SlideShare a Scribd company logo
1 of 266
Download to read offline
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ
หามจําหนาย
หนังสือเรียนเลมนี้ จัดพิมพดวยเงินงบประมาณแผนดินเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน
ลิขสิทธิ์เปนของ สํานักงาน กศน. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม
รายวิชาสังคมศึกษา
(สค31001)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
เอกสารทางวิชาการหมายเลข 33/2554
คํานํา
สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ไดดําเนินการ
จัดทําหนังสือเรียนชุดใหมนี้ขึ้น เพื่อสําหรับใชในการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษา
นอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่มีวัตถุประสงคในการพัฒนา
ผูเรียนใหมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปญญาและศักยภาพในการประกอบอาชีพ การศึกษาตอ
และสามารถดํารงชีวิตอยูในครอบครัว ชุมชน สังคมไดอยางมีความสุขโดยผูเรียนสามารถ
นําหนังสือเรียนไปใชดวยวิธีการศึกษาคนควาดวยตนเอง ปฏิบัติกิจกรรม รวมทั้งแบบฝกหัด
เพื่อทดสอบความรูความเขาใจในสาระเนื้อหา โดยเมื่อศึกษาแลวยังไมเขาใจ สามารถกลับไป
ศึกษาใหมได ผูเรียนอาจจะสามารถเพิ่มพูนความรูหลังจากศึกษาหนังสือเรียนนี้ โดยนําความรู
ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในชั้นเรียน ศึกษาจากภูมิปญญาทองถิ่น จากแหลงเรียนรูและจากสื่อ
อื่นๆ
ในการดําเนินการจัดทําหนังสือเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการ
ศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดรับความรวมมือที่ดีจากผูทรงคุณวุฒิและผูเกี่ยวของ
หลายทานที่คนควาและเรียบเรียงเนื้อหาสาระจากสื่อตางๆ เพื่อใหไดสื่อที่สอดคลองกับ
หลักสูตรและเปนประโยชนตอผูเรียนที่อยูนอกระบบอยางแทจริง สํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษาคณะผูเรียบเรียง ตลอดจน
คณะผูจัดทําทุกทานที่ไดใหความรวมมือดวยดี ไว ณ โอกาสนี้
สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหวังวาหนังสือเรียน
ชุดนี้จะเปนประโยชนในการจัดการเรียนการสอนตามสมควร หากมีขอเสนอแนะประการใด
สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขอนอมรับไวดวยความ
ขอบคุณยิ่ง
สํานักงาน กศน.
หนา
คํานํา
สารบัญ
คําแนะนําในการใชหนังสือเรียน
โครงสรางรายวิชาสังคมศึกษา (สค31001)
บทที่ 1 ภูมิศาสตรกายภาพ...........................................................................1
เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตรกายภาพ ...........................................................2
เรื่องที่ 2 ลักษณะการเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติที่สําคัญ
และการปองกันอันตราย...........................................................35
เรื่องที่ 3 วิธีใชเครื่องมือทางภูมิศาสตร....................................................46
เรื่องที่ 4 ปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
ผลการจัดลําดับความสําคัญของปญหาทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอม.......................................................................55
เรื่องที่ 5 แนวทางปองกันแกไขปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอม โดยประชาชน ชุมชน องคกร ภาครัฐ
ภาคเอกชน.............................................................................77
บทที่ 2 ประวัติศาสตร................................................................................81
เรื่องที่ 1 การแบงชวงเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร..........................82
เรื่องที่ 2 แหลงอารยธรรมของโลก..........................................................87
เรื่องที่ 3 ประวัติศาสตรชาติไทย.............................................................94
เรื่องที่ 4 บุคคลสําคัญของไทยและของโลกในดานประวัติศาสตร............111
เรื่องที่ 5 เหตุการณสําคัญของโลกที่มีผลตอปจจุบัน..............................131
บทที่ 3 เศรษฐศาสตร...............................................................................136
เรื่องที่ 1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร.....................................137
เรื่องที่ 2 ระบบเศรษฐกิจ......................................................................143
เรื่องที่ 3 กระบวนการทางเศรษฐกิจ......................................................154
เรื่องที่ 4 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ..................................173
เรื่องที่ 5 สถาบันการเงินและการเงินการคลัง.........................................185
เรื่องที่ 6 ความสัมพันธและผลกระทบเศรษฐกิจระหวางประเทศ
กับภูมิภาคตางๆ ของโลก......................................................203
เรื่องที่ 7 การรวมกลุมทางเศรษฐกิจ .....................................................210
สารบัญ
บทที่ 4 การเมืองการปกครอง ...................................................................217
เรื่องที่ 1 การปกครองระบอบประชาธิปไตย..........................................218
เรื่องที่ 2 การปกครองระบบเผด็จการ...................................................223
เรื่องที่ 3 พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย
ของประเทศตางๆ ในโลก......................................................228
เรื่องที่ 4 เหตุการณสําคัญทางการเมืองการปกครองของประเทศไทย......235
เรื่องที่ 5 เหตุการณสําคัญทางการเมืองการปกครองของโลก
ที่สงผลกระทบตอประเทศไทย................................................241
เรื่องที่ 6 หลักธรรมมาภิบาล.................................................................246
แนวเฉลยกิจกรรม ............................................................................................252
บรรณานุกรม ............................................................................................256
คณะผูจัดทํา ............................................................................................257
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชาสังคมศึกษา รหัส สค31001 ระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย เปนหนังสือเรียนที่จัดทําขึ้น สําหรับผูเรียนที่เปนนักศึกษาการศึกษา
นอกระบบ
ในการศึกษาหนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชาสังคมศึกษา ผูเรียนควร
ปฏิบัติดังนี้
1. ศึกษาโครงสรางรายวิชาใหเขาใจในหัวขอสาระสําคัญ ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
และขอบขายเนื้อหา
2. ศึกษารายละเอียดเนื้อหาของแตละบทอยางละเอียดและทํากิจกรรมตามที่กําหนด
แลวตรวจสอบกับแนวเฉลยกิจกรรมที่กําหนด ถาผูเรียนตอบผิดควรกลับไปศึกษาและ
ทําความเขาใจในเนื้อหานั้นใหม ใหเขาใจกอนที่จะศึกษาเรื่องตอไป
3. ปฏิบัติกิจกรรมทายบทของแตละบท เพื่อเปนการสรุปความรู ความเขาใจของ
เนื้อหาในเรื่องนั้นๆ อีกครั้ง
4. หนังสือเรียนเลมนี้มี 4 บท คือ
บทที่ 1 ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่ 2 ประวัติศาสตร
บทที่ 3 เศรษฐศาสตร
บทที่ 4 การเมืองการปกครอง
คําแนะนําในการใชหนังสือเรียน
สาระสําคัญ
ประชาชนทุกคนมีหนาที่สําคัญในฐานะพลเมืองดีของชาติ การเคารพและปฏิบัติ
ตามกฎหมายภายใตการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย มีความรูในเรื่องลักษณะ
ทางกายภาพ การปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับสิ่งแวดลอมและสามารถบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติใหเอื้อประโยชนตอคนในชาติ การศึกษาความเปนมาและประวัติศาสตร
ของชนชาติไทยทําใหเกิดความรูความเขาใจและภาคภูมิใจในความเปนไทย
ผลการเรียนรูที่คาดหวัง
1. อธิบายขอมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร ประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร การเมือง
การปกครองที่เกี่ยวของกับประเทศตางๆ ในโลก
2. วิเคราะห เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตร ประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร
การเมืองการปกครองของประเทศตางๆ ในโลก
3. ตระหนักและคาดคะเนสถานการณระหวางประเทศทางดานภูมิศาสตรประวัติศาสตร
เศรษฐศาสตร การเมือง การปกครองที่มีผลกระทบตอประเทศไทยและโลกในอนาคต
4. เสนอแนะแนวทางในการแกปญหา การปองกันและการพัฒนาทางดานการเมือง
การปกครอง เศรษฐกิจและสังคมตามสภาพปญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความมั่นคงของชาติ
สาระการเรียนรู
บทที่ 1 ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่ 2 ประวัติศาสตร
บทที่ 3 เศรษฐศาสตร
บทที่ 4 การเมืองการปกครอง
โครงสรางรายวิชาสังคมศึกษา (สค31001)
1รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>>
สาระสําคัญ
ลักษณะทางกายภาพและสรรพสิ่งในโลก มีความสัมพันธซึ่งกันและกัน และมี
ผลกระทบตอระบบนิเวศธรรมชาติ การนําแผนที่และเครื่องมือภูมิศาสตรมาใชในการคนหา
ขอมูลจะชวยใหมีขอมูลที่ชัดเจนและนําไปสูการใชการจัดการไดอยางมีประสิทธิภาพ การ
ปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับสภาพแวดลอมทางกายภาพ ทําใหเกิดสรางสรรควัฒนธรรม
และจิตสํานึกรวมกันในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ตัวชี้วัด
1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับสภาพทางภูมิศาสตรกายภาพของประเทศไทยกับ
ทวีปตางๆ
2. เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตรกายภาพของประเทศไทยกับทวีปตางๆ
3. มีความรูความเขาใจในปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลก
4. มีทักษะการใชเครื่องมือทางภูมิศาสตรที่สําคัญๆ
5. รูวิธีปองกันตนเองใหปลอดภัยเมื่อเกิดภัยจากปรากฏการณธรรมชาติ
6. สามารถวิเคราะหแนวโนมและวิกฤตสิ่งแวดลอมที่เกิดจากการกระทําของมนุษย
7. มีความรูความเขาใจในการใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีดานสิ่งแวดลอมเพื่อพัฒนา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่ยั่งยืน
ขอบขายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตรกายภาพ
เรื่องที่ 2 ลักษณะการเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติ และการปองกันอันตราย
เรื่องที่ 3 วิธีใชเครื่องมือทางภูมิศาสตร
เรื่องที่ 4 ปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
การจัดลําดับความสําคัญของปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
เรื่องที่ 5 แนวทางปองกันแกไขปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
โดยประชาชน ชุมชน องคกร ภาครัฐ ภาคเอกชน
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม2
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตรกายภาพ
ภูมิศาสตรกายภาพประเทศไทย
ทําเลที่ตั้ง
ประเทศไทยตั้งอยูในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ซึ่งประกอบดวยสวนที่เปน
แผนดินใหญหรือเรียกวาคาบสมุทรอินโดจีนหรือแหลมทอง และสวนที่เปนหมูเกาะใหญ
นอยหลายพันเกาะ ตั้งอยูในแหลมทองระหวางละติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือกับ 20 องศา
22 ลิปดาเหนือ และลองจิจูด 97 องศา 22 ลิปดาตะวันออก กับ 105 องศา 37 ลิปดา
ตะวันออก
ขนาด
ประเทศไทยมีเนื้อที่513,115ตารางกิโลเมตรถาเปรียบเทียบขนาดของประเทศไทย
กับประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใตดัวยกันแลว จะมีพื้นที่ขนาดใหญเปนอันดับ
ที่สาม รองจากอินโดนีเซียและพมา ความยาวของประเทศวัดจาก เหนือสุด ที่อําเภอแมสาย
จังหวัดเชียงรายไปจดใตสุดที่อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณ 1,260 กิโลเมตร สวนความ
กวางมากที่สุด วัดจากดานพระเจดียสามองคอําเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีไปจดตะวัน
ออกสุด ที่อําเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ยาวประมาณ 780 กิโลเมตร สําหรับสวนที่
แคบที่สุดของประเทศไทยอยูในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ วัดจากพรมแดนพมาถึงฝงทะเล
อาวไทยเปนระยะทางประมาณ 10.5 กิโลเมตร
อาณาเขตติดตอ
ประเทศไทยมีอาณาเขตติดตอกับประเทศเพื่อนบานโดยรอบ 4 ประเทศคือ พมา
ลาว กัมพูชา และมาเลเซียรวมความยาวของพรมแดนทางบก ประมาณ 5,300 กิโลเมตร
และมีอาณาเขตติดตอกับชายฝงทะเลยาว 2,705 กิโลเมตร คือ แนวฝงทะเลดานอาวไทย
ยาว 1,840 กิโลเมตร และแนวชายฝงดานทะเลอันดามันยาว 865 กิโลเมตรดังนี้
แผนที่แสดงอาณาเขตประเทศไทย
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 3
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
1. เขตแดนที่ติดตอกับพมา เริ่มตนที่อําเภอแมสายจังหวัดเชียงรายไปทางตะวันตก
ผานที่จังหวัดแมฮองสอน ไปสิ้นสุดที่จังหวัดระนอง จังหวัดชายแดนดานนี้มี 10 จังหวัดคือ
เชียงราย เชียงใหม แมฮองสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ ชุมพร
และ ระนอง มีทิวเขา 3 แนว เปนเสนกั้นพรมแดน ไดแก ทิวเขาแดนลาว ทิวเขาถนนธงชัย
และทิวเขาตะนาวศรี นอกจากนั้นยังมีแมน้ําสายสั้นๆ เปนแนวกั้นพรมแดนอยูอีกคือแมน้ํา
เมย จังหวัดตากและแมน้ํากระบุรี จังหวัดระนอง
2. เขตแดนที่ติดตอกับลาว เขตแดนดานนี้ เริ่มตนที่ในอําเภอเชียงแสน ไปทางตะวัน
ออกผานที่อําเภอเชียงของจังหวัดเชียงรายเขาสูจังหวัดพะเยาไปสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี
ดินแดนที่ติดตอกับลาวมี 11 จังหวัดคือ เชียงราย พะเยา นาน อุตรดิตถ พิษณุโลก เลย
หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ และอุบลราชธานี มีแมน้ําโขงเปนเสนกั้น
พรมแดนทางน้ําที่สําคัญ สวนพรมแดนทางบกมีทิวเขาหลวงพระบางกั้นทางตอนบนและทิว
เขาพนมดงรักบางสวนกั้นเขตแดนตอนลาง เขตแดนที่ติดตอกับกัมพูชา เริ่มตนที่พื้นที่บาง
สวนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง
3. จากอําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานี มาทางทิศตะวันตก แลววกลงใตที่จังหวัด
บุรีรัมย ไปสิ้นสุดที่จังหวัดตราด จังหวัดชายแดนที่ติดตอกับกัมพูชา มี 7 จังหวัด คือ
อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร บุรีรัมย สระแกว จันทบุรี และ ตราด มีทิวเขาพนม
ดงรักและทิวเขาบรรทัดเปนเสนกั้นพรมแดน
4. เขตแดนที่ติดตอกับมาเลเซีย ไดแก เขตแดนทางใตสุดของประเทศ ในพื้นที่ 4
จังหวัด คือ สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส มีแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี และแมน้ําโก-ลก
จังหวัดนราธิวาสเปนเสนกั้นพรมแดน
ภาคเหนือ
ภาคเหนือประกอบดวยพื้นที่ของ 9 จังหวัด ไดแก 1. เชียงราย 2. แมฮองสอน 3.
พะเยา 4. เชียงใหม 5. นาน 6. ลําพูน 7. ลําปาง 8. แพร 9. อุตรดิตถ
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป เปนเทือกเขาสูงทอดยาวขนานกันในแนวเหนือ-ใต และ
ระหวางเทือกเขาเหลานี้มีที่ราบและมี
หุบเขาสลับอยูทั่วไปเทือกเขาที่สําคัญ
คือ เทือกเขาหลวงพระบาง เทือกเขา
แดนลาว เทือกเขาถนนธงชัย เทือก
เขาผีปนน้ํา เทือกเขาขุนตาลและ
เทือกเขาเพชรบูรณ ยอดเขาที่สูงที่สุด
