Sport injury handbook

1,225 views

Published on

Sport injury handbook

Published in: Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,225
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
28
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Sport injury handbook

  1. 1. หนังสือชุดข้อแนะนำการออกกำลังกายสำหรับเจ้าหน้าทีสาธารณสุข ่ ข้อแนะนำการดูแลการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา สำหรับเจ้าหน้าทีสาธารณสุข ่ ศ. ฃลินิก นพ. ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ สาขาเวชศาสตร์การกีฬา ภาฃวิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดฃส์ฯ ิ ฃณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่ปรึกษา คณะกรรมการทีปรึกษาทางวิชาการด้านการออกกำลังกายเพือสุขภาพ ่ ่ กระทรวงสาธารณสุข บรรณาธิการ สมชาย ลี่ทองอิน นวลศรี วิจารณ์ อำนวย ภูภัทรพงศ์ นงพะงา ศิวานุวฒน์ ั จัดพิมพ์โดย กองออกกำลังกายเพือสุขภาพ ่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ : 0-2590-4588 โทรสาร : 0-2590-4584
  2. 2. คำนำ คำนำ หนังสือชุด ทบทวนการจัดสิงแวดล้อมทีเอือต่อการ ออกกำลังกายและ ่ ่ ้ มาตรการทางภาษีน้ี กรมอนามัยโดย กองออกกำลังกายเพือสุขภาพได้รวบรวม ่ จากการทบทวน องค์ความรูของผูเชียวชาญ ซึงเป็นคณะกรรมการทีปรึกษา ทาง ้ ้ ่ ่ ่ วิชาการด้านการออกกำลังกายเพือสุขภาพ กระทรวง สาธารณสุข วัตถุประสงค์ ่ ในการจัดพิมพ์เพือเป็นองค์ความรู้ ด้านการออกกำลังกายสำหรับเจ้าหน้าที่ ่ สาธารณสุขและ ผูเกียวข้องได้ใช้เป็นแนวทางในการแนะนำให้ประชนชน ทัวไป ้ ่ ่ ทุกกลุมวัย ทุกกลุมอาชีพ ทังผูทมสขภาพดีอยูแล้วหรือ ผูทเจ็บป่วยเล็กน้อยก็ตาม ่ ่ ้ ้ ่ี ี ุ ่ ้ ่ี ได้เคลือนไหวออกแรง/ออกกำลัง ได้อย่างเหมาะสมกับตนเอง เพือสุขภาพที่ ่ ่ สมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นภาระ แก่ผอน เพือชีวตบันปลายทีมความสุข ู้ ่ื ่ ิ ้ ่ ี กรมอนามัย หวังเป็นอย่างยิงว่าเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ผูเกียวข้องทุก ่ ้ ่ ท่านจะได้ประโยชน์จากหนังสือ เล่มนีเป็นอย่างมาก ส่วนข้อแนะนำทีลงสู่ ้ ่ ประชาชน กรมอนามัยจะดำเนินการต่อจากการจัดพิมพ์หนังสือชุดนี้ ต่อไป
  3. 3. สารบัญ หน้า การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา 1 การประเมินสภาพการบาดเจ็บ 2 ขั้นตอนการประเมินสภาพการบาดเจ็บ 6 การแนะนำการออกกำลังกายในวัยทำงาน 4 สารบัญ อุบัติเหตุจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬาที่ต้องนำส่ง สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาล 8 หลักการสำคัญในการปฐมพยาบาลเมื่อได้รับบาดเจ็บ 12 หลักการปฐมพยาบาลบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา 13 การปฐมพยาบาลกบาดเจ็บบริเวณล้ามเนื้อ 15 การปฐมพยาบาลกบาดเจ็บบริเวณเอ็น 20 การปฐมพยาบาลกบาดเจ็บบริเวณข้อต่อ 23 การปฐมพยาบาลกบาดเจ็บบริเวณกระดูก ตำแหน่งของกระดูกร้าวทีพบได้บอยๆ จากการเล่นกีฬา ่ ่ การเตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาล 29 33 36 เอกสารอ้างอิง 38 ภาคผนวก 39
  4. 4. 1 การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยทัวไปมักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ ่ 1.การกระแทกอย่างรวดเร็วและรุนแรง (contact and acute injury) 2.การใช้งานอวัยวะมากเกินหรือซ้ำซาก (overused injury) สำหรับการดูแลผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเบื้องต้น จะดู แ ลในส่ ว นการบาดเจ็ บ ที ่ เ กิ ด ทั น ที ใ นสนามเป็ น ส่ ว นใหญ่ ความรุนแรงของการบาดเจ็บสามารถแบ่งได้หลายระดับดังนี้ 1.การบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น การมีแผลถลอก ผิวหนังฉีกขาด มีอาการตะคริวและมีการยืดของเอ็นยึดข้อมากเกิน (sprains) ในการออกกำลั ง กายนั ้ น หากออกกำลั ง กายไม่ ถ ู ก วิ ธ ี ไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้เล่น หรือออกกำลังกายในสภาพ แวดล้อมทีไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ตังแต่เกิดจากบาด ่ ้ เจ็บเล็กน้อยถึงบาดเจ็บที่รุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต การดูแลผูทได้รบบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือเล่น ้ ่ี ั กีฬาจะได้ผลดีตองกระทำอย่างถูกวิธและถูกเวลาโดยขึนกับการวินจฉัย ้ ี ้ ิ อย่างถูกต้อง ประสบการณ์ และอาศัยฃวามร่วมมือจากหลายฝ่าย ทังจากแพทย์ ผูฝกสอน นักกายภาพบำบัด รวมทังตัวผูเล่นด้วย ้ ้ ึ ้ ้ 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 765432109876543212109876543210987654321098765432121098765432109876543210987654321210987654321098765432109876543 ข้อแนะนำการดูแลการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ⌫  ⌫
