Pb

1,588 views

Published on

การออกแบบสถานการณ์ปัญหา

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,588
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
36
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Pb

  1. 1. การออกแบบสถานการณปญหา รศ.ดร. สุมาลี ชัยเจริญ และ ดร.อิศรา กานจักร สาขาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน การออกแบบสถานการณปญ หาเปนหลัก (Problem Base) มีพื้นฐานมาจากทฤษฎี CognitiveConstructivism ที่มาจากแนวคิดของ Piaget แนวคิดของทฤษฎีนี้เนนผูเรียนเปนผูสรางความรู โดยการลงมือกระทํา Piaget เชื่อวาถาผูเรียนถูกกระตุนดวยปญ หา (Problem) ที่กอใหเ กิดความขัดแยง ทางปญ ญา(Cognitive Conflict) หรือเรียกวาเกิดการเสียสมดุลยทางปญญา(Disequilibrium) ผูเรียนตองพยายามปรับโครงสรางทางปญ ญา(Cognitive Structuring) ใหเ ขาสู ภาวะสมดุล ย (Equilibrium) โดยวิธีการดูดซึม(Assimilation) ไดแกการรับขอมูลใหมจากสิ่งแวดลอมเขาไปไวในโครงสรางทางปญญาและการปรับเปลี่ยนโครงสรางทางปญญา(Accommodation) คือการเชื่อมโยงโครงสรางทางปญญาเดิม หรือความรูเดิมที่มีมากอนกับขอมูลขาวสารใหม จนกระทั่งผูเรียนสามารถปรับโครงสรางทางปญญาเขาสูสภาพสมดุลย หรือสามารถที่จะสรางความรูใหมขึ้นมาได หรือเกิดการเรียนรูนั่นเอง สถานการณปญหา ขอมูลใหม ความขัดแยงทางปญญา - ขอเท็จจริง (Cognitive conflict) - ประสบการณ - ความรูสึก Accommodation กระบวนการทางสติปญญา (Cognitive Process) Assimilation โครงสร้ างทางป ั ญญาเข้ าสภาวะสมดุล สู่ สรางความรูใหม/เกิดการเรียนรู
  2. 2. การเรียนรูจากปญหาเปนหลัก ซึ่งเปนรูปแบบของการสอนที่มีการเสนอปญหาใหแก ผูเรียนในการเรียนและการทํากิจกรรม ซึ่งเปนวิธีการที่ผูเรียนใหความสนใจ ใสใจเพื่อฝกใหไดคิด ไตรตรอง วิเคราะหถึงปญหาเพื่อนําไปสูการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีทักษะกระบวนการคิดอยางเปนกระบวนการเปนขั้นเปนตอนและนําไปใชไดกับสถานการณการแกปญหาจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวัน ผูเรียนจะเรียนรูวาจะใชกระบวนการปฏิสัมพันธอยางไร เกี่ยวกับอะไรที่ผูเรียนตองการจะรูหรือเปนความทาทายสําหรับ ผูเรียนเพื่อที่ผูเรียนจะไดไตถาม คนหา ตั้งสมมติฐาน และสรุปแนวความคิดใหมีความสัมพันธกับปญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง และแวดลอมไปดวยผูเรียนคนอื่น การเรียนรูจากปญหาเปนหลัก ผูเรียนจะพบกับโครงสรางของปญหาที่ไมสมบูรณกอนที่ผูเรียนจะไดรับการสอน ในการคนหาคําตอบของปญหาไดนั้นผูเรียนจะตองไตถาม คนหาความรูเพื่อเชื่อมตอกับคําตอบ ตอสูกับอุปสรรคที่ซับซอนและใชความรูนั้นแกปญหาเหมือนกับการไดแกปญหาในชีวิตจริงซึ่งผูเรียนไมเคยรูมากอนวาอะไรคือสิ่งที่ผูเรียนตองปฏิบัติ แตหลังจากการขบคิดปญหา และหลังจากเสนอทางออกในการแกปญหาผูเรียนก็จะไดรับประสบการณในการตัดสินใจที่เปนไปไดบนพื้นฐานความรูที่ผูเรียนมีอยู