ในภาคนี้ ไดแก ยอดอินทนนท อยูใน
จังหวัดเชียงใหม มีความสูงประมาณ
2,595 เมตร เทือกเขาในภาคเหนือ
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม4
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
เปนแหลงกําเนิดของแมน้ําสายยาว 4 สาย ไดแก แมน้ําปง วัง ยม และนาน แมน้ําดังกลาว
นี้ไหลผานเขตที่ราบหุบเขา พื้นที่ทั้งสองฝงลําน้ําจึงมีดินอุดมสมบูรณเหมาะแกการเพาะปลูก
ทําใหมีผูคนอพยพไปตั้งหลักแหลงในบริเวณดังกลาวหนาแนนนอกจากนี้ภาคเหนือยังมีแมน้ํา
สายสั้นๆ อีกหลายสาย ไดแกแมน้ํากก และแมน้ําอิง ไหลลงสู แมน้ําโขง สวนแมน้ําปาย
แมน้ําเมย และแมน้ํายม ไหลลงสูแมน้ําสาละวิน
ภาคกลาง
ภาคกลางประกอบดวยพื้นที่ของ 22 จังหวัด ไดแก 1.สุโขทัย 2.พิษณุโลก
3.กําแพงเพชร 4.พิจิตร 5.เพชรบูรณ(ภาคกลางตอนบน) 6.นครสวรรค 7.อุทัยธานี
8.ชัยนาท 9.ลพบุรี 10.สิงหบุรี 11.อางทอง 12.สระบุรี 13.สุพรรณบุรี
14.พระนครศรีอยุธยา 15.นครนายก 16.ปทุมธานี 17.นนทบุรี 18.นครปฐม
19. กรุงเทพมหานคร 20. สมุทรปราการ 21. สมุทรสาคร 22. สมุทรสงคราม
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป เปนที่ราบดินตะกอนที่ลําน้ําพัดมาทับถม ในบริเวณ
ที่ราบนี้มีภูเขาโดดๆ ซึ่งสวนใหญเปนภูเขาหินปูนกระจาย อยูทั่วไป ภูมิประเทศตอนบนของ
ภาคกลางเปนที่ราบลูกฟูก คือเปนที่สูงๆต่ําๆ และมีภูเขาที่มีแนวตอเนื่องจากภาคเหนือ เขา
มาถึงพื้นที่บางสวนของจังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ สวนพื้นที่ตอนลางของภาคกลาง
นั้นเปนดินดอนสามเหลี่ยมปากแมน้ํา เจาพระยา ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของแมน้ําปง วัง ยม
นาน นอกจากแมน้ําเจาพระยา แลวตอนลางของภาคกลางยังมีแมน้ําไหลผานอีกหลายสาย
ไดแก แมน้ําแมกลอง แมน้ําทาจีน แมน้ําปาสัก และแมน้ํานครนายก เขตนี้เปนที่ราบกวาง
ขวางซึ่งเกิดจากดินตะกอน หรือดินเหนียวที่แมน้ําพัดพามาทับถมเปนเวลานาน จึงเปนพื้นที่
ที่อุดมสมบูรณเหมาะแกการเพาะปลูกมาก และเปนเขตที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย
ฉะนั้นภาคกลางจึงไดชื่อวาเปนอูขาว อูน้ําของไทย
แมน้ําเจาพระยา
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 5
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบดวยพื้นที่ของ 19 จังหวัด ไดแก 1.เลย
2.หนองคาย 3.อุดรธานี 4.สกลนคร 5.นครพนม 6.ขอนแกน 7.กาฬสินธุ 8.มุกดาหาร
9.ชัยภูมิ 10.มหาสารคาม 11.รอยเอ็ด 12.ยโสธร 13.นครราชสีมา 14.บุรีรัมย 15. สุรินทร
16.ศรีสะเกษ 17.อุบลราชธานี 18.อํานาจเจริญ 19.หนองบัวลําภู
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป มีลักษณะเปนแองคลายจาน ลาดเอียงไปทางตะวันออก
เฉียงใตมีขอบเปนภูเขาสูงทางตะวันตกและทางใตขอบทางตะวันตก ไดแก เทือกเขา
เพชรบูรณ และเทือกเขาดงพญาเย็น สวนทางใต ไดแก เทือกเขาสันกําแพง และเทือกเขาพนม
ดงรัก พื้นที่ดานตะวันตกเปนที่ราบสูง เรียกวา ที่ราบสูงโคราช ภูเขาบริเวณนี้เปนภูเขา
หินทราย ที่รูจักกันดีเพราะเปนแหลงทองเที่ยว คือ ภูกระดึง ภูหลวง ในจังหวัดเลย แมน้ําที่
สําคัญของภาคนี้ไดแก แมน้ําชี และแมน้ํามูล ซึ่งมีแหลงกําเนิดจากเทือกเขาทางทิศตะวัน
ตก และทางใตแลวไหลลงสูแมน้ําโขง ทําใหสองฝงแมน้ําเกิดเปนที่ราบน้ําทวมถึงเปนตอนๆ
พื้นที่ราบในภาคะวันออกเฉียงเหนือมักมีทะเลสาบรูปแอง เปนจํานวนมาก แตทะเลสาบเหลา
นี้จะมีน้ําเฉพาะฤดูฝนเทานั้นเมื่อถึงฤดูรอนน้ําก็จะเหือดแหงไปหมด เพราะดินสวนใหญเปน
ดินทรายไมอุมน้ํา น้ําจึงซึม ผานได
เร็ว ภาคนี้จึงมีปญหาเรื่องการ
ขาดแคลนน้ํา และดินขาดความ
อุดมสมบูรณ ทําใหพื้นที่บางแหงไม
สามารถใชประโยชนในการเกษตร
ไดอยางเต็มที่ เชน ทุงกุลารองไห
ซึ่งมีเนื้อที่ถึงประมาณ 2 ลานไร
ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ไดแก
รอยเอ็ด สุรินทร มหาสารคาม
ยโสธร และศรีสะเกษ ซึ่งปจจุบันรัฐบาลไดพยายามปรับปรุงพื้นที่ใหดีขึ้น โดยใชระบบ
ชลประทานสมัยใหม ทําใหสามารถเพาะปลูกไดจนกลายเปนแหลงเพาะปลูกขาวหอมมะลิที่
ดีที่สุดแหงหนึ่งของประเทศไทย แตก็ปลูกไดเฉพาะหนาฝนเทานั้น หนาแลงสามารถทําการ
เพาะปลูกไดเฉพาะบางสวนเทานั้น ยังไมครอบคลุมบริเวณทั้งหมด
ภาคตะวันตก
ภาคตะวันตก ประกอบดวยพื้นที่ของ 5 จังหวัด ไดแก 1.ตาก 2.กาญจนบุรี
3.ราชบุรี 4.เพชรบุรี 5.ประจวบคีรีขันธ
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป สวนใหญเปนเทือกเขาสูง ไดแก เทือกเขาถนนธงชัย
และเทือกเขาตะนาวศรีเปนแนวภูเขาที่ซับซอนมีที่ราบแคบๆ ในเขตหุบเขาเปนแหงๆ และ
มีที่ราบเชิงเขาตอเนื่องกับที่ราบภาคกลางเทือกเขาเหลานี้เปนแหลงกําเนิดของ แมน้ําแควนอย
(แมน้ําไทรโยค) และแมน้ําแควใหญ (ศรีสวัสดิ์) ซึ่งไหลมาบรรจบกัน เปนแมน้ําแมกลอง
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม6
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1 ระหวางแนวเขามีชองทางติดตอกับพมาได ที่สําคัญคือ ดานแมละเมาในจังหวัดตาก และ
ดานพระเจดียสามองค ในจังหวัดกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออก ประกอบดวยพื้นที่ของ 7 จังหวัดไดแก 1.ปราจีนบุรี 2.ฉะเชิงเทรา
3.ชลบุรี 4.ระยอง 5.จันทบุรี 6.ตราด 7.สระแกว
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป คือเปนที่ราบใหญอยูทางตอนเหนือของภาค มีเทือกเขา
จันทบุรีอยูทางตอนกลางของภาคมีเทือกเขาบรรทัดอยูทางตะวันออกเปนพรมแดนธรรมชาติ
ระหวางประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และมีที่ราบชายฝงทะเลซึ่งอยูระหวางเทือกเขา
จันทบุรีกับอาวไทย ถึงแมจะเปนที่ราบแคบๆ แตก็เปนพื้นดินที่อุดมสมบูรณเหมาะสําหรับ
การปลูกไมผล ในภาคนี้มีจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแกวเปนจังหวัดที่ไมมีอาณาเขต
จดทะเล นอกนั้นทุกจังหวัดลวนมีทางออกทะเลทั้งสิ้น ชายฝงทะเลของภาคเริ่มจากแมน้ํา
บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราไปถึงแหลมสารพัดพิษ จังหวัดตราด ยาวประมาณ 505 กิโลเมตร
เขตพื้นที่ชายฝงของภาคมีแหลมและอาวอยูเปนจํานวนมากและมีเกาะใหญนอยเรียงรายอยู
ไมหางจากฝงนัก เชน เกาะชาง เกาะกูด เกาะสีชัง เกาะลาน เปนตน
อาวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ
เกาะสีชัง
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 7
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
ภาคใต
ภาคใตประกอบดวยพื้นที่ของ 14 จังหวัดไดแก 1.ชุมพร 2.สุราษฎรธานี
3.นครศรีธรรมราช 4.พัทลุง 5.สงขลา 6.ปตตานี 7.ยะลา 8.นราธิวาส 9.ระนอง 10.พังงา
11.กระบี่ 12.ภูเก็ต 13.ตรัง 14.สตูล
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป เปนคาบสมุทรยื่นไปในทะเล ทางตะวันตกของ
คาบสมุทรมีเทือกเขาภูเก็ตทอดตัวเลียบชายฝงไปจนถึงเกาะภูเก็ต ตอนกลางของภาคมีเทือก
เขานครศรีธรรมราช สวนทางตอนใตสุดของภาคใตมีเทือกเขาสันกาลาคีรี วางตัวในแนว
ตะวันออก-ตะวันตก และเปนพรมแดนธรรมชาติกั้นระหวางไทยกับมาเลเซียดวยพื้นที่ทาง
ชายฝงตะวันออกมีที่ราบมากกวาชายฝงตะวันตกไดแกที่ราบในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา ปตตานี และนราธิวาส ชายฝงทะเลดานตะวันออกของภาคใตมีชายหาดเหมาะ
สําหรับเปนที่ตากอากาศหลายแหง เชน หาดสมิหลา จังหวัดสงขลาและหาดนราทัศน จังหวัด
นราธิวาส เปนตน เกาะที่สําคัญทางดานนี้ ไดแก เกาะสมุยและเกาะพงัน สวนชายฝงทะเล
ดานมหาสมุทรอินเดีย มีเกาะที่สําคัญคือ เกาะภูเก็ต เกาะตรุเตา เกาะยาวและเกาะลันตา
นอกจากนี้ ในเขตจังหวัดสงขลาและพัทลุงยังมีทะเลสาบเปด (lagoon) ที่ใหญที่สุดแหงหนึ่ง
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต คือ ทะเลสาบสงขลา มีความยาวจากเหนือจดใตประมาณ 80
กิโลเมตร สวนที่กวางที่สุด ประมาณ 20 กิโลเมตร คิดเปนเนื้อที่ประมาณ 974 ตาราง
กิโลเมตร สวนเหนือสุดของทะเลสาบเปนแหลงน้ําจืดเรียกวา ทะเลนอย แตทางสวนลางน้ํา
ของทะเลสาบจะเค็ม เพราะมีนานน้ําติดกับอาวไทย น้ําทะเลจึงไหลเขามาได ในทะเลสาบ
สงขลามีเกาะอยูหลายเกาะ บางเกาะเปนที่ทํารังของนกนางแอน บางเกาะเปนที่อยูของเตา
ทะเล นอกจากนี้ในทะเลสาบยังมี ปลา และกุงชุกชุมอีกดวย สวนชายฝงทะเลดานตะวัน
ตกของภาคใตมีลักษณะเวาแหวงมากกวาดานตะวันออก ทําใหมีทิวทัศนที่สวยงามหลาย
แหง เชน หาดนพรัตนธารา จังหวัดกระบี่ หมูเกาะซิมิลัน จังหวัดพังงา ชายฝงตะวันตกของ
ภาคใตจึงเปนสถานที่ทองเที่ยวที่สําคัญแหงหนึ่งของประเทศ แมน้ําในภาคใต สวนใหญเปน
แมน้ําสายสั้นๆ ไหลจากเทือกเขาลงสูทะเล ที่สําคัญไดแก แมน้ําโก-ลกซึ่งกั้นพรมแดนไทย
กับมาเลเซียในจังหวัดนราธิวาสแมน้ํากระบุรีซึ่งกั้นพรมแดนไทยกับพมาในเขตจังหวัดระนอง
แมน้ําตาปในจังหวัดสุราษฏรธานี และแมน้ําปตตานีในจังหวัดยะลาและปตตานี
ทวีปเอเชีย
1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ
ทวีปเอเชียเปนทวีปที่มีขนาดใหญที่สุดมีพื้นที่ประมาณ 44 ลานตารางกิโลเมตร เปน
ทวีปที่มีพื้นที่กวางที่สุดในโลกตั้งอยูทางทิศตะวันออกของโลก ทวีปเอเชียตั้งอยูระหวาง
ละติจูด 1 องศา 15 ลิปดาเหนือถึง 77 องศา 41 ลิปดาเหนือและลองติจูด 24 องศา 4
ลิปดา ตะวันออกถึง 169 องศา 40 ลิปดาตะวันตก
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม8
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
อาณาเขตติดตอ
ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอารกติก
ทิศใต ติดกับมหาสมุทรอินเดีย
ทิศตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแปซิฟก
ทิศตะวันตก ติดกับเทือกเขาอูราล ทวีปยุโรป
2. ลักษณะภูมิประเทศของทวีปเอเชีย
ทวีปเอเชียมีลักษณะเดนคือ มีภูมิประเทศที่เปนภูเขาสูงอยูเกือบใจกลางทวีป ภูเขา
ดังกลาวทําหนาที่เหมือนหลังคาโลกเพราะเปนจุดรวมของเทือกเขาสําคัญๆ ในทวีปเอเชีย
จุดรวมสําคัญไดแกปามีรนอตยูนนานนอตและอามีเนียนนอตเทือกเขาสูงๆของทวีปเอเชีย
วางแนวแยกยายไปทุกทิศทุกทางจากหลังคาโลกเชน เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาคุนลุน
เทือกเขาเทียนชานเทือกเขาอัลตินตักเทือกเขาฮินดูกูซเทือกเขาสุไลมานยอดเขาเอเวอรเรสต
มีระดับสูง 8,850 เมตร (29,028 ฟุต) เปนยอดเขาสูงที่สุดในโลกตั้งอยูบนเทือกเขาหิมาลัย
ระหวางเทือกเขาเหลานี้มีพื้นที่คอนขางราบแทรกสลับอยู ทําใหเกิดเปนแองแผนดินที่อยูใน
ที่สูง เชน ที่ราบสูงทิเบต ที่ราบสูงตากลามากัน ที่ราบสูงมองโกเลีย ที่ราบสูงยูนาน ลักษณะ
ภูมิประเทศดังกลาวขางตนทําใหบริเวณใจกลางทวีปเอเชียกลายเปนแหลงตนกําเนิดของ
แมน้ําสายสําคัญ ที่มีรูปแบบการไหลออกไปทุกทิศโดยรอบหลังคาโลก เชน ไหลไปทางเหนือ
มีแมน้ํา อ็อบ เยนิเซ ลีนา ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีแมน้ําอามูร ทางตะวันออกมีแมน้ํา
ฮวงโห (หวงเหอ แยงซีเกียง (ฉางเจียง) ซีเกียง (ซีเจียง) ทางตะวันออกเฉียงใตมีแมน้ําแดง
โขง เจาพระยา สาละวิน อิระวดี ทางใตมีแมน้ําพรหมบุตร คงคา สินธุ ทางตะวันตกมีแมน้ํา
อามู ดารยา จากที่สูงอามีเนียนนอต มีแมน้ําไทกรีส ยูเฟรตีส บทบาทของลุมน้ําเหลานี้ คือ
พัดพาเอาตะกอนมาทับถมที่ราบอันกวางใหญไพศาล กลายเปนแหลงเกษตรกรรมและที่อยู
อาศัยสําคัญๆ ของชาวเอเชีย โดยเฉพาะที่ราบดินดอนสามเหลี่ยมปากแมน้ํา จึงกลายเปน
แหลงที่มีประชากรอาศัยอยูหนาแนนที่สุด
3. ลักษณะภูมิอากาศของทวีปเอเชีย
ทวีปเอเชียโดยสวนรวมประมาณครึ่งทวีปอยูภายใตอิทธิพลของลมมรสุมตั้งแต
ปากีสถานถึงคาบสมุทรเกาหลี เปนผล
ทําใหมีฝนตกชุกในฤดูมรสุมตะวันตก
เฉียงใตและมีอากาศหนาวในฤดูมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือในเขตละติจูด
กลางหรือเขตอบอุน แถบจีนและญี่ปุน
จะไดรับอิทธิพลจากแนวปะทะอากาศ
บอยครั้ง ทางชายฝงตะวันออกของ
ทวีปตั้งแตญี่ปุน อินโดนีเซีย จะไดรับ
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 9
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
อิทธิพลของลมไตฝุน และดีเปรสชั่นทําใหดินแดนชายฝงตะวันออกของหมูเกาะไดรับความ
เสียหายจากลมและฝนเสมอ ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใตและเอเชียใต ซึ่งอยูใกลศูนยสูตร
จะมีปรากฏการณของหยอมความกดอากาศต่ําทําใหมีอากาศลอยตัว กอเปนพายุฟาคะนอง
เกิดขึ้นเปนประจําในเวลาบายๆ หรือใกลค่ํา แถบที่อยูลึกเขาไปในทวีปหางไกลจากทะเลจะ
มีภูมิอากาศแหงแลงเปนทะเลทราย
4. สภาพทางสังคม วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา
เชื้อชาติเผาพันธุ ประชากร 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด เปนพวกมองโกลอยด
มีพวกคอเคซอยดอยูบาง เชน ชาวรัสเซียอพยพมาจากยุโรปตะวันออก ประชากรของเอเชีย
มีความหลากหลาย ดานประกอบอาชีพ เศรษฐกิจของประเทศในเอเชียขึ้นอยูกับภาค
เกษตรกรรม ประชากรสวนใหญ ประกอบอาชีพดานการเกษตร คือ การเพาะปลูก ขาว
ขาวโพด และมีการเลี้ยงสัตว ทั้งเลี้ยงไวเปนอาหาร และทํางาน นอกจากนี้ยังมีการคาขาย
การประมง การทําเหมืองแร
ลักษณะทางเศรษฐกิจ
1. การเพาะปลูกทําในที่ราบลุมของแมน้ําตางๆ ไดแก ขาว ยางพารา ปาลม ปอ
ฝาย ชา กาแฟ ขาวโพด
2. การเลี้ยงสัตว ในเขตอากาศแหงแลงจะเลี้ยงแบบเรรอนซึ่งเลี้ยงไวใชเนื้อและนม
เปนอาหารไดแก อูฐ แพะ แกะ โค มา และจามรี
3. การทําปาไม ปาไมในเขตเมืองรอนจะเปนไมเนื้อแข็ง ผลผลิตที่ไดสวนใหญนําไป
กอสราง
4. การประมง ทําในบริเวณแมน้ําลําคลอง หนอง บึงและชายฝงทะเล
5. การทําเหมืองแร ทวีปเอเชียอุดมไปดวยแรธาตุนานาชนิด
6. อุตสาหกรรม การทําอุตสาหกรรมหลายประเทศในเอเชีย เริ่มจากอุตสาหกรรม
ในครัวเรือนแลวพัฒนาขึ้นเปนโรงงานขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ
 ประชากร
ทวีปเอเชียมีประชากรมากที่สุดในโลกประมาณ 3,155 ลานคน ประชากรสวนใหญ
มาจากพันธุมองโกลอยดประชากรอาศัยอยูหนาแนนบริเวณชายฝงทะเลและที่ราบลุมแมน้ํา
ตางๆ เชน ลุมแมน้ําเจาพระยา ลุมแมน้ําแยงซีเกียง ลุมแมน้ําแดงและลุมแมน้ําคงคาสวน
บริเวณที่มีประชากรเบาบาง จะเปนบริเวณที่แหงแลงกันดารหนาวเย็นและในบริเวณที่เปน
ภูเขาซับซอน ซึ่งสวนใหญจะเปนบริเวณกลางทวีป
 ภาษา
1. ภาษาจีน
ภาษาที่ใชกันมากในทวีปเอเชีย โดยใชกันในประเทศจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม10
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
เชน สิงคโปร ประมาณวาประชากรเอเชีย 1,000 ลานคน พูดภาษาจีน แตเปนภาษาที่แตก
ตางกันไป เชน ภาษาแตจิ๋ว ไหหลํา จีนกลาง หรือที่เรียกวาภาษาแมนดาริน
2. ภาษาอินเดีย
เปนภาษาที่ใชกันแพรหลายรองลงมาอันดับ 2 โดยสวนใหญใชกันในประเทศ
อินเดีย และปากีสถาน
3. ภาษาอาหรับ
เปนภาษาที่ใชกันแพรหลายมากอันดับ 3 โดยใชกันในแถบเอเซียตะวันตกเฉียงใต
4. ภาษารัสเซีย
เปนภาษาที่ใชกันมากอันดับ 4 โดยใชกันในรัสเซียและเครือจักรภพ
 ศาสนา
ทวีปเอเชียเปนแหลงกําเนิดศาสนาที่สําคัญของโลก เชน ศาสนาคริสต ศาสนาอิสลาม
ศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู และยูดาห ในเอเชียตะวันตกเฉียงใตประชากรสวนใหญนับถือ
ศาสนาฮินดูกวา 500 ลานคนในอินเดีย รองลงมาคือ ศาสนาอิสลามมีผูนับถือประมาณ 450
ลานคน นอกจากนี้ยังมีลัทธิเตา ลัทธิขงจื๋อ ที่แพรหลายในจีน ลัทธิชินโตในญี่ปุน
ทวีปยุโรป
1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ
ทวีปยุโรปเปนทวีปที่มีลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมในการตั้งถิ่นฐานทั้งในดาน
ลักษณะภูมิประเทศที่ีมีที่ราบลุม เทือกเขาที่ไมตั้งกั้นทางลม มีแมน้ําหลายสาย ลักษณะภูมิ
อากาศที่อบอุน ชุมชื่นมีทรัพยากรธรรมชาติ คือ เหล็กและถานหิน ซึ่งเปนสวนสําคัญอยาง