  5. 5.    2.การบาดเจ็บรุนแรงปานกลาง เช่น เอ็นยึดข้อมีการฉีกขาด บางส่วน (sprain) ส่วนทีได้รบบาดเจ็บบวม (swelling)และมีอาการปวด ่ ั (pain) มีอาการเจ็บเมือเคลือนไหวอวัยวะดัง กล่าวรวมทังการเคลือนไหว ่ ่ ้ ่ ทำได้นอยลง (decrease range of motion) ้ 3.การบาดเจ็บรุนแรงมาก (severe injuries) เช่น มีกระดูกหัก หรือข้อเคลือน มีการเสียรูปของอวัยวะและมีอาการปวดอย่างมาก ่ 4.การบาดเจ็บที่เป็นอันตรายต่อชีวิต (life threatening) เช่น มีการบาดเจ็บที่รุนแรงต่อบริเวณลำคอหรือศรีษะ มีอาการหมดสติ มีอาการแสดงความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ (heart attack) การบาดเจ็บจากการกีฬานันมีความรุนแรงแตกต่างกันตามขนาดของกำลัง ้ อัตราความเร็วความแข็ง ความอ่อน ความทื่อ หรือคมของสิ่งของ ที่มากระทบ ทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นอันตรายต่อ นักกีฬา อาจทำให้เสียชีวตได้ถาไม่ได้รบการ บำบัดรักษา อย่างถูกต้อง ิ ้ ั และทันท่วงที การตัดสินใจว่าจะนำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาล หรือโรง พยาบาล หรือไม่นนจะต้องทำโดยเร็วทีสด อย่าลองปฐมพยาบาลอยูนาน ้ั ุ่ ่ เพราะอาจสายเกินแก้หรือมาช้าเกินไป ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขซึ่งต้องดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา ทั้งบทบาททางตรง เช่น ทำหน้า ที ่ แ พทย์ ส นามหรื อ บทบาทในทางอ้ อ ม เช่ น การพบการบาดเจ็ บ โดยบังเอิญ ดังนัน เจ้าหน้าทีดงกล่าวควรจะต้องมีความรู้ ความสามารถ ้ ่ ั ในการ ปฏิบตการช่วยเหลือผูบาดเจ็บให้ได้รบการดูแล และความปลอดภัย ั ิ ้ ั ในเบื้องต้นได้ การประเมินสภาพการบาดเจ็บ (Athletic injury assessment) ก่อนให้การช่วยเหลือผูบาดเจ็บ เจ้าหน้าทีตองทำการประเมินสภาพ ้ ่ ้ การบาดเจ็บของผู้ป่วยก่อน จึงจะสามารถให้การดูแลที่เหมาะสมได้ โดยทัวๆไป มีขอควรคำนึง (Athletic Injury Assessment Considerations) ่ ้ 2
  6. 6. ⌫ ⌫  ทีเจ้าหน้าทีควรพิจารณาดังนี้ ่ ่ 1. ทำการประเมิ น การบาดเจ็ บ เมื ่ อ ไร (When to Assess) เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มต้นการประเมินสภาพการบาดเจ็บ คือ ให้ทำการประเมินให้เร็วทีสดเท่าทีจะทำได้ ทังนีเนืองจาก เมือเวลาผ่านไป ุ่ ่ ้ ้ ่ ่ อาการและอาการแสดง (signs and symptoms) ทีเกิดจากการบาดเจ็บ ่ ซึงช่วยในการประเมินได้ถกต้อง อาจจะถูกปิดบัง ด้วยอาการปวด (pain) ่ ู บวม (swelling) อักเสบ (inflammation) หรือ จากการหดเกร็งของ กล้ามเนือ (muscle spasms)ได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินของโรคที่ เกิดขึน ้ ้ หลัง การบาดเจ็บ มีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ( continuous process) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่จะต้องทำการ ประเมิน สภาพการบาดเจ็บเป็นระยะ ๆ (reassessment) 2. ทำการประเมินสภาพการบาดเจ็บที่ไหน (Where to Assess) การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและออกกำลังกายสามารถเกิดได้ทงในสนามแข่งขัน ้ั สถานที่ฝึกซ้อม หรือที่อื่นใดก็ตามที่สามารถเล่นหรือออกกำลังกายได้ ในทางทฤษฎีแล้วสถานที่ที่เกิดเหตุบาดเจ็บเป็นที่ที่ถูกต้องที่สุดใน การประเมินสภาพการบาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบตไม่สามารถ ั ิ ประเมินได้ในทุกกรณี ยกตัวอย่างเช่น ในสนามการแข่งขันเมือเกิดการ ่ บาดเจ็บจำเป็นจะต้องนำผู้บาดเจ็บออกจากสนาม แข่งขันก่อนเพื่อ ให้การแข่งขันดำเนินต่อไปได้ 3. ทักษะในการประเมินสภาพการบาดเจ็บ (Personal Assessment Skills)การประเมิ น สภาพการบาดเจ็ บ ไม่ ใ ช่ ง านที ่ ท ำได้ ง ่ า ย เนืองจากผูทได้รบบาดเจ็บมักมีความตืนเต้น กลัว และกังวลเกียวกับการ ่ ้ ่ี ั ่ ่ บาดเจ็บของตนเองทำให้ยากในการประเมินดังนั้น การประเมินใน ภาวะดั ง กล่ า ว จำเป็ น ต้ อ งอาศั ย ทั ก ษะ เฉพาะตั ว มากพอสมควร เจ้าหน้าที่ควรได้รับการฝึกวิธีตรวจร่างกาย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและ การช่วยเหลือเบื้องต้น และควรเข้ารับการฝึกเพื่อ ทบทวนความรู้ และฝึกทักษะของตนเองเป็นระยะ ๆ 3
  7. 7.    4. รูจกนักกีฬา (Know the Athletes) ยิงผูประเมินมีความคุนเคย ้ั ่ ้ ้ หรือรู้จักกับนักกีฬามาก่อน ยิ่งทำให้การประเมินสภาพการบาดเจ็บ และการดูแลทำได้ดยงขึน ประวัตการเจ็บป่วย และภาวะสุขภาพปัจจุบน ี ่ิ ้ ิ ั ของนักกีฬา ควรได้รบการบันทึก ซึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการ ั ่ ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักกีฬา ทีเจ้าหน้าทีควรทราบ ได้แก่ การบาดเจ็บ (current injuries) การเป็นโรค ่ ่ การเป็นภูมแพ้ เป็นต้น ิ 5. รูจกกีฬา (Know the Sport) ในการปฏิบตงานของ เจ้าหน้าทีให้ ้ั ั ิ ่ ได้ดี เจ้าหน้าที่จะต้องรู้จักการเล่น กีฬาแต่ละชนิดและ ความเสี่ยงที่ จะเกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะต่างๆ รวมทังความรุนแรง ทีอาจเกิดขึนได้ ้ ่ ้ เพือทีจะได้เตรียมตัว ในการ ดูแลได้ถกต้องและเหมาะสม ซึงต่างจากผูฝก ่ ่ ู ่ ้ ึ สอนกีฬา ซึงรูจก หรือ ถนัดเฉพาะ กีฬาทีตนฝึกเท่านัน ่ ้ั ่ ้ 6. ทำให้มีสติ ไม่ตื่นเต้น (Remain Calm)เมื่อเกิดการบาดเจ็บ มีบอย ๆ ครัง ทีงานแรก ซึงเจ้าหน้าทีตองทำคือการทำให้ผบาดเจ็บมีสติ ่ ้ ่ ่ ่ ้ ู้ ไม่ตื่นเต้น ไม่กลัวหรือไม่วิตกกังวลกับอาการบาดเจ็บที่ได้รับมากนัก คำพูดและการกระทำของเจ้าหน้าทีสามารถช่วยได้มาก แต่อย่างไรก็ตาม ่ การประเมินสภาพการบาดเจ็บก็ไม่ควรกระทำด้วยความรีบด่วนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ 7. มีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา (Be Alert) เจ้าหน้าที่จะต้องมี ความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะต้องทำ มากกว่ า การดู ก ารแข่ ง ขั น เพื ่ อ ความสนุ ก หรื อ ชั ย ชนะในเกมส์ การแข่งขันเท่านั้น แต่จะต้องสังเกตการเล่น การเคลื่อนที่ในการเล่น ของนั ก กี ฬ าทุ ก คน และให้ ค วามสนใจเป็ น พิ เ ศษสำหรั บ นั ก กี ฬ า ที่มีปัญหาสุขภาพหรือการบาดเจ็บอยู่ก่อน 8. มีวิจารณญาณในการตัดสินใจที่ดี (Use Good Judgment) ในการประเมินสภาพการบาดเจ็บ เจ้าหน้าทีจะต้องทำด้วยความรวดเร็ว ่ 4
