Chapter 1 เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา

600 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
600
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
14
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Chapter 1 เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษา

  1. 1. Chapter 1 เทคโนโลยีนวัตกรรมและสื่อการศึกษาสถานการณ์ปัญหา ( Problem-Based Learning )คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะทำาการจัดอบรมสัมมนาครูที่สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในหัวเรื่องเกี่ยวกับการนำาเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านมีความเหมาะสมที่จะทำาหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิทยากรให้ความรู้ในงานสัมมนาดังกล่าว ในหัวข้อความหมายพัฒนาการและขอบข่ายของ
  2. 2. ภารกิจของผู้ช่วยวิทยากร1. สรุปสาระสำาคัญเกี่ยวกับ ความหมายของเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา พร้อมทั้งเปรียบเทียบพัฒนาการทางเทคโนโลยีทางการศึกษาในช่วงยุคต่างๆ2. จำาแนกองค์ประกอบขอบข่ายของเทคโนโลยีทางการศึกษาว่ามีความสำาคัญต่อการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันอย่างไร3. Educational Technology และ InstructionalTechnology มีความเหมือน ความแตกต่างหรือสัมพันธ์กันอย่างไร4. การประยุกต์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้
  3. 3. 1. สรุปสาระสำาคัญเกี่ยวกับ ความหมายของเทคโนโลยี และสื่อการศึกษา พร้อมทั้งเปรียบเทียบพัฒนาการทางเทคโนโลยีทางการศึกษาในช่วงยุคต่างๆเทคโนโลยี หมายถึง การนำาแนวคิด เทคนิค หลักการกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในระบบงานต่างๆเพื่อให้ระบบงานนั้นดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อแก้ปัญหาในงานนั้นๆสื่อการศึกษา หมายถึง วัสดุที่เสนอเนื้อหาสาระความรู้แก่ผู้รับสื่อ ช่วยอำานวยความสะดวกในการให้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อ อาจเป็นสื่อที่ให้สารสนเทศในตัวเอง หรือ อาจเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ในการนำาเสนอ การเรียนการสอนในชั้น เรียน การบริการสารสนเทศในห้องสมุด ศูนย์สารสนเทศ เป็นต้น
  4. 4. พัฒนาการทางเทคโนโลยีทางการศึกษา เราสามารถแบ่งออกเป็น3 ช่วงเวลาดังนี้คือ1.) ยุคแรกจนถึง ค.ศ.1700พัฒนาการทางเทคโนโลยีทางการศึกษาในยุคนี้ล่าช้ามากการจัดการเรียนการสอนอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆการสื่อสารยังไม่เจริญ เทคโนโลยีการศึกษาของกลุ่มโซฟิสต์ เป็นกลุ่มครูผู้สอนชาวกรีก ได้ออกทำาการสอนความรู้ต่างๆให้กับชนรุ่นเยาว์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความฉลาดปราดเปรื่อง ในการอภิปรายโต้แย้ง ถกปัญหา จนได้รับการขนานนามว่า เป็นนักเทคโนโลยีการศึกษากลุ่มแรก2.)พัฒนาการของเทคโนโลยีการศึกษา ค.ศ.1700-1900 (พ.ศ.2243-พ.ศ.2443) ก่อนปี ค.ศ.1800ในยุคนี้พัฒนาการทางการศึกษาเจริญยิ่งขึ้นกว่าในยุค
  5. 5.   เทคโนโลยีการศึกษาของแลนตาสเตอร์ Joseph Lancaster (1778-1838) ได้ริเริ่มการสอนระบบพี่เลี้ยง (Monitor System) อันยังผลให้เขาประสบความสำาเร็จในการจัดการศึกษาในยุคนั้น วิธีการของเขาก็คือการจัดสภาพห้องเรียนและดำาเนินการสอนแบบประหยัด รวมถึงการจัดระบบเนื้อหาวิชาที่เรียนโดยพิจารณาถึงระดับชั้น  เทคโนโลยีการศึกษาของเปสตาลอสซี กระบวนการสอนโดยการเพิ่มความรู้สึกต่อความรู้ในเรื่องความเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กนั้นเป็นสิ่งจำาเป็นที่สุด นอกจากนั้น เปสตาลอสซี ยังคำานึงถึงเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลอันจะมีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย  เทคโนโลยีทางการศึกษาของฟรอเบล การควบคุมพัฒนาการต่าง ๆ โดยให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับชีวิตจริงในฐานะที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วยองค์ประกอบพื้นฐานในการให้การศึกษาแก่เด็ก  เทคโนโลยีการศึกษาของแฮร์บาร์ท ชี้ให้เห็นแนวทางในการสร้างความ คิดรวบยอดใหม่จากความคิดรวบยอดเดิม เน้นเรื่องจริยธรรม (Moral)โดยถือว่าเป็นพื้นฐานสำาคัญของการศึกษาและเขาจะใช้อุปกรณ์ทาง
