คุณรูไหมวาหองน้ําอยูที่ไหนDo you know the way to….? คุณรูจักทางทีจะไป .. ไหม ่Where is the nearest public telephone? โทรศัพทสาธารณะใกลทีสุดอยูที่ไหนHow can I get to…..? ไมทราบวาผมจะไป …. ไดอยางไรการบอกทิศทางTurn left. / Turn right. เลี้ยวซาย / เลี้ยวขวาOn the left. / On the right. ทางซาย / ทางขวาGo straight. ตรงไปขางหนาGo straight on./Go ahead. ตรงไปขางหนาGo past. / Walk past. เดินผานไปKeep going until you get to…. เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง…..Take the first/second turn. เลี้ยวที่แยกแรก / แยกที่สองIts near/close to ….. มันอยูใกลกับIts not far from here. ไมไกลจากทีนี่ ่Its very far from here. มันไกลจากทีนี่มาก่Its 5 kilometers from here. มันอยูหางจากนี่ 5 กิโลเมตรIts about 500 meters away from here. มันอยูหางจากที่นี่ประมาณ 500 เมตร
  14. 14. 14 การสอบถามเรื่องสุขภาพ (Asking about Health)คําถามAre you all right? เธอสบายดีหรือWhat’s the matter? เปนอะไรครับWhats the matter with you? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น (กับคุณ) หรือWhat happened? เกิดอะไรขึ้นหรือWhat are your symptoms? อาการของคุณเปนอยางไรบางDo you have a headache? คุณมีอาการปวดศีรษะไหมDo you have fever/high temperature? ตัวรอนหรือไขขึ้นไหมHow do you feel now? ตอนนี้คุณรูสึกอยางไรDid you get hurt? คุณเจ็บหรือเปลาสํานวนอื่น ๆYou look very well. คุณดูมีความสุขดีนะYou dont look well. เธอดูไมสบายเลยนะYou look (very) pale. เธอดูหนาซีด (มาก)I feel better./Im getting better. ฉันรูสึกดีขึ้นแลวI feel sick. ฉันรูสึกไมสบายI am all right now. ตอนนี้ฉันสบายดีIm much better. ฉันดีขึ้นมากเลยI have a headache/toothache. ฉันปวดหัว/ปวดฟนI have a stomachache/backache. ฉันปวดทอง/ปวดหลังI have a sore eye/throat. ฉันเจ็บตา/เจ็บคอI have a cold. ฉันเปนหวัดI have a slight fever. ฉันเปนไขนดหนอย ิI feel chilly/dizzy. ฉันรูสึกหนาวสั่น/มึนหัวI have a terrible cold. ฉันเปนหวัดรุนแรงมากMy leg hurts. เจ็บขาI guess Im just tired. ฉันคิดวา ฉันแคเหนื่อยเทานัน ้
  15. 15. 15Its nothing. How come? ไมมีอะไรหรอก ทําไมหรือYou should stay in bed. เธอควรจะกลับไปนอนพักผอนดีกวาYou should see a doctor. เธอควรจะไปนอนดีกวาYou should take some medicines. เธอควรจะกินยาดีกวาIts not serious. ไมรายแรงหรอกศัพทอื่น ๆan earache ปวดหูa cough อาการไอa burn แผลไฟไหมbruise แผลถลอกstress อาการเครียดsore muscles ปวดกลามเนื้อthe hiccups อาการสะอึกaspirin ยาแอสไพรินeye drops ยาหยอดตาear drops ยาหยอดหูpill/tablet ยาเม็ดbandages ผาพันแผลconstipation โรคทองผูกasthma โรคหืดhigh blood pressure ความดันโลหิตสูงhemorrhoids ริดสีดวงทวารskin disease โรคผิวหนังambulance รถพยาบาลhomesick โรคคิดถึงบานa rash ผื่นคันan allergy อาการแพprescription ใบสั่งยาdiabetes โรคเบาหวานinjection การฉีดยา