ยิ่งตอการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ จึงสงผลใหทวีปยุโรปมีประชากรตั้งถิ่นฐานหนา
แนนที่สุดในโลก อีกทั้งเปนทวีปที่มีอารยธรรมที่เกาแก คือ อารยธรรมกรีกและโรมัน
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 11
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
ทวีปยุโรป เปนทวีปที่ตั้งอยูระหวางละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือถึง 71 องศา
10 ลิปดาเหนือและระหวางลองติจูด 9 องศาตะวันตก ถึง 66 องศาตะวันออก จากพิกัด
ภูมิศาสตรจะสังเกตไดวา ทวีปยุโรปมีพื้นที่ทั้งหมดอยูในซีกโลกเหนือและอยูเหนือเสนทรอ
ปคออฟแคนเซอร มีเสนสําคัญที่ลากผานคือ เสนอารกติกเซอรเคิลและเสนลองติจูดที่ 0
องศา มีเนื้อที่ประมาณ 9.9 ลานตารางกิโลเมตร จึงเปนทวีปที่มีขนาดเล็ก โดยมีขนาดเล็ก
รองจากทวีปออสเตรเลีย
อาณาเขตติดตอ
ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอารกติกและขั้วโลกเหนือ จุดเหนือสุดอยูที่แหลมนอรท
(North Cape) ในประเทศนอรเวย
ทิศใต ติดกับทะเลเมดิเตอรเรเนียน จุดใตสุดอยูที่เกาะครีต ประเทศกรีช
ทิศตะวันออก ติดตอกับทวีปเอเชีย โดยมีเทือกเขาอูราล เทือกเขาคอเคซัสและ
ทะเลแคสเปยนเปนเสนกั้นพรมแดน
ทิศตะวันตก ติดตอกับมหาสมุทรแอตแลนติก จุดตะวันตกสุดของทวีปอยูที่แหลม
โรคาประเทศโปรตุเกส
2. ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศแบงออกเปน 4 เขต ไดแก
1. เขตเทือกเขาตอนเหนือ ไดแก บริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ภูมิประเทศสวน
มากประกอบดวยเทือกเขาสูงและที่ราบชายฝงทะเล เทือกเขาที่สําคัญในบริเวณนี้ไดแก เทือก
เขาเซอรอนและเทือกเขาแกรมเปยน เนื่องจากทวีปยุโรปเคยถูกปกคลุมดวยน้ําแข็งมากอน
บริเวณชายฝงทะเลถูกธารน้ําแข็งกัดเซาะและทับถม ทําใหเกิดชายฝงเวาแหวงและอาวน้ํา
ลึกที่เรียกวา ฟยอรด พบมากในประเทศนอรเวยและแควนสกอตแลนด
2. เขตที่ราบสูงตอนกลาง ประกอบดวยที่ราบสูงสําคัญ ไดแก ที่ราบสูง
แบล็กฟอเรสตตอนใตของเยอรมันนี ที่ราบสูงโบฮีเมีย เขตติดตอระหวางเยอรมันนีและ
สาธารณรัฐเช็คที่ราบเมเซตา ภาคกลางของคาบสมุทรไซบีเรีย ในเขตประเทศสเปนและ
โปรตุเกส ที่ราบสูงมัสชีพซองตรัล ตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส
3. เขตที่ราบตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแตชายฝงมหาสมุทรแอตแลนติกไป
จนถึงเทือกเขาอูราลในรัสเซีย ตะวันตกของฝรั่งเศส ตอนใตของสหราชอาณาจักรเบลเยี่ยม
เนเธอรแลนด เดนมารก ภาคเหนือของเยอรมันนีโปแลนดและบางสวนของรัสเซียเปนบริเวณ
ที่มีประชากรอาศัยอยูหนาแนนที่สุด และมีความสําคัญทางเศรษฐกิจอยางมาก เนื่องจากเปน
พื้นที่เกษตรกรรมที่สําคัญของทวีปในบริเวณนี้มีแมน้ําที่สําคัญไดแก แมน้ําไรน แมน้ําเชน แม
น้ําลัวร และแมน้ําเอลเบ
4. เขตเทือกเขาตอนใต ประกอบดวยเทือกเขาสูง เทือกเขาที่สําคัญในบริเวณนี้
ไดแก เทือกเขาแอลป ซึ่งเปนเทือกเขาที่มีขนาดใหญที่สุดในทวีปยุโรป ทอดตัวยาวตั้งแต
ตะวันออกเฉียงใตของฝรั่งเศส ผานสวิตเซอรแลนด เยอรมันนี ออสเตรีย เซอรเบีย ไปจนถึง
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม12
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
ทางเหนือของอิตาลี บริเวณยอดเขามีธารน้ําแข็งปกคลุมเกือบตลอดทั้งป บางชวงเปนหุบเขา
ลึก ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป คือ มองตบลังก สูง 4,807 เมตร นอกจากนี้ยัง
ประกอบดวยยอดเขาคอเคซัส ทางตอนใตของรัสเซียมียอดเขาเอลบรูส สูง 5,642 เมตร ซึ่ง
เปนยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป
 แมน้ํา แมน้ําที่สําคัญในทวีปยุโรป มีดังนี้
แมน้ําโวลกา เปนแมน้ําสายยาวที่สุดในทวีป มีตนน้ําอยูบริเวณตอนกลางของ
สหพันธรัสเซียไหลลงสูทะเลแคสเปยน
แมน้ําดานูบ มีตนกําเนิดจากเทือกเขาทางภาคใตของเยอรมัน ไหลผานประเทศ
ออสเตรีย ฮังการี ยูโกสลาเวีย พรมแดนระหวางประเทศบัลแกเรียกับประเทศโรมาเนีย แลว
ไหลลงสูทะเลดํา แมน้ําดานูบเปนแมน้ําที่ไหลผานหลายประเทศ ดังนั้นจึงถือวาเปนแมน้ํา
นานาชาติแตในดานความสําคัญของการขนสงสินคาอุตสาหกรรมนั้นมีไมมากเทากับแมน้ํา
ไรน เนื่องจากแมน้ําดานูบไหลออกสูทะเลดําซึ่งเปนทะเลภายใน
แมน้ําไรน มีตนกําเนิดจากเทือกเขาแอลปทางตอนใตของสวิสเซอรแลนด ไหลขึ้น
ไปทางเหนือระหวางพรมแดนฝรั่งเศสและเยอรมันไปยังเนเธอรแลนด แลวไหลลงทะเลเหนือ
แมน้ําไรนเปนแมน้ําที่มีความสําคัญมาก มีปริมาณน้ําไหลสม่ําเสมอ ไหลผานที่ราบและไหล
ผานหลายประเทศจึงถือวาเปนแมน้ํานานาชาติ และยังเปนเสนทางขนสงวัตถุดิบและสินคา
ที่สําคัญ คือ ถานหิน แรเหล็ก และแปงสาลี โดยเฉพาะการขนสงถานหินซึ่งมีปริมาณมากใน
ยานอุตสาหกรรมถานหินของเยอรมัน แมน้ําสายนี้จึงไดรับสมญานามวา “แมน้ําถานหิน”
การขนสงสินคาผานทางแมน้ําไรนนี้ จะออกสูบริเวณปากแมน้ําซึ่งเปนที่ตั้งของเมืองทารอต
เตอรดัม (เนเธอรแลนด) ซึ่งเปนเมืองทาที่สําคัญที่สุดของทวีป
3. ลักษณะภูมิอากาศ เขตอากาศ
ปจจัยที่มีอิทธิพลตอภูมิภาคอากาศของทวีปยุโรป
1. ละติจูด ทวีปยุโรปมีที่ตั้งอยูระหวางละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือ ถึง 71
องศา 10 ลิปดาเหนือ พื้นที่สวนใหญอยูในเขตอบอุน มีเพียงตอนบนของทวีปที่อยูในเขต
อากาศหนาวเย็นและ ไมมีสวนใดของทวีปที่อยูในเขตอากาศรอน
2. ลมประจํา ลมประจําที่พัดผานทวีปยุโรป คือ ลมตะวันตก ซึ่งพัดมาจาก
มหาสมุทรแอตแลนติกเขาสูทวีปทางดานตะวันตก มีผลทําใหบริเวณฝงตะวันตกของทวีป
มีปริมาณฝนคอนขางมาก อุณหภูมิระหวางฤดูรอนกับฤดูหนาวไมคอยแตกตางกันมากนัก
แตถาลึกเขามาภายในทางดานตะวันออกของทวีปซึ่งติดกับทวีปเอเชียนั้น ปริมาณฝนจะลด
ลงและจะมีความแตกตางของอุณหภูมิระหวางฤดูรอนกับฤดูฝนมากขึ้นดวย
3. ความใกลไกลทะเล ทวีปยุโรปมีชายฝงทะเลยาวและเวาแหวง ประกอบกับมี
พื้นที่ติดทะเลถึง 3 ดาน ทําใหไดรับอิทธิพลจากทะเลและมหาสมุทรอยางทั่วถึง โดยเฉพาะ
บริเวณที่อยูใกลชายฝง ดังนั้นจึงไมมีพื้นที่ใดในทวีปยุโรปที่มีภูมิอากาศแหงแลง
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 13
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
4. ทิศทางของเทือกเขา เทือกเขาสวนใหญในทวีป วางตัวในแนวทิศตะวันออก
ตะวันตก ทําใหไมกั้นขวางทางลมตะวันตกที่พัดเขาสูทวีป
5. กระแสน้ําในมหาสมุทร บริเวณชายฝงมีกระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือ
ไหลผานทางตะวันตกและตะวันตกเฉียง
เหนือของทวีป ทําใหนานน้ําบริเวณเกาะ
บริเวนใหญและประเทศนอรเวยไมเปน
น้ําแข็งในฤดูหนาว จึงแตกตางจาก
บริเวณทะเลบอลติกที่น้ํากลายเปน
น้ําแข็ง ทําใหประเทศสวีเดน ตองเปลี่ยน
เสนทางการขนสงสินคาจากทางเรือไป
เปนการขนสงโดยใชเสนทางรถไฟจาก
สวีเดนไปยังนอรเวยแลวจึงนําสินคา
ลงเรือที่เมืองทาประเทศนอรเวย
เขตภูมิอากาศแบงออกไดเปน 7 เขต ดังนี้
1. ภูมิอากาศแบบทะเลเมดิเตอรเรเนี่ยนไดแกบริเวณชายฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียน
ในเขตประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส ภาคใตของสเปน แอลเบเนีย กรีซ บัลแกเรีย และเซอรเบีย
ฤดูรอนมีอากาศรอน อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซสเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศอบอุนและมี
ฝนตกอุณหภูมิเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 500-1,000 มิลลิเมตรตอป
2. ภูมิอากาศแบบทุงหญา
กึ่งทะเลทรายไดแกบริเวณภาคกลาง
ของคาบสมุทรไซบีเรียตอนเหนือของ
ทะเลดําและทะเลแคสเปยน ในเขต
ประเทศฮังการี ยูเครน โรมาเนีย และ
ตอนใตของรัสเซีย มีฝนตกนอยมาก
เฉลี่ยปละ 250-500 มิลลิเมตรตอป
3. ภูมิอากาศแบบพื้นสมุทร
ไดแก สหราชอาณาจักร เนเธอรแลนด
ฝรั่งเศส เดนมารก เบลเยี่ยม และ
ตอนเหนือของเยอรมนี มีฝนตกชุก
ตลอดทั้งปเฉลี่ย 750-1,500 มิลลิเมตรตอป ฤดูหนาวอากาศไมหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ย
1-7 องศาเซลเซียส เนื่องจากไดรับอิทธิพลจากกระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือ
4. ภูมิอากาศแบบอบอุนชื้น ไดแก บริเวณที่ราบลุมแมน้ําดานูบในฮังการีตอนเหนือ
ของเซอรเบียและโรมาเนีย มีอากาศอบอุนฝนตกตลอดทั้งปเฉลี่ย 500-1,000 มิลลิเมตรตอป
เนื่องจากไดรับอิทธิพลความชื้นจากทะเล
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม14
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
5. ภูมิอากาศแบบอบอุนชื้นภาคพื้นทวีป ไดแก ยุโรปตะวันออก และยุโรปกลาง
รัสเซีย สาธารณรัฐเซ็ก สาธารณรัฐสโลวักและโปแลนด ฤดูหนาวมีอากาศหนาวและแหงแลง
ฤดูรอนมีอากาศอบอุนและมีฝนตก อุณหภูมิเฉลี่ย 19-20 องศาเซลเซียส ปริมาณฝน
500-750 มิลลิเมตรตอป
6. ภูมิอากาศแบบไทกา ไดแก ตอนเหนือของฟนแลนด สวีเดน และนอรเวย ฤดู
หนาวมีอากาศหนาวเย็นและยาวนาน อุณหภูมิเฉลี่ย 6 องศาเซลเซียส ฤดูรอนอากาศอบอุน
อุณหภูมิเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียส มีปริมาณฝนตกนอยและสวนมากเปนหิมะเฉลี่ย 600
มิลลิเมตรตอป
7. ภูมิอากาศแบบขั้วโลกหรือภูมิอากาศแบบทุนดรา ไดแก ทางเหนือของทวีป
ที่มีชายฝงติดกับมหาสมุทรอารกติก ฤดูหนาวมีอากาศหนาวจัดและยาวนานปละ 10-11
เดือน ฤดูรอนมีอากาศอบอุนและสั้นเพียง 1-2 เดือน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปประมาณ 10
องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกนอยมากและสวนมากเปนหิมะ
4. ลักษณะเศรษฐกิจและ สภาพแวดลอมทางสังคมวัฒนธรรม
ลักษณะเศรษฐกิจ
ทวีปยุโรปมีความเจริญทั้งในดานเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยมีเขต
เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ดังนี้
การทําเกษตรกรรม
1. เขตปลูกขาวสาลี ไดแก บริเวณที่ราบภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณประเทศฮังการี
โรมาเนีย ยูเครน ซึ่งเปนแหลงผลิตขาวสาลีแหลงใหญ
2. เขตทําไรปศุสัตว สวนใหญจะพบในบริเวณเขตอากาศแหงแลง ไมคอยเหมาะ
กับการเพาะปลูกแตมีหญาที่สามารถเลี้ยงสัตวได เชน บริเวณชายฝงทะเลแคสเปยน และ
ที่ราบสูงของทวีป สัตวที่เลี้ยงไดแก โคเนื้อ แกะ แพะ สวนการเลี้ยงโคนม จะพบบริเวณเขต
อากาศชื้นภาคพื้นสมุทร เนื่องจากมีทุงหญาอุดมสมบูรณมากกวา
3. เขตเกษตรกรรมแบบผสม ไดแก เขตที่มีการเลี้ยงสัตวควบคูกับการปลูกพืช
เชน การปลูกขาวสาลี ขาวบาเลย การเลี้ยงสัตว เชน โคเนื้อ โคนม ซึ่งพบมากบริเวณภาค
ตะวันตก และภาคกลางของทวีป
4. เขตเกษตรแบบเมดิเตอรเรเนียน พบบริเวณเขตชายฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียน
เชน อิตาลี กรีซ พืชสําคัญ ไดแก สม องุน มะกอก
5. เขตเลี้ยงสัตวแบบเรรอน มีการเลี้ยงสัตวแบบที่มีการยายถิ่นที่อยูเพื่อหาแหลง
อาหารแหลงใหมที่อุดมสมบูรณกวา บริเวณที่มีการเลี้ยงสัตวแบบเรรอน คือ บริเวณที่มีอากาศ
หนาวเย็น เชน ชายฝงมหาสมุทรอารกติก หรือเขตอากาศแบบทุนดรา
รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 15
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
การปาไม
แหลงปาไมที่สําคัญของทวีป คือ เขตภูมิอากาศแบบไทกา บริเวณคาบสมุทร สแกน
ดิเนเวีย ซึ่งจะมีปาสนเปนบริเวณกวาง
การประมง
จากลักษณะภูมิประเทศของทวีปยุโรปที่มีชายฝงทะเลยาวและเวาแหวง ติดทะเล
ทั้ง 3 ดาน ประกอบกับการมีกระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือไหลผานทําใหในฤดูหนาว
น้ําไมเปนน้ําแข็ง จึงกลายเปนแหลงประมงที่สําคัญของทวีป มีชื่อวา “ดอกเกอรแบงก
(Dogger Bank)
การเหมืองแร
ทวีปยุโรปมีทรัพยากรที่มีความสําคัญมากตอการทําอุตสาหกรรม ไดแก เหล็กและ
ถานหิน
แรถานหิน ใชเปนเชื้อเพลิงในการถลุงเหล็ก โดยมีแหลงถานหินที่สําคัญ เชน
ภาคเหนือของฝรั่งเศสและภาคกลางของเบลเยี่ยม เยอรมัน เปนตน
แรเหล็ก เมื่อผานการถลุงแลวจะนําไปใชในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกลา โดยมี
แหลงแรเหล็กที่สําคัญ เชน ประเทศสวีเดน ฝรั่งเศส
น้ํามันปโตรเลียมมี 2 แหลงที่สําคัญ คือ ทะเลเหนือ และทะเลดํา
การอุตสาหกรรม
ทวีปยุโรปเปนศูนยกลางอุตสาหกรรมที่สําคัญแหงหนึ่งของโลก ประเทศที่มีชื่อเสียง
มาก คือ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สวีเดน โดยบริเวณนี้จะมีแรเหล็กและถานหิน
ซึ่งเปนสวนสําคัญในการทําอุตสาหกรรม
สภาพแวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรม
ลักษณะประชากร
1. มีประชากรมากเปนอันดับ 4 ของโลก และหนาแนนมากเปนอันดับ 2 ของโลก
2. มีการกระจายประชากรทั่วทั้งทวีป เนื่องจากความเหมาะสมในดานสภาพ
ภูมิประเทศ ภูมิอากาศและทรัพยากร
3. บริเวณที่มีประชากรหนาแนน คือ บริเวณที่ราบภาคตะวันตกและภาคกลางของ
ทวีป สวนบริเวณที่มีประชากรเบาบาง คือ บริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย และเขตยุโรป
ตะวันออก
ประวัติศาสตร แบงได 3 สมัยคือ
1. สมัยโบราณ หรือ อารยธรรมสมัยคลาสสิค มีกรีกและโรมันเปนศูนยกลางความ
เจริญ โดยตั้งมั่นอยูทางตอนใตของทวีปยุโรปในแถบทะเลเมดิเตอรเรเนียน
หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม16
ภูมิศาสตรกายภาพ
บทที่
1
กรีก ชนชาติกรีกไดถายทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไวหลายประการ ไดแก
1. การปกครอง ชาวกรีกไดใหสิทธิราษฎรในการลงคะแนนเสียงเลือกเจาหนาที่
ฝายปกครอง
2. ศิลปวัฒนธรรม ชาวกรีกมีความสามารถในดานวรรณคดี การละคร และ
สถาปตยกรรม สถาปตยกรรมที่มีชื่อเสียง คือ วิหารพาเธนอน นอกจากนี้ยังมีการแขงขัน
กีฬาที่เปนที่รูจักกันดี คือ กีฬาโอลิมปก
3. ปรัชญาความคิด นักปรัชญากรีกที่มีชื่อเสียง คือ อริสโตเติล และเพลโต
โรมัน ชนชาติโรมันไดรับความเจริญตางๆ จากกรีก สิ่งที่ชาวโรมันไดถายทอดให
กับชนรุนหลังคือ ประมวลกฎหมาย และภาษาละติน
1. สมัยกลาง ในชวงนี้ยุโรปมีศึกสงครามเกือบตลอดเวลา จนทําใหการพัฒนาดาน
ตางๆ ตองหยุดชะงัก ยุคนี้จึงไดชื่อวาเปน “ยุคมืด” หลังจากผานพนชวงสงครามจึงเปนชวง
ของการฟนฟูศิลปะวิทยาการเริ่มใหความสําคัญกับมนุษยมากขึ้น เรียกยุคนี้วา ยุคเรอเนสซองซ
(Renaissance)
2. สมัยใหม ยุคนี้เปนยุคแหงการแสวงหาอาณานิคม ทําใหศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ตะวันตกแผขยายไปยังดินแดนตางๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณสําคัญ คือ การปฏิวัติ
วิทยาศาสตรและการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ทวีปอเมริกาใต
1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ
ทวีปอเมริกาใตเปนทวีปที่ใหญเปนอันดับ 4 ของโลก รองจากทวีปเอเชีย
ทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 17.8 ลานตารางกิโลเมตร มีประชากร
ประมาณ 299 ลานคน รูปรางของทวีปอเมริกาใตคลายคลึงกับทวีปอเมริกาเหนือ คือ
มีลักษณะคลายรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ มีฐานกวางอยูทางทิศเหนือ สวนยอดสามเหลี่ยมอยู
ทางทิศใต
ตั้งอยูในแถบซีกโลกใต ระหวางละติจูด 12 องศา 25 ลิปดาเหนือ ถึง 56 องศาใต
และลองติจูด 34 องศา 47 ลิปดาตะวันตก ถึง 81 องศา 20 ลิปดาตะวันตก อาณาเขตของ
ทวีปอเมริกาใตมีดังนี้
อาณาเขตติดตอ
ทิศเหนือ ติดกับทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีคลองปานามาเปนเสนกั้นเขตแดนและ
ติดตอกับทะเลแคริบเบียน ในมหาสมุทรแอตแลนติก จุดเหนือสุดอยูที่แหลมกายีนาส
ในประเทศโคลอมเบีย
ทิศใต ติดกับทวีปแอนตารกติกา มีชองแคบเดรกเปนเสนกั้นเขตแดน จุดใตสุดอยู
ที่แหลมโฟรวารด ในคาบสมุทรบรันสวิก ประเทศชิลี
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001
สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001