  6. 6. 3.) เทคโนโลยีการศึกษา ค.ศ.1900-ปัจจุบัน (พ.ศ.2443-ปัจจุบัน)เทคโนโลยีทางการศึกษายุคนี้พัฒนาขึ้นจากทั้งสองยุคแรกโดยมีเทคโนโลยีการศึกษาแบบต่างๆจากบุคคลสำาคัญ ดังนี้ เทคโนโลยีการศึกษาของธอร์นไดค์ ผู้ให้กำาเนิดทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ มีชื่อว่า ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionism Theory)จากการที่ธอร์นไดค์ ได้ศึกษาเรื่อง การเรียนรู้ของสัตว์ และต่อมาได้กลายมาเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ทั่วไปโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์นั้น เป็นที่รู้จักกันดีในนามทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยง ในเรื่องนี้  เทคโนโลยีการศึกษาของดิวอี้ มีความสำาคัญต่อระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวความคิดในการแก้ปัญหา (Problem-Solving)  เทคโนโลยีการศึกษามอนเตสซอรี ผู้บุกเบิกเกี่ยวกับการสอนแบบ
  7. 7. พัฒนาการทางเทคโนโลยีการศึกษาในปัจจุบัน และแนวโน้มใน อนาคตตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ศตวรรษ นับแต่ปี ค.ศ.1960เป็นต้นมา สื่อการศึกษาบางประเภท ได้ถูกนำามาใช้กับงานการศึกษามากขึ้น ผลจากการค้นคว้าทดลองของนักวิทยาศาสตร์ประยุกต์บวกกับแนวความคิดของนักการศึกษา ก่อให้เกิดความก้าวหน้าใหม่ ๆ ทางเครื่องมือทางการศึกษาขึ้น เช่นทางด้านการใช้โทรทัศน์เพื่อการศึกษามวลชน การใช้โทรศัพท์ในลักษณะวงจรปิดเพื่อเรียนเป็นกลุ่ม การใช้เทคโนโลยีวีดิโอเทป ซึ่งกลุ่มผู้เรียนเป้าหมายแคบลง ๆ การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ มาพ่วงกับความคิดและการพัฒนาการสอนใน ลักษณะใหม่ เช่น การเรียนด้วย
  8. 8. 2.จำาแนกองค์ประกอบขอบข่ายของเทคโนโลยีทางการศึกษาว่ามีความสำาคัญต่อการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันอย่างไร1.การออกแบบ (Design) เป็นขอบข่ายที่แสดงให้เห็นถึงกรอบหรือโครงร่างที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างหลักการและทฤษฎีพื้นฐานต่างๆ ที่จะนาไปสร้างและพัฒนางานทางด้านเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา มี 4 ด้านการออกแบบระบบการสอน เป็นการกำาหนดระบบการสอนทั้งหมด รวมทั้งการจัดระเบียบของกระบวนการ ขั้นตอน ที่หลอมรวมทั้งขั้นการวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การนาไปใช้และการประเมินการเรียนการสอนการออกแบบสาร เป็นการวางแผนสาหรับจัดกระทากับสารในทางกายภาพ ที่จะให้ผู้เรียนรับรู้ ใส่ใจ และเรียกสารกลับมาใช้ได้เมื่อต้องการ
  9. 9. 2.การพัฒนา (Development) เป็นขอบข่ายของการสร้างผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของสื่อต่างๆโดยนาพื้นฐานที่ได้ออกมาพัฒนาเป็นสื่อที่อาศัยคุณลักษณะของสื่อต่างๆเทคโนโลยีสิ่งพิมพ์ เป็นแนวทางในการผลิตหรือขนส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียน ในการพัฒนาสื่อประเภทนี้จะต้องพิจารณาถึงคุณลักษณะของสื่อที่เป็นตัวอักษร ภาพนิ่ง และมีความคงที่(Stability) ที่ผู้อ่านสามารถพลิกกลับไปกลับมาอ่านซำ้าได้ตลอดเวลาหากต้องการทาความเข้าใจเพิ่มเติมเทคโนโลยีด้านโสตทัศน์ เป็นแนวทางในการผลิตหรือขนส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียนโดยใช้เครื่องมือกลไกอิเล็กทรอนิกส์ในการนาเสนอสารทั้งเสียงและภาพ ข้อดีของเทคโนโลยีด้านนี้คือการให้ความเป็นสภาพจริง บริบทในการเรียนรู้ แต่ยังมุ่งเน้นครูเป็นหลักในการถ่ายทอด
  10. 10. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เป็นแนวทางในการผลิตหรือขนส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียนโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นฐาน ที่มีการนาคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันเทคโนโลยีบูรณาการ เป็นแนวทางในการผลิตหรือขนส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียนโดยใช้คุณลักษณะของสื่อหลายชนิดภายใต้การควบคุมโดยคอมพิวเตอร์3.การใช้ (Utilization) เป็นขอบข่ายที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการนาสื่อที่พัฒนาแล้วไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องคาถึงถึงความง่ายในการใช้งานระหว่างผู้เรียนและสื่อการเรียนการสอน หรือระบบที่เกี่ยวข้อง การใช้นั้นเป็นการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการใช้และทรัพยากรในการเรียนรู้ ซึ่งต้องการเกี่ยวกับระบบการใช้ นโยบาย กฎ ระเบียบ รวมทั้งการแพร่กระจายนวัตกรรมไปสู่การใช้ที่แพร่หลาย
