ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

9,225 views

Published on

ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

Published in: Health & Medicine
0 Comments
5 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
9,225
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
100
Comments
0
Likes
5
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

  1. 1. มารู้จักยาลดระดับน้ำ้าตาล ใน้เลือดกัน้เถอะ ภญ.ปราณี ลัคน้าจัน้ทโชติ
  2. 2. มีหลักฐาน้ยืน้ยัน้ว่าการควบคุมเบาหวาน้ที่ดี สามารถลดโรคแทรกที่เกิดจากเบาหวาน้ ระดับน้ำ้าตาลหลังอดอาหารไม่น้้อยกว่า 8 ชั่วโมง <126 มก./ดล. (คน้ปกติ 70 –110 มก./ดล.) ระดับน้ำ้าตาลที่เกาะบน้เม็ดเลือดน้้อยกว่า ร้อยละ 7 (คน้ปกติ 4-6) เป้าหมาย
  3. 3. น้ำ้าตาลใน้เลือดอยู่ใน้ ระดับปลอดภัย ความสามารถของร่างกายใน้ การควบคุมน้ำ้าตาล น้ำ้าตาลใน้เลือดสูงเป็น้ อัน้ตรายต่อร่างกาย ดี ไม่ดี มาดูการทำางาน้ปกติของร่างกายใน้ การควบคุมน้ำ้าตาลกัน้........
  4. 4. น้ำ้าตาลตำ่า น้ำ้าตาลสูง ตับอ่อน้ กลูคากอน้ หลั่งจาก อัลฟ่า เซล ตับปล่อยน้ำ้าตาลเข้าหลอดเลือด อิน้ซูลิน้หลั่ง จาก เบต้าเซล น้ำ้าตาลจากหลอดเลือดเข้าเซลไขมัน้ ระดับน้ำ้าตาลปกติ
  5. 5. น้ำ้าตาลใน้เลือด สูง โรคเบาหวาน้ แต่มีตัวช่วยคือ
  6. 6. • ยาลดระดับน้ำ้าตาลยาลดระดับน้ำ้าตาล ใน้เลือดใน้เลือด • ตัวท่าน้เองตัวท่าน้เอง
  7. 7. การใช้การใช้ ยายา • ด้วยฤทธิ์ของยา • ยาช่วยทำาให้ระดับน้ำ้าตาลใน้เลือด ลด ลง • แต่ ...
  8. 8. น้ำ้าตาลตำ่า น้ำ้าตาลสูง ตับอ่อน้ กลูคากอน้ หลั่งจาก อัลฟ่า เซล ตับปล่อยน้ำ้าตาลเข้าหลอดเลือด อิน้ซูลิน้หลั่ง จาก เบต้าเซล น้ำ้าตาลจากหลอดเลือดเข้าเซลไขมัน้ ระดับน้ำ้าตาลปกติ 1 2 4 3 2
  9. 9. • ลดการสร้างน้ำ้าตาลจากตับ • ทำาให้น้ำ้าตาลเข้าสู่เซล กล้ามเน้ื้อลายมากขึ้น้ • ทำาให้เบื่ออาหาร • ลดการดูดซึมน้ำ้าตาลจาก ทางเดิน้อาหาร • ไม่ทำาให้เกิดภาวะน้ำ้าตาลตำ่า การออกฤทธิ์ 2 2 3
  10. 10. 3000มก. (6เม็ด)เมทโฟมิน้ ขน้าดยาสูงสุด/วัน้ชื่อยา ผลข้างเคียง • คลื่น้ไส้ อาเจียน้ ท้องเสีย มักเป็น้ไม่น้าน้ • ปวดศีรษะ รับรสเฝื่อน้ เหงื่อแตก ปั่น้ป่วน้ ใจ • กิน้น้าน้ๆ ขาด วิตามิน้บี12 • กิน้ยาหลังอาหารทัน้ที