More Related Content

What's hot

คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001
คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001
คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001Thidarat Termphon
 
ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002
ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002
ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002Thidarat Termphon
 
ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003
ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003
ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003Thidarat Termphon
 
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001Thidarat Termphon
 
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001Thidarat Termphon
 
ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001
ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001
ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001Thidarat Termphon
 
สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002
สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002
สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002Thidarat Termphon
 
การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003
การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003
การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003Thidarat Termphon
 
Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001
Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001
Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001Thidarat Termphon
 
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002Thidarat Termphon
 
เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001
เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001
เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001Thidarat Termphon
 
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001Thidarat Termphon
 
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002Thidarat Termphon
 
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003Thidarat Termphon
 
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001Thidarat Termphon
 
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001Thidarat Termphon
 
ข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลาย
ข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลายข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลาย
ข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลายpeter dontoom
 
คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001
คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001
คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001Thidarat Termphon
 
โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006
โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006
โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006Thidarat Termphon
 
การทำนา ม.ต้น อช0201
การทำนา ม.ต้น อช0201การทำนา ม.ต้น อช0201
การทำนา ม.ต้น อช0201Thidarat Termphon
 

What's hot (20)

คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001
คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001
คณิตศาสตร์ ม.ปลาย พค31001
 
ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002
ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002
ทักษะการขยายอาชีพ ม.ปลาย อช31002
 
ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003
ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003
ศิลปศึกษา ม.ปลาย ทช31003
 
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
สังคมศึกษา ม.ต้น สค21001
 
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม ม.ปลาย พต31001
 
ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001
ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001
ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21001
 
สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002
สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002
สุขศึกษา พลศึกษา ม.ต้น ทช21002
 
การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003
การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003
การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง ม.ต้น อช21003
 
Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001
Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001
Eฎภาษาไทย ม.ต้น พท21001
 
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002
ศาสนาและหน้าที่พลเมือง ม.ต้น สค21002
 
เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001
เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001
เศรษฐกิจพอเพียง ม.ต้น ทช21001
 
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น พต.21001
 
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
ทักษะการพัฒนาอาชีพ ม.ต้น อช21002
 
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
 
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
 
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร21001
 
ข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลาย
ข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลายข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลาย
ข้อสอบทักษะการเรียนรู้ กศน.ปลาย
 
คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001
คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001
คณิตศาสตร์ ม.ต้น พค21001
 
โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006
โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006
โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ม.ต้น ทร 02006
 
การทำนา ม.ต้น อช0201
การทำนา ม.ต้น อช0201การทำนา ม.ต้น อช0201
การทำนา ม.ต้น อช0201
 

Viewers also liked

วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001
วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001
วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001Thidarat Termphon
 
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้น
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้นวิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้น
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้นpeter dontoom
 
ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032
ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032
ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032Kasem Boonlaor
 
หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007
หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007
หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007Thidarat Termphon
 
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003Thidarat Termphon
 
ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001Thidarat Termphon
 
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003Thidarat Termphon
 

Viewers also liked (7)

วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001
วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001
วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย พว31001
 