  8. 8. ⌫ ⌫  ถูกต้องและแม่นยำโดยเฉพาะในเกมส์การแข่งขันที่สำคัญๆจะต้อง สามารถตัดสินใจได้วานักกีฬาควรกลับไปเล่นต่อหรือรอสังเกต อาการ ่ 9. ประสบการณ์ (Experience) ประสบการณ์ในการทำงานเป็น เรืองสำคัญ เจ้าหน้าทีจะต้องมีความรูพนฐานเกียวกับกายวิภาคศาสตร์ ่ ่ ้ ้ื ่ อาการและอาการแสดงเฉพาะในแต่ละการบาดเจ็บรวมทังรูเ้ ทคนิคในการประเมิน ้ สภาพการบาดเจ็บแต่ละชนิด ปัจจัยเหล่านี้ สามารถพัฒนาได้ดวยการ ้ ฝึกปฏิบตและเริมต้นด้วยการเป็นผูชวยแพทย์สนามก่อน เมือปฏิบตบอยๆ ั ิ ่ ้่ ่ ั ิ ่ ก็จะทำให้เกิดความชำนาญและมีทกษะมากยิงขึน ั ่ ้ 10.ความอดทน (Patience) เจ้ า หน้ า ที ่ จ ะต้ อ งมี ค วาม อดทนต่ อ สิ ่ ง ต่ า งๆ ที ่ เ ข้ า มากระทบระหว่ า งการปฏิ บ ั ต ิ ง านเพราะ การบาดเจ็ บ จากการเล่ น กี ฬ ามี ไ ด้ ห ลายชนิ ด และมี ค วามรุ น แรง แตกต่างกัน ขณะประเมินสภาพการบาดเจ็บและให้การปฐมพยาบาล เจ้าหน้าที่จะได้รับ ความกดดันอย่างมากทั้งจากผู้ฝึกสอน พ่อแม่และ ผูทชนชอบในตัวนักกีฬารายนัน ๆ ดังนันเจ้าหน้าทีจะต้องมีความอดทน ้ ่ี ่ื ้ ้ ่ และอารมณ์มนคงอยูตลอดเวลา ่ั ่ 11.ทักษะในการส่งต่อผูปวย (Referral Skills) เจ้าหน้าทีจะต้องมี ้ ่ ่ ความรู ้ และสามารถตั ด สิ น ใจได้ ว ่ า การบาดเจ็ บ ใด จะต้ อ งส่ ง ต่ อ สถานพยาบาล เพือได้รบ การรักษาทีทนเวลา และถูกต้องจากแพทย์ตอไป ่ ั ่ ั ่ 12.แผนการทำงาน (Plan of Action) เจ้ า หน้ า ที ่ จ ะต้ อ งมี การวางแผนในการปฏิบัติงาน แผนรองรับภาวะฉุกเฉิน มีการเตรียม เครื ่ อ งมื อ เครื ่ อ งใช้ ใ ห้ พ ร้ อ ม มี ก ารวางแผนเกี ่ ย วกั บ การส่ ง ต่ อ ผู ้ ป ่ ว ยและสถานพยาบาลที ่ ใ กล้ ท ี ่ ส ุ ด รวมทั ้ ง แพทย์ ท ี ่ ป รึ ก ษา ซึ่งสามารถให้คำแนะนำได้ เมื่อการบาดเจ็บเกินขอบเขตความรู้ความ สามารถของเจ้าหน้าที่ 5
  9. 9.    ขันตอนการประเมินสภาพการบาดเจ็บ (Assessment Proce้ dures) ในการประเมินสภาพการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1. การสำรวจการบาดเจ็บปฐมภูมิ ( Primary Survey) 2. การสำรวจการบาดเจ็บทุตยภูมิ (Secondary Survey) ิ ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ การสำรวจการบาดเจ็บปฐมภูมิ หมายถึง การประเมินสภาพการ บาดเจ็บทีเกียวข้องกับการประเมินกลไกพืนฐานของการมีชวต (Basic life ่ ่ ้ ีิ support machanisms) ซึ่งประกอบด้วย ทางเดินหายใจ (Airway) การหายใจ (Breathing) และการไหลเวี ย นเลื อ ด (Circulation) หรือทีรจกกันโดยทัวไปในชือ ABCs of life support ถึงแม้วา การบาดเจ็บ ่ ู้ ั ่ ่ ่ จากการออกกำลังกาย และเล่นกีฬามีโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บที่ รุนแรงถึงขั้นคุกคามการมีชีวิตรอด (Life – threatening situations) น้อยก็ตาม แต่เจ้าหน้าทีกจะต้องมีความรู้ และตระหนักถึงภาวะดังกล่าว ่ ็ นี ้ ต ลอดเวลา และสามารถปฏิ บ ั ต ิ ก าร ช่ ว ยชี ว ิ ต ได้ อ ย่ า งเหมาะสม และทันท่วงที ในการประเมินสภาพการบาดเจ็บปฐมภูมิจะต้องทำด้วย ความรวดเร็ว และสมบูรณ์ เนื่องจากระยะเวลาของการมีชีวิตรอด มีอยู่จำกัด เมื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้น เจ้าหน้าที่จะต้องประเมินว่า ผู้บาดเจ็บ ยังมีความรูสกตัวอยู่ หรือไม่ ถ้าผูบาดเจ็บไม่รสกตัว (unconscious) ให้รบ ้ึ ้ ู้ ึ ี ตรวจสอบทางเดินหายใจ (airway) เพื่อดูว่าทางเดินหายใจเปิดโล่ง หรือมีอากาศผ่านเข้า–ออก ปอดหรือไม่ ถ้าไม่มให้ทำการเปิดทางเดินลม ี หายใจ โดยการแอ่นลำคอและศรีษะ ยกปลายคางขึ้น ( chin tilt ) และดึงขากรรไกรไปข้างหลัง ( jaw thrust ) หลังจากนั้นให้ตรวจสอบ การหายใจ (breathing) ถ้าผูบาดเจ็บไม่หายใจ ให้ชวยโดยการเป่าลม ้ ่ 6
  10. 10. ⌫ ⌫  เข้าปอด ด้วยการใช้ ถุงลม (ambu bag) หรือใช้วธี เป่าปาก (mount to ิ mount ) ต่อไปให้ทำการประเมินการไหลเวียนเลือด ( circulation ) โดยการ ตรวจสอบชีพจร หรือการเต้นของหัวใจ ถ้าหัวใจไม่เต้นให้ทำการ ฟืนคืน ชีวต (cardiorespiratory resuscitation ) หรือ เรียกอีกอย่างว่า ้ ิ CPR อย่าง ไรก็ตาม ประเด็นสำคัญทีเจ้าหน้าทีควรตระหนักเกียวกับการ ่ ่ ่ ปฏิบัติดังที่ กล่าวมาข้างต้นนี้ คือ จะต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ไม่ควรเกิน 1 – 2 นาที ไม่เช่นนันการช่วยชีวตอาจจะไม่ได้ผล ้ ิ หรือเกิดความพิการ ตามมาได้ แต่ถาการบาดเจ็บ ไม่รนแรง ผูบาดเจ็บสามารถพูดคุยได้ โต้ตอบได้ ้ ุ ้ ให้ทำการประเมินการบาดเจ็บทุตยภูมิ และให้การปฐมพยาบาลตามชนิด ิ และความรุนแรงของการบาดเจ็บต่อไป การสำรวจการบาดเจ็บทุตยภูมิ (Secondary Survey) หมายถึง การ ิ ประเมินสภาพการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทั้งหมด (evaluate all injuries) ซึ ่ ง ในทางกี ฬ าเวชศาสตร์ (sport medicine) มี ก ารใช้ บ ่ อ ยมาก เพือประเมินธรรมชาติ (nature) ตำแหน่ง (site) และความรุนแรง(severity) ่ ของการบาดเจ็บ โดยมีขนตอนการปฏิบตตามลำดับก่อน – หลัง ดังนี้ : ้ั ั ิ ซักถามอาการ(history) สังเกต (observation) และตรวจร่างกาย (physical examination) ในการซักถามอาการ ข้อมูลที่ควรจะได้จากการพูดคุย ได้แก่ การบาดเจ็บหลัก(primary complaint) กลไกการบาดเจ็บเป็นแบบทันที ทันใด หรือค่อยเป็น มีการเจ็บปวดเรื้อรังมาก่อน เป็นการบาดเจ็บซ้ำที่ เดิมหรือไม่ ตำแหน่งทีบาดเจ็บ อาการแสดงทีเกียวข้องกับการบาดเจ็บ ่ ่ ่ ระดับความรูสกตัว เป็นต้น ้ึ ส่วนการสังเกต สิงสำคัญทีจะต้องดูคอ สิงแวดล้อมทีเกิดบาดเจ็บโดย ่ ่ ื ่ ่ รวม สังเกตอาการ การทรงตัว ความสามารถในการทำหน้าทีของส่วน ่ ของร่างกาย ตรวจสอบตำแหน่งที่บาดเจ็บโดยละเอียดรวมทั้งบริเวณ ข้างเคียง ดูใบหน้าและนัยตา เป็นต้น 7