  11. 11. 4.การจัดการ (Management) เป็นขอบข่ายหลักสำาคัญของสาขาเทคโนโลยีการศึกษา เพราะจะต้องเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแหล่งการเรียนรู้ ที่จะต้องนาไปสนับสนุนในทุกๆขอบข่าย ซึ่งจะต้องมีการจัดระเบียบและแนะนา หรือการจัดการทรัพยากรทางการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วยการจัดการในด้านต่างๆคือ การจัดการโครงการ การจัดการทรัพยากร การจัดการระบบขนส่ง และการจัดการสารสนเทศ5.การประเมิน (Evaluation) ขอบข่ายด้านนี้จะเกี่ยวข้องกับการประเมินเพื่อปรับปรุง (Formative Evaluation) ในการประเมินนั้นจะมุ่งเน้นการประเมินทั้งกระบวนการและผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ตลอดทั้งคุณภาพของสื่อที่ออกแบบขึ้นมา
  12. 12. 3. Educational Technology และ InstructionalTechnology มีความเหมือน ความแตกต่างหรือสัมพันธ์กันอย่างไรEducational Technology และ InstructionalTechnology แตกต่างกัน ดังนี้EducationalTechnologyInstructionalTechnology•เกิดจากตระหนักถึงความสำาคัญและความจำาเป็นในการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น•เกิดจากการขยายแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษาเพราะการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากพื้นฐานทางทฤษฎีการเรียนรู้
  13. 13. มีขอบเขตของสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบหรือผลิตสื่อการสอนเท่านั้นไม่ได้มีขอบเขตของสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบหรือผลิตสื่อการสอนเท่านั้น แต่ยังมีขอบเขตที่กว้างขวางที่ครอบคลุมถึง การนาเทคนิค วิธีการ ตลอดจนทั้งสิ่งประดิษฐ์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
  14. 14. 4. การประยุกต์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ในยุคปฏิรูปการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไรใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเรียนการสอนตามทฤษฎีปฏิบัติ 5 ข้อ ได้แก่ การออกแบบ (Design) การพัฒนา (Development) การใช้ (Utilization) การจัดการ(Management) และการประเมินผล (Evaluation)1. การออกแบบ (Design)ใช้เทคโนโลยีในการออกแบบการสอน วางแผนการสอนเช่น จัดตารางการสอน กำาหนดเนื้อหาและชั่วโมงสอนออกแบบสาร วางแผนและจัดทำาสารในทางกายภาพ เช่นหนังสือเรียน แบบฝึกหัด วีดิทัศน์ แบบประเมิน ให้สอดคล้องกับแผนการสอนวางกลยุทธ์ในการสอน เพื่อให้การสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการกำาหนดคุณลักษณะของผู้เรียน
  15. 15. 2. การพัฒนา (Development)ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาสิ่งพิมพ์ สื่อที่เป็นเอกสารให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียน มีความน่าสนใจ อ่านง่าย เข้าใจง่ายพัฒนาสื่อโสตทัศน์เพื่อช่วยในการนำาเสนอสาร เพิ่มมิติและความหลากหลายในการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรียน เช่น วีดิทัศน์ภาพยนตร์ เป็นต้นนำาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไปช่วยในการขนส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียน เช่น สั่งงานผ่าน facebook ส่งการบ้านผ่าน E-mailเป็นต้น3. การใช้ (Utilization)นำาสื่อที่พัฒนาแล้วมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำานึงถึงความง่ายในการใช้งานระหว่างผู้เรียนและสื่อในการเรียนการสอน เช่น ใช้สื่อที่ผู้เรียนมีประสบการณ์ในการใช้งานมาก่อนสื่อที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย
  16. 16. 4. การจัดการ (Management)ใช้เทคโนโลยีในการจัดระเบียบและจัดการทรัพยากรในการเรียนรู้ ตลอดจนการจัดการระบบขนส่งและสารสนเทศ เช่นการจัดการเวลา การแบ่งกลุ่มทำากิจกรรม การบริหารสื่อการเรียนรู้ที่มีอย่างจำากัด เป็นต้น5. การประเมินผล (Evaluation)ใช้เทคโนโลยีช่วยในการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การประเมินผู้สอนผ่านเว็บไซต์ การคำานวณคะแนนผู้เรียนด้วยโปรแกรมช่วยคำานวณ การสรุปผลการประเมินเป็นกราฟหรือแผนภูมิ เป็นต้น
  17. 17. จัดทำาโดยนายศราวุธ โชคเจริญ รหัส 553050319-8นายพีรพล พวงทวี รหัส 553050309-1นายพงษ์ศักดิ์ เหล่าวงษี รหัส 553050301-7นายธนากร พิศงาม รหัส 553050289-1สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นรายรายวิชา 241203 INNOVATION AND INFORMATIONTECHNOLOGY FOR LEARNINGนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ Sec. 2

×