  16. 16. 16 การพูดคุยเกี่ยวกับสภาพอากาศ (Talking about Weather)How do you think about the weather in Thailand?คุณคิดอยางไรเกี่ยวกับอากาศที่เมืองไทยHow is the weather like in Canada?แลวที่แคนาดาอากาศเปนอยางไรThere are three seasons in Thailand.ประเทศไทยมี 3 ฤดูWhat are they?มีฤดูอะไรบางWinter, summer, and rainy seasons.ฤดูหนาว รอน และฝนWe dont have spring and autumn.เราไมมีฤดูใบไมผลิและใบไมรวงCould you tell me about the weather in each season?ชวยเลาเกี่ยวกับอากาศในแตละฤดูใหฟงหนอยไดไหมHow long is each season?แตละฤดูนานเทาไรThe weather is good today, isnt it?วันนี้อากาศดีนะI like this kind of weather.ฉันชอบอากาศแบบนี้
  17. 17. 17 การเสนอใหความชวยเหลือ (Offering Help)การเสนอ สํานวนที่มกใช ไดแก ัCan I help you? มีอะไรใหผมชวยไหมWould you like me to help you? คุณอยากใหฉนชวยไหม ัLet me help you with this. ขอใหผมชวยคุณเรื่องนี้เถอะCan I give you a hand? ฉันขอชวยคุณไดไหมการตอบรับความชวยเหลือThank you very much. You’re so kind. ขอบคุณมาก คุณกรุณามากเลยThanks. It’s very kind/nice of you. ขอบคุณ คุณดีมากเลยการปฏิเสธความชวยเหลือThanks a lot. But I think I should do that myself.ขอบคุณมาก แตผมคิดวาผมควรทําเองThank you very much. But I should be responsible for that.ขอบคุณมาก แตผมควรรับผิดชอบมันเอง
  18. 18. 18 การขอรอง (Requesting)การขอรองCan/Could I ….., please? ผมสามารถ …. ไดไหมCan you help me? คุณชวยผมไดไหมWould you mind ….? คุณจะชวย ….. ไดไหมDo you mind …..? คุณจะชวย ….. ไดไหมการตอบรับคําขอรองYes./Yes, of course. ได/ไดเลยSure! ไดเลยNo problem! ไมมีปญหาการปฏิเสธคําขอรองSorry./Im sorry. ผมเสียใจIm sorry. I need it myself. ผมเสียใจ ผมจําเปนตองใชIm afraid I cant. ผมเกรงวาจะไมได
  19. 19. 19 การแสดงความคิดเห็น (Expressing an Opinion)การเห็นดวย มีสํานวนที่ใชอยูหลายสํานวน เชนI agree. ผมเห็นดวยSo do I. ฉันก็เชนกันThat’s a good idea. เปนความคิดทีดี ่You’re right. ถูกของคุณใชอยางไมเปนทางการ ระหวางเพื่อนฝูง เชนGood idea! ความคิดเยียม! ่That sounds great! ฟงดูเยียมเลย! ่Wonderful! วิเศษ!การไมเห็นดวยI don’t agree. ผมไมเห็นดวยI think you’re wrong. ผมคิดวาไมใชI dont think so. ผมไมคิดเชนนั้นIm not sure. ฉันไมแนใจI wouldnt do that. ผมจะไมทําเชนนั้น (ไมเห็นดวย)การถามDo you have any (good) ideas? เธอมีความคิดอะไร (ดี ๆ) ไหม
  20. 20. 20 การกลาวชมเชย (Admiring)สํานวนที่ใชอยางเปนทางการ ไดแกI would like to compliment you on …. ฉันอยากจะชอชมเชยคุณในเรื่อง ….สํานวนที่ใชพดกับเพื่อน ๆ อยางไมเปนทางการ ไดแก ูThat’s nice. ดีจังThat’s excellent. วิเศษจังWell done. ดีBrilliant! วิเศษGreat! เยี่ยมPretty good. ดีตัวอยางสํานวนในการชมเชยI really like your hairstyle. ผมชอบทรงผมของคุณจริง ๆI love your work. ผมชอบผลงานของคุณมากI think your idea is very nice. ฉันคิดวาความของคุณดีมากYour watch is very beautiful. นาฬิกาของคุณสวยมากWhat a nice bag! ชางเปนกระเปาที่สวยอะไรเชนนี้การตอบรับคําชมOh, thank you. I just got it yesterday. ขอบคุณ ผมเพิงไดมาเมื่อวานนี้เอง ่Oh, thanks. My friend gave it to me. ขอบคุณ เพื่อนผมใหมาThank you. Im glad you like it. ขอบคุณ ผมดีใจที่คุณชอบมันThank you. Its nice of you to say. ขอบคุณ ดีจังที่คุณชมThank you. Yours is also very nice. ขอบคุณ ของคุณก็ดีเชนกัน