การเรียนรูจากปญหาเปนหลัก เปนวิธีการนําเสนอสถานการณ เพื่อจะนําไปสูประเด็นปญหาที่นักเรียนตองหาทางแก แตมิใชมุง จะใหผูเรียนแสวงหาคําตอบที่ถูกตองเพียงทางเดียว เพราะในความเปนจริงนั้นปญหาหลาย ๆ อยางมิไดมีคําตอบที่ถูกตองเพียง คําตอบเดียว แตการที่ผูเรียนไดมีโอกาสแกปญหาโดยตรงจะทําใหตัวผูเรียนเกิดการเรียนรูจากกระบวนการแกปญหานั้นเองซึ่งกระบวนการนี้คือการเริ่มตั้งแตขบคิดถึงปญหาที่เผชิญอยูใหกระจาง การเก็บรวบรวมขอมูลขาวสารสารสนเทศเพิ่มเติม การแสวงหาทางแกปญหาหลายๆ ทาง การประเมินทางแกไขปญหาเหลานั้นวา แนวทางใดที่จะดีหรือเหมาะสมที่สุด และนําเสนอขอสรุปที่ไดจากกระบวนการแกปญหานั้นๆ ในการจัดสิ่งแวดลอมจากการเรียนรูจากปญหาเปนหลัก จึงเริ่มตนการสอนดวยการกลาวถึงปญหาในชีวิตจริงตอนักเรียน หรือจัดเตรียมสถานการณจําลอง เตรียมคําแนะนําของผูสอน และทรัพยากรการเรียนการสอนเพื่อกระตุนใหนักเรียนเขาถึงปญหา สรางความเขาใจของแตละบุคคล และคนหาคําตอบของปญหานั้นยุทธศาสตรที่สนับสนุนการใชปญหา 5 ยุทธศาสตรที่สนับสนุนการใชปญหาเปนสิ่งสะทอนใหเห็นสมมติฐานที่แตกตางกันเกี่ยวกับทั้งสิ่งที่เรียนรูหรือการเรียนรูเกิดขึ้นไดอยางไร (สุมาลี ชัยเจริญ, 2545) 1) ปญหาเปนเหมือนสิ่งนําทาง (The Problem as a Guide) ในที่นี้ใชปญหาสําหรับการอางอิงจากรูปธรรมเพื่อมุงเปาหมายไปที่ความใสใจของผูเรียน การกําหนดใหอานงานที่ไดรับมอบหมายเกี่ยวกับปญหานั้นๆ และใหผูอานซึ่งก็คือนักเรียนบอกสิ่งที่ไตรตรองและคิดไดจากการอานในกรณีปญหานั้น ๆ การใชปญหาในกรณีนี้เปนการใชปญหาเปนตัวกําหนดการอานอยางมี ความหมาย กรณีนี้คลายกับยุทธศาสตรการเรียนที่ใชคําถามเปนตัวเริ่มตนบทเรียนเพื่อนําไปสูการอาน 2) ปญหาเปนเครื่องมือเก็บคะแนนหรือแบบทดสอบ (The Problem as an Integrator or Test)ในที่นี่ปญหาจะเกิดขึ้นหลัง จากที่นักเรียนไดอานงานที่ไดรับมอบหมายเรียบรอยแลวหรือหลังจากที่พวกเขาอภิปรายกันเสร็จสิ้นแลว เปาหมายคือเพื่อประยุกตความรูจากการอานไปสูก รณีที่วาการอานนั้นเกิดความ
  3. 3. เขาใจมากนอยอยางไรและเพื่อเปนตัวแทนกระบวนการถายโยงการเรียนรูไปสูการนําไปใชประโยชน กรณีนี้คลายกับการนําเสนอสิ่งที่ไดเรียนรูและตอบคําถามเมื่อเรียนจบในแตละเรื่อง 3) การใชปญหาเปนตัวอยาง (The Problem as an Example) การใชปญหาเปนตัวอยาง ในที่นี้ปญหาเปนวัตถุดิบของการสอนเทานั้นเอง และจะรวมเขากับการอาน ในที่นี้ใชปญหาเพื่อยกตัวอยางประกอบอยางเฉพาะเจาะจงซึ่งวิธีการนี้เหมือนการกระทําผานการบรรยายหรือการสอน เปนการใหนักเรียนไดอภิปรายรวมกัน จุดมุงหมายของวิธีนี้อยูบนหลักการ ความคิด หรือการมีตัวอยางในปญหานั้น ๆ 4) การใชปญหาเปรียบเสมือนเครื่องนําไปสูกระบวนการ (The Problem as a vehicle for Process) ในที่นี้ปญหาจะมุงไปยังการคิดอยางมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ซึ่งมีความสัมพันธกับปญหาหรือใชปญหาเปนศูนยกลาง