  11. 11.    สำหรับการตรวจร่างกาย ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบการบาดเจ็บให้ ถูกต้องและแม่นยำยิงขึน รวมทังตรวจสอบความรุนแรงของการบาดเจ็บ ่ ้ ้ และ การสูญเสียการทำหน้าทีของอวัยวะ เทคนิคทีใช้ ในการตรวจร่างกาย ่ ่ ได้แก่ การคลำ (palpation) การตรวจสอบการเคลือนที่ และการบาดเจ็บ ่ ต่อข้อต่อต่างๆ (movement procedures) การประเมินระบบประสาท (neurological evaluation ) และตรวจสอบการไหลเวียนเลือด (circulatory evaluation) ข้อมูลทีได้จากการตรวจร่างกาย ได้แก่ ตำแหน่งทีเจ็บ ่ ่ และ/หรือกดเจ็บ (pain and point tenderness) พิสยของการเคลือนที่ และ ั ่ ความแข็งแรงของข้อต่อ(range of motion and strength) การบวม การเสีย รูปรวมทังอาการ (signs)อืนๆทีเกิดจากอุบตเหตุ (swelling, deformity and ้ ่ ่ ั ิ others signs of trauma) เป็นต้น เมือทำการประเมินสภาพการบาดเจ็บเสร็จ ่ เจ้าหน้าทีกสามารถให้การปฐมพยาบาลหรือช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ่ ็ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ควรตระหนักไว้เสมอว่าควรดำเนินการด้วย ความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้ถูกต้อง สมบูรณ์มากที่สุด เพื่อให้ผู้บาดเจ็บ ปลอดภัยที่สุดและสามารถกลับมาเล่นกีฬาหรือออก กำลังกายได้ดังเดิม อุบตเหตุจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬาทีตองนำส่งสถานพยาบาล ั ิ ่ ้ หรือโรงพยาบาล มีดงนี้ ั 1. หมดสติเพราะถูกกระแทก ( ถึงแม้จะฟืนคืนสติแล้วก็ตาม ) ้ ผูบาดเจ็บจะต้องได้รบการตรวจเช็คสมองอย่างละเอียดจากแพทย์ทนที ้ ั ั เพราะการบาดเจ็บหรือโรคอาจดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนแก้ไขไม่ทนก็ได้ ั เช่น เลือดออกใต้กะโหลกศรีษะหรือในสมองทำให้มีเลือดคั่งกดทับ สมองส่วนทีดี อาจทำให้พการไปครึงซีกหรือไม่รสกตัวไปตลอดชีวตใน ่ ิ ่ ู้ ึ ิ 8
  12. 12. ⌫ ⌫  บางครังถ้ายังตรวจไม่พบในขณะนันอาจต้องดูแลผูปวย ต่อไปอย่าง ้ ้ ้ ่ ใกล้ชิดมากต้องตรวจอาการทางสมอง และระบบประสาททุกๆ ครึงชัวโมง เพือจะได้แก้ไขและให้การรักษาเสียแต่เนินๆ ่ ่ ่ ่ ในบางครั้งมีอุบัติเหตุจากการกีฬาที่มีศรีษะกระทบกระแทก แต่คนไข้ไม่หมดสติ สมองอาจได้รบการกระทบกระเทือน ทำให้มอาการใน ั ี ภายหลั ง จากเลื อ ดที ่ อ อกอย่ า งช้ า ๆ ในสมองหรื อ ใต้ ก ะโหลกศรี ษ ะ ซึงบางครังนานเป็นเดือนกว่าทีจะแสดงอาการออกมา อาการทีแสดงว่า ่ ้ ่ ่ มีการบาดเจ็บทางสมองในเบืองต้นทีเตือนให้เราทราบว่าจะต้องส่งผูปวย ้ ่ ้ ่ ไปโรงพยาบาล ในทันที คือ การมีอาเจียนพุง และปวดศรีษะอย่างรุนแรง ่ ซึ่งบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวหรือถึงแม้จะรู้แต่ไม่สามารถบอกกล่าวได้ ดังนั้น คนใกล้ชิดจึงควรจะรู้ถึงอาการแสดงเหล่านี้ จะได้รีบนำผู้ป่วย ส่งโรงพยาบาล ได้ทนเวลา และต้องได้รบการตรวจโดยละเอียด ั ั 2. กระดูกหักทุกชนิด กีฬาที่ปะทะกันโดยเฉพาะรักบี้ และฟุตบอลนั้น อาจทำให้เกิด กระดู ก หั ก ได้ บ ่ อ ยๆ ผลของกระดู ก หั ก นั ้ น จะเจ็ บ บวมมากทั น ที เพราะเลือดออกมาก รูปร่างเปลียนไป เช่น โก่ง คด งอ สัน และเจ็บมาก ่ ้ เมื่อมีการเคลื่อนไหว บางครั้งจะได้ยินเสียงกรอบแกรบ เหมือนเสียง กระดาษ ทรายถู ก ั น ตรงบริ เ วณปลายที ่ ห ั ก เมื ่ อ มี ก ารเคลื ่ อ นไหว นอกจากผู้ป่วยจะเสียเลือดและเจ็บปวดมากแล้ว การนำส่งโรงพยาบาลช้าเกิน ไปจะทำให้มีสิ่งแทรกซ้อนเป็นอันตราย ถึงพิการได้ การนำส่งสถานพยาบาลต้องใส่เฝือกชัวคราวไว้ เมือจะเคลือน ่ ่ ่ ย้ายผูปวย ทีสำคัญคืออย่าพยายามดึงกระดูกเข้าทีเอง ้ ่ ่ ่ 9
  13. 13.    3. ข้อเคลือน ข้อหลุดทุกชนิด ่ การบาดเจ็บทีทำให้ขอต่อเคลือนหรือหลุดจากการเล่นกีฬานันมักจะเป็นที่ ่ ้ ่ ้ ข้อไหล่ขอศอก และข้อนิวมือผูปวยจะเจ็บปวด บวมทีบริเวณ ข้อต่อเนือง ้ ้ ้ ่ ่ ่ จากเลือดที่ออก เพราะมีการฉีกขาดของ เยื่อหุ้มข้อ และเนื้อเยื่อ ที่อยู่ รอบๆ ข้อ อย่าพยายามดึงเข้าทีเองเพราะนอกจากจะยากเนืองจากกล้าม ่ ่ เนื้อรอบข้อหดเกร็งแล้ว ยังจะไปทำอันตรายเนื้อเยื่อที่ดีอีก ถ้าทำไม่ ถู ก ต้ อ งจริ ง ๆจะทำให้ อ าการมากขึ ้ น ไปอี ก ควรพยุ ง หรื อ ประคอง อวัยวะส่วน นั้นแล้วรีบส่งพบแพทย์ต่อโดยเร็ว เพื่อที่จะเอกซเรย์ดูว่ามี กระดู ก แตก หรื อ หั ก อื ่ น ๆร่ ว มด้ ว ยหรื อ ไม่ เพราะบางครั ้ ง อาจมี กระดูกแตกชินเล็กๆร่วมด้วย จากนันจึงค่อยดึงเข้าทีตอไป ้ ้ ่ ่ 4. การตกเลือดจากอวัยวะภายใน แบ่งเป็น 3 ตำแหน่งคือ ทรวงอก ช่องท้อง เชิงกรานและบันเอว ้ ทรวงอก กระทบกระแทกทีทรวงอกพบได้บอยๆ ในนักกีฬาทีมี ่ ่ ่ การปะทะกัน เช่น รักบี้ ฟุตบอล บางครั้งมีกระดูกซี่โครงหักทิ่มแทง เนือปอด หรือปอดชอกช้ำจากการถูกกระแทก ทำให้มเลือดออกจากปอด ้ ี ถูกขังอยูภายในช่องเยือหุมปอด กดทับปอดทำให้เล็กลงพืนทีปอดสำหรับ ่ ่ ้ ้ ่ หายใจน้อยลง ทำให้การหายใจลำบาก ช่องท้อง เมื่อมีการกระทบกระแทกที่ช่องท้อง อวัยวะภายใน บอบช้ำ หรือมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเฉพาะนักกีฬาที่มีการกระแทก รุนแรง เช่น มวยสากล มวยไทย หรือรักบี้ บางครังถึงตับแตก ม้ามแตก ้ ทำให้ปวดท้องมาก การตรวจสอบง่ายๆว่ามีเลือดออก ภายในช่อง ท้อง หรือไม่ ทำได้โดยใช้มอคลำทีหน้าท้องไปทัวๆ ถ้าหน้าท้องผูบาดเจ็บ เกร็ง ื ่ ่ ้ ต้ า นอยู ่ ต ลอดเวลาทุ ก ๆตำแหน่ ง ที ่ ค ลำ ให้ ส งสั ย ว่ า มี การตกเลื อ ด ภายในช่องท้อง แต่ถ้าเกร็งต้านเฉพาะที่บาดเจ็บหรือกระทบกระแทก แสดงว่าบอบช้ำบริเวณนัน ยังไม่มการตกเลือด ้ ี เชิงกรานและบันเอว ตำแหน่งดังกล่าวนีเกียวข้องกับ ระบบ ้ ้ ่ ทางเดินปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์ ถ้าปัสสาวะเป็นสีนำล้างเนือ แสดงว่า ้ ้ 10