  21. 21. 21การแสดงความยินดีCongratulations!ขอแสดงความยินดีHappy BirthdayสุขสันตวันเกิดCongratulations on your appointment/promotion/success//graduation.ขอแสดงความยินดีดวยกับตําแหนงใหม/ความสําเร็จ/การศึกษาของคุณCongratulation on your winning the prize/award/contest.ขอแสดงความยินดีกับการชนะรางวัล/การแขงขันของคุณPlease give her my congratulations.ขอฝากแสดงความยินดีกับเธอดวยPlease accept my congratulations.โปรดรับความยินดีของผมดวย
  22. 22. 22 การเชิญ (Inviting)การเชิญWould you like to join the ride? คุณจะนั่งรถไปดวยกันไหมHow about playing football? เลนฟุตบอลกันไหมDo you want to go swimming? คุณอยากไปวายน้ําไหมการตอบรับคําเชิญThank you. Id love to. ขอบคุณ ตกลงThanks. That sounds fun. ขอบคุณ ฟงดูนาสนุกนะThanks a lot. That sounds great! ขอบคุณ ฟงดูเยี่ยมเลยการปฏิเสธคําเชิญIm sorry but Im so busy. ผมเสียใจ ผมไมวางIm sorry. I cant. I have something to do. ผมเสียใจ ผมมีอะไรตองทําIm sorry. I already have a plan this evening. ผมเสียใจ ผมไมวางเย็นนี้สํานวนอื่น ๆ ไดแกThank you for your invitation. ขอบคุณที่เชิญมาThank you for inviting me. ขอบคุณที่เชิญมาThank you for coming. ขอบคุณที่มาIm glad you could come. ดีใจที่เธอมาไดIts good to see you. ดีใจที่ไดพบคุณCome in, please. เขามาขางในกอนCould I see Mary? ขอพบแมรี่ไดไหมJust a moment, please. รอสักครูนะIm sorry. She is out now. เสียใจดวย ตอนนี้เธอออกไปขางนอกHave/take a seat, please. เชิญนั่งIve been waiting for you. ผมกําลังรอคุณอยูI was afraid you werent coming. ฉันคิดวาคุณจะไมมาแลว
  23. 23. 23 คําและสํานวนอื่น ๆ ในชีวตประจําวัน (Other Words & Expressions in Everyday Life) ิศัพทและวลีที่ควรรูยานพาหนะ & การขนสงcar รถยนตtaxi รถแท็กซี่bus รถประจําทางcoach รถทัวรtrain รถไฟplane/airplane เครื่องบินboat เรือport/pier ทาเรือbus stop ปายรถเมลbus terminals สถานีขนสงairport สนามบินdomestic ภายในประเทศinternational ระหวางประเทศrailway station สถานีรถไฟsky/electric train รถไฟฟาunderground/subway รถไฟใตดินbicycle/bike รถจักรยานmotorcycle/motorbike รถจักรยานยนตtricycle รถสามลอถีบTuk-Tuk รถตุกตุกvan รถตูtruck/lorry รถบรรทุกexpress way ทางดวนhighway ทางหลวงfootpath/pavement ทางเทา(pedestrian) crossing ทางมาลาย
  24. 24. 24short cut ทางลัดtake a bus นั่งรถเมลtake a ferry นั่งเรือขามฟากby bus โดยรถเมลget on ขึ้น (รถเมล)get off ลง (รถเมล)get in ขึ้น (รถ)fare คาโดยสารตําแหนงที่ตั้งและทิศทางopposite ตรงขามacross from ตรงขามnear ใกลfar ไกลnext to ติดกับ/ถัดจากbeside ขาง ๆclose to ใกล ๆ กับin front of ขางหนาbehind ขางหลังbetween ระหวางon the right (hand/side) ดานขวามือon the left (hand/side) ดานซายมือon the corner of ตรงหัวมุม on บนin ในat ที่