  11. 11. • ไตวาย การทำางาน้ของไตบกพร่อง • ตับแข็ง • หัวใจวายเรื้อรัง • กล้ามเน้ื้อหัวใจตายเฉียบพลัน้ • มีประวัติติดเหล้า • การใช้ยาเกิน้ขน้าด ผลข้างเคียงที่รุน้แรง ทำาให้เกิดภาวะเลือดเป็น้กรดสูง
  12. 12. • รบกวนการดูดซึมของนำ้าตาลเข้าลำาไส้ • ไม่ดูดซึมเข้าลำาไส้ • ไม่ทำาให้เกิดภาวะนำ้าตาลตำ่า • กินพร้อมอาหารคำาแรก • ช่วยลดปริมาณการใช้อินซูลินลงบ้าง 3
  13. 13. ผู้ป่วยเบาหวาน • ที่ต้องพึ่งอินซูลิน • ตั้งครรภ์ • ที่มีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน • ล้มเหลวจากการใช้ยาเม็ด • ภาวะนำ้าตาลสูงเฉียบพลัน
  14. 14. 40มก. (8เม็ด) 3-7/1 Inactive 0.5/2-3กลิปลิไซด์ 20มก. (4 เม็ด) 10-16/1 Less active 0.5/2-3ไกลเบนคลา ไมด์ 500มก. (2เม็ด) 1-2/2.5 วัน Less active 1/3-6คลอโปรปาไมด์ ขนาดยา สูงสุด ค่าครึ่งชีวิต /ระยะเวลามี ฤทธิ์ เริ่มออกฤทธิ์ /สูงสุด(ชม.) ชื่อยา
  15. 15. รับประทานยาก่อนอาหาร 30 นาที • ยาออกฤทธิ์เมื่อรับประทานยาแล้ว 30 นาที เป็นเวลาที่ต้องกินอาหาร • ระดับยาสูงสุดเมื่อ 2-3 ชั่วโมง เวลาเดียวกันทุกวัน ระดับยาคงที่ สมำ่าเสมอ อาหารตรงเวลาปริมาณที่ พอดี เท่ากันทุกมื้อ
  16. 16. ข้อจำากัดของยา • ใช้นานจะดื้อยาต้องเพิ่มขนาดยา ขึ้นเรื่อยๆ • เป็นเบาหวานมามากกว่า 10 ปี ใช้ไม่ได้ผล
  17. 17. •ห้ามใช้ –ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 – ผู้ป่วยตั้งครรภ์ –โรคตับวาย ไตวาย •ระมัดระวังการใช้ – ผู้ที่มีประว้ติแพ้ซัลโฟนาไมด์ – ผู้ป่วยที่มีการทำางานของไตหรือและตับบกพร่อง
  18. 18. การเปลี่ยนแปลงของยาใน ร่างกาย • ยากลุ่มนี้เผาผลาญโดยตับแล้ว ขับออกทางไต • ผ่านตับแล้วยังคงมีฤทธิ์ ยกเว้น กลิปลิไซด์ • กรณีที่ผู้ป่วยมีการทำางานของ ตับบกพร่อง ทำาให้การเผา ผลาญช้า ไตบกพร่องทำาให้ยาขับออกช้า จึงมีฤทธิ์นานเกินไป
  19. 19. การกินยาโดยไม่กินอาหาร • เกิดภาวะนำ้าตาลในเลือดตำ่า การกินอาหารโดยไม่กินยา หรือกินอาหารมากเกินไป • เกิดภาวะนำ้าตาลในเลือดสูง
  20. 20. กินยาเมื่อใด อาหารเท่าใดดี กี่มื้อดี ต้องปฏิบัติอย่างไร
  21. 21. กิจวัตรที่ดี • ออกกำาลังกาย เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหด ตัวจะมีการใช้นำ้าตาลเพิ่มขึ้น • ควบคุมอาหารกลุ่มแป้งและงดนำ้าตาล แล้วจึงใช้ยาช่วย
  22. 22. ขนาดยาแค่ใด จะเหมาะสม? ขนาดยา ภายหลังการปรับตัว ในวิถีชีวิตของท่านแล้ว » รับประทานอาหารให้ตรงเวลา » ออกกำาลังกายให้สมำ่าเสมอ ขนาดยาที่จะไม่ทำาให้ท่าน เกิดภาวะนำ้าตาลตำ่าหรือนำ้าตาลสูง ระดับนำ้าตาลในเลือด