  14. 14. ⌫ ⌫  เป็นการบาดเจ็บทีมเลือดออกทีไต ซึงอยูดานหลังตอนบนของบันเอว หรือ ่ ี ่ ่ ่ ้ ้ ในปัสสาวะเป็นเลือดหรือมีเลือดออกทางช่องคลอด แสดงว่ามีการบาด เจ็บทีระบบสืบพันธุและกระเพาะปัสสาวะ ่ ์ สำหรับการฟกช้ำทีมอาการหรือสงสัยว่าจะเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน ่ี ก็ตองนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนเช่นกัน ้ 5. บาดเจ็บทีตา มีอาการตาพร่า ตามัวหรือเห็นว่ามีเลือดออกใน ่ ตาดำซึงอันตรายมาก ่ 6. บาดแผลลึกที่มีเลือดออกมากเป็ น บาดแผลที ่ ล ึ ก กว่ า ชั ้ น ผิวหนัง บางครั้งเห็นไขมันปูดออกมา จะมีเลือดออกเพราะหลอดเลือด บริ เ วณชั ้ น ใต้ ผ ิ ว หนั ง ฉี ก ขาด ต้ อ งทำการปฐมพยาบาล ห้ า มเลื อ ด และส่งพบแพทย์ทันที ถ้าช้าไปนอกจากจะเสียเลือดแล้วโอกาสเกิดการ ติดเชื้อมีได้ง่าย 7. สิ่งแปลกปลอมเข้าทางทวารที่เอาออกไม่ได้ ทุกทวารไม่ว่า จะเป็น จมูก หู ช่องปาก ทวารหนักหรือทวารเบา ถ้ามีสงแปลกปลอมเข้า ่ิ ไปติดค้างอยู่แล้ว ไม่สามารถเอาออกได้เองในที่เกิดเหตุ ต้องนำส่ง โรงพยาบาล ใช้เครืองมือช่วยเอาออกโดยด่วน เพราะอาจมีอนตรายต่างๆ ่ ั หรือความพิการตามมาอย่างคาดไม่ถง ึ 8. บาดเจ็บทีไม่ทราบสาเหตุแต่ผปวยมีอาการมาก บางครังอยู่ ่ ู้ ่ ้ เฉยๆก็มีอาการบาดเจ็บที่รุนแรงมากขึ้นถึงแม้จะมีสาเหตุ แต่ เรา ไม่ทราบหรือค้นไม่พบต้องให้แพทย์ตรวจโดยละเอียด อาจใช้ เ ครื ่ อ งมื อ ประกอบการตรวจด้ ว ยเพื ่ อ หาสาเหตุ ท ี ่ แ ท้ จ ริ ง และให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป อย่างไรก็ตามการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายส่วนใหญ่แล้วมัก เกิดกับ ระบบกระดูกและกล้ามเนือ โดยแบ่งกลุมการบาดเจ็บได้ดงต่อไปนี้ ้ ่ ั 1. การบาดเจ็บต่อกล้ามเนือและเอ็น (ฟกช้ำและฉีกขาด) ้ 2. การบาดเจ็บต่อข้อ (หลุดและเคลือน) ่ 3. การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อที่เกิดร่วมกับกระดูกหัก 11
  15. 15.    เมื่อเนื้อเยื่อ (กล้ามเนื้อ เอ็น เนื้อเยื่อรอบๆข้อ) ได้รับบาดเจ็บ เส้นเลือดเล็กๆบริเวณนั้นจะฉีกขาดทำให้มีเลือดออกโดยรอบอย่าง รวดเร็ ว มี ผ ลทำให้ เ กิ ด การบวมและกดเนื ้ อ เยื ่ อ ข้ า งเคี ย ง ทำให้มีอาการปวดและยังทำให้การกลับคืนสภาพเดิมของเนื้อเยื่อช้าลง เพราะฉะนั้นการปฐมพยาบาล จึงมีเป้าหมายเพื่อหยุด และควบคุม การบวมจากหลอดเลือดที่ฉีกขาดดังกล่าว หลักสำคัญในการปฐมพยาบาลเมือได้รบบาดเจ็บ ควรปฏิบตดงนี้ ่ ั ั ิ ั 1.อย่าตืนเต้นหรือตกใจ พยายามตังสติให้มน เพือการตัดสินใจที่ ่ ้ ่ั ่ ถู ก ต้ อ ง แล้ ว จึ ง ทำการพยาบาลตามลำดั บ ความสำคั ญ ก่ อ นหลั ง ด้วยความรวดเร็ว พร้อมทังพูดจาปลอบโยน และให้กำลังใจแก่ผบาดเจ็บ ้ ู้ ไปพร้อมกันด้วย 2.รีบให้การปฐมพยาบาลต่อการบาดเจ็บที่อาจเป็นอันตรายต่อ ชีวิตก่อนอื่นโดยเร็ว เช่น หัวใจหยุดเต้น การหายใจขัด การตกเลือด เป็นต้น 3.ให้ผทได้รบบาดเจ็บนอนราบ และเอียงศรีษะไป ข้างใดข้างหนึง ู้ ่ี ั ่ ยกเว้ น ในกรณี ท ี ่ ม ี ห ลั ก ฐาน หรื อ เกิ ด การบาดเจ็ บ บริ เ วณลำคอ ให้นอนศีรษะตรง โดยมีหมอนหรือวัสดุอนใดทีคล้ายๆ กับประกบศีรษะ ่ื ่ เพือประคองให้ศรษะอยูในท่าตรงตลอดเวลา ่ ี ่ 4.ถ้ามีผบาดเจ็บหลายๆ รายพร้อมกัน ให้พจารณาดูความสำคัญ ู้ ิ ว่ารายใดควรได้รับการปฐมพยาบาลก่อน 5.ทำการปฐมพยาบาลอย่างนุ่มนวลและรวดเร็วด้วยเครื่องมือ เครืองใช้ทสะอาด อย่านำเอาความสกปรกมาเพิม ่ ่ี ่ 6.ปลดเปลื ้ อ งเครื ่ อ งนุ ่ ม ห่ ม ที ่ ท ำให้ ก ารปฐมพยาบาลทำได้ ไม่ ส ะดวกหรื อ อาจรั ด แน่ น เกิ น ไป แล้ ว ใช้ ผ ้ า คลุ ม หรื อ ห่ ม แทนเพื ่ อ ความอบอุน ่ 12
  16. 16. ⌫ ⌫  7.อย่าให้น้ำ อาหารหรือยา แก่ผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการ บาดเจ็บที่ช่องท้อง หรือหมดสติ เพราะอาจจะทำให้อาเจียน สำลัก ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงยิ่งขึ้น 8.ไม่ควรให้ยาแก้ปวดแก่ผทได้รบการกระทบ กระเทือนทีสมอง ู้ ่ี ั ่ เพราะจะทำให้บดบังอาการทางสมอง 9.ก่อนเคลือนย้ายผูปวยต้องให้การปฐมพยาบาลเรียบร้อยก่อน ทุกครัง ่ ้ ่ ้ 10.การเคลือนย้ายผูปวยต้องทำให้ถกต้องตามลักษณะ การบาด ่ ้ ่ ู เจ็บนันๆ เช่น อาจจะใช้การประคอง หาม อุม หรือใช้เปล และควรติดตาม ้ ้ ดูแลในระหว่างทางจนกระทังถึงมือแพทย์ ่ หลักการปฐมพยาบาลบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา เริมจากการตรวจร่างกายเพือประเมินลักษณะ ความรุนแรงของ ่ ่ บาดแผลหรือการบาดเจ็บทีได้รบ รวมทังซักถามอาการจากนักกีฬา เช่น ่ ั ้ มีบวมหรือกดเจ็บ มีอาการปวดขณะเคลื่อนหรือขยับส่วนนั้นๆ หรือไม่ หลังจากได้ข้อมูลการบาดเจ็บแล้ว ให้เริ่มทำการปฐมพยาบาลโดย ปฏิบตตามอักษรภาษาอังกฤษ ในคำว่า “ RICE” โดยที่ R ใช้แทนคำว่า ั ิ Rest I ใช้แทนคำว่า Ice C ใช้แทนคำว่า Compression E ใช้แทนคำว่า Elevation รายละเอียดของการปฏิบตตามแนวทาง RICE มีดงนี้ ั ิ ั 1.การพัก (Rest) การใช้งานส่วนของร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บ ทันทีนั่นคือ ให้หยุดการเล่นกีฬา โดยเฉพาะในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของ การบาดเจ็บ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญ ควรมีการได้พักการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือออกกำลัง กาย ต้องการเวลาพักประมาณ 48 ชัวโมง ก่อนทีจะมีการเริมเคลือนไหว ่ ่ ่ ่ (mobilization)อีกครัง ้ 13