ปญหาเปนสิ่งเริ่มตนสําหรับการฝกฝน ความคิด ความชํานาญ ดังนั้นแนวทางการแกปญหาคราว ๆ ที่มีเหตุผลอธิบายไดสําหรับการวิเคราะหปญหา คือ การสอนที่มีความสัมพันธกับปญหาจุดมุงหมายเพื่อพัฒนาความคิด ความชํานาญ ไมใชเพียงแตเพื่อแกปญหา เทานั้น 5) การใชปญหาเปนตัวกระตุนสําหรับกิจกรรมตามสภาพจริง (The Problem as a Stimulus forAuthentic Activity)ในที่นี้มีจุดมุงหมายเพื่อการพัฒนาทักษะการ แกปญหาเพื่อใหนําไปใชแก ปญหาอื่นที่คลายกันได ซึ่งเปนสิ่งที่ดีกวาการสอนเพื่อใหเกิดทักษะความชํานาญเพียงอยางเดียว ทักษะจะถูกพัฒนาผานการทํางานผานปญหา ผานกิจกรรมตามสภาพจริง ทักษะในที่นี้รวมถึงทักษะทางกายภาพ การเพิ่มพูนความรูและนําไปสูความรูหลักในการแกปญหาอื่น และสัมพันธกับทักษะทางปญญาทั้งหมดในกระบวนการแกปญหา ตัวอยางเนื้อหา อาหารหลัก 5 หมู อาหาร คือสิ่งที่เรารับประทานเขาไปแลวเปนประโยชนตอ รางกาย ชวยทําใหรางกายเจริญเติบโตสรางพลังงานและความ ตานทานโรค และชวยซอมแซมสวนที่สึกหรอของรางกาย ใหอยูในสภาพปกติ อาหารมีอยูดวยกันมากมายหลายชนิด แตละชนิดใหคุณประโยชนแกรางกายแตกตางกันไป ดังนั้น การกินอาหารจึงควรเลือกกิน อาหารชนิดตางๆใหครบทั้งคุณคา และปริมาณ เพื่อใหเกิดประโยชนตอรางกายมากที่สุด กระทรวงสาธารณสุขไดตระหนักถึงความสําคัญในเรื่องนี้ จึงไดจัดแบงอาหารออกเปนหมู เรียกวา อาหารหลัก 5 หมูโดยพิจารณาถึงคุณคาและปริมาณของสารอาหารที่มอยูในอาหาร ตางๆ ดังนี้ ี หมูที่ ๑ โปรตีน เปนสารอาหารที่มากในเนื้อสัตวตาง ๆ ไดแก เนื้อวัว เนื้อหมู ไก เปด ปลา กุง และนม ไข และถั่วตางๆ เปนตน
  4. 4. ประโยชน ชวยในการเสริมสรางและซอมแซมสวนที่สึกหรอ ของ รางกายเด็กในวัยเจริญเติบโตตองการสารอาหาร ประเภทนี้มาก ถา ผูใหญขาดสารอาหารประเภทนี้จะทํา ใหเหนื่อยงาย ไมแข็งแรง หมูที่ ๒ คารโ บไฮเดรต เปนสารอาหารที่มีม ากใน ขาวทุกชนิด ขาวโพด เผือก มัน มันเทศ มันสําปะหลัง แปง และยังมีน้ําตาลตางๆ เชน น้ําตาลทราย น้ําออย และน้ําตาลมะพราว ฯลฯ ประโยชน ใหพลั ง งานและความอบอุนแกรางกาย ทําใหเ ราสามารถ เคลื่อนไหวทํางานไดอยางปกติ ความตองการของรางกายในอาหารประเภท นี้ขึ้นอยูกับ กิจกรรมของแตละบุคคล เชน ถาทํางานมาก รางกายก็ตองการ อาหารประเภทนี้มาก หมูที่ ๓ ไขมัน เปนสารอาหารที่มีมากใน ไขมันจากสัตว เชน น้ํามันหมู น้ํามันวัว น้ํามันปลาปลาน้ํามันหอย เปนตน และไขมันพืช เชน น้ํามันงา น้ํามันถั่ว น้ํามันมะพราว น้ํามันรํา เปนตน ประโยชน อาหารประเภทไขมันใหพลังงานและความอบอุน แกรางกาย ชวย ใหเราเคลื่อนไหวและมีกําลังทํางาน แตถาบริโภคไขมันมากเกินไปจะทําให เปนโรคอวน หมูที่ ๔ เกลือแร เปนสารอาหารที่มีมากในผักใบสีเขียว เชน ผักบุง ตําลึง ผักกระถิน ผักคะนา ผักกาด เปนตน ผักอื่นๆ เชน แตงกวา บวบ มะเขือเทศกะหล่ําปลี ฟกทอง เปนตน ประโยชน อาหารในหมูนี้ชวยบํารุงสุขภาพทั่วไปให แข็งแรง บํารุง สุขภาพของผิวหนัง นัยนตา เหงือก และฟน สรางและบํารุงเลือด ชวยให รางกายใชประโยชนจาก อาหารอื่นไดอยางเต็มที่ และยังชวยทําใหขับถาย ทํางานไดดีอีกดวย หมูที่ ๕ วิตามิน เปนสารอาหารที่มีมากในผลไมตางๆ เชน สม กลวย มะละกอ มะมวง ฝรั่งมะขามปอม เปนตน