  25. 25. 25กิจวัตรประจําวันwake up ตื่นนอน/รูสึกตัวget up ตื่นนอน, ลุกขึ้นbreakfast อาหารเชาbrunch อาหารเขา+กลางวันlunch อาหารกลางวันdinner อาหารเย็นearly แตเชา, กอนlate ชา, สาย, ดึกactivities กิจกรรมroutine กิจวัตรประจําวันhobby งานอดิเรกleave home ออกจากบานarrive at college ไปถึงวิทยาลัยget/arrive home กลับถึงบานfree/spare time เวลาวางweekend วันหยุดสุดสัปดาหweekday/working day/workday วันธรรมดา/วันทํางาน (จันทร-ศุกร)ลักษณะการกระทําalways เสมอ ๆusually ปกติoften บอย ๆsometimes บางครั้งoccasionally บางโอกาสseldom ไมคอยจะfrom time to time บางครั้งบางคราวrarely แทบจะไมever เคยnever ไมเคย
  26. 26. 26กิจกรรมบันเทิงและสันทนาการgo to the cinema/movies ไปดูหนังgo to see a film/movie ไปดูหนังaction movies หนังบูcomedies หนังตลกhorror movies หนังสยองขวัญ/ผีmusicals หนังเพลงromance movies หนังรัก/โรแมนติกdrama หนังชีวติthrillers หนังตื่นเตนหวาดเสียวtragedies หนังโศกนาฏกรรมscience fiction หนังเชิงวิทยาศาสตรopera ละครsoap opera ละครทีว/ี วิทยุสํานวนประโยคที่ควรรูI like to sing./I like singing. ฉันชอบรองเพลงI like to read./I like reading. ฉันชอบอานหนังสือId like a glass of water, please. ขอน้ําแกวหนึงครับ ่Samet is a beautiful island. เสม็ดเปนเกาะที่สวยงามแหงหนึ่งI have an appointment with a friend ผมมีนัดกับเพือนคืนนี้ ่ tonight.How do you say that? คุณพูดวาอยางไรHow do you do that? คุณทํายังไงHow do you spell that? คุณสะกดอยางไรOpen the door, please. กรุณาเปดประตูดวยClose the windows, please. กรุณาปดหนาตางดวยPress the button here, please. กรุณากดปุมตรงนี้Turn the light on, please. กรุณาเปดไฟTurn the light off, please. กรุณาปดไฟ
  27. 27. 27Lets have something to eat. หาอะไรกินกันเถอะWould you like something to eat? คุณอยากกินอะไรไหมDont look so serious. อยาทําหนาเครียดอยางนั้นDont be serious. อยาคิดมาก/ไมตองคิดหนักRelax/Calm down. ใจเย็น ๆ (อยาคิดมาก)Im serious./I really mean it! ผมพูดจริงนะI speak a little English. ผมพูดภาษาอังกฤษไดนดหนอยิI can speak a bit of English. ผมสามารถพูดภาษาอังกฤษไดเล็กหนอยSomchai is going out with Somsri. สมชายออกไปกับสมศรีIm sorry. Mike is not in now. เสียใจดวย ตอนนี้ไมคไมอยูI got angry with him. ฉันโมโหเขาAre you angry at me? คุณโกรธฉันหรือเปลาWould you like ice cream? คุณอยากทานไอศครีมไหมWould you care for ice cream? คุณอยากทานไอศครีมไหมWould you like to go to ….? คุณอยากไป …… ไหมWhat will you do tomorrow? คุณจะทําอะไรพรุงนี้Id like some coffee, please. ผมขอกาแฟHelp me, please. กรุณาชวยฉันดวยCan you help me with this? กรุณาชวยผมเรื่องนี้ดวยThere are ………… มี ………… (มากกวา 1 อยาง)There is ………… มี ………… (1 อยาง)Hows your work? งานคุณเปนอยางไรบางHows your study? การเรียนคุณเปนอยางไรบางHow was your holiday? พักรอนเปนอยางไรบางHow was your weekend? เสาร-อาทิตยที่ผานมาเปนอยางไรบางHows your fried rice? ขาวผัดอรอยไหมGreat! อรอยมากHows yours? แลวของคุณละHows John? จอหนเปนอยางไร (สบายดีหรือ)Whats Somchai like? สมชายเปนคนแบบไหน