  17. 17.    2.การใช้ความเย็น (Ice) โดยการประคบเย็นซึงมีจดมุงหมาย เพือ ่ ุ ่ ่ ลดการมีเลือดออกบริเวณเนื้อเยื่อ ลดบวมและอาการปวดได้ ระยะเวลา การประคบเย็นต้องกระทำให้เหมาะสมกับบริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บ โดยทั่วไปการประคบเย็นให้ประคบนานครั้งละ 10 ถึง 20 นาที หยุด ประคบ 5 นาที ทำเช่นนีไปเรือยๆ จนกระทังไม่บวมหรือทำวันละ 2 ถึง 3 ้ ่ ่ ครัง วิธทนยมใช้ในการประคบเย็นได้แก่ ้ ี ่ี ิ - การใช้เป็นถุงเย็น (ice pack) ซึงจะคงความเย็นได้ประมาณ 45 ่ – 60 นาที และต้องมีผาห่อไว้ไม่ให้ถงเย็นสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง ้ ุ - การใช้ ถ ุ ง ใส่ น ้ ำ แข็ ง ผ้ า ชุ บ น้ ำ เย็ น ในกรณี ท ี ่ ไ ม่ ม ี ถ ุ ง เย็ น หรือบริเวณของการบาดเจ็บกว้างเกินขนาดของถุงเย็น - การพ่นด้วยสเปรย์เย็น (cooling spray) อาจใช้ลดปวดเฉพาะทีได้ ่ ชั่วคราว สามารถใช้ได้กับบริเวณที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่หนา เช่น คาง สันหมัด ข้อเท้า 3.การพันผ้ายืด (Compression bandage) เพื่อกดไม่ให้มี เลือดออก ในเนือเยือมาก มักใช้รวมกับการประคบเย็น เพือให้ได้ประโยชน์ ้ ่ ่ ่ จากทั้งสองด้านร่วมกัน การพันผ้ายืดควรพันให้กระชับส่วนที่บาดเจ็บ และควรใช้ผาสำลีผนใหญ่รองไว้ให้หนาๆ โดยรอบก่อนพันด้วยผ้ายืดควร ้ ื พันผ้ายืดคลุมเหนือและใต้ตอส่วนทีบาดเจ็บ ่ ่ 4.การยก (Elevation) ส่วนของร่างกายทีได้รบบาดเจ็บให้สงกว่า ่ ั ู ระดับหัวใจ เพื่อให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้สะดวก เช่น การนอนวางขา หรื อ เท้ า บนหมอน ในกรณี ท ี ่ น ั ่ ง ให้ ว างเท้ า บนเก้ า อี ้ เป็ น ต้ น ในกรณีบาดเจ็บรุนแรง ควรยกสูงไว้ประมาณ 24 – 48 ชัวโมง นอกจาก ่ นี ้ ก ารยกส่ ว นของร่ า งกายที ่ ไ ด้ ร ั บ บาดเจ็ บ ให้ ส ู ง ยั ง ช่ ว ยใน การลดการกดของน้ ำ นอกเซลล์ ท ี ่ ห ลั ่ ง ออกมาสู ่ เ นื ้ อ เยื ่ อ บริ เ วณนั ้ น ทำให้ลดการบวมลงได้ 14
  18. 18. ⌫ ⌫  อย่างไรก็ตาม บางหลักปฏิบตอาจเพิมการป้องกันการบาดเจ็บเพิม ั ิ ่ ่ (Protection) ด้วยซึ่งอาจจะพบได้ในบางตำราทำให้หลักการปฏิบัติเพิ่ม จาก“RICE” เป็น “PRICE” เช่น ในกรณีบาดเจ็บรุนแรงที่ สงสัยว่า มีอันตราย ต่อข้อต่อ หรือกระดูกควรดาม(splint)ด้วยอุปกรณ์ที่แข็งและ ขนาด เหมาะสม กับ อวัยวะที่ได้รับการบาดเจ็บซึ่งหา ได้ในบริเวณ ที่เกิดเหตุเพื่อประคองอวัยวะและป้องกัน(Protection)ไม่ให้มีการบาด เจ็บต่อเนื้อเยื่อเพิ่มเติม ข้อควรหลีกเลียง ่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในรูปแบบต่างๆ ในระยะแรก (48 ชัวโมง) ของการบาดเจ็บเพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว มีเลือดออกใน ่ บริเวณนันเพิมขึน นำไปสูการบวมของเนือเยือโดยรอบ และจะมีอาการ ้ ่ ้ ่ ้ ่ ปวดมากขึน การหายจะช้าลง ้ สำหรับการดูแลปฐมพยาบาลการบาดเจ็บในแต่ละส่วน เป็นดังนี้ 1. การปฐมพยาบาลบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ 2. การปฐมพยาบาลบาดเจ็บบริเวณเอ็น 3. การปฐมพยาบาลบาดเจ็บบริเวณข้อต่อ 4. การปฐมพยาบาลบาดเจ็บบริเวณกระดูก 1. การปฐมพยาบาลบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนือ ้ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหว วิ่งหรือออกกำลังกาย คือ กล้าม เนื้อลาย โดยแต่ละใยของกล้ามเนื้อจะรวมกันเป็นมัดกล้ามเนื้อ การ ออกกำลัง กายกล้ามเนือให้แข็งแรงจะทำให้กล้ามเนือนันทนต่อการ ปวด ้ ้ ้ เมือย และอักเสบได้ การเสียงต่อการบาดเจ็บก็มนอย กล้ามเนือมีหน้าที่ ่ ่ ี ้ ้ ยืดและหด ถ้ามีความแข็งแรงยืดหยุ่นดี เมื่อเกิดแรงกระตุก กระชาก ทำให้เกิดการฉีกขาดได้ยาก การบาดเจ็บของกล้ามเนือมีดงนี้ ้ ั 15
  19. 19.    1. ตะคริว (cramp) เกิดจากการหดเกร็งตัวชัวคราวของกล้ามเนือนันๆ ทังมัด ่ ้ ้ ้ ทำให้เห็นเป็นก้อนหรือเป็นลูก จะมีอาการเจ็บปวดมาก และอยู่นอก เหนือการบังคับจากจิตใจ อาจจะเกิดได้บ่อยๆ และซ้ำที่เดิม หรือ เป็นหลายๆ มัดพร้อมกันได้ สาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อ ไม่แข็งแรง หรือไม่ได้รบการฝึกอย่างเพียงพอ เมือวิงหรือใช้งานมาก เกินไป นอกจาก ั ่ ่ นี้การที่ร่างกายขาดเกลือแร่บางชนิด เช่น แคลเซียม ฯลฯ หรือใน สภาพอากาศทีเย็นหรือการรัดผ้ายึดแน่นเกินไป เลือดมาเลียงกล้ามเนือ ่ ้ ้ น้อย จะยิงก่อให้เกิดตะคริวได้งายขึน ่ ่ ้ การปฐมพยาบาล ในขณะที่กำลังเล่นกีฬาแล้วเกิดเป็นตะคริวให้หยุดพักทันที จากนั้นเหยียดและยืดกล้ามเนื้อมัดนี้ให้เต็มที่ประมาณ 5 – 10 นาที เมือคลายการเกร็งตัวแล้วจึงนวดต่อด้วยน้ำมันนวดทีรอนด้วยอุงมือเบาๆ ่ ่้ ้ ห้ามจับบีบหรือขยำ เพราะจะทำให้กล้ามเนือหดเกร็งตัวเกิดตะคริวได้อก ้ ี หลังจากนันต้องบริหารกล้ามเนือมัดนันเป็นพิเศษ เพือให้แข็งแรงอยูเสมอ ้ ้ ้ ่ ่ จะได้ไม่เกิดอาการขึ้นมาอีก โดยทั่วไปแล้วตะคริวมักเกิดกับกล้าม เนือมัดใหญ่ๆ เช่น กล้ามเนือน่อง แต่กสามารถพบได้ในกล้ามเนือมัดเล็กๆ ้ ้ ็ ้ เช่น กล้ามเนือแขน กล้ามเนือระหว่างกระดูกซีโครง (intercostal muscles) ้ ้ ่ หลักการทัวไปในการปฐมพยาบาลตะคริวในกรณีทไม่สามารถยืดกล้ามเนือ ่ ่ี ้ (passive stretching) ได้ให้ผบาดเจ็บพัก และหายใจเข้าออกลึกๆ (deep ู้ breathing) และประคบด้วยความเย็น (ice pack) อาการเจ็บปวดกล้าม เนือจากตะคริวก็จะค่อยทุเลาลง ้ ตัวอย่างเมื่อขณะเล่นกีฬาแล้วเกิดเป็นตะคริวที่น่อง มีอาการปวดที่ น่องมาก คลำดูจะแข็งเป็นลูก ใช้ขาข้างนันต่อไปไม่ได้ การปฐมพยาบาล ้ คือ ให้นักกีฬาผู้นั้นพัก ถอดรองเท้าและถุงเท้าออกให้หมด นั่งหรือ นอนราบ ให้เข่าอยูในท่าเหยียดตรง ค่อยๆ ใช้มอดันปลายเท้าให้กระดก ่ ื ขึนเต็มทีอย่างช้าๆ ทำอยูในท่านีประมาณ 5 – 10 นาที กล้ามเนือน่องจะ ้ ่ ่ ้ ้ 16