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้น
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้นวิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้น
วิชาภาษาอังกฤษอ่าน–เขียน พต22001 ม.ต้น
 
ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032
ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032
ชุดวิชาการเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032
 
หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007
หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007
หลักการเกษตรอินทรีย์ ม.ต้น อช02007
 
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
ศิลปศึกษา ม.ต้น ทช.21003
 
ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001
ทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย ทร31001
 
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ม.ต้น สค21003
 

Similar to สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001

03 แบบ ว-1ด-วณิชชาv3
03 แบบ ว-1ด-วณิชชาv303 แบบ ว-1ด-วณิชชาv3
03 แบบ ว-1ด-วณิชชาv3KruBeeKa
 
Original edu 1
Original edu 1Original edu 1
Original edu 1pui003
 
การใช้หลักสูตรแกนกลาง
การใช้หลักสูตรแกนกลางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
การใช้หลักสูตรแกนกลางguest6e231b
 
แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลางแนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลางkruthai40
 
กำนดม.2ภูมิปัญญา
กำนดม.2ภูมิปัญญากำนดม.2ภูมิปัญญา
กำนดม.2ภูมิปัญญาkrusuparat01
 
การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003peter dontoom
 
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางkorakate
 
04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย
04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย
04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อยKruBeeKa
 
Cheet5 curriculam
Cheet5 curriculamCheet5 curriculam
Cheet5 curriculamZTu Zii ICe
 
โครงสร้าง
โครงสร้างโครงสร้าง
โครงสร้างSumontira Niyama
 
บทความบทที่ 2 ภาษาไทย
บทความบทที่  2  ภาษาไทยบทความบทที่  2  ภาษาไทย
บทความบทที่ 2 ภาษาไทยpatcharee0501
 
บทที่ 2 ภาษาไทย
บทที่  2  ภาษาไทยบทที่  2  ภาษาไทย
บทที่ 2 ภาษาไทยpatcharee0501
 
สันติธานี
สันติธานีสันติธานี
สันติธานีTaraya Srivilas
 

Similar to สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001 (20)

03 แบบ ว-1ด-วณิชชาv3
03 แบบ ว-1ด-วณิชชาv303 แบบ ว-1ด-วณิชชาv3
03 แบบ ว-1ด-วณิชชาv3
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๙
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๙แผนการจัดการเรียนรู้ที่๙
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๙
 
บทที่ 2
บทที่ 2บทที่ 2
บทที่ 2
 
Original edu 1
Original edu 1Original edu 1
Original edu 1
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๗
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๗แผนการจัดการเรียนรู้ที่๗
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๗
 
การใช้หลักสูตรแกนกลาง
การใช้หลักสูตรแกนกลางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
การใช้หลักสูตรแกนกลาง
 
แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลางแนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลาง
 
กำนดม.2ภูมิปัญญา
กำนดม.2ภูมิปัญญากำนดม.2ภูมิปัญญา
กำนดม.2ภูมิปัญญา
 
การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003
การพัฒนาตนเอง ชุมชน 31003
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๘
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๘แผนการจัดการเรียนรู้ที่๘
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๘
 
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
 
บทความวิชาการ โยนิโสมนสิการ
บทความวิชาการ โยนิโสมนสิการบทความวิชาการ โยนิโสมนสิการ
บทความวิชาการ โยนิโสมนสิการ
 
04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย
04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย
04 แบบ ว-1ย-1ด-วณิชชา-แผนย่อย
 
Cheet5 curriculam
Cheet5 curriculamCheet5 curriculam
Cheet5 curriculam
 
คุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์
คุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์คุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์
คุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์
 
โครงสร้าง
โครงสร้างโครงสร้าง
โครงสร้าง
 
บทความบทที่ 2 ภาษาไทย
บทความบทที่  2  ภาษาไทยบทความบทที่  2  ภาษาไทย
บทความบทที่ 2 ภาษาไทย
 
บทที่ 2 ภาษาไทย
บทที่  2  ภาษาไทยบทที่  2  ภาษาไทย
บทที่ 2 ภาษาไทย
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๕
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๕แผนการจัดการเรียนรู้ที่๕
แผนการจัดการเรียนรู้ที่๕
 