  28. 28. 28Hes very kind/talkative/cheerful. เขาเปนคนใจดี/ชางพูด/ราเริงHe always looks happy. เธอมักจะดูมีความสุขเสมอShes very honest/patient. เธอเปนคนซื่อสัตย/อดทนShes very serious/shy. เธอเปนคนจริงจัง/ขี้อายWhats Bangkok like? กรุงเทพ ฯ เปนอยางไรWhat do you think of Thailand? คุณคิดอยางไรกับประเทศไทยWhere are you going? กําลังจะไปไหนWhat are you doing? กําลังทําอะไรอยูWhat will I do?/What am I going to do? ผมจะทําอยางไรDo you enjoy the work? คุณชอบงานนันไหม ้Was it fun? มันสนุกไหมCan you swim? คุณวายน้ําไดไหมDo you smoke? คุณสูบบุหรี่หรือเปลาThe show was fun. การแสดงสนุกจังIve been to Patthaya. ผมเคยไปพัทยาIve seen you before. ฉันเคยเห็นคุณมากอนI must go./I have to go. ผมตองไปละIm interested in cooking. ฉันสนใจการทําอาหารCooking is interesting. การทําอาหารนาสนใจCould you please slow down? กรุณาพูดชา ๆ หนอยไดไหมCould you speak more slowly, please? กรุณาพูดชา ๆ หนอยไดไหมIm bored. ฉันเบื่อIts boring. มันนาเบื่อIm excited. ฉันรูสึกตื่นเตนIts exciting. มันนาตื่นเตนDo you have any paper clips? คุณมีที่หนีบกระดาษไหมId like to buy some drink? ผมอยากจะซื้ออะไรดื่มสักหนอยIts getting late/dark? จะสายแลว/จะมืดแลวId better be going now. ผมไปตอนนี้ดกวา ีIve had a good time this evening. ผมสนุกมากเลยเย็นนี้
  29. 29. 29I enjoyed the dinner very much. อาหารมื้อเย็นนี้เยียมมาก ่Say hello to Tom. ฝากสวัสดีทอมแทนผมดวยPass my regards to Kelly. ฝากความระลึกถึงแคลลี่แทนผมดวยPass my love to Jane. ฝากความรักถึงเจนใหผมดวยTake care of yourself. ดูแลตัวเองดวยนะTake it easy. ทําตัวตามสบายนะPlease come and see me again. แลวมาหาใหมนะWhen can I see you next time? แลวจะพบกันอีกเมื่อไรIts a nice day. วันนี้อากาศดีจงนะ ัI cant find ………….. ผมหา …. ไมเจอHurry up! รีบ ๆ หนอยDont bother me. อยากวนผมสิIm coming. ผมกําลังไปThats my favorite dish. นั่นเปนอาหารจานโปรดของผมI dont like that. ฉันไมชอบอยางนั้นIm going to bed. ผมจะเขานอนแลวWill you wake me up at 6 oclock? ปลุกฉันตอน 6 โมงไดไหมI was up late last night. เมื่อคืนผมนอนดึกIm going to play football. ผมจะเลนฟุตบอลWhat time are you coming back? เธอจะกลับมากี่โมงAround five. ราว ๆ 5 โมงเย็นWell start at ten. เราจะเริ่มเวลา 10 โมงThats great/wonderful. เยี่ยม/วิเศษเลยBring the camera. เอากลองถายรูปไปดวยDont forget anything. อยาลืมอะไรนะI cant go with you. ฉันไปกับพวกเธอไมไดCan you wait a moment? รอสักครูไดไหมIll be waiting for you at …… at four. ผมจะรอคุณที่ … ตอน 4 โมงWhat do you do in your spare time? เธอทําอะไรในเวลาวางWhat do you do when you have a free time? เธอทําอะไรในเวลาวาง