  23. 23. การ ควบคุม อาหาร การออก กำาลังกาย ภาวะโรค การใช้ยา
  24. 24. ระดับ 1 ตัวสั่น ใจสั่น สับสน วุ่นวาย หงุดหงิด ชารอบปาก ชาปลายมือเท้า (มดไต่) ภาวะนำ้าตาลในเลือดตำ่า มองภาพไม่ชัด ทำากิจวัตรประจำาวันไม่ได้ ปวดหัว สับสน •มีระดับนำ้าตาลในเลือด < 50 มก./ดล(70) ร่วมกับ อาการแสดง มึนง ง เหงื่อแตก ปวดศีรษะ ระดับ 2 ง่วงหาว ซึมเศร้า โดยไม่มี เหตุผล โกรธง่าย
  25. 25. จะเหงื่อออก ฝัน ร้ายและ ปวดหัว ตอนตื่นนอน ระดับ 3 ชักกระตุก ไม่กระดุกกระดิก ไม่รู้สึกตัว หรือ
  26. 26. สาเหตุของ ภาวะนำ้าตาลในเลือดตำ่า • ยาเกินขนาด • ดื่มสุรา • ติดเชื้อในกระแสเลือด • รับประทานอาหารน้อย • เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย • ออกแรงมากไป
  27. 27. ความรุนแรงของภาวะนำ้าตาล ตำ่า • ยาที่ค้างในร่างกาย • ความสามารถในการปรับตัวของ ร่างกาย – ลดลงในผู้ป่วยโรคตับ โรคไต • คนปกติระดับนำ้าตาล < 60มก./ดล.ร่างกายจะเพิ่ม การหลั่งสารเพิ่มระดับนำ้าตาลขึ้น ( Glucagon Epinephrine Growth Hormone ) เพื่อป้องกัน ก่อนวิกฤติ <40 มก./ดล.
  28. 28. การแก้ไขภาวะนำ้าตาลตำ่า • ยังรู้ตัว รีบดื่มนำ้าหวาน นำ้าอัดลม • ไม่รู้สึกตัว ควรพกบัตรประจำาตัวผู้ป่วย เบาหวาน หรือทำาเป็นสร้อยข้อมือ การป้องกัน • กินอาหารกินยาตรงเวลา อย่างเหมาะสม • ก่อนออกกำาลังกาย ควรเพิ่มอาหาร ตรวจนำ้าตาลก่อนและหลังออกกำาลังกาย • พกพา ผลไม้ ลูกกวาด นำ้าตาลก้อนติดตัว เวลาออกกำาลังกาย หรือขับรถ
  29. 29. ภาวะนำ้าตาลในเลือดสูง เฉียบพลัน • ระดับกลูโคสในเลือด >600 มก./ดล. • อาการเตือน หิวนำ้ามาก เพลีย ฉี่บ่อยโดยเฉพาะกลางคืน ตามัวโกรธง่าย เป็นแผลง่าย หายช้า ถ้ามีภาวะติดเชื้อจะลุกลามเร็ว
  30. 30. สาเหตุของ ภาวะนำ้าตาลในเลือด สูงเฉียบพลัน • ไม่ควบคุมอาหาร • ขาดการออกกำาลังกาย • ไม่ได้รับยาโดยสมำ่าเสมอ • มีอาการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ผ่าตัดใหญ่ • บังเอิญไปกินยาที่ต้านฤทธิ์อินซูลิน เช่น สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ ยากันชัก ยาแก้ปวดยอก เหล้า
  31. 31. การแก้ไข ภาวะนำ้าตาลในเลือด สูงเฉียบพลัน • ดื่มนำ้ามากๆ พักผ่อนมากๆ • ตรวจนำ้าตาลทุก 2-4 ชั่วโมง • มาโรงพยาบาล
  32. 32. • กินยาตรงเวลา ครบ ไม่ลืม • กินอาหารตรงเวลา ครบทุกมื้อระยะห่าง มื้อเหมาะสม ถ้าไม่สบาย • อย่าขาดยา • รับประทานอาหารตามปกติ • ถ้าไม่ได้ให้ดื่มนำ้าผลไม้ โจ๊ก นำ้าอัดลม ไอศกรีม เจลลี่ โยเกริตย์ โดยมีสัดส่วน เหมาะสม