สันติธานี
สันติธานีสันติธานี
สันติธานี
 

สังคมศึกษา ม.ปลาย สค31001

  • 1. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ หามจําหนาย หนังสือเรียนเลมนี้ จัดพิมพดวยเงินงบประมาณแผนดินเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตสําหรับประชาชน ลิขสิทธิ์เปนของ สํานักงาน กศน. สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • 3. คํานํา สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ไดดําเนินการ จัดทําหนังสือเรียนชุดใหมนี้ขึ้น เพื่อสําหรับใชในการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่มีวัตถุประสงคในการพัฒนา ผูเรียนใหมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปญญาและศักยภาพในการประกอบอาชีพ การศึกษาตอ และสามารถดํารงชีวิตอยูในครอบครัว ชุมชน สังคมไดอยางมีความสุขโดยผูเรียนสามารถ นําหนังสือเรียนไปใชดวยวิธีการศึกษาคนควาดวยตนเอง ปฏิบัติกิจกรรม รวมทั้งแบบฝกหัด เพื่อทดสอบความรูความเขาใจในสาระเนื้อหา โดยเมื่อศึกษาแลวยังไมเขาใจ สามารถกลับไป ศึกษาใหมได ผูเรียนอาจจะสามารถเพิ่มพูนความรูหลังจากศึกษาหนังสือเรียนนี้ โดยนําความรู ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในชั้นเรียน ศึกษาจากภูมิปญญาทองถิ่น จากแหลงเรียนรูและจากสื่อ อื่นๆ ในการดําเนินการจัดทําหนังสือเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดรับความรวมมือที่ดีจากผูทรงคุณวุฒิและผูเกี่ยวของ หลายทานที่คนควาและเรียบเรียงเนื้อหาสาระจากสื่อตางๆ เพื่อใหไดสื่อที่สอดคลองกับ หลักสูตรและเปนประโยชนตอผูเรียนที่อยูนอกระบบอยางแทจริง สํานักงานสงเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษาคณะผูเรียบเรียง ตลอดจน คณะผูจัดทําทุกทานที่ไดใหความรวมมือดวยดี ไว ณ โอกาสนี้ สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหวังวาหนังสือเรียน ชุดนี้จะเปนประโยชนในการจัดการเรียนการสอนตามสมควร หากมีขอเสนอแนะประการใด สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขอนอมรับไวดวยความ ขอบคุณยิ่ง สํานักงาน กศน.
  • 4.
  • 5. หนา คํานํา สารบัญ คําแนะนําในการใชหนังสือเรียน โครงสรางรายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) บทที่ 1 ภูมิศาสตรกายภาพ...........................................................................1 เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตรกายภาพ ...........................................................2 เรื่องที่ 2 ลักษณะการเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติที่สําคัญ และการปองกันอันตราย...........................................................35 เรื่องที่ 3 วิธีใชเครื่องมือทางภูมิศาสตร....................................................46 เรื่องที่ 4 ปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ผลการจัดลําดับความสําคัญของปญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม.......................................................................55 เรื่องที่ 5 แนวทางปองกันแกไขปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม โดยประชาชน ชุมชน องคกร ภาครัฐ ภาคเอกชน.............................................................................77 บทที่ 2 ประวัติศาสตร................................................................................81 เรื่องที่ 1 การแบงชวงเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร..........................82 เรื่องที่ 2 แหลงอารยธรรมของโลก..........................................................87 เรื่องที่ 3 ประวัติศาสตรชาติไทย.............................................................94 เรื่องที่ 4 บุคคลสําคัญของไทยและของโลกในดานประวัติศาสตร............111 เรื่องที่ 5 เหตุการณสําคัญของโลกที่มีผลตอปจจุบัน..............................131 บทที่ 3 เศรษฐศาสตร...............................................................................136 เรื่องที่ 1 ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร.....................................137 เรื่องที่ 2 ระบบเศรษฐกิจ......................................................................143 เรื่องที่ 3 กระบวนการทางเศรษฐกิจ......................................................154 เรื่องที่ 4 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ..................................173 เรื่องที่ 5 สถาบันการเงินและการเงินการคลัง.........................................185 เรื่องที่ 6 ความสัมพันธและผลกระทบเศรษฐกิจระหวางประเทศ กับภูมิภาคตางๆ ของโลก......................................................203 เรื่องที่ 7 การรวมกลุมทางเศรษฐกิจ .....................................................210 สารบัญ
  • 6. บทที่ 4 การเมืองการปกครอง ...................................................................217 เรื่องที่ 1 การปกครองระบอบประชาธิปไตย..........................................218 เรื่องที่ 2 การปกครองระบบเผด็จการ...................................................223 เรื่องที่ 3 พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย ของประเทศตางๆ ในโลก......................................................228 เรื่องที่ 4 เหตุการณสําคัญทางการเมืองการปกครองของประเทศไทย......235 เรื่องที่ 5 เหตุการณสําคัญทางการเมืองการปกครองของโลก ที่สงผลกระทบตอประเทศไทย................................................241 เรื่องที่ 6 หลักธรรมมาภิบาล.................................................................246 แนวเฉลยกิจกรรม ............................................................................................252 บรรณานุกรม ............................................................................................256 คณะผูจัดทํา ............................................................................................257
  • 7. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชาสังคมศึกษา รหัส สค31001 ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เปนหนังสือเรียนที่จัดทําขึ้น สําหรับผูเรียนที่เปนนักศึกษาการศึกษา นอกระบบ ในการศึกษาหนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชาสังคมศึกษา ผูเรียนควร ปฏิบัติดังนี้ 1. ศึกษาโครงสรางรายวิชาใหเขาใจในหัวขอสาระสําคัญ ผลการเรียนรูที่คาดหวัง และขอบขายเนื้อหา 2. ศึกษารายละเอียดเนื้อหาของแตละบทอยางละเอียดและทํากิจกรรมตามที่กําหนด แลวตรวจสอบกับแนวเฉลยกิจกรรมที่กําหนด ถาผูเรียนตอบผิดควรกลับไปศึกษาและ ทําความเขาใจในเนื้อหานั้นใหม ใหเขาใจกอนที่จะศึกษาเรื่องตอไป 3. ปฏิบัติกิจกรรมทายบทของแตละบท เพื่อเปนการสรุปความรู ความเขาใจของ เนื้อหาในเรื่องนั้นๆ อีกครั้ง 4. หนังสือเรียนเลมนี้มี 4 บท คือ บทที่ 1 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 2 ประวัติศาสตร บทที่ 3 เศรษฐศาสตร บทที่ 4 การเมืองการปกครอง คําแนะนําในการใชหนังสือเรียน
  • 8. สาระสําคัญ ประชาชนทุกคนมีหนาที่สําคัญในฐานะพลเมืองดีของชาติ การเคารพและปฏิบัติ ตามกฎหมายภายใตการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย มีความรูในเรื่องลักษณะ ทางกายภาพ การปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับสิ่งแวดลอมและสามารถบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติใหเอื้อประโยชนตอคนในชาติ การศึกษาความเปนมาและประวัติศาสตร ของชนชาติไทยทําใหเกิดความรูความเขาใจและภาคภูมิใจในความเปนไทย ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. อธิบายขอมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร ประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร การเมือง การปกครองที่เกี่ยวของกับประเทศตางๆ ในโลก 2. วิเคราะห เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตร ประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร การเมืองการปกครองของประเทศตางๆ ในโลก 3. ตระหนักและคาดคะเนสถานการณระหวางประเทศทางดานภูมิศาสตรประวัติศาสตร เศรษฐศาสตร การเมือง การปกครองที่มีผลกระทบตอประเทศไทยและโลกในอนาคต 4. เสนอแนะแนวทางในการแกปญหา การปองกันและการพัฒนาทางดานการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและสังคมตามสภาพปญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความมั่นคงของชาติ สาระการเรียนรู บทที่ 1 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 2 ประวัติศาสตร บทที่ 3 เศรษฐศาสตร บทที่ 4 การเมืองการปกครอง โครงสรางรายวิชาสังคมศึกษา (สค31001)
  • 9. 1รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> สาระสําคัญ ลักษณะทางกายภาพและสรรพสิ่งในโลก มีความสัมพันธซึ่งกันและกัน และมี ผลกระทบตอระบบนิเวศธรรมชาติ การนําแผนที่และเครื่องมือภูมิศาสตรมาใชในการคนหา ขอมูลจะชวยใหมีขอมูลที่ชัดเจนและนําไปสูการใชการจัดการไดอยางมีประสิทธิภาพ การ ปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับสภาพแวดลอมทางกายภาพ ทําใหเกิดสรางสรรควัฒนธรรม และจิตสํานึกรวมกันในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวชี้วัด 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับสภาพทางภูมิศาสตรกายภาพของประเทศไทยกับ ทวีปตางๆ 2. เปรียบเทียบสภาพภูมิศาสตรกายภาพของประเทศไทยกับทวีปตางๆ 3. มีความรูความเขาใจในปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลก 4. มีทักษะการใชเครื่องมือทางภูมิศาสตรที่สําคัญๆ 5. รูวิธีปองกันตนเองใหปลอดภัยเมื่อเกิดภัยจากปรากฏการณธรรมชาติ 6. สามารถวิเคราะหแนวโนมและวิกฤตสิ่งแวดลอมที่เกิดจากการกระทําของมนุษย 7. มีความรูความเขาใจในการใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีดานสิ่งแวดลอมเพื่อพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่ยั่งยืน ขอบขายเนื้อหา เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตรกายภาพ เรื่องที่ 2 ลักษณะการเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติ และการปองกันอันตราย เรื่องที่ 3 วิธีใชเครื่องมือทางภูมิศาสตร เรื่องที่ 4 ปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม การจัดลําดับความสําคัญของปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่องที่ 5 แนวทางปองกันแกไขปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยประชาชน ชุมชน องคกร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1
  • 10. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม2 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตรกายภาพ ภูมิศาสตรกายภาพประเทศไทย ทําเลที่ตั้ง ประเทศไทยตั้งอยูในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ซึ่งประกอบดวยสวนที่เปน แผนดินใหญหรือเรียกวาคาบสมุทรอินโดจีนหรือแหลมทอง และสวนที่เปนหมูเกาะใหญ นอยหลายพันเกาะ ตั้งอยูในแหลมทองระหวางละติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือกับ 20 องศา 22 ลิปดาเหนือ และลองจิจูด 97 องศา 22 ลิปดาตะวันออก กับ 105 องศา 37 ลิปดา ตะวันออก ขนาด ประเทศไทยมีเนื้อที่513,115ตารางกิโลเมตรถาเปรียบเทียบขนาดของประเทศไทย กับประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใตดัวยกันแลว จะมีพื้นที่ขนาดใหญเปนอันดับ ที่สาม รองจากอินโดนีเซียและพมา ความยาวของประเทศวัดจาก เหนือสุด ที่อําเภอแมสาย จังหวัดเชียงรายไปจดใตสุดที่อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณ 1,260 กิโลเมตร สวนความ กวางมากที่สุด วัดจากดานพระเจดียสามองคอําเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีไปจดตะวัน ออกสุด ที่อําเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ยาวประมาณ 780 กิโลเมตร สําหรับสวนที่ แคบที่สุดของประเทศไทยอยูในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ วัดจากพรมแดนพมาถึงฝงทะเล อาวไทยเปนระยะทางประมาณ 10.5 กิโลเมตร อาณาเขตติดตอ ประเทศไทยมีอาณาเขตติดตอกับประเทศเพื่อนบานโดยรอบ 4 ประเทศคือ พมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซียรวมความยาวของพรมแดนทางบก ประมาณ 5,300 กิโลเมตร และมีอาณาเขตติดตอกับชายฝงทะเลยาว 2,705 กิโลเมตร คือ แนวฝงทะเลดานอาวไทย ยาว 1,840 กิโลเมตร และแนวชายฝงดานทะเลอันดามันยาว 865 กิโลเมตรดังนี้ แผนที่แสดงอาณาเขตประเทศไทย
  • 11. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 3 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 1. เขตแดนที่ติดตอกับพมา เริ่มตนที่อําเภอแมสายจังหวัดเชียงรายไปทางตะวันตก ผานที่จังหวัดแมฮองสอน ไปสิ้นสุดที่จังหวัดระนอง จังหวัดชายแดนดานนี้มี 10 จังหวัดคือ เชียงราย เชียงใหม แมฮองสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ ชุมพร และ ระนอง มีทิวเขา 3 แนว เปนเสนกั้นพรมแดน ไดแก ทิวเขาแดนลาว ทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาตะนาวศรี นอกจากนั้นยังมีแมน้ําสายสั้นๆ เปนแนวกั้นพรมแดนอยูอีกคือแมน้ํา เมย จังหวัดตากและแมน้ํากระบุรี จังหวัดระนอง 2. เขตแดนที่ติดตอกับลาว เขตแดนดานนี้ เริ่มตนที่ในอําเภอเชียงแสน ไปทางตะวัน ออกผานที่อําเภอเชียงของจังหวัดเชียงรายเขาสูจังหวัดพะเยาไปสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี ดินแดนที่ติดตอกับลาวมี 11 จังหวัดคือ เชียงราย พะเยา นาน อุตรดิตถ พิษณุโลก เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ และอุบลราชธานี มีแมน้ําโขงเปนเสนกั้น พรมแดนทางน้ําที่สําคัญ สวนพรมแดนทางบกมีทิวเขาหลวงพระบางกั้นทางตอนบนและทิว เขาพนมดงรักบางสวนกั้นเขตแดนตอนลาง เขตแดนที่ติดตอกับกัมพูชา เริ่มตนที่พื้นที่บาง สวนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง 3. จากอําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานี มาทางทิศตะวันตก แลววกลงใตที่จังหวัด บุรีรัมย ไปสิ้นสุดที่จังหวัดตราด จังหวัดชายแดนที่ติดตอกับกัมพูชา มี 7 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร บุรีรัมย สระแกว จันทบุรี และ ตราด มีทิวเขาพนม ดงรักและทิวเขาบรรทัดเปนเสนกั้นพรมแดน 4. เขตแดนที่ติดตอกับมาเลเซีย ไดแก เขตแดนทางใตสุดของประเทศ ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส มีแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี และแมน้ําโก-ลก จังหวัดนราธิวาสเปนเสนกั้นพรมแดน ภาคเหนือ ภาคเหนือประกอบดวยพื้นที่ของ 9 จังหวัด ไดแก 1. เชียงราย 2. แมฮองสอน 3. พะเยา 4. เชียงใหม 5. นาน 6. ลําพูน 7. ลําปาง 8. แพร 9. อุตรดิตถ ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป เปนเทือกเขาสูงทอดยาวขนานกันในแนวเหนือ-ใต และ ระหวางเทือกเขาเหลานี้มีที่ราบและมี หุบเขาสลับอยูทั่วไปเทือกเขาที่สําคัญ คือ เทือกเขาหลวงพระบาง เทือกเขา แดนลาว เทือกเขาถนนธงชัย เทือก เขาผีปนน้ํา เทือกเขาขุนตาลและ เทือกเขาเพชรบูรณ ยอดเขาที่สูงที่สุด ในภาคนี้ ไดแก ยอดอินทนนท อยูใน จังหวัดเชียงใหม มีความสูงประมาณ 2,595 เมตร เทือกเขาในภาคเหนือ