  5. 5. ประโยชน อาหารหมูนี้จะชวยบํารุง สุขภาพชวยใหรางกายสดชื่น บํารุงสภาพของผิวหนังนัยนตา เหงือ กและฟน แรธาตุและ วิตามินชวยบํารุงเลือด และปองกันโรคเลือดออกตามไรฟน อาหารแตละหมู มีความสําคัญตอรางกายเรา ทุกคนตองรับประทานอาหารอยางนอยวันละ 3 มื้อ ไดแก มื้อ เชา มื้อกลางวัน และมื้อเย็น อยางไรก็ตามรางกายตองการอาหารหลายประเภท และตองการในปริมาณที่พอดี ดังนั้นเราควรจะรับประทานอาหารไมมากและนอยเกินไป และที่สําคัญตองรับประทานอาหารใหครบทั้ง 5 หมูดวยหลักการสําคัญในการออกแบบสถานการณปญหา ในการออกแบบสถานการณที่เปนปญหาผูเขียนไดวิเคราะหจากหลักการตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต มาเปนหลักการสําคัญที่ใชในการสรางสถานการณปญหาไดดังนี้1. วิเคราะห Key Concept ของเนื้อหาที่จะเรียน จากเนื้อขางตน Key Concept ของเนื้อหาก็คือสารอาหารทั้ง 5 ไดแก 1.โปรตีน 2.ไขมัน3.คารโบไฮเดรต 4.เกลือแร 5.วิตามิน2. นํา Key Concept ดังกลาวมาสรางเปนสถานการณที่เปนปญหา ในที่นี้จะยกตัวอยางสารอาหารประเภทโปรตีน Key Concept ในเนือหา เป็ นสารอาหารทีมากในเนื อสัตว์และถั วช่วย (อาหารหมู่ที 1 โปรตีน) ในการเสริ มสร้างและซ่ อมแซมส่ วนทีสึ กหรอ ของกล้ ามเนื อดังตัวอยาง • สมมติวาตอนนี้ทานเปนนักโภชนาการ ประจําศูนยสุขภาพซึ่งมีหนาที่ในการใหคําแนะนําเกี่ยวกับการ ดูแลสุขอนามัยของประชาชน ในวันนี้มีผูปวยรายหนึ่ง ชื่อ นายสมชาย เปนคนที่มีกลามเนื้อไมแข็งแรง ผอมแหง แรงนอย แคระแกรน เหนื่อยงาย เขาเปนคนที่ชอบกินผักและผลไม แตไมชอบกินเนื้อสัตว ในฐานะที่ทานเปนนักโภชนาการจะมีวิธีการชวยเหลือนายสมชายอยางไร เพื่อใหกลับมามีสุขภาพที่ แข็งแรงและมีรูปรางที่สงางามสมชายเหมือนชื่อ
  6. 6. 3. ผูกปมปญหา ใหผูเรียนตองลงไปแกปญหา มุงเนนปญหาที่ตองกระตุนใหผูเรียนเกิดการคิดในระดับสูง (Higher -order thinking) การคิดในระดับสูง(Higher-order thinking) ลักษณะที่สําคัญของการคิดระดับสูงจะรวมถึง นามธรรม (Abstract) ตรรกะ (Logical) การควบคุมการเรียนรูดวยตนเอง (Self-regulated) การรูตัว (Conscious) สัญลักษณ (Symbolic) ทฤษฎีเหลานี้ไดเสนอแนะวาการคิ ดในระดับ สูง เปนเหตุก ารณ เ มื่อผูเ รีย นเขาสูก ระบวนการทางพุท ธิปญ ญา (Cognitiveprocess) เชน การจําแนก (Classification) การทดสอบสมมติฐาน (Hypothesis-testing) การวิเคราะห(Analysis) การสังเคราะห (Synthesis) การประเมินผล (Evaluation) และสูงสุดคือการแกปญหา (Problem-solving) ภารกิจ • ทําการวิเคราะหวานายสมชาย มีปญหาเรื่องสุขภาพเนื่องมาจากสาเหตุใดพรอมใหเหตุผล • อธิบายแนวทางในการแกปญหาสุขภาพของนายสมชายพรอมใหเหตุผล • บอกวิธีการปฏิบัติตนเพื่อปองกันการเกิดปญหาดังกลาว

×