  33. 33. การใช้ยาสมุนไพรใน โรคเบาหวาน • ไม่ ใช่เรื่องที่เลื่อนลอย • มีรากเหง้าสั่งสมมา • หลายชนิดลดนำ้าตาลได้จริง • มีรายงายวิจัย 54 ชนิด
  34. 34. สมุนไพรพื้นบ้านของไทย ที่มีรายงานวิจัยมากกว่า 3 เรื่อง 1.นิโครธ (ไซรกร่าง) มีฤทธิ์ลดนำ้าตาลในเลือด • เพิ่มอินซูลิน ลดไขมันในเลือดในเนื้อเยื่อ ส่วนทีใช้ คือสารสะกัดจากเปลือกต้น อันตรายจากการใช้ยา เปลือกไม่พบความเป็นพิษ ผลเป็นพิษ
  35. 35. 2.ตำาลึง • ใบ ราก และทั้งต้นลดนำ้าตาลได้ดี • ทดลองใช้ขนาดสูงยังไม่พบพิษใดๆ 3.มะระขี้นก • ส่วนสกัดด้วยนำ้าของผลมะระมีสารที่มีฤทธิ์ ลดนำ้าตาลในเลือด • เมล็ดมีพิษทำาให้แท้งได้ (αและ- monocharin) เถาแก่ๆ 1 กำามือ ต้มนำ้ารับประทาน เช้า-เย็น หั่นเนื้อมะระตากแห้ง ชงดื่ม หรือเป็นผักลวกจิ้ม
  36. 36. 4.หอมใหญ่ • มีสารต่างมากมายและ วิตามิน เอ บี1 บี 2และซี • มีฤทธิ์ลดนำ้าตาลในเลือด ไขมันในเลือและในตับ • มากในหนูทดลอง>5 กรัม/นำ้าหนัก 1 กิโลกรัม ตาย ได้ 5.บัวหลวง • ดอกบัวหลวงและรากบัวหลวง • มีรายงานการทดลองว่าถ้าเป็นเบาหวานรุนแรง จะไม่ได้ผล
  37. 37. 6.บอระเพ็ด • ส่วนสกัดด้วยนำ้าจากลำาต้น • กระตุ้นการหลั่งอินซูลินในผู้ป่วยเบา หวานไม่มีผลในผู้ที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน • ใช้ขนาดสูงและนานเป็นพิษต่อตับและ ไต 7.มะตูม • ส่วนสกัดด้วยนำ้าจากใบมะตูม • เมื่อใช้ 1111 เท่าในสัตว์ทดลองยังไม่พบ พิษ
  38. 38. 8.กระเทียม • มีบางรายงานพบสารเช่นเดียวกับในหัวหอม ใหญ่บางรายงานไม่พบ • มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด • ให้ขนาดสูงมีฤทธิ์กดการหายใจในหนู ทดลอง 9.กระเพรา • สารสกัดจากใบกระเพรา • ขนาดสูงๆไม่มีพิษในสัตว์ทดลอง นิยมใช้กระเพราแดง
  39. 39. 10.ว่านหางจระเข้ • รายงานยังโต้แย้งกันอยู่ในผลของการลด ระดับนำ้าตาลในเลือด
  40. 40. ธรรมชาติของโรค • ความเสื่อมมี – มาก – น้อย • การดื้อต่อยา – มาก – น้อย
  41. 41. การปฏิบัติตนอย่างเคร่งคัด • ควบคุมอาหาร • การออกกำาลังกาย • การรับประทานยาอย่างถูกต้อง ช่วยชะลอ ความเสื่อมและการดื้อยา
  42. 42. การไม่ควบคุมหรือไม่ เคร่งครัด • โรคแทรกซ้อนเกิดเฉียบพลันเกิดง่าย • โรคแทรกซ้อนเรื้อรังเกิดเร็วขึ้น – ร่างกายและอวัยวะภายในเสื่อมโทรม – สูญเสียความสุขในชีวิต

×