  • 12. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม4 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 เปนแหลงกําเนิดของแมน้ําสายยาว 4 สาย ไดแก แมน้ําปง วัง ยม และนาน แมน้ําดังกลาว นี้ไหลผานเขตที่ราบหุบเขา พื้นที่ทั้งสองฝงลําน้ําจึงมีดินอุดมสมบูรณเหมาะแกการเพาะปลูก ทําใหมีผูคนอพยพไปตั้งหลักแหลงในบริเวณดังกลาวหนาแนนนอกจากนี้ภาคเหนือยังมีแมน้ํา สายสั้นๆ อีกหลายสาย ไดแกแมน้ํากก และแมน้ําอิง ไหลลงสู แมน้ําโขง สวนแมน้ําปาย แมน้ําเมย และแมน้ํายม ไหลลงสูแมน้ําสาละวิน ภาคกลาง ภาคกลางประกอบดวยพื้นที่ของ 22 จังหวัด ไดแก 1.สุโขทัย 2.พิษณุโลก 3.กําแพงเพชร 4.พิจิตร 5.เพชรบูรณ(ภาคกลางตอนบน) 6.นครสวรรค 7.อุทัยธานี 8.ชัยนาท 9.ลพบุรี 10.สิงหบุรี 11.อางทอง 12.สระบุรี 13.สุพรรณบุรี 14.พระนครศรีอยุธยา 15.นครนายก 16.ปทุมธานี 17.นนทบุรี 18.นครปฐม 19. กรุงเทพมหานคร 20. สมุทรปราการ 21. สมุทรสาคร 22. สมุทรสงคราม ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป เปนที่ราบดินตะกอนที่ลําน้ําพัดมาทับถม ในบริเวณ ที่ราบนี้มีภูเขาโดดๆ ซึ่งสวนใหญเปนภูเขาหินปูนกระจาย อยูทั่วไป ภูมิประเทศตอนบนของ ภาคกลางเปนที่ราบลูกฟูก คือเปนที่สูงๆต่ําๆ และมีภูเขาที่มีแนวตอเนื่องจากภาคเหนือ เขา มาถึงพื้นที่บางสวนของจังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ สวนพื้นที่ตอนลางของภาคกลาง นั้นเปนดินดอนสามเหลี่ยมปากแมน้ํา เจาพระยา ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของแมน้ําปง วัง ยม นาน นอกจากแมน้ําเจาพระยา แลวตอนลางของภาคกลางยังมีแมน้ําไหลผานอีกหลายสาย ไดแก แมน้ําแมกลอง แมน้ําทาจีน แมน้ําปาสัก และแมน้ํานครนายก เขตนี้เปนที่ราบกวาง ขวางซึ่งเกิดจากดินตะกอน หรือดินเหนียวที่แมน้ําพัดพามาทับถมเปนเวลานาน จึงเปนพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณเหมาะแกการเพาะปลูกมาก และเปนเขตที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย ฉะนั้นภาคกลางจึงไดชื่อวาเปนอูขาว อูน้ําของไทย แมน้ําเจาพระยา
  • 13. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 5 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบดวยพื้นที่ของ 19 จังหวัด ไดแก 1.เลย 2.หนองคาย 3.อุดรธานี 4.สกลนคร 5.นครพนม 6.ขอนแกน 7.กาฬสินธุ 8.มุกดาหาร 9.ชัยภูมิ 10.มหาสารคาม 11.รอยเอ็ด 12.ยโสธร 13.นครราชสีมา 14.บุรีรัมย 15. สุรินทร 16.ศรีสะเกษ 17.อุบลราชธานี 18.อํานาจเจริญ 19.หนองบัวลําภู ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป มีลักษณะเปนแองคลายจาน ลาดเอียงไปทางตะวันออก เฉียงใตมีขอบเปนภูเขาสูงทางตะวันตกและทางใตขอบทางตะวันตก ไดแก เทือกเขา เพชรบูรณ และเทือกเขาดงพญาเย็น สวนทางใต ไดแก เทือกเขาสันกําแพง และเทือกเขาพนม ดงรัก พื้นที่ดานตะวันตกเปนที่ราบสูง เรียกวา ที่ราบสูงโคราช ภูเขาบริเวณนี้เปนภูเขา หินทราย ที่รูจักกันดีเพราะเปนแหลงทองเที่ยว คือ ภูกระดึง ภูหลวง ในจังหวัดเลย แมน้ําที่ สําคัญของภาคนี้ไดแก แมน้ําชี และแมน้ํามูล ซึ่งมีแหลงกําเนิดจากเทือกเขาทางทิศตะวัน ตก และทางใตแลวไหลลงสูแมน้ําโขง ทําใหสองฝงแมน้ําเกิดเปนที่ราบน้ําทวมถึงเปนตอนๆ พื้นที่ราบในภาคะวันออกเฉียงเหนือมักมีทะเลสาบรูปแอง เปนจํานวนมาก แตทะเลสาบเหลา นี้จะมีน้ําเฉพาะฤดูฝนเทานั้นเมื่อถึงฤดูรอนน้ําก็จะเหือดแหงไปหมด เพราะดินสวนใหญเปน ดินทรายไมอุมน้ํา น้ําจึงซึม ผานได เร็ว ภาคนี้จึงมีปญหาเรื่องการ ขาดแคลนน้ํา และดินขาดความ อุดมสมบูรณ ทําใหพื้นที่บางแหงไม สามารถใชประโยชนในการเกษตร ไดอยางเต็มที่ เชน ทุงกุลารองไห ซึ่งมีเนื้อที่ถึงประมาณ 2 ลานไร ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ไดแก รอยเอ็ด สุรินทร มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ ซึ่งปจจุบันรัฐบาลไดพยายามปรับปรุงพื้นที่ใหดีขึ้น โดยใชระบบ ชลประทานสมัยใหม ทําใหสามารถเพาะปลูกไดจนกลายเปนแหลงเพาะปลูกขาวหอมมะลิที่ ดีที่สุดแหงหนึ่งของประเทศไทย แตก็ปลูกไดเฉพาะหนาฝนเทานั้น หนาแลงสามารถทําการ เพาะปลูกไดเฉพาะบางสวนเทานั้น ยังไมครอบคลุมบริเวณทั้งหมด ภาคตะวันตก ภาคตะวันตก ประกอบดวยพื้นที่ของ 5 จังหวัด ไดแก 1.ตาก 2.กาญจนบุรี 3.ราชบุรี 4.เพชรบุรี 5.ประจวบคีรีขันธ ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป สวนใหญเปนเทือกเขาสูง ไดแก เทือกเขาถนนธงชัย และเทือกเขาตะนาวศรีเปนแนวภูเขาที่ซับซอนมีที่ราบแคบๆ ในเขตหุบเขาเปนแหงๆ และ มีที่ราบเชิงเขาตอเนื่องกับที่ราบภาคกลางเทือกเขาเหลานี้เปนแหลงกําเนิดของ แมน้ําแควนอย (แมน้ําไทรโยค) และแมน้ําแควใหญ (ศรีสวัสดิ์) ซึ่งไหลมาบรรจบกัน เปนแมน้ําแมกลอง
  • 14. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม6 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 ระหวางแนวเขามีชองทางติดตอกับพมาได ที่สําคัญคือ ดานแมละเมาในจังหวัดตาก และ ดานพระเจดียสามองค ในจังหวัดกาญจนบุรี ภาคตะวันออก ภาคตะวันออก ประกอบดวยพื้นที่ของ 7 จังหวัดไดแก 1.ปราจีนบุรี 2.ฉะเชิงเทรา 3.ชลบุรี 4.ระยอง 5.จันทบุรี 6.ตราด 7.สระแกว ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป คือเปนที่ราบใหญอยูทางตอนเหนือของภาค มีเทือกเขา จันทบุรีอยูทางตอนกลางของภาคมีเทือกเขาบรรทัดอยูทางตะวันออกเปนพรมแดนธรรมชาติ ระหวางประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และมีที่ราบชายฝงทะเลซึ่งอยูระหวางเทือกเขา จันทบุรีกับอาวไทย ถึงแมจะเปนที่ราบแคบๆ แตก็เปนพื้นดินที่อุดมสมบูรณเหมาะสําหรับ การปลูกไมผล ในภาคนี้มีจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแกวเปนจังหวัดที่ไมมีอาณาเขต จดทะเล นอกนั้นทุกจังหวัดลวนมีทางออกทะเลทั้งสิ้น ชายฝงทะเลของภาคเริ่มจากแมน้ํา บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราไปถึงแหลมสารพัดพิษ จังหวัดตราด ยาวประมาณ 505 กิโลเมตร เขตพื้นที่ชายฝงของภาคมีแหลมและอาวอยูเปนจํานวนมากและมีเกาะใหญนอยเรียงรายอยู ไมหางจากฝงนัก เชน เกาะชาง เกาะกูด เกาะสีชัง เกาะลาน เปนตน อาวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ เกาะสีชัง
  • 15. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 7 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 ภาคใต ภาคใตประกอบดวยพื้นที่ของ 14 จังหวัดไดแก 1.ชุมพร 2.สุราษฎรธานี 3.นครศรีธรรมราช 4.พัทลุง 5.สงขลา 6.ปตตานี 7.ยะลา 8.นราธิวาส 9.ระนอง 10.พังงา 11.กระบี่ 12.ภูเก็ต 13.ตรัง 14.สตูล ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป เปนคาบสมุทรยื่นไปในทะเล ทางตะวันตกของ คาบสมุทรมีเทือกเขาภูเก็ตทอดตัวเลียบชายฝงไปจนถึงเกาะภูเก็ต ตอนกลางของภาคมีเทือก เขานครศรีธรรมราช สวนทางตอนใตสุดของภาคใตมีเทือกเขาสันกาลาคีรี วางตัวในแนว ตะวันออก-ตะวันตก และเปนพรมแดนธรรมชาติกั้นระหวางไทยกับมาเลเซียดวยพื้นที่ทาง ชายฝงตะวันออกมีที่ราบมากกวาชายฝงตะวันตกไดแกที่ราบในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปตตานี และนราธิวาส ชายฝงทะเลดานตะวันออกของภาคใตมีชายหาดเหมาะ สําหรับเปนที่ตากอากาศหลายแหง เชน หาดสมิหลา จังหวัดสงขลาและหาดนราทัศน จังหวัด นราธิวาส เปนตน เกาะที่สําคัญทางดานนี้ ไดแก เกาะสมุยและเกาะพงัน สวนชายฝงทะเล ดานมหาสมุทรอินเดีย มีเกาะที่สําคัญคือ เกาะภูเก็ต เกาะตรุเตา เกาะยาวและเกาะลันตา นอกจากนี้ ในเขตจังหวัดสงขลาและพัทลุงยังมีทะเลสาบเปด (lagoon) ที่ใหญที่สุดแหงหนึ่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต คือ ทะเลสาบสงขลา มีความยาวจากเหนือจดใตประมาณ 80 กิโลเมตร สวนที่กวางที่สุด ประมาณ 20 กิโลเมตร คิดเปนเนื้อที่ประมาณ 974 ตาราง กิโลเมตร สวนเหนือสุดของทะเลสาบเปนแหลงน้ําจืดเรียกวา ทะเลนอย แตทางสวนลางน้ํา ของทะเลสาบจะเค็ม เพราะมีนานน้ําติดกับอาวไทย น้ําทะเลจึงไหลเขามาได ในทะเลสาบ สงขลามีเกาะอยูหลายเกาะ บางเกาะเปนที่ทํารังของนกนางแอน บางเกาะเปนที่อยูของเตา ทะเล นอกจากนี้ในทะเลสาบยังมี ปลา และกุงชุกชุมอีกดวย สวนชายฝงทะเลดานตะวัน ตกของภาคใตมีลักษณะเวาแหวงมากกวาดานตะวันออก ทําใหมีทิวทัศนที่สวยงามหลาย แหง เชน หาดนพรัตนธารา จังหวัดกระบี่ หมูเกาะซิมิลัน จังหวัดพังงา ชายฝงตะวันตกของ ภาคใตจึงเปนสถานที่ทองเที่ยวที่สําคัญแหงหนึ่งของประเทศ แมน้ําในภาคใต สวนใหญเปน แมน้ําสายสั้นๆ ไหลจากเทือกเขาลงสูทะเล ที่สําคัญไดแก แมน้ําโก-ลกซึ่งกั้นพรมแดนไทย กับมาเลเซียในจังหวัดนราธิวาสแมน้ํากระบุรีซึ่งกั้นพรมแดนไทยกับพมาในเขตจังหวัดระนอง แมน้ําตาปในจังหวัดสุราษฏรธานี และแมน้ําปตตานีในจังหวัดยะลาและปตตานี ทวีปเอเชีย 1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ ทวีปเอเชียเปนทวีปที่มีขนาดใหญที่สุดมีพื้นที่ประมาณ 44 ลานตารางกิโลเมตร เปน ทวีปที่มีพื้นที่กวางที่สุดในโลกตั้งอยูทางทิศตะวันออกของโลก ทวีปเอเชียตั้งอยูระหวาง ละติจูด 1 องศา 15 ลิปดาเหนือถึง 77 องศา 41 ลิปดาเหนือและลองติจูด 24 องศา 4 ลิปดา ตะวันออกถึง 169 องศา 40 ลิปดาตะวันตก
  • 16. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม8 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 อาณาเขตติดตอ ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอารกติก ทิศใต ติดกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแปซิฟก ทิศตะวันตก ติดกับเทือกเขาอูราล ทวีปยุโรป 2. ลักษณะภูมิประเทศของทวีปเอเชีย ทวีปเอเชียมีลักษณะเดนคือ มีภูมิประเทศที่เปนภูเขาสูงอยูเกือบใจกลางทวีป ภูเขา ดังกลาวทําหนาที่เหมือนหลังคาโลกเพราะเปนจุดรวมของเทือกเขาสําคัญๆ ในทวีปเอเชีย จุดรวมสําคัญไดแกปามีรนอตยูนนานนอตและอามีเนียนนอตเทือกเขาสูงๆของทวีปเอเชีย วางแนวแยกยายไปทุกทิศทุกทางจากหลังคาโลกเชน เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาคุนลุน เทือกเขาเทียนชานเทือกเขาอัลตินตักเทือกเขาฮินดูกูซเทือกเขาสุไลมานยอดเขาเอเวอรเรสต มีระดับสูง 8,850 เมตร (29,028 ฟุต) เปนยอดเขาสูงที่สุดในโลกตั้งอยูบนเทือกเขาหิมาลัย ระหวางเทือกเขาเหลานี้มีพื้นที่คอนขางราบแทรกสลับอยู ทําใหเกิดเปนแองแผนดินที่อยูใน ที่สูง เชน ที่ราบสูงทิเบต ที่ราบสูงตากลามากัน ที่ราบสูงมองโกเลีย ที่ราบสูงยูนาน ลักษณะ ภูมิประเทศดังกลาวขางตนทําใหบริเวณใจกลางทวีปเอเชียกลายเปนแหลงตนกําเนิดของ แมน้ําสายสําคัญ ที่มีรูปแบบการไหลออกไปทุกทิศโดยรอบหลังคาโลก เชน ไหลไปทางเหนือ มีแมน้ํา อ็อบ เยนิเซ ลีนา ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีแมน้ําอามูร ทางตะวันออกมีแมน้ํา ฮวงโห (หวงเหอ แยงซีเกียง (ฉางเจียง) ซีเกียง (ซีเจียง) ทางตะวันออกเฉียงใตมีแมน้ําแดง โขง เจาพระยา สาละวิน อิระวดี ทางใตมีแมน้ําพรหมบุตร คงคา สินธุ ทางตะวันตกมีแมน้ํา อามู ดารยา จากที่สูงอามีเนียนนอต มีแมน้ําไทกรีส ยูเฟรตีส บทบาทของลุมน้ําเหลานี้ คือ พัดพาเอาตะกอนมาทับถมที่ราบอันกวางใหญไพศาล กลายเปนแหลงเกษตรกรรมและที่อยู อาศัยสําคัญๆ ของชาวเอเชีย โดยเฉพาะที่ราบดินดอนสามเหลี่ยมปากแมน้ํา จึงกลายเปน แหลงที่มีประชากรอาศัยอยูหนาแนนที่สุด 3. ลักษณะภูมิอากาศของทวีปเอเชีย ทวีปเอเชียโดยสวนรวมประมาณครึ่งทวีปอยูภายใตอิทธิพลของลมมรสุมตั้งแต ปากีสถานถึงคาบสมุทรเกาหลี เปนผล ทําใหมีฝนตกชุกในฤดูมรสุมตะวันตก เฉียงใตและมีอากาศหนาวในฤดูมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือในเขตละติจูด กลางหรือเขตอบอุน แถบจีนและญี่ปุน จะไดรับอิทธิพลจากแนวปะทะอากาศ บอยครั้ง ทางชายฝงตะวันออกของ ทวีปตั้งแตญี่ปุน อินโดนีเซีย จะไดรับ
  • 17. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 9 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 อิทธิพลของลมไตฝุน และดีเปรสชั่นทําใหดินแดนชายฝงตะวันออกของหมูเกาะไดรับความ เสียหายจากลมและฝนเสมอ ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใตและเอเชียใต ซึ่งอยูใกลศูนยสูตร จะมีปรากฏการณของหยอมความกดอากาศต่ําทําใหมีอากาศลอยตัว กอเปนพายุฟาคะนอง เกิดขึ้นเปนประจําในเวลาบายๆ หรือใกลค่ํา แถบที่อยูลึกเขาไปในทวีปหางไกลจากทะเลจะ มีภูมิอากาศแหงแลงเปนทะเลทราย 4. สภาพทางสังคม วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา เชื้อชาติเผาพันธุ ประชากร 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด เปนพวกมองโกลอยด มีพวกคอเคซอยดอยูบาง เชน ชาวรัสเซียอพยพมาจากยุโรปตะวันออก ประชากรของเอเชีย มีความหลากหลาย ดานประกอบอาชีพ เศรษฐกิจของประเทศในเอเชียขึ้นอยูกับภาค เกษตรกรรม ประชากรสวนใหญ ประกอบอาชีพดานการเกษตร คือ การเพาะปลูก ขาว ขาวโพด และมีการเลี้ยงสัตว ทั้งเลี้ยงไวเปนอาหาร และทํางาน นอกจากนี้ยังมีการคาขาย การประมง การทําเหมืองแร ลักษณะทางเศรษฐกิจ 1. การเพาะปลูกทําในที่ราบลุมของแมน้ําตางๆ ไดแก ขาว ยางพารา ปาลม ปอ ฝาย ชา กาแฟ ขาวโพด 2. การเลี้ยงสัตว ในเขตอากาศแหงแลงจะเลี้ยงแบบเรรอนซึ่งเลี้ยงไวใชเนื้อและนม เปนอาหารไดแก อูฐ แพะ แกะ โค มา และจามรี 3. การทําปาไม ปาไมในเขตเมืองรอนจะเปนไมเนื้อแข็ง ผลผลิตที่ไดสวนใหญนําไป กอสราง 4. การประมง ทําในบริเวณแมน้ําลําคลอง หนอง บึงและชายฝงทะเล 5. การทําเหมืองแร ทวีปเอเชียอุดมไปดวยแรธาตุนานาชนิด 6. อุตสาหกรรม การทําอุตสาหกรรมหลายประเทศในเอเชีย เริ่มจากอุตสาหกรรม ในครัวเรือนแลวพัฒนาขึ้นเปนโรงงานขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ  ประชากร ทวีปเอเชียมีประชากรมากที่สุดในโลกประมาณ 3,155 ลานคน ประชากรสวนใหญ มาจากพันธุมองโกลอยดประชากรอาศัยอยูหนาแนนบริเวณชายฝงทะเลและที่ราบลุมแมน้ํา ตางๆ เชน ลุมแมน้ําเจาพระยา ลุมแมน้ําแยงซีเกียง ลุมแมน้ําแดงและลุมแมน้ําคงคาสวน บริเวณที่มีประชากรเบาบาง จะเปนบริเวณที่แหงแลงกันดารหนาวเย็นและในบริเวณที่เปน ภูเขาซับซอน ซึ่งสวนใหญจะเปนบริเวณกลางทวีป  ภาษา 1. ภาษาจีน ภาษาที่ใชกันมากในทวีปเอเชีย โดยใชกันในประเทศจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต
  • 18. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม10 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 เชน สิงคโปร ประมาณวาประชากรเอเชีย 1,000 ลานคน พูดภาษาจีน แตเปนภาษาที่แตก ตางกันไป เชน ภาษาแตจิ๋ว ไหหลํา จีนกลาง หรือที่เรียกวาภาษาแมนดาริน 2. ภาษาอินเดีย เปนภาษาที่ใชกันแพรหลายรองลงมาอันดับ 2 โดยสวนใหญใชกันในประเทศ อินเดีย และปากีสถาน 3. ภาษาอาหรับ เปนภาษาที่ใชกันแพรหลายมากอันดับ 3 โดยใชกันในแถบเอเซียตะวันตกเฉียงใต 4. ภาษารัสเซีย เปนภาษาที่ใชกันมากอันดับ 4 โดยใชกันในรัสเซียและเครือจักรภพ  ศาสนา ทวีปเอเชียเปนแหลงกําเนิดศาสนาที่สําคัญของโลก เชน ศาสนาคริสต ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู และยูดาห ในเอเชียตะวันตกเฉียงใตประชากรสวนใหญนับถือ ศาสนาฮินดูกวา 500 ลานคนในอินเดีย รองลงมาคือ ศาสนาอิสลามมีผูนับถือประมาณ 450 ลานคน นอกจากนี้ยังมีลัทธิเตา ลัทธิขงจื๋อ ที่แพรหลายในจีน ลัทธิชินโตในญี่ปุน ทวีปยุโรป 1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ ทวีปยุโรปเปนทวีปที่มีลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมในการตั้งถิ่นฐานทั้งในดาน ลักษณะภูมิประเทศที่ีมีที่ราบลุม เทือกเขาที่ไมตั้งกั้นทางลม มีแมน้ําหลายสาย ลักษณะภูมิ อากาศที่อบอุน ชุมชื่นมีทรัพยากรธรรมชาติ คือ เหล็กและถานหิน ซึ่งเปนสวนสําคัญอยาง ยิ่งตอการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ จึงสงผลใหทวีปยุโรปมีประชากรตั้งถิ่นฐานหนา แนนที่สุดในโลก อีกทั้งเปนทวีปที่มีอารยธรรมที่เกาแก คือ อารยธรรมกรีกและโรมัน