  20. 20. ⌫ ⌫  คลายการเกร็งตัว อาการปวดจะลดลง จากนันให้นอนคว่ำ ทาน้ำมันนวดที่ ้ ร้อน และนวดด้วยอุ้งมือเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้มา ทีกล้ามเนือมัดนันมากขึน ่ ้ ้ ้ 2. กล้ามเนือบวม ้ เป็นการบาดเจ็บทีเกิดขึนจากการบวมของกล้ามเนือในช่องว่างทีจำกัด ่ ้ ้ ่ เพราะมีเยือพังผืดทีคอนข้างเหนียวห่อหุมอยูทำให้ปวดมาก ปวดอยูตลอด ่ ่ ่ ้ ่ ่ เวลา กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย ถ้าลองเหยียดกล้ามเนือมัดนัน จะเจ็บปวด ้ ้ อย่าง มาก สาเหตุเกิดจากการที่มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมัดนั้น หรือกลุ่มนั้นน้อย พบในนักวิ่งที่เริ่มต้นฝึกซ้อมหนักเกินไป กล้ามเนื้อ ยังไม่คนเคยและแข็งแรงพอ มักพบในกล้ามเนือทีขา (หน้าแข้งและน่อง) ุ้ ้ ่ ในรายทีมอาการเกิดขึน ถึงแม้เจ็บแล้วก็ยงฝืนวิงต่อ จะเป็นอันตรายมาก ่ ี ้ ั ่ เพราะกล้ามเนื้อที่บวมจะไปกดทับเส้นประสาท หลอดเลือด ทำให้ ไม่ ม ี ป ระสาทสั ่ ง งานและกล้ า มเนื ้ อ ตาย จึ ง เกิ ด เป็ น อั ม พาต หรื อ ถึงกับเสียขาไปเลยก็ได้ การปฐมพยาบาล เมือมีอาการเกิดขึนให้หยุดเล่นกีฬาทันที แล้วประคบด้วยผ้าชุบ ่ ้ น้ำอุน ยกเท้าสูง หลังจากอาการดีขนแล้ว ต้องฝึกโดยบริหารกล้ามเนือ ่ ้ึ ้ กลุ่มนี้ให้แข็งแรง เพื่อให้ทนการบาดเจ็บชนิดนี้ได้ และเป็นการป้องกัน ไม่ให้เกิดอาการนี้อีก ค่อยๆ เพิ่มความหนักของการฝึกทีละน้อยๆ และ สังเกตอาการด้วย ถ้ามีอาการผิดปกติให้หยุดทันที ระหว่างนีกตองบริหาร ้ ็ ้ กล้ า มเนื ้ อ นี ้ ใ ห้ แ ข็ ง แรงควบคู ่ ก ั น ไปด้ ว ย ก็ จ ะสามารถฝึ ก หนั ก เพิ ่ ม ไปได้เรือยๆ ในรายทีมอาการมากดังกล่าวแล้ว เมือพบแพทย์จะต้องรีบ ่ ่ ี ่ ทำการผ่าตัดรักษาทันที โดยเปิดช่องว่างของพังผืดทีหอหุมกล้ามเนือออก ่ ่ ้ ้ เพื่อให้กล้ามเนื้อขยายตัวได้เต็มที่ ไม่ให้กล้ามเนื้อที่บวมอยู่ในเนื้อที่ จำกัดตาย หรือไปกดทับเส้นประสาทและเส้นเลือด ซึงถ้าช้าไปหรือให้การ ่ รักษาไม่ถกต้องจะทำให้สวนปลายของอวัยวะ เช่น ขาเกิดพิการหรือตาย ู ่ หมดโอกาสเล่นกีฬาอีกต่อไป 17
  21. 21.    3. กล้ามเนือชอกช้ำ (contusion) ้ เกิดจากถูกกระแทกที่กล้ามเนื้อด้วยของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อ ชอกช้ำและหลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อฉีกขาด มีเลือดออกคั่งอยู่ใน กล้ามเนือ ถ้าเป็นมากหรือได้รบการรักษาไม่ถกต้อง เลือดทีคงจะไปจับ ้ ั ู ่ ่ั กันเป็นก้อนเดียว เกิดเป็นพังผืดทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มที่ และเกิดการเจ็บปวดได้ การปฐมพยาบาล เมื่อได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อจากการกระทบกระแทก ให้หยุด พักทันที พร้อมกับประคบน้ำแข็งประมาณ 15 – 20 นาที เพือป้องกัน ่ ไม่ให้เลือดออก หรือออกน้อยทีสด จากนันใช้ผายืด หรือผ้าพันทับกล้าม ุ่ ้ ้ เนื้อนั้น เพื่อจะได้มีแรงกดหรือหยุดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดนั้น หลังจากนัน 1- 2 วัน ให้ประคบน้ำร้อนหรือนวดด้วยน้ำมันทีรอนเบาๆ ้ ่้ เพื่อให้เลือดที่ออกอยู่กระจายตัวและถูกดูดซึมกลับไป ในที่สุดจะได้ไม่มี การยึดติดด้วยพังผืดที่ จะทำให้ประสิทธิภาพของกล้ามเนือเสียไป ้ 4. กล้ามเนือฉีกขาด (strain) ้ เกิดจาก 2 สาเหตุ คือ แรงกระทบจากภายนอกและ ตัวกล้ามเนือ ้ เอง ดังนี้ 1.เกิดจากแรงกระทบภายนอก เกิดจากการถูกกระทบด้วย ของแข็งอย่างแรง ทำให้กล้ามเนือฉีกขาดและมีเลือดออกมาก ้ 2.จากตัวกล้ามเนือเอง เมือวิงหลบหลุม หรือเปลียนท่าการเล่น ้ ่ ่ ่ กีฬาทันที ทำให้มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมัดนั้นโดยฉับพลัน เกิด การฉีกขาดขึน ทังนีเพราะกล้ามเนือมัดนันไม่แข็งแรง มีความทนทานน้อย ้ ้ ้ ้ ้ เมื่อเกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อทันที เราสามารถแบ่งระดับ ง่ายๆโดยใช้มือหรือนิ้วคลำดู จะพบร่องบุ๋ม ตรงตำแหน่งที่ฉีกขาด แต่ระยะต่อมาจะบอกได้ยากเพราะจะมี เลือดออกมากลบร่องตรงที่ ฉีกขาดทำให้ตรวจ หรือวินจฉัย แบ่งระดับ ความรุนแรงได้ยาก ิ 18
  22. 22. ⌫ ⌫  การปฐมพยาบาล เมือมีการฉีกขาดของกล้ามเนือเกิดขึน การปฐมพยาบาลทัวไปก็คอ ่ ้ ้ ่ ื หยุดเล่นกีฬาทันที แล้วประคบน้ำแข็ง 15 – 20 นาที พัก 5 นาที สลั บ กั น ไป จนไม่ ม ี ก ารบวมเพิ ่ ม ขึ ้ น พร้ อ มๆกั บ ใช้ ผ ้ า ยื ด รั ด ให้ เกิดแรงกดบริเวณนั้น ต้องระวังไม่ รัดแน่นจนเกินไป และให้ยกส่วน ปลายสูง เพือให้เลือดไหลเวียนกลับสูหวใจได้สะดวก เป็นการลดอาการ ่ ่ ั บวม หลัง จากนัน 1 – 2 วัน ให้ประคบน้ำร้อน เพือให้หลอดเลือดบริเวณ ้ ่ นันขยายตัว จะได้ดดซับเอาเลือดทีออกกลับไป เมือเริมมีกล้ามเนือฉีกขาด ้ ู ่ ่ ่ ้ ควรตรวจดูโดยเร็ว โดยการคลำเพือดูระดับการฉีกขาด ถ้าเป็นการฉีกขาด ่ ระดับที่ 1 เส้นใยกล้ามเนือ (muscle fibers) ฉีกขาดน้อยกว่า 10% บวม ้ เล็กน้อยหรือไม่บวม ปวดไม่มาก วิงหรือเคลือนไหวต่อไปได้ ประมาณ ่ ่ 3 วัน อาการจะหายไป ถ้าเป็นระดับที่ 2 เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาด 1050% บวมมากขึน ปวดมาก เล่นกีฬาต่อไปไม่ได้ พอเดินได้ หลังจากปฐม ้ พยาบาลแล้ว ต้องทำให้กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดนั้นอยู่นิ่ง ๆ เพื่อให้ไม่มี แผลเป็น หรือมีพงผืดจับน้อยทีสด โดยการยึดด้วยปลาสเตอร์(เฝือกอ่อน) ั ุ่ 3 สัปดาห์ก็จะหายเป็นปกติ ถ้ามีการเคลื่อนไหว จะทำให้มีแผลเป็น ใหญ่ แ ละมี พ ั ง ผื ด เกิ ด ขึ ้ น ประสิ ท ธิ ภ าพของกล้ า มเนื ้ อ จะลดลงไป ถ้าตรวจพบโดยใช้นิ้วคลำพบร่องบุ๋มใหญ่ พบว่าเป็นระดับที่ 3 เส้นใย กล้ า มเนื ้ อ มี ก ารฉี ก ขาด 50-100% บวมมาก ปวดมากหรื อ น้ อ ย (ถ้าฉีกขาดสมบูรณ์) เล่นกีฬาหรือเดินต่อไปได้ เพราะกล้ามเนื้อไม่ สามารถทำงานได้ ต้องรีบส่งพบแพทย์ทันที เพราะต้องรักษาโดย การผ่าตัด เย็บต่อกล้ามเนือและเข้าเฝือก การให้ยาพวกต้านการอักเสบ ้ รับประทานจะทำให้หายเร็วขึน ้ 19