  30. 30. 30I listen to music. ฉันฟงเพลงWhat kind of music do you like? คุณชอบดนตรีประเภทไหนPop music. เพลงปอบAre you interested in ……? คุณสนใจใน ….. หรือเปลาDo you like ….? คุณชอบ ….. ไหมI read books. ฉันอานหนังสือI like fishing. ฉันชอบตกปลาDo you have a hobby? คุณมีงานอดิเรกไหมWhat are your hobbies? งานอดิเรกของคุณคืออะไรI collect stamps/coins. ผมสะสมแสตมป/เหรียญกษาปณIm hungry/thirsty. ฉันหิว/หิวน้ําHow did you make it? คุณทํามันอยางไรHow do you like it? คุณชอบแบบไหนWhen will you be ready? คุณจะพรอมเมื่อไรNext Monday. วันจันทรหนาSomething is wrong with this มีสิ่งผิดปกติกบเครื่องเลนเทปนี้ ั tape recorder.The lamp doesnt light. โคมไฟไมมีแสงIt doesnt work. มันไมทํางานWill you take a look at it for me? ชวยดูใหฉนหนอยไดไหม ัI think its broken. ฉันคิดวามันเสียIts not plugged in. ไมไดเสียบปลักนะ ๊Can you fix/repair it for me? เธอชวยซอมมันใหฉันหนอยไดไหมTheres a fire someplace. เกิดไฟไหมขนที่ไหนสักแหง ึ้Theres been an accident somewhere. เกิดอุบัติเหตุขนที่ไหนสักแหง ึ้Lets go and see. เราไปดูกันเถอะIs anybody hurt? มีใครไดรับบาดเจ็บไหมTwo people were injured. มีบาดเจ็บ 2 คน
  31. 31. 31 คําและสํานวนที่นําเสนอขางตนนี้ เปนเพียงสวนหนึ่งเทานั้น จริง ๆ แลวยังมีคําและสํานวนที่นาสนใจอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งสามารถคนหาเพิมเติมไดจากแหลงสื่อตาง ๆ ที่มีอยูมากมายทั่วไปในทองตลาด ่เพียงแตที่นําเสนอไว ณ ทีนี้ไดรับการพิจารณาแลววาเปนคําและสํานวนพื้นฐานที่จําเปนสําหรับนักเรียน ่และครูสามารถนําไปใชในการสื่อสารในชีวิตประจําวันไดเปนอยางดี อยางไรก็ตามสิ่งที่สําคัญคือคําและสํานวนเหลานีจะไมมีประโยชนอะไรหากมิไดมีการนําไปใชพูดคุยเปนประจํา จะตองนําไปฝกฝนจริง ๆ ้ในสถานการณตาง ๆ จนเกิดความคลองแคลวและชํานาญ อาจกลาวไดวาเหมือนกับการมีชั่วโมงบินมากขึ้นนั่นแหละ ในที่นี้อยากจะใหขอเสนอแนะวาเวลาพูดหรือสนทนาภาษาอังกฤษควรรวบรวมความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตองการจะสื่อสาร ไมตองกังวลเรืองไวยากรณมากนัก ไมควรแปลตรงตัวจากไทยเปนอังกฤษ ่พยายามใชศัพทและโครงสรางประโยคที่งายเหมือนกับทีเ่ สนอไวในเลมนี้ ทําตัวสบาย ๆ เปนธรรมชาติ ขณะพูดไมจําเปนตองเขาใจทุกคําที่ไดยน อาจใชวิธีการเดาบางใหระลึกเสมอวาการเรียนภาษาอังกฤษให ิเกงไมสามารถเกิดขึ้นไดอยางรวดเร็ว ตองใชเวลาระยะหนึงการเรียนภาษาอังกฤษตองเริ่มจากการมี ่ทัศนคติที่ดีและถูกตองตอภาษาอังกฤษ จะตองใหเวลากับตัวเองในการฝกฝนอยางสม่ําเสมอ และที่สําคัญที่สุดคือ ตองยอมใหภาษาอังกฤษเขาไปเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจําวันดวยการใชภาษาอังกฤษทุกวัน ------------------------
  32. 32. 32 บรรณานุกรมจรวยพร ทีปกากร. 2535. ฝกพูดภาษาอังกฤษสําหรับผูเริ่มตน. กรุงเทพมหานคร: รุงแสงการพิมพทอดด ทองดี ลาเวลล. 2543. ภาษาอังกฤษงาย ๆ สไตลพาเที่ยว. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.ประเพศ ไกรจันทร. 2544. How to Speak English. กรุงเทพมหานคร: พี. เอส. เพรส.ศูนยพัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ. 2544. ภาษาควรจํา วัฒนธรรมควรรู ระดับประถม ศึกษา และมัธยมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพคุรุสภา ลาดพราว.แอนดรูว บิกส. 2542. วิธีพูดภาษาอังกฤษเหมือนฝรั่ง. ชุดภาษาอังกฤษงายนิดเดียว เลม 1. กรุงเทพมหานคร: ดับเบิ้ลนายน.แอนดรูว บิกส. 2545. Oops! ผิดอีกแลว: อยากเกงภาษาอังกฤษ คําผิดอยาเผลอ. ชุดภาษาอังกฤษงายนิดเดียว เลม 2. กรุงเทพมหานคร: ดับเบิ้ลนายน. ------------------------------

×