  • 19. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 11 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 ทวีปยุโรป เปนทวีปที่ตั้งอยูระหวางละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือถึง 71 องศา 10 ลิปดาเหนือและระหวางลองติจูด 9 องศาตะวันตก ถึง 66 องศาตะวันออก จากพิกัด ภูมิศาสตรจะสังเกตไดวา ทวีปยุโรปมีพื้นที่ทั้งหมดอยูในซีกโลกเหนือและอยูเหนือเสนทรอ ปคออฟแคนเซอร มีเสนสําคัญที่ลากผานคือ เสนอารกติกเซอรเคิลและเสนลองติจูดที่ 0 องศา มีเนื้อที่ประมาณ 9.9 ลานตารางกิโลเมตร จึงเปนทวีปที่มีขนาดเล็ก โดยมีขนาดเล็ก รองจากทวีปออสเตรเลีย อาณาเขตติดตอ ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอารกติกและขั้วโลกเหนือ จุดเหนือสุดอยูที่แหลมนอรท (North Cape) ในประเทศนอรเวย ทิศใต ติดกับทะเลเมดิเตอรเรเนียน จุดใตสุดอยูที่เกาะครีต ประเทศกรีช ทิศตะวันออก ติดตอกับทวีปเอเชีย โดยมีเทือกเขาอูราล เทือกเขาคอเคซัสและ ทะเลแคสเปยนเปนเสนกั้นพรมแดน ทิศตะวันตก ติดตอกับมหาสมุทรแอตแลนติก จุดตะวันตกสุดของทวีปอยูที่แหลม โรคาประเทศโปรตุเกส 2. ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศแบงออกเปน 4 เขต ไดแก 1. เขตเทือกเขาตอนเหนือ ไดแก บริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ภูมิประเทศสวน มากประกอบดวยเทือกเขาสูงและที่ราบชายฝงทะเล เทือกเขาที่สําคัญในบริเวณนี้ไดแก เทือก เขาเซอรอนและเทือกเขาแกรมเปยน เนื่องจากทวีปยุโรปเคยถูกปกคลุมดวยน้ําแข็งมากอน บริเวณชายฝงทะเลถูกธารน้ําแข็งกัดเซาะและทับถม ทําใหเกิดชายฝงเวาแหวงและอาวน้ํา ลึกที่เรียกวา ฟยอรด พบมากในประเทศนอรเวยและแควนสกอตแลนด 2. เขตที่ราบสูงตอนกลาง ประกอบดวยที่ราบสูงสําคัญ ไดแก ที่ราบสูง แบล็กฟอเรสตตอนใตของเยอรมันนี ที่ราบสูงโบฮีเมีย เขตติดตอระหวางเยอรมันนีและ สาธารณรัฐเช็คที่ราบเมเซตา ภาคกลางของคาบสมุทรไซบีเรีย ในเขตประเทศสเปนและ โปรตุเกส ที่ราบสูงมัสชีพซองตรัล ตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส 3. เขตที่ราบตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแตชายฝงมหาสมุทรแอตแลนติกไป จนถึงเทือกเขาอูราลในรัสเซีย ตะวันตกของฝรั่งเศส ตอนใตของสหราชอาณาจักรเบลเยี่ยม เนเธอรแลนด เดนมารก ภาคเหนือของเยอรมันนีโปแลนดและบางสวนของรัสเซียเปนบริเวณ ที่มีประชากรอาศัยอยูหนาแนนที่สุด และมีความสําคัญทางเศรษฐกิจอยางมาก เนื่องจากเปน พื้นที่เกษตรกรรมที่สําคัญของทวีปในบริเวณนี้มีแมน้ําที่สําคัญไดแก แมน้ําไรน แมน้ําเชน แม น้ําลัวร และแมน้ําเอลเบ 4. เขตเทือกเขาตอนใต ประกอบดวยเทือกเขาสูง เทือกเขาที่สําคัญในบริเวณนี้ ไดแก เทือกเขาแอลป ซึ่งเปนเทือกเขาที่มีขนาดใหญที่สุดในทวีปยุโรป ทอดตัวยาวตั้งแต ตะวันออกเฉียงใตของฝรั่งเศส ผานสวิตเซอรแลนด เยอรมันนี ออสเตรีย เซอรเบีย ไปจนถึง
  • 20. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม12 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 ทางเหนือของอิตาลี บริเวณยอดเขามีธารน้ําแข็งปกคลุมเกือบตลอดทั้งป บางชวงเปนหุบเขา ลึก ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป คือ มองตบลังก สูง 4,807 เมตร นอกจากนี้ยัง ประกอบดวยยอดเขาคอเคซัส ทางตอนใตของรัสเซียมียอดเขาเอลบรูส สูง 5,642 เมตร ซึ่ง เปนยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป  แมน้ํา แมน้ําที่สําคัญในทวีปยุโรป มีดังนี้ แมน้ําโวลกา เปนแมน้ําสายยาวที่สุดในทวีป มีตนน้ําอยูบริเวณตอนกลางของ สหพันธรัสเซียไหลลงสูทะเลแคสเปยน แมน้ําดานูบ มีตนกําเนิดจากเทือกเขาทางภาคใตของเยอรมัน ไหลผานประเทศ ออสเตรีย ฮังการี ยูโกสลาเวีย พรมแดนระหวางประเทศบัลแกเรียกับประเทศโรมาเนีย แลว ไหลลงสูทะเลดํา แมน้ําดานูบเปนแมน้ําที่ไหลผานหลายประเทศ ดังนั้นจึงถือวาเปนแมน้ํา นานาชาติแตในดานความสําคัญของการขนสงสินคาอุตสาหกรรมนั้นมีไมมากเทากับแมน้ํา ไรน เนื่องจากแมน้ําดานูบไหลออกสูทะเลดําซึ่งเปนทะเลภายใน แมน้ําไรน มีตนกําเนิดจากเทือกเขาแอลปทางตอนใตของสวิสเซอรแลนด ไหลขึ้น ไปทางเหนือระหวางพรมแดนฝรั่งเศสและเยอรมันไปยังเนเธอรแลนด แลวไหลลงทะเลเหนือ แมน้ําไรนเปนแมน้ําที่มีความสําคัญมาก มีปริมาณน้ําไหลสม่ําเสมอ ไหลผานที่ราบและไหล ผานหลายประเทศจึงถือวาเปนแมน้ํานานาชาติ และยังเปนเสนทางขนสงวัตถุดิบและสินคา ที่สําคัญ คือ ถานหิน แรเหล็ก และแปงสาลี โดยเฉพาะการขนสงถานหินซึ่งมีปริมาณมากใน ยานอุตสาหกรรมถานหินของเยอรมัน แมน้ําสายนี้จึงไดรับสมญานามวา “แมน้ําถานหิน” การขนสงสินคาผานทางแมน้ําไรนนี้ จะออกสูบริเวณปากแมน้ําซึ่งเปนที่ตั้งของเมืองทารอต เตอรดัม (เนเธอรแลนด) ซึ่งเปนเมืองทาที่สําคัญที่สุดของทวีป 3. ลักษณะภูมิอากาศ เขตอากาศ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอภูมิภาคอากาศของทวีปยุโรป 1. ละติจูด ทวีปยุโรปมีที่ตั้งอยูระหวางละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือ ถึง 71 องศา 10 ลิปดาเหนือ พื้นที่สวนใหญอยูในเขตอบอุน มีเพียงตอนบนของทวีปที่อยูในเขต อากาศหนาวเย็นและ ไมมีสวนใดของทวีปที่อยูในเขตอากาศรอน 2. ลมประจํา ลมประจําที่พัดผานทวีปยุโรป คือ ลมตะวันตก ซึ่งพัดมาจาก มหาสมุทรแอตแลนติกเขาสูทวีปทางดานตะวันตก มีผลทําใหบริเวณฝงตะวันตกของทวีป มีปริมาณฝนคอนขางมาก อุณหภูมิระหวางฤดูรอนกับฤดูหนาวไมคอยแตกตางกันมากนัก แตถาลึกเขามาภายในทางดานตะวันออกของทวีปซึ่งติดกับทวีปเอเชียนั้น ปริมาณฝนจะลด ลงและจะมีความแตกตางของอุณหภูมิระหวางฤดูรอนกับฤดูฝนมากขึ้นดวย 3. ความใกลไกลทะเล ทวีปยุโรปมีชายฝงทะเลยาวและเวาแหวง ประกอบกับมี พื้นที่ติดทะเลถึง 3 ดาน ทําใหไดรับอิทธิพลจากทะเลและมหาสมุทรอยางทั่วถึง โดยเฉพาะ บริเวณที่อยูใกลชายฝง ดังนั้นจึงไมมีพื้นที่ใดในทวีปยุโรปที่มีภูมิอากาศแหงแลง
  • 21. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 13 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 4. ทิศทางของเทือกเขา เทือกเขาสวนใหญในทวีป วางตัวในแนวทิศตะวันออก ตะวันตก ทําใหไมกั้นขวางทางลมตะวันตกที่พัดเขาสูทวีป 5. กระแสน้ําในมหาสมุทร บริเวณชายฝงมีกระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือ ไหลผานทางตะวันตกและตะวันตกเฉียง เหนือของทวีป ทําใหนานน้ําบริเวณเกาะ บริเวนใหญและประเทศนอรเวยไมเปน น้ําแข็งในฤดูหนาว จึงแตกตางจาก บริเวณทะเลบอลติกที่น้ํากลายเปน น้ําแข็ง ทําใหประเทศสวีเดน ตองเปลี่ยน เสนทางการขนสงสินคาจากทางเรือไป เปนการขนสงโดยใชเสนทางรถไฟจาก สวีเดนไปยังนอรเวยแลวจึงนําสินคา ลงเรือที่เมืองทาประเทศนอรเวย เขตภูมิอากาศแบงออกไดเปน 7 เขต ดังนี้ 1. ภูมิอากาศแบบทะเลเมดิเตอรเรเนี่ยนไดแกบริเวณชายฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียน ในเขตประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส ภาคใตของสเปน แอลเบเนีย กรีซ บัลแกเรีย และเซอรเบีย ฤดูรอนมีอากาศรอน อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซสเซียส ในฤดูหนาวมีอากาศอบอุนและมี ฝนตกอุณหภูมิเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 500-1,000 มิลลิเมตรตอป 2. ภูมิอากาศแบบทุงหญา กึ่งทะเลทรายไดแกบริเวณภาคกลาง ของคาบสมุทรไซบีเรียตอนเหนือของ ทะเลดําและทะเลแคสเปยน ในเขต ประเทศฮังการี ยูเครน โรมาเนีย และ ตอนใตของรัสเซีย มีฝนตกนอยมาก เฉลี่ยปละ 250-500 มิลลิเมตรตอป 3. ภูมิอากาศแบบพื้นสมุทร ไดแก สหราชอาณาจักร เนเธอรแลนด ฝรั่งเศส เดนมารก เบลเยี่ยม และ ตอนเหนือของเยอรมนี มีฝนตกชุก ตลอดทั้งปเฉลี่ย 750-1,500 มิลลิเมตรตอป ฤดูหนาวอากาศไมหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ย 1-7 องศาเซลเซียส เนื่องจากไดรับอิทธิพลจากกระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือ 4. ภูมิอากาศแบบอบอุนชื้น ไดแก บริเวณที่ราบลุมแมน้ําดานูบในฮังการีตอนเหนือ ของเซอรเบียและโรมาเนีย มีอากาศอบอุนฝนตกตลอดทั้งปเฉลี่ย 500-1,000 มิลลิเมตรตอป เนื่องจากไดรับอิทธิพลความชื้นจากทะเล
  • 22. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม14 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 5. ภูมิอากาศแบบอบอุนชื้นภาคพื้นทวีป ไดแก ยุโรปตะวันออก และยุโรปกลาง รัสเซีย สาธารณรัฐเซ็ก สาธารณรัฐสโลวักและโปแลนด ฤดูหนาวมีอากาศหนาวและแหงแลง ฤดูรอนมีอากาศอบอุนและมีฝนตก อุณหภูมิเฉลี่ย 19-20 องศาเซลเซียส ปริมาณฝน 500-750 มิลลิเมตรตอป 6. ภูมิอากาศแบบไทกา ไดแก ตอนเหนือของฟนแลนด สวีเดน และนอรเวย ฤดู หนาวมีอากาศหนาวเย็นและยาวนาน อุณหภูมิเฉลี่ย 6 องศาเซลเซียส ฤดูรอนอากาศอบอุน อุณหภูมิเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียส มีปริมาณฝนตกนอยและสวนมากเปนหิมะเฉลี่ย 600 มิลลิเมตรตอป 7. ภูมิอากาศแบบขั้วโลกหรือภูมิอากาศแบบทุนดรา ไดแก ทางเหนือของทวีป ที่มีชายฝงติดกับมหาสมุทรอารกติก ฤดูหนาวมีอากาศหนาวจัดและยาวนานปละ 10-11 เดือน ฤดูรอนมีอากาศอบอุนและสั้นเพียง 1-2 เดือน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปประมาณ 10 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกนอยมากและสวนมากเปนหิมะ 4. ลักษณะเศรษฐกิจและ สภาพแวดลอมทางสังคมวัฒนธรรม ลักษณะเศรษฐกิจ ทวีปยุโรปมีความเจริญทั้งในดานเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยมีเขต เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ดังนี้ การทําเกษตรกรรม 1. เขตปลูกขาวสาลี ไดแก บริเวณที่ราบภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณประเทศฮังการี โรมาเนีย ยูเครน ซึ่งเปนแหลงผลิตขาวสาลีแหลงใหญ 2. เขตทําไรปศุสัตว สวนใหญจะพบในบริเวณเขตอากาศแหงแลง ไมคอยเหมาะ กับการเพาะปลูกแตมีหญาที่สามารถเลี้ยงสัตวได เชน บริเวณชายฝงทะเลแคสเปยน และ ที่ราบสูงของทวีป สัตวที่เลี้ยงไดแก โคเนื้อ แกะ แพะ สวนการเลี้ยงโคนม จะพบบริเวณเขต อากาศชื้นภาคพื้นสมุทร เนื่องจากมีทุงหญาอุดมสมบูรณมากกวา 3. เขตเกษตรกรรมแบบผสม ไดแก เขตที่มีการเลี้ยงสัตวควบคูกับการปลูกพืช เชน การปลูกขาวสาลี ขาวบาเลย การเลี้ยงสัตว เชน โคเนื้อ โคนม ซึ่งพบมากบริเวณภาค ตะวันตก และภาคกลางของทวีป 4. เขตเกษตรแบบเมดิเตอรเรเนียน พบบริเวณเขตชายฝงทะเลเมดิเตอรเรเนียน เชน อิตาลี กรีซ พืชสําคัญ ไดแก สม องุน มะกอก 5. เขตเลี้ยงสัตวแบบเรรอน มีการเลี้ยงสัตวแบบที่มีการยายถิ่นที่อยูเพื่อหาแหลง อาหารแหลงใหมที่อุดมสมบูรณกวา บริเวณที่มีการเลี้ยงสัตวแบบเรรอน คือ บริเวณที่มีอากาศ หนาวเย็น เชน ชายฝงมหาสมุทรอารกติก หรือเขตอากาศแบบทุนดรา
  • 23. รายวิชาสังคมศึกษา (สค31001) <<ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย>> 15 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 การปาไม แหลงปาไมที่สําคัญของทวีป คือ เขตภูมิอากาศแบบไทกา บริเวณคาบสมุทร สแกน ดิเนเวีย ซึ่งจะมีปาสนเปนบริเวณกวาง การประมง จากลักษณะภูมิประเทศของทวีปยุโรปที่มีชายฝงทะเลยาวและเวาแหวง ติดทะเล ทั้ง 3 ดาน ประกอบกับการมีกระแสน้ําอุนแอตแลนติกเหนือไหลผานทําใหในฤดูหนาว น้ําไมเปนน้ําแข็ง จึงกลายเปนแหลงประมงที่สําคัญของทวีป มีชื่อวา “ดอกเกอรแบงก (Dogger Bank) การเหมืองแร ทวีปยุโรปมีทรัพยากรที่มีความสําคัญมากตอการทําอุตสาหกรรม ไดแก เหล็กและ ถานหิน แรถานหิน ใชเปนเชื้อเพลิงในการถลุงเหล็ก โดยมีแหลงถานหินที่สําคัญ เชน ภาคเหนือของฝรั่งเศสและภาคกลางของเบลเยี่ยม เยอรมัน เปนตน แรเหล็ก เมื่อผานการถลุงแลวจะนําไปใชในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกลา โดยมี แหลงแรเหล็กที่สําคัญ เชน ประเทศสวีเดน ฝรั่งเศส น้ํามันปโตรเลียมมี 2 แหลงที่สําคัญ คือ ทะเลเหนือ และทะเลดํา การอุตสาหกรรม ทวีปยุโรปเปนศูนยกลางอุตสาหกรรมที่สําคัญแหงหนึ่งของโลก ประเทศที่มีชื่อเสียง มาก คือ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สวีเดน โดยบริเวณนี้จะมีแรเหล็กและถานหิน ซึ่งเปนสวนสําคัญในการทําอุตสาหกรรม สภาพแวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรม ลักษณะประชากร 1. มีประชากรมากเปนอันดับ 4 ของโลก และหนาแนนมากเปนอันดับ 2 ของโลก 2. มีการกระจายประชากรทั่วทั้งทวีป เนื่องจากความเหมาะสมในดานสภาพ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศและทรัพยากร 3. บริเวณที่มีประชากรหนาแนน คือ บริเวณที่ราบภาคตะวันตกและภาคกลางของ ทวีป สวนบริเวณที่มีประชากรเบาบาง คือ บริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย และเขตยุโรป ตะวันออก ประวัติศาสตร แบงได 3 สมัยคือ 1. สมัยโบราณ หรือ อารยธรรมสมัยคลาสสิค มีกรีกและโรมันเปนศูนยกลางความ เจริญ โดยตั้งมั่นอยูทางตอนใตของทวีปยุโรปในแถบทะเลเมดิเตอรเรเนียน
  • 24. หนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม16 ภูมิศาสตรกายภาพ บทที่ 1 กรีก ชนชาติกรีกไดถายทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไวหลายประการ ไดแก 1. การปกครอง ชาวกรีกไดใหสิทธิราษฎรในการลงคะแนนเสียงเลือกเจาหนาที่ ฝายปกครอง 2. ศิลปวัฒนธรรม ชาวกรีกมีความสามารถในดานวรรณคดี การละคร และ สถาปตยกรรม สถาปตยกรรมที่มีชื่อเสียง คือ วิหารพาเธนอน นอกจากนี้ยังมีการแขงขัน กีฬาที่เปนที่รูจักกันดี คือ กีฬาโอลิมปก 3. ปรัชญาความคิด นักปรัชญากรีกที่มีชื่อเสียง คือ อริสโตเติล และเพลโต โรมัน ชนชาติโรมันไดรับความเจริญตางๆ จากกรีก สิ่งที่ชาวโรมันไดถายทอดให กับชนรุนหลังคือ ประมวลกฎหมาย และภาษาละติน 1. สมัยกลาง ในชวงนี้ยุโรปมีศึกสงครามเกือบตลอดเวลา จนทําใหการพัฒนาดาน ตางๆ ตองหยุดชะงัก ยุคนี้จึงไดชื่อวาเปน “ยุคมืด” หลังจากผานพนชวงสงครามจึงเปนชวง ของการฟนฟูศิลปะวิทยาการเริ่มใหความสําคัญกับมนุษยมากขึ้น เรียกยุคนี้วา ยุคเรอเนสซองซ (Renaissance) 2. สมัยใหม ยุคนี้เปนยุคแหงการแสวงหาอาณานิคม ทําใหศิลปวัฒนธรรมของชาติ ตะวันตกแผขยายไปยังดินแดนตางๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณสําคัญ คือ การปฏิวัติ วิทยาศาสตรและการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทวีปอเมริกาใต 1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ ทวีปอเมริกาใตเปนทวีปที่ใหญเปนอันดับ 4 ของโลก รองจากทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 17.8 ลานตารางกิโลเมตร มีประชากร ประมาณ 299 ลานคน รูปรางของทวีปอเมริกาใตคลายคลึงกับทวีปอเมริกาเหนือ คือ มีลักษณะคลายรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ มีฐานกวางอยูทางทิศเหนือ สวนยอดสามเหลี่ยมอยู ทางทิศใต ตั้งอยูในแถบซีกโลกใต ระหวางละติจูด 12 องศา 25 ลิปดาเหนือ ถึง 56 องศาใต และลองติจูด 34 องศา 47 ลิปดาตะวันตก ถึง 81 องศา 20 ลิปดาตะวันตก อาณาเขตของ ทวีปอเมริกาใตมีดังนี้ อาณาเขตติดตอ ทิศเหนือ ติดกับทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีคลองปานามาเปนเสนกั้นเขตแดนและ ติดตอกับทะเลแคริบเบียน ในมหาสมุทรแอตแลนติก จุดเหนือสุดอยูที่แหลมกายีนาส ในประเทศโคลอมเบีย ทิศใต ติดกับทวีปแอนตารกติกา มีชองแคบเดรกเปนเสนกั้นเขตแดน จุดใตสุดอยู ที่แหลมโฟรวารด ในคาบสมุทรบรันสวิก ประเทศชิลี