  23. 23.    2. การปฐมพยาบาลบาดเจ็บบริเวณเอ็น เอ็นเป็นตัวเชือมระหว่างกล้ามเนือและกระดูก สามารถยืด และ หด ่ ้ ตัวได้ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ประกอบด้วยเอ็นและเยื่อหุ้มเอ็น การบาดเจ็บทีเอ็นนีมกเกิดจากการใช้งานมากเกินไป หรือ เกิดจากการ ่ ้ ั บาดเจ็ บ โดยทางอ้อม ส่ว นการบาดเจ็บโดยตรงจากการถูกกระทบ กระแทกนัน พบได้ไม่บอยนัก (ส่วนใหญ่จะเป็นเอ็นทีอยูในตำแหน่งตืนๆ ้ ่ ่ ่ ้ เช่น ทีขอมือ เป็นต้น) การบาดเจ็บเกียวกับเอ็นมีดงต่อไปนี้ ่ ้ ่ ั 1.ปลอกหุมเอ็นอักเสบ(tenovaginitis) ้ ที่พบได้บ่อยๆ จากการเล่นกีฬา คือบริเวณข้อมือและนิ้วมือ เนื่องจากการใช้งานมากเกินไป เช่น การเหวี่ยง บิด หรือสะบัดบริเวณ ข้อมือ และการบีบกำ หรือเกร็งบริเวณนิ้วมือ ทำให้ปลอกหุ้มเอ็น มีการอักเสบ และหนาตัวขึ้น ทำให้ช ่องที่เอ็น จะลอดผ่านแคบลง เกิ ด การติ ด ขั ด ในการเคลื ่ อ นที ่ ข องเอ็ น เกิ ด การเจ็ บ ปวดเมื ่ อ มี ก าร เคลื่อนไหวมีอาการบวม กดเจ็บ และจะเจ็บมากเมื่อมีการบิดข้อมือ หรือยืดนิ้วออก การปฐมพยาบาล ในรายเฉียบพลันให้การปฐมพยาบาลแบบทัวๆ ไป คือ ใช้นำเย็น ่ ้ ประคบ พักให้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบนาน 3 สัปดาห์ พร้อมๆ กั บ การรั ก ษาทางกายภาพบำบั ด หลั ง จากเวลาผ่ า นไป 2 วั น เช่ น ประคบร้อนหรือคลื่นเหนือเสียง (อัลตราซาวด์) ถ้าไม่หายให้ฉีดยา ต้านการอักเสบสเตียรอยด์เฉพาะที่ในรายที่เป็นเรื้อรังอาจต้องผ่าตัด เปิดปลอกหุมเอ็นออก เพือให้เอ็นเคลือนไหวได้สะดวก การป้องกัน คือ ้ ่ ่ ต้อง หลีกเลียงการเล่นกีฬาทีหนักเกินไปในทันที ต้องค่อยๆเพิมการฝึก ่ ่ ่ ทีละน้อยๆ และบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอ(เอ็นที่อยู่ต่อกับ กล้ามเนือ จะแข็งแรงตามไปด้วย) ้ 20
  24. 24. ⌫ ⌫  2.เยือหุมเอ็นอักเสบ (paratendinitis) ่ ้ จะมีอาการปวดบวม และกดเจ็บรอบๆ เอ็นนันๆ มักพบทีเอ็นร้อย ้ ่ หวาย เอ็นใต้ตาตุมด้านนอก สาเหตุเกิดจากการใช้งานมากเกินไป เช่น ่ วิงมากเกินไปทำให้เกิดการอักเสบขึน การอักเสบอาจเป็นแบบเฉียบพลัน ่ ้ มี ก ารอั ก เสบเกิ ด ขึ ้ น ที ล ะน้ อ ยสะสมไว้ จ นเกิ ด อาการขึ ้ น มาทั น ที หรือเป็นแบบเรือรัง ซึงทังทีมอาการแล้ว แต่กยงใช้งาน หรือเล่นกีฬาต่อไป ้ ่ ้ ่ ี ็ั เรือยๆ หรือเพียงแค่พกชัวคราวแล้วไปเล่นกีฬาอีกทังๆ ทียงไม่หาย พวก ่ ั ่ ้ ่ั นี้มักต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดรักษา การปฐมพยาบาล เหมือนๆกับการปฐมพยาบาลปลอกเอ็นอักเสบ คือ ประคบเย็น พัก และ ให้ยา ในรายทีเป็นการอักเสบครังแรกจริงๆ อาจไม่ตองให้ยา เพียง ่ ้ ้ แต่พักก็สามารถหายได้ แต่ต้องไม่ลืมการบริหารและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และเอ็นนั้นให้แข็งแรงก่อนเสมอเพื่อจะได้ไม่เกิดการบาดเจ็บซ้ำเดิมอีก 3.เอ็นอักเสบ (tendinitis) เป็นการอักเสบของตัวเอ็นเอง มักพบภายในส่วนกลางของเส้นเอ็น เพราะมีเลือดมาเลี้ยงน้อย เกิดจากการเล่นกีฬา หรือซ้อมหนักเกินไป ใช้งานมากเกินไป หรือเกิดจากอุปกรณ์การเล่นไม่ถกต้อง เช่น รองเท้าพืน ู ้ แข็งเกินไป พื้นที่หรือสนามเล่นกีฬาแข็งมาก หรือมีการโหมเล่นกีฬา หนักทันที หรือเพิมความเร็วจากการวิงอย่างกะทันหัน ทีพบได้บอยๆ คือ ่ ่ ่ ่ เอ็นร้อยหวายอักเสบ เอ็นข้อมืออักเสบ จะมีอาการปวด บวม เจ็บ กดเจ็บ และมักมีอาการปวดในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเล่นกีฬาหรือฝึกซ้อม มากเกินไป เมือสายๆ อาการจะน้อยลงไป แต่เมือเริมเล่นกีฬาจะมีอาการ ่ ่ ่ ปวดอีกอาการมักเป็นเรื้อรัง และแสดงอาการมากน้อยต่างกันออกไป นักกีฬาทีมรางกายและสมรรถภาพไม่สมบูรณ์ หรือเล่นกีฬาด้วยเทคนิค ่ ี่ ที ่ ไ ม่ ถ ู ก ต้ อ ง จะเสี ่ ย งต่ อ การเกิ ด การบาดเจ็ บ ในลั ก ษณะนี ้ ไ ด้ ง ่ า ย ทีพบได้บอยๆ คือ เอ็นบริเวณข้อไหล่อกเสบ หรือเอ็นร้อยหวายอักเสบ ่ ่ ั 21
  25. 25.    เช่น นักกีฬาวอลเลย์บอล และนักแบดมินตันทีตองตบลูกหนักหน่วง และ ่ ้ บางครัง ต้องใช้งานถีมาก หรือในนักวิงทีซอมหนักและวิงบนพืนทีแข็ง ้ ่ ่ ่ ้ ่ ้ ่ เป็นต้น การปฐมพยาบาล ในรายที่มีอาการเฉียบพลันให้ใช้หลักการปฐมพยาบาลทั่วไป คือ พักและประคบเย็น มักไม่ค่อยใช้วิธีผ่าตัดรักษา การให้พักและให้ รับประทานยาต้านการอักเสบ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ทำให้อาการ หายเป็นปกติได้ การป้องกันนั้นต้องค่อยๆเพิ่มการเล่นกีฬามากขึ้นทีละ น้ อ ย อย่ า หั ก โหมฝึ ก หรื อ เพิ ่ ม ความเร็ ว ในการเล่ น อย่ า งกะทั น หั น และต้องบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้มีเอ็นที่แข็งแรง ทีสำคัญคือ เทคนิคการเล่นกีฬา และอุปกรณ์กฬาต้องถูกต้อง ่ ี 4. เอ็นฉีกขาด มักพบในนักกีฬาสูงอายุ (มากกว่า 40 ปี) เนืองจากการเล่นกีฬาชนิด ่ ทีจะต้องเปลียนทิศทางและความเร็วทันทีทนใด เช่น วิงหลบหลุมหลบบ่อ ่ ่ ั ่ หรือบิดหมุนตัวทันที เกิดการฉีกขาดของเอ็นเป็นบางส่วน หรือมีการ ฉีกขาดโดยสมบูรณ์ มักพบทีเอ็นร้อยหวายซึงเสือม เนืองจากการใช้งาน ่ ่ ่ ่ มาก หรือพวกทีเคยรักษาโดยการฉีดยา สเตียรอยด์เฉพาะทีเข้าไปในเอ็น ่ ่ (อันตรายมาก) เมื่อมีการฉีกขาดขณะเล่นกีฬาจะมีอาการเจ็บปวดมาก บวม เล่นกีฬาต่อไปไม่ได้ เพราะเดินหรือวิงไม่ได้ ถ้าฉีกขาดมากถึงกับขาด ่ อย่าง สมบูรณ์จะทำให้กระดกข้อเท้าลงไม่ได้ เป็นต้น การปฐมพยาบาล ให้ใช้หลักการปฐมพยาบาลทั่วไปดังได้กล่าวมาแล้ว จากนั้นควร ให้แพทย์ทำการรักษาต่อ ถ้าไม่สามารถหายไปได้เองใน 3 วัน แสดงว่ามี การฉีกขาดเป็นบางส่วน ต้องยึดหรือล็อกให้อยู่นิ่งๆ โดยใช้เฝือกปูน หรือเฝือกอ่อน( พันผ้าปลาสเตอร์ )นาน 3 สัปดาห์ แต่ถามีการฉีกขาดโดย ้ สมบูรณ์ หรือเกือบสมบูรณ์ ( 50 – 100% ) ต้องรักษาโดยการผ่าตัดเย็บ 22

×